PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 3 : HUNTED : STEP 02 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 มี.ค. 60

CHAPTER 2​

 

            “อันอยากเล่นเครื่องเล่นอะไรไหม?  เดี๋ยวพี่พาเล่น”

            “ร้อนอ่ะค่ะพี่องศา  อันไม่ชอบแดด”

 

            สุดท้ายแล้วไม่ว่าผมจะเจอเหตุการณ์อะไร  อันนาจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ข้างผมเสมอ

 

            หลังจากที่ผมโดนยัยแอมแปร์เทแบบหน้าด้านๆ  ผมจึงโทรหาอันนาให้มาหาผมที่สวนสนุกแห่งนี้  ตั้งใจจะมาให้ช่วยกินอาหารบนโต๊ะที่ผมสั่งมาไถ่โทษยัยแอมแปร์นั่นแหละ  อาจจะเรียกอันนามาด้วยเหตุผลไม่น่าฟังมากนัก  แต่ช่วยเข้าใจผมด้วยว่าสายตาคนทั้งร้านจับจ้องมาที่ผมคล้ายว่ากำลังจับผิดผมอยู่ 

 

            มาคนเดียวทำไมสั่งอาหารเยอะขนาดนี้

            หน้าตาก็ดีโดนสาวเทแน่ๆ

 

            ผมได้ยินคำพูดเหล่านี้ออกมาทางสายตาที่พวกเขามองมายังผม  แค่โดนแอมแปร์เทก็เสียเซลฟ์จะตายอยู่แล้ว  นี่ยังโดนมองด้วยสายตาจับผิดอีก  ผมเลยแก้ปัญหาโดยการเรียกอันนามาไง  มีคนช่วยกินเพิ่ม  แถมลบคำสบประมาทว่าโดนสาวเทอีก 

 

            “ให้พี่ไปส่งที่บ้านเลยไหม?  หรืออันอยากไปไหนต่อ”

            “อืมมมม  อันอยากเดินช็อปปิ้งสักหน่อยค่ะ”

            “โอเคครับ”

 

            ต้องชวนไปตามมารยาทล่ะนะ  จะเรียกมากินแล้วไล่กลับบ้านมันก็จะดูเลวเกินไปหน่อย  แต่เอาจริงๆผมเป็นคนขี้ตามใจแหละ  ไม่ว่ากับใครผมก็เอาใจเสมอการได้รู้จักใครสักคนก็ควรทำให้ต่างฝ่ายต่างประทับใจทุกครั้งที่เจอไม่ถูกเหรอ?  มีแต่ยัยนั่นคนเดียวแหละมั้งที่รู้จักแล้วไม่น่าประทับใจเอาซะเลย

 

            “อิ่มแล้วเหรอ?”

            “ค่ะ  เอ่อ..พี่องศาคะ  วันนี้อันเปลี่ยนใจไม่ช็อปปิ้งแล้วนะคะ  พอดีมีธุระกับคุณพ่อนิดหน่อยต้องรีบกลับน่ะค่ะ”

            “อ๋อ ได้สิ  ให้พี่ไปส่งไหม?”

            “ไม่เป็นไรค่ะ  ยังไงก็เอารถมาคนละคันอยู่แล้ว  งั้นอันขอตัวเลยนะคะพี่องศา  ไว้เจอกันวันหลังนะคะ”

            “ครับ”

 

            เอ๊ะ  ความรู้สึกเหมือนโดนเทเล็กน้อย  ไม่หรอก  น้องเขามีธุระด่วนต่างหาก  มึงอ่ะคิดมากไอ้องศา

 

            เซ็งอ่ะ  วันนี้เป็นวันที่น่าเบื่อวันหนึ่งเลยก็ว่าได้  ผมถอนหายใจพรืดใหญ่ก่อนจะเรียกเช็คบิลอาหารทุกอย่างเสร็จสรรพ  เดินออกมามองไปรอบๆสวนสนุกแห่งนี้เห็นแต่คนรักกันเขาเดินเป็นคู่  น่าใจหายที่วันนี้ผมดันไม่มีคู่เดินซะได้

 

            โทษยัยแอมแปร์คนเดียวเลย  แต่คิดไปคิดมาถ้าทำให้ยัยนั่นเอนอ่อนได้ผมคงรู้สึกเป็นผู้ชนะไปอีกสิบปีเลย  คิดจะสอยผู้หญิงแบบนี้ต้องทำยังไงก่อนนะ

 

            ผมเปิดเพลงฟังระงับความหงุดหงิดตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน  ดีที่เริ่มค่ำมืดแล้วรถจึงไม่ติดเท่าไหร่  ภายในหัวยังคงนึกถึงแต่เธอไม่หยุด  ผมเป็นคนชอบเอาชนะ  และพยายามหาวิธีที่ผู้หญิงแบบนั้นจะใจอ่อน  แต่ผมไม่ได้จริงจังกับเธอนะ  แค่อยากทำให้เธอรู้สึกแพ้บ้างก็เท่านั้นเอง 

           

AT  HOME

 

            สองเท้าย่ำเข้าบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน  ผมรายงานให้อันนารู้ว่าผมถึงบ้านแล้ว  ก่อนจะอาบน้ำแล้วมานั่งที่หน้าโน๊ตบุ๊ค 

 

            พอดีผมอยากรู้ว่าแอมแปร์เป็นใครมาจากไหน  มีธุรกิจอะไรบ้าง  เลยต้องมานั่งหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตนี่แหละ ผมอ่านประวัติของเธอไปเรื่อยๆทีละเว็บไซต์  ได้เรื่องคร่าวๆว่าเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงามนี่แหละ  มีน้ำหอมกับเครื่องสำอางค์  แต่สิ่งที่ผมเจอเด็ดกว่าคืออะไรรู้ไหม

 

            ไฮโซชื่อดังทายาทห้างสรรพสินค้าถูกสาวสลัดรัก  หลังคบหากันมาเกือบสิบปี

 

          มันก็เหมือนข่าวซุบซิบกันธรรมดานะ  ถ้ารูปผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แอมแปร์  ทำให้หัวข้อความอยากรู้ของผมเปลี่ยนไปจากทีแรก  ประวัตินั่นอ่านคร่าวๆมาแล้วช่างมันก่อน  เอาอันนี้ก่อน 

 

            “โถ่  ที่แท้ก็เด็กเสี่ยนั่นล่ะวะ เกาะผู้ชายรวยๆ  หึ!

 

            ผมนั่งมองรูปของเธอกับแฟนเก่าทีละรูปๆก็นึกแปลกใจกับรอยยิ้มของเธอ  มันคือรอยยิ้มสดใสแสดงออกว่าเจ้าตัวมีความสุขแค่ไหน  เมื่อก่อนเธอดูมีน้ำมีนวลกว่านี้นะ  ผมไล่ดูรูปที่พวกเขาเคยออกงานด้วยกัน  หรือรูปจากอินสตาแกรมโพสเก่าๆที่ตอนนี้เธอคงลบมันไปหมดแล้ว  โดยไม่ลืมที่จะคว้ามือถือของตัวเองไปกดติดตามอินสตาแกรมของเธอด้วย

 

            ก็ดูรักกันดีนี่หว่า...

         

ตื๊อดึ่ง

 

            AMPARE ส่งข้อความถึงคุณ...

 

            ตาผมฝาดรึเปล่าเนี่ย  เธอส่งข้อความไลน์มาหาผมเหรอ?  ผมละสายตาจากรูปภาพสวีทหวานที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คแล้วมาสนใจมือถือแทน  ไม่รีรอที่ผมจะเปิดข้อความขึ้นมาอ่าน

 

            [ทำการบ้านมาดีนี่  ไม่ทันไรรู้ไอจีฉันแล้ว]

            “เธอยังไม่นอนเหรอ?”

            [ยัง]

 

            แน่ะ  ตอบไวแบบนี้รอผมตอบกลับอยู่ล่ะสิ  การที่ผู้หญิงทักมาหาก่อนถือว่าเป็นการอ่อยอย่างหนึ่ง  หรือไม่เธอก็รู้สึกผิดที่ทิ้งผมวันนี้เลยตีเนียนหาเรื่องทักมาหาผมกดโทรออกหาเธอทันทีก่อนจะพาตัวเองมานอนอยู่บนเตียงแล้วเปิดสปีคเกอร์โฟนเอาไว้รอเธอรับสาย

 

            [ว่าไง]

 

            เอ่อ..ผู้หญิงทั่วไปเวลามีชายหนุ่มรูปงามโทรหาเขาไม่ได้รับสายด้วยคำพูดและน้ำเสียงแบบนี้นะ 

 

            “ทำอะไรอยู่เหรอ  เธอจะนอนรึยัง”

            [แล้วนายมีอะไรล่ะ]

 

            นั่นสิ  ผมมีอะไรจะคุยกับเธอวะ?    

 

            “ไม่มีอะไร  คิดถึงเธอเฉยๆ”

            [ตอแหล]

 

           เอ๊ะ  หูกูฝาดรึเปล่า  ไม่หรอก  ได้ยินชัดซะขนาดนี้

 

            “พูดจาอะไรให้เกียรติกันบ้างนะครับ  แหม”

            [ให้เกียรติผู้ชายที่กำลังคิดหลอกฟันฉันน่ะเหรอ?]

 

            ก็..เออ  เถียงไม่ออก  เราเงียบกันเกือบนาทีหลังจากที่ผมเงิบกับคำพูดเธออยู่  ดีที่เธอเปิดเพลงฟังไปเบาๆทำให้บรรยากาศมันไม่เงียบมากจนเกินไป

 

            “เธอชอบน้ำหอมเหรอ?  แล้วทำยังไงถึงดังได้อ่ะ”

 

            ผมคิดได้ว่าน่าจะชวนเธอคุยเรื่องพวกนี้  เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอรัก  อยากฟังเธอเล่าอะไรก็ได้  พูดยาวๆเลยยิ่งดี  ผมอยากรู้ทัศนคติของเธอ  แล้วมันก็ได้ผลเมื่อเธอร่ายยาวตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมโน่นแน่ะ  เล่าถึงต้นเหตุว่าทำไมถึงก่อตั้งแบรนด์น้ำหอมได้

 

 

END  TALK

 

LOADING  30 %

 

AMPARE  TALK

 

          องศา  ไอ้บ้านี่!!

            ฉันผ่อนลมหายใจออกอย่างข่มอารมณ์  เมื่อฉันเล่าเรื่องธุรกิจไปอย่างละเอียดเพราะเหมือนว่าเขาถามอย่างสนใจ  ฉันจึงอยากแบ่งปันเรื่องราว  แต่แล้วผลที่ฉันได้กลับมาคืออะไรรู้ไหม?

            คร้อกกกก  ...  ZzzZ

            เขาหลับใส่ฉัน  ไม่ใช่หลับธรรมดา  นอนกรนใส่ด้วย  เสียมารยาทที่สุดเลย  ได้แต่ตั้งคำถามให้กับตัวเองว่าเมื่อกี้ฉันจะเล่าไปเพื่ออะไร  ในเมื่อเล่าไปก็ไม่มีคนฟัง  แต่เท่าทีถามตอบกันในทีแรกถือว่าเขาทำการบ้านมาดีพอสมควรนะ  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่มีวันตามฉันทำหรอกในเมื่อเขายังคิดจะหลอกฟันฉันอยู่แบบนี้ก็อย่ามาหวังความจริงใจจากฉัน  เพราะฉันไม่มีวันให้มันกับผู้ชายหน้าไหนอีกเป็นครั้งที่สอง  ผู้ชายสมัยนี้ให้เป็นเพื่อนยังยากเลย

            ฉันท้าเลย  นายองศาเนี่ย  ท่าดีทีเหลวชัวร์ๆ  ไม่เกินหนึ่งเดือนถ้ามันไม่ได้ฉันสุดท้ายก็ตีจากกันไป  มันคือสัจธรรมของผู้ชายที่มักมากและเห็นแก่ได้

            ฉันปล่อยให้เขาหลับไปอย่างนั้นโดยไม่กดวางสาย  ก็ฉันไม่ได้เสียตังค์โทรนี่  ค่าโทรมันเงินเขาทั้งนั้น 

           

07.45 น.

 

          เมื่อแสงจากพระอาทิตย์ส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ  มันถึงเวลาที่ฉันควรจะนอน  สองมือยกขึ้นขยี้ตาตัวเองที่ตอนนี้มันล้าเต็มทีหลังจากจดจ่อกับตัวเลขกับโน้ตบุ๊คทั้งคืน  ฉันเช็คยอดไตรมาสอย่างละเอียดซึ่งมันต้องเพ่งจนปวดตาไปหมด

            แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นของที่นอน  ประกอบกับผ้าห่มผืนหนาที่ให้ความอบอุ่น  มันทำให้ฉันเข้าสู่นิทราซะเดี๋ยวนั้น

 

Rrrrrr

 

          ขณะที่ฉันหลับได้ไม่ถึงชั่วโมง  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจนฉันตกใจ  พาให้ฉันหงุดหงิดแต่เช้า  ฉันคว้ามือถือขึ้นมามองด้วยความงัวเงียซึ่งทำให้ฉันยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่

            ใครโทรมาเนี่ย!

            เบอร์แปลกที่ฉันไม่ได้เมมชื่อโทรเข้ามา  มันต้องเป็นหนุ่มสักคนในสต็อกของฉันนี่แหละแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

            [ฮัลโหลวันนี้ว่างไหม  ไปเที่ยวกันนะคะ]

            “นี่ใครคะ?”

            [ผมนาวาไง  จำไม่ได้เหรอ]

            จำได้กับผีน่ะสิ  ฉันจำไม่ค่อยได้หรอกถ้าไม่เจอหน้า  แล้วนายนาวาเนี่ยคือคนไหนก็ไม่รู้ 

            “เลิกกับแฟนแล้วเหรอคะ  ถึงหาเวลามาหาฉันได้”

            ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก  อย่างอื่นไม่สำคัญเท่ากับว่าเขาเลิกกับแฟนรึยังการที่ฉันยอมให้ใครมาเจ๊าะแจ๊ะด้วยมันต้องมีเหตุผล  แล้วถ้าตอนนี้ยังไม่เลิกกับแฟน  การโทรมาชวนผู้หญิงอีกคนไปเที่ยวนี่เลวชะมัดเลย

            ฉันรอคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ..

            [ก็..ยังไม่เลิกค่ะ  แต่ใกล้แล้วนะคะ]

            กะแล้วเชียว  มาพูดจาดีคะขาออดอ้อน  กับแฟนที่บ้านเคยใส่ใจเธอแบบนี้รึเปล่า

            “งั้น..รอให้เลิกกันก่อนค่อยเจอนะคะ  อยากทำอะไรๆแบบไม่ต้องมีกังวล  เข้าใจฉันนะ”

            จัดการตัดบทแล้วกดวางสายไปเป็นการสิ้นสุดการคุย  ฉันวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมโปรงอีกครั้งเพื่อกล่อมตัวเองให้หลับเพราะอาการง่วงจู่โจมจนฝืนต่อไปไม่ไหว  ฉันใช้ชีวิตแบบนอนกลางวัน  กลางคืนทำงานมาสักระยะหนึ่งแล้ว  ผลที่ได้คือร่างกายอ่อนเพลียมาก  ขอบตาเริ่มคล้ำลงเรื่อยๆ

 

13.25 น.

 

          ร่างบางยังคงนอนหลับไหลอยู่บนเตียงนอนกว้างที่คุ้นเคย..

 

Rrrrrr

 

          เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาอีกครั้ง  ฉันจึงคว้ามันมาตวัดนิ้วที่หน้าจอเพื่อกดรับสายโดยไม่แม่จะลืมตามองด้วยซ้ำว่าใครโทรมา  เดาไม่ยากหรอก  ต้องเป็นผู้ชายที่ไหนสักคนนี่แหละ

            “ฮัลโหล”

            ฉันรับสายทั้งที่น้ำเสียงงัวเงียเต็มที

            [ตื่นได้แล้ว  เดี๋ยวไปรับแล้วไปหาอะไรกินกัน]

            ใครเนี่ย?

            “ไม่ไปค่ะ  ฉันจะนอน”

            [เธอไม่ยอมวางสายฉันจนถึงเช้า  เปลืองค่าโทรศัพท์ชะมัด  วันนี้เธอต้องเลี้ยงข้าวฉันเป็นการชดเชย]

            อ่อ  นายองศานี่เอง  ก็นึกว่าใครที่ไหนซะอีก...

            ฉันถอนหายใจพรืดใหญ่ก่อนจะลืมตามองเพดานอย่างงัวเงีย  พอพูดเรื่องกินข้าวท้องไส้ของฉันมันก็ไม่รักดีขึ้นมาเลย  น้ำย่อยส่งเสียงร้องจ๊อกๆเหมือนเป็นสัญญาณเตือนให้ฉันกินข้าวซะเดี๋ยวนี้

            “ไปเลิกกับน้องอันนาก่อนไปค่อยมานัดฉันกินข้าว”

            “แล้ว..เธอเด็ดพอจะทำให้ฉันเลิกกับอันได้ไหมล่ะ”

            “หึ  พูดได้ดีนี่”

            “รีบแต่งตัวแล้วลงมา  ฉันรออยู่ข้างล่าง”

            อย่าบอกนะว่าเขารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่?  บ้าจริง  เขาจะแสนรู้เกินไปหน่อยแล้วล่ะ  ฉันไม่ชอบให้ใครลุกล้ำความเป็นส่วนตัวถ้าฉันไม่อนุญาต  แต่นี่!!  หน้าด้านมาถึงนี่จนได้

            “งั้นก็รอไปนะ”

            ฉันกดวางสายแล้วยิ้มเยาะเล็กน้อย  รอได้ก็รอไปเถอะย่ะ  ฉันไม่จำเป็นต้องไปไหนมาไหนกับเขา  ถ้าคิดจะมาทำตัวยุ่มย่ามกับฉัน  ไม่มีใครเคยหลุดจากบ่วงที่ฉันสร้างขึ้นได้สักราย  ถ้าฉันเลือกที่จะแย่งใครมามันต้องสำเร็จ 

            แต่ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยจะมีเวลามาล่าพวกผู้ชายชั่วเท่าไหร่  งานของฉันค่อนข้างจะยุ่งยากเพราะกำลังเปิดตัวน้ำหอมกลิ่นใหม่  รวมถึงครีมบำรุงผิวหน้าตัวแรกของแบรนด์  เหนื่อยจนไม่มีเวลาเที่ยวเล่นที่ไหน  แต่พวกผู้ชายที่ยังคงติดแหที่ฉันหว่านยังคงมีบทบาทในชีวิตของฉันอยู่ทุกวัน  ทั้งโทร  ทั้งไลน์มา  มีเวลาตอบฉันก็ตอบ

            บางคนก็อยากสนุกต่อ  บางคนเบื่อก็สลัดทิ้งซะ...

            ฉันลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันตามปกติ  สายตาจ้องมองตัวเองผ่านกระจกอย่างห่อเหี่ยวใจกับถุงใต้ตาที่บวมคล้ำพอสมควร  ก่อนหน้านี้ฉันกินเหล้าจนแทบไม่ได้นอน  เที่ยวกลางคืนหนักๆทำให้น้ำหนักลดลงจนน่าตกใจ  พอฉันฟิตหุ่นให้เฟิร์มมีน้ำมีนวลขึ้น  ดันมาเจองานหนักจนไม่ได้นอนอีก  สภาพฉันจะมีช่วงเวลาสวยๆอย่างเขาบ้างไหมนะ 

            สองขาย่างก้าวออกมายังโซนห้องครัว  เมนูมื้อเช้าที่เพิ่งจะได้กินตอนบ่ายวันนี้คือไข่ดาว  ไส้กรอก  และขนมปัง  คือมันทำง่ายดีด้วยแหละ  ฉันไม่ชอบทำอะไรให้มันยุ่งยาก  หรือถ้าอยากกินอย่างอื่นที่ทำเองไม่ได้ฉันก็มักออกไปกินข้างนอกแทน

 

ออดดดดดด..

 

          ใครมา?...  ไม่มีใครเคยมาที่นี่เลยนะ

            สองคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด  จะว่าฉันโทรสั่งอาหารให้ขึ้นมาส่งก็ไม่ใช่สักหน่อย  ตัดสินใจเดินมาส่องตาแมวที่ประตูเพื่อความแน่ใจ  ทว่าแขกผู้มาเยือนคือคนที่ฉันไม่คิดว่าจะอยู่ตรงนี้ได้

 

แกร๊ก

 

          “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องไหน?  แล้วขึ้นมาทำไม?”

            เขาคือองศา  ผู้ชายที่ยืนยิ้มหน้าระรื่นอยู่ตรงนี้คือเขา  ฉันเพียงแค่แง้มประตูแล้วเอาหน้าโผล่ออกไปถามเท่านั้น  แต่แล้วมือใหญ่ก็เอื้อมมาผลักหน้าผากของฉันแล้วดันประตูให้เปิดกว้างออกเพื่อที่เขาจะแทรกตัวเข้ามาได้

            “เดี๋ยวเธอเทฉันอีกไง”

            “ห้ามเข้าห้องฉัน!!

            ห้องนี้ไม่เคยมีผู้ชายที่ไหนเคยเข้ามานอกจากพี่ซี  อดีตแฟนที่ถือได้ว่าเป็นเจ้าของห้องนี้เช่นเดียวกับฉัน  แต่สำหรับนายองศาคนนี้มีแต่ความหน้าด้านหน้าทนหรือยังไง  ขนาดฉันดึงตัวเขาให้ออกมายังทำมึนเดินดุ่มๆเข้าไปอีก

            “ขอเข้ามาหน่อย  สัญญาจะไม่ปล้ำ”

            องศาชูสามนิ้วแนบใบหูเหมือนท่าลูกเสือสำรอง  เขายังคงส่งยิ้มมาให้โดยไม่ระอายใจสักนิด  แต่ฉันนี่สิ  รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างงั้น  เข้าใจฉันไหมว่าเขาทำแบบนี้มันลุกร้ำพื้นที่ของฉันเกินไป

            “นายมีธุระอะไร  ฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายห้องฉัน  นายออกไปเถอะ”

            “ก็บอกแล้วไงว่าจะไม่ปล้ำ  นี่  ฉันสั่งอาหารขึ้นมาให้  ร้านตรงข้ามคอนโดนะ  ไม่ได้ไปกินข้าวข้างนอกก็กินด้วยกันที่นี่แหละเนอะ”

            ร่างสูงหันซ้ายหันขวามอง  ก่อนจะเดินเข้าไปยังโซนห้องครัว

            อะไรของเขาเนี่ย!!

“องศา  ถ้านายไม่ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้  ฉันจะโมโหแล้วนะ  อย่าให้ฉันต้องรู้สึกไม่ดีกับนายไปมากกว่านี้  หิวมากก็ไปกินข้าวกับแฟนนายโน่นสิ  อันนารอนายอยู่นะ”

“เธอจะโกรธฉันเหรอถ้าฉันอยู่ต่อ?”

“ใช่  ฉันโกรธ!

เขาเอื้อมมือไปหยิบจานลงมาวางบนโต๊ะ  ตาคมช้อนมองมาที่ฉันนิ่ง  ก่อนที่เรียวปากจะขยับตอบโต้

“เธอโกรธก็ไม่เป็นไร  ฉันง้อเก่งนะ”

 

“...”

 

LOADING  55 %

มีแฟนแล้วมาทำแบบนี้ทำไม  ฉันไม่ชอบให้ใครมารุก  ถ้าฉันอยากได้ฉันรุกเอง  แฟนเขาจะเสียใจแค่ไหนถ้ารู้ว่าเขาขึ้นห้องผู้หญิงคนอื่นแบบนี้  ยิ่งเห็นเขาทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรฉันรู้สึกเกลียดชะมัด  เอาเป็นว่าผู้ชายคนนี้ฉันไม่อยากได้ก็แล้วกัน  แรงจูงใจเพียงอย่างเดียวคืออยากให้อันนาหลุดพ้นจากผู้ชายชั่วคนนี้  แต่เขารู้มากเกินไป  ฉันไม่ชอบให้ใครฉลาดกว่าฉัน

“ตามใจก็แล้วกัน”

ถ้าฉันไม่สนใจเขาอย่างที่เขาต้องการจะให้เป็น  เขาคงรามือไปเองเพราะคนที่เห็นแก่ได้มักจะไร้ความอดทน 

“มากินข้าวก่อนมา  จะงอนค่อยงอนนะคะคนดี”

“กับแฟนทำแบบนี้ให้รึเปล่า?”

“ทำให้มากกว่านี้อีก  เธอไม่ใช่แฟนฉันยังทำเลย”

“แล้วทำทำไม?  มาเอาใจฉันทำไมถามจริง  คิดจะกินฉันไม่ใช่ง่ายๆนะยะขอบอกไว้ก่อน”

เขาไหวไหล่เล็กน้อยมาให้  ฉันเองก็หนื่อยที่จะเถียง นี่คงจะแก้แค้นเรื่องสวนสนุกแน่ๆ  เพราะฉันทำให้เขาไปที่นั่นเก้อ  วันนี้เขาเลยบุกมาถึงที่นี่โดยไม่ให้ฉันตั้งตัว  เขาดูไม่น่าจะเป็นคนฉลาดแต่ทำไมรู้เรื่องของฉันเยอะจัง  รอยยิ้มซื่อๆ หน้าตาซื่อๆขององศาเป็นการล่อลวงให้คนอื่นคิดว่าเขาโง่หรือไงนะ

“ทำไมเธอมองฉันแบบนั้น?  ไม่ไว้ใจฉันหรือไง?”

“ใช่  นายรุกหนักเกินไปรู้ตัวรึเปล่า?”

“ไม่นะ  นี่เบาๆ  ปกติอยากได้ใครก็จับกดเลย  แต่กับเธอ...ยังไม่ถึงเวลามั้ง  เอาน่ะ  คิดว่าฉันเป็นเพื่อนคนนึงไม่ได้เหรอ  เจอกันครั้งเดียวก็เป็นเพื่อนกันได้นะ  มากินข้าวมา  เดี๋ยวจะเย็นหมด”

ตามน้ำไปก่อนแล้วกัน  ยังไงเขาก็ทนอยู่กับฉันได้ไม่นานหรอก  สองขาเดินเข้าไปหาเขาอย่างจำใจ  เบื้องหน้าคืออาหารตามสั่งธรรมดาที่ถูกเทใส่จานเรียบร้อยแล้ว  องศาจัดการนำไข่ดาวและไส้กรอกย้ายมาใส่จานข้าวให้ฉันใหม่ 

เขาเป็นอะไร  ชีวิตแฮปปี้มากมั้งใบหน้าถึงยิ้มได้ตลอดเวลาแม้กระทั้งตักไข่ดาวจำเป็นต้องส่งสายตาหวานเยิ้มให้ไข่ขนาดนี้เลย?

ไอ้บ้านี่  เมายารึเปล่าเนี่ย...

“นายทำงานอะไรเหรอ  ไหนเล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังหน่อย  แก้เงียบไปงั้นแหละนะ  ฉันไม่รู้จะพูดอะไรด้วย”

“ฉันเรียนจบโทแล้ว  ตอนนี้ทำร้านกาแฟอยู่แถวๆมหาวิทยาลัยของน้องสาว  ซึ่งจ้างเขาทำเอาและมันอยู่ตัวแล้วเลยไม่ค่อยได้เข้าไปดูเท่าไหร่”

เขาแก่กว่าฉันเหรอ...  แต่ให้ฉันเรียกพี่ตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วนะ  งั้นไม่บอกดีกว่าว่าฉันอายุน้อยกว่าเขา

“แฟนนายอ่ะ  เธอดีไหม?”

“ถามทำไม”

จะได้รู้ไงว่าฉันควรทำยังไงกับนายต่อดี  หยุดหรือแย่ง..

Rrrrrr

            โทรศัพท์ของฉันดังขึ้นขัดการสนทนาของเรา  องศาคว้ามือถือที่วางอยู่บนโต๊ะฝั่งที่เขานั่งมาให้ฉัน

            “ฮัลโหลค่ะ”

            [คืนนี้ว่างไหมครับ  มาเจอกันหน่อยดีไหม  ผมคิดถึง]

            ใครอ่ะ?  ฉันไม่ค่อยจำใครอย่างที่บอกแหละว่าต้องเห็นหน้าถึงจะจำได้  แล้วเป็นคนที่ไม่เคยเมมเบอร์ใครเพราะผู้ชายพวกนี้มันไม่ได้สำคัญพอ

            “คืนนี้เหรอ... ไม่ว่างค่ะ  ถ้าคืนพรุ่งนี้ไปได้”

            ฉันหาเพื่อนกินเหล้าไปอย่างงั้นแหละ  แก้เหงา  ผู้ชายพวกนี้มันไม่ทันเกมส์ฉันหรอก  ฉันเอาตัวรอดได้สบาย

            องศาไม่ได้สนใจที่ฉันจะคุยโทรศัพท์กับใคร  เขาเองก็คว้ามือถือตัวเองขึ้นมากดเล่นไปด้วย  อีกมือนึงก็ตักข้าวเข้าปากไปด้วย  ฉันเองก็คุยต่อกับผู้ชายในโทรศัพท์โดยไม่สนใจเขาเช่นกัน

            ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน  ฉันต้องแคร์เขาทำไม  หน้าด้านมาหาฉันเองนี่ฉันไม่ได้เชิญสักหน่อย 

            “เธออิ่มแล้วเหรอ?”

            “อืม  อิ่มแล้ว  นายกลับไปได้แล้ว  ฉันจะทำงาน”

            “ฉันอยากดูเธอทำงาน”

            เขาหยิบจานข้าวฉันไปเทเศษอาหารทิ้งแล้วจัดการล้างจานให้  ทั้งจานของเราที่เพิ่งกินข้าวกันไปแล้วก็จานที่ค้างเติ่งอยู่ในอ่างล้างจานนั่นด้วย  ขอบอกตามตรงนะ ฉันไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เอาซะเลย  งงมากด้วย  อยู่ๆก็โผล่มาทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งเดียวเนี่ยนะ?

            ที่ไล่เขาไม่ใช่ว่ากลัวจะมาถึงเนื้อถึงตัวฉันนะ  เรื่องนั้นฉันยั้งตัวเองได้  แต่เขาจะอยู่ในห้องฉันทำไมล่ะ  ไม่มีอะไรให้ทำหรอกนะ  ถ้าอยากเจอกันก็ควรนัดเจอที่อื่นไหม?

            “นี่  นายจะไม่กลับบ้านกลับช่องรึไง”

            “วันนี้ว่าง  ถ้าอยู่บ้านก็อยู่เฉยๆ  เลยมากวนเธอดีกว่า”

            “เพื่อ?”

Rrrrrrr

            “งานการไม่ได้ทำแล้วมั้ง  วันๆเอาแต่รับสายผู้ชายนะเธอเนี่ย  ฉันล่ะอยากมีสาวเยอะๆแบบนี้บ้างจัง  ไม่เหงาดี”

            “ด่าฉันว่าแรดเถอะ ถ้าพูดขนาดนี้ล่ะก็”

            เขาส่งยิ้มเยาะมาให้อย่างไม่ใส่ใจ  ว่าแต่ใครโทรมาอีกล่ะเนี่ย

            “ฮัล..”

            [แอมป์]

            เหมือนหัวใจหยุดเต้นไปเลย  ร่างกายชาวาบขึ้นมาเพียงแค่ได้ยินเสียงนี้เรียกชื่อฉัน  เชื่อไหมว่าเพียงเขาพูดแค่คำเดียวฉันก็จำเขาได้แม่นยำแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเกือบปีแล้วก็ตาม

            พี่ซี...

            “นี่ใครคะ”

            ฉันแสร้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ  เขาพยายามติดต่อฉันมาหลายครั้งแล้ว  แต่ฉันเปลี่ยนเบอร์หนีทุกครั้งเช่นกัน  เมื่อเขามาที่นี่ฉันจะไม่ออกไปจากห้องเด็ดขาด  หรือบางครั้งฉันจะไม่เข้ามาถ้าฉันอยู่ข้างนอก  นิติบุคคลข้างล่างจะโทรมารายงานฉันถ้าเห็นว่าพี่ซีมาหา

            [พี่ซีเองครับ  แอมป์อยู่ห้องไหม  พี่อยากเจอ]

            “มีอะไรเหรอคะพี่ซี  แอมป์ไม่ว่าง”

            [พี่อยากขอโอกาส  นี่พี่กำลังไปหานะคะ]

            ว่าไงนะ!! ฉันรีบกดวางสายไปอย่างไร้เยื่อใย  นายองศายังคงยืนล้างจานพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วยอย่งไม่รู้ชะตาตัวเอง  ฉันไม่ได้กลัวพี่ซีนะ  แต่ฉันไม่อยากให้เขารู้เรื่องส่วนตัวของฉันมาก  หากพี่ซีมาเจอฉันอยู่กับผู้ชายฉันไม่ได้แคร์เลยว่าเขาจะรู้สึกยังไง  ซึ่งฉันไม่ได้อยากเจอพี่ซีหรอกนะ  ฉันเจ็บแล้วจำ

            ตัวเจ้าปัญหาตอนนี้คือองศาต่างหาก  ไม่รู้ว่าถ้าพี่ซีมากดออกหน้าห้องตอนเขาอยู่ข้างในนี้แล้วจะทำตัววุ่นวายสู่รู้ขนาดไหน  หรือไม่ถ้าเขาจะกลับแล้วพี่ซียืนอยู่หน้าประตู  เท่ากับเปิดประตูให้องศาออกไปและให้พี่ซีเข้ามาเลยนะ

            “องศา  เดินห้างเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”

            “วันไหนล่ะ  ฉันว่างทุกวันแหละ  แต่ถ้าน้องสาวเปิดเทอมเธอจะมาอ้อนฉันแบบนี้คงยากนะ  ไม่ค่อยมีเวลาหรอก”

            เขาคิดไปถึงไหนเนี่ย...

            “ฉันหมายถึงตอนนี้เลย  เดี๋ยวนี้เลยด้วย”

            องศาเช็ดมือแล้วหันมาพยักหน้าเป็นการตกลง  ตัวฉันเองพยายามเก็บอาการร้อนใจไว้ภายใน  ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนมาสวมเสื้อฮู้ดแขนยาวตัวใหญ่กับกางเกงยีนส์ขายาว  ตอนนี้ใส่อะไรง่ายๆก็ใส่ไปก่อน  ไม่ได้มีเวลามาก

            “เธอเดินห้างสภาพนี้เนี่ยนะ?  ไม่แต่งหน้าเหรอ?”

            “ฉันพักหน้าอยู่  แต่งหน้าติดต่อกันหลายวันแล้วไง  ถามมากจัง  ไปกันเถอะ”

            เขาเดินนำฉันออกห้องไปโดยไม่ถามอะไรสักคำ  ซึ่งมันดีมาก  เราไปห้างสรรพสินค้าที่ไกลจากคอนโดพอสมควร  เพราะห้างที่ใกล้ที่สุดมันคือห้างของพี่ซีไง ฉันเลยไม่ไปที่นั่น

            พูดถึงพี่ซี  ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่เขาแล้วนะ  ไม่ได้รักแล้ว  แต่ก็เกลียดเขาไม่ลง  ถ้าเลี่ยงเจอได้ฉันก็จะเลี่ยง  ฉันก็เลี่ยงมาที่จะเจอพี่ซีมาเกือบปีแล้วนะ  ฉันไม่ได้เกลียดเขาก็จริงแต่เขาทำให้ฉันเกลียดความรักขึ้นมาเลยล่ะ  ทำให้ตาสว่างว่าผู้ชายมันมักมากแค่ไหน  และฉันไม่ควรมอบความรู้สึกให้ใครนอกจากตัวเอง

            “นั่งเหม่ออะไรของเธอ ถึงแล้ว ลงไปกัน”

            ขณะที่ฉันเอี้ยวตัวเปิดประตูรถ  เสียงโทรศัพท์ขององศาก็ดังขึ้นเสียก่อน  ฉันได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับแฟนถึงกับกรอกตาบนใส่เลยทีเดียว  เขาโกหกอันนาว่าตอนนี้อยู่ที่ร้าน  กำลังทำเค้กอยู่  ไม่ว่าง​​  แต่เขาก็ไม่ได้แอบคุยหรอกนะ  ก็คุยปกติให้ฉันได้ยินนี่แหละ

            ส่วนโทรศัพท์ฉันก็สั่นไม่หยุดเช่นกัน  ไม่ต้องเดาก็ถูกว่าเป็นพี่ซีแน่ๆที่โทรเข้ามา

            “นายอยากดูอะไรเป็นพิเศษไหม?”

            “ไม่ล่ะ  เธออยากมาก็พาเธอมาเฉยๆ”

            ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันมาทำไมเหมือนกัน  สุดท้ายก็พากันมานั่งกินเฟรนส์ฟรายที่ร้านชื่อดังร้านหนึ่งแทน  องศาดูงงๆกับฉันเหมือนกันแต่เขาก็ไม่ถาม  น้อยมากนะที่ผู้ชายจะไม่เจาะแจ๊ะฉัน  เขาจัดว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่เข้ามาในชีวิตฉันค่อนข้างสงบเสงี่ยม ทีแรกนึกว่าจะรุกหนักเพราะเห็นบุกมาหาฉันถึงคอนโด  แต่เอาจริงๆเขาก็เป็นคนเฉยๆนะ  เป็นผู้ชายที่หน้ายิ้มตลอดเวลา  ไม่ถึงเนื้อถึงตัวเหมือนผู้ชายคนอื่น  อย่าเพิ่งตัดสินใจเลยว่าเขาแตกต่าง  หางมันอาจจะยังไม่โผล่ก็ได้ ที่แน่ๆเขาก็หนีแฟนมาเหมือนผู้ชายทุกคนนั่นแหละ

            “แอมแปร์  เธอเห็นนี่ยัง?”

องศาทำท่าร้อนรนหลังจากก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือแล้วก็กินเฟรนส์ฟรายไปด้วย 

            เขาหันจอมือถือมาให้ฉันดู  ในจอปรากฎภาพแบรนด์เครื่องสำอางค์ของฉันที่มีรูปรอยผื่นและสิวแดงบนใบหน้าใครสักคน  ฉันคว้ามือถือของเขามานั่งอ่านรายละเอียดโพสนั้นอย่างถี่ถ้วน  พบว่าเธอคนนั้นแพ้เครื่องสำอางค์ของฉันจนหน้าแทบเสียโฉม  เป็นไปไม่ได้หรอก  ฉันทดสอบการแพ้แล้วมันไม่เคยเกิดขึ้น  อีกอย่าง  สินค้าทุกชิ้นทำจากธรรมชาตินะ  ไม่ได้ใช้สารตัวไหนที่เป็นอันตรายเลยสักตัว

            “เธอโอเครึเปล่า?”


                                                               LOADING 80 %


            องศาถามฉันขณะที่ฉันยื่นมือถือคืนให้เขา  ถามว่าฉันโอเคไหมก็ไม่เลย  ฉันไม่โอเคมาก  แต่ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น  ยอดแชร์โพสนั้นตอนนี้เป็นพันแล้ว  ฉันรู้ว่าโซเชียลมันไวมากแต่ฉันก็กำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงต่อไป

            “ดูให้ฉันอีกที  ว่าโพสนั้นโพสตอนไหน”

            “อ่า  เมื่อคืน”

            แพ้แป้งจนหน้าเป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ  ไม่อยากจะเชื่อ...

            ฉันใช้ยกแล้วน้ำขึ้นมาดูดพร้อมทั้งใช้ความคิดไปด้วย  แต่แล้วแขกไม่ได้รับเชิญก็ปรากฎตัวขึ้น

            “ไงคะ  เจ้าของแบรนด์ชื่อดัง  ถ้าของตัวเองดีคงไม่หน้าสดเดินห้างหรอก  เพราะของมันห่วยไงตัวเองถึงไม่ใช้!!

            หญิงร่างบางที่มีหน้าตาหน้ารักแต่เมื่ออ้าปากพูดแล้วกลับทำให้รูปลักษณ์ภายนอกของเธอดูหมองไปเลย  เธอชื่อฝ้าย  เป็นอีกคนหนึ่งในชีวิตที่ต้องมีเรื่องกันอยู่ร่ำไป

            “กลับไปซะ”

            “อ่าว  นี่ผัวใหม่พี่เหรอ?  หล่อดีแฮะ  แบ่งฉันบ้างสิ”

            องศาช้อนตามองเธอด้วยความงุนงง  ฉันเองก็งงที่ได้ยินฝ้ายพูดอะไรไม่ให้เกียรติคนอื่นแบบนี้  โต๊ะรอบข้างฉันก็หันมามองเพราะหล่อนพูดในน้ำเสียงค่อนข้างดัง

            “เอ่อ  ผมเป็นเพื่อนแอมแปร์ครับ”

            เพื่อนบ้าอะไร  แค่คนรู้จักเท่านั้นแหละย่ะ  ร่างบางของยัยฝ้ายทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อีกตัวโดยไม่ได้รับเชิญจากใครเลย  มันก็เสียมารยาทแบบนี้กับฉันเสมอแหละ

            “ใกล้เจ๊งรึยังล่ะ  ฉันจะได้รอสมน้ำหน้า  แล้วนี่ผัวคนที่เท่าไหร่?  นับไหวรึเปล่า?  เห็นเปลี่ยนไปเรื่อยเลย”

            “ฝ้าย.. เธอยังอยู่บ้านกับแม่รึเปล่า?”

            ฉันถามเธอกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง  มือขวาหยิบเฟรนส์ฟรายมากินอีกครั้งก่อนจะช้อนตามองเธอเพื่อรอคำตอบ

            “อยู่  ทำไม?”

            “แม่ไม่สอนมารยาทเธอหน่อยเหรอ”

            “ว๊า  วันนี้ทำพี่โมโหได้แค่นี้เองเหรอ  ไม่สนุกเลยอุตส่าห์บังเอิญเจอกันทั้งที  ไปดีกว่า  อ่อ  แฟนพี่คนนี้น่ารักดีนะ  ชอบจัง  ชื่ออะไรเหรอคะ?”

            ฝ้ายหันไปถามองศาที่นั่งมองฉันกับหล่อนสลับกันอย่างไม่เข้าใจ  สงสารเขาจังที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้

            “เอ่อ  ผมชื่อองศาครับ”

            “ฉันชื่อฝ้ายนะคะ  ไว้เจอกันใหม่เนอะ”

            เธอลุกออกไปจากตรงนี้โดยไม่ได้ล่ำลาฉัน  ซึ่งฉันไม่ได้ต้องการคำล่ำลาอะไรจากหล่อนหรอก

            “แอมป์  ใครอ่ะ?”

            “หืม  ยัยฝ้าย  ลูกเมียน้อยพ่อฉันเอง”

            “เธอ..โอเคไหมเนี่ย  อย่าเครียดนะ”

            “ฉันกลับแล้วดีกว่า  ขอบใจที่มาส่งแต่เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับเองได้”

            ไม่ว่าเปล่า  ฉันคว้ากระเป๋าแล้วเตรียมลุกออกจากที่นี่ทันที  ทว่ามือใหญ่ขององศากลับคว้าที่ข้อมือฉันไว้

            “ไม่เอา  อยากไปส่ง”

            “นายกลับบ้านไปหาอันนาได้แล้วล่ะ”

            เขายักไหล่ก่อนจะลุกขึ้นแล้วจูงมือฉันเดินห้างต่อองศานี่เข้ามาในช่วงที่ฉันมีปัญหาพอดีเลย  หรือเขาเป็นตัวนำปัญหามาให้กันแน่นะ 

            ฉันหยุดคิดมากไม่ได้เลยเรื่องคนที่แพ้ครีม  เรื่องกระแสที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้  พยายามคุยไลน์กับทีมงานแทบจะตลอดเวลาขณะที่องศาเดินเลือกเสื้อผ้าของเขา  น้องๆทีมงานก็ร้อนใจไม่ต่างจากฉัน  ตอนนี้ฉันห่วงทั้งความรู้สึกของพนักงานหน้าบูธแล้วก็คนที่แพ้ด้วย 

            “หน้ามุ่ยอะไร  กินน้ำก่อน”

            องศายื่นแก้วน้ำที่เขาซื้อมาให้ฉันดูด...

            “ฉันไม่ดูดหลอดเดียวกับนายได้ไหม”

            “ฉันไม่ได้เป็นโรคติดต่อนะเธอนี่!”   

            ว่าแล้วเขาก็ไปซื้อน้ำแก้วใหม่มาให้ฉัน  แต่เมื่อกี้ที่เขาขึ้นเสียงใส่น่ะ  หน้าเขายังเหมือนยิ้มอยู่เลย  คนอะไรยิ้มได้ตลอดเวลา

            แต่ขณะที่เราเดินอยู่นั้น  ฉันก็รู้สึกถึงสัมผัสอุ่นทาบลงที่ลาดไหล่ข้างซ้ายทำให้ต้องหันหลังไปมอง

            พี่ซี...

            หัวใจของฉันเหมือนจะหลุดออกมาจากอกไม่ได้  ใบหน้าที่ฉันคุ้นเคย  สายตาแบบนี้ที่เขาใช้มองฉันเสมอในวันนี้มันอ่อนแสงลงมาก  เกือบปีแล้วสินะที่ฉันเลี่ยงจะเจอเขามาตลอด...

            “พี่ขอคุยด้วยได้ไหมคะ”

            “ขอตัวนะคะ  มีธุระ”

            อะไรดลใจฉันก็ไม่รู้ทำให้ต้องคว้าแขนองศาอย่างสนิทสนมต่อหน้าพี่ซี  ลำตัวเราแนบกันแบบที่ทั้งวันมานี้เราไม่ได้ใกล้กันขนาดนี้เลย  ฉันออกแรงฉุดองศาให้เดินออกมาจากตรงนั้น  ทว่าร่างสูงโปร่งของพี่ซีกลับเดินมาดักหน้าเราไว้เสียก่อน

            “แอมป์ตบตาพี่ไม่ได้หรอก  พี่รู้..แอมป์ยังรักพี่อยู่”

            “...”

            “พี่รักแอมป์นะคะ  ให้โอกาสพี่กลับไปดูแลอีกครั้งนะ”

            “...”

            รักเหรอ?  ฉัน...ไม่ได้รักเขาแล้วสักหน่อย  ก็แค่เคยรักและเคยซื่อสัตย์มาแปดปีเท่านั้นเอง

            ฉันสบตาพี่ซีอย่างไม่รู้จะพูดอะไร  อยู่ๆมันก็พูดอะไรไม่ออกมาซะอย่างงั้น  มือใหญ่ขององศาเลื่อนมากุมมือฉันไว้อย่างฉวยโอกาส  แต่ฉันก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร

            “ขอโทษทีนะครับ  แต่ตอนนี้แอมแปร์เป็นแฟนผม”

            องศาจูงมือฉันเดินผ่านพี่ซีมาหน้าตาเฉยๆ  ทั้งฉันและพี่ซีก็อึ้งในสิ่งที่เขาพูดแสดงความเป็นเจ้าของออกมา  ทั้งที่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่  ระหว่างฉันกับเขาเรียกว่าเพื่อนยังดูสนิทไปเลย 

            “พูดบ้าอะไรของนาย!

            เมื่อคล้อยหลังพี่ซีไปฉันจัดการสะบัดตัวหนีแล้วต่อว่าเขาทันที  เหมือนเขากำลังจะเข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉันมากเกินไป

            “เห็นเธอเสียอาการ  ฉันเลยจะช่วยพาเธอออกมาเฉยๆ  โกรธรึไง?  อย่าโกรธนะฉันแค่อยากช่วย”

            องศาเอื้อมมือทั้งสองข้างมาดึงแก้มฉันเล่นหน้าระรื่น  แต่ช่วยดูสีหน้าฉันหน่อยไหมว่ามันใช่เวลาเล่นรึเปล่า ฉันรู้ว่าคำพูดของเขาจะมีผลอะไรบ้าง  เพราะพี่ซีเป็นคนไม่ยอมใคร  ยิ่งมีอะไรมากระตุ้นแบบนี้เขายิ่งไม่ยอมแน่  จากนี้ไปคงตามง้อฉันเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวแล้วฉันจะหาความสงบในชีวิตได้จากทีไหน

            “นายกำลังพาปัญหามาให้ฉันนะองศา  แค่นี้ปัญหาฉันเยอะไม่พอรึไง?”

            “เธอมีฉันไง  ฉันช่วยเธอแก้ปัญหาเอง”

            “เป็นแฟนฉันรึไง  มายุ่งอะไรด้วย”

            “ถ้าเธอให้เป็นฉันก็เป็น  ให้เป็นเพื่อนก็จะเป็นเพื่อน  ให้เป็นแฟนก็จะเป็นแฟน  ให้เป็นผัวฉันยิ่งยินดีที่จะเป็น  ตกลงตามนี้นะ”

            เขายังคงยิ้มได้เสมอ  องศาคล้องคอฉันแล้วลากเดินไปที่ลานจอดรถ  แต่ฉันว่าเขาลืมอะไรไปอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญมาก  คือเราไม่ได้สนิทกันเลย 

            “ถ้าฉันจะเอา.. ฉันรุกเอง  แต่นายน่ะไม่ได้อยู่ในประเภทคนที่ฉันอยากได้  จำไว้”

            “ไม่เป็นไร  ฉันตื๊อเก่ง”

            บ้าจริง  เขาเป็นผู้ชายแบบไหนกันนะ...

            “นายรออยู่ตรงนี้  เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน”

            องศาพยักหน้าเป็นอันรับรู้  ฉันเดินไปทางห้องน้ำก่อนจะหันหลังมองเขาอีกครั้ง  เมื่อเขาไม่ได้มองมาทางฉัน  ฉันจึงเดินไปตามทางออกของห้างแล้วนั่งแท็กซี่กลับคอนโด

            ฉันสับสนกับตัวองศาพอสมควร  บางความรู้สึกมันบอกว่าเขาเลวกับอันนาเกินไป  อยากจะทำให้เขาเลิกกันซะถือว่าช่วยผู้หญิงให้หลุดจากผู้ชายชั่ว  แต่...บางความรู้สึกมันบอกว่าเขาเป็นผู้ชายแปลกๆ  จะว่าน่ารักก็ใช่  น่ากลัวก็ใช่  ไม่รู้ที่เขายิ้มตลอดเวลานี่เมากาวมารึเปล่า  ที่โผล่พรวดเข้ามาหาฉันที่คอนโดนี่เอายาบ้ามาซุกไว้ซอกตู้จะทำยังไง 

 

END  TALK

 

 UPLOAD 100 %

 

 

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ..

 

TALK

จะบอกว่า ผู้หญิงอย่างแอมแปร์มีอยู่จริงบนโลกใบนี้นะ  คือเหมือนเป็นผู้หญิงง่ายๆ

แต่จริงๆเป็นคนเซฟตัวเองมาก  ไม่ได้แคร์ว่าใครจะมองตัวเองยังไง  อยากทำไรทำเลย

อ่านแล้วส่งฟีดแบคบ้างนะเออ.. จุ๊บ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #70 saleejubjub (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 21:13
    มีคนแกล้งแน่ๆอ่ะ
    #70
    0
  2. #41 0614626364 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 20:39
    แอมเปร์เจอแต่ปัญหาหน้าสงสารจัง...สนุกมากค่ะ
    #41
    0
  3. #13 janejanejanee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:46
    สนุกจัง มาต่อไวๆนะค่ะ รอความแซ่บของแอมแปร์
    #13
    0
  4. #12 ying5926 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 21:55
    มาอัพบ่อยๆๆนะ
    #12
    0
  5. #11 krue1980 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 05:47
    องศากับอันนา คบกันอยู่ ใช้ไหม ทำไมองศาดูไม่สนใจอันนา
    #11
    0
  6. #10 krue1980 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 16:52
    สนุกค่ะ ชอบๆๆๆ รอๆๆต่อๆนะคะ
    #10
    0
  7. #9 namxxi- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 21:38
    สู้ๆค้าบบบบ รอน้าาา
    #9
    0
  8. #8 ying5926 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:13
    มาอัพบ่อยๆนะค่ะ
    #8
    0
  9. #7 krue1980 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 21:25
    5555 องศาด้านได้ดี ชอบค่ะ
    #7
    0
  10. #6 Waranyanilsak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:26
    ชอบบบบบ
    #6
    0