PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 4 : HUNTED : STEP 03 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

CHAPTER 3

 

COFFEE BEAK

11.25 น.

 

ONGSA  TALK

 

            ผมโกรธจนหน้าสั่นไปหมด  คนอย่างองศาโดนผู้หญิงคนเดิมเททิ้งเทขว้างถึงสองครั้ง  บ้าเอ้ย  เล่นตัวนักนะยัยแอมแปร์ดูสิ  ตอนนี้ก็ติดต่อไม่ได้เลย  แบบนี้ตั้งใจหนีหน้าผมชัดๆยัยตัวแสบ

            นี่เท่ากับผมแพ้รึเปล่า?  ไม่ชอบความรู้สึกโดนเทแบบนี้เลย  เข้าใจไหมว่ามันเสียหน้า  แล้วผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยเธอไม่มีสิทธิมาทิ้งผมแบบนี้  ทั้งที่อยู่ด้วยกันวันนั้นมันก็ดีมาทั้งวัน  แต่อยู่ๆผมก็โดนทิ้งให้ยืนรอเป็นชั่วโมงซะอย่างงั้น  ไม่เคยมีใครทำให้ผมเสียเซลฟ์ได้เท่าเธอมาก่อนเลย

            สวยซะเปล่า  นิสัยแย่ชะมัด...

            เธอคงเห็นผู้ชายเป็นของเล่น  จากเท่าที่ผมสังเกตุดูเธอน่าจะคิดแบบนี้  เธอคุยกับผู้ชายหลายคนแทบจะตลอดเวลา  มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก แต่ผมชอบเธออย่างหนึ่งคือเธอเป็นผู้หญิงที่วางตัวเก่ง  นิ่งมาก  เก็บอารมณ์ได้ดีพอสมควร  ดูจากการที่เธอเจอปัญหาเรื่องครีมอะไรของเธอนะ  ไม่แสดงอาการเครียดออกมาให้ผมรู้สึกเกร็งเวลาที่อยู่ด้วยเลย  แม้แต่ตอนที่มีผู้หญิงคนนั้นเข้ามาพูดยาแย่ๆใส่  แอมแปร์ยังคงระงับอารมณ์ตัวเองได้ดีทั้งที่โมโหอยู่  เธอทำเพียงตอกกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ช่างเจ็บแสบ

            แต่ประเด็นตอนนี้คือผมจะเจอเธออีกครั้งได้ยังไง  มันคาใจอ่ะ  ผมจะเอาชนะผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆเหรอ?  ไม่มีทางหรอก  นี่มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก  อย่างน้อยผมก็ได้รู้แล้วว่าเธอมีธุรกิจอะไร  ทำงานยังไง  พักอยู่ที่ไหน  นิสัยใจคอเบื้องต้นเป็นแบบไหน  จะว่าไปผมรู้จักเธอเยอะเหมือนกันนะ  แอมแปร์ไม่ใช่คนปิดตัวเองแต่ก็ค่อนข้างเข้าถึงยากพอสมควร  คนแบบนี้เวลามีความรักจะเป็นยังไงนะ  ผมอยากจะรู้จริงๆ

            อ่อ พูดถึงความรักของเธอ  ผู้ชายที่ดูท่าทางอวดรวยคนนั้นคือแฟนเก่าที่ผมแอบสอดแนมทางอินเตอร์เน็ตไว้เป็นข้อมูลเมื่อคราวก่อน  แต่ผมไม่ยอมยกเธอให้ใครหรอกนะถ้าผมยังไม่ได้เธอ  เลยเสนอหน้าไปว่าผมเป็นแฟนใหม่ต่อหน้าแฟนเก่าเธอ  เรื่องหน้าด้านขอให้บอกเพราะผมมีเยอะเหลือเกิน

            ถึงผมปูทางว่าเป็นแฟนใหม่  แต่ถ้ายัยนั่นมันจะไม่เล่นด้วยกับผม  ผมก็คงทำอะไรไม่ได้  งั้นคงต้องหาอีกทางดักไว้เลยดีกว่า

           

หมับ

 

            “พี่องศา  เหม่ออะไรคะเนี่ย  อบเสร็จตั้งนานแล้วนะ”

            “เอ่อ  พี่คิดไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”

            มัวแต่คิดถึงเรื่องยัยนั่นเพลินไปหน่อย  ลืมไปเลยว่าผมอบแป้งเค้กอยู่  นี่ถ้าวาโยไม่มาเขย่าตัวผมคงลืมไปเลยว่าทำอะไรค้างเอาไว้  วันนี้ผมมาอยู่ที่ร้านกาแฟของผมนี่แหละ ไม่ได้มานานแล้ว  วันนี้เลยเข้ามาช่วยน้องมันดูร้านหน่อย  ที่นี่มีแต่พนักงานผู้หญิง  ผมเองก็ปล่อยร้านมานานกลัวว่าน้องๆจะมองผมไม่ดี

            เมื่อเรียกสติกลับมาได้ผมจึงจัดการนำแป้งที่อบออกจากเตาและปาดครีมลงบนเค้กอย่างปราณีต  เห็นผมเจ้าชู้ประตูดินแบบนี้ผมชอบทำอาหารนะจะบอกให้  แต่ถนัดทางเบเกอร์รี่  กาแฟ  อะไรแบบนี้มากกว่า  แค่รู้สึกว่าชอบมองคนนั่งกินอาหารที่ผมทำ  แต่ไม่ใช่ว่าเก่งอะไรหรอกนะ  ก็แค่ทำเป็นและขยันฝึกฝนจนคล่องแคล่ว

           

กุ๊งกิ๊ง...         

 

          “สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ”

            “ช่วยรับความรักจากผมได้ไหมล่ะครับ”

            เสียงลูกค้าหนุ่มหยอกล้อกับพนักงานร้านผม ทำให้ผมต้องชะเง้อออกไปมอง  ปรากฎว่าไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก

            “ไอ้โบ๊ท  มาถูกวันเลยนะมึง  กูเข้าร้านวันนี้พอดี”

            “เออ  วันนี้กูหยุด”

            “วาโยทำเค้กแทนพี่หน่อยนะ”

            เมื่อร่างของโบ๊ทปรากฎขึ้นก็เหมือนสวรรค์มาโปรดผมเช่นกัน  ผมรู้แล้วว่าจะหาเรื่องเจอแอมแปร์ได้ยังไงสองมือรีบถอดผ้ากันเปื้อนแล้วยื่นให้วาโยทันทีก่อนที่ผมจะออกมานั่งตรงข้ามเพื่อนสนิทอย่างตื่นเต้นกว่าทุกครั้งที่เจอกัน

            “ยิ้มอะไร?  มีอะไรก็พูดมาไอ้นี่”

            “มึงช่วยรักษาเคสนี้ให้กูหน่อย  กูกำลังคิดจะล่อกับเจ้าของเครื่องสำอางค์แบรนด์นี้อยู่”

            ผมรีบเปิดโพสที่ผมแชร์เมื่อวันก่อนให้เพื่อนดูเป็นการนำเสนอประกอบสิ่งที่คิด  ภาพหญิงสาวคนหนึ่งมีผดผื่นขึ้นบนใบหน้าพร้อมแคปชั่นเด็ดว่าแพ้เครื่องสำอางค์ของแอมแปร์

            “ไอ้องศา  กูเป็นหมอหมาโว้ยจะให้รักษาหน้าคนได้ไง  ไอ้บ้า!!

            “กูรู้  แต่มึงเป็นหุ้นส่วนคลีนิคพวกนี้ไม่ใช่เหรอ?  กูจำได้  มึงเคยมาปรึกษากูอยู่  นะ  ช่วยกูหน่อย  กูอยากได้คนนี้จริงๆ”

            “มึงเนี่ยนะจะตามตูดผู้หญิงต้อยๆแบบนี้  ทุกทีเห็นสาวเดินตามเป็นขบวน”

            “กูแค่อยากเอาชนะเธอ  ตกลงช่วยกูใช่ปะ?”

            โบ๊ทคว้ามือถือผมไปดูรูปแล้วเงียบไป  ผมได้แต่มองหน้ามันด้วยความหวัง  เพราะถ้ามีคนเสนอตัวที่จะช่วยรักษาหน้าของคนที่แพ้เครื่องสำอางค์ของเธอ  ผมคิดว่าแอมแปร์น่าจะต้องออกตัวเพื่อขอบคุณคลีนิคนั้นแน่ๆ  เพราะคลีนิคของเพื่อนผมเนี่ย  เธอไม่มีทางรู้จักแน่นอน แล้วตามมารยาทแล้วคนไม่รู้จักมาทำดีด้วยก็ต้องขอบคุณใช่ไหมล่ะ  เธอต้องออกมาขอบคุณ  มาเจอถึงคลีนิคเลยล่ะ 

            แล้วยังไงต่อน่ะเหรอ  ผมก็จะได้เจอเธอโดยมีผลประโยชน์  พูดได้เต็มปากว่าเนี่ยผลงานของผม  เผื่อจำให้ยัยนั่นใจอ่อนลงมาได้บ้าง  ผมไม่อยากจะไปหาเธอโดยพลการที่คอนโด  เดี๋ยวเธอจะได้ใจคิดว่าผมอยากได้เธอจนตัวสั่น

            “ไอ้องศา! กูเรียกมึงสองรอบแล้วเนี่ย  นั่งยิ้มอะไรของมึง”

            “ห้ะ  มึงจะบอกอะไรกูล่ะ”

            “กูบอกว่าตกลง  เดี๋ยวกูจัดการติดต่อและประกาศให้ว่ารับเคสนี้มา  ดีเหมือนกันจะได้โปรโมทคลีนิคด้วย  แต่แลกกับเบอร์น้องวาโยคนสวยนะ”

            “เห้ย  สงสารน้องมัน  วาโยยังเด็กอยู่นะมึง”

            “ได้หรือไม่ได้?”

            ไอ้โบ๊ทกดเสียงต่ำก่อนจะยื่นมือถือคืนผม  สายตาของมันเผยความเจ้าเล่ห์แบบทีเล่นทีจริงกับสิ่งที่มันพูดแต่วาโยเป็นเด็กฉลาดพอสมควร  ไม่น่าจะโง่โดนไอ้หมอโบ๊ทนี่หลอกได้หรอกมั้ง

            “ได้  งานเสร็จค่อยมาเอาเบอร์น้องมัน  กูขอด่วนเลยนะ  จัดการตอนข่าวนี้มันยังเป็นกระแสอยู่  กูจะได้เจอกับยัยนั่นไวๆ”

            “อยากเจอก็ไปหาสิวะ อยากได้ก็ต้องรุกหนักๆ”

            “มึงไม่เข้าใจกูหรอก  ยัยนั่นไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น”

            ถ้าเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไปผมคงไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ ทั้งที่ผมเป็นผู้ชายในอุดมคติของสาวๆเลยนะ  หน้าตาดี  อ่อนโยน  ตรงไปตรงมา  แต่ยัยนั่นไม่หลงเสน่ห์ผมสักนิดเลยเหรอ?  ทิ้งผมให้รอซ้ำซาก  ไม่พอนะ  ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้อีก  ไม่เข้าใจว่าจะหนีหน้าผมทำไม  ผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย  ทำแบบนี้ผมยิ่งอยากเอาชนะ

            “มึงไม่คิดจะเอากาแฟมาให้กูสักแก้วเหรอ?”

            “น้ำๆ  ทำกาแฟให้เพื่อนพี่แก้ว  คาปูเย็นไม่หวาน”

            ผมวานพนักงานในร้านอีกคนทำแทน  จริงๆก็ญาติห่างๆของผมเองล่ะ  น้ำเป็นลูกพี่ลูกน้องและยังสนิทกับอิงฟ้าน้องสาวผม  ผมจึงไว้ใจให้จัดการดูแลทุกอย่างในร้านและน้องมันดูแลได้ดีเลยทีเดียว  ทำบัญชีร้าน  เก็บเงิน  ไม่เคยงุบงิบไปสักบาทเพราะผมไล่เช็คทุกอย่างทีหลัง  ที่ไม่ค่อยเข้าร้านเพราะไม่ห่วงอะไรแล้วไง  เค้กก็ทำเป็นกันแล้ว  หมดห่วง

            “กูบอกเพื่อนกูแล้วนะ  เดี๋ยวมันติดต่อน้องที่หน้าพังไปแล้วจะกระจายข่าวทางโซเชียลให้  วันสองวันนี้คงเสร็จ”

            บอกแล้วว่าไอ้โบ๊ทเหมือนสวรรค์มาโปรด  มันช่วยผมได้จริงๆแม้จะเป็นหมอหมาแต่เพื่อนวงการแพทย์ของมันค่อนข้างกว้างขวาง  แค่นี้ยัยแอมแปร์คงจะสำนึกความดีของผมไม่ทันแล้วล่ะ

            ผมอยากจะขย้ำยัยนั่นให้เสร็จก่อนที่อิงฟ้าจะเปิดเทอม  เพราะถ้าน้องสาวผมอยู่ด้วยล่ะก็ผมจะไม่ค่อยมีเวลาไปตามสาวที่ไหน  ตามแต่อิงฟ้าก็เหนื่อยจะแย่  หนุ่มๆรุมจีบน้องสาวผมเยอะแยะไปหมด

            ผมนั่งคุยกับโบ๊ทต่ออีกสักพักก่อนที่มันจะขอตัวกลับ  ส่วนผมต้องอยู่ดูร้านจนร้านปิด 

            “พี่องศา  น้ำว่าแป้งเค้กไม่น่าจะพอสำหรับอาทิตย์นี้นะ จะให้น้ำไปซื้อหรือว่าขายเท่าที่มีดีคะ?”

            “จดรายการซื้อมา  เดี๋ยวพี่จัดการเอง  กลับบ้านได้แล้วสาวๆเดี๋ยวค่ำกว่านี้จะอันตราย”

            “งั้นวากลับก่อนนะคะพี่องศา  น้ำ  วาไปก่อนนะ”

            เด็กสาวโบกมือลากันอย่างน่ารักท่ามกลางสายตาของผมที่มองด้วยความกระชุ่มกระชวยหัวใจ  ชายวัยเกือบสามสิบอย่างผมเห็นอะไรน่ารักแบบนี้ก็พอใจแล้ว

            “นี่รายการที่ต้องซื้อนะพี่องศา  ให้น้ำไปช่วยขนไหม? เยอะอยู่นะเนี่ย”

            “ไม่ต้องเลยเราน่ะ  กลับบ้านได้แล้ว”

 

Rrrrrrr

            ใครวะ  เบอร์แปลกๆ

            “ฮัลโหล  สวัสดีครับ”

            [องศา...]

            “อะ  แอมแปร์เหรอ..”

            ไม่อยากจะเชื่อ  ผมจำเสียงเธอได้นะ  มั่นใจว่าใช่เธอแน่ๆ

            “มารับฉันออกจากคอนโดเดี๋ยวนี้  รับผิดชอบกับสิ่งที่นายทำด้วย”

            “ทำไมอ่ะ  เกิดอะไรขึ้น?”

            “แฟน..เก่า  มารอฉันอยู่ที่หน้าห้องเป็นวันๆแล้ว  เพราะนายนั่นแหละทำให้ฉันมีภาระเพิ่ม”

            “ฉันไม่ว่าง”

            ผมเล่นตัวไปนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ดูเป็นผู้ชายใจง่ายจนเกินไป

            “โอเค”

            อ้าวเห้ย!!  วางสายไปแล้ว? ไม่ง้อผมหน่อยเหรอ  ง้ออีกนิดผมก็ไปรับแล้วเนี่ย  อะไรวะ  ผู้หญิงอะไรออดอ้อนผู้ชายไม่เป็นเอาซะเลย  หยิ่งยโสชะมัด

            แล้วนี่ผมควรไปหาเธอหรือไม่ไปดีล่ะ?


LOADING40%


            ผมมองมือถือสลับกับรายการซื้อของในมืออย่างชั่งใจ  ควรจะเลือกสาวหรืองานก่อนดีวะองศา  คิดทบทวนเพียงเสี้ยวอึดใจจึงกดโทรกลับหาเธอทันที  ทว่ากลับกลายเป็นสายซ้อนซะงั้น  แต่ผมก็รอนะ 

           

ห้านาทีผ่านไป...

สิบนาทีผ่านไป...

            ก็ยังกดโทรออกหาเธอซ้ำๆอยู่อย่างงั้นถึงแม้ว่าจะเป็นแค่สายซ้อนก็ตาม  พอดีว่าผมไม่ชอบยอมแพ้อะไรง่ายๆ  มือหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู  อีกมือก็จัดการปิดร้านไปด้วย  กว่าเธอจะรับสายของผมได้ผมก็พอตัวเองเข้ามาอยู่บนรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            [ว่าไง]

            “เดี๋ยวไปหา”

            [ฉันนัดคนอื่นไว้แล้ว]

            “งั้นก็คอยดูว่าใครจะไปหาเธอได้ไวกว่ากัน”

            ทำไมผมต้องจ้องจะเอาชนะคนอื่นตลอดเลยวะตั้งแต่รู้จักกับเธอมาไม่กี่วันนี้  ไอ้ความรู้สึกอยากเอาชนะนี่มันมีทุกครั้งที่เจอ 

Rrrrrrrr

            ผมกดยิ้มต่ำเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ตัวเองดังขึ้นนี่ครั้งหลังจากรถเคลื่อนตัวออกมาได้ไม่ไกล  นี่ยัยแอมแปร์คงเปลี่ยนใจอยากจะเจอผมไวๆใจจะขาดแล้วสิท่า  หึ 

            นิ้วโป้งกดเลื่อนหน้าจอรับสายด้วยอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษ

            “คิดถึงรึไงยาหยีของพี่องศา”

            ตอบรับสายด้วยเสียงกวนประสาทให้เธอรำคาญเล่นๆ

            [ค่ะ  อันนาคิดถึงพี่องศา  ช่วงนี้หายไปเลยนะคะงานยุ่งเหรอ?  ให้อันไปช่วยงานที่ร้านได้นะคะ  อยากเจอ..]

            อันนา...  ช่วงนี้ผมไม่ได้ติดต่อกับน้องเขาเลยนี่หว่า  เสียงหวานดูหงอยปนอ้อนของอันนาที่กรอกผ่านปลายสายทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยไม่ละเลยผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟน(มั้ง)ของผม 

            “พี่ไม่ค่อยว่างเลยค่ะคนดี  เอาไว้พรุ่งนี้พี่ไปรับนะ  เราไปทานข้าวกันดีกว่าเนอะ”

            “พรุ่งนี้จริงๆนะคะ”

            เสียงใสเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งจนผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้  อันนาเป็นเด็กน่ารัก  ซึ่งผมรู้ว่าผมควรเอาใจน้องยังไง

            “สัญญาครับ  พี่คิดถึงเราจะแย่”

            “อันก็คิดถึงพี่องศาค่ะแต่ไม่อยากกวน”

            “งั้นเจอกันพรุ่งนี้เนอะ  แค่นี้ก่อนนะพี่ขับรถอยู่”

            “พี่กำลังจะไปไหนเหรอคะ?”

            “ไปซื้อของเข้าร้าน  ไว้เจอกันพรุ่งนี้ค่ะคนดี”

            ผมชิงกดวางสายไปก่อนที่อันนาจะถามอะไรไปมากกว่านี้แล้วตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปหาแอมแปร์ที่คอนโดให้ถึงก่อนผู้ชายคนอื่นที่เธอนัด  ผมจะไม่ยอมไปช้าแน่  ไม่ยอมให้โดนยัยนั่นเทอีกเป็นครั้งที่สามหรอกคอยดูสิ

            นี่ผมยอมเสียค่าทางด่วนเพื่อไปหาเธอเลยนะ...

            หวังว่าแฟนเก่าเธอจะไม่งัดห้องเข้าไปปล้ำยัยนั่นหรอกใช่ไหม  แต่อย่างยัยนั่นโดนปล้ำก็คงชอบล่ะมั้ง  ดูเล่นตัวไปอย่างงั้นแหละ  แต่แหม  ถ้าผมได้ลองกับเธอสักครั้งจะตั้งใจทำเลยเอ้า!

            ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าผมจะมาถึงคอนโดของเธอเป็นที่เรียบร้อย  น่าแปลกที่คราวนี้พนักงานไม่ได้ถามอะไรมากมายเหมือนครั้งก่อนที่มาจึงทำให้ผมแปลกใจ

            “ทำไมปล่อยผมขึ้นไปข้างบนง่ายจังล่ะครับรอบนี้”

            ช้อนสายตามองพนักงานต้อนรับสาวที่เคาน์เตอร์ด้วยนัยน์ตาแวววับ  มันคือแววตาใสซื่อที่ผมประดิษฐ์มันขึ้นมาเพื่ออ่อยสาวๆนั่นเอง  ขอบอกอย่างมั่นใจว่ามันใช้ได้กับผู้หญิงทุกคนยกเว้นแอมแปร์ ที่ผมลองมองเธอยั่วยวนแค่ไหนยัยนั่นก็ตอบรับผมกลับมาแค่หางตาเท่านั้น

            “คุณแอมแปร์บอกว่าถ้ามีผู้ชายที่ชื่อองศามาหาให้ขึ้นไปได้เลยค่ะ  แต่ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นให้โทรไปบอกเดี๋ยวเธอจะลงมาหาเองค่ะ”

            อุ๊ต่ะ  แบบนี้เรียกว่ามีใจรึเปล่านะ...

            ผมอดยิ้มไม่ได้กับสิ่งที่ได้ยิน  หรือยัยนั่นจะเปิดใจให้ผมแล้ว?  ทำไมผมถึงมีสิทธิขึ้นไปหาเธอถึงห้องได้แค่คนเดียวทั้งที่เธอก็นัดผู้ชายคนอื่นไว้  อดเข้าข้างตัวเองไม่ได้เลยว่ะ

            สองเท้าพาตัวเองขึ้นไปยังหน้าห้องของเธอซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งพิงประตูด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก  จะใครซะอีกล่ะ  ก็ไอ้พี่ซีอะไรนั่นที่เป็นแฟนเก่าเธอไง  เห็นแบบนี้ก็ยิ่งอยากจะรู้ว่าพวกเขาเลิกกันเพราะอะไร  เอาจริงๆในความรู้สึกผมก็พอจะสัมผัสได้ว่าพวกเขายังคงรักกันอยู่  ไม่สิ  ไม่แน่ใจหรอกว่ายังรักกันแต่ผมว่าคงจบกันไม่ดี

            “ขอโทษนะครับ หลีกหน่อย  ผมจะเข้าไปหาแฟนผมข้างใน”

            ดวงตาคมของเขาเบิกกว้างก่อนละลุกขึ้นยืนประชันหน้ากับผมเต็มความสูง 

            “มึงกลับไปซะ  แอมป์เป็นของกู”

            น้ำเสียงที่กดต่ำลงแสดงถึงความโกรธและความเย็นชาของเขาเล่นเอาซะผมขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย  ทำหน้าตาเหมือนหมาขู่  กลั๊วกลัว  ดูสิขนลุกตั้งแต่ปลายผมไปยันขนตูดเลย

 

ก๊อก  ก๊อก

 

            ผมเลือกที่จะไม่กดออดหน้าห้องแต่เคาะประตูแทนเพราะมันน่าสะใจกว่าตรงที่ตำแหน่งการเคาะประตูของผมเลือกที่จะเคาะข้างหูเขาพอดี  ก็ช่วยไม่ได้  อยากมายืนขวางเองทำไม  เขาเอียงคอหลบอย่างไม่พอใจก่อนจะผลักหน้าอกผมด้วยความโมโห

            “ช่วยมีมารยาทกับผมหน่อยนะคุณ”

            “กูบอกให้กลับไป อย่ามายุ่งกับเมียกู!!

            เกลียดชะมัดเวลาโดนตะคอกใส่หน้าแบบนี้...

            “เมื่อก่อนน่ะเมียมึง แต่ตอนนี้เป็นเมียกูกลับไปสักที  ผัวเมียเขาจะอยู่ด้วยกัน!!

 

ผลั้วะ

 

            กำปั้นหนักๆของเขาปล่อยเข้ามาที่หน้าท้องของผมเต็มแรงจนตัวงอ  เชี่ย  จุกชิบหาย  ผมใช้มือกุมหน้าท้องไว้ข้างหนึ่งก่อนจะยกมืออีกข้างไปผลักหน้าอกมันอย่างไม่ยอมแพ้

 

แอ๊ดดดด...

          “มาแล้วเหรอคะที่รัก  เข้ามาสิ”

            ประตูห้องถูกเปิดออกโดยร่างบางที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำแล้วมีผ้าโพกหัวไว้คล้ายว่าเพิ่งอาบน้ำสระผมออกมาหมาดๆ

            ขณะที่ผมกำลังจะก้าวท้าวเดินเข้าไปหาเจ้าของห้องที่ส่งรอยยิ้มหวานมาให้นั้น  ไอ้บ้านี้ก็ชิงเข้าไปซะก่อนแต่ดีที่ผมดึงมันออกมาได้ทันแล้วแทรกตัวเองเข้าไปในห้องแทน  โดยมีแอมแปร์คอยปิดประตูทันทีที่ผมเข้ามาด้านในได้สำเร็จ

            “แฟนเธอนี่หมัดหนักชะมัด”

            “แฟนเก่า.. อย่ามาโอดครวญ  นายก็ไปพูดยั่วโมโหพี่ซีเขา  ดีไม่โดนต่อยอีกสักหมดสองหมัดเข้าที่หน้าได้หมดหล่อพอดี”

            “อ้าว  งี้เธอก็เห็นสิว่าฉันจะโดนต่อย เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเหรอ?  แล้วทำไมไม่เปิดประตูตั้งแต่แรก”

            “รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้  เห็นผู้ชายถกเถียงกันสะใจดีออก  ฉันชอบ”

            ยัยโรคจิต...

 

            “ฉันเจ็บตัวไปแล้วเธอจะรับผิดชอบยังไง”

            ผมโน้มหน้าเข้าไปหาเธอจนริมฝีปากของเราแทบจะชนกัน  โดยที่แอมแปร์ไม่มีท่าทีจะหลีกหนีผมแม้แต่น้อย  ตากลมจ้องมองผมกลับก่อนจะเผยยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย

            “นายต่างหากที่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่นายก่อไว้”

            นิ้วเรียวยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากของผมแผ่วเบาก่อนที่เธอจะโฉบหน้ามาจูบที่นิ้วตัวเองซึ่งเป็นกำแพงกั้นระหว่างริมฝีปากของเราทั้งคู่  แม่งเอ้ย  ผู้หญิงคนนี้มีแรงดึงดูดสูงมาก  เธอสามารถทำให้ผมหยุดนิ่งได้ด้วยการกระทำของเธอเพียงเล็กน้อย

            แม้ว่าเธอจะเดินหนีผมไปแล้ว  แต่ร่างกายผมเหมือนมันไม่ยอมขยับไปไหน  ยังคงจดจำสัมผัสเมื่อครู่ได้ดีแม้จะผ่านไปเป็นนาทีแล้วก็ตาม

            เสียงไดร์เป่าผมดังขึ้นทำให้สติผมกลับมาอีกครั้ง  ผมเดินตามหาร่างบางภายในห้องจนพบว่าเธอยืนเป่าผมอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอนของเธอ  ที่ตอนนี้ประตูเปิดกว้างเอาไว้ประหนึ่งว่ากำลังเชิญชวนให้ผมเข้าไปหา

            สองเท้าย่ำเข้าไปทางห้องนอนของเธออย่างมาดมั่น...

            “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ  ไม่ต้องเข้ามา”

LOADING  40  %


เธอปิดไดร์เป่าผมแล้วหันมาพูดกับผม

            “แล้วถ้าฉันไม่ฟังที่เธอพูดล่ะ?”       

            “นายก็จะได้เจอฉันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย”

            น่าแปลกที่สองขามันกลับชะงักเพียงเพราะคำพูดประโยคนั้นประกอบกับสายตาคมกริบที่เธอตั้งใจส่งมาขู่ผม  บ้าจริง  เสียฟอร์มชะมัด  ผมยักไหล่แก้เก้อก่อนจะถอยออกมานั่งที่โซฟามองเธออยู่มุมนี้แทน 

            “เร็วๆนะ!!  ฉันจะต้องไปซื้อของเข้าร้านอีก  แล้วเธอต้องไปช่วยฉันขนของด้วย  ไม่ต้องพิถีพิถันแต่งตัวนานหรอก  สวยอยู่แล้ว!!

            ผมจ้องมองเธอทุกการกระทำจนกระทั่งเธอเป่าผมของเธอเสร็จแบบลวกๆน่ะนะ  มือเล็กดึงเชือกของชุดคลุมอาบน้ำออกผมเห็นนี่รีบลุกขึ้นยืนเลย  คาดหวังมากว่ารูปร่างภายในที่กำลังจะเผยสู่สายตาผมมันจะสะพรั่งขนาดไหน  น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคออย่างตื่นเต้น  และเหมือนว่าเธอจะจับสังเกตุถึงความหื่นกระหายของผมที่นั่งไม่ติดในตอนนี้

            คนตัวเล็กหันมาหาผมเต็มตัวก่อนจะถอดชุดคลุมอาบน้ำออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวใจของผมที่ลุ้นจนแทบจะหยุดเต้น

            “เก็บอาการหน่อยองศา  ฉันไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่นายเคยผ่านมาหรอกนะ  ฮะๆ  จะพาฉันไปไหนล่ะ  ไปได้แล้ว”

            “จิ๊  แอมแปร์  เธอนี่นะ!

            ยัยนี่มันร้าย  ทำตัวเหมือนตัวเองโป๊เปลือยอยู่ภายใต้ชุดคลุมอาบน้ำ  แต่เปล่าเลย  เธอใส่เสื้อผ้าไว้ข้างในแล้วต่างหาก เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นมันปกคลุ่มร่างกายของเธออยู่อีกชั้นต่างหาก

            ผมสำรวจร่างกายเธอคร่าวๆก่อนจะรีบเดินเข้าไปที่ห้องนอนของเธอเพื่อหาผ้าขนหนูผืนเล็กแล้วหยิบมันเดินกลับมาหาเธออีกครั้ง

            “นายจะทำอะไร?”

            “จะเช็ดผมให้  เธอเป่าไม่ดีอ่ะ  มานี่มา”

            “ไม่ต้อง  เดี๋ยวมันก็แห้งเองแหละ”

            ไม่รีรอให้เธอปฏิเสธไปมากกว่านี้  ผมจัดการใช้ผ้าคลุมหัวเธอก่อนจะออกแรงเช็ดเบาๆ  ท่ามกลางความเงียบที่ก่อตัวขึ้นอีกครั้งผมจับสังเกตุได้ว่าเธอดูเหม่อลอย  แม้ว่ามือจะยังคงเช็ดผมให้เธอไม่ขาดแต่สายตาผมเห็นนะว่าเธอใจลอยไปสักพักแล้ว

            “คิดอะไรอยู่”

            คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมโน้มหน้าไปกระซิบถามที่ข้างหู  เธอถอนหายใจแล้วหันมาสบตาผมโดยตรงด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก  ผมใช้มือจัดทรงผมให้เธอลวกๆหลังจากเช็ดจนฟูฟ่องเป็นลูกแมว

            “ฉันไม่ชอบให้พี่ซีมาเฝ้าแบบนี้  รำคาญ”

            “เธอไปบอกมันสิ  ทำไมไม่คุยกันล่ะ”

            “...”

            เธอเงียบไปอีกครั้งผมเลยเดินไปหยิบหวีมาหวีผมให้จะได้เสร็จๆสักที  เห็นผมเปียกแล้วขัดใจน่ะ  เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ทำอะไรเรียบร้อยเลยสักอย่าง  ดูจากการใช้ชีวิตในห้องก็รู้  เป็นผู้หญิงที่ง่ายๆ  แต่งตัวยังไงก็ได้  แต่งหน้าหรือไม่แต่งก็ได้  ไม่เยอะเรื่องแบบนี้  แต่การที่เป่าผมไม่แห้งแล้วไปข้างนอกนี่ผมว่ามันดูมักง่ายไปหน่อย

            “ฉันว่าเธอไปใส่เสื้อมีแขนดีๆไป”

            “แล้วนายมายุ่งอะไรกับฉันเนี่ย”

            เธอเดินฟึดฟัดเข้าห้องนอนไปอีกครั้งก่อนจะกลับออกมาด้วยเสื้อฮู้ดตัวใหญ่สีชมพูสวมทับเสื้อกล้ามตัวจิ๋วเมื่อครู่  เออ  เอาเถอะ  ผมแค่เห็นว่าเธอใส่เสื้อกล้ามแล้วมันดูผอมเกินไป เสื้อรัดไปทุกสัดส่วนแบบนั้นยิ่งดูตัวเล็กไปอีก  ใหญ่อย่างเดียวก็นมนั่นแหละ

            “นี่กินเธอกินข้าวรึยัง?”

            “ยัง  หิวจะตาย  แต่ออกไปไม่ได้ไง  ถ้าฉันเปิดประตูพี่ซีต้องเข้ามาแน่  เพราะนายเลยนะองศา”

            “กับผู้ชายคนอื่นนี่เก่งจัง  แพ้แค่กับมันคนเดียวเนี่ยนะ?”

            “...”

            แอมแปร์เงียบไป  เธอเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์แล้วไปรอผมที่หน้าประตูห้อง  ร่างบางชะเง้อมองที่ตาแมวประตูแล้วก็ต้องถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมาทำให้ผมต้องเดินตามไปส่องตามเพื่อความสงสัย

            อ่อ ไอ้เวรนั่นยังไม่ไปอีกเหรอ...

            “อยู่กับเธอนี่ฉันเปลืองเนื้อเปลืองตัวชะมัดเลยแอมแปร์”

            ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกความมั่นใจ  ก่อนจะเอื้อมไปคว้ามือเล็กมากุมไว้แล้วเปิดประตูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใสให้ดูเหมือนมีความสุขมาก

            “จะไปไหนกัน”

            เสียงห้าวของแฟนเก่าเธอถามขึ้นหลังจากที่เราปิดประตูเราเดินออกมาเรียบร้อยแล้ว  ตาคมจ้องมองมือที่เราจับกันไว้ด้วยความไม่พอใจ  แต่มันทำให้ผมกำชับฝ่ามือให้กุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม

            “ผมจะพาเมียไปฝากครรภ์  ขอตัวนะ”

            ตอบออกไปแบบนั้นแล้วก็จูงมือเธอเดินไปขึ้นลิฟท์ทันทีโดยที่เราทั้งคู่ไม่มีใครหันไปสนใจไอ้บ้านั่นอีก  เมื่อพ้นสายตาคนแอมแปร์ก็ขืนแรงปล่อยมือที่ผมจับเธอไว้แน่นจนหลุดออกจากกัน

            “ฝากครรภ์บ้าอะไรของนาย”

            “เอ้า  ไม่ดีเหรอ  มันจะได้เลิกยุ่งกับเธอไง”

            “นายรู้ไหม  ว่านายกำลังพาตัวเองมาผูกไว้กับฉัน  ซึ่งฉันบอกเอาไว้ตรงนี้เลยว่าฉันไม่เห็นข้อดีที่เราอยู่ด้วยกัน”

            เวลาเป็นเรื่องไอ้ซีอะไรนั่น  เธอมักจะจริงจังเสมอ  สีหน้า  ท่าทาง  และน้ำเสียง  ทุกๆอย่างแสดงให้ผมเห็นได้ชัดเจนว่าเธอไม่เคยเล่นๆเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น

            “ฉันเอาตัวมาผูกกับเธอยังไง  ไม่เห็นเสียหายตรงไหน  ดีซะอีกที่เธอมีฉันเป็นไม้กันหมา  แฟนเก่าเธอจะได้เลิกยุ่ง”

            “องศา.. นายลืมอันนาไปรึเปล่า”

            “ฉันเก่งพอจะดูแลผู้หญิงสองคนได้พร้อมกันน่า”

            “ไม่จริง  ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำได้  มันจะต้องมีคนหนึ่งที่ถูกดูแลเอาใจใส่มากกว่า  และฉันอยากให้คนนั้นเป็นอันนาไม่ใช่ฉัน”

            ผมไหวไหล่อย่างไม่แยแสกับสิ่งที่เธอพูด  เป็นจังหวะเดียวกับเดียวกับประตูลิฟท์เปิดออกมายังชั้นล่างพอดี  มาเป็นแขกก็ต้องจอดรถไว้ลานด้านนอกแทน  แยกกับที่จอดรถของผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโด  ทำให้เราต้องเดินลงมายังหน้าคอนโดอีกครั้งเพื่อไปที่รถของผมโดยมีผมเองที่เดินนำเธอออกมา

 

เพี้ยะ

 

            “หน้าด้าน  รู้ว่าเขามีเมียแล้วยังไม่เลิกยุ่ง”
            เกิดได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาจากด้านหลังผมจึงหันไปมอง  แต่ไม่คิดว่าเสียงเพี้ยะที่ได้ยินเมื่อครู่จะเป็นเสียงตบหน้าของผู้หญิงคนนั้น  แล้วคนที่โดนตบจะใครซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่แอมแปร์
!!  ผมรีบเดินกลับไปประคองเธอไว้ทันที

            “ทำอะไรของคุณเนี่ย!

            ผมถามผู้หญิงคนนั้นออกไปด้วยความไม่เข้าใจ  ก่อนจะหันไปมองแอมแปร์ที่เพิ่งโดนตบไปหมาดๆ  ทว่าเธอยังคงทำสีหน้านิ่งได้อยู่เหมือนเดิม

            “ต้นเป็นแฟนฉัน  เธอเลิกยุ่งสักที!!

            “บอกเขาว่าอย่ามายุ่งกับฉันจะดีกว่านะ”

            ทันทีที่สิ้นประโยคนี้  ดวงตาใสของแอมแปร์ก็เอ่อไปด้วยน้ำตา  เธอคงทั้งเจ็บทั้งอายที่ต้องมาโดนตบอยู่หน้าคอนโดตัวเองท่ามกลางสายตาของคนแถวนี้  ผมเข้าใจว่าเธอคงทั้งอายทั้งโมโห

            ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาก่อนจะดึงผู้หญิงคนนี้ออกไป ทว่าก็ยังคงขืนแรงเธอไว้ไม่อยู่

 

เพี๊ยะ

 

            ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก นี่ครั้งแรกเลยนะที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้หญิงตบกัน  ผมทำได้แค่ดึงเธอเข้าหาตัวแล้วเอาตัวเองบังไว้แทน 

            “แอมป์  เราขอโทษนะ  เราบอกเลิกโมทำให้โมเป็นบ้าแบบนี้  เธอเจ็บไหม”
            อ่อ  ไอ้นี่คือไอ้ต้นสินะ  เป็นแฟนของผู้หญิงคนนี้ที่พุ่งเข้ามาตบแอมแปร์  แล้วผู้หญิงคนนี้ชื่อโม  ผมเริ่มเข้าใจละ

            “เจ็บค่ะ”

            น้ำตาที่เอ่อล้นเมื่อครู่เริ่มรินไหลอาบแก้ม  ที่เธอบอกเจ็บคงเจ็บจริงๆนั่นแหละ  โดนตบไปสองทีจนหน้าหันเลยนะเว้ย

            “เราขอโทษนะ  แต่เราไม่ได้รักโมแล้ว”

            “ต้น!!  ทำไมพูดกับโมแบบนี้!!

            ผู้หญิงคนนั้นโวยวายขึ้นมาทันที่ที่ได้ยินผู้ชายพูดจาหมดรักต่อหน้า  ใจจริงอยากให้แอมแปร์ตบสวนไปสักทีเหมือนกันนะ  เธอนิ่งเกินไปจนผมเดาไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ 

            “ถ้างั้น...ฝากจัดการให้เรียบร้อยนะคะ”

            แอมแปร์พูดออกไปขณะที่ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ  และเหมือนไอ้ต้นนั่นจะเข้าใจความหมายดีจึงอุ้มแฟนสาวของตัวเองออกไป  เมื่อตรงนี้เหลือแค่ผมกับเธอ  ทำให้ผมหันกลับมาสนใจเธอทันทีทว่าสิ่งที่ผมเห็นคือสีหน้าเธอเปลี่ยนไป  ริมฝีปากแสยะยิ้มร้าย  ดวงตาเศร้าที่ผ่านการร้องไห้ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว  เธอมองตามสองคนนั้นไปด้วยแววตาเย้ยหยัน 

            “เธอเจ็บไหม?”

            ผมถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง  รู้แหละว่าเจ็บแน่ๆ 

            “เจ็บสิ  โดนตบนะไม่ใช่โดนกอด  แต่ฉันชินแล้วล่ะ”


LOADING  70  % 

 

หมับ

 

            “หายเจ็บรึยัง”

            ได้ยินเธอพูดคำว่ากอด  ผมเลยดึงเธอมากอดซะเลย

            “มากอดฉันทำไม”

            “กอดปลอบไง  ไม่เคยได้ยินเหรอ?”

            “ฉันขอร้องให้นายมาปลอบรึไง?”

            “เปล่า  อยากปลอบ  รู้หรอกว่าเธอเล่นละครอยู่ใช่ไหม  แต่เธอคงเจ็บที่โดนตบ ”

            ผมก็กวนประสาทเธอไปอย่างงั้นแหละ  ก่อนจะผละกอดแล้วเดินนำไปขึ้นรถ  โดยที่เธอยังคงลูบแก้มตัวเองป้อยๆ

            “หิวแล้วอ่ะ  พาไปกินข้าวก่อนได้ไหม?”

            “อ้าว  ไม่ได้ไปฝากครรภ์กันเหรอ”

            เธอหัวเราะหึๆในลำคอแทนคำตอบ  ทีแรกว่าจะพาเธอไปช่วยซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตเล็กๆนะ  แต่เห็นว่าหิวเลยพาไปห้างเลยแล้วกันเพราะผมเองก็ชักจะหิวซะแล้วสิ

            แอมแปร์ยังคงลูบแก้มตัวเองป้อยๆตลอดทาง  มันเลยทำให้ผมสงสัยอะไรบางอย่าง

            “นี่  ฉันขอถามอะไรเธอหน่อยสิ”

            “ถามมา”

            เป็นจังหวะที่รถติดไฟแดงพอดีผมจึงใช้มือข้างซ้ายเอื้อมไปลูบผมเธอเล่นก่อนจะถามสิ่งที่อยากรู้ออกไป       

            “เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าไอ้ต้นอะไรนั่นมีแฟน  แล้วเธอไปยุ่งกับมันทำไม?  ฉันไม่รู้ว่าเธอทำแบบนี้บ่อยไหมแต่ฉันว่ามันไม่ถูกต้องนะแอมแปร์  เธอต้องมาเจ็บตัวแบบนี้มันคุ้มกันเหรอ?”

            “คุ้มสิ  ทำให้ผู้หญิงอีกคนตาสว่างได้”

            “ไหนเธอลองแย่งฉันมาจากอันนาสิ”

            “ฉันเลือกนะ  และนายไม่ได้อยู่ในประเภทผู้ชายที่ฉันอยากได้  ไม่สิ  จริงๆฉันไม่ได้อยากได้ใครหรอก  แต่อย่างนายมันเป็นมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ  ฉันมันเป็นผู้หญิงแบบนี้ที่ชายขยาดน่ะ”

            ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี  ความคิดเธอลึกซึ้งเกินไป  ทำไมไม่คิดอะไรง่ายๆเหมือนคนอื่นเขาล่ะ  ไม่รู้เธอจะสร้างกำแพงขึ้นมาปิดตัวเองอีกกี่ชั้นกัน  ผมว่ากำแพงเธอเริ่มกินพื้นที่ที่เรียกว่าความสุขแล้วนะ

            “ฉันอยากได้เธอจะตาย  เธอไม่อยากได้ฉันหน่อยเหรอ?”

            ผมยังคงหยอดคำพูดทีเล่นทีจริงออกไปให้เธอหายเครียด

            “นายไม่มีวันได้ฉันหรอกองศา  ถ้าฉันไม่อนุญาตและจะไม่มีวันนั้น  เพราะเดี๋ยวนายได้รู้จักฉันมากขึ้นนายก็จะไปจากฉันเอง  ชีวิตฉันไม่มีอะไรหวือหวาให้นายสนใจหรอกนะ”

            “ฉันเป็นสีสันในชีวิตเธอได้นะ”

            “ถ้าคู่ที่ฉันคิดจะแย่งฉันคิดว่าไม่ใช่คู่นาย  ฉันอยากให้นายสนใจอันนาให้มากๆ  ฉันไม่อยากเป็นสาเหตุให้นายกับเธอเลิกกัน   นายยังไม่เลวพอในแบบที่ฉันต้องการ”

            ไม่เข้าใจแล้วไม่เข้าใจเล่ากับสิ่งที่เธอพูด  ในหัวของผมมีแต่คำถามว่าทำไมๆๆ  เพียงแต่ก็พอรู้ว่าเธอเครียดพอสมควรกับปัญหาที่เจอ  ไหนจะเรื่องแฟนเก่า  แบรนด์เครื่องสำอางค์โดนโจมตี  ปัญหาชู้สาว  ลูกเมียน้อยพ่อเธอที่ไม่เป็นมิตร  บางทีผมอาจจะเป็นเพื่อนเธอได้นะ  ผมคอยรับฟังได้เสมอ  ช่วยอะไรได้ผมก็ช่วย  เพื่อนกันมันส์ดี  ได้กันสักทีสองทีคงจะฟิน

END  TALK

UPLOAD 100 %

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ..



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:34
    -บ้าาาเพื่อนกันมันดี!โอ้ยยยพระเองกวนทีนอะไรเบอนี้
    #42
    0
  2. #19 บางเวลา(สำคัญ) (@aommallka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 23:25
    แอมเปร์เนี้ยเป็นคนอย่างไงกันแน่น้ะ..
    #19
    0
  3. #18 ying5926 (@ying5926) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 19:28
    เพื่อนกันมันส์ดี555
    #18
    0
  4. #17 KFahsai (@krue1980) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 07:54
    อัปบ่อยๆนะคะรอๆๆ
    #17
    0
  5. #16 ying5926 (@ying5926) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 22:48
    มาอัพบ่อยๆๆนะ
    #16
    0
  6. #15 KFahsai (@krue1980) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 23:51
    5555 ขำอิตาองศาอ่ะ
    #15
    0
  7. #14 namxxi- (@namxxi-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 22:38
    สู้ๆค่าาา รอน้าาา
    #14
    0