PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 17 : HUNTED : STEP 16 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

หนังสือรอบสต็อกยังมีอยู่นะคะ



สั่งซื้อหนังสือได้ที่หน้าเว็บ http://oliviaclazzical.lnwshop.com/


CHAPTER16

                ฝ่ามือเราสองประสานกันไม่ห่างเมื่อร่างบางยังคงต้องทำการรักษาอยู่ในห้องไอซียูและจำกัดเวลาเข้าเยี่ยม  ผมเอาแต่นั่งมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกผิด  บาดแผลตามร่างกายเปรียบเสมือนตราบาปตอกย้ำเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นความจริงไม่ได้ฝันไป  ที่เธอได้รับความทรมานอยู่ตอนนี้เพียงเพราะโดนขังอยู่ในห้องอับชื้นนั่นหลายวันจึงทำให้ปวดติดเชื้อ  ไม่หนำซ้ำยังเป็นไข้อีก  ข้าวปลาก็ไม่ได้กินแล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนปกป้องตัวเอง  ลำพังแรงจะเดินตอนที่ผมพาเธอออกมายังจะไม่มี  ถ้าผมไปช่วยเธอช้ากว่านี้สักวันสองวันมีหวังผู้หญิงที่นอนตรงหน้าผมคงไร้ลมหายใจไปแล้ว

          เมื่อถึงเวลาผมก็อยากจะฟังคำแก้ตัวจากอันนานะ  ว่าที่ทำไปต้องการอะไร  ทำไปทำไม  เพื่อให้ผมกลับไปรักงั้นสิ?  เหอะ  ปัญญาอ่อน  นอกจากผมจะไม่อยากสุงสิงกับอันนาแล้วตอนนี้ผมยังรู้สึกผิดที่เคยรักน้องเขา  ผมรักผู้หญิงใจหยาบลงได้ยังไง

            “พี่  หมดเวลาเยี่ยมแล้ว  เราไปกันก่อนเถอะ”

            “อื้ม  พี่ขอคุยกับหมอแป๊บนึงนะ”

            คนเป็นหมอเดินเข้ามาตรวจคนไข้ทีละเตียงซึ่งอาการก็แตกต่างกันไป  มองไปทางไหนช่างหดหู่  การได้รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูไม่ว่าจะเป็นใครคงมีอาการหนักและทรมานทั้งนั้น  และแล้วผมก็รอจนหมอเดินมาตรวจอาการของเธอ

            “ชีพจรดีขึ้นจากเมื่อวานนะครับ  หัวใจเต้นในจังหวะปกติแต่ระบบหายใจยังคงขัดข้องอยู่เพราะปอดยังคงอักเสบจำเป็นต้องใช้เวลาในการรักษา  ส่วนไข้ก็ทุเลาลงแต่ยังไม่หาย  อ่า  ผลเกล็ดเลือดเท่าที่หมอดูยังอยู่ในภาวะวิกฤติอยู่เหมือนเดิม  อันนี้ต้องอยู่ที่อาหารการกินและอารมณ์คนไข้ด้วยเพราะส่งผมต่อความดันโดยตรง  ยิ่งเกล็ดเลือดต่ำ  ความดันต่ำแล้วยังเครียดอยู่อาจทำให้วูบหมดสติไปอีกเมื่อไหร่ก็ได้”

            ถ้าเธอตื่นมาเห็นเครื่องช่วยหายใจครอบจมูกและปากอยู่ล่ะก็เธอต้องรำคาญมันแน่ๆเลย  ยิ่งถ้ารู้อาการตัวเองคงจะหงุดหงิดน่าดูที่ต้องมานอนนิ่งอยู่โรงพยาบาลแบบนี้

            “แล้วแฟนผมจะฟื้นไหมครับ  เธอจะหลับไปอีกนานไหมหมอ”

            “ขึ้นอยู่กับการฟื้นฟูร่างกายของคนไข้นะครับ  เธอดูอ่อนเพลียมากน่าจะหลับนานหน่อย  หมอเองก็ให้ยานอนหลับเพื่อให้เธอได้พักผ่อนให้เต็มที่ก่อน  เธอตื่นแน่นอนครับไม่ต้องห่วงแต่ที่หน้าห่วงคืออาการหลังจากเธอตื่นมากกว่า  หมอต้องดูอีกทีว่าอาการของเธอรุนแรงมากแค่ไหน  ยังไงก็ต้องให้ยาปฏิชีวนะต้านเชื้อแบคทีเรียในปอดอย่างสม่ำเสมอ ต้องระวังเป็นพิเศษไม่ให้น้ำท่วมปอดได้”

            “แล้วอาการจะเป็นยังไงเหรอครับที่ว่าน่าเป็นห่วง?”

            ฟังจากที่หมอพูดแล้วทำไมดูน่ากลัวจัง...

            “อาการปอดอักเสบจะหายใจไม่สะดวก  เจ็บหน้าอก  ไอ  หอบเหนื่อยมากกว่าปกติและเบื่ออาหาร อาการเหล่านี้อยู่ในสภาวะความรุนแรงปานกลาง  แต่เพราะเธอมีไข้สูงและภูมิคุ้มกันต่ำแทรกด้วยหมอเลยเป็นห่วง”

            “ขอบคุณครับหมอ”

            แค่ฟังแล้วคิดภาพตามผมยังรับไม่ได้เลยที่เธอต้องมาทรมานกับอะไรแบบนี้  ให้ตายเถอะ  ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะทนได้สักเท่าไหร่กัน  แต่ผมไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปหรอกนะ  ยังไงก็ต้องหายเป็นปกติต่อให้ต้องใช้เงินและเวลารักษานานแค่ไหนผมก็ยอม

            “พี่องศา  พี่ดูเพลียมากเลย  กลับไปนอนที่บ้านสักตื่นค่อยมาเถอะ  อย่าลืมว่าเราต้องสะสางพี่อันนาด้วย”

            “กับผู้หญิงคนนั้นหน้าเธอพี่ยังไม่อยากจะมอง”

            อิงฟ้าจูงมือผมเดินมายังลานจอดรถด้วยความเหนื่อยอ่อนกันทั้งคู่  เห็นน้องสาวตัวเองต้องมาเหนื่อยและเป็นธุระแบบนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ  ที่จริงมันควรเป็นเรื่องของผมมากกว่า

            “พี่  เราจะจับพี่อันนาเข้าคุกได้ไหม?”

            “เรามีหลักฐานอะไรล่ะ  เบอร์ลูกน้องคนนั้นก็ไม่มี  ที่โกดังนั่นไม่มีกล้องวงจรปิดอะไรเลย  เผลอๆโดนตัดไฟไปแล้วด้วยซ้ำมั้ง  ไหนจะพยานอีก  เออ  แล้วนี่เอาโทรศัพท์อันนาโทรออกไปหาไอ้ลูกน้องนั่นได้ลบเบอร์รึยัง?”

            “ลบแล้ว  หนูรอบคอบน่า”

            ได้ยินคำตอบแบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย  พูดไปก็น่าเสียดายที่เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยนอกจากสภาพของแอมแปร์  ไม่มีอะไรยืนยันได้เลยว่าเธอเป็นแบบนี้เพราะใครกัน

            “เราแค่ทนยื้อเวลาเล่นละครให้แอมแปร์อาการดีขึ้นก่อนใช่ไหมค่อยพาอันนาไป”

            ผมถามน้องอีกครั้งขณะรถเคลื่อนตัวออกจากเขตโรงพยาบาล

            “อื้ม  กฎหมายทำอะไรไม่ได้เราก็คงให้เขาสำนึกด้วยตัวเอง  มากน้อยแล้วแต่จิตสำนึกของตัวเอง  อีกอย่างจบเรื่องนี้พี่คิดจะตัดขาดจากพี่อันนาอยู่แล้วนี่เพราะฉะนั้นอย่าได้แคร์ค่ะพี่ชาย  เราแค่ยื้อทำดีเพื่อพี่แอมแปร์  ให้พี่เขาตื่นมาฟังคำขอโทษแบบมีสติครบ”

            “ดูรักว่าที่พี่สะใภ้เหลือเกินนะเราน่ะ”

            “หืม?  หนูไม่ได้ชอบพี่เขาขนาดนั้นนะ  ยังคิดว่าพี่แอมแปร์เป็นผู้หญิงแปลกๆอยู่ดี  แต่พี่รักใครหนูก็ไม่อยากจะขัดใจมากยกเว้นเธอคนนั้นจะทำเรื่องเลวๆซ้ำรอยพี่อันนา  กล้าดียังไงมามีอะไรกับเพื่อนสนิทพี่  เหอะ  พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วหนูล่ะโมโห”

            “อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก  เรื่องต้องห้ามอีกเรื่องก็เหมือนกัน  อย่าพูด...”

            เพราะผมไม่อยากฟัง  ไม่อยากรับรู้  ไม่อยากได้ยินมันอีกแล้ว


LOADING 30 %

AT HOME

          เมื่อหัวถึงหมอนผมก็ดำดิ่งเข้าสู่นิทราทันทีโดยที่ยังอยู่ในสภาพเสื้อยืดกางเกงบ็อกเซอร์เหมือนเมื่อคืน  ตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะอาบน้ำด้วยซ้ำ  แม้เปลือกตาจะปิดทว่าในหัวกลับคิดเรื่องนั่นนี่จนเก็บไปฝัน

            ฝันว่าเธอกำส่งยิ้มหวานมาให้พร้อมกับวิ่งเข้ามากอดผมแล้วบ่นว่าเหนื่อย  เธอผละจากอ้อมกอดแล้วเล่าให้ผมฟังใหญ่เลยว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง  เจอลูกค้าแบบไหนบ้าง  ผมฟังเธออย่างตั้งใจในทุกๆคำพูดด้วยรอยยิ้ม ในฝันผมรู้สึกมีความสุขมากเป็นพิเศษ

            มันอาจจะเป็นความฝันที่มาจากความคิด  ความต้องการของผมเอง  ผมเลี่ยงที่จะไม่นึกเรื่องที่ผ่านมาให้มากนักเพราะกลัวจะนอนหลับไม่สนิทจึงคิดเพียงว่าอนาคตหากผมมีเธอข้างกายเราจะมีความสุขกันแค่ไหน  ผมไม่อยากให้มันเป็นไปได้แค่ในฝันเลย  เชื่อเหลือเกินว่าเรายังปรับความเข้าใจกันได้  ถ้าหัวใจตรงกันเรื่องอดีตผมยอมปล่อยทุกอย่างเพื่อสร้างปัจจุบันและอนาคตให้มันดีไปด้วยกัน

 

17:45

          “พี่ๆ  ตื่นเร็ว”

            อิงฟ้าเดินเข้ามาปลุกผมและฉุดแขนให้ลุกขึ้นนั่งทันที

            “อื้ม  ไปเยี่ยมแอ..”

            ไม่ทันที่จะได้พูดชื่อของเธอเต็มๆมือเล็กก็ตะครุบปากผมไว้ซะก่อน  อิงฟ้าโน้มหน้ามากระซิบกระซาบข้างหูผมเพื่อบอกอะไรบางอย่าง

            “พี่อย่าเพิ่งพูดอะไร  ไม่รู้ว่านางจะตามขึ้นมารึเปล่า  อ่อ  แผนวันนี้คือพี่ต้องทำอาหารเย็นมานั่งกินกันเพื่อหลอกให้นางตายใจและลืมนึกถึงเรื่องพี่แอมแปร์ไป  แบบนี้พี่โอเคไหม?”

            ผมเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังแล้วอดใจหายไม่ได้  เวลาตั้งแต่สี่โมงครึ่งถึงสามทุ่มเป็นเวลาที่สามารถเข้าเยี่ยมได้แม้จะได้เพียงไม่กี่นาทีก็เถอะ ตัวผมยังอยู่ที่นี่แถมมีอันนาอีกผมจะไปเยี่ยมเธอได้ยังไง 

            “อืมๆ  พี่ไปอาบน้ำก่อน”

            เรื่องนี้จะขอบคุณใครไม่ได้เลยนอกจากอิงฟ้า  อาจเพราะน้องสาวผมไม่ชอบอันนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงคอยจับผิด  แอบฟัง  สังเกตุจนรู้ว่าแอมแปร์โดนจับตัวไปขัง  ถ้าอิงฟ้าไม่รู้ก็คงไม่มีใครรู้แล้วล่ะ  ผมเองไม่เคยนึกถึงเรื่องเลวร้ายอะไรเลยนึกเพียงว่าเธอต้องการหนีหน้าผมแค่นั้นเอง

            ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเพียงไม่นานผมก็ลงมาชั้นล่างพร้อมกับเห็นอันนากับอิงฟ้านั่งคุยกันอยู่

            “พี่องศาคะ”

            อันนาเห็นผมจึงส่งยิ้มมาให้และทำทีเหมือนวิ่งเข้ามากอด  นี่มัน...แอมแปร์ในความฝันของผมเมื่อกี้นี่

ผลัก

            เมื่อน้องเขาเข้ามาใกล้ผมกลับพลั้งมือผลักออกไปจนเกือบล้ม

            “เอ่อ  พี่ขอโทษค่ะ  อันนาเจ็บไหม?”

            “อันไม่เป็นไรค่ะ  ว่าแต่เห็นอิงฟ้าบอกว่าพี่องศาชวนอันทานข้าวเย็นด้วยเหรอคะ?”

            “ครับ  เดี๋ยวพี่ขอตัวไปทำอาหารก่อนนะ”

            ผมเลี่ยงออกมาทันทีเพราะยิ่งเห็นหน้ายิ่งตะขิดตะขวงใจ  มันไม่อยากมองอ่ะเข้าใจผมไหม  ถ้าอันนาเป็นผู้ชายป่านนี้ชกกันไปหลายหมัดแล้วเถอะ

            อาหารที่ผมทำวันนี้ล้วนเป็นสิ่งที่อันนาชอบทั้งนั้น  ก็ทำเอาใจอย่างที่อิงฟ้าอยากให้เป็นนั่นแหละ  อ่า  จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่เลยแฮะ  อยากไปเยี่ยมเธอจังแต่ทำไม่ได้

            แกงเขียวหวานไก่  ผัดเปรี้ยวหวาน  แพนงหมู  อาหารสามอย่างในมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยพร้อมยกมาวางบนโต๊ะด้วยหน้าตาน่ากินและดูเหมือนจะดึงความสนใจให้อันนาได้มากพอสมควร  น้องเขาคงดีใจที่ผมทำอาหารให้หลังจากไม่ได้ทำให้กินนานมากแล้ว  ตั้งแต่ผมมีแอมแปร์เราก็แทบไม่เคยนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันเลยด้วยซ้ำ

            “พี่องศายังทำอาหารอร่อยเหมือนเดิมเลยนะคะ  อันน่ะชอบอาหารที่พี่ทำที่สุดแล้ว”

            “ครับ  พี่ทำแต่อาหารที่อันชอบทั้งนั้นเลย  ทานเยอะๆนะ”

            ผมตักอาหารให้เธออย่างจำใจพร้อมกับปั้นหน้ายิ้มตามอันนาไปด้วย  เหอะ  ทำคนอื่นเกือบตายยังจะมานั่งยิ้มหวานได้อีกนะแม่คุณ

            “แล้ว..วันนี้พี่องศาไม่ไปตามเฝ้ายัยแอมแปร์อะไรนั่นแล้วเหรอคะ?”

เคร้ง!!

          กล้าดียังไงถึงมาถาม  คนที่ทำเรื่องชั่วๆอย่างอันนาไม่มีสิทธิพูดชื่อแอมแปร์ออกมาด้วยซ้ำ!!  ผมหยิบช้อนที่ทำตกด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธ  สายตาจ้องหน้าน้องเขานิ่ง

            “อย่าพูดถึงคนอื่นเลยดีกว่าค่ะ  เรามาทานข้าวให้อร่อยดีกว่าเนอะ”

            อิงฟ้าพูดดึงสติของผมอีกครั้งหลังจากผมเกือบพลั้งปากพูดอะไรตอกกลับอันนาไป

            “เอ่อ  พี่องศาเป็นอะไรหรือเปล่าคะทำไมดูเครียดจังเลย”

            ก็ยังจะกล้าถามผมต่ออีกเนอะ...


LOADING 50%


            “เดี๋ยวทานข้าวเสร็จพี่ว่าอันกลับไปก่อนเถอะ  พี่มีเรื่องจะคุยกับอิงฟ้าหน่อย  ไว้วันหลังมาอีกพี่จะทำอาหารให้ทานใหม่นะ”

            “อันมาหาพี่องศาได้ทุกวันไหมคะ?”

            ในใจผมมันบอกว่าไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีกจะดีมาก  แต่..ถ้าพูดอะไรให้ตรงกับใจตัวเองตอนนี้อันนาอาจจะคิดว่าผมเริ่มไม่สนใจ  ไม่เหมือนเดิมแล้วตามไปที่โกดังหวังทำร้ายแอมแปร์ทำยังไงล่ะ  ความแตกกันพอดีว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว

            “มาได้ทุกวัน  แต่ช่วงนี้ที่ร้านยุ่งๆพี่อาจจะไม่ได้อยู่บ้านตลอด  ถ้าอันจะมาก็โทรมาหาพี่ก่อนก็ได้”

            “โอเคค่ะ  ดีใจจังที่พี่กลับมาสนใจอันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”

            รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังของอันนามันทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนี  เอาเถอะ  อย่างน้อยตอนนี้ผมก็เบี่ยงความสนใจของน้องเขามาอยู่ที่ผมได้

            เมื่อเวลาผ่านไปจนอันนากลับ  ผมให้อิงฟ้าพักผ่อนอยู่ที่บ้านแล้วผมจะไปเยี่ยมแอมแปร์เอง  ที่จริงแล้วเวลานี้มันหมดเวลาเยี่ยมแต่ผมยังคงอยากจะนอนเฝ้าข้างนอกเพื่อเข้าเยี่ยมให้ทันหกโมงเช้าพรุ่งนี้  ผมแวะซื้อเปลนอนเอาไว้กางนอนหน้าห้องไอซียูด้วยนะ  บริเวณนั้นจะมีญาติพี่น้องของผู้ป่วยกางเปลนอนกันเต็มไปหมดเพราะยังหมดห่วงไม่ได้  อาการของผู้ป่วยห้องไอซียูต้องระวังให้มาก  อาจจะอาการพลิกผันได้ตลอดเวลา

            กว่าจะมาถึงที่นี่ปาไปเกือบสี่ทุ่มแล้วแหละ  ต้องใช้เวลาเดินทางพอสมควรเนื่องจากบ้านผมกับโรงพยาบาลไกลกันค่อนข้างมากเลยทีเดียว

            ผมเลือกที่จะกางเปลนอนตรงที่ว่างใต้บันไดเพราะตรงนั้นยังไม่มีใครนอน  เวลาตอนนี้ญาติผู้ป่วยหลายคนได้หลับแล้วแต่ผมเชื่อนะว่าไม่มีใครหลับได้สนิทหรอก  ในใจคงห่วงคนที่นอนทรมานอยู่ด้านใน

            “หนุ่มเอ้ย  ป้าไม่เคยเห็นหน้าเอ็งเลย  ญาติเอ็งเป็นอะไรล่ะ”

            ขณะที่ผมเอนหลังนอนนั้น  ป้าคนที่กำลังปูเสื่อเตรียมนอนอยู่ไม่ไกลจากผมก็เอ่ยปากถามขึ้นมา

            “แฟนผมปอดติดเชื้อน่ะครับ”

            “เตียงไหนล่ะ  เผื่อเอ็งไม่มาป้าจะช่วยดูให้”

            “เตียงสี่ครับ  วันนี้ผมไม่ได้มาเยี่ยมเลยไม่รู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้าง”

            คุณป้าทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย

            “ยัยหนูที่ตัวผอมๆรึเปล่า  ผิวขาวๆ”

            “ใช่ครับ  แฟนผมเอง”

            “อ่อ  วันนี้เห็นว่าชักนะ  หมอกรูกันเข้าไปช่วยใหญ่เลย”

            “วะ  ว่าไงนะครับ”

            ตัวผมชาวาบเมื่อได้ยินแบบนี้  เธอชักงั้นเหรอ  ชักยังไง  รุนแรงแค่ไหนและเพราะอะไร  คำถามมากมายประดังเข้ามาในหัว

          “แต่ยัยหนูปลอดภัยแล้วล่ะหนุ่ม  ชักตอนสายๆน่ะแต่ตอนเย็นที่ให้เข้าเยี่ยมป้าก็เห็นนอนลืมตาอยู่นะ  ป้าเฝ้าหลานอยู่เตียงตรงข้ามน่ะเลยเห็น”

            ขอบตาผมร้อนผ่าวแทบจะเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่  เธอตื่นมาไม่เจอใครเลยสักคน  จิตใจเธอจะย่ำแย่ขนาดไหนล่ะเนี่ย  เธอจะรู้ไหมว่ายังมีผมที่คอยเฝ้าเป็นห่วงเธออยู่  ที่จริงแล้วผมไม่ใช่ผู้ชายเข้มแข็งเท่าไหร่นักหรอกนะผมออกจะอ่อนไหวด้วยซ้ำ  ผมโตมากับสภาพแวดล้อมที่ดีไม่มีการใช้กำลังมีแต่ใช้สมองจึงค่อนข้างเป็นคนบุคลิกที่อ่อนโยน  ที่ผ่านมาผมก็เรียนอย่างเดียวจนจบปริญญาโทโดยไม่ค่อยสนใจอะไร  มีแฟนบ้างแต่ก็มีเพราะเพื่อนมีกันหมดแล้วเลยอยากมีบ้าง  เที่ยวบ้างเพราะคิดว่าการได้ดื่มเหล้าได้ท่องราตรีคือการก้าวไปสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว  พอได้มาเจอกับแอมแปร์ผมเองก็เพิ่งเข้าใจว่าความรักจริงๆมันเป็นยังไง  ที่ผ่านมามันคือความลวงมากกว่า  เป็นความใฝ่หาความสุขให้ตัวเองแบบที่ไม่รู้ว่าอะไรที่ผมจะมีความสุขจริงๆ

วันรุ่งขึ้น

            วันนี้ผมตื่นแต่เช้าหลังจากที่กึ่งหลับกึ่งตื่นมาทั้งคืน  ไม่สิ  หรือยังไม่ได้นอนก็ไม่รู้  การนอนที่นี่เป็นอะไรที่หลับไม่ลงเพราะคนจะเดินไปเดินมาแทบจะตลอดเวลา  ไม่ก็ได้ยินเสียงผู้คนคุยกัน  เสียงคนนอนกรน  สิ่งต่างๆล้วนกวนใจผมทั้งสิ้น 

            ผมนั่งรอจนเวลาหกโมงตรงที่สามารถเข้าเยี่ยมได้รอบแรกของวันด้วยอาการใจสั่น  ตื่นเต้น  ไม่รู้เข้าไปเธอจะตื่นมาเจอผมไหม  เราจะคุยอะไรกันดี  แล้วอาการตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

            และแล้วเวลาที่เปิดให้เข้าเยี่ยมก็มาถึง  ผมจัดการเปลี่ยนรองเท้าที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้หน้าห้องและล้างมือด้วยเจลเพื่อทำความสะอาดก่อนจะเปิดประตูเดินตรงเข้าไปยังเตียงหมายเลขสี่

            เธอ  เธอตื่นแล้ว  เธอมองมาที่ผมอยู่...

            “เอ่อ  คือ  เธอเป็นไงบ้าง”

            แอมแปร์พยักหน้าช้าๆ  คือผมไม่รู้ว่าเครื่องช่วยหายใจสามารถเอาออกมาได้ไหมหากต้องการพูดคุยกัน  ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้ด้วยสิ

            มือเล็กทำท่าเขียนหนังสือคล้ายจะบอกว่าต้องการสื่อสารด้วยการเขียนแทน  ทว่าเวลานี้ผมจะหาที่ไหนให้เธอล่ะ  ถ้าเดินไปขอพยาบาลเขาจะมีให้ไหมนะ?  ว่าแล้วก็หันไปมองที่เคาท์เตอร์ตรงหน้าประตูปรากฎว่าพยาบาลหลายคนกำลังยุ่งอยู่ผมเลยถามเธอว่าพิมพ์ใส่มือถือแทนได้ไหม  เธอยิ้มให้ผมเล็กน้อยแล้วพยักหน้า  ผมจึงเปิดแอพพลิเคชั่นโน๊ตในมือถือให้เธอพิมพ์สิ่งที่อยากจะบอก

            ใครทำฉัน?

            เพียงแค่คำถามแรกก็เล่นซะตัวผมชาวาบ  ผมควรบอกเธอไหม?  แล้วถ้าไม่บอกเธอจะโกรธผมไหม?


LOADING 80 %


            “เอ่อ  เธอเจ็บตรงไหนรึเปล่า  ฉันอยากรู้อาการของเธอ  ช่วยพิมพ์บอกหน่อยได้ไหมฉันเป็นห่วง”

            ผมเลี่ยงที่จะตอบและถามคำถามใหม่แทน  ทว่าสิ่งที่เธอพิมพ์กลับมานั้น...

            ตอบมาเดี๋ยวนี้  ใครทำฉัน?

            สายตากวาดอ่านตัวหนังสือบนหน้าจอก็รับรู้ได้ถึงความโกรธของเธอ  ตอนนี้ถ้าเธอพูดได้เธอต้องกำลังดุผมอยู่แน่

            “อันนา  ฉันมีเวลาเยี่ยมเธอได้ไม่นาน  เธอมีอะไรพิมพ์ไว้ได้ไหม  อยากได้อะไรบอกฉันมาได้เลย”

            เธอทำตามที่ผมร้องขอโดยตั้งใจพิมพ์ลงไปอย่างรวดเร็วแม้ว่ามือเธอจะยังสั่นอยู่และเลือดกำลังไหลย้อนเข้าสายน้ำเกลือแล้ว  อาจเพราะยกแขนแนวตั้งเพื่อพิมพ์อยู่นานจึงทำให้เลือดไหลย้อน  ผมปล่อยให้เธอพิมพ์ต่อไปโดยไม่ได้คัดค้านอะไรเพียงแค่ลอบสังเกตุร่างกายของเธอไปพลางๆ  วันนี้สีหน้าดูสดใสกว่าเมื่อวานนะ  ผิวพรรณก็ไม่ได้ซีดเหลืองเท่าเมื่อวาน  แต่ยังคงดูอ่อนเพลียอยู่

            ผ่านไปประมาณห้านาทีได้  เธอล็อคหน้าจอและยื่นมือถือคืนผม  มือข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือยื่นเข้ามาหาทำให้ผมรีบคว้าไปกุมเอาไว้ทันที  เราจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นโดยที่เธอไม่สามารถพูดกับผมได้

            “เธออดทนหน่อยนะ  สู้ๆ  ฉันอยากให้เธอหายไวๆ  ฉันมีเรื่องเยอะแยะเลยอยากจะบอก”

            แอมแปร์ยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าเบาๆ

            ผมเอื้อมมืออีกข้างไปเกลี่ยแก้มใสที่ตอนนี้ตอบเหลือเกิน  เธอผอมซูบลงไปพอสมควรทั้งที่เป็นคนผอมอยู่แล้ว  ถ้าหายเมื่อไหร่ผมจะขุนให้อ้วนเป็นหมูเลย

            “ฉันอยู่ข้างนอกนะ  เฝ้าเธอตลอดแหละ  ไว้เขาเปิดเยี่ยมอีกทีสิบโมงจะมาหาใหม่นะ”

            ห้องไอซียูจะเข้าเยี่ยมได้ไม่นาน  ห้าถึงสิบนาทีก็ต้องออกไปแล้ว  ผมจำใจปล่อยมือเธอและเดินออกมาที่เคาท์เตอร์เพื่อไถ่ถามพยาบาลถึงอาการของเธอระหว่างที่ผมไม่อยู่เมื่อวาน  รวมถึงเรื่องที่เธอชักด้วย

            “อาการก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่นะคะ  เจ็บหน้าอกและยังควบคุมการหายใจเองไม่ได้คุณหมอเลยให้เลี่ยงการพูดเพราะต้องใช้ลมอาจทำให้เธอไอจนระบบหายใจวิกฤติอีก  ที่คนไข้ชักเมื่อวานก็เพราะขอคุณหมอถอดเครื่องช่วยหายใจนี่แหละค่ะ  พอไม่มีออกซิเจนคอยช่วยก็เลยหายใจผิดจังหวะไปมาก  ส่วนไข้ลดลงมากแล้วค่ะอาจยังตัวรุมๆอยู่บ้าง  เรื่องอื่นไม่น่าเป็นห่วงแล้วค่ะตอนนี้ห่วงแต่เรื่องการหายใจอย่างเดียวเพราะส่งผลกับปอดโดยตรงเลย”

            “แล้วจะออกจากห้องไอซียูได้เมื่อไหร่ครับ?”

            “เมื่อคนไข้ควบคุมการหายใจเองได้  แล้วก็แบคทีเรียในปอดลดลงจนไม่น่าเป็นห่วงค่ะ”

            “ขอบคุณมากครับ”

            เธอเก่งจะตาย  ผมรู้ว่าเธอต้องสู้กับสิ่งที่กำลังเผชิญจนหายดีในเร็ววันนี้แน่  ได้ยินว่าอาการของเธอทุเลาลงบ้างก็ยังดีเนอะ  ดีกว่าต้องมารับฟังว่าเธออาการหนักขึ้นและต้องทนทรมานแค่ไหน  แค่เธอยิ้มให้ผมได้ผมก็ดีใจมากแล้วล่ะ

            เออ  ว่าแล้วก็เปิดดูสักหน่อยดีกว่าว่าเธอพิมพ์อะไรให้ผมอ่าน...

            ผมหาที่นั่งเหมาะๆนั่งและหยิบมือถือขึ้นมาเปิดอ่านสิ่งที่เธอพิมพ์  สายตากวาดอ่านตัวหนังสือเหล่านั้นทีละตัวอย่างตั้งใจ

            ดีใจนะที่นายอยู่กับฉันตรงนี้  ฉันอยากขอโทษนายเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดที่ทำให้นายเสียใจ  ไว้ฉันหายดีเมื่อไหร่จะชดเชยให้ก็แล้วกัน  อ่อ  นายอยากรู้ใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?  ถึงนายไม่ถามฉันตอนนี้สักวันก็ต้องถามอยู่ดี  เอาเป็นว่าฉันจะพิมพ์บอกแทนแล้วกันเพราะไม่อยากพูดเรื่องพวกนี้ออกจากปากฉันอีก  ฉันโดนจับตัวไปขังอยู่ที่นั่นห้าวันโดยไม่ได้กินอะไรเลยแล้วอยู่ในห้องสกปรกตลอดห้าวัน  ไม่มีใครเข้าไปที่นั่น  ทรมานมากจนร้องไห้ตลอดเวลา  ฉันกลัวมาก  คิดไม่ออกเลยว่าใครจะช่วยฉันออกไปและใครมันทำกับฉันแบบนี้  ตอนนี้นายบอกฉันแล้วว่าเป็นฝีมืออันนาทำให้ฉันเข้าใจถึงเหตุผลดีว่าเธอทำไปทำไม  แต่ฉันไม่มีวันยกโทษให้  ฉันไม่รู้ว่านายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นั่นแล้วจัดการอะไรเธอไปแล้วบ้าง  เอาไว้นายมาเยี่ยมฉันก็เล่าให้ฉันฟังด้วยล่ะ  ส่วนอาการของฉันตอนนี้ก็ไม่ได้ดีแต่ฉันจะอดทนให้หายในเร็ววันนี้แหละ  ยังไม่อยากตาย  อยากอยู่กับนายไปอีกนานๆ

            ตอนนี้ความรู้สึกของผมมันบอกไม่ถูกเลย  เธอพิมพ์ยืดยาวแต่ผมว่านี่มันก็รวบรัดที่สุดแล้ว  เธอได้พูดถึงเรื่องที่เราบาดหมางกัน  เรื่องที่โดนขัง  เรื่องอาการที่เป็นอยู่  ทุกอย่างมันครอบคลุมสิ่งที่ผมอยากรู้หมดเลย

            จะว่าไปที่เธอบอกว่าเธอจะไม่ให้อภัยอันนาผมก็ไม่ขัดนะ  แค่เธอบอกผมมาว่าจะทำอะไรผมพร้อมจะอยู่ข้างเธอด้วยซ้ำ  ครั้งนี้ถึงเธอจะพลั้งมือเข้าไปตบอันนาจนหน้าหันผมก็จะยืนดูเงียบๆและไม่ห้ามด้วย  ความสุภาพบุรุษของผมไม่ได้ใช้กับผู้หญิงทุกคนหรอกนะ  ผมเลือกใช้  ผู้หญิงคนไหนไม่สมควรได้รับมันก็ช่วยไม่ได้  สำหรับเรื่องนี้ผมว่าอันนาทำตัวเองทั้งนั้นแหละ

            

UPLOAD 100 %

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


ติดตามแฟนเพจนักเขียน

OLIVIA


สั่งซื้อนิยายในรูปแบบ E-Book คลิกที่นี่

PERFECT HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย
OLIVIA
www.mebmarket.com
"ถ้าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เธอจะยอมนอนกับฉันทำไม?" "ฉันต้องคิดอะไรกับผู้ชายทุกคนเลยรึไง ก็เล่นๆน่ะองศา ฉันไม่ได้คิดอะไรกับนายหรอก" การโดนปฏิเสธจากเธอครั้งนี้มันเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า เมื่อความรักของเขาไม่ได้ชนะใจผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย ทำดีแทบตายสุดท้ายได้แค่ตัว!  "ทำไมเธอต้องปฏิเสธฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันรักเธอน้อยไปเหรอแอมแปร์" "นายยังเชื่อในความรักอีกเหรอ ฉันหมดศรัทธากับมันไปนานแล้วล่ะ" "ฉันจะทำให้เธอรักฉันให้ได้เลยคอยดู" "มันเป็นความคิดที่โง่ที่สุดเลยองศา" เธอ..ปั่นหัวผู้ชายเป็นว่าเล่น ยิ่งรู้ว่ามีเจ้าของยิ่งอยากได้เป็นของตัวเอง เหนือสิ่งอื่นใดคือชัยชนะ เขา..เหยื่อคนสำคัญที่ทำให้เธอปล่อยมือไม่ลง ผู้ชายที่พูดน้อย อ่อยหนัก รักจริงคนนี้หวังจะกำราบแม่เสือสาวให้อยู่หมัด "เธอคิดว่าเธอเก่งทุกอย่าง ทำทุกอย่างได้ดีหมดว่างั้น?" "ใช่สิ" "ไม่จริง เพราะเรื่องบนเตียงฉันทำได้ดีกว่าและฉันเก่งกว่าเธอเยอะ!!"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #149 0614626364 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 12:13
    แค่ขอโทษมันจะพอเหรอ องศาต้องเอาให้เจ็บจนร้องไม่ออก
    #149
    0
  2. #147 B55oon55 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 07:23
    รีดรอนะไรท์
    #147
    0
  3. #146 kamontip-123 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 00:35
    สังเกต ไม่มี สระอุ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ รออ่านอีก 20% ที่เหลือนะคะ :)
    #146
    0
  4. #144 kwangtnk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 03:45
    รอออออ
    #144
    0
  5. #143 OpleSuchanya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 03:25
    รอค่ะรออออออออออ
    #143
    0
  6. #142 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 08:05
    อันนาร้ายมาก
    #142
    0
  7. #141 B55oon55 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 22:53
    แหมมมม อันนานี่ก็นะรู้ว่าเค้าไม่ีกยังจะตามอีกนังหน้าคอนกรีต
    #141
    0
  8. #140 aommallka (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 19:38
    องศาก็คนดีเกินให้แค่อันนามาขอโทษ..
    #140
    0
  9. #139 นามิ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 08:47
    รอค่า สู้ๆนะคะ ><
    #139
    0