PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 16 : HUNTED : STEP 15 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 พ.ย. 60

CHAPTER 15

ONGSA  TALK

 

หมับ

            “พี่  ตื่นเร็ว!

            ผมสะดุ้งตัวโยนขณะนอนหลับฝันอยู่ภายในห้องนอนของตัวเอง  อิงฟ้าอยู่ๆก็กระโดดขึ้นเตียงมาเรียกเสียงดังทำให้ผมต้องลืมตาตื่นอย่างหงุดหงิด  วันนี้ทั้งวันผมไปเฝ้าแอมแปร์ที่คอนโดเพิ่งได้กลับมาพักแต่พอกำลังหลับสนิทอิงฟ้ากลับมาปลุกกวนใจผมซะงั้น

            “มีอะไร”

            “พี่ต้องไปช่วยพี่แอมแปร์ก่อน  เดี๋ยวนี้เลย”

            มือเล็กของน้องสาวผมกระชากแขนผมให้ลุกลงจากเตียงและลงมาชั้นล่างก่อนจะผลักผมให้ขึ้นรถไปด้วยท่าทางร้อนรนแต่ก็ยังไม่บอกอะไรผมมาสักคำ  นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย

            “อิงฟ้า  เป็นอะไรเนี่ย”

            “พี่อันนาจับตัวพี่แอมแปร์ไปขัง  หนูสืบรู้มาและข้อมูลชัวร์มาก”

            “ว่าไงนะ?  ไม่จริงหรอก”

            “พี่!  ออกรถก่อนเร็ว  ไปที่โกดังเก่าของพ่อพี่อันนาอ่ะ  ที่เคยส่งออกเฟอร์นิเจอร์  พี่รู้จักไหม?”

            ผมส่ายหัวเพราะไม่รู้จริงๆแต่ก็ขับรถออกจากบ้านตามที่อิงฟ้าบอกแต่โดยดี  ถ้าที่น้องสาวผมรู้มาคือเรื่องจริงตอนนี้ผมไม่ห่วงอะไรแล้ว  ห่วงแค่แอมแปร์จะปลอดภัยหรือเปล่าแค่นั้นเอง 

            “ฟ้า  ตกลงโกดังนั่นมันอยู่ไหน?”

            “เนี่ยพี่  หนูเสริชกูเกิ้ลมา”

            หน้าจอมือถือของอิงฟ้าเผยข้อมูลโกดังพร้อมที่อยู่ตามที่ได้เสริชและให้ผมดู  โอเค  แถวบางนา  ตอนนี้ผมต้องไปที่นั่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  เชื่อมโยงเหตุการณ์อะไรไม่ค่อยถูกแต่ต้องไปให้ถึงก่อน

            “เรื่องมันเป็นมายังไงเล่ามาสิอิงฟ้า”

            “คือหนูก็เรียบเรียงไม่ถูก  แต่วันก่อนหนูแอบได้ยินพี่อันนาคุยโทรศัพท์พูดชื่อพี่แอมแปร์แล้วก็พูดเรื่องขังอะไรนี่แหละ  หนูเลยสังหรณ์ใจแปลกๆเลยบอกให้พี่เรียกพี่อันนามาในวันนั้นไง  หนูก็พยายามแอบมองเวลาพี่เขาเล่นมือถือ  จำเลขรหัสผ่านเข้าโทรศัพท์  พอพี่เขาเผลอหนูถึงแอบไปหาเบอร์ที่คุยกับใครสักคนวันนั้นไงเพราะหนูจำช่วงเวลาได้  หนูเลยแอบเอาเบอร์พี่อันนาโทรกลับไปแล้วแกล้งถามย้ำว่าเอาไปขังไว้ที่ไหน  เป็นไงบ้างอะไรแบบนี้อ่ะ  บีบเสียงให้เล็กเหมือนพี่อันนา  ซึ่งกว่าจะรู้ได้ก็ใช้เวลาหลายวันเหมือนกัน”

            “แล้วทำไมไม่บอกพี่วะ!

            “ก็พี่อยู่ให้หนูบอกรึไงเล่า  กลับบ้านแต่ละทีมีสติพร้อมจะแก้ปัญหาอะไรไหม!!

            หัวใจผมกระตุกวูบกับคำพูดของน้อง  จริงอย่างที่อิงฟ้าว่า  ช่วงนี้สภาพผมคงดูแย่มากเลยสินะ  นึกถึงแต่เรื่องตัวเองจนมองข้ามทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย  ลืมนึกไปเลยว่าอิงฟ้าอยู่เฝ้าผมจนไม่ได้ไปที่ร้านกาแฟมากี่วันแล้ว  นี่ผมดึงน้องเข้ามาเดือดร้อนด้วยรึเปล่านะ

            “พี่ขอโทษ”

            “ช่างมัน  ห่วงเรื่องของพี่ก่อนเถอะ  ตอนนี้พี่แอมแปร์จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้  ถ้านับดูจากวันที่หนูได้ยินเขาคุยกันก็สามสี่วันมาแล้วนะพี่  ถ้าโดนขังหลายวันขนาดนั้นจริงพี่เขาจะเป็นยังไงหนูล่ะไม่อยากคิดเลย”

            อิงฟ้าซบหน้าลงบนฝ่ามือด้วยความกังวลซึ่งผมเองก็กำชับพวงมาลัยแน่นขึ้นเช่นกัน  สายตามองไปบนท้องถนนเบื้องหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว  ภาวนาให้ถึงจุดหมายโดยไวและผมจะช่วยเธอออกมาให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

            ที่ไม่ได้เจอเธอมาหลายวันเพราะเธอโดนจับตัวไปงั้นสินะ  อันนาเลวร้ายกว่าที่ผมคิดไว้มาก  ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องเขาทำแบบนั้นแล้วยังจะมานั่งยิ้มให้ผมอย่างสุขใจได้  ต่อให้จะไม่ชอบแอมแปร์แค่ไหนแต่อันนาก็ไม่มีสิทธิทำเรื่องเลวๆขนาดนี้กับใครนะ  นี่เหรอผู้หญิงที่ผมชื่นชมว่าอ่อนหวานและอ่อนโยน  เหอะ  ทุเรศ!

            น่าเสียใจที่เสี้ยวหนึ่งของความคิดผมเคยคิดว่าจะกลับไปรักอันนา...

            “พี่ขอดูแผนที่อีกทีสิ”

            หลังจากเราต่างนั่งเงียบกันมาตลอดทางนี่เป็นประโยคแรกที่ผมเอ่ยถามน้องขึ้นมาเพราะเราอยู่ใกล้ๆบริเวณโกดังแล้วเพียงแต่ผมไม่รู้ว่าต้องเข้าไปซอยไหน

            “อ่ะนี่  ว่าแต่ถ้ามีคนเฝ้าอยู่พี่จะสู้เขาไหวเหรอ?  เราไม่มีอาวุธอะไรเลยนะพี่”

            “พี่มีท่อนเหล็กอยู่ใต้เบาะหลัง  ฟ้ารอพี่อยู่ในรถแล้วกันเดี๋ยวพี่เข้าไปคนเดียว  ล็อครถและห้ามเปิดให้ใครจนกว่าพี่จะพาเธอออกมา”

            อิงฟ้าถอนหายใจพร้อมกับพยักหน้ารับปากผมแทนคำพูด  ผมยังคงขับรถเข้าไปตามทางที่ไร้ซึ่งบ้านเรือนผู้คน  ที่นี่มันชานเมืองแถบที่มีโรงงานตั้งอยู่มากมาย ด้านหน้าติดถนนใหญ่ผู้คนยังพลุกพล่านอยู่แม้ว่าตอนนี้จะดึกแล้ว  ทว่าเมื่อขับเข้าไปยังด้านในลึกเข้าไปอีกพบว่ามันเงียบและเปลี่ยวพอสมควร


LOADING 30 %


ตึกตัก  ตึกตัก

            เสียงหัวใจเต้นโครมครามเมื่อรถจอดเทียบหน้าโกดังที่มืดมาก ไม่มีไฟเปิดสักดวง  คงเป็นอย่างที่อิงฟ้าบอกว่าที่นี่เป็นโกดังเก่านั่นหมายความว่าตอนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว  ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องธุรกิจของบ้านอันนาสักเท่าไหร่จึงไม่รู้ว่ามีที่ไหนบ้าง  อย่างที่นี่ผมก็ไม่รู้

            “ระวังตัวนะพี่  นี่ไฟฉาย”

            มือเล็กยื่นไฟฉายที่เพิ่งหยิบจากเก๊ะด้านหน้ามาให้คงเพราะเห็นว่ามันมืดมากและจำเป็นต้องใช้  ผมรับมาถือไว้และปีนข้ามไปที่เบาะหลังเพื่อรื้อเอาท่อนเหล็กที่ผมซ่อนไว้ใต้เบาะออกมา เกิดมายังไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครใหญ่โตถึงขึ้นหอบอาวุธไปฟาดฟันกันเลย  วู้ว  ตื่นเต้นจริงๆ

            “อย่าลืมล็อครถนะฟ้า”

ตึก  ตึก  ตึก

            ผมเดินลงจากรถและส่องไฟเข้าไปยังโรงงานเพื่อสำรวจว่ามีคนอยู่หรือไม่  แต่ผมว่าคงไม่มี  ถ้ามีคงออกมาให้เห็นแล้วในเมื่อผมสาดแสงไฟฉายไปมาน่าเวียนหัวขนาดนั้นมันต้องเป็นที่สนใจมากพอที่ผมมาที่นี่ได้  แต่ทุกอย่างเบื้องหน้ากลับนิ่งเงียบ

            เท้าซ้ายยกขึ้นเหยียบเหล็กดัดประตูบานใหญ่เพื่อยันตัวเองให้ขึ้นไปและจัดการปีนป่ายข้ามไปอีกฝั่งอย่างทุลักทุเล  ผมมาที่นี่ไม่มีอะไรพร้อมเลยสักอย่างนอกจากใจ  สภาพคนที่กำลังนอนหลับก็จะมีเสื้อยืดกับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้น  อาวุธคือท่อนเหล็กและไฟฉายเล็กหนึ่งอัน

            “แอมแปร์!!!  ได้ยินฉันไหม!!

            มั่นใจแล้วว่าที่นี่ไม่มีใครผมเลยเลือกที่จะตะโกนให้ดัง  เพราะที่นี่มีหลายห้องโกดังย่อยมาก  มันจะเสียเวลาถ้าต้องเดินหาไปทุกห้องและถ้าเธอได้ยินผมเธอต้องส่งสัญญาณอะไรให้ผมได้รับรู้สักอย่าง

            เงียบ...  พยายามเงี่ยหูฟังแล้วนะแต่ก็ไม่ได้ยินอะไรอยู่ดี

            หรือว่าเธอไม่ได้ยินผม?  นี่อันนาคงไม่รู้ตัวซะก่อนแล้วพาเธอไปที่อื่นตัดหน้าผมหรอกนะ

            ผมกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณเผื่อว่าจะเห็นอะไรเคลื่อนไหวให้ผมได้รู้บ้างว่าเธออยู่ตรงไหนแต่ก็ไม่มีเลย  ทุกอย่างนิ่งเงียบเหมือนว่าที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยด้วยซ้ำ  หรือที่นี่ไม่มีใครอยู่?  ไม่หรอก  ผมเชื่อน้องสาวผมว่าสิ่งที่อิงฟ้าบอกเป็นเรื่องจริง  อิงฟ้าไม่เคยโกหกผม

ก๊อก  ก๊อก

            “แอมแปร์  เธออยู่ในนี้ไหม!!

            ที่นี่มีห้าโกดังด้วยกันและผมเดินเข้าไปยังโกดังซ้ายมือของผมเป็นที่แรก  ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกล็อคและผมพยายามตะโกนเข้าไปข้างในเผื่อว่าเธอจะอยู่ในนี้  แต่คำตอบที่ผมได้รับกลับมาคือเสียงอันก้องของตัวเองเท่านั้น  ไม่เป็นไร  ผมยังมีความหวังอีกสี่โกดังที่เหลือ

เคร้ง

            ขณะที่กำลังหันหลังเดินไปยังโกดังที่สองนั้นก็มีเสียงของหล่นดังมาจากโกดังทางขวามือ  ผมรีบวิ่งข้ามเข้าไปหาทันทีและตะโกนเข้าไปข้างในอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเสียงที่ผมได้ยินเกิดจากการกระทำของมนุษย์ไม่ใช่สัตว์

            “แอมแปร์  ใช่เธอใช่ไหม  เธออยู่ในนั้นรึเปล่า?!

ครืดด  ครืดด

            เสียงลากอะไรสักอย่างดังมาจากด้านในอีกครั้ง  ผมไม่รีรอที่จะใช้ท่อนเหล็กฟาดเข้ากับกุญแจที่คล้องไว้ล็อคอยู่ด้านนอกอย่างสุดแรงที่มีหลายต่อหลายครั้งจนมันหลุด  ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา  สายตามองไปตามแสงจากไฟฉายที่ส่องไปเบื้องหน้าด้วยความหวัง  หวังว่าผมจะเจอเธอที่นี่

            “อง..”

            หัวใจผมแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินเสียงแหบซ่านของใครบางคนจึงส่องไฟฉายไปหาทันที

            “แอมแปร์!!

            ท่อนไม้ในมือหลุดร่วงลงพื้นอย่างคนหมดแรงเมื่อผมเห็นสภาพของเธอที่ดูไม่จืด  เนื้อตัวมอมแมมสกปรกและกำลังนอนพิงกองไม้อยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง  ผมรีบเข้าไปหาเธอเมื่อแน่ใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้คือเธอจริงๆ

            “ฮึก  ฉัน...”

            “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว  ฉันจะพาเธอออกไป  เธอไหวใช่ไหม?”

            เธอส่ายหัวพร้อมน้ำตาที่ไหลริน  คำตอบคือไม่ไหวสินะ  สองมือโอบอุ้มร่างบางในท่าเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวและให้เธอช่วยถือไฟฉายไว้ให้ทว่าเธอไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะจับปอกไฟฉายด้วยซ้ำ  มันร่วงลงพื้นและดับไปทำให้ความมืดมาเยือนทันที  ร่างกายเธอร้อนดั่งไฟสุมแถมยังสั่นอีกด้วย 

            ผม...พูดอะไรไม่ออกเลย  หัวใจผมมันเจ็บที่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นโดยที่ผมมาช่วยเธอได้ช้าขนาดนี้  ตัวผมชาไปหมดที่เห็นเธออยู่ในที่แบบนี้จริงตามที่อิงฟ้าบอก  ถ้าแบบนั้นอันนาคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดโดยไม่ต้องสืบและตัวแปรของเรื่องทั้งหมดมันคือผมสินะ  เพราะอันนารักผมมากเลยอยากกำจัดแอมแปร์งั้นเหรอ


LOADING 50 %


            “โอ้ย”

            “ขอโทษ  เจ็บมากไหม?”

            พอคิดได้แบบนั้นผมจึงพลั้งมือเผลอบีบแขนเธอไปอย่างไม่รู้ตัว  ผมไม่เห็นหรอกว่าสีหน้าเธอตอนนี้เป็นยังไงบ้างเพราะทางมืดมาก  แค่อุ้มเธอมาถึงหน้าประตูนี่ก็เล่นเอาเหนื่อยเนื่องจากตามทางมีของวางระเกะระกะอยู่ค่อนข้างมาก  เศษไม้ต่างๆที่ไม่รู้ว่ามีตะปูด้วยไหม

ตึก

            “องศา  ฉัน...”

            “ไว้ค่อยคุยกันนะ  ตอนนี้เธอต้องช่วยตัวเองก่อน  เธอต้องปีนข้ามประตูนี้ออกไปให้ได้และเข้าไปหาอิงฟ้าในรถ”

            งานใหญ่คือการปีนข้ามประตูนี้ออกไปนั่นเอง  เธอมองผ่านช่องเหล็กดัดของประตูไปยังรถของผมที่จอดอยู่และเห็นเด็กผู้หญิงรีบเปิดไฟในรถมองมาทางพวกเราด้วยสีหน้าเป็นห่วง  ใช่  พวกเราห่วงเธอมาก 

            “ฉันว่าฉันขึ้นไปก่อนแล้วจะดึงเธอขึ้นตามไปนะ  เธออดทนหน่อยเพื่อจะได้ออกไปจากที่นี่สักที”

            “อื้ม”

            เพียงแค่เสียงแหบพร่าตอบรับผมก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย  อย่างน้อยเธอยังมีสติรับรู้สิ่งที่ผมสื่อสาร  ผมปล่อยเธอยืนพิงกับประตูแต่ร่างกายของเธอกลับล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง

            ผมรู้นะว่าเธอไม่ไหวแล้ว  แต่...ยิ่งเห็นเธอเป็นแบบนี้ผมก็ทนมองไม่ไหวเหมือนกัน

            จะขอโทษเธอสักล้านครั้งยังน้อยไปเลย...

            “ไม่เป็นไร  ฉันจะพาเธอข้ามไปให้ได้  อีกนิดเดียวเราก็จะรอดแล้ว”

            สองมือพยุงให้เธอลุกขึ้นยืนเกาะเหล็กดัดประตูเอาไว้และผมปีนขึ้นไปก่อนเพื่อจะฉุดดึงเธอขึ้นตามไปทว่าสองขาของเธอแทบจะไม่มีแรงยันส่งตัวเองขึ้นไปแต่ผมก็ใช้แรงทั้งหมดจับมือเธอไม่ยอมปล่อย  รอจนกว่าเธอจะปีนขึ้นมาได้เท่าผม  ผมจึงปีนขึ้นไปต่ออีกขั้นและดึงเธอตามมา  เราทำอยู่อย่างนั้นจนเธอกำลังจะขึ้นไปคร่อมอยู่ด้านบนสุดของประตูใหญ่นี่ได้สำเร็จแม้จะใช้เวลานานมากก็ตามที  ใจเธอยังสู้อยู่แม้ร่างกายจะไม่ไหวแล้วก็ตาม

            “แค่กๆๆ  อึก”

            “อดทนหน่อยนะ  ฉันจะลงไปข้างล่างก่อนแล้วเธอค่อยกระโดดลงไป ฉันจะรับเธอเอง”

            “ฉันไม่...”

ตุ้บ

            “แอมแปร์!!!

            ร่างเล็กร่วงลงไปด้านล่างก่อนที่ผมจะลงไปซะอีก  ผมรีบกระโดดตามลงไปทันทีและพยายามเรียกชื่อเธอหลายครั้งทว่าตอนนี้เธอหมดสติไปแล้ว  แสงสว่างจากไฟหน้ารถทำให้ผมเห็นหน้าเธอชัดเจนและใกล้ครั้งแรก  ใบหน้าซีดเซียวไร้ซึ่งเลือดฝาดอย่างที่ผมเห็นเป็นประจำ  ดวงตาบวมและคล้ำมาก  ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย

            เลือด...

            ฝ่ามือสัมผัสเข้ากับน้ำอะไรบางอย่างจึงกางมือดูปรากฎว่ามันคือเลือด  เธอหัวแตก  ให้ตายเถอะผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว  มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก

            “พี่องศา  รีบอุ้มมาขึ้นรถสิพี่!!

            ผมฮึ้ดสู้อีกครั้งด้วยการอุ้มเธอไปขึ้นรถ เชื่อไหม  ผมไม่ก้มมองดูหน้าเธออีกเลย  ไม่มองสำรวจร่างกายย่างที่ผมควรจะทำแม้ว่าไฟในรถจะสว่างพอให้เห็นแค่ไหนก็ตาม  ผมเจ็บที่เห็นเธออยู่ในสภาพแบบนี้เพราะผม             อิงฟ้าข้ามไปนั่งที่เบาะหลังเพื่อรับแอมแปร์ให้นอนตักโดยไม่เกี่ยงงอน  ส่วนผมรีบเข้ามานั่งประจำที่คนขับและออกรถทันทีด้วยอารมณ์ที่แย่ที่สุด  ทุกอย่างมันดาวน์ไปหมด  ผมพูดอะไรไม่ออกมันจุกอยู่ที่อกเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะผมเอง  ได้แต่โทษและด่าตัวเองในใจหลายต่อหลายครั้ง  ถ้าผมตัดอันนาได้ไวกว่านี้เธอคงไม่กล้าทำเรื่องเลวร้ายได้ขนาดนี้หรอก  เป็นเพราะผมเองที่ให้ความหวังน้องเขาต่อทั้งที่ใจไม่ได้รักอันนามาตั้งนานแล้ว

            ขอโทษนะแอมแปร์  ฉันขอโทษ  ถ้าเธอเป็นอะไรไปฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย

            “พี่ต้องให้พี่อันนามาขอโทษพี่แอมแปร์ให้ได้นะ  พี่เขาต้องได้เห็นความผิดตัวเองบ้าง”

            “...”

            “เนื้อตัวไม่ได้บอบช้ำโดนทำร้ายอะไรแต่หนูว่าโดนขังหลายวันจนไม่มีแรงมากกว่า  ดีนะยังอดทนมาได้  น่าโมโหจริงๆอยากจะแจ้งตำรวจจับซะให้หมดเลย  ผู้หญิงอะไรหน้าเนื้อใจเสือชะมัด”

            “...”

            ไม่รู้จะพูดอะไร  ไม่รู้จะตอบอะไรออกไปดี  ขอทำหน้าที่ขับรถไปโรงพยาบาลเงียบๆแบบนี้แทนแล้วกัน

            รถทะยานบนท้องถนนด้วยความเร็วและความเงียบของตัวผมเอง  มีเพียงอิงฟ้าเท่านั้นที่พยายามจะเรียกชื่อเธอบ่อยครั้งหวังว่าจะเธอจะมีสติตอบโต้บ้าง  จนกระทั่งผมขับรถมาถึงโรงพยาบาล  สองขาผมสั่นระริกเมื่อต้องก้าวลงจากรถเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่นำตัวเธอขึ้นไปนอนบนเตียงคนไข้

            วู้ว  ผมปอดแหกจริงๆ  เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นว่าเธอเจ็บและทรมานยังไงบ้าง  ผมรับไม่ได้ที่เห็นเธอเป็นแบบนี้

            “พี่  เราต้องโทรบอกญาติพี่เขาไหม  เผื่อพวกเขากำลังตามหาพี่แอมแปร์อยู่เหมือนกันจะได้รู้ว่าเราเจอพี่เขาแล้ว”

            “เธอไม่มีใครเลย”

            “ห้ะ?  ญาติพี่น้องไม่มีเลยเหรอ?  อาจจะมีอยู่ต่างจังหวัดก็ได้นะพี่”

            “เธอไม่มีใครจริงๆ  เธอเหลือแม่แค่คนเดียวและตอนนี้อยู่ต่างประเทศ”


LOAING 80%


            อิงฟ้าเก็บโทรศัพท์ลงเมื่อรู้ว่าไม่จำเป็นต้องโทรไปไหนอีกแล้ว  ผมขับรถมาจอดที่ลานจอดรถและรีบเข้าไปในตึกโดยไว  หน้าห้องฉุกเฉินเป็นที่ที่พวกเรานั่งเฝ้าคนข้างในด้วยความเป็นห่วงซึ่งผมเซ็นเป็นเจ้าของไข้เอง  ยิ่งเธออยู่ในนั้นนานๆแล้วไม่มีหมอออกมาบอกอะไรสักทีใจผมยิ่งเสีย 

            “ฮึก  พี่องศา  หนูสงสารพี่เขา”

            “ร้องไห้ทำไม  ไม่ร้องงงง”

            ผมดึงน้องสาวเข้ามากอดและทำตัวให้เข้มแข็งกว่าทั้งที่ความรู้สึกข้างในมันตรงกันข้าม

            “ตอนหนูป่วยหนูมีพ่อมีแม่  มีพี่แล้วก็เพื่อนมาคอยเฝ้า  แต่นี่พี่เขาไม่มีใครเลยนอกจากเรา  แล้วก่อนหน้านี้พี่เขาอยู่มาได้ยังไงด้วยตัวคนเดียว  ฮึก  เวลาพี่เขาเจ็บป่วยใครจะคอยดูแล”

            “เอาน่ะ  ไม่ร้องๆ”

ปัง

            “ญาติคุณพริ้งพรรณพรายรึเปล่าครับ”

            “ใช่ครับ  ผมเป็นแฟนเธอ”

            “คนไข้ปอดอักเสบหรือที่เราเรียกกันว่าปอดบวม  อาจเพราะอยู่ในที่ชื้นเป็นเวลานาน ตอนนี้ภูมิคุ้มกันค่อนข้างต่ำทำให้เสี่ยงถึงชีวิตได้แต่โชคดีที่มาหาหมอทันเวลา  เกล็ดเลือดและความดันก็ต่ำจนถึงขั้นวิกฤติทำให้เธอช็อคหมดสติไป  ประกอบกับมีไข้ร่วมด้วยแต่ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ  หมอจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดสักระยะหนึ่ง  ต้องคอยตรวจเลือดบ่อยๆด้วย  คุณสะดวกไหมครับ?”

            “ได้เลยครับจะอยู่กี่วันก็ได้ขอให้เธอหายเป็นปกติ”

            เธอต้องทรมานกับสิ่งที่กำลังเผชิญเป็นอาทิตย์เลยสินะ  อดทนหน่อยนะ  ถ้าเธอหายเมื่อไหร่ฉันจะดูแลเธออย่างดี  จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำอะไรเธอได้อีกแม้แต่ปลายเล็บ

            “หนูค่อยโล่งอกไปทีที่พี่เขาปลอดภัย  จะว่าไปอาการหนักเอาเรื่องเลยนะ”

            อิงฟ้าเช็ดน้ำตาตัวเองก่อนจะพูดกับผมพร้อมส่งยิ้มจางๆมาให้  

            “เดี๋ยวพอย้ายไปห้องพิเศษแล้วเราก็นอนพักซะ พี่อยู่เฝ้าเอง”

            “หนูอยากกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้ามาให้พี่นะ  แต่ตอนนี้ดึกมากแล้วคงกลับไม่ได้  เออ  แล้วพี่จะเอายังไงกับพี่อันนาล่ะ?”

            “พี่ยังไม่อยากบอกว่าพี่เจอแอมแปร์แล้ว  แต่พี่ก็กลัวอันนารู้และจะไหวตัวทัน  อยากรอให้แอมแปร์ฟื้นค่อยพาอันนามาขอโทษ  ยังไงก็ต้องขอโทษอ่ะเพราะเรื่องที่อันนาทำมันเลวกว่าการพูดขอโทษแล้วจะให้อภัยได้ทันที  อยากแจ้งตำรวจจับด้วยซ้ำแต่หลักฐานคงไม่มากพอ”

            “เอางี้ไหมพี่  หนูจะกลับบ้านไปถ่วงเวลาให้สักสองสามวันรอพี่แอมแปร์ฟื้น  อย่างน้อยก็มั่นใจว่าพี่อันนาอยู่กับหนูไม่ได้ไปที่โกดังนั่น  เบี่ยงเบนความสนใจไง”

            “พี่กลัวเราจะเป็นอันตรายไปด้วยน่ะสิ  เกิดอันนารู้ทันแล้วจับเราไปขังอีกคนพี่จะทำยังไง”

            ตอนนี้ผมพูดตรงๆว่าไม่ไว้ใจอันนาเลยสักนิด  ผู้หญิงคนนี้คงทำอะไรได้มากกว่านี้แน่ซึ่งผมไม่อยากคาดเดาว่าถ้าเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับน้องสาวผมขึ้นมาอีกคนจะเป็นยังไง

            “หนูไม่เป็นไรหรอก  พี่เขาก็คงแอ๊บแบ๊วใสๆใส่หนูอยู่  อ่อ  ถ้าหนูรู้สึกไม่ปลอดภัยจะรีบโทรหาพี่ทันทีเลยดีไหม?  หรือเอางี้  ช่วงที่พี่อยู่กับพี่อันนาที่บ้านหนูจะมาเฝ้าพี่แอมแปร์เอง  ถ้าเป็นพี่อยู่กับนางนะ  นางคงไม่เฉลียวใจหรอก”

            พอเกลียดมากสรรพนามจึงเริ่มเป็นสินะ

            “เอางั้นก็ได้  แต่พี่ว่าถ้าพ้นระยะอันตรายจะทำเรื่องส่งตัวไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลใกล้ๆบ้านเราแทน  ที่นี่มันไกลเดินทางลำบาก”

            ผมไม่อยากเจอหน้าอันนาเลยให้ตายเถอะ  แต่มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้แล้ว  ยังไงก็ต้องทำให้อันนาตายใจก่อนไม่อย่างนั้นอาจเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอีกไม่ว่ากับใครก็ตาม  ผู้หญิงคนนี้คงทำได้ทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่ข้างกายผม  แม้แต่ทำเรื่องสารเลวคิดจะกำจัดคนที่ผมรักให้พ้นทางเธอก็ทำโดยไม่รู้สึกผิดใดๆ  ยังคงคอยดูและผมและยิ้มให้ผมหน้าระรื่น

            รอผมพาอันนามาขอโทษแอมแปร์ได้เมื่อไหร่  หลังจากนั้นจะไม่ใยดีกันอีกเด็ดขาด  ที่จริงแล้วจะตัดขาดกันซะเดี๋ยวนี้เลยก็ยังได้ในเมื่อผมช่วยเธอออกมาจากโกดังบ้านั่นได้จนปลอดภัยแล้ว  แต่ที่ยังยื้อเวลาอยู่เพราะอยากให้อันนาได้มาเห็นสิ่งที่เธอทำกับคนอื่น  ควรรู้ควรเห็นความผิดตัวเองบ้าง  จะได้รู้กันไปว่าต่อให้อันนาทำยังไงมันไม่ได้เปลี่ยนหัวใจของผมได้เลย

            ในเมื่อทำแอมแปร์เจ็บ  ผมก็จะทำให้อันนาเจ็บปวดกว่าร้อยเท่าที่กล้าทำร้ายผู้หญิงของผม


UPLOAD100%

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


ติดตามแฟนเพจนักเขียน

OLIVIA

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #148 0614626364 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 11:52
    ทำให้นางกระอักเลือดไปเลยแค้นนนนน
    #148
    0
  2. #138 Methi0045 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:23
    โอยยย ลุ้น
    สงสารแอมแปร์
    #138
    0
  3. #137 hyome (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 19:43
    โอ้ยยย มันช่างเจ็บปวดเยี่ยงนัก ไรท์สู้ๆ
    #137
    0
  4. #136 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 05:35
    สงสารแอมป์อะ
    #136
    0
  5. #135 aommallka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 22:19
    ในที่สุดก็มาช่วยนองศา..แอมเปย์หายไข้อันนาไม่หรอกแน่
    #135
    0
  6. #134 hyome (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 13:00
    มาต่อเร็วว ลุ้นๆ ชอบมาก สนุกดี ไรท์สู้ๆ
    #134
    0
  7. #133 super_fah (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 13:35
    รอออหน่อยยแอมแปรร์
    #133
    0
  8. #132 0614626364 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 14:01
    ต้องรอดนะแอมไหนจะโรคแถมท้องยังว่างองศามาแล้วรอก่อนน้าาาา
    #132
    0
  9. #130 tiffienaja (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 23:41
    รอนะคะ
    #130
    0
  10. #128 aommallka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:25
    พระเอกมาช่วยแล้ว..ถ้าแอมเปย์รู้ว่าเป็นอันนาสนุกแน่เลย
    #128
    0
  11. #127 Looknam_ss (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 20:39
    สู้ๆนะค่ะ
    #127
    0
  12. #126 Aisss (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 20:23
    ชอบมากกกกค่ะรออยู่นะค้าาาา
    #126
    0