[Fic EXO] Crave - KrisLay ft. ChanBaek

ตอนที่ 5 : | Chapter 4 | Falling in love?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 มี.ค. 60

4 | Falling in love?


  หลังจากที่ทำงานในคืนแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว คริก็พาอี้ชิงมาส่งที่บ้านของซูเหยาแถมยังให้ค่าตัวไว้สูงเกินเพราะอี้ชิงเพิ่งมาทำงานนี้เป็นครั้งแรกและไม่มีประสบการณ์ด้านนั้นมาก่อน แต่คริก็ยืนยันจะให้ราคานั้น อี้ชิงเองก็ไม่อยากจะขัดใจลูกค้าคนนี้สักเท่าไหร่ 



  “คงจะใช้ยาปลุกให้คุณคริกินล่ะสิ เหอะ” 



  ประโยคดูถูกดูแคลนจากปากของแบคฮยอน ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของอี้ชิง ไม่เข้าใจว่าทำไมแบคฮยอนถึงไม่ชอบขี้หน้าเขาทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย  



  อี้ชิงส่ายหัวไปมาเบาๆก่อนจะพาร่างของตัวเองไปที่ห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกห้องนอนพร้อมกับหยิบผ้าขนหนูและชุดลำลองติดมือไปด้วย 






  ฮีชอลบอกว่าวันนี้เขาไม่ต้องขึ้นเวทีแค่คอยให้บริการลูกค้าตามโต๊ะก็พอและอี้ชิงก็ตกลงตามนั้น ฮีชอลเป็นคนเลือกสือผ้าให้อี้ชิงเหมือนเดิม โดยที่เลือกชุดที่เรียบๆแต่ก็ยังมีความเซ็กซี่อยู่นิดหน่อย ซูเหยาก็เป็นคนแต่งหน้าให้แต่ปกติแล้วโจควอนจะเป็นคนแต่งหน้าให้อี้ชิง เพราะโจควอนขอกลับต่างจังหวัดประมาณสามวัน 



  ยังคงมีลูกค้ามาเที่ยวที่ผับนี้เยอะเหมือนเคย ร่างบางเดินไปตามโต๊ะของลูกค้าเพื่อคอยให้บริการ นั่งใกล้ๆลูกค้าและคอยเทเครื่องดื่มให้ แต่เวลาที่ลูกค้าอยากให้อี้ชิงดื่มเขาก็จะปฏิเสธออกไปเพราะฮีชอลกำชับไว้ว่าห้ามดื่มของมึนเมาในเวลาทำงานเด็ดขาด 



  หลังจากที่เดินไปเกือบทุกโต๊ะแล้ว ร่างบางก็สาวเท้าเดินตรงมาที่บาร์เครื่องดื่มและขึ้นมานั่งที่เก้าอี้สูง คอยชะเง้อมองที่ประตูทางเข้าอยู่เป็นพักๆสลับกับมองการแสดงบนเวที อี้ชิมองที่ประตูทางเข้าเหมือนรอใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ  



  “ไว้เจอกันนะ” 



  ประโยคสั้นๆที่ร่างสูงพูดไว้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของอี้ชิง แต่คิดแล้วก็ต้องก้มหน้าลงอย่างหมดหวัง เพราะอี้ชิงเองก็แค่โฮสต์ เขามาที่นี้เพื่อที่จะทำเรื่องอย่างว่าเพียงอย่างเดียว คงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่านั้น 



  “เฮ้อ...เขาไม่มาหรอก” ถอนหายใจพร้อมกับพูดออกมาเบาๆเพราะความน้อยใจ แต่ก็ยังคงมองที่ประตูทางเข้าอยู่ 



  “ไงคนสวย” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น อี้ชิงจึงหันไปมอง 



  “ส..สวัสดีฮะ” อี้ชิงก้มศีรษะลงเล็กน้อย 



  “ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวละหื้ม? ไปหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่ามั้ย” เขาพูดพร้อมกับเลื่อนมือมาโอบเอวของอี้ชิงไว้ 



  “เอ่อ คือ...” อี้ชิงยิ้มเจื่อนๆและปล่อยให้ลูกค้าคนนี้ลวนลามตามใจชอบ 



  “ไปกับฉัน” ร่างบางถูกดึงให้เดินตามไป อี้ชิงพยายามหันไปมองที่ประตูทางเข้าแต่ลูกค้าคนนั้นก็ดันอี้ชิงให้เข้าไปในลิฟท์เสียก่อน 



  พอขึ้นมาที่ชั้นสองแล้ว อี้ชิงก็พอจะรู้แล้วว่าจะต้องเจออะไรและทำอะไรบ้าง ลูกค้าคนนั้นไขกุญแจก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เขาผายมือให้อี้ชิงเดินเข้าไปก่อนแล้วค่อยเดินตามเข้ามาและปิดประตู เขาดันให้อี้ชิงนั่งลงที่โซฟาก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างๆ 



  “เป็นเด็กใหม่งั้นหรอ  



  “ช..ใช่ฮะ” อี้ชิงยิ้มบางๆ 



  “ทำความรู้จักกัน ฉันชื่อเว่ยถิง 



  “อี้ชิงฮะ” ร่างบางยกยิ้มขึ้น 



  “แล้วทำเป็นรึเปล่า”  



  “อ..เอ๊ะ? อะไรหรอฮะ” อีกฝ่ายไม่พูดอะไร เขยิบเข้ามาใกล้ร่างบางจนนอนราบไปกับโซฟาและซุกไซร้ที่ซอกคอขาวอย่างหื่นกระหาย “ค..คุณ....” 



  “อย่าดื้อสิ” เขาสอดมือเข้ามาใต้สาบเสื้อพร้อมกับทำรอยกุหลาบไว้ อี้ชิงได้แต่นอนนิ่งปล่อยให้ลูกค้าทำตามใจชอบ แต่กลับแสดงสีหน้าที่ไม่เต็มใจเอาซะเลย ไม่ได้รู้สึกเหมือนตอนที่คริเป็นคนทำ เขาไม่ชอบเลย อยากจะผลักคนนี้ออกไปเหลือเกิน... 



  ก๊อก ก๊อก ก๊อก 



  เว่ยถิงไม่สนใจ เงยหน้าขึ้นจากซอกคอขาวก่อนจะปลดกระดุมเสื้อของร่างบางทีละเม็ด 



  ปัง! ปัง! ปัง! 



  “อะไรวะ!” 



   เมื่อเสียงเคาะประตูรุนแรงขึ้น ทำให้เว่ยถิงเริ่มอารมณ์เสีย เขาลุกออกจากโซฟาก่อนจะเดินไปเปิดประตู 



  “มึงเป็น...อั๊ก!” คนที่มาเคาะประตูปล่อยหมัดใส่เว่ยถิงจนเว่ยถิงเซไปกระแทกกำแพง 



  “อี้ชิงเป็นของกู!” ร่างสูงรีบสาวเดินเข้ามาในห้องและก็พบร่างบางที่กำลังติดกระดุมเสื้อของตัวเอง 



  “ค..คุณคริ” มือใหญ่จับข้อมือบางไว้และดึงให้ร่างบางเดินตามไป ปล่อยให้เว่ยถิงนั่งอารมณ์เสียอยู่คนเดียว 






  ภายในรถหรูมีแต่ความเงียบ มีเพียงเสียงแอร์เท่านั้นที่ดังตลอด อี้ชิงกระชับเสื้อสูทของร่างสูงเพราะลมเย็นจากแอร์ ร่างสูงที่เหลือบมองมาพอดีจึงเอื้อมมือปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้น  



  Rrrrrr 



  มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาก่อนจะกดรับสาย 



  “ฮะเจ๊ฮีชอล” 



  [ตอนนี้หนูอยู่ไหนจ๊ะ] 



  “เอ่อ...คือว่า...” ยังไม่ทันที่อี้ชิงจะตอบ คนที่กำลังขับรถอยู่ก็ได้แบ่งโทรศัพท์ของอี้ชิงไปพูดแทน 



  “ตอนนี้อี้ชิงอยู่กับผมครับ เจ๊ไม่ต้องห่วง” 



  [อ..อ๋อค่ะคุณคริ ฝากด้วยนะคะ] คริกดวางสายก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้ร่างบาง 











  ร่างบางสาวเท้าเดินตามร่างสูงออกมาจากลิฟท์โดยสาร คริพาอี้ชิงมาที่คอนโดของเขาแต่ด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง ทำให้อี้ชิงรู้สึกกลัวเล็กน้อย ร่างสูงหยุดยืนที่หน้าห้องพักของตัวเอง ใช้นิ้วโป้งเพื่อสแกนลายนิ้วมือก่อนจะเปิดประตูเข้าไป อี้ชิงเดินตามไปอย่างว่าง่ายก่อนจะถอดรองเท้า ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาเพราะห้องพักของคอนโดแห่งนี้กว้างขวาง มีห้องมากมายและยังมีชั้นลอยอยู่อีกชั้นหนึ่ง 



  เดินขึ้นไปที่ห้องนอนฉัน” คริเอ่ยขึ้นหลังจากที่ล็อคประตูและถอดรองเท้าแล้ว เขาสวมสลิปเปอร์และสาวเท้าเดินเข้าไปในครัว 



  “ฮะ” ขานรับสั้นๆก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป อี้ชิงเห็นประตูอยู่บายเดียวจึงเดินเข้าไปเปิดประตูบานนั้น  



  ห้องนอนของร่างสูงก็ใหญ่อยู่เหมือนกัน ทางด้านนึงของห้องมีผนังกั้นไว้ระหว่างส่วนห้องนอนและห้องน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีขาว ดำและเทา และเป็นสไตล์โมเดิร์น อี้ชิงเดินสำรวจอย่างช้าๆ ขณะนั้นเองร่างสูงก็เดินเข้ามาในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับขวดไวน์และแก้วไวน์อีกสองแก้ว เขาวางไว้ที่โต๊ะเล็กที่อยู่เยื้องกับเตียงไปทางซ้าย  



  “อ๊ะ...คุณคริ” ร่างสูงเดินมาสวมกอดร่างบางจากด้านหลังพร้อมกับเอาคางเกยไหล่เล็ก 



  “คิดถึง” ประโยคสั้นๆที่ฟังดูห้วนๆของร่างสูง ทำให้อี้ชิงเกิดอาการเขินอายจนแก้มและใบหูเป็นสีแดง 



  “อี้ไม่เชื่อหรอกฮะ” อี้ชิงพูดออกมาอย่างอายๆ ก่อนจะถูกจับให้หันกลับหลังมาเจอกับใบหน้าคมคาย 



  “.....” ร่างสูงเงียบ เขาดันใบหน้าหวานไปทางหนึ่งอย่างช้าๆเพราะเขาเห็นรอยกลีบกุหลาบที่ซอกคอขาวซึ่งเขาเดาว่าคงจะเป็นผู้ชายคนนั้นที่เป็นคนทำ 



  “คือ...” 



  “ห้ามไปกับลูกค้าคนอื่นอีก ฉันอนุญาตให้แค่นั่งเป็นเพื่อนลูกค้าที่ร้านเท่านั้น ห้ามขึ้นไปที่โรงแรมเด็ดขาด” 



  “เขาพาอี้ไป...” 



  “ห้าม ฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะทำเรื่องอย่างว่ากับเธอได้” อี้ชิงจ้องมองใบหน้าของร่างสูง ก่อนจะหลบสายตาก้มต่ำลงเพราะความเขินอาย แขนใหญ่โอบเอวบางเข้ามาใกล้ก่อนจะกดจูบเบาๆที่หน้าผากมน “เข้าใจมั้ยครับ” 



  “ข..เข้าใจฮะ...อื้อ~”  



  คริใช้ด้านข้างของนิ้วชี้เชยปลายคางมนขึ้นมา ก่อนจะกดจูบที่ริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยน กดจูบย้ำๆก่อนจะย้ายริมฝีปากลงมาที่ซอกคอขาวและดูดดุนซ้ำรอยเดิมที่ผู้ชายคนนั้นทำไว้ ขบเม้มใบหูของคนตัวเล็กกว่าอย่างหยอกล้อเพื่อเป็นการแกล้ง 



  “ฮื่ออ~ คุณคริสอ่”  



  “ฮ่ะๆๆ ไม่แกล้งแล้ว” เขาขำออกมาก่อนจะละใบหน้าออกมามองตาคู่หวานของร่างบาง “คืนนี้ฉันจะให้เธอออนท็อป 



  “ออนท็อป?”  



  “เวลาที่อี้ขึ้นไปนั่งขย่มบนตัวของเขาน่ะ นั้นคือการออนท็อปจ้ะ” 



  อี้ชิงนึกถึงประโยคที่เจ๊ฮีชอลเคยพูดกับเขาก่อนจะยกมือขึ้นลูบท้ายทอยของตัวเอง 



  “คืออี้...” 



  “.....” 



  “อี้ทำไม่เป็นฮะ”  



   “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะสอนเธอเอง...โอ๊ย!” เขาร้องออกมาเพราะอยู่ดีๆร่างบางก็ฟาดมือตีเข้าที่ต้นแขนของเขา 



  “ข..ขอโทษฮะ มือมันไปเอง” อี้ชิงดันร่างสูงให้ออกห่างเล็กน้อยก่อนจะกุมมือไว้ข้างหน้าและก้มหน้าอย่างสำนึกผิด 



  “น่ารัก” พูดจบ ปากหยักกับปลายจมูกโด่งก็ฝังเข้าไปที่แก้มขาว ก่อนจะพาร่างบางมานั่งที่โซฟาที่อยู่หลังโต๊ะเล็กแล้วก็ย่อตัวลงนั่งข้างๆ 



  “นี่อะไรหรอฮะ” อี้ชิงชี้นิ้วไว้ที่ขวดบนโต๊ะเล็ก 



  “ไวน์แดง ฉันจะให้เธอลองชิม” คริเทไวน์แดงใส่แก้วทรงสูง ก่อนจะหยิบแก้วหนึ่งยื่นให้คนข้างๆ 



  “อี้ดื่มไม่เป็นหรอกฮะ” 



  “ฝึกไว้สิ ดื่มเข้าไปนิดเดียวแล้วก็อมไว้ก่อน ค่อยกลืน” อี้ชิงมองร่างสูงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับแก้วไวน์มาและทำตามที่ร่างสูงบอก ดื่มเข้าไปเล็กน้อยก่อนจะอมไว้อยู่สักพัก ทำให้รสชาติแปลกๆที่ไม่เคยลิ้มลองแพร่กระจายไปทั่วโพรงปากจึงกลืนลงคอไป 



  “ขมจังเลยฮะ ไม่ดื่มแล้วได้มั้ย”  



  “แรกๆก็แบบนี้แหละ ดื่มให้หมดแก้วสิ” พูดจบ คริก็ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มของเหลวสีแดงเข้มนั้นหมดภายในอึกเดียว 



  “ฮะ...” อี้ชิงค่อยๆดื้มทีละนิดและทำตามขั้นตอนเดิม ในขณะที่ร่างสูงนั้นดื่มไปได้หลายแก้วแล้ว 



  หลายนาทีต่อมา หลังจากที่ดื่มแก้วแรกหมด คริสก็เติมให้อี้ชิงอีกแก้วทันที และพอเริ่มดื่มแก้วที่สอง ใบหน้าหวานก็เริ่มขึ้นริ้วสีระเรื่อเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ คริวางแก้วของตัวเองลงที่โต๊ะเล็กก่อนจะหยิบแก้วของร่างบางมาวางที่โต๊ะเล็กเช่นกัน 



  “งื้ออออ อี้จาดื่มมม~” อี้ชิงที่อยู่ในอาการเมาก็โวยวายเล็กน้อยและจะอื้อมหยิบแก้วของตัวเอง แต่มือใหญ่ก็ชิงหยิบไปก่อนและกระดกดื่มหมดแก้วแล้งค่อยวางแก้วไว้ที่เดิม 



  “หมดแล้วเด็กดี” 



  “อี้ขออีกสิฮะ~” พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับเขย่าแขนใหญ่ไปมา 



  “อ้อนสิ แล้วจะให้ดื่มอีก” คริยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะตบตักตัวเองเพื่อให้ร่างบางขึ้นมานั่ง และอี้ชิงก็ยอมขึ้นมานั่งคร่อมที่ตักของร่างสูงพร้อมกับเบียดกายเข้าหาและกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง 



  พอเมาแล้วเซ็กซี่เป็นบ้าเลย... 



  “นะฮะ คุณคริ~” ทำเสียงอ้อนพร้อมกับยกแขนขึ้นโอบรอบคอของร่างสูง เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายมูกชนกัน ทำให้คริสได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของคนตัวเล็กกว่า 



  “เธอเมาแล้วนะอี้ชิง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับลูบไล้ไปมาบริเวณสะโพกและเอวของร่างบาง “ไหนลองจูบฉันซิ” 



  “.....” 



  อี้ชิงหลับตาลงพร้อมกับกดจูบที่ปากหยักก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียไปตามริมฝีปากนั้น คนโดนจูบเผยอริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นบางเลื่อยเข้ามาในโพรงปากได้และจัดการเกี่ยวลิ้นบางไว้แล้วค่อยพัวพันกันไปมา แต่ดูท่าว่าร่างบางยังคงจูบไม่เป็น มือหนาข้างหนึ่งจึงดันท้ายทอยของอีกฝ่ายไว้และเป็นฝ่ายป้อนจูบให้ 



  “อื้อ~” อี้ชิงร้องท้วงในลำคอแต่ก็รับจูบของอีกฝ่ายมาอย่างเต็มใจ แขนเรียวโอบคอร่างสูงแน่นขึ้นและแลกจูบกับร่างสูงอย่างเร้าร้อน เสียงหายใจและเสียงเจ๊าะแจ๊ะดังแข่งกันอยู่ภายในห้องนอน และเสียงก็เริ่มเงียบลงเมื่อคริถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะใช้ปลายนิ้วโป้งปาดน้ำใสที่ไหลออกจากมุมปากของอี้ชิง 



  “ยังจูบไม่คล่องเลยนะ ต้องฝึกบ่อยๆล่ะอี้ชิง”  



  งื้ออ~ จาดื่ม~”  



  “หึๆ” คริสยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะไล้ปลายจมูกโด่งไปตามซอกคอขาวและสูดกลิ่นหอมประจำตัวของร่างบางเข้าปอดอย่างหื่นกระหาย อี้ชิงหลับตาพริ้มพร้อมกับเชิ่ดหน้าขึ้นส่งเสียงครางเบาๆ 



  “ฮื่ออ...คุณคริส”  



  “หื้มม?” สียงทุ้มขานรับในลำคอ ก่อนจะเริ่มพรมจูบไปตามเนื้อขาวและสอดมือเข้าไปใต้สาบเสื้อขาว  



  “ไวน์...อี้อยากดื่มอีก~” 



  “กินอย่างอื่นดีกว่ามั้ย” กระซิบข้างหูของคนตัวเล็กกว่าก่อนจะขบกัดเบาๆที่ใบหูพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อบนตัวร่างบางอย่างช้าๆ เลื่อนมือมาจับก้มนุ่มทั้งสองข้างก่อนจะออกแรงบีบตามใจชอบ คริเผยยิ้มออกมาเมื่อเข้าเห็นสีหน้าของอี้ชิงที่ดูท่าว่าจะชอบสัมผัสของเขา อี้ชิงกัดปากล่างของตัวเองพร้อมกับแอ่นสะโพกขึ้นและให้ใบหน้าคมคายซุกไซร้อยู่ที่อก 



  อี้อยากให้คุณ...ทำมันอีก” อี้ชิงยันเข่ากับโซฟาพร้อมกับลูบไล้แผ่นหลังกว้างของร่างสูง 



  ขี้อ่อยเป็นบ้าเลย... 



  “หึ...เธอพูดเองนะ”












Cut













  “เหนื่อยหรือยัง หื้ม?” หลังจากถอนจูบออก ก็ซุกไซร้ใบหน้าคมคายอยู่บริเวณซอกคอขาว 



  “วันนี้คุณมาช้า” เสียงหวานแหบๆเอ่ยออกมาเบาๆ 



  “ติดประชุมน่ะเลยมาช้า ขอโทษนะ” พูดจบก็กดจูบเบาๆที่แก้มขาว คริสยิ้มออกมาเมื่อเห็นรอยบุ๋ที่ข้างแก้มของอี้ชิง “ไง ตกลงเหนื่อยมั้ย” 



  “เหนื่อยสิฮะ ก็คุณคริ...” คุณคริทำอี้แรงนี่ฮะ...  



  “ฉันทำไมหรอ” ปากอิ่มยู่ปากก่อนจะส่ายหน้าเบาๆและขยับพลิกตัวนอนคว่ำ  



  “อี้ง่วงแล้วอ่า” เสียงหวานอู้อี้พร้อมกับซุกใบหน้ากับหมอน 



  “งั้นนอนนะเด็กดี” คริกดจูบเบาๆที่หัวไหล่มนก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างร่างบางและดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มกายก่อนจะกอดเอวบางไว้หลวมๆ 



  “หื้ม? หลับแล้วหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามหลังจากที่เขาได้ยินเสียงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะกระชับกอดให้แน่นขึ้น เขากะว่าจะทำต่ออีกสักหน่อย แต่เห็นว่าร่างบางเหนื่อยขนาดนี้เลยยอมให้นอนหลับไปก่อน 



  “Goodnight, my girl” 











  ร่างสูงเริ่มขยับตัวเล็กน้อยหลังจากที่นอนหลับมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว คริสค่อยๆลืมตาขึ้นจนมองเห็นเพดานห้องที่ตอนนี้เริ่มจะสว่างขึ้นแล้วเพราะแสงอาทิตย์จากนอกหน้าต่างที่ส่องผ่านเข้ามา เขาใช้แขนยันตัวขึ้นมาอยู่ในท่านั่งก่อนจะหันมองร่างบางที่กำลังนอนหลับอยู่ คริสยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปลูบผมสีดำอย่างอ่อนโยนพร้อมกับก้มลงจูบเบาๆที่หัวไหล่มน 



  ครืด~ ครืด~  



  คริได้ยินเสียงสั่นของสมาร์ทโฟนของตัวเองบนหัวเตียง เขาจึงหยิบมันมาดูว่าใครที่โทรมาหาเขาแต่เช้า พอเห็นชื่อเขาก็กดรับสายทันที 



  “ฮัลโหล” 



  [เอ่อ...คุณคริสคะ วันนี้มีประชุมกับฝ่ายขายตอน 8 โมงเช้านะคะ] เป็นเลขาของคริที่โทรมาหา 



  “ขอบคุณที่เตือน” เขาตอบสั้นๆก่อนจะกดวางสายไปและวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม เขาหันมาสนใจร่างบางข้างๆอีกครั้ง  



  “ตื่นได้แล้วอี้ชิง” คริก้มลงกระซิบที่ข้างหูของร่างบางก่อนจะพยายามก่อกวนด้วยการซุกไซร้ใบหน้าคมคายที่ซอกคอขาว 



  “อื้อ~” อี้ชิงเริ่มขยับตัวและร้องท้วงอยู่ในลำคอเพราะโดนรบกวน ยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาๆก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น ก็มองเห็นใบหน้าของร่างสูงเป็นอย่างแรก ยิ้มให้กันครู่หนึ่งก่อนที่ปากหยักจะประกบกับปากอิ่มเบาๆแล้วเลื่อนมากดจูบเบาๆอีกครั้งที่มุมปากสวย 



  “Morning Kiss”  



  “อร์นิ่งคิส? หมายถึงจุ๊บตอนเช้าหรอฮะ” 



  “ฮ่าๆๆ 



  “คุณคริขำทำไมล่ะฮะ” อี้ชิงทำหน้ามุ่ยเพราะเสียงหัวเราะของร่างสูง มือบางตีเบาๆที่ท่อนแขนแกร่ง 



  “ขอโทษครับๆ ไม่ขำแล้ว” คริเอ่ยออกมายิ้มๆก่อนจะประกบจูบกับปากอิ่ม เขากดจูบย้ำๆอยู่สักพักแล้วค่อยเริ่มดูดดุนริมฝีปากอิ่มเบาๆก่อนจะผละออกมาช้าๆ “ไปอาบน้ำกัน เมื่อคืนคงเหนียวตัวแย่” 



  “ได้ฮะ แล้ววันนี้คุณคริทำงานมั้ยฮะ”  



  “มีประชุมน่ะ แต่ฉันจะไปส่งเธอก่อน” 



  “ถ้างั้นอี้ลับเองก็ได้ฮะ คุณคริจะได้รีบไปที่บริษัท” พูดจบ ร่างบางพยายามจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็ลำบากนิดหน่อยเพราะอาการเจ็บตรงช่วงสะโพก 



  “ไม่ ฉันจะไปส่งเอง” 



  “แต่...อ๊ะ คุณคริ~” คริชิงหอมแก้มของอี้ชิงก่อนที่ร่างบางจะเอ่ยปากค้านอีกครั้ง 



  “ถ้ายังไม่ยอมฉันจะปล้ำเธอ...ตอนนี้เลย” 



  “ฮื่อ~ ก็ได้ฮะ” ทั้งคู่ยิ้มให้กันอีกครั้ง คริลงมายืนข้างๆเตียงก่อนจะช้อนตัวร่างบางขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวแล้วก็เดินตรงไปยังห้องน้ำ 






  รถหรูของคริมาจอดที่หน้าบ้านของซูเหยา คริในชุดสูทเปิดประตูลงมาจากรถก่อนตะเดินอ้อมมาฝั่งที่นั่งข้างคนขับ เขาเปิดประตูออกกว้างแล้วก็พยุงร่างบางออกมา ขณะนั้นเองประตูรั้วเหล็กก็เปิดออก อี้ชิงเห็นแบคฮยอนกำลังมองมาที่เขาอย่างไม่พอใจ มองตั้งแต่หัวจรดเท้าและเบ้ปากเล็กน้อย อี้ชิงเห็นแบบนั้นจึงหลบสายตาจากแบคฮยอนและหันมองหญิงวัยกลางที่ออกมาต้อนรับเขา 



  “คุณครินี่เอง ขอบคุณที่พาน้องมาส่งนะคะ” เธอยิ้มให้คริก่อนจะประคองร่างบางไว้ข้างๆตัว 



  “ให้ผมพาน้องไปที่ห้องด้วยมั้ยครับ 



  “ไม่เป็นไรหรอกฮะ คุณคริมีประชุมนี่” เสียงหวานที่แหบพร่าเอ่ยขึ้น พลางมองไปที่ร่างเล็กที่กำลังล้อเลียนท่าทางของเขาอยู่ 



  “เดี๋ยวฉันดูแลต่อเองค่ะ คุณคริไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” คริพยักหน้ารับก่อนจะมองตามร่างบางที่กำลังเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับซูเหยา ก่อนจะหันมองร่างเล็กที่ยืนกอดอกอยู่ 



  “ทีกับแบคไม่เคยจะมาส่งแบบนี้มั้งเลย” 



  หึ มันไม่เหมือนกันนี่” คริเอ่ยเสียงเรียบ “ฉันมีเรื่องจะเตือนเธอพอดี” 



  “.....” 



  “ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนบอกให้ไอ้ผู้ชายคนนั้นเข้าหาอี้ชิง แบคฮยอน” 



  “ทำไมต้องคิดว่าเป็นแบคล่ะ อาชีพแบบเนี่ยมันก็ต้องมีบ้างแหละครับ” แบคฮยอนเอาแขนลงพรัอมกับทำลอยหน้าลอยตาเหมือนรู้เรื่องอะไรด้วย 



  “แต่อี้ชิงเขาไม่เหมือนเธอ” 



  “ยังไงก็พวกขายตัวเหมือนกันนี่ครับ” 



  “แต่อี้ชิงขายให้ฉันคนเดียว ไม่เหมือนเธอ...แบคฮยอน” คริมองดูท่าทางของร่างเล็กที่อยู่ในอารมณ์โกรธ 



  “อย่ายุ่งกับอี้ชิงอีก” คริพูดทิ้งท้ายไว้สั้นๆก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองและขับออกไป 



  ซูเหยาประคองร่างของอี้ชิงขึ้นมาที่ห้องนอน พอร่างบางหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงแล้ว มือบางก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบใบเช็คออกมาก่อนจะยื่นให้หญิงวัยกลางคน 



  “เดี๋ยววันนี้ม๊าไปเปิดบัญชีให้นะ” เธอเอ่ยพร้อมกับรับใบเช็คนั้นมา 



  “ได้ฮะม๊า ขอบคุณนะฮะ” ปากอิ่มวาดยิ้มหวานและมองตามแผ่นหลังของหญิงวัยกลางคนที่กำลังหายลับออกไปข้างนอกห้อง ร่างบางค่อยๆลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปหยิบชุดนอนในตู้เสื้อผ้า อี้ชิงหายเข้าไปในห้องอยู่สักพักแล้วก็ออกมาในชุดนอนสีพื้นๆ อี้ชิงล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้าและรู้สึกเจ็บปวดช่วงสะโพก  



  “เฮ้อ...” อี้ชิงถอนหายใจออกมาหลังจากที่ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มถึงคอแล้ว และไม่นานอี้ชิงก็เผลอหลับไปโดยที่มีคำถามค้างคาอยู่ในใจ 



  คุคริเคยทำแบบนี้กับใครมาบ้างนะ... 






  อี้ชิงตื่นขึ้นาในบ่ายเพราะคยองซูเป็นคนปลุก ซูเหยาอนุญาตให้อี้ชิงหยุดหนึ่งวันเพื่อจะได้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งคยองซู ซิ่วหมินและโจควอนต่างก็ผลัดกันมานั่งพูดคุยกับอี้ชิงระหว่างที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้า อี้เริ่มจะสนิทกับสามคนนี้แล้วแต่กับอีกคนหนึ่งที่อยู่ห้องข้างๆเขาและไม่ชอบสุงสิงกับใคร คนๆนั้นคงจะไม่อยากญาติดีกับอี้ชิงสักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่เจอหน้ากันก็เกลียดกันโดยไม่มีเหตุผล อี้ชิฃพยายามถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าเขาทำอะไรผิด และอี้ชิงก็รู้สึกว่าแบคฮยอนเริ่มเกลียดเขามากขึ้นทุกวัน... 



  ณ ตอนนี้ทุกคนไปที่ร้านกันหมดแล้ว เหลือแต่อี้ชิงกับซูเหยาที่อยู่ที่บ้าน อี้ชิงอาบน้ำเสร็จแล้วก็เลือกใส่ชุดนอนเหมือนเดิม แล้วก็ลงไปทานเข้าเย็นตามที่ซูเหยาบอก หลังจากนั้นก็ค่อยกินยาแก้ปวดตาม อี้ชิงขึ้นมาบนห้องอีกครั้งแล้วก็เปิดทีวีดูแก้เบื่อ 



  Rrrrrr 



  โทรศัพท์รุ่นเก่าของอี้ชิงแผดเสียงออกมา มือบางเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างหมอนมา ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างสงสัยเพราะเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเลย แต่ก็ตัดสินใจกดรับสาย 



  “...ฮัลโหลฮะ” 



  [ฉันเองนะอี้ชิง] ปลายสายเป็นเสียงทุ้มที่อี้ชิงจำได้ดีว่าเป็นเสียงของใคร 



  “คุณคริสหรอฮะ?” อี้ชิงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วก็รู้สึกร้อนผ่าวบริเวณใบหน้า 



  [อื้ม เธอเป็นยังไงบ้าง มีตัวร้อนบ้างรึเปล่า]  



  “ม..ไม่ฮะ แต่ก็ยังปวดอยู่นิดหน่อย” อี้ชิงกัดปากล่างแน่นหลังจากที่พูดจบ เพราะคำถามของร่างสูงทำให้อี้ชิงนึกถึงเมื่อคืนที่มีอะไรกัน 



  [ดีแล้ว นี่เธออยู่ที่ไหน เงียบจังนะ] 



  “อยู่ที่บ้านม๊าซูเหยาฮะ ม๊าให้หยุดหนึ่งวัน” 



  [ดีมากเด็กดี แล้วไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ] 



  “เอ๊ะ? วันนี้คุณคริไม่มาที่ร้านหรอฮะ” 



  [อ่า...ใช่ พอดี.......คุณคริสคะ อย่ามัวคุยโทรศัพท์ได้มั้ยคะ] มีเสียงผู้หญิงแทรกขึ้นมา ทำให้อี้ชิงนิ่งไปสักพัก ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวอย่างแปลกละเหมือนว่าน้ำตามันตะไหลออกมา 



  [แค่นี้ก่อนนะอี้ชิง] และแล้วคริก็เป็นฝ่ายตัดสายไป มือบางที่จับโทรศัพท์ไว้อยู่ก็ค่อยๆหล่นลงมาอยู่บนตัก  



  หัวใจของอี้ชิงเหมือนตกลงมาจากที่สูงและกระแทกกับพื้นอย่างจัง อี้ชิงไม่ได้เผื่อใจเอาไว้เลยและไม่เคยคิดเลยว่าฝ่ายนั้นจะมีเจ้าของแล้ว และทุกอย่างที่ฝ่ายนั้นทำมาทั้งหมดก็เหมือนว่าอี้ชิงเป็นของเล่นแก้เหงาสำหรับผู้ชายคนนั้นเสียมากกว่า... 






  ทางฝั่งของคริ หลังจากที่วางสายอี้ชิงไปแล้ว เขาก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงและเงยหน้ามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา วันนี้เขามาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งแม่ของคริบังคับให้เขาพาผู้หญิงคนนี้มาทานข้าวนอกบ้าน 



  “อาหารมาตั้งนานแล้วนะคะ” เธอพูดอย่างไม่พอใจ 



  “แล้วไง เธอก็กินไปสิ” คริเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับยกแขนขึ้นมากอดอกและปรายตามองทางอื่น 



  “แต่ฉันสั่งมาเผื่อคุณนะคะ คุณต้องกิน” 



  “ไม่หิว อย่าบังคับได้มั้ย” 



  “คุณเป็นคนพาฉันมาข้างนอกนี่คะ ทำไมคุณ...”  



  “แม่ฉันบังคับ” คริสพูดอย่างไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อยแม้กระทั่งสายตาที่ไม่มีเธออยู่ในสายตาเขาเลย คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา 



  “ทำไมคุณต้องพูดทำร้ายจิตใจฉันด้วยคะ ฉันเป็นเมียคุณนะคะ” 



  “แต่ฉันเคยบอกเธอไปแล้วว่าฉันไม่ได้รักเธอแล้ว...เจียเหม่ย” 



  “.....” เธอจ้องตาเขม่งพร้อมกับกำมือแน่น คริมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกจากร้านอาหารไป 






  รถแท็กซี่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์ของตระกูลอู๋ ร่างของหญิงสาวก้าวลงมาจากรถแท็กซี่คันนั้นก่อนจะเดินไปกดออดหน้าบ้านเพื่อให้คนใช้มาเปิดประตูให้ ตอนนี้ใบหน้าของไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักแต่พอคนใช้คนหนึ่งม้าปิดประตูให้เธอ สีหน้าของเธอก็ยิ้มแย้มขึ้นมาทันที 



  “คุณเจีเหม่ย! ทำไมกลับมาคนเดียวล่ะคะ” คนใช้ตื่นตกใจเพราะเธอเห็นว่าเมื่อตอนเย็นคุณคริเป็นคนมารับคุณเจียเหม่ยคนนี้ออกไป 



  “คุณคริสเขามีธุระน่ะ แล้วคุณแม่นอนรึยัง” 



  “ยังหรอกค่ะ คุณนายรอคุณเจีเหม่ยอยู่” เจีเหม่ยยิ้มให้กับคนใช้ก่อนจะเดินตามคนใช้เข้าไปในตัวบ้าน 



  “เจีเหม่ย” พอเดินเข้ามาในบ้าน คุณนายอู๋ที่เดินวนไปวนมาอยู่นั้นก็โผเข้ากอดลูกสะใภ้ทันที “ทำไมหนูกลับมาเดียว ตาคริไปไหน” 



  “คุคริติดธุระค่ะ หนูเลยกลับมาคนเดียว” 



  “จริงๆเลยลูกคนนี้ มานั่งก่อนๆ” คุณนายอู๋พาเจีเหม่ยมานั่งที่โซฟาก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมสวยของลูกสะใภ้ “วันหลังแม่จะให้ตาคริสพาหนูเที่ยวต่างประเทศ ดีมั้ย?” 



  “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่ คุณคริสเองก็งานยุ่ง หนูไม่อยากรบกวนน่ะค่ะ” เจีเหม่ยยิ้มบางๆ 



  “ยุ่งที่ไหนกัน แสดงว่าตาคริโกหกหนูใช่มั้ย” 



  “อย่าว่าคุณคริเลยค่ะ เขาคงจะเบื่อหนูแล้ว...” ใบหน้าของจีเหม่ยก้มลงหงอย พร้อมกับแกล้งทำเสียงสะอึกสะอื้นเรียกคะแนนสงสาร “ฮึก...หนูทำให้เขามีความสุขไม่ได้ค่ะคุณแม่ 



  “โธ่ลูก...ไม่ร้องนะจ๊ะ” คุณนายอู๋รับเธอมาไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับลูบหลังเป็นการปลอบโยน จีเหม่ยยกแขนขึ้นกอดตอบพร้อมกับแกล้งทำเสียงสะอื้นและยกยิ้มน้อยๆที่มุมปาก 






  ลังจากที่เขาแยกกับเจีเหม่ย เขาก็ไปขับรถเล่นรอบเมืองเพื่อแก้เซ็ง แล้วค่อยกลับมาที่คอนโด ร่างสูงที่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเปิดทีวีเพื่อทำลายความเงียบก่อนจะมานั่งที่ปลายเตียงและหยิบโทรศัพท์มือถือมาเล่น 



  Rrrrrr 



  “ว่าไง” คริกดรับสายทันที 



  [แม่มึงโทรมาถามกูว่ามึงไปที่ร้านเฮียเล่ยรึเปล่า] เป็นชานยอลที่โทรมาหาเขา 



  “ทำไมวะ” 



  [ไม่รู้ดิ แต่แม่มึงบ่นกับกูว่ามึงปล่อยให้เมียมึงกลับบ้านคนเดียวได้ยังไง] 



  “เหอะ เจีเหม่ยไม่ใช่เมียกูแล้วเว้ย” คริสกรอกตาวนเพราะเขาบอกไปหลายรอบแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เมียของเขาอีกต่อไปแล้ว 



  [ไอ้นี่... เห็นแต่ก่อนบอกรักนักรักหนา] 



  “ถ้ามึงรู้นิสัยของเจีเหม่ยจริงๆ มึงก็จะรู้ว่าทำไมกูถึงอยากหย่า” คริพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเป็นฝ่ายกดตัดสาย แล้วก็วางโทรศัพท์ไว้บนเตียง  



  โทรหาดีมั้ยวะ... 



  เขาคิดในใจพร้อมกับนั่งจ้องโทรศัพท์ของตัวเอง เขาเอื้อมมือไปใกล้โทรศัพท์แต่ก็ตัดสินใจดึงมือกลับมา เขาอยากรู้ว่าอี้ชิงจะคิดยังไงกับเขาเพราะอี้ชิงต้องได้ยินเสียงของเจีเหม่ยอย่างแน่นอน ตอนนี้คริสกำลังลังเลใจที่จะอธิบายเรื่องนี้ให้กับอี้ชิง  



  “จะบ้าหรอวะ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” คริส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้ยืนและเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า เขาหยิบกางเกงชั้นในกับบ๊อกเซอร์มาสวมแล้วก็เดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง เลื่อนโทรศัพท์ไปไว้ข้างหมอนก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม  



  คริสหันมองที่ว่างข้างๆเขาซึ่งเมื่อเช้าเป็นที่ที่อี้ชิงเคยนอน เขานึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าตอนที่เขาปลุกอี้ชิงก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางหยิบหมอนที่อี้ชิงเคยหนุนมากอดไว้และซุกใบหน้ากับหมอนใบนั้น คริสหลับตาลงพลางนึกถึงใบหน้าหวานจนกระทั่งเขาเผลอหลับไป...



























|Talk|

ไรต์เชื่อว่ารีดทุกคนต้องคิดว่า "nc อีกแล้วหรอ...."

5555555555555 แรกๆอาจจะเยอะไปนิดนึง พอหลังๆก็ดราม่าจัดเต็มเลยจ้าาาา

ช่วยเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ กดเฟบ กดโหวต เม้นบอกกันได้นะว่ารู้สึกยังไง ขอบคุณค่าาาาา

ปล. รักรีดเดอร์ทุกคนเยยยย><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

145 ความคิดเห็น

  1. #144 sai suju&tvxq5 (@yusai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 23:49
    อ้าวว อิพี่คริส! ยังไงเนี้ย
    #144
    0
  2. #116 Pakjira0906 (@Pakjira0906) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 13:58
    อ้าว...
    #116
    0
  3. #95 Kray (@mamoru18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 11:59
    อี้จะทำไงต่ออ่า
    #95
    0
  4. #83 兴迷 (@tangmoanongnart) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:25
    อ้าวว มีเมียแล้วหนิเฮีย
    #83
    0
  5. #77 hunhunie (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 02:33
    คริสเป็นเอามากนะเนี่ย>\\\<
    #77
    0
  6. #46 Xingmin (@fairy32) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 10:33
    เห็นแววแล้วอี้ชิงต้องไม่ได้ครองคริสง่ายๆแน่ทั้งแบคทั้งเจียเหม่น
    #46
    0
  7. #43 juji han (@hannie137) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 00:31
    เส้นทางรักของอี้นั้นท่าจะดราม่า ยังไงก็ทีมอี้ชิงค่ะ
    #43
    0
  8. #42 aeiya0607 (@aeiya0607) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 22:15
    เราว่าคริสต้องมีเหตุผลในการมารักอี้อ่ะ เจียเหม่ยต้องมีอะไรสักอย่างที่คริสเห็นแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ดีอย่างที่เค้าคิด มันสัมผัสได้ว่าคริสรักอี้จริงๆนะ แต่แม่คริสเนี่ยน่าจะไม่ยอมรับอี้ แถมยังให้ท้ายเจียเหม่ยอีก
    #42
    0
  9. #41 krisging (@krisging) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 16:07
    อ้าวคริสมีเมียอยุ่แล้วหรอทำงี้กับอี้ได้งั้ย
    #41
    0
  10. #39 pangexo-l (@pangexo-l) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 15:11
    วงวารเค้านะค่ะ ต้มน้ำรอไรท์เลยดีไหมมม เกบียดอีพี่คริสแล้ว655555555
    #39
    0
  11. #38 FOeawB (@FOeawB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 14:45
    หวานนกันมากก555555อี้ฟ่านอย่าปล่อยให้ผุ้หญิงคนนั้นทำร้ายอี้น่ะ
    #38
    0