[Fic EXO] Crave - KrisLay ft. ChanBaek

ตอนที่ 4 : | Chapter 3 | Placable

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    13 มี.ค. 60

3 | Placable



  แบคฮยอนปั่นจักรยานกลับมาที่บ้านหลังจากที่ไปอยู่บ้านของชานยอลมาหลายชั่วโมงแล้ว ร่างเล็กสาวเดินเข้าไปในตัวบ้านก่อนเลี้ยวเข้าไปในครัวแต่ก็เหลือบมาเห็นกับข้าวบนโต๊ะอาหารเสียก่อน จึงเดินไปหยิบจานเปล่ามาก่อนจะเปิดหม้อหุงข้าวและตักข้าวใส่จาน เดินมานั่งที่โต๊ะอาหารแล้วค่อยตักกับข้าวมาทาน 



  “อร่อยแฮะ...พี่โจควอนครับ” หลังจากที่กินคำแรกเข้าไปก็เอ่ยเรียกชื่อโจควอนที่กำลังเดินมาทางนี้พอดี 



  “ว่าไงแบคฮยอน” โจควอนยิ้มให้ก่อนจะเดินมาเท้าแขนที่โต๊ะอาหาร 



  “วันนี้ไปซื้อกับข้าวที่ร้านไหนหรอ อร่อยดีอ่ะ 



  “เปล่าหรอกจ้ะ น้องอี้ชิงเป็นคนทำกับข้าวน่ะ” 



  “.....” แบคฮยอนทำหน้านิ่งก่อนจะวางช้อนซ้อมลงกระทบกับจานจนเกิดเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง เลี้ยวเข้าห้องของตัวเองและสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องน้ำก่อนจะเอาน้ำลั้วปากและบ้วนลงชักโครก  



  ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำก่อนจะหยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดปากแล้วค่อยสาวเท้าเดินออกจากห้องและเปิดประตูห้องของคยองซูกับอี้ชิงโดยที่ไม่เคาะประตู ร่างบางของอี้ชิงที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงของตัวเองก็หันมามองร่างเล็กที่เข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ไม่ยิ้มแย้มนัก 



  “พี่แบคฮยอน...มีอะไรรึเปล่าฮะ” มือบางวางหนังสือลงก่อนจะยันตัวขึ้นจะลุกจากเตียงแต่ร่างเล็กเดินมาหาด้วยอารมณ์ไม่พอใจก่อนจะใช้มือเล็กบีบเข้าที่ใบหน้าหวาน 



  “วันหลังแกไม่ต้องเสร่อมากับข้าวเลยนะ เพราะฉันไม่อยากกินอาหารฝีมือแก จำไว้!” ออกแรงดันใบหน้าหวานก่อนจะเดินกระทืบเท้าออกจากห้องไป และก็เจอกับซูเหยาโดยบังเอิญ 



  “ทะเลาะอะไรกันแบคฮยอน”  



  “เปล่าครับ” พูดจบก็เดินชิ่ดกลับไปที่ห้องของตัวเอง ซูเหยาส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆก่อนจะย้อนนึกถึงอดีตตอนที่เธอเจอแบคฮยอนครั้งแรก 






  ปีก่อน 



  รถของฮีชอลเคลื่อนตัวเข้ามาในซอยทางเข้าหมู่บ้าน โดยฮีชอลเป็คนขับและซูเหยาก็นั่งมาข้างๆกัน ที่ปัดน้ำฝนปัดน้ำฝนที่กระทบกระจกหน้ารถอย่างสม่ำเสมอ ซูเหยาสังเกตเห็นร่างเล็กของผู้ชายคนนึงหลบอยู่ใต้ต้นไม้ข้างๆบ้าน หลัฃจากที่ฮีชอลขับรถเข้ามาจอดหลังรั้วบ้านแล้วซูเหยาก็รีบกางร่มออกไปและเดินตรงไปยังร่างเล็กที่ยืนตัวสั่นเพราะความหนาว 



  “มาหลบในบ้านฉันก่อนนะ” ซูเหยาประคองร่างเล็กเข้ามาให้อยู่ใต้ร่มเดียวกันก่อนจะรีบพาเข้าไปในบ้าน 



  “...” ร่างเล็กตัวสั่นเพราะความหนาวแต่พอได้เข้ามาในบ้านของซูเหยาแล้วก็เริ่มรู้สึกอุ่นขึ้นมา ตาหวานกวาดสายตามองไปรอบๆบ้าน 



  “ฮีชอลพาเด็กคนนี้ไปอาบน้ำที ส่วนลู่หานก็หาเสื้อผ้าให้เขาใส่ด้วย” ซูเหยาเอ่ยขึ้น 



  “ได้จ้ะม๊า” ฮีชอลกับลู่หานพยักหน้ารับก่อนจะแยกย้ายไปทำตามที่ซูเหยาบอก 



. 



. 



. 



  ร่างเล็กในชุดใหม่นั่งดื่มโกโก้อุ่นอยู่ที่โซฟาโดยมีซูเหยาคอยเช็ดผมให้ และมีฮีชอลกับลู่หานนั่งอยู่ที่โซฟาอีกตัวนึงที่อยู่ข้างๆกัน มือเล็กค่อยๆวางแก้วโกโก้ที่โต๊ะด้านหน้าก่อนจะกระชับผ้าห่มที่คลุมตัวไว้อยู่ให้แน่นขึ้น 



  “หนูไปยืนตากฝนทำไมละเนี่ย ตอนค่ำๆมืดๆแบบนี้ด้วย” ฮีชอลเอ่ยถาม 



  “ผ..ผม คือ...” ร่างเล็กอ้ำอึ้งๆพร้อมกับก้มหน้าลงไม่ยอมมองใคร 



  “ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะ ตอบมาเถอะ” ลู่หานให้กำลังใจ 



  “เอ่อ...ผมหนีมาครับ” ร่างเล็กตอบเสียงเบา 



  “หนีอะไรมาหรอ” ลู่หานเอ่ยถาม และทุกคนก็เงียบลงรอฟังคำตอบของร่างเล็ก 



  “พ่อทะเลาะกับแม่ แล้วพ่อก็โมโหมาก...ฮึก พ่อหยิบปืนมา...ยิงแม่ ฮือ...ฮึก แล้วพ่อก็บอกให้ผมหนีออกมา ฮึก...แล้วก็ได้ยินเสียงปืนอีกครั้งนึง ฮึก..ฮือ” ร่างเล็กเล่าเหตุการณ์ให้ฟังพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ซูเหยาที่นั่งอยู่ข้างๆก็ดันร่างเล็กมาให้ซบอกและลูบผมปลอบประโลมเหมือนแม่ปลอบลูก ลู่หานเอื้อมมือบางลูบหลังร่างเล็กเบาๆ ส่วนฮีชอลก็ยื่นกระดาษทิชชู่ให้ร่างเล็กเพื่อเช็ดน้ำตา มือเล็กรับมาซับน้ำตาพร้อมกับสะอื้นไปด้วย 



  ม๊าจ๋า ให้น้องเขาอยู่ที่นี้นะ” ลู่หานเอ่ย 



  “แล้วจะให้น้องเขาเป็นแบบเธอหรอลู่หาน” ฮีชอตีเบาๆที่ไหล่ของลู่หาน 



  หนูชื่ออะไร” ซูเหยาผละร่างเล็กออกจากอ้อมกอดก่อนจะเอ่ยถาม 



  “บ..แบคฮยอนครับ” 



  “ม๊าจะให้หนูอยู่ทีนี้ แต่ต้องทำงานเดียวกันกับคนนี้” ซูเหยาหันมองที่ลู่หาน และแบคฮยอนก็มองตาม “หนูจะทำได้มั้ย” 



  “ตอนนี้ผมไม่มีทางเลือกอื่นหรอกครับ...” 






  ป็นอีกคืนหนึ่งที่ร่างเล็กของแบคฮยอนออกลวดลายเต้นบนเวทีในผับ Paradise Land และยังคงเรียกเสียงเชียร์ลูกค้าหลายๆคนได้เหมือนเดิม มือเล็กลูบไล้ตั้งแต่หัวเข่าขึ้นมาถึงเอวทำให้ชายเสื้อสีขาวเลิกขึ้นมาจนเห็นเนื้อหนังขาวเนียนของร่างเล็กพร้อมกับกัดปากล่างอย่างยั่วยวนและไม่นานการแสดงก็จบลง ร่างเล็กสาวเท้าเดินมาใกล้ขอบเวทีเพื่อให้ลูกค้าได้ให้ทิป สายรัดที่น่องทั้งสองข้างเต็มไปด้วยธนบัตรเลยสิบใบ แบคฮยอนพยายามส่งยิ้มให้และรีบเดินไปที่หลังเวทีเพราะลูกค้าหลายๆคนเริ่มจะลวนลามเขาแล้ว 



  ร่างเล็กสาวเท้าเดินมาที่ห้องแต่งตัว ก่อนจะหยิบธนบัตรทั้งหมดออกมาจากสายรัดและวางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง นับธนบัตรทั้งหมดก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ แบคฮยอนหยิบกางเกงหนังที่พาดอยู่ที่เก้าอี้ตัวข้างๆมา ขณะนั้นเองประตูห้องแต่งตัวก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของดีเจที่เดินเข้ามาในห้อง แบคฮยอนมองผ่านกระจกก่อนจะหันหลังกลับมามองชานยอลที่เดินเข้ามาใกล้ 



  “เข้ามาทำไม” แบคฮยอนเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะสอดขาเข้าไปในกางเกงทีละข้าง 



  “แล้วทำไมชานจะเข้าไม่ได้ล่ะ” ชานยอลย้อนถามก่อนจะมองร่างเล็กที่กำลังดึงกางเกงขึ้นมาจนถึงเอว ก่อนจะจับให้ร่างเล็กหันหน้าเข้าหาและดันให้ชิดกับโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับเท้าแขนคร่อมร่างเล็กไว้ 



  “ออกไปเลยนะชานยอล เดี๋ยวมีคนมาเห็น” มือเล็กออกแรงดันที่หน้าอกแกร่งแต่ร่างสูงก็ไม่ขยับไปไหน 



  “กลัวทำไมละแบคฮยอน หื้ม?” แบคฮยอนเงียบ ชานยอลยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะประกบจูบกับปากเล็กและใช้ท่อนแขนรั้งเอวให้ร่างเล็กเข้ามาใกล้มากขึ้น 



  “อื้อ!...” ร่างเล็กดิ้นและพยายามจะเบนหน้าออก แต่มือหนาอีกข้างก็จับใบหน้าเรียวไว้และสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็กก่อนจะเกี่ยวพันเล่นกับลิ้นเล็กอย่างหยอกล้อ มือหนาที่เคยอยู่ตรงเอวก็เลื่อนเข้าในกางเกงของร่างเล็กที่ยังไม่ติดกระดุม บีบขยำก้นนุ่มอย่างมันส์มือพร้อมกับป้อนจูบให้ไม่ขาด มือเล็กกำเนื้อผ้าสีดำที่ต้นแขนของร่างสูงไว้แน่นและรับรสจูบของอีกฝ่ายมาเพราะความใจอ่อนและหลงในรสจูบของชานยอล 



  “ช..ชานยอล อื้อ~” เสียงเล็กหลุดครางออกมาหลังจากที่ริมฝีปากของชานยอลเลื่อนลงมาที่ซอกคอขาว ลากลิ้นหนาไปทั่วก่อนจะดูดเม้มทำรอยไว้พร้อมกับเบียดเสียดตรงเป้าทำให้แบคฮยอนรู้สึกถึงความคับแน่นที่เป้ากางเกงของชานยอล 



  “รอชานเลิกงานแล้วไปบ้านชานกันนะ” กระซิบข้างๆหูของร่างเล็กพร้อมกับสอดมือเข้ามาใต้สาบเสื้อสีขาวและใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดอกที่กำลังแข็งเป็นไต 


 

  “อื๊ออ~ ไหนบอกรอเลิกงานไง” ใบหน้าของแบคฮยอนเริ่มขึ้นสีระเรื่อและมือเล็กที่ถูกดึงให้ไปจับที่เป้ากางเกงของร่างสูง 



  “หรือจะไม่รอดีล่ะครับ” ปากหนากลับมาประกบกับปากเล็กอีกครั้งก่อนจะดูดดุนมันให้บวมเจ่อ 



  ก๊อก ก๊อก ก๊อก 



  เสียงเคาะประตูทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที ชานยอลสาวเท้าออกมาให้ไกลจากแบคฮยอนพอสมควรก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาทำเป็นว่ากำลังยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ ส่วนบคฮยอนก็รีบใส่กางเกงให้เรียบร้อยก่อนจะหันหน้าเข้ากระจกและหยิบกระดาษทิชชู่มาซับน้ำใสที่เลอะรอบริมฝีปาก ฮีชอลแงมประตูเข้ามาก่อนจะมองทั้งชานยอลและแบคฮยอนสลับกัน 



  “ลูกค้าเรียกหาแล้วนะน้องแบค” 



  “เดี๋ยวแบคตามไปนะเจ๊” แบคฮยอนเอี่ยวตัวมาและส่งยิ้มให้ ฮีชอลก็ยิ้มตอบก่อนจะปิดประตูลง “ชานออกไปก่อนสิ” 



  “อืม อย่าลืมนะแบคฮยอน” ร่างเล็กพยักหน้าตอบก่อนจะมองตามร่างสูงที่กำลังเดินออกจากห้องไป มือเล็กยกขึ้นมาทาบอกพร้อมกับถอนหายใจออกมา ก่อนจะจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยและเดินออกจากห้องแต่งตัว 




  ะหว่างที่ชานยอลทำหน้าที่ดีเจอยู่บนเวที ก็เหลือบมองร่างเล็กที่นั่งอยู่กับลูกค้าและปล่อยให้ลูกค้านั่งโอบไหล่โอบเอวได้ตามสบายและคอยยกแก้วแอลกอฮอล์ให้ลูกค้า ชานยอลพยายามไม่คิดอะไรมากเพราะนั้นคืองาน ตาก็ยังเหลือบมองอยู่เป็นระยะๆเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะไปทำอะไรเกินไปกว่านั้น  



  แบคฮยอนนั่งพูดคุยกับลูกค้าอย่างสนุกสนานก่อนจะหันไปเห็นร่างบางของเด็กใหม่ที่นั่งอยู่ที่บาร์ พลางหันไปมองลูกค้าคนหนึ่งที่ค่อนข้างสนิทด้วยก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อยและขอตัวลุกออกจากโต๊ะนี้ 



  “ขอตัวก่อนนะครับ” แบคฮยอนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะสาวเดินไปที่โต๊ะของลูกค้าอีกคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลหนัก 



  “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะแบคฮยอน นั่งก่อนสิ” พอลูกค้าคนนั้นพูดจบ แบคฮยอนก็หย่อนตัวลงนั่งข้างๆทันที 



  “คุณเฉินเว่ยถิง หายหน้าหายตาไปนานเลยนะครับ” 



  “บินไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะ ว่าแต่มีอะไรรึเปล่า” แบคฮยอนยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอนตัวเข้ามาใกล้เว่ยถิงมากขึ้น 



  “เห็นคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นมั้ยครับ” นิ้วเรียวชี้ไปที่ร่างบาง และเว่ยถิงก็มองตามก่อนจะพยักหน้ารับ “เด็กนั้นชื่อจางอี้ชิง เป็นเด็กใหม่ของเจ๊ฮีชอล” 



  “ของใหม่งั้นสิ?” 



  “ก็ไม่เชิงใหม่หรอกครับ ถูกใช้งานไปรอบเดียว”  



  “แล้วไง จะให้ฉันลองหรอ แบคฮยอนพยักหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ และมองตามเว่ยถิงที่เดินไปหาเด็กใหม่ที่บาร์เครื่องดื่มและนั่งที่เก้าอี้ตัวสูงที่อยู่ข้างๆกัน เห็นแบบนั้นแบคฮยอนจึงลุกไปบริหารลูกค้าที่โต๊ะอื่น 



  “ไงคนสวย”  



  “ส..สวัสดีฮะ” อี้ชิงก้มศีรษะลงเล็กน้อยพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ 



  ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวละหื้ม? ไปหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่ามั้ย” เว่ยถิงพูดพร้อมกับเลื่อนมือาโอบเอวคอดไว้ 



  “เอ่อ คือ...” อี้ชิงอยากจะปลีกตัวออกมาแต่เขาก็เป็นลูกค้าและมันก็เป็นงานของอี้ชิง จึงปล่อยลูกค้าคนนี้ลวนลามทั้งที่ตัวอี้ชิงเองก็ไม่ได้เต็มใจเลย 



  “ไปกับฉัน” เว่ยถิงจับมือบางไว้และพาอี้ชิงขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งเป็นโรงแรมโดยใช้ลิฟท์ ระหว่างที่ถูกลากไปอี้ชิงก็พยายามหันไปมองตรงทางเข้ายู่ตลอดว่าคนที่ตัวเองรออยู่นั้นจะมารึเปล่า... 











  1:37 AM 



  ร่างเล็กนั่งไขว้ห้างอยู่ที่โต๊ะวีไอพีโต๊ะเดิมที่เคยนั่งบ่อยๆ ในมือเล็กก็ถือโทรศัพท์ไว้และเช็คหน้าไทม์ไลน์ในเฟสบุ๊คไปเรื่อย ลูกค้าเริ่มทยอยกลับไปแล้วทำให้ร้านเริ่มเงียบเหงาลง แบคฮยอนมองเวลาที่แสดงอยู่บนจอก่อนจะถอนหายใจออกมาและลุกขึ้นยืนพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กไว้ข้างตัว ในจังหวะที่กำลังจะสาวเท้าเดิน แขนเล็กก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน 



  “จะรีบไปไหนล่ะแบค” เสียงทุ้มของดีเจหนุ่มเอ่ยพร้อมเดินมายืนตรงหน่าร่างเล็ก 



  “ก็นายช้าอ่ะ” แบคฮยอนมองนิ่ง 



  “ช้าหรอ แต่แบคก็ร้องเสียงดังตลอดเลยนะ...โอ๊ย!” 



  “พูดอะไรไม่อาย ไปแล่ว” หลังจากที่ฟาดมือตีที่ท่อนแขนแกร่ง ก็สาวเท้าเดินออกไปที่หน้าผับ ชานยอลยิ้มขำๆก่อนจะเดินตามไป 






  Ducati Multistrade 1200 สีแดงจอดนิ่งอยู่ที่หน้าบ้านเดี่ยว ร่างเล็กตวัดขาลงมาจากเบาะนั่งโดยใช้ไหล่กว้างเป็นที่ยึด ชานยอลที่เป็นเจ้าของบ้านก็ยื่นกุญแจบ้านให้แบคฮยอนเพื่อให้เปิดประตูรั้วเหล็กด้านหน้า แบคฮยอนรับมาก่อนจะไขแม่กุญแจและเลื่อนบานประตูรั้วให้เปิดออก มอเตอร์ไซต์สีแดงเคลื่อนเข้ามาที่พื้นที่หน้าบ้านและเครื่องยนต์ก็ดับลง  



  “แบคเข้าบ้านไปอาบน้ำก่อนไป ชานปิดเอง” ชานยอลพูขึ้นหลังจากที่ถอดหมวกกันน๊อคสีดำแดงออกแล้ว แบคฮยอนโยนกุญแจให้ชานยอลหลังจากที่ไขประตูบ้านแล้วก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปในบ้าน  



  ชานยอลควงกุญแจเล่นพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินไปเลื่อนปิดประตูรั้วละใส่แม่กุญแจไว้เหมือนเดิมแล้วค่อยกลับหลังหันเดินเข้าไปในบ้าน เขาสาวเท้าเดินขึ้นไปที่ชั้นสองก่อนจะเห็นกองเสื้อผ้าที่หน้าห้องน้ำและได้ยินเสียงน้ำกระทบกับพื้น นั้นแสดงว่าร่างเล็กกำลังอาบน้ำอยู่ ชานยอดินเข้าไปที่ห้องนอนก่อนจะหยิบโทรศัพท์และกระเป๋าตังค์วางไว้ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์พร้อมกับกุญแจมอเตอร์ไซต์และกุญแจบ้าน 



  เขาผิวปากเป็นทำนองพลางถอดเสื้อแจ๊คเก็ตหนังสีดำออกก่อนจะพาดมันไว้กับพนักพิงของเก้าอี้ เลิกชายเสื้อยืดดำขึ้นและถอดมันออกจนพ้นหัวแล้วก็โยนลงพื้นตามด้วยกางเกงยีนส์ขาดเข่าและกางเกงชั้นใน มือหนาหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวมาพันรอบเอวก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ห้องน้ำและเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ เห็นร่างเล็กกำลังล้างแชมพูออกจากผมสีน้ำตาลอ่อนพร้อมกับส่ายสะโพกไปมาอย่างอารมณ์ดี ชานยอลเลียรอบริมฝีปากตัวเองก่อนจะดึงผ้าเช็ดตัวออกจากเอวและตรงไปเข้าไปกอดร่างเล็กจากด้านหลัง 



  “ชานยอล! เข้ามาทำไมเนี่ย!” เสียงเล็กโววายพร้อมกับบิดลูกบิดเพื่อให้น้ำหยุดไหลจากฝักบั 



  “ช่วยแบคอาบน้ำไงครับ” เสียงทุ้มเอายกระซิบข้างหูก่อนจะคลอเคลียจมูกโด่งกับซอกคอขาว 



  “ฉันอาบเสร็จแล้ว ออกไปเลยนะ” แบคฮยอนออกแรงดิ้นพร้อมกับพยายามแกะมือหนาออกจากเอวต่ก็ถูกกอดรัดมากขึ้น “ปล่อย~”



 “งั้นช่วยชานก่อน นะครับ”









Cut











  ชานยอลสาวเท้าเดินออกมาจากห้องน้ำและตรงมาที่ห้องนอนของตัวเองก่อนจะวางร่างเล็กลงบนเตียงนอนอย่างเบามือ ร่างเล็กที่อยู่ในท่านั่งก็ใช้ผ้าเช็ดตัวที่ห่อตัวอยู่มาซับหยดน้ำตามร่างกาย ระหว่างนั้นชานยอลก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อยืดกับกางเกงบ๊อกเซอร์ออกมาก่อนจะเดินกลับมาหาร่างเล็กและวางเสื้อผ้าไว้ข้างๆ 



  “ชานไปอาบน้ำนะ” เขากดจูบที่หน้าผากของร่างเล็กก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป แบคฮยอนเกิดอาการเขินเล็กน้อยเพราะว่าตั้งแต่อุ้มเขาออกมาจากห้องน้ำจนเดินกลับไปที่ห้องน้ำอีกครั้ง ร่างสูงก็เปลือยเปล่าตลอดโดยไม่อายเลยแม้แต่น้อย 



  “คนบ้า” แบคฮยอนพูดเบาๆก่อนจะสวมเสื้อผ้าที่ชานยอลเพิ่งเอามาวางให้เมื่อกี้ ยืดแขนขึ้นเพื่อคลายความเมื่อยก่อนจะล้มตัวลงนอนและดึงหมอนข้างมากอด แบคฮยอนอ้าปากหาวอย่างง่วงงุนก่อนจะหลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทรา 











  เช้าวันรุ่งขึ้น ชานยอลขับมอเตอร์ไซต์มาส่งแบคฮยอนที่บ้านของซูเหยา ส่วนชานยอลก็จะไปซื้อของในตลาด ร่างเล็กในชุดเดิมเหมือนเมื่อคืนเดินเข้ามาบ้านก่อนจะตรงเข้าไปที่ห้องครัว หยิบแก้วเปล่ามาก่อนจะหยิบขวดน้ำออกมาจากตู้เย็นและรินน้ำใส่แก้ว ระหว่างนั้นเองร่างของซูเหยาก็เดินเข้ามาครัวจึฃเห็นร่างเล็กกำลังดื่มน้ำอยู่ 



  “นอนกับดีเจคนนั้นอีกแล้วนะ” เหมือนจะแซวแต่ก็เหมือนดุ ร่างเล็กวางแก้วในอ่างล้างจานก่อนจะหันหลังพิงเคาน์เตอร์ในครัว 



  “อย่างน้อยเขาก็ให้แบคสองเท่านะม๊า” ร่างเล็กมองตามซูเหยาที่กำลังเอาวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็นเพื่อทำอาหารเช้า เธอเอาของทุกอย่างที่ใช้มาวางที่โต๊ะไม้ตรงกลางก่อนจะหันมามองที่ร่างเล็ก 



  “ดีเจจะได้เงินเยอะขนาดนั้นเลยหรอ” ประโยคของซูเหยาทำให้แบคฮยอนเริ่มฉุกคิดขึ้นมา “ค่าตัวธอก็เกือบแสนแล้ว” 



  “ช่างเถอะม๊า มีอะไรให้แบคช่วยรึเปล่า พูดจบก็เดินเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ตรงกลางห้อง 



  “หั่นผักหั่นหมูนี้แหละ” ซูเหยาหยิบถุงผักกับถุงเนื้อหมูวางไว้ตรงหน้าของแบคฮยอน มือหันหลังกลับมาหยิบเขียงไม้และมีดก่อนจะหันกลับมาที่โต๊ะไม้อีกครั้งและวางเขียงลงกับโต๊ะ 



  “เสียงรถนี่” ซูเหยาพูดขึ้นก่อนจะเดินออกไปดูที่หน้าบ้าน และแบคฮยอนก็เดินตามไปด้วย 



  ซูเหยาเปิดประตูรั้วเหล็กก่อนจะพบว่ารถหรูของคริอดอยู่ที่หน้าบ้าน แบคฮบอนเห็นร่างสูงกำลังพยุงร่างบางลงจากรถ แขนเล็กยกขึ้นกอดอกพร้อมกับแสดงสีหน้าออกมาว่าเคืองเล็กน้อย 



  “คุณคริสนี่เอง ขอบคุณที่พาน้องมาส่งนะคะ” ซูเหยาเอ่ยยิ้มๆก่อนจะประครองร่างบางต่อจากร่างสูง 



  “ให้ผมพาน้องไปที่ห้องด้วยมั้ยครับ” 



  “ไม่เป็นไรหรอกฮะ คุณคริสมีประชุมนี่” อี้ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะเบนสายตามองร่างเล็กที่กำลังล้อเลียนท่าทางเขาอยู่เงียบๆ 



  “เดี๋ยวฉันดูแลต่อเองค่ะ คุณคริสไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” หลังจากที่ซูเหยาพูดจบ อี้ชิงก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะเดินตามซูเหยาเข้าไปในบ้าน 



  “ทีกับแบคไม่เคยจะมาส่งแบบนี้มั้งเลย” แบคฮยอนเอ่ยขึ้น  



  “หึ มันไม่เหมือนกันนี่” คริสเอ่ยเสียงเรียบ “ฉันมีเรื่องจะเตือนเธอพอดี” 



  “.....” แบคฮยอนเงียบเพื่อรอฟัง 



  “ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนบอกให้ไอ้ผู้ชายคนนั้นเข้าหาอี้ชิง แบคฮยอน” 



  “ทำไมต้องคิดว่าเป็นแบคล่ะ อาชีพแบบเนี่ยมันก็ต้องมีบ้างแหละครับ”  



  “แต่อี้ชิงเขาไม่เหมือนเธอ” 



  “ยังไงก็พวกขายตัวเหมือนกันนี่ครับ” คริสกำหมัดแน่นเพราะคำพูดของแบคฮยอน 



  “แต่อี้ชิงขายให้ฉันคนเดียว ไม่เหมือนเธอ...แบคฮยอน” มือเล็กกำหมัดพร้อมกับกัดฟันแน่นด้วยอารมณ์โกรธ 



  “อย่ายุ่งกับอี้ชิงอีก” ทิ้งท้ายประโยคนี้ไว้ก่อนจะขึ้นรถคันหรูของตัวเองและขับมันออกไป แบคฮยอนฟึดฟัดอย่างไม่พอใจก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปในบ้าน 



  คืนนี้แบคฮยอนไม่ได้ขึ้นแสดงบนเวทีแต่เป็นซิ่วหมินกับคยองซู ส่วนโจควอนก็ขอกลับต่างจังหวัดประมาณสามวัน ร่างเล็กนั่งคนเดียวอยู่ที่บาร์เครื่องดื่ม นิ้วเรียวถูวนไปตามปากแก้วเหล้าก่อนจะยกแก้วนั้นขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ระหว่างนั้นเองก็มีผู้ชายร่างสูงผิวเข้มคนหนึ่งเดินเข้ามาและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆร่างเล็ก 



  “คุณจงอิน” แบคฮยอนหันมองคนที่มานั่งข้างๆและเอ่ยชื่อเขาออกมา 



  “ดูท่าทางวันนี้อารมณ์ไม่ดีเลยนะแบคฮยอน” 



  “นิดหน่อยนะครับ” จงอินพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปมองที่เวที “นั้นเด็กใหม่หรอ 



  “บนเวทีน่ะหรอครับ” แบคฮยอนหมุนเก้าอี้ให้หันมาทางเวที คุณจงอินไม่ได้เข้ามาที่นี่นานแล้วก็คงไม่รู้ว่าเจ๊ฮีชอลรับเด็กเข้ามาเพิ่มอีก “คนตัวเล็กชื่อคยองซูครับ เข้ามาเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน” 



  “โธ่...อดเป็นลูกค้าคนแรกซะงั้น” จงอินเอ่ยขึ้นอย่างน่าเสียดาย 



  “ยังหรอกครับ เขาขอกับเจ๊ฮีชอลว่าแค่ให้เขาเต้นบนเวทีก็พอ” 



  “จริงหรอ งั้นฉันขอตัวก่อนนะ” แบคฮยอนก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะมองตามหลังผู้ชายคนนั้นไป  



  จงอินเดินเข้าไปทักทายกับเจ๊ฮีชอลและก็พูดคุยกัน แบคฮยอนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และก้าวขาเดินไปแต่ก็มีใครบางคนรั้งแขนเขาไว้ 



  “คุณเว่ยถิง...นี่! จะพาผมไปไหนเนี่ย” ร่างเล็กพยายามสะบัดข้อมือออกเพราะถูกผู้ชายคนนั้นลากไปที่ทางเดินไปห้องน้ำซึ่งแถวนั้นไม่ค่อยมีคนเดินเพ่นพ่านสักเท่าไหร่ 



  “ไอ้ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร กล้ามาแย่งของของฉันไปได้ยังไง! หลังจากที่ดันร่างเล็กให้ติดกับกำแพงแล้ว เขาก็เอ่ยถามด้วยอารมณ์โกรธ 



  “คุณคริน่ะหรอครับ เขาเป็นปิดซิงของเด็กอี้ชิงนั้นไง 



  “เหอะ มันจ่ายเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายสองเท่า” 



  “พอๆกับแบคนี่แหละครับ แต่ว่าคุณมาช้าไปหน่อยเดียว คุณคริพาอี้ชิงไปแล้วละครับ” แบคฮยอนยกยิ้มที่มุมปาก แต่จริงๆแล้วแบคฮยอนก็แค่พูดเล่นเท่านั้น เพราะวันนี้อี้ชิงไม่ได้เข้ามาที่ร้านเลย “แล้วก็อย่าไปรบกวนเขานะครับ ไม่งั้นอาจจะโดนลูกตะกั่วฝังเข้าไปในหัวได้” 



  “หึ งั้นวันนี้เธอก็โชคร้ายแล้วละ” พูดจบ เว่ยถิงก็ประกบปากกับกลีบปากเล็กและลุกล้ำเข้ามาอย่างดิบเถื่อน มือเล็กดันออกแรงดันและร้องท้วงอยู่ในลำคอแต่ก็ไม่เป็นผล เว่ยถิงขบกัดปากล่างของแบคฮยอนจนเป็นห้อเลือดและตามลงมากัดที่ซอกคอขาว 



  “โอ๊ย!...ปล่อยผม!!” ร่างเล็กดิ้นสุดแรงเกิดและทุบตีอีกฝ่ายไม่หยุด  



  มันไม่ใช่เลย...เขารู้สึกไม่ชอบมันแต่กับชานยอล เขากลับชอบจนถึงขั้นหลงใหลเลยทีเดียว ไม่ว่าชานยอลจะกัดหรือตีเขา แบคฮยอนก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือขยะแขยงอะไรแบบนี้ 



  “เฮ้ย!!!” เสียงของคนที่แบคฮยอนอยากได้ยินมาที่สุดก็ดังขึ้นมา ร่างของเว่ยถิงถูกดึงเหวี่ยงออกจากร่างเล็กจนไปกระแทกกับกำแพงอีกด้านหนึ่ง 



  “มึงเป็นใครวะ!!” เว่ยถิงตะโกนถามพร้อมจะปล่อยหมัดมาที่ใบหน้าหล่อแต่ชานยอลก็เอียงหลบได้และต่อยสวนกลับไปจนเว่ยถิงเซไปอีกทางหนึ่ง 



  “อย่ามายุ่งกับเมียกู จำไว้!” พูดจบก็จับข้อมือเล็กและพาเดินไปที่ด้านหลังของร้านซึ่งเป็นตรอกเล็กๆ 



  “.....”  



  “.....” ทั้งคู่เงียบ มีเพียงแต่ชานยอลที่มองร่างเล็กแต่แบคฮยอนกลับก้มหน้าไม่มองเขา 



  “คือ...ชานยอล” แบคฮยอนเอ่ยขึ้นแต่ก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองกัน 



  “.....” 



  “แบคขัดขืนแล้วนะ ต..แต่เขา....” ร่างเล็กพยายามจะแก้ตัวแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูง “ที่ขัดขืน เพราะวันนี้แบคอารมณ์ไม่ดี” 




  เกือบใจอ่อนแล้วแบคฮยอน... 




  “เลิกทำงานนี้ซะ” ชานยอลเอ่ยเสียงเรียบ 



  “นายมีสิทธิอะไรมาสั่งฉัน” 



  “สิทธิความเป็นผัวไง” ประโยคนั้นทำให้แบคฮยอนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างเยาะเย้ย 



  “ฮ่ะๆ ถ้างั้นฉันก็ไม่ได้มีนายเป็นผัวคนเดียวแล้วมั้ง”  



  “ถึงชานจะไม่ได้เป็นคนแรกของแบค แต่ชาน...” ร่างสูงหยุดพูดเหมือนกำลังคิดว่าจะพูดหรือไม่พูดดี 



  “ขอตัวละ” พูดจบแบคฮยอนก็จะหันหลังกลับเดินเข้าไปในร้าน แต่มือหนาก็คว้าแขนเล็กไว้ก่อนจะโอบเอวเล็กเข้ามาและประกบกับปากเล็ก  



  “อื้อ!...” หมัดเล็กทั้งสองทุบรัวๆเข้าที่ไหล่กว้าง พยายามเบนหน้าหนีแต่มือหนาก็จับใบหน้าเล็กไว้และป้อนจูบให้ ลิ้นหนาสอดเข้ามาในโพรงเล็กได้แล้วจึงเกี่ยวพันลิ้นเล็กไปมา แบคฮยอนรับรู้ถึงรสชาติขมๆของบุหรี่ซึ่งเขาไม่ชอบแต่ก็รู้สึกชอบมันอย่างแปลกๆ มือเล็กคลายหมัดออกและยอมรับรสจูบของร่างสูงแต่โดยดี  



  “อืม...” พอรู้ว่าร่างเล็กยอมแล้ว จึงเลื่อนมือมาดันท้ายทอยของตัวเล็กกว่าและป้อนจูบที่ลึกซึ้งให้ แขนเล็กทั้งสองโอบรอบคอร่างสูงพร้อมกับเกี่ยวพันลิ้นหนาไปมาจนน้ำหนืดใสๆไหลออกมาจากมุมปาก มือหนาที่เคยโอบเอวก็ค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆจนสัมผัสกับก้นนุ่มก่อนจะบีบขย้ำมันเบาๆ  



  “...พอได้แล้ว” มือเล็กออกแรงดันร่างสูงให้ออกห่างก่อนจะเช็ดน้ำหนืดที่เลอะรอบปาก ร่างสูงมองคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับมองตามร่างเล็กที่กำลังเดินกลับไปในร้าน 











  ชานยอลกระชับสายเป้ขึ้นมาก่อนจะวาดขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์คันโปรดของตัวเอง แบคฮยอนกลับไปก่อนหน้าเขาได้ประมาณสองชั่วโมงแล้ว แต่ชานยอลก็ไม่ได้ตามไปแต่อย่างใดและรอให้ถึฃเวลาเลิกงานก่อน เขาบิดแฮนด์มือเพื่อเร่งเครื่องก่อนจะขับมันออกไปตามท้องถนน 



  พอถึงหน้าบ้านของตัวเองแล้ว ก็วาดขาลงจากมอเตอร์ไซต์และไขแม่กุญแจที่ประตูรั้วเหล็กก่อนจะดันรั้วให้เปิดออกกว้าง เขากลับมาดันมอเตอร์ไซต์ของเขาให้เข้าไปที่ลานหน้าบ้านก่อนจะดับเครื่องลงและเก็บกุญแจใส่กระเป๋ากางเกง เดินกลับไปปิดประตูรั้วก่อนจะไขกุญแจเช้าไปในบ้าน 



  เขาเดินขึ้นมาที่ชั้นสองก่อนจะเปิดเข้ามาในห้องของตัวเอง เขาเห็นปฏิทินที่อยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปและหยิบมันขึ้นมาดู จ้องมองไปที่วงกลมสีแดงบนปฏิทินและอ่านข้อความสั้นๆที่เขาเป็นคนเขียน 




  วันเกิดแบคฮยอน 




  เขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะวางปฏิทินลงที่เดิม อีกประมาณสองอาทิตย์ข้างหน้าก็จะถึงวันเกิดแบคฮยอนแล้ว ถึงมันจะอีกนานแต่เขาก็รู้สึกว่ามันแป๊ปเดียวและเขาก็ยังไม่ได้ซื้ออะไรเตรียมไว้ให้เลย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะวางกระเป๋าเป้ลงที่ข้างเตียงและทิ้งตัวลงนอนบนเตียง 




  “นายมีสิทธิอะไรมาสั่งฉัน” 



  “ฮ่ะๆ ถ้างั้นฉันก็ไม่ได้มีนายเป็นผัวคนเดียวแล้วมั้ง” 




  เขานึกถึงประโยคที่แบคฮยอนพูดกับเขาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง แบคฮยอนมักทำตัวแบบนั้นกับเขาแต่ชานยอลก็ไม่ได้คิดอะไร ถึงแม้ว่าเขาพอจะรู้ว่าแบคฮยอนคิดยังไงกับเขา 



  แบคฮยอนไม่ได้รักเขา..... 






  แบยอนก้าวขาออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดเส้นผมที่เปียก ห้องนอนของแบคฮยอนมีห้องน้ำเล็กๆอยู่ภายในห้องเนื่องด้วยแบคฮยอนไม่ชอบใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่น ร่างเล็กที่มีผ้าขนหนูพันรอบเอวเดินมาที่หน้ากระจกก่อนจะมองดูหุ่นตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมาแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเขาเห็นรอยกลีบกุหลาบบนตัวเขา 



  ร่างเล็กสาวเท้าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบกางเกงชั้นในและชุดนอนสีชมพูออกมา สวมทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อนแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง บีบครีมบำรุงหน้าใส่ฝ่ามือก่อนจะทาให้ทั่วใบหน้า แล้วค่อยทาโลชั่นเพื่อบำรุงผิวกาย ลุกขึ้นยืนก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นก็พบการแข้งเตือนอยู่ที่หน้าจอ 



  PCY : ถ้าแบคโกรธชาน ชานขอโทษนะ 



          : ชานอาจจะพูดไม่ดีแต่ชานเป็นห่วงแบคนะครับ 



  แบคฮยอนอ่านข้อความของชานยอลที่ขึ้นแจ้งเตือนอยู่ที่หน้าจอ ชานยอลเป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาทะเลาะกัน ถึงแม้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนผิดแต่ก็ยังมาขอโทษ แบคฮยอนนึกย้อนไปตอนเมื่อหัวค่ำและครั้งก่อนๆที่เคยทะเลาะกัน ก่อนจะปลดล็อคหน้าจอและพิมพ์ข้อความกลับไป 



  B’baek : ไม่ได้โกรธ 



  PCY : ชานนึกว่าโกรธ แต่ก็ดีแล้ว นอนได้แล้วหมาน้อย 



  B’baek : ฉันไม่ใช่หมา 



  PCY : ฝันดีนะครับ หมาน้อยของชาน 



  พอเห็นประโยคนั้น แบคฮยอนก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวแต่พอรู้ว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่ก็รีบหุบยิ้มลงทันที ออกจากโปรแกรมแชทนั้นก่อนจะกดล็อคเครื่องและวางไว้ที่ข้างหมอน  



  ใจอ่อนอยู่เรื่อยเลยแบคฮยอน... 




























|Talk|

แอร๊ยยยยยยยยยยยยย ตอนนี้ก็ nc อีกแล้ววววว

นี่ยังตกใจเลย ทำไม nc มันมาติดๆกันขนาดนี้555555

ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะะะะ แนะนำให้เพื่อนอ่านก็จะดีมาก5555555

ขอบคุณค่าาาาา

ปล. รักรีดเดอร์ทุกคนเยยยย>3<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

145 ความคิดเห็น

  1. #143 sai suju&tvxq5 (@yusai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 23:37
    แบคกับชานมันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ
    #143
    0
  2. #115 Pakjira0906 (@Pakjira0906) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 13:52
    แบคไม่ได้รักชาน
    #115
    0
  3. #76 hunhunie (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 07:48
    คริสไปช่วยอี้ชิงยังไงงง ตัดมาก็มาส่งละอ่ะ น่าจะมีตอนขยายนะคะเสียดาย
    #76
    0
  4. #72 zao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 14:07
    คริสต้องร้ายแน่ ๆ เลยอ่ะ
    #72
    0
  5. #52 kanteeraprarom (@kanteeraprarom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 00:19
    อ่านเรื่องนี้ล่ะรู้สึกเกลียดเมนตัวเองแบคทำไมร้ายแบบนี้
    #52
    0
  6. #45 Xingmin (@fairy32) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 12:46
    หรือว่าครอสกับแบคจะมีความสัมพันธ์อะไรบ้างอย่าง
    #45
    0
  7. #40 krisging (@krisging) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 15:50
    แบคอ่ะมั้ยร้ายอย่างนี้
    #40
    0
  8. #37 Archinkp (@krislu123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 00:36
    แบคร้ายมากกก
    #37
    0
  9. #36 pangexo-l (@pangexo-l) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 23:50
    อย่างกะฟิคชานแบค555555
    พี่อี้ของน้องงื้ออออคุณคริสสส
    #36
    0
  10. วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 19:20
    แบคคริสนี่ยังไงเนี่ย
    #35
    0
  11. #34 aeiya0607 (@aeiya0607) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 16:04
    กะลังคิดเลยว่าแบคกับคริสเหมือนจะมีซัมติงกันบางอย่าง
    #34
    0