GODDESS MAFIA #มาเฟียเมียหมอ

ตอนที่ 6 : [อัพครบ] CHAPTER 6 -หมอมาบ้าน-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    2 พ.ย. 60

 

CHAPTER 6

หมอมาบ้าน


หมอเมฆใช้ชีวิตปกติสุขหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อ วันก่อน  วันที่เขาเลิกงานแล้วกำลังเดินออกไปที่ลานจอดรถ  ทว่าก็โดนคนกลุ่มหนึ่งจับตัวเขาไป  จนถึงที่หมายถึงรู้ว่าคนที่บงการเบื้องหลังนั่นก็คือภภีมนั่นเอง

            แต่แล้วยังไง  ในเมื่อเขาไหวพริบดีจนเอาตัวรอดออกมาได้  ตั้งแต่รู้จักกับมาเฟียหนุ่มชีวิตก็ดูสนุกขึ้นเยอะ  คนตัวเล็กมาเปลี่ยนความจำเจในชีวิตเขาหลายๆอย่าง  อย่างน้อยก็มีนางบำเรอเพิ่มขึ้นมาอีกคน  ที่ไม่ว่าเขาอยากจะเล่นสนุกอะไรก็สามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลาเพียงอ้างที่แบล็คเมล์แค่คำเดียวก็คงรีบแล่นมาให้เขากินถึงบนเตียง

            อยากจะเรียกนางบำเรอมาบำบัดสักอาทิตย์ละครั้งกำลังดี..

            “นั่งยิ้มอะไรวะไอ้เมฆ  หน้าตึงอย่างมึงนี่ยิ้มกับเขาเป็นด้วยเหรอ?  เห็นมึงยิ้มแต่ตอนมึงเมา”

            ร่างท้วมของธีเดินเข้ามาทักทายเพื่อนสนิทที่นั่งถือแก้วน้ำแล้วนั่งยิ้มอยู่คนเดียว

            “คิดอะไรนิดหน่อย  กูจะยิ้มไม่ได้เลยรึไง?”

            “ก็เปล่า  แต่กูไม่ค่อยเห็นมึงยิ้มเฉยๆ  ไปเซ็นใบเลิกงานกันเถอะมึง  เลยเวลาแล้ว”

            หมอเมฆพยักหน้าก่อนจะเดินเอาแก้วน้ำพลาสติกในมือไปทิ้งแล้วยืนบิดขี้เกียจอีกสองสามทีท่ามกลางสายตาของธีที่ยังมองรอยยิ้มของเพื่อนตัวเองอยู่  อะไรกันทำให้คนที่เคร่งเครียดกับชีวิตแบบนั้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ได้กันนะ

            เมื่อพากันไปเซ็นใบเวลาเลิกงานทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไป  หมอเมฆเดินมาเข้าห้องน้ำก่อนที่จะเดินออกมาตามทางเดิน

            “ไอ้เมฆ  เอ่อ  หมอเมฆคะ  มีคนมารอพบค่ะ”

            “หลุดเรียกซะเสียงดังเลยนะต้นหลิว”

            “เออ  โทษที  โน่นน่ะ  มานั่งรอเป็นชั่วโมงแล้วนะ”

            ต้นหลิวเป็นคนที่นิสัยตรงข้ามกับรูปร่างภายนอกโดยสิ้นเชิง         สาวสวยหวานที่ใครมองภายนอกก็ต้องหลงใหล  ทว่าความจริงแล้วก็เป็นสาวขาโหดดีๆนี่เอง 

            ตาคมกราดมองไปยังกลุ่มคนที่นั่งรอญาติ  หรือคนไข้ที่รอเรียกตรวจ  แต่เขาสะดุดตากับร่างกำยำของชายคนหนึ่งก่อนที่จะย่างก้าวเข้าไปหาทันที

            “ไอ้คิน...”

            ภคินนั่นเองที่มาหาเขา  เพื่อนต่างคณะตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตัวเขานั้นเรียนแพทย์อยู่แล้วแน่นอน  ส่วนภคินเรียนบริหาร  หากถามว่ารู้จักกันได้ยังไงล่ะก็...

            “กูเอง  ไม่เจอกันนานเลยนะมึง  เดี๋ยวนี้เป็นไง  ไปเมาหัวราน้ำให้ใครเขากระทืบมาอีกรึเปล่า”

            เพราะว่าหมอเมฆโดนพวกนักเลงในผับรุมกระทืบในวันที่เขาไปกินเหล้ากับเพื่อนเพื่อฉลองสอบเสร็จตอนปีสองเทอมหนึ่ง  ผู้ชายรักสนุกอย่างภคินก็อยู่ที่ผับนั้นพอดีเลยมาช่วยเอาไว้ทำให้พวกเขารู้จักและสนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น  กลายเป็นเพื่อนต่างคณะที่พากันสอนเรื่องเรียนและไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกันบ่อยๆ

            “เห้ย  ไม่มีแล้วน่า  แล้วมาหาถึงที่นี่มีอะไร?”

            “ก็...วันก่อนเจอเพื่อนเก่าเลยถามถึงมึง  พวกมันบอกว่ามึงอยู่ที่โรงพยาบาลนี้  วันนี้ผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาหา”

            “มึงนี่ยังพูดมากไม่เปลี่ยนเลยนะ  กูถามว่ามาหาทำไม  มีอะไร         รึเปล่า”

            “กูจะชวนไปกินข้าวที่บ้าน  มึงห้ามปฏิเสธ  ถ้ามึงไม่ไปกูยิงมึงทิ้งแน่ไอ้เมฆ!

            กูยิงมึงทิ้งแน่ไอ้หมอ...

            คำพูดช่างคล้ายกับคนตัวเล็กของเขาเสียจริงๆ  ที่เวลาไม่ได้ดั่งใจก็ชอบย่นคิ้วเข้าหากันแล้วขู่จะยิงอย่างเดียวเลย  แต่สำหรับภคินนั้นถ้าเขาจะยิงก็ยิงเลยไม่เคยมาขู่  ถ้าขู่แสดงว่าไม่ยิงจริง  เขารู้นิสัยเพื่อนมาเฟียคนนี้ดี

            “อืม  ไปสิ  มึงขับนำไปเดี๋ยวกูขับรถตาม”

            “มึงยอมกูง่ายจังวะ”

            หมอเมฆขับรถตามหลังรถสปอร์ตคันหรูของภคินไปตามคำชวนของเพื่อน  ที่จริงก็อยากจะกลับไปนอนมากกว่าแต่ด้วยความที่ไม่เจอกันนาน  แล้วเพื่อนอุตส่าห์มารอแบบนี้ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้

            ฝ่าสถานการณ์รถติดร่วมชั่วโมงกว่ารถทั้งสองคันจะเลี้ยวเข้ามาจอดยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของภคิน  เขามองความโอ่อ่าของบ้านเพื่อนด้วยความตะลึง  รู้ว่าภคินรวยมาก  แต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้

            ร่างสูงก้าวเข้าไปยังตัวบ้านตามภคินไปในฐานะแขก  ก่อนจะมุ่งไปยังโต๊ะอาหารที่เมื่อเขาเข้าไปถึงก็มีอาหารมากมายถูกลำเลียงมาวางไว้บนโต๊ะยาวอย่างระรานตา

            “ไปเรียกไอ้ตี๋ลงมากินข้าวหน่อย”

            “ตี๋?  ตี๋ไหนวะ?”

            “น้องชายกูเอง”

            แผนกระชับมิตรที่หวังจะลบล้างความบาดหมางของน้องชายและเพื่อนสนิทวันนี้ของภคินคือการให้ทั้งสองได้มาเจอกันต่อหน้าเขา  โดยจะย้ำให้ภภีมได้รู้ว่าหมอเมฆเป็นเพื่อน  จะทำอะไรก็ไว้หน้าพี่ชายอย่างเขาบ้าง  แต่ภคินช่างไม่รู้เลยว่าในความเป็นจริงน้องชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ


LOADING 30 %


ก๊อก  ก๊อก

“เข้ามา!

ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงตะโกนอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามาหลังจากได้ยินเสียงเคาะประตู

“นายสั่งให้ผมมาเรียกคุณหนูลงไปรับประทานอาหารครับ”

“เฮียกลับมาแล้วเหรอ  เออ  เดี๋ยวกูลงไป”

เขาลุกงัวเงียไปล้างหน้าก่อนจะยกมือลูบท้องป้อยๆ  ในใจก่นด่าคนเป็นพี่ไม่หยุด  เขากลับมาจากการไปทวงหนี้ตอนบ่ายก็หิวข้าวแทบแย่  หวังว่ากลับมาบ้านแล้วจะได้กินอาหารอร่อยๆ  ทว่าพี่ชายของเขาสั่งให้แม่บ้านห้ามให้เขาทานข้าวก่อนจนกว่าตนเองจะกลับมาแล้วค่อยทานพร้อมกัน      ทำให้เขาต้องขึ้นมานอนหลับเพื่อรอภคินกลับบ้าน  ตอนนี้ว่าจะลงไปโวยวายกับเรื่องนี้เสียหน่อยแล้ว

สองเท้าเดินโซเซลงบันไดและตรงดิ่งมายังโต๊ะอาหารด้วยความงัวเงีย  แม้ว่าจะล้างหน้ามาแล้วก็ตาม

“ไอ้ตี๋  นั่งสิ  นี่ไอ้เม...”

“เฮียกล้าดียังไงมาสั่งห้ามกินข้าววะ  หิวนะโว้ย  ต้องรอเฮียกลับมาถึงจะกินได้เหรอ  ปัญญาอ่อน”

โดยปกติภคินจะไม่ยอมให้ใครมาขึ้นเสียงต่อหน้าแบบนี้เป็นแน่  เขามักจะปล่อยหมัดใส่หรือไม่ก็ยกเท้าขึ้นเตะคนเป็นน้องไปแล้ว  ทว่าเขาเหลือบไปเห็นสายตาเป็นประกายที่เพื่อนของเขามองมายังน้องชายก็ต้องชะงักมือแล้วดึงแขนให้ภภีมนั่งลง

คนตัวเล็กเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนนั่งตรงข้ามพี่ชายเขาอยู่อีกคน  และเป็นคนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอที่นี่  ดวงตากลมเบิกกว้างตามมาด้วยหัวใจที่สั่นระรัว 

“ไอ้หมอ...”

“มึงรู้จักด้วยเหรอตี๋  นี่ไอ้เมฆ  เพื่อนเฮียเอง”

ภคินตีหน้าระรื่นแนะนำเพื่อนตนเองเหมือนไม่รู้ว่าคนทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน  จริงๆเขาก็แค่ไม่อยากให้น้องชายเข้าใจผิดว่าคนเรียบร้อยอย่าง       หมอเมฆจะมีพิษมีภัยอะไร  เขารู้จักเพื่อนคนนี้ดี  และก็ไม่เห็นว่าจะเป็นคนเลวร้ายอย่างที่ภภีมเข้าใจ

“นี่น้องชายมึงเหรอ?  เราสนิทกันน่ะ”

เขาพูดตอกย้ำความสัมพันธ์กำกวมจนคนตัวเล็กต้องถลึงตาใส่  ยอมรับว่าเขาไม่ไว้ใจหมอเมฆเลยสักนิด  และกลัวว่าพี่ชายจะล่วงรู้ความสัมพันธ์เกินเลยของพวกเขา

“หิวว่ะ  กินข้าวกันเถอะเฮีย”

รีบเบี่ยงประเด็นออกทันทีก่อนจะยกช้อนขึ้นตักอาหารมาใส่จาน  โดยภภีมง่วนอยู่แต่กับการกินและทำเป็นไม่สนใจคนอื่นบนโต๊ะ  แต่หารู้ไม่ว่าในใจเขามันร้อนจะแย่

“กินเยอะๆนะจะได้โตๆ  เอวเล็กจะแย่อยู่แล้ว”

 

เคร้ง!!

            สิ้นประโยคบ้านั่นพร้อมทั้งอาหารที่หมอเมฆตักมาให้เขาทำให้มือเรียวทำช้อนหลุดมือจนได้  เขารีบหันไปมองคนเป็นพี่เพราะกลัวว่าภคินจะเข้าใจผิด

            “เออ  กูก็ว่ามึงผอมลงนะไอ้ตี๋  ไปทำอะไรมาวะ”

            “สงสัยจะหักโหมไปหน่อย”

            ไม่ทันที่เจ้าตัวจะตอบคนเป็นพี่  หมอเมฆก็ชิงตอบไปเสียก่อน  ไม่รู้ว่าร่างสูงจะทำให้เขาเกลียดขี้หน้าไปถึงไหน

            “สาวเยอะเหรอมึงช่วงนี้”

            “พูดเรื่องบ้าอะไรกัน  รีบกิน!  น่ารำคาญว่ะเฮีย”

            ภคินได้แต่ส่ายหัวกับความขี้วีนของน้องชาย  แต่ก็เหมือนมองย้อน

กลับไปดูตัวเองตอนยังเป็นวัยรุ่น  นิสัยเขาก็ไม่ได้ต่างกัน

 

จึ๊กๆ

            ท่ามกลางความเงียบบนโต๊ะอาหาร  ภภีมรู้สึกถึงแรงสะกิดที่ขา     ไม่ทันจะได้ก้มดูว่าอะไรเขาก็สังเกตเห็นหมอเมฆส่งสายตาเป็นประกายมาให้เลยไม่ต้องเสียเวลาก้มดูก็รู้ว่าเกิดจากการยื่นเท้ามาสะกิดขาของเขานั่นเอง

            นั่งเยื้องกันก็ยังอุตส่าห์ยื่นเท้ามาอีก  ความกว้างของโต๊ะไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะขัดขวางความกวนประสาทของหมอเมฆได้เลย

            คนตัวเล็กทำหน้าดุใส่ไปหนึ่งทีก่อนจะเบี่ยงขาหนีแล้วตั้งใจจัดการอาหารตรงหน้าให้เสร็จเสียที  เขาอยากจะหลุดพ้นจากความอึดอัดนี้จะแย่  ต่อไปจะจัดการหมอเมฆคงไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อมีภคินเข้ามาเกี่ยวข้อง  อีกอย่างที่พี่ชายจะรู้ไม่ได้เลยก็คือเขาได้พลาดท่าเสียทีให้หมอเมฆไปถึงสองครั้งโดยไร้สติ

            “อิ่มแล้วเหรอตี๋?”

            “อืม”

            ภภีมวางช้อนส้อมลงก่อนจะยกแก้วน้ำดื่มจนหมดแล้วลุกจากเก้าอี้หวังจะเดินไปนั่งที่โซฟาเพื่อเล่นเกมโปรด 

            “คุณเดินแปลกๆนะครับ  ไปโดนอะไรมาเหรอ?”

            สองขาชะงักกึก  คนตัวเล็กกำหมัดแน่นแล้วหันมามองหมอเมฆอย่างเอาเรื่อง  ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพยายามพูดจาสองแง่สองง่ามแบบนี้ด้วย  ต้องการอะไรกันแน่

            “นอนผิดท่า  ปวดหลัง”

            “อ๋ออออออ  ถ้านอนท่าเดียวจะเส้นยึดแบบนี้แหละครับ  ต้องนอน

หลายๆท่ามันจะได้ไม่กดทับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง”

            “รีบกินรีบกลับเถอะไอ้หมอ  เหม็นขี้หน้า”


LOADING 50 %


            เขาแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายร่างสูงอย่างเห็นได้ชัด  หมอเมฆ   อมยิ้มที่ทำให้ภภีมหัวเสียเพราะเขาได้  บนโต๊ะอาหารเหลือเพียงภคินและหมอเมฆสองคน  และเมื่อเห็นภคินวางช้อนลงเป็นเชิงบอกว่าอิ่มแล้ว  เขาก็วางมันลงเช่นกันก่อนจะเล่นละครบทต่อไป

            “โอ้ย  ไอ้คิน  กูเวียนหัวว่ะ”

            นิ้วเรียวนวดขมับตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนคนไม่สบายเต็มที

            “ตอแหลเก่งนะมึงเนี่ย”

            แต่มีเหรอจะรอดสายตาภคิน  เขาไม่ได้โง่  มาเฟียอย่างเขาก็ผ่านอะไรมานักต่อนัก ยิ่งกับเพื่อนสนิทด้วยแล้วล่ะก็ทำไมจะดูไม่ออก  หมอเมฆถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อโดนเพื่อนจับได้  แต่ก็ยังหน้าตายเล่นละครต่อไป

“กูผ่าตัดหลายเคสไปหน่อย  พวกกลิ่นคาวเลือดมันยังติดจมูกอยู่เลย  กูต้องรีบกลับไปพักอ่ะมึงไม่งั้นพรุ่งนี้กูไปทำงานไม่ไหว”

“เออ  วันหลังค่อยมาใหม่ก็ได้”

“กูกลัวขับรถกลับไม่ไหวว่ะ  ลูกน้องมึงคนนั้นไว้ใจได้ไหม  ให้ไปส่ง   กูที”

เขาชี้ไปทางเฉิน  ที่ยืนมองภภีมเล่นเกมไม่ห่างสายตาด้วยสีหน้า    อิ่มสุข  ทว่ามันสร้างความหมั่นไส้ให้เขาไม่น้อย

“ไอ้เฉินขับรถไปส่งเพื่อนกูหน่อย!!  มึงก็นั่งรถตู้บ้านกูกลับละกัน  ส่วนรถมึงเดี๋ยวให้ลูกน้องคนอื่นขับตามไป”

“อะไรเฮีย  นี่ลูกน้องใครอย่ามามั่ว  เพื่อนเฮียก็ไปใช้ลูกน้องเฮีย   โน่นสิ”

ภภีมหันมาโวยวายทันที  เป็นจังหวะเดียวกับที่หมอเมฆหันมามองเขาด้วยความไม่พอใจสักเท่าไร  ทั้งคู่จ้องตากันจนสีหน้าหมอเมฆผุดรอยยิ้มร้ายกาจนั่นขึ้นมาทำให้มาเฟียหนุ่มน้อยรีบหันไปพยักหน้าให้เฉินทำตามคำสั่งของภคินอย่างช่วยไม่ได้

“ขอบคุณนะที่ยอมให้ลูกน้องคนโปรดมาส่งผม”

เขาเน้นเสียงคำว่า..ลูกน้องคนโปรด..ใส่เฉินที่จ้องหน้าตอบหมอเมฆเขม็งอย่างไม่เกรงกลัวสักนิดถึงแม้จะเป็นแขกของภคินผู้ซึ่งเป็นนายของบ้านนี้ก็ตาม

“รีบไปรีบกลับนะเฉิน”

ภภีมบอกลูกน้องคนสนิทที่กำลังเดินออกไปเตรียมรถ  แต่ประโยคนี้มันช่างขัดใจหมอเมฆเสียจริงๆ

“ให้น้องชายมึงไปเป็นเพื่อนได้ไหม  กูกลัวเหงา”

“ไม่ต้องไปอ้อนพี่กูเลยไอ้หมอ  กู ไ ม่ ไ ป”

“ไ ม่ ไ ป แ น่ เ ห ร อ ค รั บ ?”

เขาเน้นเสียงถามกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ  เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าถ้าไม่ทำตามจะเจอดีอะไร  ภภีมวางจอยน์เกมในมือลงแล้วเดิน      ฟึดฟัดออกไปนั่งรอหมอเมฆบนรถ 

ตอนนี้เฉินอยู่ในตำแหน่งคนขับเรียบร้อยแล้ว  เฉินลอบมองคุณหนูของเขาที่ทำหน้ามุ่ยผ่านกระจกหลังก็ได้แต่ถอนหายใจ 

            ไม่นานหมอเมฆก็ขึ้นมานั่งบนรถโดยไม่วายจะนั่งเบียดคนตัวเล็กจนไม่ให้เหลือที่ว่าง

            “ปวดหัวจัง”

            ใบหน้าหล่อซุกลงที่ซอกคออุ่นของคนตัวเล็กเป็นเชิงอ้อน  ภภีมดัน

หัวหมอเมฆออกแล้วจะขยับหนี  ทว่ามือใหญ่ก็คว้าคนตัวเล็กมากอดไว้ไม่ให้หนีไปไหน

            “ไอ้หมอ  กูรำคาญ!!

            เขาทำตัวรุ่มร่ามกับมาเฟียหนุ่มตลอดทาง  โดยไม่ลืมที่จะส่งสายตาเย้ยหยันไปยังคนที่แอบมองการกระทำของพวกเขาผ่านกระจกมองหลัง      ตัวหมอเมฆเองก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องอยากเอาชนะเฉินมากมายขนาดนี้ 

            คนตัวเล็กเอียงศีรษะพิงกับประตูรถแล้วหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวหลังจากที่ทะเลาะกับหมอเมฆจนเหนื่อย 

            “หมดฤทธิ์แล้วสินะ”

            เสียงทุ้มพึมพำเบาๆก่อนจะเอื้อมมือไปดึงร่างบางมาซบที่ลาดไหล่ของตัวเองอย่างถือวิสาสะ 

            นานนับชั่วโมงกว่ารถตู้คันหรูจะจอดนิ่งสนิทบนลานจอดรถของคอนโดหลังจากฝ่าฟันมรสุมรถติดบนท้องถนน  หมอเมฆปลุกคนตัวเล็กของเขาให้ตื่นก่อนจะเริ่มอ้อนอีกครั้ง

            “ผมปวดหัว  ขึ้นไปส่งผมหน่อย”

            “เฉิน  ขึ้นไปส่งมันหน่อย”

            ภภีมปรือตามองพบว่าตัวเองอิงซบหมอเมฆหลับไปก็รีบผละตัวออก  ก่อนจะบอกเฉินให้ขึ้นไปส่งด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ  ใช่  เขารำคาญหมอเมฆจนไม่รู้จะรำคาญยังไงแล้ว  ตามติดยิ่งกว่าปลิงควายเสียอีก

            “ไม่เอา  คุณนั่นแหละไปส่งหน่อย  ผมมีอะไรจะให้คุณดู  หรือคุณจะแบ่งลูกน้องคุณดูด้วยดีล่ะ?”

            “ทำไมมึงเล่ห์เหลี่ยมเยอะจังวะหมอ  ไอ้หมอที่เงียบๆทำตัวนิ่งๆ  ถามคำตอบคำเมื่อก่อนมันไปไหนแล้ว  นี่มึงมางอแงอะไรเนี่ย”

            ปากบ่นไม่หยุดแต่มือเล็กก็เอื้อมเปิดประตูแล้วก้าวลงไปรออยู่ด้านนอกรถ  คนหนึ่งก็อ้อนหน้านิ่ง  อีกคนก็ดุหน้าตาย

            “อาจจะขึ้นไปนานหน่อยนะครับคุณคนขับรถ!  นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความอึดของผม  ซึ่งผมก็ตอบไม่ได้...”

            หมอเมฆแอบชะโงกหน้าไปพูดประโยคที่กัดกินใจเฉินก่อนจะรีบลงรถตามคนตัวเล็กไป  เฉินมองตามคนทั้งคู่ไปด้วยความหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูของเขาต้องใจอ่อนให้หมอเลวนั่นอยู่เรื่อย  เขาไม่ยอมให้คนแบบนี้มาข้องแวะกับคนดีๆอย่างภภีมเป็นแน่  แต่ด้วยอำนาจหน้าที่ของเขามันช่างต่ำต้อยนัก  ปกป้องคุณหนูจากอันตรายเขาทำได้สบายอยู่แล้ว  แต่ถ้าเป็นเรื่องหัวใจเขาคงไม่มีสิทธิ์  ขอแค่ภภีมอย่าเคลิ้มตามคารมหมอเมฆก็พอ  แล้วเขาจะดึงทั้งคู่ให้ออกห่างจากกันเองถ้าหมอเมฆยังไม่เลิกวอแวคุณหนูของเขา


LOADING 80 %


 

 

            “ไหน  จะให้กูดูอะไรหมอ?”

            “พูดเพราะๆก่อน”

 

ฟอดดด

            “ห้ามมาหอมแก้มไม่ชอบ!

            “แต่ผมชอบ  แก้มคุณนิ่มดี”

            “แต่กูเป็นผู้ชาย  เนี่ย  เราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่นะเว้ย”

            “แล้วยังไง?  ผมก็ไม่ได้ไล่หอมแก้มผู้ชายคนอื่นไปทั่วซะหน่อย”

            หมายความว่ายังไง...

            ภภีมมองหมอเมฆที่ส่งยิ้มกริ่มมาให้ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ดจนหมดแล้วโยนมันใส่ตะกร้า 

            “เห้ยๆ  จะถอดกางเกงก็ไปถอดในห้องน้ำโน่นไป”

            “แหม  ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้  ผมขออาบน้ำก่อนนะเดี๋ยวออกมาคุยด้วย”

            เขาพยักหน้าส่งๆให้ร่างสูง  เป็นอีกครั้งที่เขาได้อยู่ในห้องนอนของหมอเมฆ  อดที่จะหวนคิดไม่ได้ว่าเขาเคยพลาดท่าเสียทีให้ร่างสูงบนเตียงสี น้ำเงินเข้มนี้  แต่ถ้าจำไม่ผิดคราวก่อนนั้นมันน่าจะเป็นสีแดงสด

ร่างบางทรุดตัวนั่งบนเตียงและพยายามนึกถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้นที่นี่  แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก

 

แกร๊ก

            “ไอ้หมอ  คืนนั้น...”

            กะจะถามถึงเรื่องนั้นแต่ก็ชะงักตัวเองไว้ได้ทัน  ความปากไวของเขาเกือบจะหลุดถามเรื่องที่ไม่ควรถามออกมาแล้วเชียว  หมอเมฆเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวผืนเดียว  เขาเดินตรงดิ่งมายังตู้เสื้อผ้าก่อนจะเลือกชุดนอนออกมาหนึ่งชุด

 

พรึ่บ

            ผ้าเช็ดตัวที่เกาะบนร่างสมส่วนหลุดร่วงลงพื้นอย่างตั้งใจทำให้     หมอเมฆยืนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าต่อหน้าร่างบาง 

ภภีมเห็นแล้วก็ต้องรีบเบือนหน้าหนี  -///-

            “มึงนี่หน้าด้านจริงๆไอ้หมอ”

            “ก็จะแต่งตัว”

            “เออ  แล้วเรียกขึ้นมานี่มีอะไรก็รีบพูดมาสักที”

            เขาตั้งใจจะอวดเรือนร่างโดยการแต่งตัวเชื่องช้ากว่าทุกวัน  ภภีม เหลือบตาไปมองหลายต่อหลายครั้งแต่หมอเมฆก็ยังแต่งตัวไม่เสร็จสักที  เห็นจนจำสัดส่วนได้ทุกซอกทุกมุมอยู่แล้วมั้ง  ร่างบางแอบมองอย่างไม่เข้าใจว่าหมอเมฆจะแต่งตัวเชื่องช้าไปถึงไหน

            “ก็ไม่มีอะไรมาก”

            “ไม่มีอะไรมากก็คุยวันหลังดิวะ  เสียเวลา”

            เมื่อมาเฟียหนุ่มลุกขึ้นเตรียมเดินออกไปอย่างหงุดหงิด  ทว่ามือใหญ่รีบเดินมาคว้าเอวบางไว้ได้เสียก่อน

            “ก็..ผม...”

            นั่นน่ะสินะ  เขาอยากให้ร่างบางมาอยู่ใกล้ๆหรืออยากจะเอาชนะเฉินกันแน่  เมื่อตอบคำถามมาเฟียหนุ่มไม่ได้เขาเลยจรดจมูกลงบนลาดไหล่ขาวแทนแล้วเดินไปหยิบตลับยามาแกะทีละช่องเพื่อเตรียมทาน

            “มึงกินยาอะไรเยอะแยะเหรอ?”

            “หืม?  ผมสภาพจิตไม่ค่อยปกติเลยต้องพึ่งยาพวกนี้แหละ  เครียดสะสมมั้ง  ส่งผลหลายอย่างเลย”

            ภภีมเดินไปคว้าตลับยามาดู  ตลับยาแบบยาวที่มีช่องใส่ยาหลายช่องถูกตาสวยกวาดมองสิ่งที่เขียนบนกระดาษแล้วแปะไว้ด้านบนทีละช่อง

            “นี่มันยาของเดือนที่แล้วนี่?”

            “อืม  ผมไม่ค่อยอยากกิน  วันไหนนึกได้ก็กิน  ว่าแต่ชักจะทำตัวเป็น

เมียผมจริงๆแล้วนะ  คุณอินกับการเป็นนางบำเรอแล้วเหรอ?”

            “กูรอโอกาสดีๆฆ่ามึงอยู่ไอ้หมอ  ระวังตัวดีๆเถอะ  คิดว่ากูจะยอมมึงตลอดเหรอ  กูมีอำนาจ  กูฆ่ามึงตายแบบไม่มีใครรู้ยังได้  กูรวยพอที่จะปิดข่าว  รอกูสืบเรื่องที่เก็บคลิปของมึงก่อนเถอะ”

            หน้าหล่อของหมอเมฆยิ้มกริ่มก่อนจะก้มลงมาหาคนตัวเล็กจนปลายจมูกของทั้งคู่ชนกัน

            “คุณมีทุกอย่าง  และคุณก็มีผมด้วย  ไม่รู้ตัวเหรอว่าคุณทำตัวน่ารักน่าขย้ำมากแค่ไหน”

            “น่าขย้ำบ้าอะไร  เดี๋ยวกูยิงทิ้งแม่งเลย”

            “ไหนปืน?”

            มือเล็กควานหาปืนที่เอวแต่ก็ไม่พบ  เขาไม่เคยลืมหยิบปืนออกจากบ้านเลยสักครั้ง  แต่ครั้งนี้กลับลืมเอาปืนซึ่งเป็นของสำคัญมาทั้งที่ต้องมาอยู่กับคนอันตรายอย่างหมอเมฆแท้ๆ

            “คุณเริ่มไว้ใจผมไงคุณเลยไม่ฉงนใจ  เอาจริงๆเราก็เข้ากันดีนะ       ไม่สนใจจะมาเป็นเมียผมแบบจริงจังหน่อยเหรอ”

 

ผัวะ

            กำปั้นเล็กต่อยเข้าที่หน้าท้องเต็มแรงจนหมอเมฆตัวงอ  เขาไม่ชอบให้ร่างสูงพูดเหมือนเขาเป็นผู้หญิงอ่อนแอแบบนั้น

            หมอเมฆยกมือกุมท้องแล้วหันไปง่วนกับการกินยาต่อจนเสร็จ  ก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นเตียงแล้วกดจูบรุนแรงโดยที่ภภีมไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเลย  ภภีมก็เหมือนแมวน้อยที่รอให้เสืออย่างหมอเมฆขย้ำได้ทุกเวลา 

            หัวใจดวงน้อยสั่นระริก  ดวงตาสวยเบิกกว้าง  เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่

เขาจูบกับหมอเมฆแบบมีสติครบและอยู่บนเตียงที่เคยมีประวัติการทำเรื่องอย่างว่าของพวกเขา  มือเล็กถูกพันธนาการไว้ภายใต้ฝ่ามือหนาของร่างสูง  น้ำผสมยานอนหลับจำนวนหนึ่งในปากของหมอเมฆค่อยๆไหลผ่านไปยังโพรงปากหวานที่อยู่เบื้องล่างของเขาทีละนิด

            หน้าของภภีมเริ่มซับสีแดงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ไอร้อนเริ่มระบายออกมาตามรูขุมขนเมื่อเขาสัมผัสถึงลิ้นอุ่นนิ่มที่เข้ามาซุกซนด้านในโพรงปากจนเขาเคลิ้มและเผลอกลืนน้ำที่หมอเมฆส่งมาไปหลายอึก 

ใบหน้าหล่อของหมอเมฆที่หลับตาพริ้มด้วยสีหน้าพออกพอใจกับรสจูบมันช่างใกล้เหลือเกิน  เขาไม่เคยจ้องหน้าหมอเมฆใกล้และนานขนาดนี้   ไม่รู้ที่หัวใจเต้นแรงตอนนี้เกิดจากอาการตื่นเต้นหรืออะไรกันแน่ 

            ริมฝีปากหนายังคงครอบครองปากเล็กอยู่อย่างนั้นแม้ว่าคนตัวเล็กจะหลับเพราะฤทธิ์ยาไปสักพักแล้วก็ตาม  เมื่อเสพสมกับรสหวานภายใน โพรงปากจนหนำใจเขาจึงผละออกมามองหน้าหวานที่หลับตาพริ้มไปแล้ว  หมอเมฆเผยยิ้มเยาะออกมาเพราะเมื่อครู่เขาปล่อยข้อมือเล็กไปตั้งนานแล้วแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ตัวและยอมให้จูบอยู่อย่างนั้นโดยไม่ต่อสู้ใดๆ

            “ทีแรกก็ว่าจะหลอกมาเอา  แต่เก็บไว้ทีหลังดีกว่า”

            เขาอุ้มเจ้าตัวเล็กไปนอนบนหมอนดีๆก่อนจะทิ้งตัวนอนลงเคียงข้างแล้ววาดแขนกอดร่างบางไว้แน่น  ขายาวก่ายบนขาอ่อนของภภีมไว้จนได้ท่านอนที่สบาย  หน้าหล่อซุกที่กลุ่มผมนุ่มอย่างเอาแต่ใจ  คนตัวเล็กกลายเป็นหมอนข้างชั้นดีของหมอเมฆไปโดยไม่รู้ตัว

            จริงๆที่พาขึ้นห้องมาวันนี้ไม่ได้มีอะไรให้มาเฟียหนุ่มดูหรอก  แค่หมั่นไส้เฉิน  อยากให้รู้ว่าคนตัวเล็กเป็นของเขาก็เท่านั้น  เป็นลูกน้องไม่มีสิทธิคิดอะไรเกินเลย  และคนแพ้ก็ต้องดูแลตัวเองต่อไป

            ของเล่นชิ้นโปรดนี่มันดีแบบนี้นี่เองสินะ  ไม่ว่าจะทำอะไรก็น่ารัก    น่าเอ็นดูไปเสียหมดจนเขาไม่อยากจะแบ่งให้ใครได้เล่นนอกจากเขาคนเดียว  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเบื่อเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง

           

 

 

 

02:40

 

                เฉินยืนพิงรถรอคุณหนูของเขาตั้งแต่ตอนหัวค่ำ  และแทบจะทุกห้านาทีที่เขายกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิการอคอยว่าเมื่อไหร่ภภีมจะเดินออกมาเสียที  โทรศัพท์ของมาเฟียหนุ่มก็ดันโทรไปแล้วไม่รับสาย  ประกอบกับคำพูดกวนประสาทที่หมอเมฆพูดกับเขาก่อนที่จะลงจากรถนั่นมันยิ่งทำให้เขาร้อนใจจนแทบจะเป็นบ้า 

เฉินเดินไปกลับจากตัวรถถึงประตูทางเข้าเป็นร้อยๆรอบ  ชะเง้อมองว่าเมื่อไหร่คุณหนูของเขาจะลงมาจากห้องสักที  ทั้งที่ในใจร้อนรนและนึกเป็นห่วงจนอยากจะบุกเข้าไปอาละวาดถึงห้องของหมอเมฆด้วยซ้ำ

            “คุณหนู!!

            และแล้วคนที่เขารอคอยก็เดินออกมา

เสียงทุ้มตะโกนเรียกคนที่เขารอมาหลายชั่วโมงเสียงดังลั่น  เมื่อร่างบางเดินโซเซออกมาจากประตูเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันที  แต่สภาพที่เขาเห็นทำให้เขาแทบหมดแรงลงตรงนี้

            ผมชี้ฟู  หน้าตาเหมือนเพลียเต็มที  เสื้อผ้ายับยู่ยี่  และเดินเหมือนคน

อดหลับอดนอน  หวนนึกถึงคำพูดนั้น...

            อาจจะขึ้นไปนานหน่อย 

นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความอึดของผม 

ซึ่งผมก็ตอบไม่ได้

            มือใหญ่กำหมัดแน่นจนลำแขนสั่น  สิ่งที่เห็นทำให้เขาคิดดีไม่ได้เลย  หมอเลวนั่นต้องรังแกคุณหนูของเขาเป็นแน่

            “เพลียว่ะ  รีบกลับเถอะ”

            “เพลียมากเลยเหรอครับคุณหนู”

            “อือ  อยากนอนต่อ  อย่าถามมากเฉิน  กูง่วง!!

            เฉินขึ้นมานั่งในตำแหน่งคนขับรถอย่างน้อยเนื้อต่ำใจในคำตอบ  แบบนี้เท่ากับว่าสิ่งที่หมอเมฆพูดเป็นเรื่องจริงสินะ 

มันทำจนเพลียแบบที่มันบอกจริงๆ...

                อุตส่าห์ทะนุถนอมมาตั้งหลายปี  หวังว่าวันหนึ่งที่ภภีมมีภรรยา       มีครอบครัวแล้วเขาจะปล่อยมือ  แต่เปล่าเลย  มาวันนี้ก็มีผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้คาบไปรับประทานแบบหน้าด้านๆ  นี่คงจะหน้าด้านหน้าทนจนเป็นสันดานไปแล้วสินะถึงมาทำตัวเย้ยหยันเขาแบบนี้ 

 

เอี๊ยด!

            “ขับรถเชี่ยไรเนี่ยเฉิน!

            “ขอโทษครับคุณหนู  ผม..”

            “จะพากูไปตายเหรอ!!  เหม่ออะไรนักหนานี่มึงขับรถอยู่นะเว้ย  กูยังไม่มีเมียนะยังไม่อยากตาย”

            ภภีมก็บ่นแบบนี้ทุกครั้ง  แต่ทำไมครั้งนี้เขาถึงเจ็บเหลือเกิน  ทำไม

ครั้งนี้คำพูดมันกัดกินหัวใจเขามากกว่าทุกครั้ง  ทั้งที่รอตั้งหลายชั่วโมงให้คนทั้งคู่เสพสุขกันจนเพลียกลับมา  แค่งีบหลับเขายังไม่กล้าเพราะกลัวว่าคุณหนูของเขาเดินออกมาแล้วจะไม่เจอ  หรือว่าภภีมเป็นอะไรแล้วเขาจะช่วยไว้     ไม่ทัน 

            ถ้าเป็นไปได้เขาก็แค่หวังว่ามาเฟียหนุ่มจะเอ่ยถามเขาสักนิด  ว่ารอนานไหม  ขอแค่นี้จริงๆ  แต่เปล่าเลย  ภภีมไม่ได้นึกถึงใจเขาแม้แต่น้อยคนอย่างเขามันคงเป็นได้แค่ลูกน้องวันยันค่ำ

            แต่ไม่เป็นไรหรอก  แค่คำพูดที่บั่นทอนความรู้สึกแค่นี้เอง  มันไม่    ทำให้เขารักคนตัวเล็กน้อยลงเลยแม้ว่าจะผ่านใครมาก็ตาม

           

            แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นแผนของหมอเมฆที่จะทำให้เฉินรู้สึกว่าตัวเองแพ้  แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ  ยิ่งเฉินรู้สึกว่าตัวเองแพ้มันก็เท่ากับว่าเฉินยอมรับว่าหมอเมฆเป็นเจ้าของร่างบางที่เฉินหวงนักหวงหนานั่นแล้วจริงๆถึงได้รู้สึกพ่ายแพ้ต่อเขา

            และหมอเมฆจะไม่มีวันทำให้เฉินรู้สึกดีขึ้นแน่  เขาจะยิ่งกดให้เฉินดูต่ำต้อยและพ่ายแพ้ยิ่งกว่าที่เป็น  หากหัวใจเฉินอยู่ที่ภภีมแล้วล่ะก็  เขาก็จะขยี้หัวใจของเฉินซ้ำๆ  จะขย้ำจนกว่าจะพอใจ  ให้มันรู้กันไปว่าใครจะได้ร่างบางนี้ใครจะได้หัวใจไปครอบครองก่อนกัน

 UPLOAD 100 %

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ


1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


ติดตามแฟนเพจนักเขียน

CLAZZICAL

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

234 ความคิดเห็น

  1. #225 NingBundith (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:05
    หมอก็ยังเลวเหมือนเดิม
    #225
    0
  2. #213 JJCAT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 21:36
    หมออ่ะทำไมใจร้ายยยย
    #213
    0
  3. #188 insinsutee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 14:22
    หมอดูเลวจัง
    #188
    0
  4. #184 toktok_toyo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 19:32
    จะรีมั้ยอ่าาา อยากได้ พรีไม่ทันนนน
    #184
    0
  5. #183 #My Name (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 21:36
    เข้าทางพี่หมอเขาเลยแหละทีนี้
    #183
    0
  6. #149 aomaunthan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 13:47
    ^////^
    #149
    0
  7. #39 dena_chocolate (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:30
    เดี๋ยวนะ ทำไมเรารู้สึกสงสารเฉิน =_=
    #39
    0
  8. #38 Happy HP Time (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:28
    อิหมอร้ายกับใครร้ายได้ แต่อย่ามาร้ายกับเมียนะเว้ยย//เดี๋ยวยิงไส้แตกเลยนี่
    #38
    0
  9. #37 Greennipapan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 19:22
    หมอจะแกล้งภภีมไปถึงไหนนนน
    #37
    0
  10. #36 yiewha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 14:44
    อีกนิดนึงจะเกลียดหมอล่ะ  แต่ตอนที่หมออยากเอาชนะเฉิน ไม่รู้ทำไมต้องเชียร์หมอด้วย 555555
    #36
    0
  11. #35 Greennipapan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 16:45
    อีหมอมันร้ายยย
    #35
    0
  12. #34 dena_chocolate (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 14:39
    อยากอ่านต่อออออออออ
    #34
    0