:: BAD BRO :: ดื้อดีนัก จับฟัดซะให้เข็ด

ตอนที่ 2 : EPISODE 01 ไถ่โทษ [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    5 มี.ค. 62

EPISODE 01
ไถ่โทษ

NAMKAENG TALK
เคยรู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรไว้สักอย่างแต่นึกไม่ออกไหม? ผมกำลังรู้สึกอย่างนั้นเลย เช้านี้ผมตื่นขึ้นเพราะนาฬิกาปลุกในตอนเจ็ดโมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาตื่นปกติในวันที่ผมมีเรียนตอนเช้า ทว่าเมื่อเห็นตัวเองยังอยู่ในสภาพเดียวกับเมื่อวาน เสื้อก็ตัวเดิม กางเกงก็ตัวเดิม เลยมานั่งนึกดูว่าผมมานอนอยู่ในห้องตัวเองได้ยังไง ไล่ความคิดย้อนกลับไปก็หยุดตรงที่ผมเดินสำรวจหอตึกหนึ่งที่ชั้นสาม แล้วจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย
ทั้งที่ในหัวมันเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่างค้างคาอยู่...
ผมละทิ้งความสงสัยไว้แค่นั้นก่อนลุกจากเตียงมาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเรียนปกติของผม เสื้อช็อปวิศวะสีแดงกับกางเกงยีนส์ขาเดฟขาดเข่า รองเท้าผ้าใบสีดำ ผมเรียนวิศวฯกรรมไฟฟ้า สาขาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอนนี้ผมเรียนอยู่ปีสี่แล้ว เรียนปีสี่มาสองปีแล้ว งงไหม? ไม่ต้องงงหรอกพูดง่ายๆ ก็เหมือนเรียนซ้ำชั้นนั่นแหละ ต้องมาตามแก้วิชาที่ติดเอฟเอาไว้เลยเสียเวลาอีกปีหนึ่งเนี่ย เรื่องเรียนผมมันเป็นต้นเหตุให้ผมกับป๊าทะเลาะกันเลย
วุ้ว พูดถึงป๊าแต่เช้าแล้วอารมณ์เสียเปล่าๆ ไว้ผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลังแล้วกันเนอะ
หลังจากพรมน้ำหอมกลิ่นโปรดเสร็จผมก็เดินออกจากห้องพักของผมซึ่งอยู่ชั้นล่างสุด ไม่ห่างจากห้องสำนักงานส่วนกลางหอพักสักเท่าไหร่ แต่ที่นั่นก็เป็นอีกที่ที่ผมใช้ชีวิตอยู่เพื่อเฝ้าหอเวลาใครมีปัญหาอะไรจะคอยรับเรื่องเอาไว้ อย่างเช่นแอร์ร้อน ตัวแขวนผ้าม่านเสีย ประตูล็อคไม่ได้ ห้องน้ำไม่ระบาย ปัญหาต่างๆ จะหมดไปเมื่อผมรับเรื่อง บางอย่างทำเองได้ผมก็ทำเอง บางอย่างต้องจ้างช่างผมก็จะรีบประสานงาน เพื่อนำพาความสงบสุขมาสู่ผู้พักอาศัยที่น่ารักของหอพักเรา
ผมย่ำเท้าเดินเข้าห้องสำนักงานชะเง้อคอมองไม่เห็นมีน้องคนไหนลงมาเลยสักคน ตารางเรียนเช้าพร้อมกันวันนี้มีน้ำเย็นกับน้ำเหนือ ฉะนั้นสองคนนั้นต้องลงมากินข้าวก่อนไปเรียน หน้าที่พี่ชายที่แสนดีของผมคือการเดินไปซื้อโจ๊กที่ขายเยื้องกับหอเรามาเผื่อน้องตัวเองด้วย
ไม่นานโจ๊กทั้งสามถุงก็ถูกหิ้วกลับเข้ามาที่ห้องสำนักงานกลาง และผมพบว่าน้องชายสองคนนั่งเล่นเกมรอผมอยู่ก่อนแล้ว ไอ้พวกนี้มันฉลาด กฎของเราพี่น้องคือต้องดูแลกันและกัน ใครตื่นก่อนก็หาข้าวเผื่อคนอื่นด้วย ไอ้เราก็เป็นพี่คนโตหน้าที่ดูแลหาข้าวหาน้ำให้พวกมันกินก็คงไม่พ้นผม เงินทองตอนนี้ก็ผมก็ต้องเป็นคนจัดการในส่วนของน้องด้วยเช่นกัน
“อ่ะ ของคูลโจ๊กหมูใส่ไข่ไม่ใส่ขิง ของเหนือโจ๊กหมูไม่ใส่ไข่ใส่พริกไทยเยอะๆ”
จริงอยู่ว่าน้องผมชื่อน้ำเย็น แต่พอมันเป็นที่รู้จักก็เริ่มมีชื่อในวงการ เย็นภาษาอังกฤษก็คูลนั่นแหละ มันเลยให้เรียกว่าคูลจะได้เข้ากับนิสัยคูลๆ ของมัน เฮ้อ คนตามใจน้องอย่างผมจะทำอะไรได้นอกจากเรียกตามที่มันต้องการ
“ยังมีอารมณ์มานั่งกินโจ๊กอีกนะเฮีย หายแฮ้งค์ยัง? เมื่อวานเมาหนักมากรู้ตัวไหม?”
“เออ สร้างเรื่องสร้างราวเอาไว้เฮียจะแก้ยังไงเนี่ย ผมคุยกับไอ้ศรัญมาแล้วนะมันบอกผู้หญิงคนนั้นตัวจี๊ดเลยด้วย มันก็ช่วยคุยให้ไม่ได้”
ผู้หญิงคนนั้น? คนไหน? ผมขมวดคิ้วนึกตามที่น้ำเย็นกับน้ำเหนือพูด แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเกี่ยวอะไรกับไอ้ศรัญเพื่อนไอ้เหนือ ผมว่าผมไม่ได้เจอมันมานานแล้วนะ เอ๊ เดี๋ยวนะ พอนึกแล้วเหมือนจำอะไรได้ลางๆ
“อ๋อ ไอ้ศรัญมันขอลดค่าเช่าหอสามเดือนใช่ไหม คุ้นๆ ว่ามีคนพูดให้เฮียฟัง”
“เฮียลืมจริงดิ? ไม่ใช่เรื่องนั้นนะเว้ย”
“อะไรวะ มีอะไรก็พูดมาสิ”
หลังจากเทโจ๊กใส่ชามเสร็จเราก็ถือมาวางบนโต๊ะเพื่อจะรีบกินแล้วรีบไปเรียน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะใช้ช้อนตักโจ๊กคำแรกไอ้เย็นคนคูลก็ชิ่งถามคำถามหนึ่งออกมาที่ทำให้ผมตกใจ
“เมื่อคืนเฮียไปจูบใครมา?”
“จะบ้าเหรอ เฮียเลิกกับแฟนมาเป็นปีแล้วไม่ได้จูบใครทั้งนั้นแหละ หมาสักตัวก็ไม่มี”
“มี!! พี่เจ้าของห้อง A301 โดนเฮียจูบจนปากแตก เนี่ย เฮียดูคลิปฉาวเฮียเอาเองแล้วกัน”
มันหันจอโทรศัพท์มือถือมาทางผมพร้อมเปิดเล่นวีดีโอหนึ่ง ที่มองผิวเผินอย่างกับฉากในหนังโป๊ที่พวกนักศึกษาหนุ่มสาวเลือดร้อนมานัวเนียกันบนเตียงแล้วตั้งกล้องเอาไว้ แต่พอเพ่งดูดีๆ ฉิบหาย นั่นมันผมนี่!!!
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนทำใจดีสู้เสือเลื่อนกลับไปดูตั้งแต่ต้นของวีดีโอ น้องผมมันกอเอาช็อตเด็ดมาให้ดูเลยแต่ผมอยากเห็นแต่แรกมากกว่า ในวีดีโอตอนแรกเป็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังแต่งหน้า หน้าตาก็สวยดีนะเนี่ย เธอกำลังจะติดขนตาปลอมแล้วจู่ๆ ผมก็เดินเข้าไปยื่นกุญแจให้เธอ จากนั้นก็ล้มทับลงไปบนร่างเล็กนั่นทำให้ริมฝีปากของผมกับเธอชนกัน เธอดีดดิ้นสุดกำลังทำท่าจะคว้าโน๊ตบุ๊คแต่ผมก็จับมือเธอเอาไว้ พอเธอทำท่าจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือผมก็จูบเธออีกครั้ง...
ยัยนั่นทำหน้าตลกชะมัดเหมือนกับไม่เคยโดนผู้ชายจูบอย่างนั้นแหละ ที่ตลกกว่าคือขนตาปลอมไปแปะอยู่กลางหน้าผากอย่างกับเทพเจ้าสามตา ตอนนี้ถึงตลกก็ขำไม่ออกแล้วนะ ผมทำอะไรลงไปวะเนี่ย!!!
“จำได้ลางๆ แล้ว เหมือนว่าเธอซื้อสัญญาหอต่อจากไอ้ศรัญมาใช่ไหม?”
“ใช่เฮีย เธอเพิ่งย้ายเข้าหอเมื่อวานวันแรกแล้วก็เจอเรื่องแบบนี้อีก ผมว่าเธอย้ายออกแน่”
ย้ายออกไม่ได้นะเว้ย ป๊าให้คำขาดว่าหนึ่งปีที่ผมมาดูแลหอห้ามให้ห้องว่างเกินสิบห้องไม่ว่าจะยังไงก็ต้องหาคนมาอยู่ให้ได้มากที่สุด แล้วตอนนี้ห้องว่างในหอทั้งสามตึกมันว่างอยู่สิบห้องพอดิบพอดี ถ้าเธอย้ายออกไปห้องก็จะว่างสิบเอ็ดห้องในทันที ทางออกของเรื่องนี้น่าจะมีทางอื่นที่ดีกว่าการให้เธอย้ายออกไป อย่างน้อยเรื่องมันเกิดขึ้นเพราะความเมาของผมจริง ผมควรรับผิดชอบ ถึงผมจะเป็นคนพูดจาไม่ค่อยน่าฟังแต่ผมมีความรับผิดชอบต่อการกระทำตัวเองนะ
“กูต้องขอโทษเธอว่ะ แม่ง เธอเป็นผู้หญิง เธอเสียหายกว่ากู”
“แต่ให้เค้าย้ายออกไปก็ดีนะ พอเฮียทำตามสัญญาป๊าไม่ได้เราจะได้กลับบ้านกันไงเฮีย ยังไงป๊าก็ไม่โกรธเฮียนานหรอกมั้ง แค่เฮียเรียนให้จบป๊าก็ไม่ว่าอะไรแล้วล่ะ”
ไอ้พวกนี้ หาลู่ทางอยากกลับไปอยู่บ้านกันให้ได้ ผมรู้นะว่าอยู่บ้านอะไรก็สะดวกสบายกว่าอยู่หอพักที่นี่จริง แต่ผมก็พยายามทำทุกอย่างให้น้องสบายเหมือนกัน ดูแลดีกว่าอยู่บ้านด้วยซ้ำ ขอแค่มีพวกมันคอยอยู่ข้างผมจนกว่าผมจะทำตามสัญญาได้สำเร็จก็พอ ถ้าป๊าจะหมดศรัทธาในตัวผมแต่น้องอีกสามคนยังเห็นความตั้งใจของผมอยู่ มันก็ดูคุ้มค่าดีนะ
ฉะนั้นการที่จะทำให้ห้องไม่ว่างเกินสิบห้องคือห้ามให้เธอออกจากหอนี้ แล้วถ้าเธออยู่ต่อผมก็ไม่ผิดสัญญากับป๊า น้องๆ ผมก็ยังต้องอยู่ที่นี่ต่อเช่นกัน ทางออกเดียวคือไถ่โทษกับเธอซะ เป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายควรทำที่สุดแล้ว ถึงผมจะจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมดว่าในเหตุการณ์มันเป็นยังไงต่อ แต่ผมเห็นคลิปวีดีโอนั่นเต็มตาว่าผมทำตัวลวนลามเธอจริง
“ไปเรียนกันก่อนเลยนะ เฮียจะไปหาเธอก่อน”
แค่จะไปขอโทษกับสิ่งที่ทำและขอให้เธออยู่ต่อโดยลดค่าเช่าให้สักยี่สิบเปอร์เซ็นต์สามเดือนก็น่าจะพอที่จะลบล้างรอยจูบของผมได้ ผมหลุบตามองโจ๊กบนโต๊ะที่ยังไม่ได้กินสักคำ ตัดสินใจว่าจะไม่กินแล้วแต่จะเอาขึ้นไปให้เธอแทน ทำเป็นซื้อข้าวมาให้ตอนเช้า มาขอโทษแต่เช้าซึ่งมันก็แทบจะทันทีที่ผมรู้เรื่องด้วยซ้ำ ผมไม่ได้ทิ้งเวลาผ่านไปจนน่าเกียจ
คิดได้ดังนั้นผมก็เดินไปหยิบกุญแจสำรองของหอพักตึกหนึ่งมาถือไว้ ส่วนอีกมือคว้าชามโจ๊กหมูใส่ไข่ติดมือไปด้วย สองเท้าก้าวเดินพาตัวเองไปยังตึกหนึ่ง ชั้นสาม ห้อง A301 ห้องแรกติดบันไดทางขึ้น เป็นห้องริมสุด
ก๊อก ก๊อก
เคาะประตูหน้าห้องแล้วยืนรอก็ไม่มีการตอบรับใดๆ ผมเริ่มใจเสียกลัวเธอจะแอบย้ายออกไปตอนผมไม่รู้ เลยเคาะซ้ำอีกครั้งแต่ก็เหมือนเดิม ไม่มีใครเปิดประตูให้ผมเลย ด้วยความร้อนใจผมจึงถือวิสาสะเปิดห้องด้วยกุญแจสำรองที่หยิบมาด้วยในทันที
แกร่ก
เฮ้อ...โล่งอกหน่อย เพียงแค่แง้มประตูเข้าไปผิวกายกลับสัมผัสได้ถึงอากาศเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศ เมื่อเปิดประตูกว้างเข้าไปยังพบรองเท้าผ้าใบขนาดของผู้หญิงวางอยู่ริมผนัง ผมรีบเก็บกุญแจใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์แล้วประคองชามโจ๊กเข้าไปในห้อง กวาดตามองหาคนที่ผมตั้งใจจะมาไถ่โทษกระทั่งสายตาพลันเห็น เอ่อ...
ระ ร่างเล็กของใครบางคนนอนหงายอยู่บนเตียงที่มีแต่ตุ๊กตาล้อมรอบ เธอสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำตัวเดียว ย้ำ! ชุดคลุมอาบน้ำเพียงตัวเดียวจริงๆ ซึ่งขณะนี้เชือกปมที่ควรผูกอยู่ตรงเอวได้หลุดลุ่ยออก เผยให้เห็นรอยแหวกตรงช่วงอกที่ผมสามารถมองเห็นผิวเนียนได้ชัดเจน เธอไม่ใส่ชุดชั้นใน!! แม้จะแหวกกลางอกไม่ได้เห็นอะไรทั้งสองฝั่งแต่ก็ทำให้ผมรู้ว่าด้านในเธอเปลือยเปล่า
เบื้องล่างไม่ต้องพูดถึง... ชุดคลุมอาบน้ำแหวกมาจนเห็นต้นขาอ่อน ผมรีบเบือนหน้าหนีไม่กล้ามองต่อ รู้สึกตอนนี้หัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่เป็นจังหวะ ผมก็เป็นผู้ชายเนอะ มาเห็นผู้หญิงนอนหลับอยู่ในสภาพนี้เลือดในกายมันก็ต้องแล่นวูบวาบกันบ้าง ดีหน่อยที่ผมเป็นลูกผู้ชายมากพอ เห็นผิวเนียนๆ แค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก
พรึ่บ
ขณะที่ผมสูดลมหายใจเรียกสติ กำลังจะเดินเอาชามโจ๊กไปวางแล้วว่าจะเขียนโน้ตกับเบอร์โทรทิ้งไว้ให้เธอ เผื่อเธอตื่นแล้วจะได้ติดต่อมา ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหนร่างเล็กบนเตียงก็พลิกตัวนอนตะแคง แล้วสายตาผมมันก็ดันเหลือบไปมองอะไรที่ไม่ควรมอง
ก็ชุดคลุมอาบน้ำของเธอมันแหวกลงมาจนเห็น...นม
เพล้ง!
ชามโจ๊กในมือของผมร่วงหล่นลงพื้นพร้อมกับตาที่รีบหลับอย่างไม่อยากจะเห็นอะไรต่อ จู่ๆ มือก็หมดแรงลงดื้อๆ เนอะ งงจัง งงอะไรล่ะ! ฉิบหายแล้วกู
“นาย!! ไอ้โรคจิตเมื่อวาน!! จะมาข่มขืนฉันใช่ไหม หน็อย”
อะไรวะ ใครข่มขืนใคร?
ผมค่อยๆ ลืมตามาเมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างตรงหน้า แต่เดชะบุญที่ลืมตามาตอนนี้ ก่อนที่ไม้เบสบอลในมือเธอจะหวดมาโดนหัวผม ด้วยความว่องไวผมเอี้ยวตัวหลบทันแล้วคว้าไม้เบสบอลจากมือเธอได้ก่อนโยนทิ้งไปไกลๆ
ท่าทางผมตอนนี้มันคงดูคุกคามเธอมาก แบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังปกป้องตัวเองแต่ผู้ชายตัวโตก็คว้าอาวุธในมือของเธอด้วยเรี่ยวแรงเพียงเศษเสี้ยวที่มีก่อนโยนทิ้งไป อะไรเนี่ย ทำไมสถานการณ์มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ผมมาดีนะ!
“เธอ ใจเย็นๆ ฉันมาคุยด้วยดีๆ”
“ดีบ้าบออะไร มาบุกรุกห้องคนอื่นตอนหลับ นายจะทำอะไรฉัน หึ อย่าเข้ามานะโว๊ย!”
เธอตั้งท่าเตรียมของการต่อสู้เทควันโดอยู่บนเตียง สายตางัวเงียนั่นจ้องผมเขม็ง แต่ผมไม่ได้จะมาทำอะไรไม่ดีไงผมเลยได้แต่ส่ายหัวแล้วทิ้งตัวนั่งยองๆ เพื่อจะเก็บชามโจ๊กที่แตกอยู่บนพื้นให้ ทว่าเพียงแค่ผมจะขยับตัวเธอก็ทำท่าจะยกขาเตะผมแล้วอ่ะ
“อย่ายกขานะ!! เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ยังจะกล้ายกขาสูงๆ ใส่ผู้ชายอีกเหรอ!!”
เหมือนเธอจะเพิ่งนึกได้ว่าสภาพของตัวเองเป็นแบบไหน ร่างบางยืนนิ่งไปแล้ว ใบหน้าเพิ่งตื่นนอนดูตกตะลึงชอบกลแต่ผมไม่ได้สนใจหรอก ก็ยังคงก้มเก็บเศษชามกระเบื้องที่แตกบนพื้นต่ออยู่ดี
“นะ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ได้ใส่อะไรด้านในเลย...”
“เอ่อ...”
ถ้าบอกว่าเห็นหน้าอกกับต้นขาอ่อน มันจะดูว่าผมทำตัวคุกคามกับเธอหนักกว่าเดิมน่ะสิ โว๊ยยย ทำไมผมตกเป็นจำเลยทั้งที่อะไรที่เห็นมันก็เป็นความบังเอิญ เรื่องเก่าก็ยังไม่ได้เคลียร์ก็เหมือนจะมีเรื่องใหม่มาเพิ่มอีกแล้ว ให้ตายเถอะ!

[1/3]

________________________

“ตอนฉันหลับนายทำอะไรฉัน?”
“ฉันเปล่า ฉันมาหาเธอเพราะจะมาคุยเรื่องเมื่อวานจริงๆ ซื้อโจ๊กมาให้ด้วยเนี่ย เผื่อกินอิ่มท้องจะได้คุยกันดีๆ ไง เธออย่าเพิ่งโวยวายได้ไหมวะ ฉันไม่ปล้ำเธอหรอกน่า”
แอบโกหกว่าซื้อโจ๊กมาให้เธอเพื่อให้ดูดีขึ้นมาหน่อย ดูเหมือนมีสำนึกมากขึ้น ทั้งที่ความจริงผมรู้เรื่องเมื่อวานหลังจากเทโจ๊กลงชามด้วยซ้ำ ถ้าน้องผมบอกช้ากว่านี้โจ๊กก็คงไม่ตกถึงเธอหรอก เอาเถอะ ตอนนี้ขอกอบกู้หน้าตัวเองก่อนเพราะในสายตาเธอผมกลายเป็นไอ้โรคจิตไปแล้ว
“จะมาคุยอะไรเรื่องเมื่อวานอีก ฉันบอกนายไปแล้วไงว่าจะแจ้งตำรวจ วันนี้ฉันไม่มีเรียนฉะนั้นนายไปโรงพักกับฉันซะ”
“ไปอาบน้ำแต่งตัวดีๆ แล้วค่อยออกมาคุยกัน ฟันก็ยังไม่ได้แปรงยังจะพูดไม่หยุดอีก เหม็น”
“นายนี่มัน!”
คือผมเป็นคนปากหมา พูดจาอะไรไม่ค่อยน่าฟัง แต่ผมไม่ได้คิดอะไรไม่ดีนะ นี่ก็ยั้งปากไว้สุดๆ แล้ว
ผมโกยชามที่แตกมาไว้รวมกัน ส่วนเธอก็ก้าวลงจากเตียงมาด้วยท่าทางหุนหันไม่พอใจ ทว่าผมที่นั่งต่ำว่าเหลือบเห็นเศษชามกระเบื้องเล็กและแหลมอยู่ชิ้นหนึ่ง มันวางอยู่ทางที่เธอกำลังจะก้าวเท้ามาเหยียบเข้าพอดี
“อย่า..อุ๊บ!!”
ด้วยความหวังดีของผมที่จะเก็บเศษชามนั่นให้ทันเพื่อไม่ให้เธอเหยียบ ผมถลาตัวเข้าไป ยื่นมือสุดความยาวของแขนเพื่อจะเก็บมันแต่เธอก็ก้าวเข้ามาหาเสียก่อนผมเลยตบขาเธอให้เฉไปทางอื่น
แน่นอนว่าเท้าเรียวสวยของเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่หน้าผม.. หน้าผมมันจมลงกับกลางกายของเธอ จมูกผมชนส่วนสงวนของเธอเข้าเต็มแรงที่ผมถลาใส่ แม้จะมีชุดคลุมอาบน้ำกลั้นกลางแต่มันก็ชนกันน่ะ เชี่ย!!! เชี่ยมากครับบอกเลย ความหวังดีจะเก็บเศษชามของผมหมดสิ้นกัน
“กรี๊ดดดดดดด ไอ้โรคจิต!! แกตาย!!”
เธอถีบผมจนหงายหลัง ก่อนจะวิ่งไปคว้าไม้เบสบอลที่ผมโยนทิ้งไปขึ้นมา ผมรีบวิ่งเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังแล้วลากลงมานอนบนเตียง เหตุการณ์ตอนนี้วุ่นวายมาก มือเล็กนั่นไม่ยอมปล่อยไม้แต่เธอก็ตีผมไม่ได้เช่นกัน เธอเอาแต่ดิ้นอยู่ในอ้อมกอดผม ผมก็ออกแรงกอดรัดเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“ธะ เธอ หยุดก่อน ฉันอยากคุยด้วยดีๆ นะเว้ย”
“ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วยยยย มีโรคจิตอยู่ในห้องค่า!!!”
โรคจิตที่ไหนจะหล่อขนาดนี้!! ผมใช้มือหนึ่งปิดปากเธอไว้ ส่วนอีกมือตัดสินใจออกแรงบีบที่ข้อมือเล็กของเธอเพื่อให้อ่อนแรงแล้วทิ้งไม้เบสบอลลง เมื่อเธอไร้ซึ่งอาวุธผมจึงสัมผัสได้ถึงอาการสั่นกลัวของคนในอ้อมแขน เฮ้ย ผมไม่ได้จะมาทำอะไรเธอ ผมจะมาขอโทษแต่อะไรๆ มันบังเอิญเกิดขึ้นแบบที่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดอ่ะ
“ฉันมาดีจริงๆ เธออย่าดิ้นได้ไหม ชุดเธอมันจะเปิดหมดแล้วเนี่ย ฉันไม่ได้อยากเห็นนะโว๊ย”
“อื้อออออออออ”
“เฮ้อ ถ้าฉันปล่อยมือจากปากเธอแล้วเธอตะโกนอีก ฉันปล้ำนะ”
“...”
เธอดูครุ่นคิดแต่ก็ยอมพนักหน้ายอม ผมจึงค่อยๆ ผละมือจากปากของเธอช้าๆ เมื่อเธอเป็นอิสระแล้วร่างเล็กก็ลุกพรวดจากตัวผมวิ่งไปเปิดประตูห้องออกกว้าง เธอยืนเกาะขอบประตูพลางมองหน้าผมอย่างไม่ไว้ใจ
ถือว่าเธอฉลาดนะ ทำเป็นยอมไปก่อนแล้ววิ่งไปเปิดประตูเพื่อหาช่องทางหลบหนี อย่างน้อยก็ไม่ยอมอยู่กับคนแปลกหน้าในพื้นที่จำกัดและสุ่มเสี่ยง ซึ่งผมเองก็ยินดีจะให้เปิดประตูไว้แบบนั้นแล้วมาคุยกันดีๆ สักที ผมรับมือกับเธอจนเหนื่อยแล้วมันก็กินเวลามากเกินไปด้วย
“โอเค เธอเปิดประตูไว้แบบนั้นก็ได้ ฉันแค่จะมาคุยด้วยจริงๆ อ่ะ เอางี้ ฉันวางมือถือพร้อมกดเบอร์ 191 เอาไว้ ถ้าฉันทำอะไรไม่ดีเธอคว้ามากดโทรออกได้เลย โอเคไหม? คือฉันไม่ได้จะมาทำอะไรเธอจริงๆ เธอไม่ได้น่าทำขนาดนั้นไหมวะ โว๊ะ”
“ก็นายไม่น่าไว้ใจ”
ผมเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองกดเบอร์ตามที่บอกไว้จริง แล้วนำไปวางบนโต๊ะหนังสือก่อนลากเก้าอี้ออกมาให้เธอนั่ง ร่างเล็กกอดตัวเองเหมือนไม่อยากให้ผมมองเธอในสภาพชุดคลุมอาบน้ำตัวเดียว แต่ก็ไม่กล้าเดินจากประตูเข้ามาหยิบเสื้อผ้า โอเค ผมรู้ว่าถึงเธอจะดูว่องไวและมีสกิลการป้องกันตัวอยู่บ้างแต่ยังไงก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ สู้ผู้ชายตัวใหญ่กว่าอย่างผมไม่ได้เสมอไปหรอก
คิดได้ดังนั้นก็เป็นผมเองที่ต้องเปิดตู้เสื้อผ้าของเธอแล้วเลือกชุดให้เธอใส่ พยายามหาชุดที่มันปิดมิดชิดที่สุดก็แล้วกันเนอะ เธอจะได้ใส่แล้วดูไม่ล่อแหลมต่อเพศผู้ ทั้งที่เธอไม่ใช่สเปคผมเลยด้วยซ้ำ ถ้าผมมีสตินะเรื่องจูบแบบเมื่อวานจะไม่เกิดขึ้นเลย ถึงผมจะปากหมาแต่ผมก็ลูกผู้ชายพอนะ
“เธอไม่มีกางเกงที่มันยาวกว่านี้แล้วเหรอ?”
“นายทำอะไรกับเสื้อผ้าฉัน แอบดมกางเกงในหรือเปล่า?”
“ประสาท! จะหาเสื้อผ้าให้เธอใส่ไง เป็นสาวเป็นนางมายืนนมตั้งคุยกับผู้ชายได้ยังไง หัดอายซะบ้าง”
“ฉันอยู่ในห้องฉันดีๆ จะแก้ผ้าก็เรื่องของฉันไหม นายนั่นแหละที่โผล่เข้ามาเอง”
เออใช่ ไม่เถียงดีกว่า... ผมเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เธอชุดหนึ่ง เป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาสั้นแต่ยาวที่สุดในตู้แล้วล่ะ คนบ้าอะไรใส่แต่กางเกงสั้นๆ ส่วนชุดชั้นในกับกางเกงในผมก็หยิบมั่วๆ มาน่ะไม่ได้ยืนเลือก จากนั้นก็เดินเอาไปวางไว้ให้เธอในห้องน้ำ ก่อนกำชับว่าให้แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วค่อยออกมาคุยกัน
แล้วผมก็เดินมาจัดการชามโจ๊กต่อ ผมไม่อยากทิ้งไว้นานกลัวโจ๊กมันจะไหลไปโดนเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินในห้อง ถ้าไม้มันปูดบวมมาผมต้องรื้อทำใหม่อีก เสียเงินเสียเวลา ผมเลยจัดการให้เรียบร้อยทั้งเก็บเศษชาม โกยโจ๊กใส่ถุง กวาดถูบริเวณที่เลอะ นำทุกอย่างใส่ถุงดำที่เธอวางไว้ข้างถังขยะ ซ้อนหลายๆ ชั้นก่อนนำไปวางไว้มุมห้อง
“ยืนเป็นวิญญาณอะไรอยู่ตรงนั้น มานั่งก่อน ฉันจะรีบคุยรีบไปเรียนแล้ว”
“ปกตินายปากหมาแบบนี้เหรอ?”
“เออน่า ฉันปากแบบนี้แต่ไม่ใช่คนเลวอะไรนะ”
“แล้วนายเป็นบ้าอะไรมาจูบฉันเมื่อวาน รู้ไหมฉันเสียหายมาก ฉันรีวิวขนตาปลอมให้ลูกค้าไม่เสร็จแถมมีคลิปหลุดโดนผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้จูบ ฉันไม่กล้าเข้าเฟซบุ๊คดูกระแสเลย แบบนี้งานฉันหดแน่ ฉันต้องหาเงินนะ”
เธอไม่ยอมเดินมานั่งแต่ยืนกอดอกคุยกับผมอยู่ที่ประตูห้องน้ำ ผมเลยเป็นคนนั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้เอง พลางคิดตามที่เธอพูดอย่างตั้งใจ เหมือนว่าเธอจะหารายได้พิเศษจากการรีวิวของเหรอ? งั้นก็เข้าทางเลย
“ฉันลดค่าเช่าห้องให้เธอเพื่อชดเชยรายได้ที่เธอเสียไป เธอเสียหายไปกี่บาทไปเอาหลักฐานมาว่ากันได้ จะลดกี่บาทกี่เดือนฉันโอเคหมด แค่เธออย่าออกจากหอนี้ก็พอ ฉันก็มีเหตุจำเป็นที่จะยอมให้ห้องว่างมากกว่านี้ไม่ได้เหมือนกัน ถือว่าคนละครึ่งทางได้ไหม?”
“นายรับประกันความปลอดภัยไหมล่ะ ว่าถ้าอยู่ต่อจะไม่มีไอ้บ้าที่ไหนบุกเข้าห้องฉันอีก”
“มีฉันคนเดียวที่มีกุญแจของคนทั้งหอ แล้วฉันไม่ได้จะเข้าห้องใครสุ่มสี่สุ่มห้า”
“นายเห็นกุญแจเสียบคาอยู่ที่ประตูเลยจะเอาเข้ามาให้ใช่ไหม ฉันรู้แล้ว นั่นก็ความผิดฉันครึ่งหนึ่ง แต่ถ้านายหวังดีจริงนายแค่เคาะประตูบอกก็ได้นี่ เข้าห้องผู้หญิงแบบนี้มันดูคุกคามกันชัดๆ”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ในห้อง นี่มันห้องเพื่อนน้องชายฉัน เธอแอบขายสัญญาหอต่อกันนี่ก็ถือว่าผิดแล้วนะ ฉันไม่มีชื่อเธอเป็นผู้เข้าพักด้วยซ้ำ”
“แล้วมันผิดตรงไหน? ศรัญมันยังอยู่ไม่ครบปีเลยนี่ฉันก็ซื้อสัญญามาอยู่ต่อ”
โอ้โห มาพูดแบบนี้เจ้าของหออย่างผมนี่ขึ้นเลยนะ ถ้ามันไม่มีเหตุมีผลเขาจะตั้งกฎร่างสัญญากันขึ้นมาเพื่ออะไร อย่างหนึ่งก็ใช่ที่ว่าต้องจ่ายค่าสัญญาแลกเข้าหนึ่งเดือนเพื่อเป็นค่ามัดจำการอยู่ ที่จริงก็เอาไว้หักเผื่อข้าวของเสียหายตอนออกด้วยนั่นแหละ ถ้าไม่มีอะไรเสียหายเราก็คืน ถ้าอยู่ไม่ครบเราก็ยึด ใช่ มันเป็นรายได้อีกทางตามสัญญา แต่เพื่อผลประโยชน์อย่างอื่นของผู้อยู่อาศัยมันก็มีเช่นกัน
“ถ้าสมมติวันหนึ่งเธอนอนตายอยู่ในห้องนี้ แบบโทรลาตายกับเพื่อนไว้แล้ว จู่ๆ เพื่อนบุกเข้ามาขอมาดูเธอ เรียกปอเต็กตึ๊งมาเตรียมขนศพกันเต็มไปหมด แต่ฉันดูรายชื่อคนเข้าพักไม่มีชื่อเธอฉันก็ไม่ให้เข้าค้นนะ ปล่อยตายห่าอยู่นี่แหละ เพราะชื่อห้องเป็นไอ้ศรัญ แล้วมันไม่ได้แจ้งด้วยว่าอยู่กับแฟนหรืออะไร”
“ฉันแค่อยากประหยัดเงิน ศรัญลดค่ามัดจำหอให้ครึ่งหนึ่ง ถ้าฉันมาติดต่อขอเช่ากับนาย ศรัญก็โดนยึดเงินค่ามัดจำ ฉันก็เสียค่าสัญญาเช่าใหม่แบบเต็มๆ น่ะสิ”
“ก็หัวหมอกันแบบเนี้ย ช่างเถอะ ฉันจะเปลี่ยนชื่อคนเช่าต่อให้แล้วกัน ตกลงเสียหายอะไรเท่าไหร่ล่ะจะได้ทำสัญญาให้ใหม่”
“ขอทำใจก่อน ฉันรู้เลยว่าต้องโดนกระแสตีกลับแน่ ฉันคนติดตามเยอะนะนายและไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย ทำคลิปแต่งหน้ามาเป็นปีจู่ๆ ก็กลายเป็นคลิปอนาจารซะงั้น”
“เออ ฉันอยู่กับเธอนี่แหละ ดูก็ดูด้วยกัน โดนด่าก็โดนด้วยกันนี่แหละ ให้ฉันรับผิดชอบเธอด้วยการบวชให้สักพรรษาเลยไหมล่ะ”
[2/3]
__________________

ไม่น่าเลยกู ไม่น่าหน้ามืดไปจูบเธอเลยจริงๆ บอกตรงนี้ว่าผมไม่ใช่พวกเมาแล้วทำตัวหื่นกามแบบนั้นนะ เรื่องผมกับเธอเมื่อวานมันบังเอิญมาก ผมพยายามคิดไล่ตามที่เธอพูดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ก็พอจะจำได้มากขึ้นแล้วล่ะ มั่นใจเลยว่าไม่ได้มีตรงไหนพิศวาสเธอเลยสักนิด ก็แค่ล้มทับโดยบังเอิญ แค่พอเธอจะเสียงดังผมก็โน้มหน้าจูบเธอโดยบะ บังเอิญ... เหรอ?
ทำไมแค่ต้องการจะปิดปากไม่ให้เธอเสียงดังผมถึงไม่ใช้มือปิดล่ะ ใช้ปากปิดทำไม? พอคิดมาถึงตรงนี้ความคิดของผมก็กระตุกห้วง รู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบเพราะเหมือนจะจำได้ลางๆ ว่าตอนประกบปากผมสอดลิ้นเข้าไปด้วย หรือตอนนั้นผมคิดหื่นใส่เธอจริงๆ ? ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย
ผมมองเธอเดินเข้ามาเปิดโน๊ตบุ๊คที่วางบนโต๊ะใกล้กับเก้าอี้ที่ผมนั่ง นี่คงเป็นระยะที่ผมกับเธอใกล้กันแบบที่คุยกันรู้เรื่องแล้ว เรียบเรียงต้นสายปลายเหตุของเรื่องเมื่อวานเรียบร้อย เธอดูหวั่นเล็กน้อยแต่ก็ใจสู้มายืนกอดอกอยู่ข้างผมเพื่อรอโน๊ตบุ๊คเปิดแล้วจะได้ดูข้อมูลอะไรต่อมิอะไรด้วยกัน ผมไม่อยากให้เธอกดดันเลยเลื่อนเก้าอี้พาตัวเองถอยออกห่างจากเธออีกสักช่วงศอกเห็นจะได้
แต่นั่นทำให้ผมเห็นรูปร่างเธอโดยรวมจากด้านหลัง โห ขาสวยจังวะ...
“นี่ นายมาอ่าน มีคนถามมาเยอะเลยว่าฉันโดนข่มขืนหรือเปล่า เป็นอะไรไหม ฉันควรตอบว่ายังไงเนี่ย คิดคำตอบดีๆ มาเลยนะฉันต้องโพสต์แถลงการณ์หน้าเพจ”
“เธอข้ามคนที่มาถามไถ่พวกนี้แล้วไปดูคนจ้างงานก่อนได้ไหม ฉันต้องการยอดความเสียหาย”
ใช้เวลาพักหนึ่งที่เธอเลื่อนดูข้อความต่างๆ ที่มีคนส่งเข้ามา ผมก็ชะเง้อคอมองไปยังจอโน๊ตบุ๊คของเธอเช่นกันเพื่อจะดูความเคลื่อนไหวไม่ให้เธอตุกติก แต่แล้วเวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีเธอก็ยังเงียบ ผมเลยกระแอมทีหนึ่งเพื่อเป็นสัญญาณเตือนว่าผมรอคำตอบอยู่
“นาย...ฉันว่ากระแสมันมีสองด้านแล้วล่ะตอนนี้ พี่เจ้าของแบรนด์ขนตาปลอมที่ฉันรีวิวให้ไม่เสร็จก็เข้ามาถามว่าฉันปลอดภัยดีไหม ถ้าไม่มีอะไรก็รีวิวให้อีกคลิปหนึ่งก็ได้ เขาบอกจะส่งรุ่นใหม่แบบบางเบามาให้ ให้ฉันแต่งหน้าโทนหวานแบบเหมาะกับออกเดต”
“ไม่เข้าใจ พูดง่ายๆ หน่อย”
“คือเท่าที่ดู...มีคนคิดว่าฉันกับนายเป็น...แฟนกัน ฉะ ฉันบอกไม่ถูก นายมาเลื่อนๆ อ่านเองแล้วกัน”
“ไม่เอา ขี้เกียจอ่าน เธอสรุปมาให้ฉันฟังเลย เอาแบบรวบรัด คืองี้นะ ถ้าต้องการให้ฉันออกมาอธิบายอะไรฉันก็ทำให้ได้แหละ แต่จะบอกว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเรื่องบังเอิญมันดูเหมือนฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่ ในเมื่อคลิปนั่นมันก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าฉันพุ่งเข้าไปจูบเธอ มันดูคุกคาม ฉันรู้ว่าเธอเสียหาย”
“นายดูรู้สึกผิดกว่าที่ฉันคิดอีกนะ”
“เอ้า ฉันไม่ใช่คนโรคจิตที่ไปไล่จูบชาวบ้านเขาง่ายๆ นะ โห ฉันนี่สาวๆ มาต่อแถวจีบเป็นขบวนฉันก็ไม่เคยทำอะไรเกินเลย ถ้าเมื่อวานไม่เมามากขนาดนั้นฉันก็ไม่จูบเธอหรอก ขอโทษจริงๆ ว่ะเธอ ฉันไม่ได้อยากทำให้เธอเสียหายหรอก”
“...”
เธอหันมามองหน้าผมนิ่ง ยิ่งทำให้ผมไม่สบายใจ ผมเห็นนะว่าในเพจเธอมีคนส่งข้อความเข้ามาเยอะมาก ผมทำให้เธอลำบากว่ะ แต่ผมก็จะไม่หนีความผิดอะไรทั้งนั้น จะอยู่รับผิดชอบจนเรื่องจบนี่แหละ ส่วนหนึ่งก็เพราะผมเป็นคนดีระดับหนึ่ง อีกส่วนก็จะได้ไม่ผิดสัญญากับป๊าหากยื้อให้เธออยู่ต่อได้
“แล้วถ้ามีคนคิดว่าฉันกับเธอเป็นแฟนกัน มันทำให้แฟนเธอเข้าใจผิด ฉันจะอธิบายกับแฟนเธอให้”
“ฉันไม่มีแฟน”
“ฉันก็โสด งั้นเรื่องแฟนของเราก็ไม่ต้องกังวล เอาเรื่องรายได้ของเธอที่เสียไปก่อนแล้วกันเนอะ ฉันรับผิดชอบในส่วนนี้ให้ก่อน ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยจูบใครแล้วเสียเงินเลยว่ะ”
ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอเป็นใคร ชื่ออะไร ทำรีวิวอะไรถึงมีเพจ แต่ดูแล้วน่าจะเกี่ยวกับการแต่งหน้า ไม่รู้ด้วยว่าค่าจ้างรีวิวน่ะกี่บาท รู้แค่ผมอาจจะต้องลดค่าหอให้เธอหลายเดือนหน่อยเพื่อเป็นการยื้อและปลอบใจ ลดให้ครึ่งหนึ่งสักสามเดือนก็น่าจะพอนะ ค่าหอเดือนละหกพันบาท เก็บแค่ครึ่งหนึ่งเธอคงไม่เดือดร้อนหรอกมั้ง แต่ยังไงก็ต้องรอดูความเสียหายก่อน
“นายๆ มีแบรนด์เครื่องสำอางเข้าจ้างเราไปแต่งหน้าคู่กันวันวาเลนไทน์ด้วยอ่ะ อีกเจ้าจ้างไปถ่ายแบบเสื้อคู่ เฮ้ย งานคู่มาเฉยเลย”
“ตกลงมีเสียหายไหมงานเธอน่ะ?”
“งานไม่เสีย แต่เสียชื่อ ไม่รู้คนจะเลิกติดตามไปกี่มากน้อย”
“ถ้างานไม่เสียฉันไม่ลดค่าหอนะ เธอก็อยู่เหมือนเดิม แต่จะให้ฉันอธิบายให้แฟนคลับเธอเข้าใจว่าอะไรดีล่ะเพื่อกู้ชื่อเสียงเธอกลับมา”
“ก็ไม่เชิงหรอก คือนายก็ฮอตใช่ย่อย เหมือนตอนนี้ดึงกระแสเราสองคนกลับมายังไงก็ไม่รู้ กลายเป็นกระแสคู่ซะงั้น นี่ๆ รับงานคู่กับฉันหน่อยได้ไหม? ฉันร้อนเงินด้วยช่วงนี้”
ใครจะทำให้เหนื่อย ผมไม่ทำหรอก ตกลงคือเธอจะเอายังไงกันแน่ จะให้ผมทำอะไรบ้างรีบพูดมาเถอะ วันนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ไปเรียนแล้วล่ะ ผมยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองซึ่งวางอยู่บนโต๊ะมากดพิมพ์ไลน์บอกเพื่อนในกลุ่มว่าผมไม่ได้ไปเรียน จากนั้นก็หันมาสนใจเธออีกครั้ง
“ตกลงเธอจะให้ฉันทำอะไรกันแน่ ให้ทำงานไม่ทำนะ ฉันมาหาเธอวันนี้เพื่อรับผิดชอบที่ฉันเมาแล้วจูบเธอ ทำให้มีคลิปหลุดและเธอเสียหาย”
“เรื่องจูบฉันไม่ติดใจเท่าไหร่เพราะดูนายไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มันมีเหตุให้นายเข้ามาในห้องเพราะฉันลืมกุญแจเอง ส่วนเรื่องคลิปหลุดฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...”
“ถ้าให้อธิบายว่าเป็นอุบัติเหตุ มันดูไม่เป็นลูกผู้ชายพอว่ะ”
“งั้นนายรับงานคู่กับฉันหน่อยได้ไหม มีเข้ามาสองงานแล้วเนี่ย ฉันมีเหตุต้องใช้เงินด่วน”
“ไม่เอา ขี้เกียจ ไม่ชอบเป็นที่รู้จัก”
“แต่นายเป็นที่รู้จักก่อนจะเกิดเรื่องนี้อีกนะ อย่าขี้เก๊กหน่อยเลยน่า นะๆ ค่าจ้างงานแบ่งกันคนละครึ่ง”
“ไม่ทำ”
“งั้นฉันจะย้ายออกจากหอนี้และแจ้งตำรวจด้วย หลักฐานก็มีเป็นคลิปที่หลุดไป แต่ถ้านายช่วยฉันหาเงินฉันจะไม่แจ้งตำรวจและจะอยู่หอนายต่อโดยไม่เบี้ยวค่าเช่าเลยสักบาทเดียว เลือกเอาว่าการอยู่กับการไปของฉันอย่างไหนมันทำนายเดือดร้อนมากกว่ากัน”
หน็อย ยัยแสบ!! พอรู้จุดอ่อนของผมเธอก็หาเหตุผลมาผลักดันจุดอ่อนนั้นให้กลายเป็นจุดแข็งของตัวเอง ผมมาเพื่อรับผิดชอบการกระทำของผมที่ล่วงเกินเธอไป ไม่ได้มาช่วยเธอหาเงินสักหน่อย แบบนี้เหมือนขู่บังคับกันชัดๆ
“มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ฉันทำให้เธอมีคลิปหลุดที่ไม่ดีแต่จู่ๆ ก็มีงานคู่กันขึ้นมา ความสัมพันธ์อะไรก็ไม่เคยมีต่อกันเลย เราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ”
“ไม่ใช่ปัญหา อีกหน่อยก็รู้จักกันเอง ปัญหาอยู่ตรงที่นายอยากให้ฉันอยู่หรือไปเท่านั้นเอง”
แน่นอนว่าผมย่อมอยากให้เธออยู่ เธอคือไพ่ตายใบสุดท้ายที่ถ้าเธอย้ายออกไปเมื่อไหร่ผมจบแน่ ป๊าจะไม่มีทางไว้ใจผมอีก ในเมื่อเราปากเก่งไปท้าทายป๊าไปแล้วผมต้องทำตามที่พูดให้ดีที่สุดก่อน
งานที่เธอว่าก็แค่เป็นนายแบบใส่เสื้อคู่กันแล้วยืนถ่ายรูปใช่ไหม? ก็ไม่ได้ยากหรอก
“ก็ได้ เอาตามเธอว่า งั้นเราก็เริ่มทำความรู้จักกันตั้งแต่วันนี้ ฉันชื่อน้ำแข็ง วิศวะไฟฟ้าปีสี่”
“ฟักแฟงนะ บริหารปีสี่เหมือนกัน หวังว่าเราจะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน และจะไม่มีอุบัติเหตุจูบกันเหมือนเมื่อวานอีก”
“โธ่ ถ้าฉันมีสติฉันไม่มีวันทำหรอก ต้องหน้ามืดแค่ไหนวะเมื่อคืนถึงจูบเธอได้ ไม่ใช่สเปคสักนิด”
“นายก็ไม่ใช่ ฉันชอบคนหล่อๆ เข้มๆ ไม่ใช่หนุ่มตี๋แบบนาย โอเค วันนี้นายกลับไปได้แล้ว”
กลับไปไหนล่ะ ไปเรียนก็ไม่ได้ไป นี่เก้าโมงกว่าแล้วด้วย ผมไม่มีที่จะไปนอกจากกลับไปนอนเล่นที่ห้องซึ่งก็น่าเบื่อชะมัดเลย ทว่าจู่ๆ ท้องก็ร้องขึ้นมาเหมือนประท้วงว่ากำลังหิว ผมเลยหาทางไปให้ตัวเองได้ในทันที
“ฟักแฟง ไปกินข้าวกัน”
ไหนๆ ก็เริ่มต้นรู้จักกันแล้ว ผมไม่ค่อยมีเพื่อนใหม่ด้วยสิโดยเฉพาะผู้หญิง แต่คนนี้คงต้องยกเว้นเป็นกรณีพิเศษเพราะเรามีเหตุให้มารู้จักกัน ผมต้องสานความสัมพันธ์อันดีไว้เพื่อให้เธอวางใจจะอยู่หอผมต่อ
ข้อมือเล็กถูกผมจับจูงเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมจะล็อคและปิดประตูให้สนิท ก่อนพาเธอเดินออกมา ข้อมือเล็กนั่นขืนแรงผมไม่ไหวเลยปล่อยให้ผมจูงแบบนั้นอย่างจำยอม คือไม่ได้จะแต๊ะอั๋งเธอนะ ที่จับแขนไว้เนี่ยเพราะไม่ไว้ใจเธอเหมือนกัน กลัวจะหาอะไรมาตีผมน่ะสิ
“เพราะมันใช่ไหมทำให้แฟงเลิกกับพี่”
เพียงแค่ผมเดินออกมานอกหอได้ไม่กี่ก้าวก็เหมือนจะได้ยินเสียงผู้ชายคนอื่นดังขึ้นจากทางด้านหลัง ผมหันไปมองด้วยความสงสัย ทว่า...
ผลั้วะ!!
หมัดหนักๆ ซัดเปรี้ยงเข้าที่แก้มผมอย่างจังทั้งที่ผมยังเหลียวมองไม่สุดเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ด้วยว่าใคร แต่หาเรื่องกันแบบนี้ก็มาดิครับ!! ผมกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปต่อยสวนไอ้บ้านั่น ฟักแฟงก็เข้ามากอดผมไว้เพื่อยื้อแรงไม่ให้ผมเข้าไปต่อยมัน เชี่ย เธอควรห้ามไอ้เวรนั่นสิไม่ใช่ผม!
“แฟงจะคบใครก็เรื่องของแฟง เลิกกันแล้วคือเลิก อย่ายุ่งกับเขา เขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้”
“พี่ง้อแฟงมาเป็นเดือน จู่ๆ ก็มีคลิปหลุดโดนผู้ชายจูบ แฟงไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครเข้าหาง่ายๆ แต่มันเข้าห้องแฟงได้จะให้พี่คิดยังไง”
“จะคิดอะไรก็เชิญ อย่ายุ่งกับเขา!!”
ชายดูภูมิฐานคนนั้นตวัดสายตามองผมเหมือนไม่พอใจมาก ซึ่งผมก็ยืนทำหน้ากวนตีนมันเหมือนกัน มันยืนทำหน้าอ้อนวอนยัยฟักเน่านี่อยู่ครู่หนึ่งแต่เธอไม่สนใจมัน เธอหันมาสนใจหน้าผมมากกว่าพลางบ่นอุบเบาๆ ว่าตอนถ่ายรูปจะเห็นชัดไหม บอกว่าจะแต่งหน้ากลบรอยซ้ำให้ผมแทนอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่เข้าใจ เธอไม่ได้ห่วงว่าผมจะเจ็บหรอก ห่วงเรื่องถ่ายงานโน่น
ไม่นานไอ้บ้านั่นก็เดินจากไป...
“แฟนเก่าเธอเหรอ?”
“อืม ตื๊อไม่เลิก”
“ฉันเจ็บฉิบหายเลยเนี่ย เธอจะไถ่โทษให้ฉันยังไง?”
“โอ๊ยยยย ทำไมฉันกับนายเจอกันมีแต่เรื่องเนี่ย กินข้าวเสร็จก่อนค่อยคิดได้ไหมว่าจะทำยังไงต่อไป หิวแล้ว”
เอ้า โมโหหิวแล้วพาลด้วยยัยนี่ ผมที่ยืนมองหน้าเธอด้วยความหงุดหงิดก็โดนจูงให้เดินออกไป คราวนี้ข้อมือผมถูกเธอจูงเดินบ้าง ไม่รู้หรอกว่าจะพาไปกินข้าวร้านไหน รู้แค่เธอดูอารมณ์เสียมากๆ ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
อะไรวะ ตกลงเธอกับผมนี่รู้จักกันไม่ทันข้ามวันมันจะมีแต่เรื่องให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย? ยัยตัวซวยเอ๊ย
END TALK

______________________
TALK
ไม่รู้ใครเจอใครที่รู้สึกซวยกว่ากันเลย ฮ่าาาาาา เอาใจช่วยเฮียแข็งกับเจ๊แฟงด้วยนะฮะ



แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ดื้อดีนักจับฟัดซะให้เข็ด
ถ้าเปิดพรีเมื่อไหร่จะกลับมาสุ่มแจกนิยายในแท็ก 2 เล่มไปเลย!

ติดตามนักเขียนได้ที่
FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]
FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]
TWITTER : @SiraClazzical

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ
1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ
(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น