PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 9 : HUNTED : STEP 08 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ก.ย. 60

CHAPTER  8 

ONGZA  TALK 

 

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป 

 

ผมใช้เวลาที่ผ่านมาพิสูจน์ใจตัวเองกับการดูแลผู้หญิงของผมทั้งสองคน  แต่ความเท่าเทียมมันไม่มีในเมื่อผมพยายามจะทำให้เท่ากันแล้วนะ  ที่รู้สึกว่าไม่เท่าเทียมเพราะอันนาคล้ายว่าจะต้องการผมมากขึ้น  ซึ่งผมยินดีจะอยู่กับน้องเขาไม่ว่าอันนาอยากให้ผมทำอะไรผมทำให้ได้หมดทุกอย่างแต่มันกลับทำให้เวลาของผมกับแอมแปร์น้อยลงไปโดยที่เธอไม่เคยร้องขอหรือเรียกร้องอะไรจากผมเลย 

ผู้หญิงสองคนนี้น่ารักนะ  อยู่ด้วยแล้วให้ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  อีกอย่างที่ต่างกันคืออันนารักผมมากแต่แอมแปร์ไม่  ถึงอย่างงั้นก็เถอะกลับกลายเป็นผมเองที่รู้สึกกับเธอ  แต่!!แอมแปร์น่ารักขึ้นมากนะครับบอกไว้ตรงนี้!!  เธอเลิกหยิ่ง  เลิกยโส   แล้วกลายเป็นยัยแมวตัวน้อยเวลาอยู่กับผม  ไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะได้เห็นเธอมุมนี้ 

"พี่องศาคะ  อันมีธุระตอนเย็นๆแต่ยังไม่อยากกลับเลยค่ะ" 

เสียงเล็กของอันนาพูดเจื้อยแจ้วทำให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิดถึงผู้หญิงอีกคนและมาสนใจผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของผมทันที 

"นี่ก็จะบ่ายสามแล้วนะคะ  ถ้าไม่กลับแล้วจะไปทันธุระได้ยังไง" 

"ขออันนอนกอดพี่แบบนี้อีกหน่อยนะ  อีกสักห้านาทีก็พอ" 

อ้อมแขนเล็กกอดเอวผมไว้แน่นและผมก็กอดเธอตอบเช่นกัน  ใบหน้าจิ้มลิ้มซุกหาอกกว้างเหมือนทุกครั้งที่เธอชอบทำ  ผมรู้ว่าอันนารักผมมากแค่ไหน  แต่ตอนนี้ความจริงที่เกิดขึ้นก็คือผมไม่ได้รู้สึกรักอันนาเท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว  ถามว่ารักไหมก็ยังรักอยู่นะแค่มันน้อยลง 

น่าแปลก  ที่แอมแปร์ทำให้ผมรู้สึกกับเธอมากขนาดนี้ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย  เธออยู่ของเธอเฉยๆผมก็ยินดีจะเข้าหาเธอเอง 

น่าแปลก  ที่ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ทำให้ผมมีความสุขมากแต่ผมกลับไม่ต้องการ  ผมอยากให้อันนาดูแลตัวเองให้ดีเหมือนที่ดูแลผม  วันนึงถ้าน้องเขาไม่มีผมแล้วเธอต้องอยู่ให้ได้   

ผมมีคำตอบอยู่ในใจตั้งแต่แรกแล้วล่ะว่าผมจะเลือกใคร  ใจผมก็ไม่ได้แข็งพอที่จะทำให้อันนาเจ็บปวดได้ในทันทีหรอกนะ  อย่างน้อยผมก็อยากจะยื้อเวลาให้อันนาเข้มแข็งและอยู่ให้ได้ในวันที่เราลดสถานะลงเป็นแค่พี่น้องกัน 

"นี่ถ้าเราเรียนจบแล้วมีแพลนจะทำอะไรต่อไหนเล่าให้พี่ฟังสิคะ" 

"ก็แต่งงานกับพี่องศาไงคะ  อันคงจะมีความสุขมากๆที่ต้องตื่นมาเจอหน้าพี่ทุกวัน  ได้ดูแลพี่  ได้ทำอาหารที่พี่ชอบให้พี่ทาน" 

ใช่  เราเคยคุยกันว่าอย่างนั้น  แต่นั่นมันก่อนที่ผมจะมีแอมแปร์เข้ามา  ผมกลับรู้สึกว่าผมน่าจะอยู่กับแอมแปร์แล้วมีความสุขกว่า  อย่างน้อยผมก็ไม่ได้ฝืนใจตัวเองแล้วทำร้ายใครอีกคนอย่างที่กำลังทำ 

"แล้วถ้าเราไม่มีวันนั้นแล้วล่ะ  อันจะทำยังไงคะ" 

ผมเลือกที่จะถามให้ตรงกับสิ่งที่ผมคิด... 

"ถ้าพี่จะไปหานังแอมแปร์อะไรนั่นอันไม่ยอม  จะเลิกกับอันพี่หาผู้หญิงที่ดีกว่านั้นไม่ได้แล้วเหรอคะ  ถ้าเป็นมันอันก็ไม่มีวันยอม" 

"แต่พี่เชื่อว่าสวยๆอย่างอันหาผู้ชายที่ดีกว่าพี่ได้แน่นอน" 

"เลิกพูดเถอะอันไม่อยากฟังแล้ว  ขอตัวกลับก่อนนะคะ" 

พยายามพูดอ้อมๆหลายครั้งแล้วนะผลมันออกมาคืออันนาตัดจบแบบนี้ทุกที  ผมนอนมองเธอแต่งตัวอยู่หน้ากระจกแล้วก็แอบใจหายเหมือนกันที่ผมกำลังจะเสียผู้หญิงที่รักผมมากคนหนึ่งในชีวิตเพื่อไปหาคนที่ผมรู้สึกมากกว่า  และมองเห็นอนาคตมากกว่า   

ตอนอยู่กับแอมแปร์ผมเป็นตัวของตัวเองที่สุดและผมรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ   

ผมเลวเรื่องผู้หญิงผมยอมรับ  ถึงอยากปล่อยให้อันนาไปเจอผู้ชายที่ดีกว่าผมไง  นี่แหละคือข้ออ้างกับการเห็นแก่ตัวของผมเอง  ต่อให้ผมมันโคตรเพลย์บอยแค่ไหนที่ผ่านมาฟาดฟันผู้หญิงมามากมายแต่พอเจอกับแอมแปร์ผมมันก็แค่ผู้ชายกากๆคนหนึ่งที่กำลังทะเยอทะยานอยากชนะใจเธอให้ได้ 

เธอมีอะไรที่ทำให้ผมให้ผมหลงมากมายเหลือเกิน... 

 

ฟอด 

 

สัมผัสนุ่มที่แก้มทำให้ผมผินหน้ามองหน้าตาจิ้มลิ้มที่กำลังส่งยิ้มมาให้ 

"ขับรถกลับดีๆนะ  ไว้พี่จะโทรหา" 

"ค่ะ  อันรักพี่นะคะ" 

ผม...ไม่ได้รู้สึกชื่นใจที่ได้ยินมันเหมือนแต่ก่อน 

"ครับ  วันหลังจะมาหาก็บอกพี่จะได้ไปรับ" 

"ไม่เป็นไรค่ะ  อันเป็นแฟนพี่อันจะมาตอนไหนก็ได้  แต่กับผู้หญิงที่ไม่ใช่แฟนก็ไม่ควรพามาบ้านให้อันเห็นนะคะ  เชื่ออันนะว่ายัยแอมแปร์อะไรนั่นไม่มีทางรักพี่หรอก  มันไม่ใช่คนดี  ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะมายุ่งกับแฟนคนอื่นล่ะคะ  จริงไหมมันรู้แต่มันก็ทำ  ต่อให้พี่คบกันขึ้นมาจริงๆคิดเหรอคะว่ายัยนั่นจะหยุดอยู่ที่พี่  ไม่มีทาง" 

"พี่รู้" 

"รู้ก็ดีค่ะ  อันจะทำให้มันออกไปจากชีวิตพี่ให้ได้" 

แล้วคนตัวเล็กก็เดินออกจากห้องนอนของผมไปโดยทิ้งคำขู่เอาไว้ให้ผมงงเล่นๆ  เฮ้อ...ที่อันนาพูดมาน่ะผมรู้หมดแหละว่าแอมแปร์เป็นยังไง  เธอคุยกับผู้ชายเป็นว่าเล่น  คงจะหยอกล้อกันไปมาจนได้เรื่อง  เหตุการณ์ที่เธอโดนแฟนของผู้ชายสักคนในสต็อกเธอมาตบหน้าถึงคอนโดผมก็อยู่  แต่ถ้าพิชิตใจผู้หญิงแบบนั้นได้ผมก็คงเป็นยอดชายแล้วล่ะ  ท้าทายดีชะมัด 

เสื้อเชิตสีเทาถูกสวมใส่เพื่อเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอก  ผมจัดการแต่งตัวซะใหม่แล้วขับรถไปหาแอมแปร์ที่คอนโดพร้อมกับแวะซื้ออาหารเข้าไปด้วย  รู้ว่าเธออยู่ห้องก็กินแต่อาหารแช่แข็งที่เวลาหิวก็เอาออกมาเข้าไมโครเวฟเป็นการอุ่น  มันจะอร่อยสู้อาหารที่เพิ่งทำเสร็จร้อนๆได้ยังไง 

สองเท้าย่างก้าวตรงดิ่งไปยังห้องพักของเธอทันที  แล้วผมเห็นดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่วางไว้หน้าห้อง  มันอดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาและเปิดการ์ดอ่านว่าเจ้าของคือใคร 

FRIDAY  LOVE 

Love you always na ka babe. 

P'ZEE 

หึ  ไอ้ซี!! 

เอาดอกไม้มาวางให้อย่างกับเป็นสุสานเลยนะมึง!! 


LOADING 30 %


ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก  

 

ผมเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องอยู่สองสามรอบกว่าเธอจะมาเปิด  สภาพที่ผมเห็นคือเธอเพิ่งตื่นนอนและตอนนี้ก็สี่โมงเย็น  แสดงว่าเมื่อคืนทำงานหามรุ่งหามค่ำอีกแล้วสิท่า 

เธอเดินมาเปิดประตูให้ผมแล้วก็เดินงัวเงียเข้าไปนอนต่อตามแบบฉบับคนขี้เซา  อ่อ  อัพเดตหน่อยว่าผมเข้าห้องนอนเธอได้แล้วนะจากเมื่อก่อนโดนสั่งห้ามเข้าเด็ดขาด  ห้ามอยู่ใกล้เกินควร  แต่ตั้งแต่ที่เธอเปิดโอกาสลองใจสามเดือนนั้นผมก็ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ  ยกเว้นมีอะไรกันเรื่องเดียวที่ยังห้ามอยู่ 

"องศา  อย่ากวนฉันง่วง" 

"นอนตอนกี่โมงเนี่ย" 

"แปดโมง" 

"ตื่นได้แล้ว  มากินข้าวกัน" 

เธอมุดหน้าเข้าหมอนเหมือนหาท่าที่สบายเพื่อนอนต่อ  แต่ผมเอื้อมมือไปดึงแขนฉุดให้เธอลุกมานั่งด้วยสภาพคอพับคออ่อน 

"องศา  ฉันง่วงงงงงง" 

"ตื่นๆ  นอนยันเย็นไม่ดี  มากินข้าวก่อน" 

สองมือของผมจับที่หัวไหล่มนทั้งสองข้างแล้วออกแรงเขย่าเป็นการปลุกเธออีกครั้ง  ทว่าแอมแปร์ยื่นแขนมาคล้องคอผมแล้วดึงล้มลงนอนข้างๆเธอซะอย่างงั้น 

เนี่ย  แอมแปร์ลุคเนี้ย  มีใครเคยได้เห็นไหมล่ะ? 

ผมเป็นตัวของตัวเองได้สุดไปเลยตอนอยู่กับเธอ  เปรียบเทียบตอนผมอยู่กับอันนามันก็คนละความรู้สึกกัน  กับน้องเขาผมคือพี่ชายแสนหวานและแฟนแสนดีแต่ผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้น  อืมมมม  พูดยากแฮะ ตอนอยู่กับอันนาผมเปลี่ยนตัวเองเป็นบทบาทอื่นไม่ได้เลยเหมือนว่าอันนาคาดหวังให้ผมเป็นแบบนั้น  เธอชอบแบบนั้นผมเลยต้องเป็น  จริงๆไม่ได้หนักหนาอะไรหรอกที่จะทำให้น้องเขาสบายใจแต่พอเจอทางที่ใช่มากกว่าเรื่องเลยวุ่นวายแบบนี้ 

"นึกว่าจะไม่มาหาฉันซะแล้ว" 

"ก็อยู่กับอันนามาเลยไม่ว่าง  พอว่างก็รีบมาหาเธอเลย" 

เปลือกตาสวยลืมขึ้นมามองหน้าผม  ผมไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่แต่แอมแปร์ตอนตื่นนอนนี่น่าขย้ำชะมัด  ถ้าตื่นมาเจอแบบนี้ทุกวันผมคงตั้งโด่เดตั้งแต่เช้าเลย  แหม่  คิดแล้วดี๊ดี 

"อาทิตย์นี้งานฉันยุ่งมาก  นายอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม" 

"อื้อหือ  ไปแปรงฟันก่อนไปเธอนี่" 

คือผมกับเธอสนิทกันมากขึ้นถึงขั้นนี้แหละ  สามารถพูดออกไปตรงๆได้แบบไม่มีกั๊ก  นับว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ก้าวกระโดดมาก 

"นายว่าฉันปากเหม็นใช่ไหมองศา  เดี๋ยวเถอะ" 

แล้วเธอก็ลุกจากเตียงก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยอาการตื่นนอนเต็มที่แล้วผมจึงออกไปจัดการเรื่องกับข้าวให้พร้อมเพื่อรอคุณนายมากิน  ไม่นานเธอก็เดินมานั่งที่โต๊ะอาหารซึ่งทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว  เธอเป็นคนกินง่าย  ไม่ว่าจะซื้ออะไรมาเธอกินได้หมด 

"เออ  ฉันเก็บดอกไม้หน้าห้องมาให้" 

ผมโบ้ยปากไปทางช่อดอกไม้ที่วางอยู่บนเคาท์เตอร์ครัว  ก็หยิบมาวางพร้อมกับถุงกับข้าวน่ะแค่ดอกไม้ง่อยๆไม่ได้สำคัญอะไร 

"ของพี่ซีใช่ไหม?" 

"อืมใช่  ทำไม  นอกจากมันแล้วยังมีตัวผู้ที่ไหนมาตอมเธออีกเหรอ" 

"มีสิ  ก็นายไง" 

"นึกว่ามีคนอื่นอยู่อีก  ฉันหึงนะ" 

เรานั่งกินข้าวพร้อมพูดคุยกันไปด้วยทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูมีชีวิตชีวามากขึ้น  ผลัดถามตอบกันไม่เก้อเขินเหมือนแต่ก่อน 

"ถ้านายมาหาฉันวันศุกร์ก็จะเจอช่อดอกไม้ของพี่ซีทุกครั้งแหละ" 

"ทำไม  แม่มันเกิดวันศุกร์เหรอ" 

"เปล่า  ฉันกับเขาเกิดวันศุกร์  แล้ววันที่ตกลงคบกันก็คือวันศุกร์  เลยถือว่าเป็นวันพิเศษ  ทุกๆวันศุกร์เขาจะมีดอกไม้มาให้ฉันไม่เคยขาด" 

"แล้วมันมาหาเธอไหมช่วงนี้" 

"ไม่  พี่ซีไม่ได้มาหาฉันแล้ว  ไม่โทรมาหาด้วยซ้ำ" 

เมื่อพูดถึงแฟนเก่าเธอก็ละความสนใจจากอาหารตรงหน้าและแอบเหม่อเล็กน้อย  ผมจึงชวนคุยต่อ 

"มันไม่มาหานี่ดีหรือไม่ดีล่ะ" 

"ก็เฉยๆ  เขาไม่ได้มีผลอะไรกับฉัน  แต่เรื่องเก่าๆของเขาต่างหากที่ส่งผลถึงตอนนี้  ช่างเถอะ  เอาเป็นว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาตั้งนานแล้ว  รอนายทำคะแนนอยู่" 

เธอส่งยิ้มมาให้ผมอย่างน่ารักเมื่อพูดทิ้งท้ายประโยคไว้แบบนั้น 

"แล้วงานเธอยุ่งเหรอถึงจะให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน" 

"ก็...ยุ่งนะ  เยอะด้วย  แต่ถ้านายไม่ว่างไม่เป็นไรเผื่อนัดกับอันนาไว้ฉันก็ไม่อยากกวน  ไว้ว่างจากแฟนนายค่อยมาหาฉันก็ได้" 

"ฉันจะอยู่กับเธอเอง  โหมแต่งานเธอก็ไม่ดูแลตัวเองอีก  กินข้าวให้มันตรงเวลาเหมือนคนอื่นบ้างเถอะผอมจะแย่" 

"นายขี้บ่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" 

นั่นสิ  ผมกลายเป็นคนขี้บ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ 


LOADING 50%


Rrrrr 

 

BOTH... 

ไอ้โบ๊ทเหรอ  ผมไม่ได้คุยกับมันนานแล้วแฮะ 

"ว่าไงครับมึง" 

[มึงจำน้องคนนั้นที่แพ้ครีมเด็กมึงได้ปะ?] 

พยายามตั้งสติแล้วนึกตามที่ไอ้โบ๊ทบอกจนกระทั่งถึงบางอ้อ  คือเด็กผมก็เยอะนะก่อนหน้านี้ก็มีเลยต้องใช้เวลาไล่เรียงนิดหน่อย 

"อ่า  จำได้" 

[คือเพื่อนกูอ่ะมันช่วยน้องมันทำวิจัยเรื่องอาการแพ้สเตียรอยด์ของผิวหน้า  แบบพวกอาการและการเสื่อมสภาพของหนังกำพร้ารวมถึงเรื่องระยะฟื้นตัวของ...] 

"หยุด  กูขอย่อๆ" 

[ย่อๆก็คือว่าน้องคนนั้นไม่ได้แพ้สารอะไรจากครีมและเครื่องสำอางค์ของเด็กมึงเลย  มันไม่มีสารอันตรายที่ทำให้แพ้หรือเกิดอาการได้  แปลกๆไหมล่ะมึง] 

"มึงกำลังจะบอกอะไรกู" 

เธอเริ่มมองหน้าผมเมื่อสีหน้าของผมเริ่มตึงเครียดขึ้นมา  จะให้ยิ้มได้ยังไง  นี่นับเป็นปัญหาอีกเรื่องที่เข้ามาเลยนะซึ่งทุกวันนี้ปัญหาในชีวิตเธอมันยุ่งเหยิงมากพอแล้ว  คนที่จะเครียดกว่าผมตอนรู้เรื่องก็คือเธอนี่แหละ 

[ที่กูคิดคือมีคนก็อปของมาขาย  ของไม่มีคุณภาพพอมีปัญหาเจ้าของแบรนด์ก็เสียหาย  อืมมม  กับอีกอย่างคือมีคนจ้องจะเล่นงานให้เธอเสียชื่อเสียงอยู่แล้ว  อาจจะเป็นแบรนด์อื่นๆที่ทำเครื่องสำอางค์เหมือนกันก็ได้  ทำธุรกิจมันก็บรัฟกันหนักแบบนี้แหละ  ใครดีใครได้  กูจะมาบอกแค่นี้แหละนอกนั้นมึงจะทำอะไรก็เรื่องของมึง  แต่เพื่อนกูมันบอกว่ามันทดลองเรื่องนี้มาชัวร์ๆแล้วว่าไม่ใช่สารตัวเดียวกัน] 

"อืม  ขอบใจว่ะ  ไว้กูจะจัดการเอง" 

ผมพูดไปแบบนั้นทั้งที่ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มจัดการจากอะไรตรงไหนในเมื่อเรื่องนี้มันซาจนคนลืมไปแล้วด้วยซ้ำ  ปล่อยผ่านไปก็ไม่ดีอีกเผื่อเป็นอย่างที่ไอ้โบ๊ทคิดขึ้นมาสักวันมันต้องเกิดเรื่องเสียหายขึ้นอีกซ้ำซากทั้งที่เธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย  นี่ผมยอมรับเลยนะว่าตอนแรกผมเชื่อสนิทใจว่าเครื่องสำอางค์เธออาจไม่มีคุณภาพจริงถึงมีคนหน้าแพ้เห่อแบบนั้นได้ 

ตอนนี้เชื่อแล้วล่ะว่ามันปลอดภัยอย่างที่เธอมั่นใจจริงๆ 

"มีอะไรรึเปล่า ทำไมนายทำหน้าแบบนั้น?" 

"กินข้าวให้เสร็จก่อน  ฉันหิว" 

พยายามเฉไฉถ่วงเวลาคิดว่าควรจะบอกเธอดีไหม... 

แต่เจ้าของเขาควรต้องรู้ป่ะวะ... 

ความคิดตีกันยุ่งเหยิงในขณะที่ผมนั่งกินข้าวต่อท่ามกลางสายตาสงสัยของเธอ  เธอควรรู้ก็จริงแต่ผมไม่อยากให้เธอเครียดนี่หว่า  เรื่องมันก็ซาไปแล้วแต่ดันไม่จบ 

ผมยื้อเวลามาเรื่อยๆจนเรากินข้าวกันเสร็จและเธอเดินไปนั่งงมกองเอกสารเพื่อทำงานของเธอต่อ  เป็นถึงเจ้าของธุรกิจก็ควรจะสบายได้แล้วแต่เธอยังโถมงานหนักทุกวันด้วยเหตุผลว่าไม่อยากจ้างคนมาทำแทน  มันไม่ได้ดั่งใจในเมื่อทำไหวเธอจะทำเอง  ว่าที่เมียผมก็จะเป็นสาวเก่งประมาณนี้ 

"มานั่งจ้องหน้าฉันทำไม  มีอะไรก็พูดมา" 

"น้องที่หน้าพังแล้วอ้างว่าใช้เครื่องสำอางค์ของเธออ่ะ  จริงๆแล้วไม่ได้แพ้นะ  สารที่แพ้ไม่มีอยู่ในเครื่องสำอางค์เธอ  เลยสงสัยว่าอาจโดนจู่โจมจากคู่แข่งหรือยังไงแน่" 

"อืม  ฉันรู้อยู่แล้ว" 

"เธอรู้?  รู้ได้ยังไง?" 

ในเมื่อผมเพิ่งรู้เมื่อชั่วโมงก่อนเองแล้วเธอจะมารู้ก่อนผมได้ยังไง  หรือไปเป็นชู้กับไอ้หมอที่วิจัยนั่นอีกคน? 

"รู้ว่าน้องเขาไม่ได้แพ้เครื่องสำอางค์ฉันแน่นอน  ก่อนวางขายฉันทดลองกับคนไม่ต่ำกว่าร้อย  ฉันก็สืบอยู่ว่าเรื่องเป็นมายังไงแน่" 

แอมแปร์เป็นผู้หญิงที่ก้าวนำผมไปหนึ่งก้าวเสมอไม่ว่าจะเรื่องอะไร  เธอมีไหวพริบ  เธอมีสติและมักจะจัดการปัญหาด้วยตนเองแบบนี้คล้ายว่าอยู่ตัวคนเดียวจนชินที่จะทำอะไรเอง 

"ทำอะไรไม่บอกกันเลยนะ  มีฉันไว้ทำไมล่ะ" 

ขอผมงอแงหน่อยเถอะ  รู้ว่าเธอเก่งแต่ผมอยู่ข้างเธอแล้วก็ให้ผมมีส่วนร่วมอะไรบ้างก็ยังไง 

ตาคมเปรยมองมาที่ผมก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้ม  เธอลุกขึ้นยืนและเขย่งจูบที่ปลายคางผมเบาๆทำเอาผมทำหน้าไม่ถูกเลยแฮะ  ไม่รู้เธอจะมาไม้ไหนอีก 

"มีนายไว้เป็นกำลังใจฉันไง  ว่าที่แฟน" 

"เธออย่ามาอ่อยฉันแบบนี้นะ  ฉันคิดจริงนะเว้ย" 

"ก็รอนายโสดอยู่ไง  ถ้านายโสด... ฉันจะได้ทำอะไรสะดวกขึ้น" 

 

ตึกตัก  ตึกตัก  ตึกตัก 

 

เสียงหัวใจเต้มโครมครามแทบจะหลุดออกมาจากอกกับการกระทำและคำพูดที่โคตรจะมีผลต่อใจของผม  สายตาคมจิกมองโปรยเสน่ห์เล็กๆน้อยๆที่เธอมีแค่นี้ก็ทำให้ผมยืนนิ่งงันอยู่กับที่ไม่ได้ไหน 

"เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันเลือกเธอ" 

"ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นจนกว่าเวลาสามเดือนจะหมดลง" 

"มันนานไปด้วยซ้ำ  คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว" 

"หึ  นี่ฉันยอมเป็นตัวเลือกให้ผู้ชายครั้งแรกเลยนะ ถ้าสามเดือนนายโสดให้ฉันไม่ได้ก็อย่ามาหาว่าฉันใจร้าย  เพราะฉันจะไม่กลับมาเลือกนายเหมือนกัน" 

ผมรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของเธอเล็กน้อย  ทำไมมันคล้ายกับการบังคับผมให้เลิกกับอันนายังไงก็ไม่รู้ 

"...." 

"ฉันไม่ได้ให้นายเลิกกับแฟนแต่หมายถึงถ้านายเลือกใครก็ควรจะชัดเจนสักที  ถ้าคำตอบมันไม่เป็นฉันเราก็จบกันไป  ฉันก็จะไม่สนใจนายแล้วไง  จะให้ฉันเข้าไปยุ่งเรื่องของนายกับแฟนอีกทำไม  จริงไหม?" 

เธอมักจะรู้ทันความคิดผมอยู่บ่อยๆ  โอเค  เข้าใจทุกอย่างอยู่แล้วแต่ขอเวลาให้อันนาได้ทำใจก่อน  ผมทำร้ายน้องเขาในทันทีไม่ได้  ผมทำไม่ลง 

เราจบการสนทนาเรื่องความสัมพันธ์สามผัวเมียไว้แค่นั้น  แอมแปร์ให้ผมช่วยดมกลิ่นน้ำหอมต่างๆที่เธอมีด้วยเหตุผลว่าจะปรับกลิ่นน้ำหอมใหม่เพราะสินค้ามีเท่าเดิมมานานแล้ว  จำเป็นต้องหาไอเท็มใหม่มาเติมเต็มการตลาดหวังโปรโมทในช่วงซัมเมอร์นี้  เธอถึงได้โหมงานเป็นบ้าเป็นบอเพราะกลัวจะไม่ทัน เห็นว่าถ้าสรุปกลิ่นได้แล้วจะต้องสั่งทางโรงงานผลิตซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร  ผมก็ไม่รู้ขั้นตอนเรื่องพวกนี้นักหรอก  ลำพังเป็นเจ้าของสวนยางพารากับเจ้าของร้านกาแฟก็ยังไม่ค่อยได้ดูแลใส่ใจงานเท่าไหร่เลย 

"เธอจะให้ฉันอยู่ด้วยกี่วัน  จะได้กลับไปเก็บเสื้อผ้าถูก" 

"นานเท่าที่นายอยากอยู่" 

"ทำไมช่วงนี้เธอใจดีแปลกๆ" 

"ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ  ขี้ตามใจ แค่เมื่อก่อนไม่ค่อยทำกับนายนายเลยไม่ชินรึเปล่า" 

ถ้าถามว่าอยากอยู่ที่นี่นานแค่ไหนผมก็อยากอยู่ไปตลอด  แล้วอันนาล่ะ?  ผมจะยังได้เจอน้องเขาอยู่ไหม?  อีกอย่างผมทิ้งอิงฟ้าไม่ได้หรอก 

"ไปกลับดีกว่า  ห่วงอิงฟ้า" 

"ก็ตามใจ งั้นนายมาเมื่อไหร่ก็ได้เท่าที่นายอยากมา" 

เสียงเธอดูเข้มขึ้นจนผิดสังเกตุ... 

"ที่อยากให้มาหาบ่อยๆนี่ไม่ใช่ว่าเธอชอบฉันเข้าแล้วเหรอเนี่ย" 

เธอไม่ตอบเพียงแต่หัวเราะหึๆในลำคอแล้วทำงานต่อไป อ่า  จริงๆแล้วคืนนี้ผมนอนที่นี่ได้แหละ  ปกติหายไปวันสองวันอิงฟ้าอยู่ได้สบาย  แต่ถ้าอยู่เป็นอาทิตย์ผมทำไม่ได้หรอกเป็นห่วงน้องสาวคนเดียวของผม   

"นายจะกลับกี่โมงล่ะ" 

"ไม่  วันนี้จะนอนด้วย มีเสื้อผ้าสำรองในรถพอดี" 

"นายเพิ่งนอนกับอันนามาใช่ไหม  กลิ่นน้ำหอมเธอติดตัวนายมา" 

"ก็...อืม  ฉันอยู่กับอันนาตั้งแต่เมื่อคืน" 

ทำไมผมต้องรู้สึกผิดทุกครั้งที่บอกเธอว่าผมนอนกับอันนามา  ทั้งที่เธอไม่ได้ว่าหรือโกรธอะไรผมสักนิด  ไม่เอ่ยปากบ่นอะไรออกมาเลยด้วยซ้ำแต่เป็นผมเองที่นึกโกรธตัวเอง 

เมื่อไหร่ความสัมพันธ์ของเราจะลงตัวสักที...   

เมื่อไหร่เธอจะรักผมเหมือนที่ผมรักเธอ... 

หรือผม...ต้องใจแข็งเลิกกับอันนาให้เร็วที่สุด... 

 

END  TALK 


LOADING 100 %

 

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #52 0614626364 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 18:37
    มีดราม่าแน่ๆ เลย
    #52
    0
  2. #51 aommallka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 13:10
    เลิกเลยๆเลิกกับอันนา..มาดูแลแอมเปย์
    #51
    0
  3. #50 kanyapakmint009 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 19:25
    เลิกกับอีอันนาเลยๆๆๆ
    #50
    0
  4. #49 0614626364 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 22:57
    มุ้งมิ้งกันจังสามีบ่นภรรยาโอ๊ะ!ยังไม่ใช่ๆคิคิ
    #49
    0
  5. #48 0614626364 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 01:11
    ยังไม่ถึงตอนกินมาม่าแน่ๆถ้าถึงใครจะเป็นคนที่เจ็บสุดน้าา~รออ่านต่อค่ะ
    #48
    0
  6. #43 Looknam_ss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:58
    รอค่าาา~ อยากอ่านต่อแล้ว^-^
    #43
    0