PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 15 : HUNTED : STEP 14 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

CHAPTER 14

            เหตุการณ์ที่ผมคิดว่าเวลาจะเยียวยาให้ทุกอย่างดีขึ้นผมกลับคิดผิด  ตอนนี้มันแย่ลงกว่าเดิม  แย่ตรงไหนรู้ไหม?  เธอพยายามหนีหน้าผมมาตลอดตั้งแต่วันนั้นและผมไม่เคยเจอเธออีกเลยไม่ว่าผมจะมาหาเธอที่คอนโดกี่ครั้ง  จะนั่งเฝ้าหน้าห้องข้ามวันแค่ไหนก็ไม่มีทีท่าที่เธอจะออกมาจนผมคิดว่าเธอคงไม่อยู่ที่ห้อง

            ห้าวันมาแล้วนะที่ทุกอย่างมันยังคงค้างคา...

            “พี่องศาคะ”

            เสียงเล็กของอันนาที่เรียกชื่อผมทำให้ผมสะดุ้งแล้วหันไปมอง  น้องเขาชงเหล้าให้ผมดื่มทั้งที่รู้ว่าผมกำลังเฮิร์ทเรื่องผู้หญิงอีกคนแต่อันนาไม่เคยเอ่ยปากถามให้ผมลำบากใจเลย  หลายวันมานี้อันนาอยู่ที่บ้านของผมตลอดด้วยเหตุผลที่ว่าอยากดูแลผมในยามที่กินเหล้าเมาไม่เป็นผู้เป็นคนแบบนี้

            “ขอบคุณนะที่ไม่เกลียดพี่”

            “ก็อันรักพี่นี่คะ คิดไว้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งมันจะทิ้งพี่และพี่ก็กลับมาหาอัน”

            เหรอ  มันควรเป็นอย่างที่อันนาบอกผมใช่ไหม?  หรือมันถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องหยุดความสัมพันธ์กับเธอ  หรือคำตอบสุดท้ายของเธอคือการหนีหน้าไม่อยากจะเจอผม?  แต่ผมไม่อยากหยุดแค่นี้นี่  เหตุผลที่เธอหนีผมและไม่ต้องการผมมันคืออะไรผมยังไม่รู้เลย

            “ดึกแล้วอันกลับบ้านเถอะ  พี่ดื่มต่ออีกหน่อยก็จะนอนแล้ว”

            “เดี๋ยวส่งพี่นอนก่อนอันค่อยกลับค่ะ”

            “ไม่เป็นไร  ไปเถอะ  พี่อยู่กับอิงฟ้าได้”

            น้องสาวผมก็ห่วงผมไม่แพ้ใคร  ช่วงนี้อิงฟ้าตัวติดกับผมตลอดไม่ว่าผมจะไปเฝ้าแอมแปร์ที่คอนโดอิงฟ้าก็ไปด้วยโดยไม่ปริปากบ่นอะไรออกมา 

            “ใช่ค่ะฟ้าจะดูแลพี่ชายฟ้าเอง  พี่อันนากลับไปก่อนเถอะ”

            “อ่อ  เอางั้นก็ได้  ไว้พรุ่งนี้จะแวะมาหาใหม่นะคะ”

            ผมพยักหน้าตอบเบาๆและมองตามเธอออกไปจนกระทั่งได้ยินเสียงสตาร์ทรถบ่งบอกว่าอันนากำลังจะไปจากที่นี่แล้วผมจึงยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง 

            “พี่จะนอนรึยัง?  จะอาบน้ำไหมถ้าไม่อาบหนูจะได้เช็ดตัวให้”

            “ฟ้า  พี่ควรทำไงต่อไปดี”

            “หนูว่าพี่ถามใจพี่ดีกว่า  ถ้าเป็นหนูนะหนูจะไม่ยอมจบแบบนี้  พวกพี่ทะเลาะอะไรกันหนูไม่รู้หรอกแต่มันทำให้พี่เสียใจขนาดนี้หนูว่าคงเรื่องใหญ่พอตัว อืม...ถ้าสมมุติว่าต้องจบกันจริงๆพี่ควรมีโอกาสได้พูดอะไรมากกว่านี้อ่ะถ้าไม่งั้นมันก็ยังคาใจไม่เลิกไม่ลา”

            “เธอหายไปไหนพี่ยังไม่รู้เลย  โทรไปก็ไม่ติด”

            “พี่เขาดูเป็นคนโลกส่วนตัวสูงนะ  คงรอให้ตัวเองมีสติขึ้นล่ะมั้ง”

            ขอบอกอย่างไม่อายเลยนะว่าผมแอบคิดจะไปขอความช่วยเหลือจากไอ้แฟนเก่านั่นเหมือนกัน  อยากรู้ว่าเธออยู่กับมันไหมผมจะขอคุยกับเธอหน่อย  แต่ด้วยศักศรีดิ์ของผมมันมากพอที่จะไม่ก้มหัวให้มัน  ทำไมผมจะดูไม่ออกว่ามันยังรักเธออยู่แล้วผมจะไปขอความช่วยเหลือจากมันเพื่อให้มันรู้ว่าผมกำลังอ่อนแอได้ยังไง

            “พี่ควรสู้อีกสั้งตั้งใช่ไหม  ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้พี่คงต้องหยุด”

            “อื้ม  อย่างน้อยก็ได้ทำแล้วอ่ะพี่  ผลมันออกมาเป็นยังไงก็ยังดีกว่าพี่ล้มเลิกทุกอย่างตอนนี้แล้วนั่งกอดความพ่ายแพ้เอาไว้  ถ้ามันจะไม่ใช่ก็แค่หยุด  พี่หนูทั้งหล่อทั้งรวยต้องมีผู้หญิงสักคนแหละที่มันเป็นของพี่  อ่อ  หนูไม่ได้เข้าข้างหรือสนับสนุนพี่กับพี่แอมแปร์ขนาดนั้นนะแต่ว่าหนูยังยืนยันคำเดิมว่าพี่อันนาหนูไม่โอเค  ยิ่งช่วงนี้ดีแปลกๆหนูไม่ไว้ใจเลย”

            เรื่องอันนาผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลย  อยากขอบคุณด้วยซ้ำที่น้องเขาไม่เคยทิ้งผมไปไหนแม้ว่าหัวใจผมกำลังเจ็บปวดกับผู้หญิงอีกคนก็ตาม  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจเหลือเกินคือผมไม่สามารถกลับมารักอันนาได้แบบคนรักอีก  การที่ได้รักแอมแปร์มันทำให้ผมเรียนรู้ว่าเรื่องราวของผมกับอันนามันคือความฝืน  ความไม่เป็นตัวเอง  ผมแค่ทำตามใจอย่างที่อันนาอยากให้เป็นแต่ผมไม่เคยได้เป็นตัวของตัวเองเลย

            อยู่กับแอมแปร์น่ะผมมีความสุขมากที่สุดแล้ว...

            ว่าแล้วผมก็กดโทรออกหาเธอเป็นรอบที่พันทว่าคำตอบก็เป็นเหมือนเดิมคือผมติดต่อเธอไม่ได้เลย  เธอจะเสียใจเหมือนผมไหมนะ  จะมีสักเสี้ยวของความรู้สึกของเธอไหมที่รักผมบ้าง  เสียดายผมบ้าง  อยากเจอกันอยากปรับความเข้าใจกันบ้างไหม?

            “เฮ้อ..  พี่อาบน้ำนอนก่อนดีกว่า  เอาแรงไปง้อเมียต่อพรุ่งนี้”

            “เดี๋ยวพี่  พรุ่งนี้พี่อยู่บ้านได้ไหมแล้วเรียกพี่อันนามาอยู่ที่นี่ทีสิ  หนูสงสัยอะไรนิดหน่อย”

            สีหน้าอิงฟ้าดูตึงเครียดทำให้ผมสลัดความเมามายออกไปแล้วเรียกสติมาสนใจน้องสาวตัวเองแทน

            “มีอะไรรึเปล่า?  ก็พรุ่งนี้พี่จะไปหาแอมแปร์ที่คอนโดไง”

            “หนูขอวันนึง  ถ้าพี่ไม่อยู่บ้านพี่อันนาคงไม่มาหรอก  หนูแค่อยากพิสูจน์ใจพี่เขาเฉยๆ เออน่ะ  รอพี่มีสติกว่านี้แล้วหนูจะบอก  แต่พรุ่งนี้ทำตามที่หนูบอกก่อนถือว่าน้องขอนะคะพี่ชาย”

            น้องสาวตัวแสบพูดทิ้งไว้อย่างนั้นก่อนจะเดินขึ้นบ้านไป  ฟังที่อิงฟ้าพูดแล้วแปลกๆแฮะ  ถ้าจะพิสูจน์ใจอันนาว่ารักผมจริงไหมน่ะเหรอผมตอบให้ก็ได้ว่าอันนารักผมจริงๆ  งั้นผมจะอยู่บ้านตามที่อิงฟ้าบอกแต่จะโทรหาแอมแปร์เรื่อยๆถ้าโทรติดเมื่อไหร่ผมจะบึ่งไปหาเธอทันที

            ทำไมเราต้องมีเรื่องบาดหมางกันตอนไร้สถานะแบบนี้ด้วย  มันทำให้ผมง้อลำบากเพราะคำว่าไม่ได้เป็นอะไรกันมันทิ่มแทงใจเหลือเกิน  เธอเอาช่องโหว่ตรงนี้มาทำร้ายผม  ไม่สิ  บางทีอาจทำร้ายตัวเธอเองด้วยในเมื่อเธอเองก็มีใจให้ผมเหมือนกัน  อย่างน้อยเธอก็ร้องไห้เพราะผมแสดงว่าผมมีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอพอสมควร

            แต่ผมก็ไม่ลืมนะว่าเธอน่ะแสดงเก่ง...

END  TALK


LOADING 30 %


AMPARE TALK

            ฉันกำลังจะเป็นบ้าตาย...

            จิตใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  กินข้าวไม่ได้นอนก็ไม่หลับมัวแต่นึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ฉันได้กระทำลงไป  ฉันไม่กล้ากลับไปมองหน้าทั้งองศาทั้งพี่ซีเลย  กับพี่ซีฉันก็ขอโทษเขาที่พาเขามาเป็นเครื่องมือในการกำจัดองศาและทำสิ่งที่ไม่ควรทำ  ตอนนั้นฉันคิดถึงแต่ตัวเอง  คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้องศากลับไป  ทำยังไงให้เขาเกลียดฉันไปเลยแต่เพราะความไม่ยั้งคิดจึงส่งผลให้ฉันเครียดจนถึงตอนนี้  ทั้งเจ็บทั้งอายเลยล่ะฉันถึงบอกกับพี่ซีไปว่าขออยู่คนเดียวแล้วถ้าฉันดีขึ้นจะติดต่อไปเอง  ส่วนองศา...ฉันอยากเจอเขามากเลย  หลายวันมานี้ฉันอยู่กับตัวเองด้วยความเงียบงันมันทำให้ฉันรู้ว่าพอไม่มีเขาอยู่ด้วยแล้วมันเหงาแค่ไหน  แต่ฉันไม่กล้าจะมองหน้าเขาได้ในตอนนี้ฉันเลยหนีออกมาเช่าโรงแรมอยู่เพราะรู้ว่าเขาต้องไปหาฉันที่คอนโดแน่

            จะมีใครเข้าใจความรู้สึกของฉันตอนนี้ไหม  ฉันทำผิด  ฉันอยากขอโทษแต่ฉันไม่กล้าเพราะเรื่องที่ฉันทำมันร้ายแรงเกินกว่าจะพูดคำว่าขอโทษและทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม  ฉันไม่รู้ควรเริ่มแก้ไขจากตรงไหน  องศาจะเกลียดฉันไหมในเมื่อตอนนี้ฉันยังเกลียดตัวเองเลย  เกลียดที่ทำตัวต่ำยอมมีเซ็กส์เพื่อขอให้เขามารัก  เกลียดที่กำลังจะมีอะไรกับแฟนเก่าต่อหน้าเขา  ก็อย่างที่เขาเคยตะคอกถามฉันว่าแค่ทำตามหัวใจตัวเองมันยากมากนักเหรอ?  ใช่  สำหรับฉันมันยากมากนะ

            ฉันเคยอยู่เหนือผู้ชาย  ปั่นหัวผู้ชายเล่นอย่างสนุกสนานจนกระทั่งมีเขาเข้ามาในชีวิตทำให้ฉันลดทิฐิว่าผู้ชายมันไม่ได้เลวทุกคน  หัวใจดันเปิดประตูให้เขาเข้ามาได้ตอนไหนก็ไม่รู้  ฉันมีความสุขกับเขาจนลืมไปว่าความสุขที่ฉันได้มันมานั้นควรเป็นของผู้หญิงอีกคน  ความสุขพวกนี้ฉันแย่งเขามา  พรากเขามาจากอกแฟนเขา  เลวชะมัด  แล้วพอจะปล่อยเขาไปกลับใจแข็งไม่พออีก

            หัวใจของฉันว้าวุ่นไปหมดเมื่อคิดไตร่ตรองว่าควรคืนเขาให้อันนาเหรอ  ผู้หญิงอย่างนั้นน่ะเหรอที่องศาจะลงเอยด้วย  ฉันไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นแต่มันไม่ใช่เรื่องของฉันไง  อีกอย่างตัวฉันไม่ได้ดีเลยเมื่อวัดจากการกระทำต่างๆที่ผ่านมา  ไม่มีหน้าไปบอกองศาหรอกว่าอันนาไม่ดียังไงในเมื่อตัวเองก็เลวพอกันแถมยังแย่งเขามา

            พอนึกแค่ว่าองศากลับไปรักกับอันนาเท่ากับฉันพ่ายแพ้ให้ยัยเด็กนั่นก็ทนไม่ได้  ฉันมันบ้า  ยึดติดกับการแพ้ชนะจนผลลัพธ์ที่ออกมาแย่ขนาดนี้ในหัวยังไม่หยุดคิดที่จะเอาชนะอีก

            แม้ว่าฉันจะหนีหน้าเขาแล้วมาเช่าโรงแรมอยู่  แต่ฉันขับรถผ่านหน้าบ้านเขาทุกวันเลยนะ...

            ฉันไม่กล้าเข้าไปหรอกได้แต่ขับผ่านและมองประตูบ้านของเขาเท่านั้นแล้วก็ขับกลับ  ปอดแหกยิ่งกว่าแหกซะอีก  แอมแปร์คนจริงมันไหนไปไหนแล้วล่ะช่วยตามกลับมาให้ฉันที  ตอนนี้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเองเลย  อยากทำตามหัวใจตัวเองอย่างที่เขาบอกบ้างก็ไม่กล้า  ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าฉันเลือกที่จะหยุดความสัมพันธ์กับเขาแล้วฉันจะเสียใจไปอีกนานแค่ไหน  จะมีผู้ชายคนไหนรับตัวตนของฉันได้เท่าเขาอีกไหม  แล้วถ้าฉันเลือกเดินหน้าต่อ  ฉันควรทำยังไงดีเพื่อสมานแผลที่มันเพิ่งเกิดขึ้น 

            ไม่รู้เมื่อไหร่ตัวเองจะกล้าพอที่จะเผชิญหน้าและทำตามหัวใจ ยิ่งนานวันไปทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงไปอีกหากฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง  หรือไม่องศาอาจถอดใจจากฉันไปแล้วก็ได้ 

โครม!!

            ขณะที่ฉันขับรถเหม่อลอยนึกถึงเรื่องต่างๆอยู่นั้นก็รับรู้ถึงแรงกระแทกจากท้ายรถ มันรุนแรงจนแอร์แบ็คทำงาน  ฉันว่าฉันก็ขับปกตินะแล้วรถคันหลังนั่นขับยังไงให้มาชนฉันได้  รถที่ฉันขับนี่ก็ไม่ใช่รถฉันแต่เป็นรถของอู่ซ่อมซึ่งฉันเช่ามาขับเพื่อรอรถของตัวเองซ่อมเสร็จหลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชนกันในวันนั้น  เอาล่ะ  ชีวิตฉันนี่จะซวยซ้ำซ้อนไปถึงไหนกัน

            “อ่า  เจ็บชะมัด”

            อาการเจ็บร้าวที่หลังและหน้าอกที่กระแทกเข้ากับแอร์แบ็คทำให้ฉันอดครวญครางออกมาไม่ได้  สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเมื่อมีคนลงจากรถคันข้างหลังมาหาฉันสองคนและโวยวายอยู่ด้านนอก  เป็นผู้ชายทั้งสองคนเลยฉันจะไปสู้อะไรได้นอกจากจะงัดเสน่ห์แพรวพราวของตัวเองออกมาบริหารแต่ว่าอารมณ์ตอนนี้มันยังไม่ได้  ฉันกวาดสายตามองไปรอบทิศอย่างต้องการความช่วยเหลือแต่ตรงนี้มันเป็นทางลัดไปโรงแรมที่ฉันพักและมันค่อนข้างเปลี่ยวจึงไม่มีใครที่จะช่วยเหลือฉันได้เลย


LOADING 50 %


ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก

            เสียงเคาะกระจกดังระงมหลายครั้งมันช่างสร้างความกดดันให้ฉันไม่น้อย  แต่ถ้าไม่ลงไปเผชิญหน้าก็คงไม่หยุดเคาะสินะ  อีกอย่าง  ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าฉันขับตรงเลนส์ถนนไม่ได้ขับควบเลนส์อะไรเลย  ที่มาโวยวายแบบนี้พวกเขาผิดเองรึเปล่าเถอะ

            ฉันพู่ลมจนแก้มป่อง  ถอนหายใจเพื่อเรียกความมั่นใจและดึงเสื้อลงมาให้เห็นเนินอกเล็กน้อย ฉันสู้กับผู้ชายด้วยกำลังไม่ได้ดังนั้นจึงต้องสู้ด้วยสรีระเพราะอย่างน้อยมันก็น่าจะเบนความสนใจของพวกเขาได้  เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเปิดประตูและเก้าขาลงจากรถทันที

            “เอ่อ  ใจเย็นๆก่อนนะคะ”

            “ขับรถยังไงของคุณเนี่ย  จะเลี้ยวก็ไม่เปิดไฟเลี้ยว!

            ชายคนหนึ่งขึ้นเสียงใส่ฉันทว่ามันสร้างความงงให้ฉันมากในเมื่อทางนี้เป็นทางตรง  ไม่มีเลี้ยวไปไหนแล้วฉันจะเปิดไฟเลี้ยวทำไม  ฉันไม่ได้เปิด!

            “ฉันไม่ได้จะเลี้ยวนี่  คุณรึเปล่าที่ผิด  ขับรถชนคนอื่นแล้วมาโทษกันแบบนี้เลย?”

            “ช่างแม่ง  จัดการเลยเถอะ!!

            อารมณ์ฉันเริ่มคุกรุ่นเช่นกันทว่าไม่ทันได้ต่อปากต่อคำอะไรต่อชายอีกคนก็เข้ามาล็อคตัวฉันก่อนที่ใบหน้าจะสัมผัสถึงผ้าผืนหนึ่งที่มีกลิ่นค่อนข้างฉุนอับ

            “อื้อออออออออออ  ปล่อยฉ้านนน”

            ฉันมีสติพอที่จะรับรู้ได้ถึงความไม่ปลอดภัย  เรี่ยวแรงที่ฉันมีตอนนี้รั้งตัวเองและดิ้นสุดความสามารถเพื่อหวังจะหลุดจากพันธนาการของผู้ชายสองคนนี้  แต่ยิ่งฉันดิ้นฉันก็ยิ่งเหนื่อย  พอยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งหายใจสูดดมอากาศเข้าไป  ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนหายไปทีละนิดพร้อมกับประสาทการได้ยินที่แผ่วลง

กึก

            เรี่ยวแรงที่เคยมีทลายหายไปพร้อมกับภาพที่ตัดดำมืดไปอย่างไร้สติ  นี่ฉันโดนโปะยาสลบสินะ  แล้วพวกเขาจะทำอะไรกับฉัน  จะพาฉันไปข่มขืนเหรอ?  นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันนึกคิดได้ก่อนจะไม่รับรู้เรื่องราวใดๆอีกเลย

 

หลายชั่วโมงผ่านไป

ตึก  ตึก  ตึก  ตึก

            ใบหูแนบกับพื้นปูนเย็นเฉียบสะท้อนเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังถอยห่างออกไป  มันได้ยินชัดจนฉันรู้สึกตัวตื่น

            “ช่วยด้วยค่ะ”

            ฉันตะโกนพลางหยัดตัวขึ้นนั่งสำรวจร่างกายตัวเองว่าเสื้อผ้ายังอยู่ครบไหม ฉันโดนข่มขืนอย่างที่คิดไว้รึเปล่าทว่าทุกอย่างอยู่ครบเหมือนเดิม  ไม่มีใครทำอะไรกับร่างกายฉันยกเว้นเสียแต่พาฉันมาที่ห้องนี้ทำไม  ห้องที่กว้างใหญ่แต่เต็มไปด้วยเศษไม้และกองไม้สูงลิ่ว  กลิ่นเหม็นอับจากไม้ที่ฉันไม่คุ้นชินทำให้แสบจมูก  สายตาสำรวจภายในห้องว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากตัวฉันหรือไม่

            สองขารีบพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนและตรงดิ่งไปที่ประตูบานใหญ่ทันที

แกร๊ก 

            ล็อค  มันถูกล็อคจาก้านนอก

ปัง  ปัง  ปัง

            “มีใครอยู่ข้างนอกไหมช่วยฉันด้วย!!!!

            สิ่งที่ฉันได้รับกลับมาคือความว่างเปล่า  ไม่มีใครตอบรับคำขอร้องของฉันเลย  ความหวังเริ่มริบหรี่มากขึ้นเมื่อฉันตะโกนสลับเคาะประตูจนตัวเองแทบหมดแรงก็ยังคงไม่มีใครมาช่วย  ฉันเดินรอบห้องนี้เพื่อหาทางออกอื่นแต่ก็ไม่มีเลย  มีแต่รูระบายอากาศเล็กๆที่พอจะเป็นช่องทางให้แสงจากภายนอกสาดเข้ามาบ้างเพราะสวิทซ์ไฟที่มีดันเปิดไม่ติด  แล้วแบบนี้กลางคืนฉันจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีไฟส่องสว่าง  ฉันไม่ชอบความมืด

            ใครมันเล่นบ้าอะไรกับฉันเนี่ย  จับฉันมาขังไว้ทำไม!!

            ความสงสัยว่าที่นี่ที่ไหนทำให้ฉันต้องขนไม้มาวางหลายชั้นเพื่อปีนขึ้นไปส่องตรงรูระบายอากาศว่าภายนอกเป็นยังไงเผื่อจะมีลู่ทางให้ฉันหลบหนีได้บ้าง ในเมื่อฉันไม่มีโทรศัพท์ติดตัวมาการจะออกจากที่นี่ได้คงต้องพึ่งตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น

            ด้านนอกเป็นลานปูนกว้างและพื้นดูรกร้าง  ฉันเห็นแค่นั้นจริงๆเพราะรูระบายมันไม่ได้กว้าง  พยายามจะทะแยงมองแล้วนะแต่มันไม่เห็นอะไรนอกจากลานปูนเลยแต่มันเป็นลานปูนกว้างมาก  งั้นแสดงว่าที่นี่ต้องเป็นสิ่งก่อสร้างสำหรับอะไรสักอย่าง  โรงงาน  โกดัง 

โครม!!

            “โอ้ยย!!

            ไม้ที่ฉันวางซ้อนกันมันเลื่อนและพังลงมาทำให้ตัวฉันตกลงมาอย่างรุนแรงขณะที่ยังคงสอดส่องสำรวจภายนอกนั่นจากรูเล็กๆนี่อยู่  อ่า  เจ็บข้อเท้าชะมัด  การตกลงมาแบบไม่ตั้งตัวอาจทำให้ข้อเท้ากระแทกพื้นผิดรูปมันถึงได้ปวดขนาดนี้ 

            จิ๊  ข้อเท้าแพลงแน่ๆเลย  นี่ฉันกำลังจะตายอยู่ที่นี่ใช่ไหม?

            แค่คิดฉันก็เหนื่อยแล้ว ปัญหาชีวิตฉันทำไมมันถึงได้เยอะมากมายขนาดนี้  เรื่องหนึ่งยังไม่ทันจบก็มีอีกเรื่องหนึ่งต่อคิวเข้ามาเลย  ดวงปีนี้ฉันคงตกต่ำขั้นสุดล่ะมั้งถึงได้เป็นอย่างที่เห็น  น้ำตาไหลรินออกมาอีกครั้งด้วยความเหนื่อยหน่ายกับชีวิตตัวเอง  ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นทำไมตัวฉันถึงต้องมานั่งโง่ๆอยู่ที่นี่  ถ้านึกถึงศัตรูของฉันนี่นับไม่ถ้วนเลยแฮะ ทั้งบรรดาแฟนสาวของหนุ่มในสต็อคฉัน  ยัยฝ้าย  ยัยอันนา  อืม..หรือคู่แข่งทางการค้ากันล่ะเพราะฉันเพิ่งเปิดตัวน้ำหอมไป

            น้ำตาไม่ยอมหยุดไหลเมื่อนึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง  ฉันถามตัวเองกับคำถามเดิมๆว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้และฉันไปทำอะไรไว้นักหนา  การจับฉันมาขังแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่


LOADING 80%


พระอาทิตย์ตกดินเมื่อเวลาคล้อยค่ำทำให้บรรยากาศในห้องนี้มืดลงจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย  แสงจันทร์ริบหรี่เท่านั้นที่ลอดผ่านรูระบายอากาศนั้นเข้ามา  ความเหนื่อยล้า  ความเครียดสะสม  ความหิว  อาการเหล่านี้ช่างบั่นทอนแรงกายของฉันได้ดีจริงๆ  แผ่นหลังเอนนอนสัมผัสเข้ากับพื้นปูนเย็นชืดสร้างความหนาวเหน็บให้ผิวกาย ไม่รู้ว่าความชื้นจากไม้มันคลายตัวหรืออะไรอากาศในห้องถึงได้เย็นขนาดนี้

            ไม่มีแม้แต่หมอนและผ้าห่มให้หนุนนอนและห่มกาย...

            ไม่มีแม้แต่น้ำหรืออาหารให้บรรเทาความหิวโหย...

            นอกจากต้องอดทนแล้วฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลย  สองแขนยกขึ้นกอดตัวเองแทนผ้าห่มผืนหนาที่เคยห่มอยู่ทุกวัน  ข้อเท้าที่แพลงก็ขยับไม่ได้มากเพราะไม่ได้ทำการรักษาที่ดีจึงบวมช้ำทำให้เจ็บแปรบเป็นระยะ 

            “แค่กๆๆ”

            ฝุ่นบนพื้นเมื่อสูดดมเข้าไปแล้วอาการไอจะเกิดขึ้นทันทีเพราะฉันเป็นภูมิแพ้  จึงต้องลุกขึ้นนั่งพิงพยังที่เย็นไม่ต่างกันและกอดเข่าก้มหน้าลงเพื่องีบหลับ  ฉันเหมือนคนโง่ที่นั่งกอดตัวเองแล้วเอาแต่คิดในใจว่าฉันไม่เป็นไร  ฉันเก่ง  ฉันต้องผ่านไปได้ทั้งที่น้ำตายังไม่หยุดไหล  ระบบการหายใจเริ่มผิดปกติเพราะฉันแพ้ฝุ่น  อาการคันที่ตาก็เกิดขึ้นตามมาหลังจากต้องคลุกคลีอยู่ในห้องอับนี้นานๆ 

            ปกติฉันกินยาแก้แพ้ดักไปแล้วล่ะไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้หรอก...

จ๊อกกก  จ๊อกกกก

            เสียงท้องร้องทำลายความเงียบครั้งแล้วครั้งเล่า  ใช่  ฉันหิว  หิวมาก  กินอะไรไม่ลงมาหลายวันแล้วและไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอเรื่องเลวร้ายจนเอาตัวเองไม่รอด  ใครก็ได้ช่วยฉันทีเถอะ พาฉันออกไปที  ฉันกลัวที่นี่  ไม่ชอบบรรยากาศห้องนี้  นึกไม่ออกจริงๆว่าใครจะมาช่วยฉันในเมื่อฉันเพิ่งเดินหนีทุกคนในชีวิตออกมา

            ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่กับเสื้อยืด  กางเกงขาสั้นในห้องปูนเย็นยะเยือกแบบนี้ไปอีกกี่วันกันล่ะ  พรุ่งนี้จะมีคนเข้ามาที่นี่ไหม  จะมีใครเอาข้าวเอาน้ำมาให้ฉันไหม  ตอนนี้ฉันทั้งอยากรอดและอยากตายในเวลาเดียวกันเลยแฮะ  ถ้าตายก็ดีนะจะได้หลุดพ้นจากทุกอย่างสักที

            น่าแปลก  รอยยิ้มที่มันไม่ควรเกิดขึ้นกลับประดับบนใบหน้าเมื่อนึกว่าตัวเองจะตายไปจากโลกนี้จริงๆ ชีวิตฉันมันเหนื่อยถึงขนาดยิ้มรับความตายแล้วใช่ไหม?

            เปลือกตาปิดลงด้วยความเหนื่อยอ่อน  วันนี้คงต้องยอมหลับไปในที่แบบนี้ด้วยความจำใจ  แล้วมาลุ้นกันว่าวันพรุ่งนี้ฉันจะตื่นมาแบบมีลมหายใจอยู่ไหม  หรือฉันจะมีลมหายใจต่อไปได้อีกกี่วันทั้งที่ร่างกายย่ำแย่แบบนี้  สภาพจิตใจที่แย่อยู่แล้วกลับแย่ลงไปอีกหลายเท่าตัว

           

สามวันต่อมา...

 

            ความทรมาน  ความสิ้นหวังคือคำตอบว่าฉันคงไม่รอดจากที่นี่  ฉันนอนลืมตาด้วยลมหายใจแผ่วมานานถึงสามวันที่ไม่มีแม้แต่น้ำหรืออาหารตกถึงท้อง  เรียวแรงไม่มีแม้แต่จะพยุงตัวเองให้ยืนและปีนกองไม้เหล่านั้นขึ้นไปส่องดูภายนอกจากรูเล็กนั่น  แต่ที่รู้ๆไม่มีใครมาที่นี่  ฉันเอาหูแนบพื้นตลอดหากมีสิ่งมีชีวิตอื่นก็ต้องได้ยินการสั่นไหวที่พื้นบ้างแล้ว 

            วิวเดียวที่ฉันมองเห็นได้คือเพดานห้องที่มีแต่หยักไย่  มันไม่เจริญตาสักเท่าไหร่หรอกเมื่อต้องจ้องมองข้ามวันแบบนี้

อึก

            กลืนน้ำลายที่แห้งเหือดลงคอด้วยความเจ็บ  ใช่  ฉันไม่สบาย  กลางคืนนอนจับไข้สั่นเป็นเจ้าเข้าแต่ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทน  อยากนอนซุกผ้าอุ่นๆสักผืนก็ไม่มี  ข้อเท้าที่แพลงก็ดูท่าจะบวมขึ้นทุกวัน  ใครกันนะที่คิดจะลงโทษฉันด้วยการทำแบบนี้

            พอเถอะนะ  ฉันไม่ไหวแล้ว...

END  TALK


UPLOAD100%

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจนะคะ


ติดตามเพจนักเขียน

OLIVIA

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #173 ChareeBungwai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 23:50
    ใครช่างทำร้ายแอมแปร์ สงสารนาง
    #173
    0
  2. #131 0614626364 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 13:54
    หน้าสงสารอะไรอย่างนี้ชีวิตนี้จะมีความสุขจริงๆแบบคนอื่นบางไหมน้อแอมแปร์T^T
    #131
    0
  3. #125 0614626364 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:49
    ถ้าให้เดาต้องเป็นศัตรูคนล่าสุดแน่ๆ
    #125
    0
  4. #124 aommallka (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:13
    สู้ๆ..แอมเปย์..เดี๋ยวองศาก็มาช่วย
    #124
    0
  5. #123 0614626364 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 15:07
    อย่าลงรถนะแอมแปร์(รึว่าลงมาแล้ว)ถ้าเกิดมันเป็นแผนของใครสักคนที่เกลียดมันแย่แน่ๆ
    #123
    0
  6. #121 Aisss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 06:11
    สงสารองศาอ่ะแอป์ลูกเห็นใจองศาเถอะ
    #121
    0
  7. #120 Looknam_ss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 21:16
    น่าสงสารอะไรเยี่ยงนี้
    #120
    0
  8. #119 ying5926 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 21:14
    นางไม่ได้แสดงองศา นางร้องจากใจ
    หื้อออ เขาควรได้กันค่ะแม่
    #119
    0