╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 1 : บทเรียนที่ 1 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

บทเรียนที่ 1

NAVA TALK

ตึกคณะการบิน

                สองเท้าผมรีบวิ่งไปยังห้องเรียนเพื่อเรียนวิชาสุดท้ายของวันนี้  วันเปิดเทอมวันแรกทีแสนจะวุ่นวายและครึกครื้นที่สุดเพราะเป็นวันแรกที่เพื่อนๆได้หวนกลับมาเจอกันหลังจากปิดเทอมไปเกือบสามเดือน

                “ไอ้วา  วิชาสุดท้ายนี่มันเรียนกี่ชั่วโมงวะ  เลิกเรียนกันกี่โมงวันนี้ไปกินเหล้ากันดีกว่า”

                นิค  เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามผมขึ้นมาขณะที่กำลังเอื้อมมือเปิดประตูเข้าห้องเรียน

                “สองชั่วโมงมั้ง  วันนี้ไม่อยากไปไหนว่ะ  อยากกลับไปนอน”

                พวกผมก้าวเดินเข้าห้องไปอย่างโล่งอกที่อาจารย์ยังไม่มา  เราเข้าไปนั่งยังที่ว่างแถวหลังสุดของห้องเสมือนเป็นที่ประจำของพวกเราในทุกวิชา  เพื่อนก็ต่างรู้กันว่าพวกผมจะนั่งแถวหลังแบบนี้ตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว  มักจะเว้นที่ให้สี่ที่เสมอซึ่งมีผม  ไอ้นิค  ไอ้บีม  และไอ้ก๊อต  เป็นแก๊งค์สี่จตุรเทพประจำห้อง

ตึก  ตึก  ตึก

                อาจารย์สายสมรเดินเข้ามาหยุดยืนที่หน้าห้องทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที  ก่อนที่อาจารย์จะคว้าไมค์ขึ้นมาพูด

                “นักศึกษาคะ  วิชานี้เป็นวิชา PRINCIPLE OF FLIGHT จะมีอาจารย์พิเศษจากข้างนอกมาสอนให้หนึ่งเทอมเต็ม  อาจารย์อยากให้ตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวความรู้มาให้เยอะที่สุดนะ  โดยเฉพาะใครที่อยากเป็นนักบินยิ่งต้องตั้งใจเรียน  อาจารย์คนนี้เป็นกัปตันอยู่สายการบินหนึ่ง  ใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติมสอบถามเจ้าตัวเองแล้วกัน  อีกสักห้านาทีเริ่มเรียนเขาคงมา...  โอ๊ะ  นั่น  มาพอดีเลย”

                ทุกคนในห้องหันมองผู้ที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างตกตะลึง  ผู้ชายร่างสูงโปร่ง  ใบหน้าหล่อเหลามาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าเป็นมิตร  ผมเผ้าเซ็ตทรงมาอย่างดี  แต่งกายด้วยชุดนักบินเต็มยศเลย  ผมแค่เหลือบตามองเขาเท่านั่นล่ะนะก่อนจะก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในมือถือต่อ

                “สวัสดีครับ  ผมกัปตันพฤกนะครับ  เรียกอาจารย์พฤกหรือพี่พฤกก็ได้  เราจะได้เจอกันหนึ่งเทอมเต็มเลยนะครับโดยวิชานี้จะเรียนอาทิตย์ละสองวัน  อย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนนะเพราะเนื้อหาวิชานี้เยอะมาก  ยังไงฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

                เสียงปรบมือจากเพื่อนร่วมห้องตอนนี้ดังผิดปกติจากการแนะนำตัวของอาจารย์พิเศษท่านอื่นๆ  โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิงที่นั่งโต๊ะข้างหน้าผมนี่แอบกรีดร้องบอกว่าหล่อมากอยากได้  ความสงสัยทำให้ผมเหลือบตาขึ้นมองอาจารย์คนใหม่นี้อีกครั้ง

ตึกตัก  ตึกตัก  ตึกตัก

                พะ  พี่พฤก...

            หัวใจผมหล่นวูบไปถึงตาตุ่มที่เห็นเขายืนอยู่หน้าห้องเรียนตอนนี้  แถมพี่เขายังจ้องมาทางผมอีกด้วย  ไม่คิดว่าจะเจอพี่พฤกที่นี่  ไม่สิ  ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีกแล้วด้วยซ้ำ!!  ถ้าถามว่าเขาเป็นใครน่ะเหรอ  อ๋อ  แฟนเก่าผมเอง!!

                ทำไงดีวะเนี่ย  ทำไมโลกต้องกลมขนาดนี้  ทำไมเรื่องบังเอิญที่ไม่ควรจะเกิดต้องมาเกิดขึ้นกับผมและเขา  เรื่องราวระหว่างเราบางอย่างที่ผมลืมมันไปแล้วมันดันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพี่พฤกที่ยืนมองผมอยู่ตอนนี้ 

                “ไอ้วา  เป็นไรวะ”

                ผมไม่สามารถจ้องมองพี่พฤกต่อไปได้อีกจึงฟุบหน้าลงบนโต๊ะด้วยคำถามเป็นร้อยเป็นพันอยู่ในหัว

                “เปล่า  กูแค่ง่วงเลยจะฟุบงีบนิดหน่อย”

                ตอบคำถามไอ้บีมไปแบบเนียนๆทั้งที่ในใจตอนนี้ร้อนดั่งไฟสุม  ใครจะคิดว่าแฟนเก่าจะกลับมาเป็นอาจารย์กันล่ะ  แล้วยังไง  ผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องราวในอดีตของผมกับเขาแม้แต่คนเดียว

                “ผมว่าเรามาแนะนำตัวกันดีกว่า  เริ่มจาก...คุณละกัน  คนที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะน่ะ”

                เสียงพี่พฤกพูดออกไมค์อย่างนุ่มนวล  ว่าแต่เขาหมายถึงใคร  หมายถึงผมหรือเปล่า?  แต่เมื่อกี้ผมเห็นไอ้นิคมันก็ฟุบหน้าหลับไปเหมือนกันนะ  อาจจะเป็นไอ้นิคก็ได้  ทว่าผมหันหน้าไปมองไอ้นิคเพื่อความแน่ใจแต่มันกลับนั่งตาแป๋วพิงพนักเก้าอี้แล้วมองมาที่ผม  โถ่  ไอ้เพื่อนเวร  มาตื่นอะไรตอนนี้วะ  งี้ผมก็ฟุบอยู่คนเดียวเลยสิ  แล้วพี่พฤกก็คงจะหมายถึงผม!

                “ไอ้วา  ลุกดิ่  อาจารย์เดินมาหาแล้วเนี่ย”

                “ห้ะ!  เขาเดินมาเหรอ?”

                “เออ  ถือไมค์มาด้วย”

                ฉิบ!!  ผมค่อยๆผงกหัวขึ้นช้อนตามองร่างสูงที่มาหยุดยืนอยู่ที่ข้างโต๊ะผมพร้อมทั้งยื่นไมค์โครโฟนมาตรงหน้า 

                “แนะนำตัวหน่อยครับ  ผมอยากรู้ว่าคุณชื่ออะไร”

                เขาพูดเสียงทุ้มใกล้ๆหูผมโดยไม่ผ่านไมค์  และเป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่เราไม่ได้เจอกันเลย  ทำไมพี่มันหล่อขึ้นเยอะจังวะ!!  หล่อจนผมไม่กล้ามองหน้าเขาแล้วเนี่ย 

                ผมเอื้อมมือไปรับไมค์และเบือนหน้าหันไปอีกทางหนึ่งแทนเพื่อเลี่ยงที่จะมองพี่พฤก  นี่ผมมองไม่ใช่ว่าชื่นชมอะไรนักหนาหรอกนะ  แต่พี่เขาทำเรื่องในอดีตไว้ไม่ดีและผมจำมันได้ไม่เคยลืม

                “อ่า  ผมชื่อนาวาครับ  นายนาวา  ปฐมพรชัย  รหัส 58192114  ครับ”

                เมื่อแนะนำตัวเสร็จผมก็รีบวางไมค์ลงบนโต๊ะเพื่อให้พี่เขาหยิบไปเองก่อนจะนั่งลง  แต่เมื่อผมนั่งลงพี่พฤกก็ยังยืนมองผมอยู่ไม่ไปไหน 

                “อ่าห้ะ  คุณนาวา  คุณมาเรียนการบินนี่อนาคตอยากเป็นอะไรครับ  ยืนขึ้นแล้วตอบผม”

                เฮ้อ...  ในห้องมีตั้งสามสิบกว่าคนทำไมไม่ไปถามวะ

                “ผมไม่รู้เหมือนกันฮะ  สมัครงานอะไรได้ผมก็ทำอันนั้นแหละ”

                “เจาะจงหน่อยสิคุณ  ตอบกว้างจังเลย”

                “อยากเป็นนักบินมั้งครับ!  งานสบายได้เงินเยอะ”

                ผมเหลือบตามองพี่พฤกอย่างไม่พอใจที่เขาจะถามเซ้าซี้อะไรผมนักหนา  แล้วดูสิ  เพื่อนมองมาที่เราทั้งห้องแล้วเนี่ย  พี่เขาหัวเราะหึๆในลำคอก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบไมค์โครโฟนออกไป

                “เป็นนักบิน  ไม่สบายเท่าเป็นเมียนักบินนะครับ”


LOADING 30 %


กึก

                ร่างกายผมชาวาบไปทุกส่วนเมื่อพี่พฤกพูดประโยคทีเล่นทีจริงนั่นเสียงดังฟังชัดและผมเชื่อว่าทุกคนในห้องนี้ต้องได้ยิน  ยอมรับว่าที่แรกแอบหวังว่าพี่เขาจะจำผมไม่ได้  แต่พอเป็นแบบนี้ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเขาจำได้และยังตั้งใจจะแกล้งผมอีกด้วย 

                “ไอ้วาๆ  อาจารย์พฤกนี่หล่อมากเลยมึงว่าไหม  ขนาดกูเป็นผู้ชายยังรู้สึกเลยว่ะ  ดูพวกผู้หญิงแถวหน้าสิตั้งใจเรียนกันเป็นพิเศษเลย”

                “เหอะ  หล่อแต่เลวก็ไม่ไหวนะ”           

                “มึงหมายความว่าไงวะ”

                “ห้ะ  เปล่าๆไม่มีไร”

                อ้าว  ฉิบเผลอพูดอะไรออกไปล่ะเนี่ย  เพราะพี่พฤกนั่นแหละทำให้ผมสูญเสียความเห็นตัวเองไปหมด

                “อ่า  เราไม่ต้องแนะนำตัวกันแล้ว  ผมว่าเข้าเนื้อหาเลยดีกว่านะครับ  เพราะคนที่ผมอยากรู้จักผมก็ได้รู้จักแล้ว”

                เดี๋ยวนะ  พี่พูดแบบนี้คืออะไร?  พี่เขาทำให้คนอื่นมองมาที่ผมแบบนี้ไม่ได้นะ  ผมไม่อยากให้ใครสงสัย

พรึ่บ

                จู่ๆผมก็ลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนออกไปหน้าห้องเพื่อกลบเกลื่อนคำพูดไร้สาระของพี่พฤกและกันคนอื่นเข้าใจผิด

                “ขอโทษครับอาจารย์  วันหลังผมจะไม่แอบหลับในคลาสอีกแล้วครับ!

                ทำเสมือนว่าที่เขาตรงดิ่งเข้ามาหาผมนั้นเป็นเพราะทำโทษที่ผมฟุบลงกับโต๊ะอะไรทำนองนั้น

                “ดีมากครับ  ต่อไปถ้าหลับอีกผมอาจจะปลุกด้วยวิธีอื่นนะครับ  คนอื่นก็เหมือนกัน  ผมขอให้ตั้งใจเรียนนิดนึงนะ  ส่วนตอนเบรคคุณจะหลับผมไม่ว่าเลย”

                เพื่อนทั้งห้องหันไปขานรับกับเขาหมดจนไม่มีใครสนใจอะไรผมอีก  เฮ้อ  ค่อยโล่งอกไปที  นี่เรายังเจอกันไม่ถึงชั่วโมงผมยังรู้สึกถึงภัยเหนือธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นเลย  อาทิตย์นึงเจอกันตั้งสองครั้ง  เดือนนึงเจอกันแปดครั้ง  โอ้พระเจ้า  ผมจะหนีเขารอดไหม? 

                บรรยากาศในห้องดำเนินไปอย่างปกติสุข  ทุกคนตั้งใจร่ำเรียนและคลั่งไคล้อาจารย์สุดหล่อที่ยืนสอนอยู่หน้าห้อง  ส่วนผมน่ะเหรอ  เหอะ  นั่งคิดหัวแทบแตกอยู่นี่ไงว่าผมจะเอายังไงต่อไปดี  แม้สายตาผมจะมองไปยังโปรเจคเตอร์แต่สมองผมไม่ได้คิดตามเนื้อหาที่พี่พฤกสอนเลยแม้แต่น้อย

                สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือกลัวพี่เขาจะทำให้คนอื่นสงสัยถึงความสัมพันธ์ในอดีตของพวกเรา  แม้มันจะผ่านไปและจบไปแล้วแต่ผมไม่อยากให้ใครรู้จริงๆ  ด้วยสถานะที่เขาเป็นอาจารย์ในตอนนี้ด้วย  หากคนอื่นรู้มีแต่จะเสียหาย  ที่สำคัญไปกว่านั้นไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าผมมีแฟนเป็นผู้ชายแถมยังอายุมากกว่าผมถึงสิบห้าปี  ถ้านับจากตอนนี้ผมอายุยี่สิบสองปี  พี่เขาก็สามสิบเจ็ด  โห  แก่เหมือนกันนี่หว่า  แล้วตอนนั้นที่เราคบกันผมอยู่ม.5  อายุสิบเจ็ดพี่พฤกอายุสามสิบสอง  พี่เขาเป็นแฟนคนแรกของผมเลยนะ  แฟนคนแรกและคนเดียวที่ผมเคยมี  อดีตผมไม่ได้มีแค่แฟนแก่อย่างเดียวนะ  แต่พี่พฤกน่ะทั้งแก่ทั้งเลวเลย

                “นาวา  เหม่ออะไรครับ  ไหนตอบสิว่าแรงที่กระทำต่อเครื่องบินมีอะไรบ้าง”

                เอาแล้วไงกู  พี่พฤกเล่นผมอีกแล้ว  จะมาถามทำซากอะไรเมื่อกี้เขาสอนอะไรผมยังไม่รู้เรื่องเลย

                “อ่า...”

                คำถามเมื่อกึ้คืออะไรนะ?

                “ลุกขึ้นตอบผมหน่อยสิครับ  คุณนาวา”

                “ไอ้วา  ตอบดิวะ  เมื่อกี้ก็นั่งฟังไม่ใช่เหรอ”

                “ฟังห่าไรล่ะ  ไม่ได้ฟังเลย  แล้วเขาถามอะไรนะไอ้ก็อต”

ตึก   ตึก  ตึก

                ร่างสูงของพี่พฤกกำลังเดินตรงมาทางผมอีกแล้ว  มาพร้อมกับรอยยิ้มอาบยาพิษแบบที่ผมเสียวสันหลังวาบคล้ายรู้สึกว่าตัวเองกำลังไม่ปลอดภัยกับรอยยิ้มของเขา  ครั้งนี้เขาไม่ได้ถือไมค์มาด้วย  แต่เขามาหยุดยืนชิดโต๊ะผมเลยก่อนที่หน้าหล่อปนเจ้าเล่ห์จะโน้มลงมาหาผมจนหน้าเราใกล้กันมาก

                “ผมถามคุณว่า  มีแฟนรึยังครับ”

                “ห้ะ!

                ผมสะดุ้งเฮือกแล้วรีบเบี่ยงหน้าหนีทันที  มาถามคำถามบ้าบออะไรแบบนี้ตอนนี้วะ  บัดซบ!

                “แรงขับเคลื่อนเครื่องบินมีอะไรบ้างครับ  ตอบผมสิ  ถ้าตอบไม่ได้ผมจะทำโทษโดยการช่วยผมถือของไปที่รถตอนเลิกคลาส”

                ฝันไปเถอะ  คิดจะหลอกล่อเพื่อให้มีเวลาคุยกันหลังเลิกเรียนน่ะสิ

                “ขอคำถามใหม่ครับ  เมื่อกี้ผมไม่ทันฟัง”

                คราวนี้ผมต้องตอบให้ได้  ไม่ว่าจะตอบมั่วตอบผิดผมก็จะตอบ  ดีกว่าเงียบให้เขาย่ำยีอยู่แบบนี้

                “เปลี่ยนใจแล้วดีกว่า  ยังไงคุณก็ไม่ได้ฟังทั้งตอนผมสอนทั้งตอนผมถามอยู่ดี  งั้นเลิกคลาสก็ช่วยผมยกของไปเก็บที่รถด้วยแล้วกันเนอะ”

                เนอะกับผีน่ะสิ!!  แบบนี้จงใจแกล้งผมชัดๆ


LOADING 50 %


                “พอดีเย็นนี้ผมต้องรีบกลับน่ะครับ  มีธุระด่วน  คงช่วยอาจารย์ไม่ได้หรอกฮะ”

                “อื้ม  พอดีเลยนี่  คุณเอาของผมไปไว้ที่รถผมเดี๋ยวผมไปส่งคุณไปธุระด่วนที่ว่า  อ่อ  มาคนเดียวล่ะ”

                มากไปแล้ว  เขาพูดเหมือนอะไรสองแง่สองง่ามให้คนอื่นสงสัยอีกแล้ว  เนี่ย  เพื่อนหันมองผมทั้งห้องทุกครั้งที่เขาเดินเข้ามาหา  ก็ไม่รู้จะเดินมาตรงนี้อะไรนักหนา  มันก็แปลกๆตั้งแต่เดินตรงดิ่งมาให้ผมแนะนำตัวคนเดียวในห้องแล้วล่ะ  แล้วมันจะแปลกมากไปกว่านั้นหากผมทำตามที่เขาต้องการ  ระหว่างผมกับพี่พฤกถ้าเลี่ยงที่จะเจอกันได้ก็เลี่ยงเถอะ  ผมไม่อยากให้เขาพูดเรื่องเก่าๆซึ่งเขาพูดมันออกมาแน่ถ้าเราอยู่กันสองคน

                “ไอ้วา  มึงรู้จักกับอาจารย์มาก่อนปะวะ  ทำไมดูเขาชอบแกล้งมึงจัง”

                “เห้ย  เปล่า  ไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำมึง  ที่แกล้งแบบนี้เขาคงไม่ชอบกูอ่ะ”

                “เออ  มึงก็ตั้งใจเรียนให้เขาเห็นหน่อยแล้วกันเขาจะได้ไม่เดินมาอีก  แม่ง  นึกว่าหล่อแล้วใจดีที่ไหนได้โหดฉิบหาย  กูไม่กล้าหลับเลยอ่ะกลัวเขาเดินมาถามแล้วกูตอบไม่ได้เหมือนมึง”

                เชื่อผมไหมว่าต่อให้มีคนหลับเขาก็ไม่ถามคนนั้นหรอกแต่ยังตรงดิ่งมาถามผมอยู่ดี  คนอื่นที่เขาต้องกลับมาเจอแฟนเก่าตัวเองเขาทำตัวยังไงกันนะ  เขาจะอึดอัดเหมือนที่ผมเป็นตอนนี้หรือเปล่า  ทำตัวไม่ถูกจริงๆ  แล้วคนอื่นเขาต้องทนร่วมงานกับแฟนเก่ายาวนานเท่าผมไหม  โอ้ยยยย  ปวดหัวโว้ย

ปิ๊ง

                อุบ๊ะ!  พี่พฤกจู่ๆก็จ้องมองผมแล้วขยิบตาให้หนึ่งที  คืออะไร!!  ผมตั้งใจฟังที่เขาสอนอย่างมากหลังจากที่โดนเรียกถามไปเมื่อกี้  ผมจะไม่พลาดเหม่อลอยให้พี่เขาหาทางเข้าถึงตัวผมได้อีกแล้ว  แต่การที่ผมมองพี่เขามากๆเขาก็มองผมกลับเช่นกัน  แถมยังพยายามจะยักคิ้วหลิ่วตาให้ผมหลายครั้ง

                ทำไม  จะขยิบตาอะไรนักหนา  รำคาญ!!  คิดว่าตัวเองหล่อมากเลยดิ่?

                เออ  ก็หล่อจริงๆแหละวะ  หล่อขึ้นกว่าสองปีก่อนเยอะเลย  แต่ก็คงจะเลวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

                ผมเหลือบตามองนาฬิกาหน้าห้องที่บอกเวลาว่าอีกสิบนาทีสี่โมงตรงและนั่นคือเวลาเลิกเรียนคลาสนี้  อุตส่าห์อดทนนั่งเรียนมาถึงสองชั่วโมงเต็มที่แสนอึดอัดใจ  ในที่สุดก็จะได้แยกย้ายกันสักที  ผมเอี้ยวตัวหยิบกระเป๋าและเก็บทุกอย่างบนโต๊ะลง  เตรียมตัวจะวิ่งออกไปทันทีหลังจากพี่พฤกเลิกคลาส  ไม่ยอมช่วยเขายกของไปที่รถหรอก

                “วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับทุกคน  เจอกันอีกทีวันศุกร์นะครับ  เลิกคลาสได้ครับ”

                หึๆ  ผมใช้จังหวะที่พี่พฤกก้มถอดสายโน๊ตบุ๊คของตัวเองอยู่นั้นรีบลุกขึ้นเตรียมตัววิ่งออกไป  ทว่า..

หมับ

            ไอ้บีมมันคว้าแขนผมไว้ทำให้ผมก้าวไปไหนไม่ได้

                “ไอ้วา  มึงรีบไปไหนวะ”

                “ไอ้บีม  ปล่อยกู  ปล่อย!

                “มึงมีพิรุจนะเนี่ย  เป็นไรวะ”

                ไอ้ก็อตเสริมทัพอีกคน  ยื้อให้ผมไปจากที่นี่ช้าลงไปอีก  จังหวะนั้นเองที่พี่พฤกเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอะไรก็ไม่รู้ 

                เฮ้อ...แทนที่ผมจะใช้จังหวะที่พี่พฤกเผลอเมื่อกี้แอบวิ่งออกไปซะก็จบ

                “วา  ช่วยพี่หน่อย”

กึก

                ทะ  ทำไมเขาเรียกชื่อเล่นผมต่อหน้าคนอื่นแบบนั้น  ทำไมเรียกแทนตัวเองว่าพี่อย่างสนิทสนม  แม้คนจะเริ่มทยอยออกไปจากห้องแล้ว  แต่เพื่อนสนิทผมอีกสามคนมันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้  พวกมันหันขวับมาหาผมด้วยสีหน้าที่มีแต่เครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเร่อ

                เขาจะมาไม้ไหนอีกนะ  เล่นซะผมก้าวขาไม่ออกแล้วเนี่ย

                “เห้ยมึง  ไม่รู้จักกันมาก่อนแน่เหรอวะ?”

                ไอ้นิคถามผมอีกครั้งและผมก็ยืนยันที่จะตอบคำตอบเดิม

                “ไม่รู้จักเว้ย”

                ผมเดินฟึดฟัดเข้าไปหาพี่พฤกโดยไม่ปริปากพูดอะไรกับเขาสักคำ  รีบเก็บหนังสือของเขาให้รวมกันแล้วยกมันไว้แนบอกก่อนจะไปยืนรอเขาอยู่ที่ประตู

ห้านาทีผ่านไป

                ช้าจังวะ!  เก็บอะไรนักหนา

                ผมชะเง้อมองพี่พฤกที่ยังคงงุ่นง่านกับของบนโต๊ะไม่เสร็จสักที  ทั้งที่มันก็มีไม่กี่อย่างเอง

                “ไอ้วา  พวกกูกลับก่อนนะ  พรุ่งนี้เจอกันเว้ย  หรือคืนนี้เปลี่ยนใจจะมากินเหล้ากับพวกกูก็บอกนะโว้ย”

                “เห้ยพวกมึง  เดี๋ยวๆ  อยู่กับกูก่อน”

                ไหนๆพวกมันก็เดินย้อนมาหาผมแล้วหลังจากพากันไปเข้าห้องน้ำกันมา  งั้นช่วยยืนเป็นเพื่อนผมหน่อยเถอะ  พากันไปส่งผมที่รถพี่พฤกด้วยจะดีมาก  แต่นั่นคงเป็นแค่คำอ้อนวอนในใจเมื่อพวกมันเดินเข้าลิฟท์ไปโน่นแล้ว

                โถ่โว้ย  อุตส่าห์ยอมช่วยพี่พฤกถือของเพราะคิดว่าไอ้เพื่อนแสนดีของผมจะเดินไปด้วยกัน  แบบนี้ก็ได้อยู่กับพี่เขาสองต่อสองเลยดิ่


LOADING 80 %


                “วา”

                เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหูขณะที่ผมเหม่อมองลิฟท์ที่เพื่อนผมเพิ่งเข้าไปด้วยหัวใจห่อเหี่ยว

                “รถอยู่ไหนครับอาจารย์  ผมจะรีบเอาไปไว้แล้วจะไปธุระต่อ”

                “เรียกซะห่างเหินเชียวนะ  ไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกันเดี๋ยวค่อยเอาของไปไว้  พี่อั้นฉี่มาสองชั่วโมงแล้วอ่ะ  ปวดมาก”

                จะลีลาไปไหนพ่อคุณ  ตอนเบรคผมก็เห็นเขาเดินไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย  แหม  ทำมาพูดว่าอั้นมาสองชั่วโมง  โกหกหน้าตายชะมัด  ไม่ได้แก่จนเป็นโรคหลงๆลืมๆถึงขนาดจำไม่ได้ว่าตัวเองฉี่ไปหรือยังสักหน่อย  คิดแผนอะไรไม่ดีอยู่แน่ๆเลยพี่พฤกน่ะ

                ผมเดินตามร่างสูงอย่างทิ้งระยะห่าง  บอกตามตรงว่าผมทำตัวเหมือนปกติอย่างที่พี่เขาทำไม่ได้  ผมไม่เหลือความไว้ใจให้เขาแล้ว  หมดไปเมื่อสองปีก่อนตอนนี้ก็เหมือนเดิม  การกลับมาของเขาไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรนอกจากความกลัว  กลัวว่าคนอื่นจะรู้ความสัมพันธ์ใจอดีตของเรา  เพราะผมควบคุมพี่เขาไม่ได้เรื่องพฤติกรรมในห้องเรียนที่เขาชอบแสดงออกหรือพูดจาน่าสงสัย  คนอย่างพี่พฤกน่ะไม่ยอมทำตามใครหรอกถ้าไม่มีข้อแลกเปลี่ยน

                และสำหรับตอนนี้ผมกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันทั้งนั้น  จะให้ผมเอาอะไรไปแลกเปลี่ยนเขาเพื่อเก็บเรื่องเก่าๆเป็นความลับล่ะ 

ตึก

            เมื่อเห็นพี่พฤกเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วผมจึงวางหนังสือลงที่ระเบียงหน้าห้องน้ำและเดินตามเข้าไปอย่างระแวดระวัง 

หมับ

                “เห้ย!!

                ขณะที่ผมเดินผ่านประตูห้องน้ำเข้าไปนั้นก็มีมือปริศนากระชากผมเข้าไปกอดทันที  ไอ้พี่พฤก!!  ทำบ้าอะไรของเขาวะ!?  ผมดิ้นสุดแรงจนหลุดออกจากอ้อมแขนของเขาแล้วก้าวถอยหลังมาจนชนอ่างล้างมือด้วยความกลัวและตกใจ  เห็นไหมว่าเขาน่ะร้ายแค่ไหน  นี่ยังอุตส่าห์แอบอยู่ข้างประตูเพื่อจะทำตัวลุ่มล่ามกับผมน่ะคิดดู

                “วา  คิดถึงว่ะ  ขอกอดหน่อยไม่ได้เหรอ”

                “เมื่อกี้เรียกขอหรือไง  พี่อย่าทำแบบนี้เลย  ผมไม่อยากรู้สึกแย่กับพี่ไปมากกว่านี้”

                ดีแค่ไหนที่ตรงนี้ไม่มีคนอยู่เลยสักคน  หากมีใครมาเห็นเข้าผมคงตัวมุดดินหนีความอายกันเลยทีเดียวที่โดนอาจารย์ลวนลามแบบนี้

                “ไม่เจอกันตั้งนานเป็นไงบ้างล่ะ  มีแฟนรึยัง?”

                เดี๋ยวๆ  ที่จริงประโยคนี้ควรจะถามว่าไม่เจอกันนานสบายดีไหมไม่ใช่เหรอ?

                “ผมจะมีไม่มีก็ไม่เกี่ยวกับพี่หรอก  ขอตัวนะฮะ”

                สองขาก้าวเดินออกไปยังประตูห้องน้ำแต่แล้วพี่พฤกก็คว้าต้นแขนผมไว้แน่นทำให้ร่างกายผมหยุดชะงักอยู่ตรงนั้น  ก่อนที่เขาจะเข้ามาประชิดตัวผมจนแผ่นหลังผมแนบกับแผงอกของเขา  ฝ่ามือใหญ่โอบกอดอยู่ที่หน้าท้องผมหลวมๆ

                “วา  ที่บอกว่าคิดถึง  พี่คิดถึงวาจริงๆนะ  คิดถึงมาสองปีแล้ว”

                เฮ้อ...  มาบอกผมทำซากอะไรล่ะ  ผมส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายและแกะมือเขาออกทว่าพี่พฤกดันกอดผมแน่นขึ้นเรื่อยๆ 

                “พี่พฤก  ปล่อยนะฮะอย่าทำแบบนี้  เดี๋ยวคนมาเห็นเข้าจะซวยกันหมด”

                “เกลียดพี่มากเลยเหรอ  ยังโกรธเรื่องที่พี่เคยนอกใจอยู่ใช่ไหม?”

                ใช่สิ  โกรธ  โกรธมาก  ใครจะไม่โกรธเล่า!!

                “เลิกพูดเถอะ  ปล่อยฮะผมจะกลับแล้ว”

                แก้มนุ่มของพี่เขาโน้มลงมาแนบชิดที่ใบหูของผม  ลมหายใจอดเป่ารดใบหน้าจนผมรู้สึกขนลุกแปลกๆ 

                “มีแฟนรึยัง?”

                เขายังถามคำถามนี้กับผมไม่เลิก  สงสัยอะไรนักหนาล่ะ

ตึก  ตึก  ตึก

                เชี่ยแล้ว  เสียงฝีเท้าของใครสักคนกำลังเดินมาทางนี้

                “พี่พฤก  ปล่อยมีคนมา!

                “ตอบมาก่อนแล้วจะปล่อย”

                “เห้ยพี่  ใช่เวลาเหรอ  ปล่อยโว้ย!

                “ตอบมา”

ตึก  ตึก

                เสียงฝีเท้านั้นดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆสร้างความกดดันให้ผมมากขึ้นไปอีก

                “เออๆตอบก็ได้  มีแล้ว  พอใจยัง?”

                รีบพูดปรดออกไปอย่างร้อนรนทั้งที่ผมไม่มีใครหรอก  อ้อมแขนอุ่นปล่อยออกทันทีก่อนที่มือทั้งสองข้างจะล้วงเข้ากระเป๋ากางเกง  เขาเงยหน้าถอนหายใจยาวพรืดแล้วจ้องมองมาที่ผมซึ่งรีบเดินมาทำเป็นล้างมือเพื่อไม่ให้คนที่กำลังมาสงสัยหากเข้ามาเจอผมกับพี่เขาอยู่กันสองคน

                “ต่อให้นายมีแฟน  พี่ว่าครั้งนี้พี่จะไม่ยอมปล่อยนายไปอีกแล้ว  เลิกกับแฟนซะถ้าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเรา”

                “ผมไม่เลิก”

                ยิ่งได้ยินเขาพูดจาไร้สาระผมจึงรีบปิดก๊อกน้ำแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำสวนกับคนที่เพิ่งเดินมาพอดี  สองเท้าก้าวยาวๆเพื่อหนีพี่เขาให้พ้น  แต่แล้วพี่พฤกก็วิ่งมาดักหน้าผมอีกครั้ง  นี่ผมชักจะหงุดหงิดกับพี่เขาจริงๆแล้วนะ

                “มีแฟนเป็นเด็กนักศึกษาจะมีปัญญาดูแลนายได้แค่ไหนเชียว  มีแฟนเป็นนักบินอย่างพี่สบายกว่าตั้งเยอะ”

                “อื้อ  พี่หล่อ  พี่รวย  เป็นนักบินนี่โคตรเท่ห์เลยแหละ  แต่ไม่มีอะไรการันตีได้นี่ฮะว่าจะเป็นคนดี  เหอะ  ผมไม่เคยลืมนะว่าพี่ทำอะไรกับผมไว้”

                “ก็กลับมาแก้ตัวแล้วนี่ไง  ไม่ได้ขอให้นายยกโทษให้  พี่เคยจีบนายติดแล้วครั้งหนึ่ง  จะจีบอีกครั้งจะเป็นไรไป”

อุ๊บ

                ผมรีบกระโจนเข้าหาพี่พฤกแล้วใช้มือปิดปากเขาทันที  มาพูดเรื่องแบบนี้ตรงนี้ไม่ได้นะ  ตอนนี้มันเงียบ  แล้วเสียงมันอาจจะก้องจนคนในห้องน้ำได้ยินก็ได้  ผมออกแรงผลักพี่เขาให้เดินลงไปยังบันไดที่ไม่มีคนอยู่อย่างหมดความอดทน 

                “จะให้ผมกลับไปในฐานะอะไรวะพี่  กลับไปก็เป็นควายให้พี่สวมเขาเหมือนเดิมเหรอ  ไม่มีทาง”

                “ถ้ากลับมาในฐานะคนสำคัญของพี่ล่ะ?

                พี่พฤกน่ะเป็นคนปากหวาน  เขาสรรหาคำหรูมาพูดเพื่อให้คนเอนอ่อนตามคารมณ์ของเขาได้เสมอ  ผมรู้ทันหมดแหละ

                “เรื่องอดีตผมไม่อยากจำมันอีก  ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมก็ขอเลือกที่จะไม่ต้องรู้จักพี่”

                นี่คือประโยคสุดท้ายที่ผมจะพูดกับเขาในวันนี้  วันแรกที่เราเจอกันในรอบสองปี  ไม่คิดว่าพี่พฤกจะทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยใจได้ขนาดนี้  เดาไม่ออกเลยว่าการที่ผมต้องเจอพี่เขาอาทิตย์ละสองวันตลอดหนึ่งเทอมชีวิตผมจะวิบัติแค่ไหน 

                การเจอแฟนเก่าว่าอึดอัดใจแล้ว  แต่การต้องมาเจอแฟนเก่าที่พลิกโผมาเป็นอาจารย์คอยสอนตัวเองอีกนี่โคตรซวยเลยนะ  ในอกมันร้อนรุ่มจนอยากจะระเบิดออกมาให้ได้  บอกตามตรงว่าผมรับมือคนอย่างพี่พฤกไม่ได้หรอก  พี่เขาร้ายกว่าที่ผมคิดไว้มาก

END  TALK


UPLOAD100%


ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็ก #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย


(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1322 igot7ibambam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 19:56
    เ-้ยมากอะ เเบบอย่าใจอ่อนนะ
    #1,322
    0
  2. #1320 Yukinong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 13:13
    -ก ร้ายยย
    #1,320
    0
  3. #1247 Miki_milky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:15
    สงสารวา อย่ากลับไปเลย เดี๋ยวเจ็บอีก
    #1,247
    0
  4. #1189 padcharapa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 23:14
    ถ้าเราเป็นวาเราคงไม่กลับไปอ่ะสงสารตัวเองมากกว่า
    #1,189
    0
  5. #1053 Kaka1m (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:31
    นี่ไม่ชอบคนนอกใจเหมือนกัน ครั้งเดียวพอ แต่พอกลับมาคบกันแล้วน่าลุ้นจัง ใครๆก็รู้ว่าแฟนเก่าคือของต้องห้าม5555
    #1,053
    0
  6. #998 Patsakorn2541 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:30
    เขินอะ555
    #998
    0
  7. #991 aoakame (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:33
    พี่มันร้ายอะ
    #991
    0
  8. #733 sunonwater (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:27
    พี่มันร้าย
    #733
    0
  9. #655 dream4try (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 00:01
    หล่อแต่เลวก็ไม่ไหวหรอก รู้ไหมผู้หญิงมีความอดทนสูงแค่ไหนต่อให้นิสัยไม่ดีแค่ไหนยังพอรับได้แต่มีไม่กี่เรื่องหรอกทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงได้นอกใจก็เป็นหนึ่งในนั้น
    #655
    0
  10. #614 sayadanoon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:19
    ขอสามีเป็นนักบินบ้างงงงงงงงงง
    #614
    0
  11. #597 -Airplane- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:22
    วาลูกเอ้ยย การเป็นนักบินไม่ได้งานสบายอย่างที่หนูคิดนะลูก...... เพราะงั้นก็ไปเป็นเมียนักบินดีกว่า5555555555
    #597
    0
  12. #582 Mat_AnGel (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 17:21
    เลวแบบนี้ก็ไม่ไหวน้อ
    #582
    0
  13. #581 Mat_AnGel (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 17:21
    เลวแบบนี้ก็ไม่ไหวน้อ
    #581
    0
  14. #111 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:51
    เออ เห็นด้วยกับน้องมันว่าอีพี่โคตรร้ายเลย แต่แลดูแซ่บแท้
    #111
    0
  15. #110 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:51
    เออ เห็นด้วยกับน้องมันว่าอีพี่โคตรร้ายเลย แต่แลดูแซ่บแท้
    #110
    0
  16. #109 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:51
    เออ เห็นด้วยกับน้องมันว่าอีพี่โคตรร้ายเลย แต่แลดูแซ่บแท้
    #109
    0
  17. #108 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:51
    เออ เห็นด้วยกับน้องมันว่าอีพี่โคตรร้ายเลย แต่แลดูแซ่บแท้
    #108
    0
  18. #107 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #107
    0
  19. #106 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #106
    0
  20. #105 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #105
    0
  21. #104 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #104
    0
  22. #103 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #103
    0
  23. #102 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #102
    0
  24. #101 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #101
    0
  25. #100 mmintny69 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:47
    อยากเป็นเมียนักบินบ้างงงงงงง  อิจจจจจจ
    #100
    0