PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 7 : HUNTED : STEP 06 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60

CHAPTER  6 

ONGSA 


แววตาเศร้าของอันนาที่บอกรักผมตอนก่อนจะลงรถไปเมื่อครู่ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ  แม้ว่าผมจะไปส่งน้องเขาที่บ้านได้สักพักแล้วก็ตาม  อันนาไม่เคยงอแง  ไม่เคยงี่เง่าขนาดนี้มาก่อน  แต่ครั้งนี้เธอถึงกับร้องไห้อ้อนวอนให้ผมเลิกยุ่งกับแอมแปร์   โอเค  ผมเข้าใจว่าไม่อยากให้ยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นหรอก  แต่...ก่อนหน้านี้ผมก็เป็นแบบนี้มาตั้งนาน  และอันนาไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย  เธอรู้ว่าผมเบื่อผมก็กลับมาหาเธออยู่ดี 


สิ่งที่อันนาบอกกับผมคือแอมแปร์ต้องการจะแย่งผมไปจากเธอ  ซึ่งมันไม่มีทางเป็นอย่างงั้นได้เลย  ผมรุกหนักขนาดนี้ยังไม่ได้ผลแล้วอยู่ๆมีเหรอที่แอมแปร์จะอยากได้ผมขึ้นมา?  ไม่มีทาง   ซึ่งพอผมถามกลับว่ารู้ได้ยังไง  อันนาก็เอาแต่บอกว่าดูก็รู้ว่าแอมแปร์น่ะคิดอะไร  เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลมันไม่มีมูลเลย  เป็นสิ่งที่อันนาคิดเองแน่ๆ 


ผมรู้จักผู้หญิงสองคนนี้ดีพอสมควรนะผมคิดว่าอย่างงั้น  ก็เลยไม่ใส่ใจกับเรื่องที่น้องเขาพูดเท่าไหร่  เรื่องนี้อันนาคิดมากถึงขั้นมานอนกับผมที่บ้าน  เรานอนด้วยกันถึงสองคืนและผมก็ออกมาส่งเธอที่บ้านนี่แหละ   


อ่อ  วันนี้ผมจะมาหาแอมแปร์ด้วย  วันก่อนนัดกันไว้แล้วว่าจะมาเอากระเป๋าตังค์กับเธอที่ห้างดังใจกลางเมืองเพราะเธอต้องเอาน้ำหอมมาออกบูธที่นี่พอดี  จะว่าไปผมไม่ได้คุยกับแอมแปร์เลยนะ  เมื่อวานทักไลน์ไปก็ไม่ตอบผม  คงจะยุ่งเรื่องการเตรียมบูธงานล่ะมั้ง  ตัวผมก็อยู่บ้านกับอันนาตลอดไม่ได้ไปช่วยอะไรเธอเลย   

Rrrrrrrr 


อิงฟ้า.. 


หืม?  น้องสาวผมโทรมา?  ที่บ้านมีอะไรรึเปล่านะ.. 


“ฮัลโหลฟ้า  ว่าไงคะ” 


[พี่องศาอยู่ไหน  หนูมาถึงไม่เห็นอยู่บ้านเลย] 


“อ้าว  ฟ้าลงมากรุงเทพทำไมไม่บอกพี่  แล้วนี่นั่งแท็กซี่จากสนามบินมามันเปลืองตังนะ  รีบกลับมาทำไม  เปิดเทอมต้นเดือนหน้าไม่ใช่เหรอเรา” 


เพราะบ้านผมที่ต่างจังหวัดมันปลอดภัยจากพวกหนุ่มๆที่สุดแล้ว  ผมหมดห่วงทุกครั้งที่อิงฟ้ากลับบ้านช่วงปิดเทอม  แต่นี่น้องกลับมาผมต้องไว้หนวดทำตัวดุๆแล้วล่ะมั้ง 


[ไม่ต้องห่วงหนูหรอกน่า ใช้เวลาอยู่กับสาวๆของพี่ไปเถอะ  แล้ว..เมื่อคืนพาสาวที่ไหนมาบ้านเรา?] 


ขมวดคิ้วครุ่นคิดทันทีที่ได้ยินอิงฟ้าถาม  แต่ผมไม่มีความลับกับน้องอยู่แล้ว  เรื่องอันนานี่น้องสาวผมรู้ดี.. 


“อันนามานอนด้วย  ว่าแต่รู้ได้ไง” 


[เหอะ  นี่คงตั้งใจวางของไว้กันพี่พาผู้หญิงคนอื่นมาล่ะสิ  วางตุ้มหูอันเบ้อเร่อไว้บนโซฟาข้างนึง  บนโต๊ะกินข้าวข้างนึง  น่าไม่อายจริงๆ  แค่นี้นะพี่  กลับมาก็ซื้อกับข้าวมาเผื่อหนูด้วย  บ๊ายบาย] 


คือเรื่องมันเป็นมาอย่างงี้  อิงฟ้าไม่ชอบอันนาเพราะหวงผม  บอกว่าอันนาเป็นคนไม่ดีเหมือนกับหน้าตาอันใสซื่อนั่น  น้องสาวผมบอกว่าผู้หญิงด้วยกันจะดูออกเองว่าคนไหนดีคนไหนแอ๊บ  อันนาจัดอยู่ในหมวดแอ๊บแบ๊วทำตัวน่ารักทั้งที่ไม่ใช่  อันนี้ที่น้องสาวผมเคยบอกน่ะนะ  แต่ผมไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลย  อันนาก็น่ารักดีออก  ผู้หญิงนี่เข้าใจยากชะมัดเลยและผมกำลังอยู่ในวงจรอะไรสักอย่างที่คนรอบตัวผมรู้สึกไม่ชอบกันเป็นลูกโซ่  อิงฟ้าไม่ชอบอันนา  อันนาไม่ชอบแอมแปร์  แต่ช่างเถอะ  มันเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัวของพวกสาวๆที่ตั้งแง่ขึ้นมาทั้งที่พวกเธอยังไม่เคยรู้จักกันดีเลยด้วยซ้ำ  


ผมขับรถฝ่ามรสุมการจราจรที่ติดขัดจนมาถึงห้างสรรพสินค้าซึ่งต้องวนหาที่จอดรถอีกหลายรอบจนชักจะเวียนหัวและเริ่มหิวข้าวแล้วด้วย  ว่าแล้วก็โทรหาแอมแปร์หน่อยดีกว่า  ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนของห้าง 


เมื่อกดโทรออกหาเธอแล้วผมจึงกดสปีคเกอร์โฟนก่อนจะโยนมือถือไว้ที่เบาะข้างๆและวนรถขึ้นไปยังลานจอดรถอีกชั้นหนึ่ง 

ตู๊ดดด  ตู๊ดดดด 


“ฮัล..” 


[อยู่ชั้นG  หน้าเอ็มเค] 


อ่าวเห้ย  วางไปแล้ว...  มาไวไปไวมากแต่ก็รู้เรื่อง  เธอรู้ว่าผมจะโทรมาถามอะไรทั้งที่ยังไม่ได้บอกเลยว่าผมอยู่ไหน  หรือจะมารึเปล่า  ผู้หญิงคนนี้ฉลาด  เธอมั่นใจว่าผมจะมาหาเธอแน่และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ 


เมื่อหาที่จอดรถได้แล้วผมจึงเดินตรงไปยังตำแหน่งที่เธอบอกทันที  ในห้างที่มีผู้คนคราคร่ำในช่วงวันอาทิตย์แบบนี้  ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการมองหาเธอเลยสักนิดเดียว  ผมกวาดสายตามองไปยังเบื้องหน้าก็สามารถพบเธอได้อย่างง่ายดาย  แต่แค่วันนี้...แอมแปร์เปลี่ยนไปนิดหน่อย 


ผมยาวประบ่าของเธอมันสั้นลง  และสีผมเปลี่ยนไปจากสีดำเป็นสีบลอนด์สว่าง  ดูสวยเฉี่ยวไปอีกแบบ  ที่สำคัญรอยยิ้มและท่าทางการพูดแนะนำสินค้าอย่างคล่องแคล่วของเธอทำให้ดึงดูดสายตาหนุ่มๆโดยรอบ  ความรู้สึกเดียวกับที่ผมเจอเธอครั้งแรกนั่นแหละ  สำหรับแอมแปร์ไม่ว่าจะเจอกันมาแล้วกี่ครั้งเธอก็ยังคงมีเสน่ห์ทุกครั้งที่ได้เจอ 


“นี่  สวยให้น้อยลงหน่อยได้ไหม  ฉันหวงนะ” 


ผมเดินเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเธอขณะที่เธอหันหลังจัดสินค้าอยู่แอมแปร์เบี่ยงตัวหลบและหันมาสบตากัน  มือเล็กเอื้อมมาจัดปกเสื้อให้ผมก่อนจะเอ่ยถามต่อ 


“หิวไหม  กินข้าวมารึยัง” 


“ยัง รอมากินข้าวกับเธอนี่แหละ  ว่าแต่เธอตัดผมใหม่ทำไมเหรอ?  แต่ก็สวยดีนะ  เข้ากับเธอดี” 


“พอดีมีเด็กที่ไหนก็ไม่รู้เอาหมากฝรั่งมาป้ายผมฉันน่ะ  ขี้เกียจเอามันออกก็เลยตัดทรงนี้ใหม่เลย  ไปกินข้าวกันเถอะ  มื้อนี้นายเลี้ยงนะเป็นค่าฉันเก็บกระเป๋าตังค์ได้” 


“โอเค  วันนี้ป๋าจะเลี้ยงหนูเองนะครับ  แล้วเธอไม่ทำงานต่อเหรอ?” 


“ไม่เป็นไร  น้องๆดูแลกันเองได้” 


เราพากันเดินเลือกร้านอาหารจนมาจบที่ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งเพราะเธออยากกินผมก็เลยตามใจ  จะว่าไปวันนี้เธอดูสดใสยิ้มเก่งจังเลย  หรือเวลาทำงานเธอจะมีความสุขมากนะ  ก็คงคล้ายกับตอนที่ผมทำเบเกอร์รี่ล่ะมั้ง  ทำอะไรที่ชอบมันทำให้ยิ้มได้ 


แววตาของเธอดูสดใสและมีความสุขอย่างปิดไม่มิด  ไม่ว่าจะตอนพูดคุยกับผม  หรือแม้แต่ตอนกิน  ให้ตายเถอะมันน่ามองจนผมแทบจะละสายตาไว้ไม่ได้  แอมแปร์ไม่ค่อยยิ้มแบบนี้ให้ผมเห็นเท่าไหร่  หรือว่าเราเริ่มสนิทกันขึ้นมาอีกขั้นแล้วนะ?  เธอถึงเปิดรับผมมากขึ้น 


LOADING 20 %

“วันนี้เธอเป็นไงบ้าง  เหนื่อยไหม?” 

ผมชวนคุยขณะที่เรากำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยว 

“ก็ดีนะ  คนเยอะดี  มีลูกค้าเก่าๆมาซื้อน้ำหอมแล้วพูดถึงเรื่องแป้งด้วย  มาให้กำลังใจน่ะเพราะพวกเธอใช้แล้วไม่ได้แพ้” 

“เออ  แล้วนี่ไม่เห็นเธอเอาเครื่องสำอางค์มาขายอ่ะ  เห็นมีแต่น้ำหอม” 

“ก็มันงานน้ำหอมนี่” 

เราคุยกันในเรื่องทั่วไปจนก๋วยเตี๋ยวในชามหมด  ตัวผมสั่งของหวานทานต่อแต่ว่าเธอหยุดเพียงแค่นั้น  ให้เหตุผลว่ายังไม่อิ่มแต่ชุดที่ใส่อยู่รัดรูปมากเกินไปกลัวว่าพุงจะออก  แหม่  ผมก็เข้าใจแหละแต่ไม่อยากให้อดไง  มากินข้าวกับผมแล้วไม่อิ่มนี่มันเหมือนเป็นการหยามกันกลายๆนะ  

“เธอจะกลับกี่โมง” 

“จะกลับแล้วล่ะ  ตอนค่ำๆคนเริ่มซาแล้ว  เด็กๆที่ร้านดูแลกันต่อได้” 

“เจอกันน้อยจัง  ยังไม่หายคิดถึงเลย” 

“แล้วนายจะไปไหนต่อ? ง้อแฟนต่อไหม ยังไง” 

“เปล่า น้องสาวฉันกลับมาแล้วอ่ะ ก็คงกลับไปอยู่กับน้อง” 

“พี่ชายที่แสนดีว่างั้นเถอะ” 

เธอพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเล็กน้อย  แต่ก็จริง  ผมนี่รักยัยอิงฟ้ามากนะ  ไม่ได้แสนดีอะไรหรอก  ออกจะหวงจนน้องรำคาญมากกว่า 

หมับ 

“อะ อะไรของเธอ” 

มือเรียวยื่นมาบีบแก้มผมเบาๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  แปลก…วันนี้เธอแปลกไปจริงๆ  ดูสดใสขึ้น  ทำตัวน่ารักขึ้น  แอมแปร์คนนิ่งๆหน้าตึงๆวันนี้ผมแทบไม่เห็นเลย  แอบประหม่าเหมือนกันแหะ 

“ก็ไม่อะไร  แค่อยากบีบแก้มนายเฉยๆ” 

“ฉันเริ่มกลัวเธอแล้วนะวันนี้เป็นอะไร” 

“ไม่เจอนายวันนึงแล้วเหงา” 

“อยากเจอทุกวันไหมล่ะ?” 

“ได้ไหมล่ะ” 

เชี่ย  กูแพ้เสียงอ้อนแบบนี้  เธอไม่เคยทำให้ผมได้ยินเลยสักครั้ง  ผมคิดว่าเวลาเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นก็คงออดอ้อนแบบนี้แหละตัวผู้ถึงได้ติดตรึม 

“ก็ได้นะ  แต่ระวังจะหลงรักฉันเข้าล่ะแอมแปร์  ถึงวันนั้นจะมาเปลี่ยนใจไปจากฉันไม่ได้นะขอบอกไว้ก่อน” 

ผมยื่นหน้าเข้าไปหาเธอก่อนจะพูดด้วยแววตามาดมั่น  และเธอเองก็จ้องผมกลับด้วยแววตาแบบเดียวกัน 

“ถ้าถึงวันนั้นขึ้นมา..คนที่จะเปลี่ยนใจน่ะคือนายไม่ใช่ฉัน” 

“อ่ะ สัญญาเลย  ถ้าเราเกิดมีความรู้สึกนั้นขึ้นมาจริงๆฉันขอสัญญาว่าจะไม่เปลี่ยนใจ” 

เธอมองผมนิ่งไป  เสี้ยววินาทีที่ผมเห็นดวงตาเธอเศร้าเล็กน้อยแล้วก็หลบตาผม  แต่ที่ผมบอกเธอไปผมจริงจังนะ   

“เธอไม่เชื่อฉันเหรอ?” 

“เปล่า  ก่อนหน้านี้ฉันเคยเชื่อคำสัญญาจากผู้ชายมาแล้วครั้งนึง แต่มันก็พลาดไง” 

“ฉันไม่เหมือนแฟนเก่าเธอหรอกนะ  งั้นถ่ายวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานเลยว่าฉันสัญญาอะไรไว้กับเธอ” 

“นี่นาย..” 

ผมหยิบมือถือของตัวเองมากดถ่ายวีดีโอ  และคว้ามือเธอมาเกี่ยวก้อยสัญญาก่อนจะพูดย้ำอีกครั้ง 

“วันที่ยี่สิบหกพฤษภาคม ผมนายองศา  สวัสดิวัฒโยธิน  ขอสัญญากับเธอคนนี้ว่า หากผมเกิดรักเธอขึ้นมา ผมจะไม่เปลี่ยนใจ” 

ในวีดีโอผมตั้งใจถ่ายให้เห็นเธอและนิ้วก้อยที่เราเกี่ยวกันด้วย   

“พูดแบบนี้มากี่คนแล้วองศา  กับอันนา..สัญญาแล้วเคยทำได้ไหม?” 

แอบชะงักเล็กน้อยเมื่อเธอยิงคำถามมาแบบนี้  กับอันนาเหรอ..อืมมม  ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยสัญญาอะไรไปรึเปล่า  ที่จริงแล้วระหว่างผมกับอันนามันมีความสัมพันธ์ซับซ้อนหลายตลบแหละ  ผมก็ไม่อยากจะพูดถึงเท่าไหร่นักหรอก  บอกได้แค่ว่าอันนาไม่ใช่อุปสรรคหากผมจะมีความรู้สึกรักกับคนอื่น   

“เธอกำลังไล่ฉันกลับไปสนใจอันนาอีกแล้วล่ะสิ” 

“เปล่าสักหน่อย  แต่ผู้หญิงอ่ะไม่มีใครอยากเป็นที่หนึ่งหรอก  เพราะการเป็นที่หนึ่งก็จะมีที่สอง  ทุกคนอยากเป็นที่เดียวกันทั้งนั้น  ฉันก็อยากเป็นแต่พี่ซีเขาทำให้ฉันไม่ได้  แม้กระทั่งนายเองก็ให้ฉันไม่ได้เหมือนกัน” 

อยากเป็นที่เดียวแต่ไอ้ห่านั่นทำให้เธอไม่ได้ งั้นหมายความว่า… 

“เธอโดนแฟนเก่านอกใจเหรอ?  เธอไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเลย” 

“ก็.. ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องพวกนั้นอีกแล้วอ่ะ” 

พอเป็นเรื่องแฟนเก่าเธอก็มักจะเสียอาการทันทีที่พูดถึง  เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งเลยนะ  ทำไมไอ้เวรนั่นถึงได้นอกใจลงวะ 

“แต่ฉันควรได้รู้ความผิดพลาดจากคนก่อนเพื่อเอามาปรับใช้กับตัวเองบ้างนะ  ตอนนี้ฉันอาจไม่ได้จริงจังมาก  แต่ถ้าวันไหนจริงจังขึ้นมาก็ไม่อยากให้มันพลาด” 

“นี่นายดูจริงจังกับฉันมากเลยนะเนี่ย  วันนี้ฮึ้ดอะไรขึ้นมา” 

“ไม่รู้ว่ะ  บอกไม่ถูกเหมือนกัน  เธอเล่าเรื่องของเธอมาเถอะ” 

“ก็ฉันกลับมาเจอพี่เขาพาผู้หญิงคนอื่นมามีอะไรที่ห้อง  รู้แค่นั้นพอ” 

“อื้ม..เข้าใจละ  และทุกวันนี้มันก็ยังไม่หยุดทำเรื่องแบบนั้น  เพราะถ้ามันเลือกเธอจริงๆป่านนี้ฉันคงนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่โรงพยาบาล  ไม่มีใครเขายอมให้แฟนตัวเองมายุ่งกับผู้ชายคนอื่นหรอก  มันถึงทำได้แค่โทรหาเธอ  และมาเฝ้าหน้าห้อง  ทั้งที่ตัวมันก็มีอำนาจพอจะกำจัดตัวผู้รอบๆตัวเธอได้  เพราะตัวมันเองหยุดทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้เลยไม่ชัดเจน” 

“รู้มากไปแล้วนะนายน่ะ  กับนายมันก็ไม่ต่างหรอก  นายก็มีผู้หญิงของนายซึ่งมันทำให้ความไม่ฃัดเจนของเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ความสัมพันธ์แบบนี้มันไม่เวิร์คหรอกองศา” 

“ที่เธอคุยกับผู้ชายไปเรื่อยมันเวิร์คตรงไหน  สุดท้ายไม่มีใครดูแลเธอได้เท่าที่ฉันทำตอนนี้สักคน  เลิกคุยกับคนอื่นแล้วมาศึกษากับฉันคนเดียวไม่ได้เหรอ” 

“ฉันทำแบบนั้นเพราะฉันไม่ได้มีอะไรผูกมัดกับใคร  แต่นายมีอันนา  เรื่องจะให้เลิกคุยกับผู้ชายคนอื่นมันก็ขึ้นอยู่กับว่านายให้เวลาและความสนใจกับฉันมากแค่ไหน” 

“ไม่เอาละ  ไม่เถียงกันละ  ค่อยๆศึกษากันไปแบบนี้ก็ได้” 

“นายยังมีโอกาสเจอผู้หญิงที่ดีกว่าฉันอีกเยอะนะ  คิดดีๆ  เพราะฉันก็ไม่อยากตัดสินใจพลาดเป็นครั้งที่สองเหมือนกัน” 

LOADING 40 %

เธอยื่นกระเป๋าตังค์ของผมคืนมาให้  เหมือนเป็นสัญญาณบอกให้ผมลุกไปจ่ายเงินได้แล้ว  ซึ่งผมก็ทำตามที่เธอต้องการ  เราไม่ได้โกรธกันนะที่เถียงกันไปเมื่อกี้  เพียงแต่ผมเบรคเอาไว้ก่อนดีกว่า ก่อนที่เธอจะได้โกรธผมขึ้นมาจริงๆ 

จะว่าไป…  ผมก็ไม่อยากให้อะไรมันคาราคาซังแบบนี้นะ  ในใจคล้ายว่าจะชอบแอมแปร์  แต่ก็เอะใจเล็กน้อยว่าผมชอบผู้หญิงหวานซ่อนเปรี้ยวแบบนี้หรือผมชอบผู้หญิงคนนี้กันแน่ 

“นายจะกลับเลยไหม?” 

“เธอล่ะ?” 

“เดี๋ยวกลับไปเอาของที่บูธก็จะกลับแล้ว  วันนี้วันมามากน่ะ  อยากกลับไปพักผ่อน  ปวดท้อง” 

“งั้นไปส่งเธอที่บูธก่อน  พรุ่งนี้ไปไหนไหม?” 

“เดือนนี้ไม่ได้ไปไหนหรอก  เคลียร์งานอยู่ห้อง  สิ้นเดือนงานเสร็จว่าจะไปปลดปล่อยสักหน่อย  ขาดแอลกอฮอล์มานานแล้ว” 

“โอเค  พรุ่งนี้เดี๋ยวไปหาที่ห้องนะ” 

ผมเดินไปส่งเธอที่บูธตามที่บอก  ก่อนจะล่ำลาและขอตัวกลับ  โดยระหว่างทางผมได้แต่คิดเรื่องราวต่างๆซ้ำไปซ้ำมา  คนอย่างผมไม่เคยมานั่งสับสนเรื่องผู้หญิงเลยนะ  นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ  มันไม่รู้ว่าตัวผมเองต้องการให้มันเป็นแบบไหนกันแน่ 

"ขับรถดีๆนะองศา  บาย" 

"อื้ม  บาย" 

รอยยิ้มสดใสที่เธอมอบให้ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกในสิ่งที่ผมคิด  ทำไมผมต้องรู้สึกดีกับรอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้ถ้าผมไม่ได้ชอบเธอ  จริงไหม? 

จนกระทั่งขับรถกลับมาบ้านก็ยังคิดไม่ตก  ผมอยากให้เวลามันพิสูจน์นะว่าผมกับแอมแปร์เราเข้ากันได้จริงๆหรือเปล่า  แต่อีกใจนึงมันก็เสียเวลาหากจะต้องสนิทสนมกันโดยไร้สถานะ  ถ้าผมออกตัวเลยว่าจีบแล้วลองศึกษากันดูจริงจัง  มันอาจจะดีกว่าการที่ดูแลกันไปวันๆทำเหมือนไม่ได้หวังอะไรรึเปล่าวะ  แบบบอกไปเลยว่ากำลังจีบอยู่  ถ้ามันโอเคก็เลื่อนสถานะขึ้นไปได้เลย  แต่..ถ้าผมทำแบบนั้นมันก็ไม่แฟร์กับอันนา  อันนาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่  มันยุติธรรมกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่รักผมเหรอ? 

ผมสับสนว่ะ  ผมไม่อยากทำให้อันนาเสียใจ  น้องเขาทนกับผมมาเยอะมาก  เยอะจนผมคิดว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมผมได้เท่าอันนาอีกแล้ว  แต่จะอยู่เพราะสงสารมันคงไปกันไม่รอด  สุดท้ายผมก็ทำอันนาเสียใจอยู่ดีในเมื่อใจผมมันไม่ซื่อสัตย์กับอันนามาตั้งนานแล้ว  แค่ที่ผ่านมาไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมหัวหมุนได้เท่าแอมแปร์มาก่อนผมเลยไม่เคยสับสนเรื่องแบบนี้  ไม่ว่าผมจะเกเรไปหาผู้หญิงคนอื่นกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง  ที่สุดแล้วผมก็กลับไปหาอันนาอยู่ดี  แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่  จากที่ผมใกล้ชิดกับแอมแปร์เพราะอยากปล้ำเธอเพียงอย่างเดียว  กลายเป็นว่าผมกลับหวั่นไหวกับเธอเข้าจริงๆ 

เลยเป็นปัญหาให้ผมหนักใจจนถึงตอนนี้ไง... 

แล้วยิ่งอันนาเริ่มรู้เรื่องระหว่างผมกับแอมแปร์แล้ว  มันก็ยิ่งไม่แฟร์กับน้องเขา  จริงอย่างที่แอมแปร์เคยพูดกับผมไว้ทุกอย่าง  ว่าคนอย่างผมดูและผู้หญิงสองคนพร้อมกันได้ดีไม่ได้  ใช่  ผมทำไม่ได้  เพราะที่ผ่านมาผมดูแลเธอจนพาตัวเองถลำลึก  จนผมถอนตัวจากเธอแล้วกลับมาหาอันนาไม่ได้เหมือนที่ผมเคยเป็นกับผู้หญิงคนอื่น  ถ้าระหว่างผมกับแอมแปร์มันเป็นความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยเหมือนที่ผมเคยทำก็คงดี  จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับอันนาขนาดนี้  และยิ่งผมรู้สึกผิดกับอันนามากเท่าไหร่มันยิ่งทำให้ผมรู้ว่าผมคิดจริงจังกับแอมแปร์มากเท่านั้น 

ผิดที่ผมปล่อยให้เรื่องราวมันยืดยาวมาถึงขนาดนี้... 

น่าตลกดีว่ะ  คนอย่างองศาต้องมานั่งคิดเรื่องผู้หญิง  เหอะๆ 

ผมหัวเราะเยาะให้ตัวเองขณะที่ดับเครื่องยนต์เมื่อถึงบ้าน  สองขาก้าวลงรถยังไม่ทันพ้นประตู  ร่างเล็กของใครบางคนก็ปรากฎ 

"พี่  กลับมาไวจัง  ไหนข้าวหนูล่ะ?"  

"ข้าวหนู... พี่ลืมค่ะ" 

"ไม่เป็นไรเดี๋ยวหนูต้มมาม่ากินก็ได้  แต่ตอนเย็นพาไปซื้อของเข้าบ้านด้วยนะ  บ้านเราไม่มีอะไรกินแล้วเนี่ย  พอติดสาวก็กินแต่ข้าวห้างนะพี่" 

รู้ทันผมทุกเรื่องก็น้องสาวผมนี่แหละ... 

"แล้วที่บ้านเป็นไงบ้าง  สวนยางมีปัญหาอะไรไหม?" 

"สวนก็ปกติ  แต่พี่น่ะติดสาวจนแม่บ่นว่าไม่โทรไปหาบ้างเลย  ช่วงนี้เป็นหนักนะพี่น่ะ  ไม่ค่อยติดต่อหาพ่อหาแม่  กับหนูก็ด้วย  เป็นเมื่อก่อนนี่ต้องรายงานตัวทุกชั่วโมง  แต่นี่เป็นเดือนแล้วที่เราไม่ได้คุยกันเลย  จนแม่ไล่ให้หนูกลับมาหาพี่นี่แหละ" 

เหรอวะ  ผมเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?  พอรู้ก็กลายเป็นว่ามีเรื่องกลุ้มใจเพิ่มอีกเรื่องเลย  ที่ผมเป็นอยู่ทุกวันนี้มันไม่เหมือนตัวผมเมื่อก่อน 

"เข้าบ้านกันเถอะ" 

"พี่ไม่กลับไปช่วยงานที่สวนหน่อยเหรอ  เผื่อจะบริหารปรับเปลี่ยนอะไรให้มันดีขึ้น  พี่เรียนจบโทมาเปิดร้านกาแฟเฉยๆรึไง" 

"ก็อยู่กับเราจนเราเรียนจบก่อนไง  พี่หมดห่วงเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที  ว่าแต่กลับมาคราวนี้ทำไมขี้บ่นจัง  คิดถึงพี่ล่ะสิ" 

"เฮ้อ...ก็มีพี่ชายคนเดียวนี่นา" 

อิงฟ้าเดินเข้ามากอดผมเหมือนอย่างที่เคยทำประจำ  ก่อนที่ผมจะเดินนำน้องเข้าบ้านไป  ภายในบ้านข้าวของที่ผมวางระเกะระกะถูกอิงฟ้าจัดเก็บให้เป็นที่ตามนิสัยเด็กสาวเจ้าระเบียบ  ผมทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาและเปิดทีวีดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย  ส่วนอิงฟ้าเดือนเข้าครัวไปต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินอย่างที่บอกไว้เมื่อครู่ 

ต****ึก ตึก ตึก 

"มีอะไร?" 

ผมเอ่ยถามน้องออกไปเมื่อเห็นเดินถือชามบะหมี่มาวางและนั่งจ้องหน้าผมสักพักแล้วเหมือนมีอะไรจะถาม 

"พี่องศา  หนูโตจะมีแฟนได้รึยัง?" 

"ยัง  ตอนนี้เพิ่งเรียนปีสองเอง  รอเรียนจบมีงานมีการทำค่อยมี  ถึงวันนั้นเดี๋ยวผู้ชายก็จะเข้ามาเอง  ตอนนี้ตั้งใจเรียนก่อน" 

"แล้ว..ความรักของพี่เป็นไงบ้าง  กับพี่อันนาอ่ะ  นี่เรียนจบจะแต่งเลยเปล่า?  ถ้าแต่งย้ายไปอยู่ด้วยกันที่อื่นนะหนูไม่อยากเจอเธอ  อีกอย่างพี่จะไม่พาแฟนไปให้พ่อกับแม่รู้จักหน่อยเหรอ? เห็นคบกันหลายปีแล้วนะ" 

ถ้าเป็นความสัมพันธ์ของผมกับอันนา  มันเป็นอะไรที่พูดยากจัง  ผมไม่รู้ว่าเรียกความรักได้หรือเปล่า  หรือผมหมดรักอันนาไปตอนไหนผมก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน  เพราะผมไม่เคยซื่อสัตย์กับอันนาเลย 

"ตอนนี้พี่มีคนอื่นอีกแล้วว่ะฟ้า" 

"พี่ก็มีของพี่มาตลอดนี่" 

"ไม่  คนนี้พี่จริงจัง" 

"จริงจังกับแฟนที่คบมาสี่ปีอีกเหรอ?" 

"เราก็รู้ว่าพี่กับอันนาคบกันเพราะอะไร" 

"ตอบแบบนี้แสดงว่าพี่เลือกคนใหม่" 

ผมแม่งก็เหี้ยเนอะ  อยากเลือกใครสักคนแต่ผมก็ทิ้งอีกคนไม่ได้  ผมรู้นะว่ายังไงอันนาต้องอยู่กับผม  ยังไงน้องเขาก็เลือกผม  แล้วยิ่งตอนนี้เรียนปีสี่แล้ว  ถ้าน้องเรียนจบต้องคุยกันเรื่องอนาคตแน่ๆ  แต่ผมไม่เห็นภาพในอนาคตกับอันนาเลยว่ะ  กลับเห็นภาพผมกับแอมแปร์อยู่ด้วยกันมากกว่า แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าถ้าผมเลือกแอมแปร์แล้วเธอจะเลือกผมเหมือนกัน  โอ้ยเครียดโว้ยยยย  สับสนฉิบหาย 

"เออ  แล้วทำไมวันนี้มาพูดเรื่องพี่กับอันนาได้ล่ะ  ทุกทีไม่เห็นจะพูดถึงเรื่องแต่งงาน" 

"พ่อฝากมาถามว่าเมื่อไหร่พี่จะมีเมีย  ถ้ามีก็พาไปบ้านเราบ้าง  แต่พอพี่เริ่มไม่แน่ใจกับตัวเองแบบนี้หนูก็พอรู้แล้วล่ะว่าพี่ไม่น่าจะลงเอยกับพี่อันนา  เพราะที่ผ่านมาพี่เหลวไหลแค่ไหนพอถามกี่ทีคำตอบก็คือพี่อันนานะ" 

"พี่ก็สับสนเรื่องนี้อยู่  ไม่รู้จะทำยังไง  ถ้าพี่ยื้อเวลาเพื่อดูใจอีกคนมันก็ยิ่งไม่แฟร์กับอันนา  คืออันนาดีกับพี่มากนะ" 

"ความดีไม่ใช่คำตอบของความรักเปล่าวะพี่  คนที่ดีกับคนที่รักต่างกันนะ  คนที่รักต่อให้ไม่ดีพี่ก็รักได้ถ้าพี่จะรัก  หนูชักอยากจะเจอคนใหม่ของพี่แล้วล่ะ  มีดีอะไรทำให้พี่เป็นแบบนี้" 

ผมโทรหาแอมแปร์หน่อยดีกว่า  กลับบ้านมาเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่รายงานตัวเลย  คิดได้ดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์โทรออกหาเธอทันที 

**สายที่หนึ่ง  ไม่รับ..** 

**สายที่สอง  ไม่รับ..** 

[ฮัลโหลองศา] 

กำลังจะกดวางสายที่สามเธอก็รับสายซะก่อน  ทว่าเสียงเธอดูสั่นๆ  ประกอบกับเสียงนกหวีดและเสียงผู้คนดังอยู่รอบบริเวณทำให้ผมสงสัย 

"เธออยู่ไหนเนี่ยเสียงดังจัง" 

[รถเกิดอุบัติเหตุอ่ะ  อยู่แถวลาดพร้าว 

เสียงสั่นของเธอทำให้ผมอดห่วงไม่ได้  ดูออกเลยว่าเธอกำลังกลัว 

"เธอเป็นอะไรไหมแอมแปร์  อยู่ตรงนั้นแหละเดี๋ยวฉันไปรับ" 

[ฉันไม่เป็นไรเลย แต่รถพังยับ  นาย..รีบมานะ] 

ผมรีบลุกจากโซฟาแล้วตรงดิ่งไปที่รถทันทีท่ามกลางความมึนงงของน้องสาว  ตอนนี้ห่วงแอมแปร์ก่อนเถอะ  เธอคงขวัญเสียน่าดูสังเกตุจากน้ำเสียงที่สั่นเครือตอนคุยกับผม  จะว่าไป...เธอมาทำอะไรแถวนี้วะ  มันไม่ใช่ทางจากห้างกลับไปยังคอนโดของเธอซะหน่อย   

ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีเศษผมก็มาถึงที่เกิดเหตุด้วยความร้อนรน  บรรยากาศเบื้องหน้ามันดูน่าอึดอัดไปหมด  ทั้งการจราจรที่ติดขัดเนื่องมาจากสาเหตุรถชน  ผมรีบเดินปรีเข้าไปหาผู้หญิงคนเดียวที่ยืนกอดอกก้มหน้าด้วยความเป็นห่วง  เพราะสภาพรถของเธอที่อยู่กลางมันพังเยอะพอสมควร เหตุการณ์ครั้งนี้มันเป็นการชนกันของรถสามคัน  เธออยู่คันกลาง  ให้ผมเดาก็คงจะเป็นรถคันหลังชนท้ายรถเธอ  ทำให้แรงกระแทกไปชนรถคันหน้าต่อ 

"แอมแปร์  เธอโอเคไหม?" 

เธอส่ายหัวให้ผม  ใบหน้าสวยดูเกร็งเครียดผิดปกติ 

"รถคันข้างหน้ามีเด็กเล็ก  น้องเขากระเด็นไปชนกับคอนโซลรถหัวแตกแล้วก็หมดสติไปเลย" 

ผมเข้าไปกอดเธออย่างเข้าใจ  เพราะผม...ก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน  เข้าใจดีเลยล่ะ 

"ตั้งสติ  ใจเย็นๆ  น้องไม่เป็นอะไรหรอกหมอเก่งจะตาย  เธอมากับฉันดีกว่า  รถก็ปล่อยให้ประกันจัดการแล้วกัน" 

แต่ดูเหมือนเธอจะช็อคจนไม่สามารถรับสารที่ผมพูดไปเมื่อครู่ได้  แอมแปร์ยืนนิ่งงันอยู่กับที่จนผมต้องเดินไปคุยกับตำรวจ  ประกัน  และพ่อของเด็กรถคันข้างหน้า  ทิ้งเบอร์ติดต่อให้และจะรับผิดชอบน้องทุกอย่าง  แต่ดีที่พ่อเขาเข้าใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจชน  เพราะรถแท็กซี่คันข้างหลังไม่ระวังเองต่างหากทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น  อย่างไรก็แล้วแต่  เรายินดีที่จะช่วยเหลืออยู่ดี 

ผมเดินมือจูงมือเธอมาขึ้นรถหลังจากที่ตัวผมเองเคลียร์ทุกอย่างให้เธอหมดแล้ว  ที่จริงผมแอบน้อยใจอยู่นิดหน่อยที่เธอไม่โทรหาผมตั้งแต่แรก  เธอเลือกจะจัดการปัญหาคนเดียวทั้งที่สภาพจิตใจตอนนี้ยังไม่พร้อมจะทำอะไรทั้งนั้น  เธอช็อคทั้งการเกิดอุบัติเหตุและเรื่องเด็กคนนั้น 

"นายจะพาฉันไปไหน  นี่ไม่ใช่ทางไปคอนโดฉันนี่" 

เธอหันมาพูดกับผมด้วยท่าทางเหม่อลอย 

"ฉันให้เธออยู่คนเดียวไม่ได้หรอก  กลับห้องเธอก็ฟุ้งซ่าน  ฉันเป็นห่วง" 

"แล้วจะพาฉันไปไหน" 

"บ้านฉัน" 


LOADING 75%


แอมแปร์เพิ่งจะนึกท้วงถามถึงปลายทางตอนใกล้ถึงบ้านผมแล้วล่ะ  เพราะระหว่างทางเธอเอาแต่นั่งก้มหน้าเลยไม่รู้ว่าผมขับรถไปไหน  อาการแบบนี้ผมเป็นห่วงว่ะ  เป็นเธอนี่ก็เหนื่อยเนอะ  มีปัญหาเข้ามาในชีวิตไม่เว้นแต่ละวัน  เรื่องส่วนตัว  เรื่องงาน  เรื่องแฟนเก่า  เยอะแยะไปหมด 

ผมตัดสินใจเลี้ยวเข้าซุปเปอร์มาเก็ตเล็กๆข้างทางเพื่อซื้อวัตถุดิบการทำอาหารต่างๆไปไว้ที่บ้านโดยให้เธอนั่งรออยู่ที่รถ  

 

Rrrrrrr 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่ผมกำลังหิ้วถุงพะรุงพะรังมายังรถไม่สามารถรับสายได้ทันที  ผมจึงรีบเดินนำของมาวางในรถและหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู 

อันนา... 

"ว่าไงอันนา" 

[พี่องศาอยู่ไหนคะ] 

ทำไมถึงยิงคำถามนี้เป็นคำถามแรก?  ด้วยความระแวงผมจึงมองซ้ายมองขวาเผื่อว่าอันนาจะกำลังยืนมองผมอยู่ 

"พี่ก็อยู่บ้านสิ  จะให้ไปไหนล่ะ" 

[อ๋อ  ค่ะ  อันโทรมาถามเฉยๆ  เห็นว่าหายไปทั้งวันนึกว่าไปที่ร้านกาแฟน่ะค่ะ  ก็หลังจากพี่มาส่งอันที่บ้านก็ไม่โทรมาหาเลย] 

"เดี๋ยวพี่ว่างพี่โทรหานะ  พอดีฟ้ากลับมาแล้วน่ะเลยอยู่กับน้องไม่ค่อยว่างเลย" 

[น้องฟ้ามาเหรอคะ] 

"อื้ม  งั้น..แค่นี้ก่อนนะอันนา  พี่ยุ่งอยู่  ไว้ว่างจะโทรหานะครับ" 

เมื่อเห็นแอมแปร์มองผมคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจผมจึงรีบวางสายจากอันนาทันที  ทุกทีผมก็คุยต่อหน้าแบบนี้ไม่เห็นเธอจะสนใจแล้ววันนี้ทำไมต้องทำหน้าเหมือนไม่ชอบด้วยวะ  อย่ามาทำให้ผมคิดไกลว่าเธอหึงอะไรแบบนั้นเลย  แค่นี้ผมก็สับสนกับเธอมากพอแล้ว 

"องศา  ฉันไม่ได้ถามนายเลยว่าทะเลาะกับอันนาดีกันหรือยัง  เป็นไงบ้าง  แล้วนายโอเคไหม?" 

"เห้ย  ฉันโอเคสิ  หน้าฉันเหมือนคนทุกข์ใจรึไง" 

"อืม  เวลานายมองฉันนายดูกังวล  ฉันดูออก" 

"ก็..อืม  มีบ้าง  ไว้จะเล่าให้ฟังแล้วกัน" 

ผมออกรถและขับกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากนี้มาก  แอบคิดล่วงหน้าเหมือนกันว่าอิงฟ้ากับแอมแปร์จะเป็นยังไงหากเจอกัน  ดูสิว่าน้องสาวผมจะว่ายังไงถ้าเจอผู้หญิงที่ตรงกันข้ามกับอันนาทุกอย่างแบบนี้ แต่อิงฟ้าไม่ใช่เด็กไม่มีมารยาท  ต่อให้ไม่ชอบใจยังไงจะไม่แสดงอาการจนดูไม่งามส่วนมากจะมาคุยกับผมทีหลังมากกว่า ฉะนั้นวางใจกับสถานการณ์เบื้องหน้าได้ว่าสองสาวจะไม่มีปากเสียงกันอย่างแน่นอน 

เมื่อจอดรถที่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยผมจึงพาแอมแปร์เข้าไปในบ้านที่มีอิงฟ้านอนดูทีวีอยู่ที่โซฟา  ทันทีที่น้องสาวผมเห็นว่าพาใครมาก็ลุกขึ้นนั่งก่อนจะยกมือไหว้ 

"อิงฟ้า นี่แอมแปร์  คนที่พี่เล่าให้ฟัง" 

"สวัสดีค่ะพี่แอมแปร์" 

"สวัสดีค่ะน้องอิงฟ้า" 

"เธอไปนั่งก่อน  เดี๋ยวฉันทำกับข้าวให้กินดีไหม  ตอนบ่ายกินก๋วยเตี๋ยวไม่อิ่มนี่" 

"ฉันยังไม่หิว  ไว้กลับไปกินที่ห้องก็ได้" 

ผมดันหลังเธอให้เดินไปนั่งที่โซฟากับน้องสาว  เสี้ยววินาทีที่อิงฟ้าสบตาผมคล้ายว่าน้องจะพูดอะไรสักอย่าง 

"ไม่ยอมให้เธออยู่คนเดียวหรอกนะ คืนนี้นอนที่นี่ก่อน ขืนเธอกลับไปก็คิดฟุ้งซ่านไม่ได้นอน" 

"จะบ้าเหรอ  ฉันไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย  อีกอย่างเกรงใจน้องฟ้าด้วย" 

"ฉันไม่ได้ให้เธอนอนกับน้อง  ให้เธอนอนกับฉัน" 

"ไม่ได้ค่ะ ถ้าจะนอนก็นอนกับหนู  พี่น่ะ  เคลียร์ตัวเองก่อนอย่าทำแบบนี้นะ" 

ผมเข้าใจสิ่งที่อิงฟ้าบอก  รวมถึงแอมแปร์ก็คงเข้าใจว่าน้องหมายถึงให้ผมเคลียร์เรื่องอันนาก่อนถ้าคิดจะจริงจังกับเธออะไรประมาณนั้น  แต่เราเคยนอนด้วยกันมาแล้วไง  เรื่องอันนาก็ช่างมันก่อนไม่ได้เหรอ 

"อืมๆ  ไงก็ได้แต่ไม่ให้กลับ  เป็นห่วง  แล้ว...ฟ้ามองหน้าพี่เขาอะไรขนาดนั้น  มีอะไรรึเปล่า" 

หลังจากสังเกตุมาตั้งแต่แรกว่าน้องสาวผมมองแอมแปร์แปลกๆ  เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง 

"หนูคุ้นหน้าพี่มากเลยนะคะ เหมือนหนูเคยเห็นรุปพี่ที่ไหน" 

"โซเชียลไง  แอมแปร์เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางค์กับน้ำหอม" 

เจ้าตัวพยักหน้าแล้วยิ้มตอบอิงฟ้าไป 

"น่าจะใช่นะถ้าหนูจำไม่ผิดเพื่อนหนูก็ซื้อใช้อยู่เหมือนกัน" 

ถ้าพูดถึงเครื่องสำอางค์แล้วล่ะก็..  ผู้หญิงจะมีฟีลลิ่งเม้าส์มอยกันขึ้นมาทันที  ผมจึงปล่อยให้คุยกันแล้วแอบขึ้นมาจัดห้องนอนตัวเองเงียบๆ มันไม่ได้รกอะไรมากมายหรอกแต่มันต้องเตรียมพร้อมสำหรับเธอ เผื่อว่าเปลี่ยนใจอยากนอนกับผมขึ้นมา  จะว่าไปวันนี้เธอดูอ่อนโยนจังเลยนะ  ทั้งน้ำเสียง  สายตา  ผิดจากแอมแปร์คนก่อนเลยล่ะ  หรือผมชอบเธอมากวะเลยทำอะไรก็น่ามองไปหมด  เนี่ย  พอคิดแบบนี้หน้าอันนาก็ลอยเข้ามาในหัว 

เฮ้อ..  เอาไงดีวะกู  ยิ่งยื้อเวลาก็ยิ่งทำให้อันนาเจ็บ  สู้เลือกตามหัวใจตัวเองมาเสี่ยงกับเธอแล้วยอมเจ็บเองคนเดียวจะดีกว่าไหมวะ 

"พี่นั่งเหม่ออะไรอ่ะ" 

เสียงอิงฟ้าดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอนทำให้ผมสะดุ้งโหยง  ผมไม่ได้ปิดประตูแต่ก็ไม่รู้ว่าน้องมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ 

"เปล่า  มีอะไรล่ะ?" 

"หนูขึ้นมาหยิบผ้าอนามัยให้พี่แอมแปร์  มาเอายาให้ด้วย  เขาบ่นปวดท้องอ่ะพี่  เออ  หนูว่าพี่รีบเลือกสักคนเถอะ  สงสารพี่เขานะเขาดูชอบพี่ออก  หรือถ้าจะเลือกพี่อันนาก็อย่าให้ความหวังพี่เขา อืม..คนนี้ก็น่ารักดีนะแต่สัมผัสได้ถึงอะไรแปลกๆ  บอกไม่ถูกเหมือนกัน" 

"แอมแปร์ก็เป็นผู้หญิงแปลกๆแบบนี้แหละ  เดาใจยาก  เออ  แล้วที่บอกว่าเธอดูชอบพี่นี่ยังไง" 

"ก็เวลาหนูเล่าเรื่องพี่เธอจะยิ้มตลอดเลย" 

อิงฟ้าพูดทิ้งท้ายไปไว้แค่นั้นแล้วเดินออกไป  เชี่ย  ได้ยินแค่นี้ผมก็ดีใจแล้วล่ะ  รอยยิ้มจากเธอน่ะน้อยครั้งมากที่จะได้เห็น  คืนนี้แหละผมจะคุยกับเธอให้รู้เรื่องไปเลย  อยากรู้ว่าผมจะหวังการพัฒนาความสัมพัธ์กับเธอได้ไหม  หรือถ้าไม่ได้เธอก็จะบอกเอง  ถ้าคำตอบที่ได้คือคือไม่ขอสานต่อความสัมพันธ์ใดๆกับผมจะได้หยุดฟุ้งซ่านและถอยห่างออกมา  ตอนนี้อยู่ที่เธอแล้วล่ะว่าจะเปิดใจให้ผมแค่ไหน เพราะใจของผมมันคงเผลอยกให้เธอไปครึ่งนึงแล้ว 

อยากลองเข้าไปเติมเต็มชีวิตที่ไร้สีสันของเธอให้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้น  อยากอยู่ข้างเธอเมื่อเธอเผชิญปัญหาและช่วยเธอแก้ปัญหามากมายเหล่านั้น  อยากดูแลเธอในวันที่เธอทำงานเหนื่อย 

ผมสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆเพื่อเรียกความมั่นใจ  ก่อนจะเดินลงไปหาเธอที่ชั้นล่างของบ้าน 

 

ปิ๊งป่อง.. 

 

ไม่ทันที่ผมจะเดินไปถึงโซฟา  เสียงกริ่งหน้าบ้านดันดังขึ้นเสียก่อนทำให้ผมต้องหันไปมองว่าใครมา 

อันนา... 

 

END  TALK 


UPLOAD 100%

 

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #46 ผู้หญิงขี้วีนนนน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 00:10
    เอาแล้วววววรถไฟชนกัน
    #46
    0
  2. #34 AS-aom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 23:05
    สนุกแน่นอนตอนต่อไป..
    ต่อออออ
    #34
    0
  3. #33 KFahsai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:18
    เอาหล่ะสิ อันนาตามมาตลอดแน่ๆๆ
    #33
    0
  4. #32 seuo345 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 18:57
    ต่อๆๆๆ
    #32
    0
  5. #31 AS-aom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 17:38
    ไรค์ต่อออออ.
    #31
    0
  6. #30 AS-aom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 21:53
    เป็นแผ่น?หรือจริงจิงจัง? จ้ะแอมเปย์ ไรค์มาต่อหน่อยเอายาวๆ
    #30
    0
  7. #29 KFahsai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 13:29
    หึๆ องศาติดบ่วงแล้ว
    #29
    0
  8. #28 AS-aom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 20:00
    เข้าแผนแอมเปย์จังๆเลยนะองศา..
    #28
    0