PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 5 : HUNTED : STEP 04 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 เม.ย. 60

AMPARE  TALK

 

            ฉันเลือกที่จะหยุดปัญหาทุกอย่างแล้วหนีมาเที่ยวที่พัทยาด้วยตัวคนเดียว  ฉันเบื่อทุกอย่าง  ปล่อยให้ปัญหามันคาราคาซังแบบนั้นสักสองสามวันก็แล้วกัน  อยากมาเที่ยวที่ไม่มีใครรู้จักฉันบ้าง  อยากนั่งจิบเบียร์คนเดียวแล้วปล่อยความคิดไปกับธรรมชาติ


            หน้าหาดยามเย็นที่เงียบสงัดแห่งนี้มีเพียงฉันนั่งถือกระป๋องเบียร์อยู่ลำพัง  สายตามองตรงไปเบื้องหน้ายังเส้นขอบฟ้าที่จรดกับขอบทะเลและไกลสุดลูกหูลูกตานั่น


            ฉันมาทะเลครั้งสุดท้ายเมื่อสามปีก่อนกับพี่ซี...

            

           จำได้ว่าตอนนั้นทะเลมันสวยกว่านี้นี่นา...


            เมื่อนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินอันสวยงามเสร็จ  ฉันก็ลุกขึ้นยืนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด  ก่อนจะก้มเก็บกระป๋องเบียร์ไปทิ้งแล้วเดินไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารทะเลริมหาดต่อ  ช่วงนี้น้ำหนักฉันลดไปตั้งห้ากิโลกรัมแน่ะ  ทั้งที่ก็รู้สึกว่ากินปกตินะไม่ได้ลดลงแค่ช่วงก่อนเที่ยวหนักไปหน่อย

           

           อาหารหลายอย่างที่ฉันสั่งถูกลำเลียงมาเสิร์ฟล้วนแต่น่ากินทั้งสิ้น  กุ้ง  หอย  ปู  ปลา  นับว่าครบเลยก็ว่าได้ 

 

           ฉันนั่งกินอาหารอย่างเพลิดเพลิน นานๆทีจะได้มานั่งกินอะไรจุใจแบบนี้สักที  วันนี้ฉันมาพักผ่อนที่นี่เป็นวันที่สองแล้วล่ะ  สองวันมานี้ก็ยินเยอะแบบนี้เลย  การได้กินอาหารที่อยากกินนี่มันก็คือความสุขอีกอย่างนึงนะ  ชอบจัง


            “เช็คบิลด้วยค่ะ”


            เมื่ออิ่มท้องก็สั่งเช็คบิลทันที  จริงๆฉันแอบห่วงนิดหน่อยเพราะไม่ได้หยิบมือถือออกมาด้วย  กลัวว่าที่ร้านจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า  หรือปัญหาที่ค้างคาอยู่แก้ไขไปได้ถึงไหนแล้ว  เลยไม่กล้าที่จะนั่งที่นี่นานไปกว่านี้


            “คุณผู้ชายโต๊ะนั้นจ่ายให้เรียบร้อยแล้วครับ”


            “คะ?”


            ฉันหันไปมองผู้ชายคนหนึ่งที่ส่งยิ้มหวานมาให้และฉันก็ส่งยิ้มให้เขาเช่นกัน


            “อาหารโต๊ะเขาเท่าไหร่อ่ะคะ?  เดี๋ยวฉันจ่ายของเขาคืน”


            “พี่เขาบอกว่าถ้าถามแบบนี้...”


            “นี่นะคะเงิน  ฝากขอบคุณเขาด้วย”


            มุกตื้นๆ  รู้ว่าเขาฝากอะไรมาบอก  รู้ด้วยว่าในมือพนักงานเป็นกระดาษที่เขาเขียนเบอร์หรือไลน์เอาไว้แล้วฝากมาให้ฉัน  แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้อยากเล่นกับใครทั้งนั้น  เพิ่งโดนตบมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้ายังไม่หายบวมเลย  คิดไว้แล้วว่าช่วงนี้จะพักแย่งผู้ชายของชาวบ้านแล้วมาเคลียร์งานให้มันเสร็จก่อน  ที่ฉันเล่นด้วยก็คาราคาซังอยู่หลายคน  รอให้ล็อตนี้เลิกกับแฟนก่อนค่อยว่ากัน 


            ต่อให้ฉันหยุดทำเรื่องแบบนั้นแล้วแต่ผู้ชายพวกนั้นก็ไม่หยุด  พวกเขายังคงตามตอแยไม่เลิก  แล้วฉันไม่ค่อยจะปฎิเสธเหยื่อของตัวเองด้วยสิ  มีไว้แก้เหงาเป็นครั้งคราวไป


            สองเท้าเดินกลับไปยังที่พักของตัวเอง  สายตามองผู้คนที่นั่งสังสรรค์กันตามร้านอาหารริมทาง  ค่ำคืนแสนสนุกของคนอื่นๆ  แต่สำหรับฉันการได้อยู่กับตัวเองคือการพักผ่อนต่างหาก 

 

แกร๊ก

Rrrrrrrrr


            เพียงแค่เปิดประตูห้องพักเข้ามาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องดังระงม  และแน่นอนว่าเครื่องหนึ่งสายเรียกเข้าเป็นพี่ซี  ส่วนอีกเครื่องเป็นน้องที่ร้าน  ซึ่งฉันต้องรับสายน้องเรื่องงานอยู่แล้ว


            “ฮัลโหลมิน”


            [พี่แอมป์คะ  ทำไมไม่รับสายมินเลย..]


            “พี่ไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์น่ะ  ที่ร้านมีอะไรรึเปล่า”


            [ลูกค้าที่แพ้ครีมเรา  มีคลีนิคหนึ่งรับเคสนี้ไปรักษานะคะ  แล้วลูกค้าเลือกที่จะรักษากับทางนั้น  ปฏิเสธคลีนิคที่เราดีลไว้ค่ะ  พี่แอมป์จะให้มินจัดการยังไงต่อดีคะ]


            “เดี๋ยวมินส่งรายละเอียดคลีนิคนี้มาให้พี่ทีนะ  พี่จะจัดการต่อเอง  ฝากขอบคุณทีมเราทุกคนด้วย”


            ฉันกดวางสายไปก็คิดตามที่มินบอกทีละอย่างอีกครั้ง  และสิ่งที่ฉันจะทำต่อไปนี้คือต้องไปขอบคุณคลีนิคนั้นสักหน่อย  เอาเป็นว่าต้องกลับกรุงเทพพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ  ตอนบ่ายก็ไปที่คลีนิคนั้นเลย  เรื่องกระแสด้านลบมันคงค่อยๆหายไปเองนั่นแหละเนอะ  ในเมื่อทางฉันก็รับผิดชอบเท่าที่ฉันจะทำได้แล้ว  ต่อไปก็ต้องทำการตลาดโปรโมทให้มากกว่าเดิม


            สายตาเหลือบไปเห็นเบอร์โทรเข้าของโทรศัพท์อีกเครื่องนึงเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่  จากพี่ซีเป็นนายองศา  ฉันจึงกดรับสายทันที  เพราะฉันจะรับสายแทบทุกสายที่โทรเข้ามายกเว้นพี่ซีคนเดียว


            “ว่าไงองศา”


            [อยู่ไหนอ่ะ  มาเที่ยวทะเลกับฉันไหม?]


            ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัยกับสิ่งที่เขาพูด  อย่าบอกนะว่า...


            “นี่นายตามฉันมาถึงพัทยาเลยเหรอ?”


            [อ้าว  เธออยู่พัทยาเหรอ?  อยู่ตรงไหนอ่ะ  ฉันก็อยู่พัทยา]


            “นายมาทำอะไร”


            [มาส่งอันนามาเที่ยวกับเพื่อน  เธออยู่ไหนฉันจะไปหา  มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยสิ  ฉันหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว]


            น้ำเสียงที่แข็งกร้าวเปลี่ยนไปกลายเป็นเสียงอ้อนแทน  นึกหน้าเขาออกเลยแฮะว่าตอนนี้จะทำหน้าแบบไหนอยู่


            “ฉันเพิ่งกินข้าวเสร็จ  ขี้เกียจจะออกจากห้องไปนั่งตากลม”


            [ส่งโลเคชั่นมาในไลน์  ถ้าไกลฉันก็ไม่ไป]


            ถ้าไม่รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนเขาก็คงจะตี๊อไม่เลิกสินะ  ฉันจัดการเปิดสปีคเกอร์โฟนแล้วส่งโลเคชั่นไปตามที่เขาต้องการ


            “อืม  ส่งไปละ”


            [บ้าเอ้ย  ฉันอยู่ห่างจากรีสอร์ทที่เธอพักนิดเดียวเอง  โลกกลมไปรึเปล่าทำไมเรายังมาเจอกันที่นี่อีก?  เพราะเธอชอบฉันอยู่แน่ๆเลยแอมแปร์]


             “พูดเพ้อเจ้ออะไรของนายอยู่”


LOADING 30 %


ฉันกดวางสายไปทันทีเมื่อองศาเขาเริ่มจะเพ้อเจ้อไม่เข้าท่า  อยู่กับเขาไปมากๆก็ไม่รู้ว่าอันไหนพูดเล่นพูดจริงเหมือนกัน  เพราะฉันก็เห็นเขายิ้มให้กับทุกการกระทำของตัวเอง  ยิ้มได้ตลอดเวลา


            เมื่อมีเวลาว่างฉันจึงไล่ตอบไลน์หนุ่มๆในสต็อคเป็นการบริหารเสน่ห์  ช่วงนี้เจอแต่เรื่องเลยไม่ได้เข้ามาคุยกับใครเท่าไหร่นัก  การนัดเจอหนุ่มๆเลยลดน้อยลงไปมาก  สืบเนื่องมาจากเที่ยวน้อยลงด้วยเลยทำให้ไม่ค่อยได้เจอใคร  นอกเสียจากว่าใครที่ว่าจะมาหาฉันเองล่ะก็นะ


            แต่คิดไปคิดมา  ฉันเริ่มจะสบายใจกับการอยู่กับตัวเองแล้วสิ  เนี่ย  อย่างครั้งนี้มาเที่ยวคนเดียวถึงจะเหงาแต่ฉันแฮปปี้ดีเหมือนกันนะ  แต่การได้อยู่กับผู้ชายสักคนมันก็ดีไปอีกแบบแหละ  ท้าทายดีว่าแฟนเขาจะจับได้ตอนไหน  หึๆ  ยิ่งถ้าได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับแฟนชาวบ้านแล้วล่ะก็  มันสะใจชะมัดเลย

 

ก๊อก  ก๊อก

           

            “หนู  ป้าเอาผ้าห่มมาเพิ่มให้จ้า!!


            ฉันมองไปที่ผ้าห่มผืนใหญ่อย่างไม่เข้าใจว่าแม่บ้านจะเอามาเพิ่มให้ทำไมอีก  ฉันเองก็อยู่คนเดียว  ห่มผืนเดียวก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?  สองขาลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังประตูหน้าห้องก่อนจะเอื้อมมือเปิดประตูทันที


            “หนูไม่ได้ขอนะคะ  ผืนเดียวก็พอค่ะไม่หนาวมาก”


            “พ่อหนุ่มคนนี้เขาขอมาน่ะ”


            เมื่อคุณป้าเอี้ยวตัวทำให้ร่างชายคนหนึ่งปรากฏขึ้น...


            รู้ใช่ไหมว่าใคร?


            “แฮ่ๆ”


            องศาชูถุงอาหารขึ้นมาแล้วใช้มืออีกข้างเกาหัวแก้เก้อ  ให้ตายเถอะ  นี่เขาอยู่พัทยาจริงๆเหรอเนี่ย?  ที่เขาบ่นว่าโลกกลมนี่ฉันมากกว่ามั้งควรจะพูด  เขาอยู่ใกล้ๆนี่อย่างที่เขาบอกแน่ถ้าจะมาเร็วขนาดนี้ล่ะนะ


            “นายมาทำไม?” 


            “เหงา  หาเพื่อนกินข้าว”


            “แล้วฉันเป็นเพื่อนนายรึไง?”


            “เปลี่ยนเป็นเมียได้ป่ะล่ะ”


            ยอมใจตรงที่เขามาส่งอันนา  ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนสาว  และลับหลังเธอไม่นานก็มาหาฉันด้วยสีหน้าระรื่นไม่รู้สึกผิดใดๆ


            “รีบกินรีบกลับละกัน  ฉันจะนอน”


            กล้ามาขนาดนี้ฉันก็กล้าให้เขาเข้ามาเหมือนกัน  จริงๆผู้หญิงควรจะกลัวผู้ชายเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง  ไอ้พวกความสัมพันธ์ฉาบฉวยพวกนั้นมักเกิดขึ้นในเวลาแบบนี้แหละ  แต่ฉันไม่กลัวหรอก  มันจะจูบจะปล้ำฉันได้ก็ลองดู


            หลังจากที่ตัวเขาเข้ามาก็ต่างคนต่างอยู่  ฉันมานั่งคุยไลน์กับหนุ่มๆที่ขอบเตียง  ตัวเขาเองนั่งแกะอาหารอยู่ที่โต๊ะ


            “แอมแปร์  กินผัดกระเพราะกับฉันไหม?”


            “มาถึงทะเลนายกินผัดกระเพราเนี่ยนะ?”


            ฉันถามเขากลับก่อนจะลุกแล้วเดินเข้าไปหาเขาด้วยความสงสัย  คือเขากินผัดกระเพราะหมูกับไข่เจียว   กินแบบนี้ก็กินที่กรุงเทพก็ได้ไหมล่ะ


            “ก็ฉันแพ้อาหารทะเล  แต่ฉันซื้อกุ้งเผามาให้เธอด้วยนะ”


            เขาชี้ไปที่กล่องโฟมกล่องใหญ่อีกกล่องที่วางอยู่ใกล้ๆ


            “ฉันบอกว่าฉันอิ่มแล้วไง  แล้วอันนาอยู่ไหนล่ะ?”


            “อยู่โรงแรม  อันนาไม่มานอนพักรีสอร์ตเล็กๆแบบนี้หรอก  แต่ฉันอยากมาเลยนั่งเรือข้ามฝั่งเพื่อมาพักที่นี่สักคืน”


            “นายนี่เลวชะมัด”


            “เลวถูกใจเธอไหมล่ะ  อยากได้ฉันขึ้นมาแล้วล่ะสิ”


            “...”


            ฉันเบ้ปากให้เขาก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ  จริงๆก็แอบไม่เข้าใจนิดหน่อยเหมือนกันเพราะองศามีอะไรก็บอกฉันหมด  ฉันถามเรื่องอันนาแทนที่เขาจะปิดบังบ้างก็ไม่มี  เขาดูเป็นคนจริงใจดี  ซึ่งผู้ชายหลายคนไม่ได้เป็นแบบนี้  ผู้ชายพวกนั้นจะปิดบังเรื่องแฟนตัวเองกับฉันเพื่อบิดเบือนให้ตัวเองดูดีขึ้นมา  แต่องศาไม่ใช่แบบนั้น  ถ้าพูดกันตามตรงเขาก็เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งนะ  เสียตรงที่ฉันไม่มีความรู้สึกแบบนั้นกับเขาเลยแม้แต่น้อย  ไม่รู้ว่าเพราะอะไร


            องศาคุยสนุก  น่ารัก  จริงใจ  แต่เหมาะจะเป็นเพื่อนมากกว่า


            “สายตาเธอเหมือนอยากปล้ำฉันอย่างงั้นแหละ”


            ฉันนั่งมองเขาจากด้านข้างแล้วคิดอะไรมาสักพักแล้วล่ะ 


            “ถ้าฉันคิดจะปล้ำนาย  นายเสียตัวให้ฉันไปตั้งนานแล้ว”


            “นี่  กินกุ้งที่ฉันซื้อมาสักตัวไม่ได้เหรอ เสียดายอ่ะ”


            “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันอุ่นกินก็ได้  นายนี่เจ๊าะแจ๊จริงๆ”


            ฉันเดินออกมาจากตรงนั้นแล้วขึ้นเตียงมานอนเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อยตามประสา  โดยไม่สนใจเขาอีกเลย  ถ้าฉันยังคุยด้วยเดี๋ยวองศาจะไม่ยอมกลับอีกทำไง  เขาน่ะดื้อจะตาย


            “โทรศัพท์เครื่องนั้นของเธอสั่นนานแล้วนะ  ไม่รับรึไง”


            “ไม่”


            “แฟนเก่าเธอใช่ไหม?”


            ก็ในเมื่อมันเป็นความจริงฉันเลยพยักหน้าตอบไป  แต่ก็ไม่คิดว่าองศาจะเดินเข้ามากดรับสายพี่ซีแบบนี้


            “ฮัลโหล  มีธุระอะไรกับแฟนผมเหรอครับ  โทรมาบ่อยเหลือเกิน  รู้ไหมว่าเสียงโทรศัพท์มันขัดจังหวะของพวกเรา”


            ไอ้บ้านี่!!  ดูพูดเข้าสิ  เขาพูดแค่นั้นแล้วกดวางสายของพี่ซีไป  ยังไม่พอ  ถือวิสาสะมาปิดเครื่องโทรศัพท์ของฉันด้วย


            “นายคิดว่ากวนพี่ซีไปแบบนั้นแล้วเขาจะเลิกยุ่งกับฉันเหรอองศา  ก็อย่างที่เห็น  ขนาดนายบอกจะพาฉันไปฝากครรภ์เขายังกล้าโทรมาอยู่เลย  เขาไม่ใช่คนยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ  ฉันรู้จักเขาดี”


            “แล้วเธอเลิกกับมันเพราะอะไร?”


            “...”


            ฉัน...ไม่อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครได้รู้  อยากจะเก็บมันเอาไว้และให้เรื่องนี้มันตายไปกับฉัน  มันเป็นเรื่องโง่ๆเรื่องนึงของฉันเองแหละ  โง่เพราะรักและไว้ใจเขาไง  เรื่องบัดสบมันถึงเกิดขึ้น


            “เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ เธอมีอะไรบอกฉันได้นะ”


            “เพื่อนอะไรล่ะ  นายจ้องจะปล้ำฉันทุกครั้งที่มีโอกาส”


            “แต่เธอก็ไม่เปิดทางให้ฉันปล้ำสักที  เพื่อนกันก็ปล้ำกันได้เว้ย  ลองดูไหมล่ะ  ปล้ำเสร็จสักยกสองยกตื่นมาอีกทีก็เป็นเพื่อนกันได้”


            องศาเผยยิ้มออกมาตามแบบฉบับที่เขาเป็น ก่อนจะโยนมือถือเครื่องที่เขาเพิ่งปิดไปลงบนเตียงที่ฉันนอน  เขาส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ฉันแล้วเขาก็ขึ้นมาบนเตียงอย่างถือวิสาสะ 


            “องศา  กลับไปได้แล้ว  กินอิ่มแล้วนี่”


            “หึๆๆ”


            เขาคลานขึ้นมาบนเตียงแล้วตรงมาที่ฉันทันทีจนฉันหงายท้องลงบนที่นอนโดยมีตัวเขาคร่อมอยู่ด้านบน  ถามว่ากลัวเขาไหม?  ไม่เลย  มีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่ลุกฉันแบบนี้บนเตียงแต่ก็ไม่เคยได้ฉัน

           

ตุ่บ

 

            องศาโถมตัวนอนทับจนฉันรู้สึกจุก  ใบหน้าหล่อแอบซุกลงที่ซอกคอด้านซ้ายของฉัน  จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เขาถึงเนื้อถึงตัวฉันได้มากขนาดนี้


            “อง..”


            “ฉันขอจูบเธอได้ไหม?”


            “นายไม่เข้าใจฉันเหรอว่าฉันไม่ได้อยากได้นายแบบนั้น  แล้วฉันจะเปลืองตัวกับนายให้ได้อะไรขึ้นมา”


            “เธอแม่งโคตรมีสเน่ห์ตรงไหนรู้ปะ”


            เขาผงกหัวขึ้นมาคุยกับฉันโดยที่ใบหน้าเราห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร  ลมหายใจอุ่นเป่ารดกันไปมา


            “ฉันมีเสน่ห์ตรงไหน?”


            “เธอเป็นคนที่เข้าใจยาก  คือฉันไม่เข้าใจความคิดเธอเลย แต่สามารถรู้ได้ว่าเธอมีเหตุผลของเธอ  เธอทั้งนิ่งทั้งแรดไปในตัว  ทุกอย่างมันน่าสนใจไปหมดเลย”


            “แรดนี่จัดว่าเป็นคำชมเหรอ?”


            “ฮะๆ  ถ้าสำหรับเธอก็ใช่  แต่อย่าแรดมากนะ  ฉันขี้หึง”


            ดูความแพรวพราวของเขาเอาเองก็แล้วกัน  องศาเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดสาวๆมากนะฉันยอมรับ  แต่ใช้ไม่ได้กับฉันหรอก  มันไม่ได้รู้สึกหัวใจเต้นแรงอะไรเลย  หรือฉันอาจจะด้านชากับเรื่องพวกนี้ไปแล้วก็ได้ 


            “กลับห้องนายได้แล้ว  ฉันจะนอน  พรุ่งนี้ฉันต้องกลับกรุงเทพแต่เช้า”


            “ไปไหนล่ะ”


            “จะไปขอบคุณคลีนิคที่รับเคสคนที่แพ้เครื่องสำอางค์ฉันไปรักษาที่คลีนิคเขาหน่อย  ฉะนั้นนายควรเลิกกวนฉันได้แล้ว”


            องศาพยักหน้าเหมือนรับรู้สิ่งที่ฉันพูด  แต่ก็ยังคงนอนทับฉันไม่ขยับไปไหน มีเพียงมือใหญ่ของเขาที่เอื้อมมาม้วนปลายผมฉันเล่นกับนิ้วของเขา


            “อยากจูบเธออ่ะ  แต่เธอไม่ยอม  กับผู้ชายคนอื่นมันได้จูบเธอง่ายๆหรือเปล่า?”


            “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเลือก”


ฟอดดดด

           

            “แค่หอมแก้มเธอคงไม่ว่า  เธอนอนไปเถอะ  เดี๋ยวขอนั่งย่อยสักพักฉันค่อยกลับ”


            เขาชิงหอมแก้มของฉันไปฟอดใหญ่ก่อนจะถดตัวลงไปนอนอยู่ข้างฉันแทน  องศาเขาดื้อชะมัดเลย  ตื๊อเก่งได้โล่ 


            “ฉันจะไปอาบน้ำนอนแล้ว  เบื่อขี้หน้านาย”


            “หน้าฉันหล่อกระแทกใจเธอบ่อยใช่ไหมล่ะ  เธอถึงเบื่อ”


            ไปอาบน้ำดีกว่า  ไม่อยากต่อกรกับมุขของเขา  นับวันยิ่งสรรหาสารพัดมุขมาหยอดฉัน  แต่ถ้ามันได้ผลกับคนอย่างฉันป่านนี้ฉันคงตั้งครรภ์ไปแล้วล่ะ  และถ้าเคลิ้มตามคารมณ์เขาอีกหน่อยเขาคงจับฉันปล้ำเช้าเย็น


            แต่ขอโทษทีค่ะ  คิดจะกินฉันก็ยากหน่อย  ถ้าฉันอยากกินใครฉันจับกินเอง  ฉันรู้งานน่า


            เนิ่นนานที่ฉันอาบน้ำภายในห้องน้ำเล็กๆแห่งนี้  รีสอร์ทที่ฉันเช่าอยู่มันไม่ได้ใหญ่อะไรเลย  เป็นเพียงห้องขนาดกำลังดีที่อยู่คนเดียวได้สบาย  การตกแต่งออกแนวโมเดิร์นอย่างลงตัว  ความสงบของที่นี่มันทำให้ฉันไม่อยากจะกลับกรุงเทพเลยล่ะ

 

ก๊อก  ก๊อก

 

            “แอมแปร์  เธออาบน้ำนานจัง  ให้ฉันเข้าไปช่วยอาบไหม?”


            เสียงขององศาลอดผ่านประตูมาขณะที่ฉันกำลังเช็ดตัวอยู่  ฉันจึงรีบจัดการแต่งตัวให้เสร็จและเอื้อมมือเปิดประตูห้องน้ำทันที


            “นาย!


            เขายังคงยืนอยู่หน้าประตู  ไม่หนำซ้ำเมื่อฉันดึงประตูห้องน้ำเพื่อเปิด  องศาดันชะโงกหน้าเข้ามาโดยที่ฉันไม่ตั้งตัว  ซึ่งทำให้หน้าเขาเกือบโดนหน้าอกฉัน!!  ก็ชะโงกเข้ามาซะก้มต่ำเชียวนะ 


            “หอมจัง”


            “องศา นายเริ่มเยอะกับฉันเกินไปแล้วนะ  และฉันชักจะรำคาญนายแล้วด้วย  ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ”


            “โอเค  ฉันไม่กวนเธอแล้ว  เอาเป็นว่าพรุ่งนี้กลับกรุงเทพด้วยกันนะ”


            “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ได้ขับรถมา?”


            “ไม่รู้  แสดงว่าไม่ได้เอารถเอาใช่ไหมล่ะ  งั้นก็กลับรถฉัน”


            “...”


            ฉันมองหน้าเขาก่อนจะครุ่นคิดอะไรเล็กน้อย  ว่าที่เราเจอกันวันนี้เพราะเขาตามสืบชีวิตฉันหรือมันเรื่องบังเอิญอย่างที่เขาอ้างกันแน่


            “เธอไปนอนเถอะ  เดี๋ยวรอเธอหลับฉันก็กลับแล้ว”


            องศาใช้มือดันแผ่นหลังฉันให้เดินไปที่เตียงนอน  และเขาก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารเหมือนเดิม  ฉันจึงขึ้นเตียง  ห่มผ้า  และหลับตาลงทันที  ละความสนใจจากเขาก่อนเข้าสู่นิทรา  ตัวฉันเองเป็นคนหลับง่าย  ยิ่งถ้าวันไหนเหนื่อยมากๆใช้เวลาข่มตาหลับไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ

           

END  TALK

 


ONGSA  TALK

 

          [พี่องศานอนหรือยังคะ?]


            “พี่กำลังจะนอน”


            [นี่ถึงบ้านแล้วใช่ไหมคะ  ไม่โทรมาบอกอันเลยน๊า]


            “ค่ะ  พอดีพี่เพิ่งถึงบ้าน  เอาเป็นว่าอันนาเที่ยวกับเพื่อนให้สนุกนะคะคนดี  ไม่ต้องห่วงพี่”


            [พรุ่งนี้พี่องศาจะไปเที่ยวไหนบ้างคะ  ช่วงนี้อันไม่ค่อยรู้เรื่องราวของพี่องศาเท่าไหร่เลย  นานทีพี่ถึงจะมีเวลาให้อัน]


            “พรุ่งนี้พี่ก็คงเข้าไปที่ร้านทั้งวันแหละค่ะ  พี่ขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะเด็กดีของพี่  ฝันดีค่ะ”


            ในขณะที่ผมคุยโทรศัพท์กับอันนาอยู่นั้น  สายตาผมกลับสนใจผู้หญิงตัวเล็กอีกคนที่นอนขดตัวหลับพริ้มอยู่บนเตียง  บางทีผมก็คิดนะว่าผมสนใจเธอขึ้นมาจริงๆหรือเปล่า?  ทำไมผมต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อได้เจอหน้าเธอขนาดนี้  หมายถึงครั้งอื่นๆนะ  แต่ที่เราเจอกันครั้งนี้มันเรื่องบังเอิญจริงๆ 


            ผมบอกมาตลอดใช่ไหมว่าแอมป์แปร์เป็นผู้หญิงที่หน้าค้นหา  ตอนนี้ผมก็ยังยืนยันคำตอบเดิมนะ  แต่มันมีอีกความรู้สึกแทรกเข้ามาคือผมสงสารเธอในบางครั้ง  เหมือนทั้งชีวิตเธอมีแค่เธอคนเดียว  เธอดูไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่จากที่ผมสังเกตุสีหน้าในช่วงที่เราได้รู้จักกัน  เข้าใจแหละว่าเจอกันในช่วงที่มีปัญหาหลายอย่างรุมเร้า เรื่องครีมก็ยังไม่จบ  แต่ก็จบแล้วล่ะเพราะผมช่วยเรื่องนี้ไว้แล้ว  ไหนจะแฟนเก่าเธอตามตอแยอีก  เรื่องแฟนเก่าผมก็ช่วยเธอได้อีกนั่นแหละ  เพราะผมคือแฟนใหม่ของเธอไง 


            อยากได้ว่ะ  อยากได้ยัยนี่มากไม่รู้ทำไม..


            เวลาอยู่ด้วยมันให้ความรู้สึกตื่นเต้นได้ตลอดเลย  เนี่ย  ตั้งแต่รู้จักกันมามีอะไรให้ผมทำตั้งเยอะแยะ  ไม่น่าเบื่อเหมือนอยู่กับ...  เออ  ช่างเถอะเนอะ


            แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  ขอนอนกอดเธอหน่อยก็แล้วกัน  แอมแปร์คง..ไม่ว่าอะไรผมหรอกมั้ง  แค่กอดเอง


            ว่าแล้วก็ค่อยๆคลานขึ้นไปบนเตียงเนิบนาบและเบามือที่สุดไม่ให้เจ้าตัวได้รู้สึกตัว  ทันทีที่ผมสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ  หัวใจผมมันก็เต้นรัวอย่างประหลาดจนต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายไว้


            เป็นอะไรวะไอ้องศา...

            ไม่อยากจะเชื่อว่าผมกำลังประหม่า  แต่ไม่อยากมานอนคิดอะไรมากมายเมื่อขึ้นมานอนขนาดนี้แล้วผมจะลืมความตั้งใจแรกได้ยังไง  ผมยาวประบ่าของเธอมันช่างหอมโชยจนผมต้องเอาหน้าซุกเข้าที่หลังคอขาวอย่างตามใจตัวเอง  แขนขวาค่อยๆโอบกอดร่างบางเอาไว้ด้วยความถนุถนอม


            “อื้ออออ”


            เสียงเล็กครางออกมาเสียงดังเหมือนอึดอัดที่ผมกอด  หรือไม่เธอก็คงรำคาญ  แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาแอมแปร์ก็พลิกตัวหันหน้าเข้ามาหาผมซะอย่างงั้น..  คือมันทำให้หน้าของผมกับเธอชนกัน...


            ท่ามกลางไฟสลัวภายในห้อง  ยังมีร่างของคนสองคนนอนกอดกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่  ฟังไม่ผิดหรอก  เธอเองก็หันมากอดผมเหมือนกัน  อาจจะคิดว่าเป็นหมอนข้างหรืออะไรก็แล้วแต่  แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เราได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดขนาดนี้  ผมไม่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้เธอบ่อยๆนะ


            เชี่ยเอ้ย  น่ารักฉิบหาย...


            ลักหลับวันนี้ซะเลยจะดีไหมน๊า... 


            “แม่คะ หนู..”


            หืม? ละเมอถึงแม่ด้วยเหรอ  เด็กน้อยชะมัด


            ผมกระชับกอดให้แน่นกว่าเดิมเป็นการปลอบเธอที่ตอนนี้อาจจะฝันร้ายอยู่ก็ได้  ก่อนจะยื่นหน้าไปจุมพิตบนหน้าผากมนของเธอเบาๆแล้วรั้งให้เธอซุกหน้าอยู่ที่หน้าอกผมแทน  ไม่อยากจะอวดว่าแอมแปร์กอดผมแน่นมาก  ขณะที่ผมกระชับกอดเธอ  เธอเองก็กระชับอ้อมกอดผมเหมือนกัน


            “พี่ซี.. ฮึก”


            ว่าไงนะ  เมื่อกี้มันชื่อแฟนเก่าเธอนี่...


            ทำไมเธอไม่ลืมมันสักทีผมไม่เข้าใจเลยว่ะ  โคตรไม่เข้าใจ!!!  ผมไม่ดีตรงไหนเหรอ  ตามใจเธอได้ทุกอย่างนะ  บอกให้ผมไปหาที่ไหนผมก็ไปหาเธอทันที  ไม่เคยไปนั่งเฝ้าหน้าห้องเป็นผีบ้านผีเรือนจนเธออึดอัดใจแบบไอ้ซีห่าไรนั่น!  ไม่รู้จะจำฝังใจอะไรนักหนา ขนาดตอนหลับก็ยังฝันถึงมัน!!


            ผมคิดสะระตะไปเรื่อยด้วยความหงุดหงิด  ผู้หญิงในอ้อมกอดของผมตอนนี้กำลังพร่ำเพ้อถึงผู้ชายคนอื่นว่ะ  หึ 


            ไม่เอาแล้ว  ไม่อยากกอดแล้ว!!


            คิดได้ดังนั้นผมจึงถดตัวหนีเธอออกมา  แต่แอมแปร์กลับดึงตัวผมให้เข้าไปหาและไม่ยอมปล่อย ก่อนจะมีความรู้สึกเปียกบริเวณหน้าอก  นี่เธอร้องไห้เหรอ?  ยังนอนร้องไห้ถึงไอ้ซีอะไรนั่นอีกเหรอ  ผ่านมากี่ปีแล้วทำไมเธอถึงไม่ลืมมันสักทีวะ


            สุดท้ายผมก็ต้องนอนกอดเธออยู่อย่างงั้น  ถึงเธอจะพูดชื่อมันขึ้นมาแค่ครั้งเดียวและหยุดร้องไห้ไปนานแล้วก็ตาม  แต่ทุกอย่างมันทำให้ผมนอนไม่ค่อยหลับ  เวลาเธอขยับตัวผมก็ระแวงกลัวว่าเธอจะฝันร้ายอีกหรือเปล่า  ทำได้เพียงโอบกอดเธอแบบนี้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเองก็กอดผมเหมือนกันทั้งคืน  และผมหลับตามเธอไปตอนไหนก็ไม่รู้


LOADING 70 %


วันรุ่งขึ้น

08.50 น.

 

            “องศา!?

 

           เสียงเล็กและแรงสกิดทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมามอง  ตอนนี้แอมแปร์ไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของผมเหมือนเมื่อคืนอีกแล้ว  เธอยืนข้างเตียงแล้วชะโงกหน้าเข้ามาหาผมก่อนจะฉีกยิ้มมาให้เล็กน้อย


            “ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุก  นี่กี่โมงแล้วล่ะ”


            ผมหยัดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะยกแขนบิดขี้เกียจ  นึกว่าตื่นมาแอมแปร์จะโวยวาย  เอาหมอนปาใส่หน้าผม  หรือตบหน้าผมที่มานอนกับเธอแบบนี้  แต่ไม่เลย  ทุกอย่างผิดคาดไปหมด  เธอนี่ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นจริงๆ


            “จะเก้าโมงแล้ว  ฉันตื่นสายเพราะนายเลยนะ”


            “เพราะฉัน?”


            “อืม  นายกอดฉันไง  เลยหลับเพลินเลย  ตื่นไปอาบน้ำได้แล้วไป”


            เธอก็รู้นี่ว่าผมกอด  ไม่โวยวายหรือโกรธหน่อยเหรอ?


            “นึกว่าตื่นมาจะโดนเธอตบซะอีก”


            “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนั้น  นายก็ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ได้กอดฉันสักหน่อย  คิดอะไรมากโตๆกันแล้ว  ก็ได้แค่กอดแต่เรื่องอย่างว่าฉันไม่ได้ง่าย”


            “ท้าทาย  ถ้าเมื่อคืนฉันจะปล้ำเธอก็ทำได้หรอก”


            “นายไม่ทำฉันหรอก”


            ผมลุกขึ้นยืนอยู่ตรงหน้าเธอ  ที่ตอนนี้แอมแปร์แต่งตัวเตรียมกลับกรุงเทพแล้ว  เหลือแค่ผมนี่แหละที่เพิ่งตื่น


            “เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันจะไม่ปล้ำเธอ”


            “นายกำลังอยู่ในช่วงที่สนใจฉันอยู่  มันคือจุดที่นายจะถนอมฉันเป็นพิเศษ  ลองถามตัวเองดูว่าใช่ไหม?”


            พูดอะไรไม่ออกเลย  มันเป็นจริงตามที่เธอบอกจริงๆ  ผมเลยไหวไหล่หนึ่งทีแล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มเธอเล่น


            “เดี๋ยวกลับห้องก่อนนะ  แล้วฉันจะมารับไปท่าเรือแล้วเรากลับกรุงเทพกัน  เธอจะไปไหนเดี๋ยวฉันพาไป”


            “อื้ม  เร็วๆล่ะ  ฉันหิวข้าว  นายทิ้งอาหารทะเลที่ซื้อมาทำไมก็ไม่รู้  ว่าจะอุ่นกินตอนเช้าสักหน่อย  เสียดายของ”


            เธอบ่นอุบขณะที่ผมกำลังใส่รองเท้าอยู่ที่หน้าประตู 


            “ไม่อยากให้กินของค้างคืนไง  รอแป๊บนะเดี๋ยวฉันมา”


            “ไปรอห้องนายทีเดียวเลยได้ไหม จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา”


            “เอางั้นก็ได้”


            ผมเอากระเป๋าเป้ของเธอมาสะพายแล้วออกจากที่นี่ไปด้วยกัน  เราเดินย้อนไปอีกไม่เท่าไหร่ก็ถึงรีสอร์ทที่ผมเช่าอยู่แต่เมื่อคืนไม่ได้มานอนที่นี่  ผมปล่อยให้เธอนั่งเล่นในห้องแล้วตัวผมเองก็เข้ามาอาบน้ำด้วยความเร่งรีบเพียงสิบนาทีเท่านั้น  ไม่อยากให้เธอรอนานเห็นว่าบ่นหิวข้าว

 

แกร๊ก

 

            “แอมแปร์  หยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าของฉันให้หน่อย”


            ผมแง้มประตูห้องน้ำแล้วชะเง้อหน้าออกมาหาเธอ...


            “แผนนายนี่เบสิคมากเลยนะ  มุกอ่อยสาวแบบนี้ยังใช้อยู่อีกเหรอ”


            “ว๊า  โดนจับได้ซะแล้ว”


            เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่เคลิ้มตามคารมณ์ผู้ชายจริงๆ  รู้ทันไปซะทุกอย่าง  เชื่อแล้วว่าเธอเล่นกับผู้ชายมาเยอะอย่างที่เธอบอก  แต่เรื่องง่ายไม่ง่ายคงต้องดูกันต่อไป  เธออาจจะง่ายให้กับคนรวยๆอย่างไอ้ซีก็ได้

 

ปัง!!

         

          พอนึกถึงไอ้ซีแล้วก็โมโหทำให้ผมรับเสื้อผ้ามาจากเธอแล้วปิดประตูห้องน้ำเสียงดัง  เหตุการณ์เมื่อคืนมันย้อนเข้ามาในหัวอีกครั้ง  ตอนที่เธอละเมอชื่อไอ้บ้านั่นออกมาแถมยังร้องไห้อีก  สองมือง่วนอยู่กับการแต่งตัวทว่าภายในหัวยังคงคิดไม่หยุด 


แต่ผมก็ไม่มีสิทธิอะไรที่จะโวยวายเรื่องนี้กับเธอ  ทุกวันนี้เป็นแค่คนที่ติดตามเธอไม่ว่าจะไปไหนมาไหน  เป็นคนที่อยากรู้  อยากสนใจเรื่องของเธอทุกๆเรื่อง  ก็เป็นได้แค่นี้  อ่อ  เป็นคนที่คิดจะเคลมเธอตลอดเวลาเมื่อมีโอกาส  ถึงอย่างงั้นผมก็ไม่ได้ทำตัวน่ารำคาญเหมือนแฟนเก่าเธอนี่!  ถ้าแอมแปร์สนใจผมสักนิดนะ  ไม่นานผมทำให้เธอลืมแฟนเก่าเธอได้แน่  ผมคิดว่าผมทำได้  พอถึงวันนั้นก็จะได้รู้กันว่าผู้ชายมันชนะผู้หญิงวันยันค่ำนั่นแหละ  สุดท้ายไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องมาจบกันที่เรื่องบนเตียงกันทั้งนั้น


ถ้าผมมีวันนั้น  ผมก็คงไม่เก็บเธอไว้เหมือนกันแหละ  จบที่เตียงแล้วก็จบแค่นั้น  ต่างคนต่างอยู่  เพราะเธอไม่ได้คิดสนใจผมอยู่แล้วนี่  ผมเองก็สนใจเธอเพราะหวังอะไรจากเธออยู่เรื่องเดียวนั่นแหละมั้ง


แต่ก็แอบหวังเล็กน้อยว่าเธอจะสนใจผมขึ้นมาจริงๆ...


สมมุติว่าเราได้คบกัน  มันก็ไม่เลวนะ  เราต้องไปด้วยกันได้ดี เธอเป็นคนง่ายๆสบายๆ  ผมเองเป็นคนขี้ตามใจ


พอคิดแบบนั้นภาพในหัวที่คิดก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว  มีเพียงภาพของผมกับเธอจับมือกัน  ยิ้มหวานให้กันฉายวาบเข้ามาแทนที่


ผมเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยรอยยิ้มและพบว่าเธอนั่งกินขนมปังอยู่ที่โซฟาพร้อมกาแฟร้อนอีกหนึ่งแก้ว


“ไปเอาขนมปังที่ไหนมา?”


“รีสอร์ทนายมีบริการอาหารเช้าด้วย  เห็นขนมปังวางอยู่ฉันเลยปิ้งมาให้  มันสายแล้วมั้งเลยเหลือแค่นั้น”


“กาแฟชงนั่นไม่อร่อยเท่ากาแฟที่ร้านฉันหรอกนะ  เดี๋ยววันนี้พาเธอไปที่ร้านดีกว่า  เธอไม่มีธุระไปไหนใช่ไหม?”


“ก็ว่าจะไปขอบคุณคลีนิคนั้นสักหน่อย  ซื้อรังนกกระเช้าใหญ่เข้าไปให้เขา  ก็ไม่ได้ไปไหนแล้วนะ  แต่เราจะถึงกรุงเทพกี่โมงเถอะ”


เมื่อตอนนี้มันสายมากแล้วผมจึงรีบคว้าขนมปังที่เธอปิ้งมาให้ขึ้นมากิน  ก่อนจะยกกาแฟขึ้นดื่มไปเล็กน้อย  รองท้องตอนเช้าไม่ให้หิวกลางทางไปก่อนเพราะเราต้องทำเวลานิดหน่อย  เดี๋ยวเธอจะไปคลีนิคเพื่อนไอ้ธีย์ไม่ทัน  ถ้าจำไม่ผิดบ่ายสามหรือสี่เย็นคลีนิคก็ปิดแล้วล่ะ


“ไปกันเถอะ  เอากระเป๋ามานี่เดี๋ยวฉันสะพายให้เอง”


ว่าไปเธอก็ติดดินเหมือนกันเนอะ  ไม่คิดว่าเธอจะนั่งรถโดยสารมาเที่ยวเอง  และยังเช่ารีสอร์ทราคาถูกนอนอีก  ตอนแรกนึกว่าจะติดหรูกว่านี้เพราะเป็นถึงเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางค์และน้ำหอม  แต่ตัวเองกลับไม่ค่อยแต่งหน้าด้วยซ้ำ  ดูเป็นเด็กผู้หญิงทั่วไปคนหนึ่งที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร  แตกต่างจากตอนแต่งหน้าแต่งตัวขณะทำงาน  เธอสวย  เธอเล่นหูเล่นตาเก่ง  สะกดสายตาผู้ชายได้ง่ายๆเลยล่ะ  ที่ผมรู้จักเธอวันนี้ก็เพราะเธอสวยนั่นแหละถึงได้เข้าไปหาในวันนั้น


ไม่ได้บอกว่าหน้าสดเธอไม่สวยนะ  มันสวยคนละแบบต่างหาก

 

END  TALK

 

AMPARE  TALK

 

          ฉันรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่องศาเขาสะพายกระเป๋าให้ฉัน  คือเขาสะพายของตัวเองไว้ข้างหน้า  สะพายกระเป๋าของฉันไว้ข้างหลังโดยไม่บ่นสักคำว่าร้อนหรือหนักสักคำ  ฉันไม่เคยพึ่งผู้ชายในเรื่องแบบนี้หรอก  คิดว่ามันเป็นของใช้ส่วนตัวก็ควรจะดูแลของตัวเอง  เมื่อก่อนพี่ซีไม่เคยถือของหนักๆให้ฉันแบบนี้เช่นกันเพราะเขารวยมากจนมีคนติดตามเวลาเราไปเที่ยวไหนก็แค่ชี้นิ้วสั่ง  พอเห็นองศาคอยถือของให้แบบนี้เลยอดแปลกใจไม่ได้


            ไม่อยากให้มันเกิดข้อเปรียบเทียบแบบนี้เลย


            รวมถึงข้อเปรียบเทียบเรื่องเมื่อคืนด้วย


            ก็เมื่อคืนเขากอดฉันตอนไหนไม่รู้  ตื่นมาฉันพบว่าเขานอนหลับอยู่ข้างๆฉันแล้วและฉันเองกำลังกอดเขาอยู่เช่นกัน  สิ่งที่ฉันนึกโกรธตัวเองคืออะไรรู้ไหม?  ฉันกลับรู้สึกอบอุ่นเหมือนพี่ซีกอดฉันอยู่  ซึ่งมันไม่ควรรู้สึกแบบนั้นอีกแล้วด้วยซ้ำ  อาจเพราะบังเอิญว่าเมื่อคืนฉันฝันเพ้อเจ้อถึงพี่ซี  ฉันเองจำรายละเอียดไม่ได้หรอกว่าฝันอะไร  จำได้รางๆแค่ฝันถึงพี่ซีก็เท่านั้น 


            สิ่งหนึ่งที่รู้สึกชัดเจนขณะที่ฉันหลับคืออ้อมกอดที่อบอุ่นขององศาที่มันให้ความรู้สึกว่าเป็นพี่ซีทั้งที่ไม่ใช่  องศาไม่ควรเข้ามาอยู่ในวงจรระหว่างฉันกับพี่ซีเลยจริงๆ  ฉันว่าเขาเป็นคนดี  ฉันดูออก  เพียงแต่ฉันยังไม่เปิดใจรับเขาเข้ามาก็เท่านั้นเอง  ฉันยังอยากเล่นสนุกกับแฟนชาวบ้านอยู่  พวกผู้ชายนิสัยไม่ดีพวกนั้นฉันยังจัดการไม่หมดเลย  แล้วผู้ชายที่ไหนจะมารักผู้หญิงแบบฉันกันล่ะ  ไม่มีจริงหรอกรักแท้ที่คนทั้งโลกไขว่คว้าหามัน  ตัวฉันเองก็ไม่ได้อยากมีใคร


            แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ฉันใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนที่สุด  คำตอบคือองศานั่นแหละ  เขาเข้ามาในช่วงที่ฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเอง  องศาเขากำลังพยายามทำให้ตัวเขาเองมีอะไรสักอย่างผูกติดกับฉันอยู่  ยกตัวอย่างง่ายๆก็เรื่องพี่ซี  เขาประกาศตัวว่าเป็นแฟนฉันต่อหน้าพี่ซีและกำลังทำตัวให้เหมือนแฟนฉันจริงๆ  ไม่รู้ว่าเขาอินกับบทที่เขาสถาปนาตัวเองขึ้นมาหรือว่าเขาเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว


            จะว่าไปองศาก็จัดการพี่ซีได้อยู่หมัดเหมือนกันนะ  ตั้งแต่ฉันเปิดโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมายังไม่มีสายเข้าจากพี่ซีสักสาย  ข้อความสักอันก็ไม่มี ถ้าองศาทำให้พี่ซีเชื่อได้ว่าเขาเป็นแฟนฉันจริงนี่ถือว่าเก่งมากเลย  เป็นสิ่งที่ฉันอยากจะให้มันเป็นอย่างนั้นมาตั้งนานแล้วแต่หาใครที่กล้าขนาดนี้ไม่ได้เท่านั้นเอง  ชีวิตฉันจะสงบขึ้นเยอะหากไม่มีพี่ซีคอยกวนใจแบบนี้ 


            พี่ซีเป็นผู้ชายที่ตื๊อเก่งมาก  เขาสามารถโทรหาฉันได้วันนึงเป็นร้อยๆสาย  ทุกครั้งที่ฉันนึกถึงชื่อหรือหน้าพี่ซีขึ้นมาในหัว  ภาพตอนที่เขากำลังนอกใจฉันมันก็ฉายซ้อนภาพใบหน้าของเขาทันที  เหมือนว่าความทรงจำระหว่างฉันและพี่ซีมันดำดิ่งกับสิ่งที่เขาทำ 

           

14.25 น. 

         

            หลังจากที่นั่งเรือข้ามฟากกลับมา  องศารีบพาฉันไปเอารถของเขาและขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพโดยทันทีโดยแวะซุปเปอร์มาเก็ตเล็กๆเพื่อซื้อรังนกยี่ห้อดังกระเช้าใหญ่ไปขอบคุณเขาเท่านั้น  ไม่ได้แวะกินข้าวที่ไหนกันเลยเพราะรีบพอสมควร ระหว่างทางเราพูดคุยกันปกติ  และตอนนี้ฉันกำลังจับพิรุธอะไรได้บางอย่าง  ฉันรอดูจนกระทั่งเขาจอดรถสนิทที่หน้าคลีนิคแห่งหนึ่งอย่างมั่นใจ


            “องศา  มีอะไรจะบอกฉันก่อนไหม?”


            ก่อนที่เขาจะลงรถ  ฉันจึงคว้าแขนของเขาเอาไว้เพื่อถามไถ่อะไรบางอย่าง  องศาหันมามองฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่าแฝงความประหม่าเล็กน้อย  ฉันจ้องลึกลงไปในตาเขาเพื่อเค้นหาความจริงก่อนจะบอกเขาถึงสิ่งที่ฉันกำลังสงสัย


            “ฉันยังไม่เคยบอกนายเลยนะว่าให้พาไปที่คลีนิคไหน  นายพาฉันมาถูกได้ยังไง?”


            “...”


            “องศา..อย่าเงียบ”


            เขาหลุบตามองต่ำ  ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น  หัวคิ้วเริ่มขมวดชนกันเล็กน้อย


            “ถ้าบอกเธอจะโกรธฉันไหมล่ะ?”


            “นายเคยบอกว่านายง้อคนเก่งไม่ใช่เหรอ”


            “...”


            ฉันไม่ได้รับปากออกไปว่าหากเขาบอกแล้วฉันจะไม่โกรธ  ไม่ได้ล่อลวงให้เขาพูดเพียงแต่ฉันแสดงความจริงจังออกทางสีหน้ามากกว่า


            “ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร”


            “โอเคๆฉันยอมบอกแล้ว”


            เพียงแค่ฉันปลดเข็มขัดนิรภัยออกและทำทีเหมือนว่าจะลงรถไปจริงๆ  องศาก็รีบตะครุบตัวฉันเอาไว้ด้วยสีหน้าอ้อนเหมือนแมว  เขากำลังกลัวฉันโกรธอยู่ใช่ไหม?  ทำไมต้องทำหน้าอ้อนขนาดนั้นด้วย


            “ว่ามา”


            “คือฉันอยากช่วยเธอจริงๆนะ  เลยให้เพื่อนติดต่อคลีนิคของเพื่อนอีกที  ขอให้เขารับเคสน้องคนที่แพ้เครื่องสำอางค์เธอมารักษา  ฉันไม่อยากเห็นเธอเครียด  อะไรช่วยได้ฉันก็อยากช่วยเพียงแต่ไม่ได้บอกเธอก็เท่านั้น”


            ฉันตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดทุกคำและคิดตามจนเขาพูดจบ  สายตาเราจ้องมองกันไปด้วย  ทำให้ฉันได้รู้ว่าตรงไหนเขาพูดจริง  ตรงไหนโกหก


            “นายอยากช่วยหรือหาเรื่องมาเจอฉันกันแน่น๊า..”


            พูดหยอกล้อเดาทางออกไปในสิ่งที่ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น  เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่น่าโกรธเลยด้วยซ้ำ  เขาจะกลัวอะไรในเมื่ออยากจะช่วยจริงๆ  แต่นี่คงช่วยหวังผลล่ะสิ  พอฉันไม่เล่นด้วยเขาจึงหาสารพัดวิธีเพื่อได้เจอฉันแบบนี้ 


            “ก็.. เธอนี่ฉลาดเกินไปนะแอมแปร์  รู้ทันตลอดเลย  อืม ฉันอยากเจอเธออีกแต่ไม่รู้ว่าทำยังไงถึงได้เจอ  ตอนนั้นเธอบล็อกเบอร์ฉันใช่ไหมล่ะ  ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลยทำแบบนี้แทน”


            “ฉันไม่โกรธนายหรอก  ยังไงก็ขอบคุณนะ”


            “เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นการหอมแก้มฉันสักฟอดสองฟอดได้ไหมล่ะ?  อยากได้อะไรแบบนั้นมากกว่า”


            ดูความกวนประสาทของเขาเถอะ  ความน่ารักขององศามันกำลังลดน้อยลงเมื่ออันนาโทรเข้ามาหาเขาและเขาโยนโทรศัพท์ไปที่เบาะหลังอย่างไม่แยแสว่าปลายสายจะร้อนใจแค่ไหนหากเขาไม่รับสายของเธอ  โดยที่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มหวานให้ฉันอยู่ตลอดเวลา



UPLOAD 100 %

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1 เมนท์ 1 กำลังใจนะจ๊ะ

ติดตามนักเขียน  จิ้มที่รูปเลยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #169 ChareeBungwai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 14:45
    อยากให้คู่กันเร็วๆจัง
    #169
    0
  2. #44 ผู้หญิงขี้วีนนนน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:43
    องศาออกจะน่ารักใจอ่อนไว้ๆนะแอมแปร์>///<
    #44
    0
  3. #22 toey_kkt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 18:02
    สงสารแอมแปร์อ่ะ #คบกันไวๆเถอะ~~
    #22
    0
  4. #21 บางเวลา(สำคัญ) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 22:48
    ต่อ...มันค้าง
    #21
    0
  5. #20 ying5926 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:59
    ใครกันแน่อะองศา5555
    #20
    0