PERFECT [H+] HUNTED ล่ารักร้อน ซ่อนรักร้าย

ตอนที่ 11 : HUNTED : STEP 10 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 ต.ค. 60

CHAPTER 10

ONGZA  TALK

                “อย่าไปนะองศา”

            เพราะประโยคนี้ประโยคเดียวของแอมแปร์ทำให้ผมหยุดชะงักและยอมอยู่กับเธอต่ออีกทั้งคืน...

            เวลาเกือบเดือนที่เราศึกษากันเป็นจริงเป็นจังมันเป็นช่วงเวลาที่ผมโคตรมีความสุข  เธอทำเหมือนว่าต้องการผมมากขึ้นและผมก็ชอบซะด้วย  แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอคว้ามือผมแล้วบอกกับผมว่าอย่าไป  ผมก็แค่จะไปหาอันนาเหมือนทุกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้มันต่างออกไปตรงการกระทำของเธอ

            ผมพยายามหักดิบความสัมพันธ์ของผมกับอันนาโดยหนึ่งอาทิตย์ผมจะเจอกับน้องเขาแค่หนึ่งครั้ง  อาทิตย์ละครั้งแบบนี้ไปสักพักจนน้องเขาใช้เวลาหกวันต่อหนึ่งอาทิตย์ที่ไม่มีผมได้เมื่อไหร่ผมก็จะหยุด  ผมจะคืนวันที่เจ็ดให้อันนาทันที  วันที่อันนาเข้มแข็งขึ้นมันจะเป็นวันที่ผมเดินจากมาอย่างหมดห่วง

            “องศา  พรุ่งนี้นายรอดูเซอร์ไพรส์จากฉันได้เลย”

            แอมแปร์เดินกลับมาหาผมหลังจากที่หายไปคุยโทรศัพท์ตั้งนานสองนาน  ว่าแต่เซอร์ไพรส์ของเธอนี่มันอะไรกันนะ  ความคิดของเธอผมคาดเดาไม่เคยจะถูก

            “จะยอมเป็นเมียฉันแล้วเหรอ?”

            “บ้า  ไว้พรุ่งนี้นายก็จะเห็น”

Rrrrrrr

            อิงฟ้า...

            “ว่าไงคะหนู”

            [พี่จะกลับมานอนบ้านไหม?]

            “คืนนี้คงไม่ได้กลับ  มีอะไรหรือเปล่า?”

            [พี่อันนามานั่งรอพี่ที่บ้านเนี่ย  หนูไม่อยากอยู่  พี่อยู่ไหนพาหนูไปด้วยสิ]

            “พี่อยู่คอนโดแอมแปร์  เดี๋ยวพี่ถามเธอก่อน”

            เธอเอียงคอรอฟังผมอยู่ก่อนแล้วเหมือนจับใจความที่ผมคุยโทรศัพท์ได้...

            “มีอะไรเหรอ?”

            “อันนามาที่บ้าน  อิงฟ้าไม่อยากอยู่ด้วยเลยจะออกมาข้างนอก  ถ้ามาที่นี่เธอจะว่าไง”

            “มาสิ  มาได้เลย  แฟนนายนี่ไปที่ไหนมีแต่คนหนี  นั่นคนหรือผีกันแน่”

            ผมบอกให้อิงฟ้านั่งแท็กซี่ออกมาที่นี่เพราะถ้าผมเข้าไปรับผมก็คงไม่ได้กลับมา  คงจะต้องอยู่กับอันนาทั้งคืนอย่างเลี่ยงไม่ได้  แอบรู้สึกแย่อยู่เหมือนกันที่เรื่องของผมทำให้น้องสาวตัวเองไม่สบายใจและเดือดร้อนแบบนี้   แต่มันกำลังจะจบแล้วล่ะ  อีกไม่นานหรอก

            “ฉันทำให้เธออึดอัดใจรึเปล่า  งั้นฉันไปเปิดโรงแรมนอนกับอิงฟ้าก็ได้นะไม่อยากรบกวน”

            “นี่  ฉันกับนายเรายังต้องเกรงใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ  นั่นน้องสาวนายฉันต้องต้อนรับอยู่แล้ว  นายอย่าคิดมากน่า  แล้วคืนนี้นายนอนโซฟานะฉันจะนอนกับอิงฟ้า”

            ที่จริงห้องเธอแยกออกเป็นสามห้องนอนนะ  แต่อีกสองห้องกลายเป็นห้องเก็บของไปแล้วการที่ให้ผมมานอนโซฟาผมก็ไม่ได้ติดอะไร

            “ได้หมดแหละ  ให้ฉันกลับไปนอนกับอันนาก็ได้นะ”

            “ลองดูสิ”

            น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเธอคล้ายจะเป็นคำขู่มากลายๆว่าห้ามไป  เพียงแต่ไม่พูดให้ตรงกับใจเท่านั้นเอง

            “เนี่ย  เธออ่ะชอบฉัน  หึงฉันหลายครั้งแล้วรู้ตัวไว้ซะด้วย”

            “ก็บอกอยู่ว่ารอนายโสด”

            ผ่านไปได้สักพักใหญ่ผมจึงลงรอรับอิงฟ้าที่ล็อบบี้ชั้นล่างของคอนโด  น้องสาวของผมเดินหน้ามุ่ยลงมาจากแท็กซี่ทำให้ผมรู้เลยว่าอันนาต้องทำอะไรขัดใจอิงฟ้ามาแน่นอน 

            “ไง  หน้าบูดเป็นตูดลิงเลยนะ”

            “หนูเบื่อพี่เขา  มาถึงก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้  ให้กลับก็ไม่ยอมบอกจะรออยู่นั่นแหละ”

            “ถ้าพี่ไม่ตามใจเขาเดี๋ยวก็คงยอมถอยไปเอง  ขึ้นห้องกันเถอะ  วันนี้นอนกับแอมแปร์ได้ไหมหรือจะให้พี่เช่าห้องให้นอน?”

            “หนูนอนได้  เราเริ่มสนิทกันตั้งแต่วันที่พี่เขาถกนมให้หนูดูแล้ว”

            นม...  นมแอมแปร์เหรอ...  แม่โว้ยยยย  กูยังไม่เคยเห็นเลย!!!

            ก็เคยสัมผัสแต่ในร่มผ้าไม่เคยมีบุญได้เห็นจริงๆสักที  ถ้าจะเห็นเรือนร่างเปล่าเปลือยของเธอผมได้เห็นมันแค่ในจินตนาการของผมตอนที่ผมสำเร็จความใคร่แล้วนึกถึงเธอก็เท่านั้น

            “นมเป็นไงอ่ะ  สวยป่ะ”

            “อืมมมมม นมตั้งสวยดีนะพี่  หนูไม่ได้เห็นหมดแบบนั้นพี่เขามีบลาปิดจุกไว้อีกที”

            ช่วยด้วย  แค่ผมคิดแค่นี้อะไรๆมันก็ตื่นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้ว  เธอจะไวต่อสัมผัสของผมแม้แต่ในความคิดแบบนี้ไม่ได้นะ

            เราจะนอนจับมือกันใสๆอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้  ผมไม่ชอบอะไรใสๆหรอก  ผมชอบอะไรที่มันขุ่นๆคาวๆหน่อย

            จะว่าไปแล้วอิงฟ้าไม่อะไรกับแอมแปร์ก็ดีเหมือนกันแฮะ  เอาจริงๆทีแรกผมคิดว่าสองคนนี้จะไม่ถูกกันด้วยซ้ำ  น้องสาวผมเป็นคนตรง  เธอก็เป็นคนตรง  กลัวจะพูดอะไรใส่กันแรงๆแล้วพาลไม่ชอบขี้หน้ากันขึ้นมา

แกร๊ก

            “นี่กินข้าวมารึยัง  ก่อนออกมาพี่ทำกับข้าวไว้ให้ในหม้อเห็นไหม?”

            ผมถามอิงฟ้าขณะที่เปิดประตูเข้าห้องของเธอไป...

            “กินได้นิดนึงพี่อันนาก็มา  หนูทั้งเหนื่อยทั้งหิวทั้งโมโห  วันนี้ที่ร้านลูกค้าเยอะมากเลย”

            “เดี๋ยวพี่หาอะไรให้กิน”

            “เอ่อ  พี่แอมแปร์สวัสดีค่ะ”

            “สวัสดีค่ะลูก  หนีผีมาเหรอจ๊ะ”

            “ฮ่าๆๆๆ  พี่องศาบอกเหรอคะ”

            อืม  เอาเข้าไป  ผมปล่อยให้สาวๆนั่งคุยกันตรงนั้นส่วนผมก็เข้าครัวมาทำอาหารให้อิงฟ้าโดยที่แบ่งประสาทหูให้รับฟังพวกเธอพูดคุยกันด้วย  น่าแปลกที่ท็อปปิคของประโยคเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องอันนาทันที  นิสัยของน้องสาวและว่าที่เมียผมไม่ใช่คนขี้เม้ามอยชาวบ้านฉะนั้นเรื่องของอันนาจึงไม่อยู่ในสารระบบของพวกเธอเลยแม้แต่น้อย  กลายเป็นผมนี่สิที่คิดว่าทำแบบนี้มันดีแล้วเหรอ  ผมทำถูกแล้วใช่ไหมที่ทิ้งน้องเขาไว้แบบนั้น

            ไม่ได้รักแล้วก็จริงแต่อดห่วงไม่ได้  เรื่องทั้งหมดคนที่เลวคือผมเอง  ผมนอกใจอันนามาหาเธอเอง

            ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วและเรียบง่ายเป็นไปตามข้อตกลงการนอนที่เธอต้องการ  หลังจากสาวๆหลับกันสนิทผมจึงเอนตัวนอนลงบนโซฟาตัวยาว  นอนคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาทั้งวันจนมาถึงเรื่องหนึ่งที่ผมนึกถึงแล้วอดยิ้มไม่ได้

            “น้องสาวนายนี่ฉันขอได้ไหม”

            แอมแปร์บอกผมแบบนั้นด้วยเหตุผลที่ว่าเธออยากมีน้องสาวมานานแล้ว  และอิงฟ้าน่ารัก  มีนิสัยพูดตรงไม่ต่างจากเธอทำให้คลิกกันง่ายล่ะมั้ง  ผมดีใจนะที่เธอรักน้องสาวผม  ที่จริงไม่ต้องมาขอเป็นน้องสาวอะไรหรอกอีกหน่อยเธอก็จะเป็นพี่สะใภ้อยู่ดี  ตำแหน่งเมียหลวงขององศาไม่ได้มีง่ายๆนะครับบอกไว้เลย


LOADING 30 %


ผมกลายเป็นคนมีความสุขกับผู้หญิงคนนี้โดยที่ละทิ้งเรื่องเซ็กส์ไปเลย  มีการกอดจูบลูบไล้บ้างแต่ยังไม่เคยถึงจุดของการสอดใส่สักที  แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่าขาดอะไรไปประหนึ่งว่าผมมีแค่เธอก็พอ  เธอที่เติมเต็มหัวใจผมได้ทุกอย่าง

วันรุ่งขึ้น

            แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านผ้าม่านมากระทบตาทำให้ผมต้องลืมตาตื่นมากับเช้าวันใหม่  กวาดสายตามองไปรอบห้องปรากฎว่าสาวๆยังไม่ตื่นกันเลย

            แปดโมงห้าสิบแล้วเหรอ  วันนี้อิงฟ้าจะเข้าร้านไหมเนี่ย

            ผมเดินเข้าไปในห้องนอนแอมแปร์หวังจะปลุกอิงฟ้ามาถามเรื่องเข้าร้าน  แต่สิ่งที่ผมเห็นคือท่านอนของน้องสาวผม  เป็นการนอนดิ้นในท่าแอดวานซ์โดยท่านอนกลับหัวกลับหางจากปกติ  ปลายเท้าพาดอยู่ที่หน้าอกของแอมแปร์ข้างหนึ่ง  เห็นแล้วขอถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อยดีกว่า

แชะ

            เอ้าเชี่ย  ลืมปิดเสียง

            “ทำอะไรของนาย  อย่าเสียงดังเดี๋ยวฟ้าตื่น”

            เดี๋ยวนะ  หูผมฝาดไปรึเปล่า  เธอห่วงว่าน้องสาวผมจะตื่นขนาดที่มองข้ามปลายเท้าที่พาดร่างกายตัวเองอยู่เลยเหรอ!  ทีกับผมนะนอนจับนมได้ไม่ถึงสองชั่วโมงก็หงุดหงิดแล้ว  ความยุติธรรมอยู่ไหนกัน

            “อิงฟ้า  ตื่นก่อน  วันนี้จะเข้าร้านไหม?”

            เรียกอยู่หลายครั้งกว่าอิงฟ้าจะลืมตาตื่นมาคุยกับผมได้

            “หนูนัดกับยัยส้มซื้อของเข้าร้านตอนเช้า”

            “งั้นรีบไปเลย  จะเก้าโมงแล้ว”

            “ห้ะ!!  หนูตั้งปลุกไว้ตอนเช้าแล้วนี่  ทำไมไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาเลย”

            “อ๋อ  พี่ปิดเองแหละเห็นดังหลายครั้งแล้วเราไม่ตื่นสักที”  แอมแปร์บอกว่าแบบนั้น

            “ตายๆๆ  ยัยส้มรอนานแล้วเนี่ย  พี่ไปส่งหนูที่ร้านหน่อย  ไปแบบนี้แหละค่อยแวะซื้อน้ำยาบ้วนปากที่เซเว่นเอา”

            น้องรีบผมก็รีบไปด้วย  ช่างเป็นเช้าที่ชุลมุนเมื่ออิงฟ้าดีดตัวลุกขึ้นกลายเป็นดันฝ่าเท้าของตัวเองไปโดนคางแอมแปร์ซะงั้น  ยัยตัวแสบขอโทษขอโพยว่าที่พี่สะใภ้ยกใหญ่กับการนอนดิ้นระดับแอดวานซ์ที่เกิดขึ้น  ตัวผมรีบพาน้องออกมาจนไม่ทันร่ำลาอะไรเธอสักคำ  ไม่ได้หอมแก้มก่อนกลับเลยแฮะ

            รถทะยานสู่ท้องถนนมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟตามคำบัญชาของน้องสาวทันที  อิงฟ้าบอกให้ผมไปส่งที่ร้านก็พอเดี๋ยวออกไปซื้อของเข้าร้านกับส้มเอง  ส่วนผมให้กลับมาเอาเสื้อผ้ามาให้ที่ร้านหน่อยตอนจัดร้านเสร็จอิงฟ้าจะอาบน้ำที่ร้านเลย  ซึ่งผมก็ตกลงตามนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว

            “อิงฟ้า  หลังรถเหมือนมีกระเป๋าเสื้อผ้าที่เราทิ้งไว้ตอนไปแคมป์ที่มหาลัยคราวก่อนป่ะ”

            เพิ่งนึกได้ขณะที่อิงฟ้าก้าวเท้าลงจากรถ...

            “เออจริงด้วย  งั้นหนูเอาเสื้อผ้าจากกระเป๋านี้แหละพี่ไม่ต้องเอามาให้หนูแล้ว”

            สิ้นเสียงปิดประตูท้ายรถผมจึงขับรถกลับมาที่บ้านกะจะนอนต่อสักหน่อย  บ่ายๆจะไปไหนค่อยว่ากันอีกที

            พูดถึงการปิดประตูท้ายรถผมอดนึกถึงเรื่องฝ้ายไม่ได้  ที่เราเจอกล่องเครื่องสำอางของแอมแปร์อยู่ในลังใหญ่หลังรถของเธอ  เราสืบจนไปถึงต้นตอแล้วด้วยซ้ำว่าฝ้ายทำเครื่องสำอางค์เรียนแบบต้นฉบับที่แอมแปร์ทำโดยลดคุณภาพของสินค้าลง  ผมว่าเธอน่ะตั้งใจทำให้เป็นอย่างนั้น  ทำให้คนเข้าใจว่าของแอมแปร์ไร้คุณภาพทั้งที่มันไม่ใช่  ประเด็นคือเธอมีสินค้าเป็นโกดังเลยและส่งออกไปตามร้านค้าต่างๆซึ่งเรื่องมันเลวร้ายขนาดนี้แอมแปร์กลับไม่ยอมจัดการอะไรกับฝ้ายเลย  เธอบอกผมว่าเธอไม่อยากยุ่งเกี่ยว  ไม่อยากเจอหน้ากับน้องสาวพ่อเดียวกันของเธออีก  แต่วิธีที่เธอเลือกทำคือวิธีของคนมีสมองนั่นคือติดต่อไปตามร้านค้าที่ฝ้ายนำของมาวางว่านั่นเป็นสินค้าปลอมและยินดีนำสินค้าจริงมาส่งให้ในราคาลดเปอร์เซ็นสำหรับร้านค้า  ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ของเธออย่างถูกต้อง  แค่นี้ฝ้ายก็ขายของไม่ออกแล้ว 

            พอผมรู้เรื่องครอบครัวเธอผมก็สงสารเธอนะ  เธอโคตรเก่งเลย  ถ้าผมต้องตกอยู่ในสภาวะแบบนั้นผมยังไม่รู้เลยว่าผมจะมีวันนี้ไหม  ผมโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาในครอบครัวที่มีพร้อมทุกอย่างแต่เธอไม่  ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวอดทนผ่านเรื่องราวอะไรมาขนาดนี้ได้ผมต้องยอมนับถือใจเธอจริงๆ

            เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงรักไอ้ซีมันมากขนาดนี้  เพราะช่วงชีวิตตอนนั้นแอมแปร์ไม่เหลือใครเลยนอกจากไอ้ซีคนเดียวที่ดูแลเธอมาตลอดแปดปี  ถ้าไม่มีมันเข้ามาฉุดเธอให้เดินไปข้างหน้าผมยังนึกไม่ออกเลยว่าเธอจะเดินไปทางไหนและมีชีวิตยังไง  สมมุติว่าย้อนไปแปดปีก่อนผมเจอเธอ  เราอาจไม่ได้คบกันมาถึงวันนี้ก็ได้นะเพราะผมตอนนั้นไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตใครได้  ผมเป็นเด็กเรียนเก่งก็จริงแต่ก็เที่ยวเก่งเหมือนกัน  เสเพลกว่าที่ใครจะคาดเดาผมได้เลยล่ะ

            ความรักนี่มันเป็นช่วงจังหวะของชีวิตที่เหมาะสมจริงๆเนอะ  คนที่ใช่ในเวลาที่ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่อยู่ดี  ผมต้องขอบคุณอะไรดีล่ะที่ทำให้ผมมาเจอเธอในวันนี้  ขอบคุณไอ้ซีที่ดูแลเธออย่างดีจนมาเจอผม  หรือขอบคุณอันนาที่ทำให้ผมเรียนรู้ความรักที่มันไม่ใช่ตัวตนของผม

            ผมสลัดความคิดเหล่านั้นออกไปจากหัวเมื่อจอดรถเทียบประตูบ้านเสร็จและกำลังเดินเข้าบ้าน  ตอนนี้อยากนอนต่อมากเลย  เมื่อคืนนอนโซฟาไม่ค่อยสบายเท่าไหร่

            “กลับมาแล้วเหรอคะ”

            “อันนา”

            ยอมรับว่าผมตกใจจนเสียงสั่น  ไม่คิดว่าน้องเขายังรอผมอยู่ที่นี่  รอผมข้ามวันข้ามคืนแบบนี้

            “พี่กำลังหนีอันอยู่ใช่ไหมคะ”

            “...”

            ถ้าตอบว่าใช่จะทำร้ายจิตใจอันนาเกินไปไหม  ฉะนั้นผมเลือกจะเงียบดีกว่า

ปิ๊งป่อง

            เสียงกริ่งที่หน้าบ้านดังขึ้นทำให้ผมรีบหันไปมองพบว่ามีพัสดุมาส่งจึงออกไปรับ  นี่อิงฟ้าสั่งของออนไลน์มาอีกล่ะสิท่า

            “คุณแอมแปร์ฝากมาบอกว่าห้ามเปิดจนกว่าเธอจะโทรมาบอกให้เปิดนะครับ”

            “ห้ะ  นี่ใครส่งมานะครับ?”

            พี่แมสเซ็นเจอร์ก้มหน้าลงอ่านข้อมูลในกระดาษที่ตนเองมีอีกครั้งอย่างตั้งใจ

            “คุณแอมแปร์  พริ้งพรรณพราย  เอ่อ  นามสกุล...”

            “ชัยศักดิ์พิมล”

            “อ้อ  ใช่เลยครับ”

            “ขอบคุณครับ”

            แอมแปร์จริงๆด้วย  เธอส่งของมาให้ผม  อ่า  นี่คิดจะทำอะไรของเธอยู่กันแน่...

            หรือที่บอกว่ามีอะไรจะเซอร์ไพรส์มันคือสิ่งนี้?

            คิดแล้วพาลหัวใจเต้น  ผมมองกล่องสีดำผูกโบว์ในมือตัวเองอย่างชั่งใจว่าจะแอบเปิดก่อนดีไหม  แต่ไม่ดีกว่า  รอให้เธอโทรมาอย่างที่พี่เขาบอกก็ได้

            สองเท้าย่างก้าวเข้าบ้านด้วยอารมณ์ที่กลับมานิ่งอีกครั้งเมื่ออันนาจ้องมองผมและของในมือไม่วางตา

            “วันนี้พี่องศาจะไปไหนไหมคะ  อันอยู่ด้วยได้ไหม?”

            “ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหนรึเปล่าแต่ตอนนี้พี่ง่วงมากเลย  อันกลับบ้านไปก่อนก็ได้นะคะเดี๋ยวบ่ายๆพี่รับไปทานข้าวก็ได้”

            “ไม่เป็นไรค่ะอันนอนรอพี่อยู่ที่นี่ได้”

            นี่ถึงกับเฝ้ากันเลยเหรอ  ผมอึดอัดนะ...

            “อย่าทำแบบนี้เลย  พี่ลำบากใจ”

            ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆน้องเขา  รู้ว่าอันนารู้สึกแย่แค่ไหนซึ่งผมเองรู้สึกแย่ไม่ได้ต่างจากเธอเลย

            “ทำไมเราถึงรักกันต่อไม่ได้ล่ะคะ  ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่เข้ามาเราคงไม่เป็นแบบนี้  ทำไมพี่ไม่เลือกอัน”

            “อันนา  เราได้คบกันเพราะอะไรจำได้ไหม?”

            “....”

            มันเป็นเรื่องต้องห้าม  ประโยคต้องห้ามแต่วันนี้ผมต้องท้าวความย้อนกลับไปให้อันนาดึงสติหน่อยก่อนจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้  ที่ผ่านมามันคือความรักดีๆนั่นแหละแต่ต้นเหตุความสัมพันธ์มันไม่ได้มาจากความรักและผมไม่เคยลืม  วันหนึ่งผมจะก้าวเดินออกมามีอิสระบ้างไม่ได้เหรอ

            “คำตอบของพี่  พี่ว่าอันรู้ดีอยู่แล้ว  จะให้พี่ทำยังไงอันถึงจะยอมรับจุดนี้ได้”

            “กลับมารักอันเหมือนเดิมสิคะ  อันรักพี่น้อยไปเหรอ  อันไม่ดีตรงไหนทำไมพี่ถึงทำแบบนี้”

            “อันนา  ยังมีผู้ชายอีกมากมายที่เขาเหมาะสมกับอันมากกว่าพี่นะ”

            เหมือนผมพูดประโยคนี้กับน้องเขาไปหลายครั้งแล้ว  ที่จริงมันคือประโยคบอกเลิกทางอ้อมเพราะตัวผมเองไม่กล้าพูดคำว่าเลิกกันออกมาจากปากหรอก 

Rrrrrrrr

            แอมแปร์...

            โทรมาได้จังหวะตอนผมกำลังเครียดอยู่พอดีเลยนะแม่คุณ

            [องศา  ได้ของแล้วใช่ไหม?]

            “อื้ม”

            [เปิดทีวีช่องooสิ]

            “มีอะไรเหรอ”

            [เปิดเถอะน่า]

            ทีวีถูกเปิดช่องตามที่เธอบอก  แล้วผมก็นั่งช็อคไปเลย...


LOADING 80 %


            เปิดตัวน้ำหอมตัวน้ำหอมตัวใหม่แบรนด์ของแอมแปร์  มันเป็นโฆษณาทีวีเลยและชื่อโปรโมทน้ำหอมนี้คือองศารัก  มีชื่อผมอยู่ในนั้นด้วย!!

            นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะทำไมผมถึงไม่รู้เรื่อง  ไม่ได้เอะใจอะไรเลย

            “แอมป์  เธอทำให้ฉันพูดไม่ออก”

            [นายเปิดกล่องน้ำหอมออกมาดมสิ  ใช่กลิ่นที่นายชอบรึเปล่า]

            บรรจุภัณฑ์ถูกเปิดออก  ด้านในเป็นขวดน้ำหอมที่ดีไซด์ออกมาได้น่าใช้เหมาะกับผู้ชาย  ส่วนกลิ่นนั้นไม่ต้องพูดถึง  มันหอมมากและผมชอบมาก  จำได้ว่าเธอมีน้ำหอมวางอยู่หลายกลิ่นให้ผมดมว่าอันไหนหอมไม่หอมแค่นั้นเอง  ผมแค่ช่วยดมแล้วตอบเธอไปไม่คิดว่าเธอจะใส่ใจรายละเอียดนำกลิ่นเหล่านั้นที่ผมชอบมามิกซ์ได้อย่างลงตัวขนาดนี้ 

            “เธอแอบทำตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

            [ไม่ได้แอบสักหน่อย  ฉันทำงานอย่างหนักเพื่อนายจะได้มีน้ำหอมเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของนายเองแถมยังเป็นต้นแบบกลิ่นของผู้ชายทั้งประเทศด้วย  อ่อ  ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบนะฉันทำผลสำรวจออกมาแล้ว]

            น่ารัก  น่ารักเชี่ยๆ  น่ารักฉิบหายวายป่วง!!

            ผมยิ้มแก้มแทบแตกกับการเซอร์ไพรส์ใหญ่โตของเธอครั้งนี้  ยอมแล้ว  ผมตามเธอไม่ทันจริงๆ  หัวใจยังคงเต้นแรงไม่หยุดเลยก็ว่าได้  ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำอะไรให้ผมมากเท่านี้เลยอ่ะ  เธอใส่ใจกับคำพูดของผมแค่บอกว่าชอบกลิ่นนี้  กลิ่นนี้หอม  ผมตอบไปอย่างนั้นเองแต่แอมแปร์รวบรวมมันจนได้เรื่อง

            “ขอบคุณนะ  ฉันเพิ่งเคยมีน้ำหอมกลิ่นของตัวเองครั้งแรก”

            [ฉันก็...ทำไมงั้นแหละ  ว่าง  ว่าแต่ชื่องศารักเพราะไหม?]

            “เพราะดี  แต่ถ้าเอาคำสุดท้ายมาไว้ข้างหน้าจะเพราะกว่านี้”

            องศารัก  รักองศา  ไอ้บ้า  พูดเองก็เขินเองโว้ย!!

            [วันนี้นายจะมาหาฉันไหม?]

กึก

            ลืมไปเลยว่าอันนาอยู่ตรงนี้ด้วยและเธอกำลังนั่งมองหน้าผมด้วยน้ำตาไหลอาบแก้มเงียบๆ  สงสารน้องเขาว่ะ 

            “ขอดูก่อนแล้วกัน  ไม่รู้ว่าจะไปได้ไหม”

            [อ่อ  กะว่าจะชวนไปกินข้าวสักหน่อย  แล้วนี่...อันนากลับไปรึยัง]

            “ยัง”

            [งั้นแค่นี้ก่อนก็ได้  ฉันไม่กวนเวลานายแล้ว]

            เสียงสดใสของเธอหายวับเมื่อรู้ว่าผมอยู่กับอันนา  เฮ้อออ  จะโทษน้องเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้  อันนาไม่ได้ผิดอะไรเลยด้วยซ้ำคนที่ผิดคือผมเองที่ดันไปเจอคนที่ใช่กว่า

            “อันกลับไปพักก่อนเถอะ  พี่ขอนอนก่อน”

            “ถ้าไม่มีมัน  เราอาจจะกลับมารักกันได้ใช่ไหมคะ?”

            “ค่ะ  พี่ขอตัวขึ้นไปนอนก่อน”

            ผมตอบส่งๆไปเพื่อตัดจบ  อันนาทำหลายวิธีแล้วเพื่อยื้อให้ผมอยู่กับเธอ  ไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้ให้ผมสงสารหรือแม้แต่การทำร้ายตัวเอง  ผมผ่านมาหลายแผนการจนวิธีเหล่านี้มันใช้ไม่ได้ผลกับผมแล้วล่ะ  เปรียบเทียบกับแอมแปร์แล้วเธอไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลย

            ประตูห้องนอนถูกล็อคเพื่อป้องกันการจู่โจมของอันหา  หากตอนผมหลับอยู่เธอแอบมานอนกับผมทำไงล่ะทีนี้  ช่วงนี้ผมยิ่งหวงเนื้อหวงตัวอยู่  ไม่กล้าอยู่ใกล้ผู้หญิงคนไหนนอกจากแอมแปร์  เหมือนร่างกายนี้มันเป็นของเธอไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ทั้งที่เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยด้วยซ้ำไป

            ขวดน้ำหอมสวยหรูอยู่ในมือผมอีกครั้ง  ผมนั่งชื่นชมสิ่งที่แอมแปร์ตั้งใจทำให้ผมเงียบๆคนเดียวภายในห้องนอนที่คุ้นเคย  ไม่รู้ว่ารอยยิ้มที่ผมมองน้ำหอมมันคือความรู้สึกอะไรกันแน่  จะว่าเห่อก็ใช่  ปลื้มใจก็ใช่  บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกแต่รู้แค่ว่าผมมีความสุขมาก  อย่างน้อยไม่ใช่ผมที่เป็นฝ่ายให้และทุ่มเทหัวใจให้เธอฝ่ายเดียว  หลายครั้งก็รู้สึกได้ถึงหัวใจเธอที่มันมีผมอยู่ในนั้นเพียงแต่รอเธอรู้ตัวเธอเองว่าเรารู้สึกไม่ต่างกัน  คนปากแข็งอย่างแอมแปร์คงอีกนานกว่าจะยอมรับว่ารักผม  เธอไม่มีวันพูดออกมาให้ผมรู้หรอก

ตี๊อดึ่ง

            AMPARE : เย็นนี้ฉันจะไปปาร์ตี้ที่เดอะลูฟ11  ถ้านายว่างก็มานะ 

            ผมเองก็ไม่ได้สังสรรค์มานานแล้วเหมือนกัน  งานนี้ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะ

UPLOAD 100 %

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #75 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:27
    ชื่อน้ำหอมหน้าใช้มากชื่อเพราะดี ว้าววววว
    #75
    0
  2. #65 Looknam_ss (@Looknam_ss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 20:49
    งื้อออ~ แอมแปร์น่ารักกกก
    #65
    0
  3. #64 AS-aom (@aommallka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 20:13
    ที่แท้ก็น้ำหอมนี่เอง..คิดว่ามีอะไรสนุกๆ..มาต่อด้วยไรค์..
    #64
    0
  4. #63 AS-aom (@aommallka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 20:13
    ที่แท้ก็น้ำหอมนี่เอง..คิดว่ามีอะไรสนุกๆ..มาต่อด้วยไรค์..
    #63
    0
  5. #62 AS-aom (@aommallka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 21:24
    ว้าว!..เปิดมาเจออะไรน๊าาา
    #62
    0
  6. #61 Looknam_ss (@Looknam_ss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 19:26
    เย้ๆๆ มาแล้วๆ
    เกิดอะไรขึ้น
    #61
    0
  7. #60 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 13:06
    อีน้องก็เอาความลับของพี่แอมมาบอกหมดเลยฮ่าๆๆพี่น้องเค้าน่ารักดีอืมมมมมมนม
    #60
    0