PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 6 : HUNTED : STEP 05 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

CHAPTER  5


COFFEE BEAK

17.25 น.


            “เธอลองชิมเค้กนี่สิ  ฉันคิดสูตรเอง  ถ้าไม่อร่อยให้บ้วนใส่หน้าฉันได้เลย”


            “นายจะเอาอะไรมาให้ฉันกินเยอะแยะเนี่ย”


            ฉันนั่งมองของหวานบนโต๊ะด้วยความเหนื่อยใจ  องศามีลูกอ้อนสารพัดให้ฉันชิมนั่นชิมนี่ในร้านกาแฟของเขา  มีทั้งลาเต้ร้อน  ลาเต้เย็น  เค้กชาเชียว  เค้กครีมสด  เครปเค้ก  เค้กช็อกโกแลต  วางเรียงกันสวยงามน่าลิ้มลอง  ทว่าหลังกลับจากคลีนิคเขาพาฉันแวะกินข้าวแล้วน่ะสิ


            “ชิมเถอะนะ  อยากให้เธอชิม”


            สายตาหวานละห้อยมองมาที่ฉันด้วยท่าทางแสนงอน


            “โอเคๆ  นายเลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว”


            ปลายช้อนตัดลงที่เนื้อเค้กครีมสดเป็นชิ้นแรก  แต่แล้วยังไม่ทันที่จะเอาเข้าปากมันดันตกลงบนหน้าตักของฉันเสียก่อน  ฉันคงตักเร็วไปทำให้มันหล่นแบบนั้น  มือซ้ายรีบคว้ากระดาษทิชชู่เพื่อมาเช็ดบริเวณที่เลอะ  ทว่า..


ซ่า..


          และด้วยความรีบอีกเช่นกันทำให้ฉันไม่ทันมอง  รีบคว้ากระดาษทิชชู่จนกวาดเอาแก้วลาเต้เย็นตกลงมาที่หน้าตักฉันจนมันเลอะเปียกไปหมดแล้ว


“ซุ่มซ่ามจังเธอนี่  มานี่มา”


องศาหยิบกล่องกระดาษทิชชู่ก่อนที่เขาจะเคลื่อนตัวมานั่งยองๆข้างฉัน  มือใหญ่จัดการเช็ดหน้าขาที่เปียกให้  จริงๆฉันจะลุกจากเก้าอี้นี้แล้วทำเองก็ได้  หากเขาไม่มานั่งดักทางไว้แบบนี้ล่ะก็นะ  ฝั่งหนึ่งเป็นกระจกร้าน  อีกฝั่งเป็นองศา  จะให้ฉันลุกหนีได้ยังไง  ปล่อยเลยตามเลยก็แล้วกัน


“พอแล้ว  มันออกหมดแล้วนายจะเช็ดอะไรขาฉันนักหนา”


“ขาเธอเนียนดี  เดี๋ยวฉันทำลาเต้เย็นให้เธอชิมใหม่”


“ไม่เป็นไร  แค่นี้ก็เยอะแล้ว  นายไปนั่งบนเก้าอี้ดีๆสิมานั่งแบบนี้ทำไม”


หน้าหล่อทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะโน้มหน้าลงมาอย่างรวดเร็ว


จุ๊บ


            “ทำบ้าอะไรของนาย!”


            อยู่ๆก้มลงมาจูบขาฉันทำไมไม่ทราบ  เขาทำแบบนี้ไม่อายเด็กในร้านบ้างเหรอ  ทำตัวลุ่มล่ามแบบนี้ฉันไม่ชอบ  ก็อย่างที่บอกว่าไม่ชอบให้ใครมารุกถ้าฉันอยากได้ฉันจะรุกเอง


            “เธอโกรธเหรอ  ขอโทษที”


            องศาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อฉันตีหน้านิ่งใส่เขา  ในที่สุดเขาก็ลุกไปนั่งที่เก้าอี้สักที  น้องผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาถูพื้นที่ฉันทำน้ำหกทันทีที่องศาลุกออกไป


            “องศา  ฉันอยากกลับคอนโดแล้วล่ะ”


            “ชิมก่อนสิ  อย่างละหน่อยก็ยังดี  ฉันอยากให้เธอชอบสิ่งที่ฉันทำ”


            หน้าตาเขาดูจริงจังขึ้นมาจนฉันไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเขาอีก  ก็แค่ตักเข้าปากเนอะ  ฉันตักเค้กแต่ละชิ้นเข้าปากอีกครั้ง   ถ้าให้พูดถึงรสชาติแล้วล่ะก็...อร่อยนะ  มันก็อร่อยเหมือนเค้กทั่วไปที่ขายในราคาประมาณนี้  ไม่หวานเลี่ยนเกินไป  กินง่ายดี


            “ฉันต้องวิจารณ์รสชาติให้นายฟังด้วยรึเปล่า”


            เห็นเขาจ้องหน้าฉันตั้งแต่ตักเค้กชิ้นแรกเข้าปากแล้ว  เลยถามออกไปเพื่อความมั่นใจ  ว่าเขารอคำตอบอะไรอยู่


            “อ่า  อยากรู้แค่ว่าเธอชอบไหม?”


            “ก็ชอบนะ  อร่อยดี”


            “แล้วเธอชอบฉันด้วยไหม?”


            “ไม่ชอบหรอก”


            “หว้า...ใจแข็งชะมัด”


            ฉันนั่งพูดคุยต่ออีกนิดหน่อยจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว  องศาจึงพาฉันไปส่งที่คอนโด  โดยระหว่างทางเขาชวนฉันคุยสารพัด


            “นายนี่พูดเก่งเหมือนกันนะ  พูดไม่หยุดเลยองศา”


            “ได้นอนกอดเธอเมื่อคืนแล้วมีพลังมั้ง”


            “พอฉันไม่ว่าก็ได้ใจใหญ่เลยนะนายน่ะ”


            หน้าหล่อหันมายิ้มหวานให้แทนคำตอบ  จะว่าไปแล้วองศาน่าจะเป็นผู้ชายในสต็อกที่ฉันเปิดโอกาสให้เข้าใกล้ตัวเองมากที่สุดเลยนะ  เขาได้สิทธิมากกว่าคนอื่นแต่ฉันให้เขาเป็นได้แค่นี้ล่ะ หัวใจของฉันมันถูกปิดตายไปตั้งแต่วินาทีที่พี่ซีทำเรื่องเลวๆกับฉันแล้ว


            พอนึกถึงพี่ซีขึ้นมา  ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่ซียังคงง้อฉันแบบนี้อยู่  ตั้งแต่เกิดเรื่องเขายังคงพยายามติดต่อฉันจนน่ารำคาญ  ไม่รู้ว่าพี่ซีคิดอะไรอยู่กันแน่  เขาคิดว่าการง้อฉันเป็นปีๆแล้วฉันจะใจอ่อนยอมคืนดีกับเขาจนลืมเรื่องที่เขาทำกับฉันเหรอ? ไม่มีทาง


            “เธอกลับมากรุงเทพทำไมไม่สดใสเหมือนตอนอยู่ทะเลเลย  เมื่อคืนเธอดูสดใสกว่านี้นะ  เป็นอะไรรึเปล่า”


            “เปล่า  แต่กลับมากรุงเทพก็ต้องทำงานไง  งานมีปัญหาฉันเลยไม่ค่อยได้พักเที่ยวไหนเลย”


            “ปัญหาเรื่องคนแพ้เครื่องสำอางค์ก็จบด้วยดีแล้วไง  มีปัญหาอะไรอีกล่ะ”


            “ฉันต้องกู้ชื่อเสียงคืนมาน่ะสิ”


            “โอเค  งั้นเธอทุ่มเทกับงานของเธอให้เต็มที่เลย  ฉันจะพาเธอพักเอง อยากเที่ยวไหนให้บอกฉัน  อยากกินอะไรก็ให้บอก  ฉันจะพาเธอไปเอง  โอเคไหม?”


            ฉันพยักหน้าตอบไปส่งๆ  เขาคงไม่ตามติดฉันไปได้นานหรอกองศาน่ะ  ถ้าฉันไม่เล่นด้วยแบบนี้ไม่นานเขาคงหายไป  ผู้ชายเวลามันอยากได้มันก็ดีแบบนี้ทุกคนนั่นแหละ


            “จะทุ่มนึงแล้วเหรอเนี่ย”


            ท่ามกลางรถติดนับครึ่งชั่วโมง  ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเวลาและตอบไลน์หนุ่มๆอย่างเช่นทุกที  ทำให้บทสนทนาระหว่างฉันและองศาเงียบลงเพราะฉันมัวแต่สนใจคนในไลน์มากกว่า


            “วันนี้ไม่เห็นแฟนเก่าเธอโทรมาเลยเนอะ”


            ฉันชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเขา..


            “ก็ดีแล้วนี่  เขาคงทำงานแหละ”


            “มันไม่ได้อยากจะง้อเธอจริงๆหรอก  คนอย่างนั้นถ้าต้องการง้อเธอจริงๆมันจู่โจมเธอได้ไม่ยากเลย  อยากง้อแต่มีปัญญาทำได้แค่โทร  แค่สิงอยู่หน้าห้องแบบนั้นเองเหรอ  เหอะ  ผ่านมากี่เดือนกี่ปีแล้วทำได้แค่นั้นอย่าเรียกว่าง้อเลยดีกว่า”


              “ฉันไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามาหาเองต่างหาก”


            เมื่อพูดถึงบุคคลที่สามให้เป็นประเด็นขึ้นมา  ฉันจึงวางโทรศัพท์ลงบนตักด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายในทันที  หลายต่อหลายคนอยากจะรู้เรื่องราวระหว่างฉันกับพี่ซี  ซึ่งฉันเองไม่เล่าให้ใครฟังหรอก  เขามีชื่อเสียง  ไม่อยากให้เขาดูเสียหาย


            “เธอน่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นซะก็จบ  อยู่นั่นมันก็ไปหาได้อยู่ดี”


            “คิดว่าเขาจะหาฉันไม่เจอเหรอ  แล้วพอเขาหาเจอฉันต้องหนีเขาไปเรื่อยๆหรือไง  แค่นี้เขาก็ทำให้ชีวิตฉันยุ่งยากพอแล้ว”


            “ถ้าไม่มีมันสักคน  ชีวิตเธอคงสงบกว่านี้เนอะ  แต่เธอมีฉันนะแอมแปร์”


            องศายังคงเสนอตัวให้ฉันไม่รู้ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่  ฉันเองไม่ได้ตอบอะไรเพราะใกล้ถึงคอนโดพอดีจึงเตรียมตัวเก็บทุกอย่างลงกระเป๋า 


            “จอดข้างล่างก็ได้”


            “ไม่เอา  เดี๋ยวฉันถือของไปเก็บให้”


            เขาเลี้ยวขึ้นลานจอดรถไปยังชั้นที่ฉันอยู่ด้วยความคล่องแคล่ว  เมื่อหาที่จอดรถได้แล้ว องศาก็ลงมาขนกระเป๋าเป้ของฉันไปสะพาย  รวมถึงดึงกระเป๋าสะพายติดตัวฉันไปถือด้วย  ฉันไม่ชินกับอะไรแบบนี้เลยจริงๆ  กับการต้องให้ผู้ชายคอยถือของให้แม้กระทั่งกระเป๋าใบเล็กๆที่สะพายติดตัว


            “ฉันถือเองดีว่า”


            “ไม่เป็นไร ไปกันได้แล้ว  ฉันปวดฉี่ด้วยเนี่ย”


            องศาเอื้อมมือมากุมมือฉันไว้แล้วจูงเดินเข้าไปยังตัวคอนโด


            “จะว่าไป  นายเข้าออกคอนโดฉันตามใจตัวเองแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?  ทำตัวเป็นแฟนฉันขึ้นทุกวันแล้วนะนายน่ะ”


            “ฮ่าๆ  ได้แค่นี้ก็โอเคแล้วนะ  ฉันเป็นอะไรสำหรับเธอก็ได้หรอก  ค่อยๆเป็นค่อยๆไปแล้วมันจะดีเอง”


            ฉันได้แต่ถอนหายใจใส่เขาแล้วเหม่อมองตามทางไปเรื่อย  แล้วขาฉันต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นพี่ซีนั่งอยู่หน้าประตูห้องของฉันอีกแล้ว...  เขาจะรู้ไหมว่ายิ่งเขาตามระรานแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันอึดอัด


            องศากระชับมือแน่นขึ้นแล้วพาฉันเดินตรงไปอย่างไม่รีรอ  นี่ก็อีกคน  ทำไมชอบพาตัวเองมาเอี่ยวกับเรื่องของฉัน  ทำไมเขาถึงไม่กลัวเดือดร้อนอะไรเลย


            “อย่าทะเลาะกับเขาอีกนะองศา  พูดกับพี่ซีดีๆ  วันนี้ฉันเหนื่อย  อยากเข้าไปพักแล้ว”


            แอบบอกเขาระหว่างทางเพราะกลัวเหลือเกินว่าจะทะเลาะกัน อีกคนก็แฟนเก่าที่ตื๊อไม่เลิก  ส่วนอีกคนก็ออกตัวว่าเป็นแฟนใหม่ต่อหน้าแฟนเก่า


            “จะพูดดีกับมันทำไม  ไม่ใช่พ่อฉันนี่”


            “องศา!”


            ไม่ทันที่จะปรามเขาต่อ  เราก็พากันมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพี่ซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


            “หลบหน่อย  จะพาแฟนเข้าห้อง”

            สิ้นเสียงทุ้มขององศาที่เปล่งออกไปอย่างหาเรื่อง  พี่ซีก็เปรยหางตามามองที่ฉันเล็กน้อย


            “นี่ห้องกู  กูซื้อให้เมียกู”


            พี่ซีเองก็ใช่จะยอมใครเป็นที่ไหน...


            “เมื่อก่อนอ่ะใช่  แต่ตอนนี้อ่ะเมียกู!”


            ฉันคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองจากไหล่องศาก่อนจะควานหาคีย์การ์ดและแตะมันลงที่แท่นสแกนหน้าห้องโดยไม่สนใจผู้ชายสองคนตรงหน้า  ทันทีที่ประตูปลดล็อค  ฉันจึงเปิดเข้าไปและปิดมันลงอย่างรวดเร็ว  ไม่แม้แต่จะเรียกใครเข้ามา  ทว่าองศาดันมันไว้ทันและแทรกตัวเองเข้ามาอยู่ภายในห้องของฉันจนได้ 


            บอกเขาแล้วใช่ไหมให้พูดดีๆ  อย่าทะเลาะกัน  ในเมื่อไม่คิดจะฟังฉัน  แล้วฉันจะแคร์เขาทำไม  นี่นับว่าโชคดีนะที่เขาดันประตูเข้ามาได้ทัน  ถ้าไม่อย่างงั้นฉันก็จะปล่อยให้กัดกันอยู่ข้างนอกนั่นแหละ


            “เอากระเป๋าเป้วางแล้วนายก็กลับไปได้แล้วองศา”


            “เธอ..โกรธฉันเหรอ?”


            “ไม่โกรธ  แต่ไม่สนใจต่างหาก”


            องศาทำหน้าเบะเหมือนเด็กก่อนจะเดินปรี่เข้ามาหาพร้อมกางอ้อมแขนเตรียมกอด


            “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ  ปวดฉี่ไม่ใช่เหรอ  รีบไปฉี่ไป”


            “ทำไมเธอต้องดุฉันด้วยล่ะ  ไม่สงสารฉันเหรอ  เธอบ่นเหนื่อยฉันก็เหนื่อยนะพาขับรถกลับมาเนี่ย  แต่เพราะมีเธออยู่ด้วยฉันเลยไม่บ่น  แล้วเนี่ย  เธอเมินใส่ฉันแบบนี้ฉันเสียใจนะ”


            “นายนี่มัน...เฮ้อ..โอเคๆ  ให้กอดทีนึงแล้วรีบกลับเลยนะ”


            ใช่ว่าฉันใจอ่อนยอมให้เขากอดง่ายๆอะไรแบบนั้นนะ  แต่ฉันรำคาญ!  เขาสรรหาโน่นนี่มาพูดด้วยน้ำเสียงงุ้งงิ้งเป็นเด็กอยู่ได้


            อ้อมแขนกว้างโอบกอดฉันแน่นก่อนที่เขาจะอุ้มฉันแล้วล้มตัวลงนอนบนโซฟาโดยที่ฉันนอนทับเขาอยู่ด้านบน


            “อย่าเพิ่งลุก  ขอกอดอีกหน่อย  พอดียืนกอดแล้วมันเมื่อยหลัง”


            “ได้คืบจะเอาศอกนะ”


            “เอ้า  เธอบอกให้กอดทีนึงแต่ไม่ได้บอกว่ากอดนานเท่าไหร่  นี่ฉันยังไม่ปล่อยเท่ากับว่ายังกอดเธอทีแรกอยู่”


            เป็นผู้ชายที่กวนประสาทที่สุด  ยิ่งเวลาเขาพูดไปด้วยยิ้มไปด้วยมันยิ่งหน้าหมั่นไส้เหลือเกิน


            ฉันผงกหัวมองหน้าของเขาอยู่ด้านบน  มันเป็นมุมที่เราใกล้กันมาก


            “นายไม่ฉีดน้ำหอมบ้างเหรอ?”


            เมื่อไม่ได้กลิ่นน้ำหอมฉันจึงไถ่ถามออกไป  ฉันเป็นคนชอบสังเกตุกลิ่นน้ำหอมของคนอื่น  แล้วก็ลุคการแต่งหน้าของผู้หญิง  เผื่อมันจะได้ไอเดียมาปรับกับงานของตัวเองได้บ้าง ทำให้ติดนิสัยตรงนี้มา


            “ฉีดเวลาออกไปข้างนอก  แต่วันนี้ไม่ได้ฉีด  มันหมดแล้วยังไม่ได้ซื้อเลย  ฉันไม่รู้จะซื้ออันไหนดีเพราะฉันไม่ชอบใช้น้ำหอมซ้ำกลิ่น”


            “แสดงว่านายยังไม่เจอน้ำหอมกลิ่นที่ชอบจริงๆมากกว่า  ถ้าเจออะไรที่เป็นตัวนายแล้วนายจะไม่เปลี่ยน  น้ำหอมนี่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเหมือนกันนะ  เคยไหมได้กลิ่นน้ำหอมใครสักคนแล้วรู้ว่าเป็นใครโดยไม่หันไปมองอ่ะ  นั่นแหละเสน่ห์น้ำหอม”


            “ฉันเลือกอะไรแบบนี้ไม่ค่อยเป็นหรอก  ดมแล้วหอมก็ซื้อเลย”


            “แล้วนี่จะเลิกกอดฉันได้รึยัง?”


            “ยัง”


LOADING 30  %


            เปลือกตาหนาปิดสนิทพร้อมรอยยิ้มแสนกวนในแบบฉบับของเขา  สายตาเหลือบมองนาฬิกาฉันจึงกำหนดเวลาเอาไว้ในใจ  ฉันให้เวลาเขากอดต่อไปอีกสิบนาทีเท่านั้น  แทนคำขอบคุณที่เป็นธุระให้หลายๆอย่าง

            ฉันซุกหน้าลงที่แผงอกของเขาอย่างจำใจ  ฟังเสียงหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะฆ่าเวลาไปเรื่อยจนกว่าจะครบกำหนดเวลาที่ฉันกำหนดไว้

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันซุกซนกับผู้ชายแบบนี้  เพียงแต่องศาคงจะเป็นผู้ชายที่มีพิษภัยต่อฉันน้อยที่สุดแล้วล่ะ

           

23.20 น.

 

            รู้สึกตัวอีกทีตอนที่ฉันขยับตัวแล้วพบว่าอ้อมกอดอุ่นของใครบางคนยังคงโอบกอดฉันอยู่  เราหลับไปทั่งคู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

            “องศา”

            ฉันลุกขึ้นนั่งบนตัวเขาก่อนจะสกิดเรียกให้องศาตื่น

            “หืม  กี่โมงแล้วเนี่ย”

            “ห้าทุ่มกว่าแล้ว”

            “อ่า  ให้ตายสิ  ฉันหิวชะมัด”

            ตัวฉันเองก็หิวนิดหน่อยเหมือนกัน  เลยลงจากตัวเขาแล้วเดินนำเข้าห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน  แต่แล้วองศาก็เดินตามฉันมาติดๆ

            “มีข้าวกล่องแช่แข็งอ่ะ”

            “ไม่เอา  ฉันไม่ชอบกินอาหารแช่แข็ง  เธอไปนั่งไปเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

            “ตามใจแล้วกัน”

            ในห้องฉันไม่ค่อยมีอะไรที่ยุ่งยากหรอก  เน้นสะดวกไว้ก่อน  ฉันปล่อยให้องศาทำอาหารแล้วเดินมารื้อเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าลงตะกร้าเพื่อเตรียมซัก  และจัดของที่นำออกมาจากกระเป๋าให้เข้าที่เข้าทาง

            “แอมแปร์  อาหารเสร็จแล้วนะ”

            ฉันเดินมาตามเสียงเรียก  พบชามกระเบื้องวางคู่กันและอาหารในถ้วยนั้นคือมาม่า...

            หน้าตาน่ากินเลยล่ะ  เขาใส่หมูสับและไข่ลงไปด้วย  ไหนจะผักอีกนิดหน่อยเท่าที่พอมีเหลืออยู่ในตู้เย็น

            “นายทำอาหารเก่งเหมือนกันนะ”

            “มันจะไปยากอะไร  แค่ต้มแล้วใส่นั่นใส่นี่ลงไปใครๆก็ทำได้”

            “หมายถึงว่าทำอาหารได้หลายอย่างไง  เค้ก  กาแฟ  แล้วก็อาหารง่ายๆแบบนี้”

            “สนใจเป็นแฟนฉันไหมล่ะ  เธอไม่อดตายแน่  ลองดูสิ”

            องศาโน้มหน้าพร้อมทั้งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาใกล้  แต่ฉันไม่ได้ถอยหนีไปไหนเพียงแต่ส่งสายตาดุไปให้  เขาจึงหยุดอยู่แค่นั้นและเบือนหน้าหนีอย่างขัดใจ  วันนี้เป็นอะไรของเขา  เอะอะก็จะถึงเนื้อถึงตัวอย่างเดียวเลย

            เราต่างคนต่างนั่งกินมาม่าของตัวเองไป  เรื่องของรสชาติมันก็พอกินได้  คือมันก็มาม่าทั่วไปนั่นแหละแค่รู้จักเอามาทำให้มันน่ากิน  ฉันไม่ใช่สายพูดอวยคนอื่นสักเท่าไหร่  จะให้มานั่งบอกว่าเขาทำอร่อยจัง  หรือให้ฉันนั่งชมมันก็ไม่ใช่ฉันอยู่ดี 

            ใช้เวลาไม่นานอาหารตรงหน้าเราสองคนก็หมดเกลี้ยง

            “นายกลับได้แล้วนะ  มันดึกมากแล้ว”

            ฉันพูดขณะที่ยกชามทั้งสองชามมาล้างที่อ่างล้างจาน

            “ดึกแล้วก็ให้ฉันนอนด้วยที่นี่ซะเลยสิ  เมื่อคืนเรายังนอนด้วยกันได้เลย”

            “นั่นนายแอบมานอนเองต่างหาก  กลับได้แล้วเดี๋ยวฉันจะทำงานต่อ”

            “ห้ะ!  เธอพักบ้างเถอะ  กินนอนเป็นเวลาเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”

            “จะกินนอนตอนไหนก็เรื่องของฉันน่ะ”

            ไม่ต้องพูดมากไปกว่านี้  ฉันคว้าข้อมือเขาแล้วพาเดินมาที่หน้าประตูห้องทันที  องศาทำหน้าหงอยแต่ก็ยอมใส่รองเท้าของตัวเอง  ฉันเปิดประตูแล้วจูงเขาเดินออกมาด้านนอกเพื่อจะไปส่งเขาที่ลานจอดรถ

            “มันกลับไปแล้วเหรอ”

            ถ้าองศาหมายถึงพี่ซีล่ะก็...

            “เขาจะกลับไปหลังจากที่ฉันกลับมาอยู่ที่ห้องแล้ว”

            “อะไรของมัน  เวลาเธออยู่ห้องมันก็มาเฝ้า  วันไหนไม่อยู่ห้องก็รอเธอจนกลับแล้วตัวเองค่อยกลับ?  ชีวิตมันดูว่างเนอะ  งานการไม่มีทำเหรอ”

            “เหมือนนาย  ที่ว่างตามฉันได้เป็นวันๆนั่นแหละ”

            “เธอปกป้องมันตลอดเลยนะแอมแปร์...”

            เอาเถอะ  เขาอยากคิดยังไงก็แล้วแต่  แต่ฉันไม่ได้ปกป้องพี่ซีแค่ฉันรู้จักเขาดีก็เท่านั้น  สิ้นประโยคที่เขาพูดประชดฉัน  องศาก็เงียบไม่พูดอะไรออกมาอีกจนกระทั่งฉันจูงมือเขาเดินมาถึงรถ

            “ขับรถดีๆนะ”

            “อื้ม  เธอก็นอนต่อได้แล้ว  งานค่อยทำพรุ่งนี้  แล้วอย่าบล็อกเบอร์ฉันอีกนะ”

            ฉันพยักหน้าแล้วดันตัวเขาให้เข้าไปนั่งในรถสักที  และยืนมองเขาขับรถออกไปจากบริเวณนี้จนพ้นสายตา   โมเมนท์แบบนี้เหมือนตอนที่ฉันมาส่งพี่ซีไปทำงานเมื่อหลายปีก่อนเลยเนอะ  แต่กับองศาฉันเดินมาส่งเพราะเขาลูกเล่นเยอะ  ไม่ยอมกลับสักที  มันน่ารำคาญน่ะเลยลากมาส่งให้จบๆไป

           

ตึก  ตึก  ตึก

 

            เสียงฝีเท้าของใครสักคนดังมาจากด้านหลังทำให้ฉันต้องหันไปมอง

            “ร่าน! นอนกกกับแฟนชาวบ้านค่อนคืน!

            อันนา..

            เธอเดินปรี่เข้ามาหาฉันพร้อมทั้งสาดน้ำจากขวดน้ำในมือมาใส่ฉัน  ทว่าฉันหลบทันอย่างหวุดหวิด  มันจึงโดนแค่ปลายผมด้านหลังและโดนเสื้อคลุมตัวนอกที่ฉันใส่ออกมาเท่านั้น 

            แต่คิดเหรอว่าฉันจะยอม?  เหอะ!

            วินาทีต่อมา  ฉันก้มหยิบรองเท้าแตะที่ตัวเองใส่ปาเข้าที่หน้าของเธออย่างจังและไม่ออมแรงแม้แต่น้อย 

            “โอ้ย! แก!

            ไม่รอให้เสียเวลา  ฉันเดินปรี่เข้าไปหาแล้วคว้าขวดน้ำในมือเขวี้ยงทิ้งลงพื้นก่อนตบหน้าเธอจนสุดแรง  คนอย่างฉันไม่ได้ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ  ถ้าคิดจะทำฉันเจ็บก็ต้องเตรียมใจมาเจ็บตัวด้วยเหมือนกัน!

 

เพี๊ยะ

 

            “กรี๊ดดดดด  อีบ้า  ฉันเจ็บนะ!!

            ก็ตบให้เจ็บไง!!

เมื่อเธอเงื้อมมือจะตบฉันกลับ  ฉันจึงรีบเอื้อมมือไปจิกกลุ่มผมสีบอร์นของเธอแล้วออกแรงกระชากให้ล้มลงบนพื้นโดยมีตัวฉันคร่อมอยู่ด้านบน

            “กล้าดียังไงมาด่าฉันแบบนั้น?”

            ฉันเอ่ยถามอันนาไปเสียงเรียบและใบหน้านิ่ง..

            “ก็มายุ่งกับพี่องศาของฉันทำไม  ไม่มีปัญญาหาผัวเหรอถึงต้องพาผู้ชายมานอนกกถึงห้องน่ะ!!”     

            หัวใจฉันเต้นถี่แรงด้วยความโกรธ  ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นน้ำที่ไหลจากขวดมันเริ่มเกิดฟองและมีไอร้อนขึ้นมาฉันยิ่งโมโห  เธอกล้ามากนะคิดจะเอาน้ำกรดมาสาดฉันเลยเหรอ!!

            ปลายเล็บของฉันออกแรงจิกโคนผมของหล่อนให้แรงกว่าเดิม  เคยคิดว่าองศากับอันนาเหมาะสมกัน  แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนความคิด

            “ฉันไม่เคยคิดจะแย่งเขามาจากเธอ  แต่ตอนนี้  ฉันจะเอาเขามาเป็นของฉันให้ได้!  คนอย่างองศาน่ะไม่ยากหรอก”

            “โอ้ยฉันไม่มีวันยอมเสียพี่เขาให้ใคร!!

            เธอจิกเล็บลงที่แขนของฉันจนรู้สึกเจ็บ  แต่ฉันไม่ปล่อยเธอหรอก  ฉันจะยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้เธอกลับไปด้วย

            “เกมส์นี้เธอเริ่มเองนะอันนา  แต่ฉัน..จะเป็นคนจบเกมส์นี้ให้เอง  ขอบอกเอาไว้ตรงนี้ว่าต่อไปเขาจะไม่สนใจเธออีกร้อยเท่าพันเท่า  องศาจะอยู่กับฉันแทบทุกวัน  เราจะนอนด้วยกันจนหนำใจ  โดยที่เธอจะไม่มีวันได้รับความรักจากเขาเท่าเดิมอีก!

            “ไม่มีทาง!!  พี่เขารักฉัน!

            “ฉันไม่สน!  ถ้าเขารักเธอเขาคงไม่ตัวติดกับฉันแบบนี้หรอก  รู้เอาไว้ว่ากำลังจะเป็นหมาหัวเน่า!  เวลาองศาอยู่กับฉัน  เขาไม่เคยนึกถึงเธอเลย  หึ!  ฉันไม่มีทางปล่อยองศาคืนให้เธอแน่อันนา  เธอคิดผิดที่ทำเรื่องต่ำๆกับฉันวันนี้!  แล้วตัวเธอเองนั่นแหละที่จะเจ็บเจียนตายเพราะผู้ชายทิ้งมาหาฉัน!

            ทุกอย่างที่พูดออกไปทุกคำฉันตั้งใจที่จะพูดเพราะฉันจะทำตามนั้นจริงๆ  ผู้หญิงคนนี้จะเจ็บยิ่งกว่าเจ็บ  สายตาอาฆาตที่เธอส่งมาให้มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกกลัวเลยสักนิด  


LOADING 65 %


ปิ๊ดดด

 

            ได้ยินเสียงนกหวีดของพี่ยามดังแว่วมาไกลๆ  ฉันจึงจับหัวยัยเด็กนี่กระแทกพื้นเบาๆเป็นการส่งท้ายก่อนจะลุกเดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่อารมณ์โกรธยังคงพุ่งพล่านไม่หาย 

ฉันไม่คิดเลยจริงๆว่าเด็กนี่จะกล้าถือน้ำกรดมาทำเรื่องแบบนี้  สมองมีน้อยมากมั้งถึงคิดไม่ได้  ถ้าน้ำกรดนั่นโดนใครสักคนขึ้นมาจนบาดเจ็บจะทำยังไง  น้ำกรดนะไม่ใช่น้ำเปล่า  ขนาดฉันไม่โดนเต็มๆยังรู้สึกร้อนๆที่ต้นคอเลย  ดีที่หลบทันเลยโดนปลายผมด้านหลังแทน  ถ้าโดนหน้าฉันขึ้นมาล่ะ?  มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะ

รักมากใช่ไหมผู้ชายคนนี้  งั้นฉันขอก็แล้วกัน!!!

 

ปัง!!

 

            ปิดประตูห้องเสียงดังด้วยอารมณ์ที่ไม่คงที่นัก  ยัยเด็กบ้านั่นทำฉันหัวเสียกลางดึกซะได้  ฉันรีบเดินไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่แล้วส่องสำรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียดว่าโดนน้ำกรดตรงไหนบ้างหรือเปล่า  เสื้อคลุมตัวหนาถูกถอดออกเพื่อดูว่าโดนน้ำกรดไปมากน้อยแค่ไหน  ปรากฎว่ามันขาดเป็นรูตามที่ผิวผ้าสัมผัสโดนน้ำกรดนั่น  หลังคอฉันที่โดนไอระเหยของน้ำกรดยังรู้สึกแสบร้อนไม่หาย  นี่ขนาดไม่สัมผัสผิวโดยตรงยังแสบขนาดนี้เลยล่ะ

            มันร้ายแรงถึงขนาดปลายผมด้านหลังของฉันแหว่งไม่เป็นทรง  วันเมื่อรืนฉันต้องไปออกบูธน้ำหอมที่ห้างซะด้วยสิ  พรุ่งนี้คงต้องไปทำผมใหม่ก่อนวันงาน  วุ่นวายไปหมดเพราะยัยเด็กนั่นคนเดียวเลย 

            ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอไปรู้ไปเห็นอะไรระหว่างฉันกับองศามาตอนไหน  แต่ต่อไปเธอจะต้องเจ็บยิ่งกว่าการโดนน้ำกรดสาดแน่นอน  เธอเข้ามาทำพฤติกรรมไม่น่ารักกับฉันก่อน  ซึ่งมันกระตุ้นความยากได้และอยากชนะของฉันให้สูงปี๊ด  จากที่ไม่คิดอะไรกับองศาเลยเพราะเขาดูเป็นคนดี  แต่จากนี้ฉันจะต้องได้หัวใจองศา  มันคือวิธีที่จะทำให้อันนาเจ็บที่สุด

            แล้วนี่องศาจะรู้บ้างไหมนะ  ว่าแฟนที่แสนดีน่ารักของเขาทำแบบนี้  ฉันแจ้งตำรวจจับยัยนั่นยังได้เลยแต่ฉันไม่ทำ  มันน้อยไปสำหรับยัยนั่น

            ขอเปิดศึกตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป  ผู้ชายที่ชื่อองศาต้องเป็นของฉัน

            หลังจากที่ใช้ผ้าเย็นประคบที่หลังคอฉันจึงหยิบโทรศัพท์โทรหาองศาสักหน่อย  ไม่รู้อันนาโทรไปเป่าหูอะไรหรือเปล่า  แต่ก็ช่างยัยเด็กนั่นเถอะ

           

ตู๊ดดดด

           

[ฮัลโหลแอมแปร์]

“นายถึงบ้านรึยัง”

[ยัง  แต่ใกล้ถึงแล้วล่ะ  เธอเป็นอะไรรึเปล่า?  ทุกทีไม่เห็นจะโทรหาฉันเลย]

“กลัวนายจะหลับใน  ถึงแล้วโทรบอกฉันด้วยล่ะ”

            [ก็นึกว่าโทรมาเพราะไอ้แฟนเก่าเธอไปกวน  จะได้วนรถไปหาเดี๋ยวนี้เลย  แต่ที่ไหนได้เธอโทรมาเพราะเป็นห่วงฉันนี่เอง  ฮ่าๆ]

            “ไอ้บ้า  แค่นี้แหละ”

            พอเขาขี้เล่นใส่ฉันบางทีก็อดขำตามไม่ได้  ช่างไม่รู้ชะตากรรมตัวเองที่กำลังจะตกเป็นหมากในเกมส์ระหว่างฉันกับอันนาเอาซะเลย  แต่อีกใจฉันไม่อยากทำร้ายองศานะ  เชื่อเถอะว่าสักวันเขาจะชอบฉันขึ้นมาจริงๆแล้วถึงวันนั้นตัวฉันเองอาจจะทิ้งเขาอย่างเลือดเย็น  แต่ก็ไม่แน่  เราอาจเป็นเพื่อนกันได้  เพราะทุกวันนี้ฉันวางสถานะของเขาเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่งและมันก็โอเคนะ  เขาเป็นเพื่อนที่ใช้ได้เลยล่ะ 

            ฉันเดินเข้าไปอาบน้ำโดยไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์เข้าไปด้วย  เผื่อว่าองศาถึงบ้านแล้วโทรมาจะได้รับสายทัน  เมื่อได้นอนแช่น้ำอุ่นมันช่วยให้ผ่อนคลายลงได้มาก  ความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่หายไป  ในหัววางแผนการที่ตัวเองควรจะทำเงียบๆ 

 

Rrrrrr

 

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครโทรกลับมา  ฉันเช็ดมือที่เปียกก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู  ทว่า...องศาวีดีโอคอลมา 

            “ถึงบ้านแล้วเหรอ?”

            [เพิ่งถึง  ทำไมเธอไม่เปิดกล้องล่ะ?]

            “ฉันอาบน้ำอยู่”

            เขาไม่ได้ปิดกล้องทางฝั่งเขาเมื่อรู้ว่าฉันไม่ยอมเปิดกล้อง  เพียงแต่ทำหน้าเซ็งใส่เหมือนรู้ว่าฉันมองเขาอยู่

            [เดี๋ยวฉันอาบน้ำโชว์ให้เธอดูเอาไหม?]

            “ไม่ดูหรอก  เออ  เมื่อรืนว่างไหม?  ฉันต้องไปออกบูธน้ำหอม  ถ้าว่างก็มากินข้าวกัน”

            [เธอชวนฉันกินข้าวเหรอ?  เห้ย!!]

            ฉันตัดสินใจเปิดกล้องแต่ถ่ายตัวเองให้เห็นแต่หน้าเพื่อคุยกับเขา  ที่องศาวีดีโอคอลมาเพราะอยากเห็นหน้าฉันล่ะมั้ง  ฉะนั้นก็ควรได้เห็นเพื่อไม่ให้เสียความตั้งใจ  แต่เห็นได้แค่หน้าเท่านั้นล่ะ       

            “ตกใจอะไรของนาย  ไม่ว่างก็แล้วแต่  แล้วนายไปรับแฟนนายวันไหนล่ะ  กลับจากพัทยารึยัง?”

            [ว้าวววว  ลดกล้องต่ำลงมาอีกหน่อยสิ  เห็นหน้าบ่อยแล้วอยากเห็นนมบ้าง]

            “องศา!  นายนี่! เมื่อก่อนไม่เห็นจะทะลึ่งขนาดนี้เลย”

            [ก็ผู้ชายอ่ะ  มันคิดอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก  เมื่อกี้เธอถามว่าไงนะ?]

            “ถามว่าไปรับอันนาวันไหน  ถ้าต้องไปรับแฟนก็ไม่ต้องมาหาฉันก็ได้”

            แสร้งถามทำเป็นไม่รู้ไปอย่างงั้น  ทั้งที่ฉันเพิ่งเจอกับแฟนเขาเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง

            [อันนาเหรอ  ยังไม่ได้คุยกันเลยอ่ะ  แต่ฉันว่างสำหรับเธออยู่แล้ว]

            “อยู่กับนายบ่อยๆก็ดีนะ  ไม่เบื่อดี  ถ้าว่างตรงกันก็เจอกันบ้างก็ได้  แต่เกรงใจแฟนนายจัง  ทำตัวอย่างกับเป็นชู้กันทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย”

            นางร้ายในคราบนางเอกแบบที่ฉันกำลังทำมันใช้ได้กับผู้ชายทุกคนนะ  ผู้ชายมักจะโง่เรื่องผู้หญิงนี่แหละ

            [ฉันดีใจจังที่เธออยู่กับฉันแล้วมันโอเค  เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันไปหาเธอบ่อยๆแล้วกัน  เราไม่ได้เป็นชู้กันสักหน่อย  ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอมากกว่า เธออยู่กับตัวเองมากไปอ่ะ  ถ้าฉันอยู่ข้างเธออาจทำให้เธอคลายเครียดได้]

            องศาก็เป็นแบบนี้  ชอบพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงแต่ก็มักจะตรงตามที่เขาบอกอยู่บ่อยครั้งในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของฉัน  ก็เมื่อก่อนชีวิตฉันมีแค่พี่ซี  วันนี้ไม่มีพี่เขาแล้วฉันก็เหลือแต่ตัวเอง  ก็ถูกแล้วนี่ที่ฉันใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้  นี่ถ้าแม่อยู่เมืองไทยฉันก็คงอยู่กับแม่  แต่แม่อยู่ต่างประเทศ  ชีวิตฉันเลยเป็นอย่างที่เห็น  ฉันออกจะแฮปปี้  ไม่เห็นซีเรียสอะไรเลย

            “นายน่ารักดีนะองศา  ถ้านายไม่มีแฟนอยู่ก็คงดี”

            [วันนี้มาอารมณ์ไหนของเธอเนี่ย]

            “ไปอาบน้ำนอนได้แล้วไป  บาย”

            คิดว่าเขาคงว้าวุ่นกับคำพูดของฉันไม่น้อย  เอาจริงๆฉันแทบจะไม่ต้องทำอะไรมากเลยนะเพื่อให้องศาสนใจ  ฉันก็เป็นตัวเองแบบนี้เดี๋ยวเขาก็เข้ามาหาฉันเอง  อาจจะเปิดใจให้เขามากขึ้นหน่อยก็เท่านั้น  นับเคสผู้ชายที่ฉันเจอมา  คู่องศากับอันนาเป็นอะไรที่ฉันอยากชนะมากที่สุด  ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนท้าทายฉันได้ขนาดนี้  เลยทำให้ดูเป็นเรื่องหน้าตื่นเต้นซะจนคู่อื่นที่ผ่านมากระจอกไปเลย

            เทียบกับผู้ชายที่นอกใจแฟนมากิ๊กกับฉัน  องศาก็ไม่ต่างไปจากผู้ชายพวกนั้นหรอก  เขามีอันนาอยู่แล้วแต่ยังเอาตัวมาพัวพันกับฉันถึงขั้นเสนอตัวกับแฟนเก่าว่าเป็นแฟนใหม่อีก  เวลาที่อยู่กับฉัน  ไม่เห็นจะมีสักเสี้ยววินาทีไหนที่องศาจะสนใจอันนาเลย  ถามว่าเลวไหมก็เลว  แต่จริงๆแล้วเรื่องอื่นองศาเป็นคนดีเลยนะ  คือคนแบบนี้เหมาะกับการเป็นเพื่อนอย่างที่ฉันเคยบอกนั่นแหละ

            พักความคิดเรื่องอยากเอาชนะไว้เพียงแค่นั้น  ฉันรีบลุกมาล้างตัวและสวมชุดนอนตัวบางอย่างลวกๆ  ทว่าขณะเดินผ่านโซฟาสายตาฉันเหลือบเห็นกระเป๋าตังค์หล่นอยู่  น่าจะขององศา 

            กระเป๋าหนังจระเข้สีดำยี่ห้อดังหล่นอยู่บนพื้นข้างโซฟา  ขอถือวิสาสะหยิบขึ้นมาเปิดดูหน่อยแล้วกัน 

            ด้านในเป็นรูปครอบครัวของเขา  มีพ่อ แม่  และเด็กผู้หญิงอีกคนหน้าตาเหมือนองศาเป๊ะเลย  คงจะเป็นน้องสาว  เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เพราะครอบครัวฉันแตกระแหงไปหมดแล้ว  ลืมความอบอุ่นของคำว่าครอบครัวไปนานแล้วด้วย  เอิ่ม  นอกนั้นก็มีบัตรเครดิตอีกหลายใบ  บัตรประชาชน  เงินสดจำนวนหนึ่ง  แล้วก็...ถุงยางอนามัย

            “นายนี่มันจริงๆเลยนะองศา  หึ”

            มันก็น่าคิดเหมือนกันนะ  เขามีอุปกรณ์อย่างว่าอยู่กับตัว  แต่เขาไม่ทำแบบนั้นกับฉัน  อาจมีพูดจาทะลึ่งตึงตังบ้างแต่องศาไม่เคยเหวี่ยงฉันลงเตียงแล้วระดมจูบเหมือนที่ผู้ชายคนอื่นทำ  เขาจะจูบก็ขออนุญาตฉันก่อน  พอไม่ให้ก็ไม่ทำ  แปลกไหมล่ะ  เขาเลือกที่จะไม่ทำเองทั้งที่มีโอกาสตั้งหลายครั้ง  แต่ฉันก็มั่นใจว่าฉันสามารถควบคุมเขาอยู่ 

            ฉันถ่ายรูปกระเป๋าตังค์ของเขาแล้วส่งไลน์ไปบอกว่าเขาลืมของไว้ที่นี่  ก่อนจะถือมันไปวางไว้บนโต๊ะดีๆและเข้าห้องนอน

 

Rrrrrr

 

            องศา... 

            “ว่าไงองศา  นายลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ห้องฉันนี่ตั้งใจรึเปล่า”

            [อ้าว  ฉันลืมเหรอ?]

            “นายยังไม่อ่านไลน์ที่ฉันส่งไปเหรอ?”

            [ยัง  ทะเลาะกับอันนาอยู่  ฉันจะโทรมาถามเธอว่าเธอได้เจออันนาบ้างรึเปล่า  หรืออันนาโทรไปกวนเธอไหม]

            ยัยเด็กนั่น...จะหาเรื่องใส่ร้ายอะไรฉันอีกนะ  น่าสนุกจัง

             “เธอบอกนายว่าไงล่ะ”

            [ก็พูดแต่ว่าเธอจะแย่งฉันไป  อะไรไม่รู้ว่ะ  งง  อยู่ดีๆก็มาหาฉันที่บ้าน  ร้องไห้เพิ่งหยุดเมื่อกี้เอง  แล้วเรื่องมันเป็นยังไงเหรอ?]

            “ถามฉัน  ฉันจะไปรู้ด้วยกับแฟนนายไหมล่ะ  คงเห็นนายอยู่กับฉันบ่อยๆมั้งเลยหึงเป็นธรรมดา”

            [ช่างเถอะ  เดี๋ยวฉันจัดการอันนาเอง]

            “แล้วนายมีตังค์ใช้ไหม  ลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่นี่”

            [มีอยู่  เดี๋ยวมะรืนเจอกันนะ  อย่าลืมเอามาคืนฉันด้วยล่ะ บ๊ายบาย]

            น้ำเสียงยังสดใสอยู่แสดงว่าไม่เครียดมาก  ยัยเด็กนั่นถึงกับถ่อไปหาองศากลางดึกกันเลยเหรอ?  เหอะ  ตลกชะมัด  มีโอกาสอ้อนองศาอยู่ก็อ้อนเขาซะให้พอนะอันนา  นอนกอดเขาให้แน่นๆนะคืนนี้ 

           

END  TALK


UPLOAD  100  %

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ..

1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจนะคะ





*สำคัญ*อย่าลืมกดแอดแฟนนะจ๊ะ จิ้มที่รูปเบย



ติดตามแฟนเพจนักเขียนจิ้มที่รูป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #45 ผู้หญิงขี้วีนนนน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 23:24
    เปิดศึกชิ่งผู้นอนกอดให้พอนะอันนาระวังหาย
    #45
    0
  2. #27 AS-aom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:29
    ต่อ...
    #27
    0
  3. #26 eyelyka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 10:39
    รอออออ
    #26
    0
  4. #25 AS-aom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 22:00
    แอมเปอร์เค้ามาแรงจริงๆ
    ต่อออด้วยนะไรค์
    #25
    0
  5. #24 ~ฮันนี่งิงิ~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:50
    รอต่ออออออ
    #24
    0
  6. #23 AS-aom sin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 21:44
    กอดยังทั้งคืนเลยมั้ยแหละองศา...มาต่อด้วยนะไรค์
    #23
    0