[Fic EXO] Crave - KrisLay ft. ChanBaek

ตอนที่ 2 : | Chapter 1 | Start

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

1 | Start





  ณ ป้ายรถบัส มีแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังกอดกันเพื่อเป็นการบอกลา หญิงวัยกลางคลายกอดออกจากร่างของลูกชายที่มีใบหน้าหวานและเรือนร่างคล้ายผู้หญิง นิ้วหยาบกร้านปาดหยดน้ำตาบนใบหน้าหวานของลูกก่อนจะหยิกที่แก้มขาวเบาๆเพื่อให้ลูกมีรอยยิ้ม 


  “ไปอยู่ในเมืองก็ดูแลตัวเองดีๆนะลูก หางานทำให้ได้นะอี้ชิง” เธอเอ่ยขึ้นมาพร้อมลูบผมสีดำสนิทของลูกอย่างอ่อนโยน 



  “ฮะแม่ อี้จะหางานทำแล้วก็ตั้งใจทำงาน เอาเงินมาคืนแม่นะฮะ” ปากเรียวขยายออกเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายที่หลัง “อี้ไปก่อนนะฮะ 



  “จ้ะลูก เดินทางปลอดภัยนะ” อี้ชิงโบกมือไปมาที่ระดับหน้าอกเพื่อเป็นการบอกลา กลับหลังหันก่อนจะเดินตรงไปที่รถบัสขนส่งผู้โดยสารซึ่งจุดหมายปลายทางคือ ปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ร่างบางเข้าไปในรถบัสและเลือกที่นั่งติดกับหน้าต่าง เขามองผู้เป็นแม่ที่ยืนมองอยู่และก็โบกมือลาอีกครั้งก่อนที่รถบัสจะเคลื่อนตัวออกไป 











  อี้ชิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากที่เผลอหลับไป ตอนนี้ท้องฟ้าสว่างมากกว่าตอนที่ขึ้นรถบัสมาและดูเหมือนว่าอี้ชิงจะมาถึปักกิ่งแล้ว กวาดตามองตึกสูงรับฟ้าและรถราบนท้องถนนด้วยความตื่นเต้น เพราะอี้ชิงไม่เคยเข้ามาในเมืองมาก่อนเพราะครอบครัวค่อนข้างจะจน แม่ของอี้ชิงอย่างให้เขาได้เรียนจบจึงไปขอยืมเงินจากเศรษฐีคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในจังหวัดบ้านเกิดของอี้ชิง ซึ่งก็ยืมมาจนอี้ชิงเรียนจบและก็ตัดสินใจที่จะหาเงินใช้หนี้คืนแทนแม่ของเขา ส่วนแม่ของเขาเองก็ปลูกผักขายซึ่งก็มีรายได้อยู่ส่วนหนึ่ง 


  ร่างบางก้าวขาลงมาจากรถบัส ก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้สาธารณะเพื่อพักเหนื่อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กๆออกมาและกดโทรหาผู้เป็นแม่ 


  “แม่ฮะ อี้ถึงปักกิ่งแล้วนะ” 



  [ดีแล้วล่ะลูก ยังไงก็หาที่พักก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยหางานทำนะจ๊ะ] 



  “ฮะแม่ รักแม่นะฮะ 



  [แม่ก็รักลูกจ้ะ] อี้ชิงกดวางสายก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิม  



  อี้ชิงเห็นร้านขายหนังสือจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือพิมพ์เผื่อว่าจะมีโฆษณาที่พักถูกๆอยู่ในนี้บ้าง มือบางกางหนังสือพิมพ์ออกและค้นหาที่พัก แล้วก็หาเจอจริงๆแต่อี้ชิงก็ไม่รู้อยู่ดีว่าไปยังไง ร่างบางสาวเท้าเดินออกจากสถานีขนส่งก่อนจะเดินผ่านมาเห็นห้างสรรพสินค้า อี้ชิงอยากเข้าไปข้างในแต่สภาพตอนนี้ของอี้ชิงมันจะคงจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ในสายตาคนกรุง เสื้อยืดพื้นๆกับกางเกงยีนส์เก่าๆและรองเท้าผ้าใบราคาถูก ใบหน้าหวานก้มลงก่อนจะสาวเท้าเดินไปนั่งที่ม้านั่งตรงบริเวณลานกว้างด้านหน้าทางเข้า 


  “อยากเข้าไปบ้างจัง” อี้ชิงพูดออกมาเบาๆก่อนจะถอนหายใจออกมาและมองดูผู้คนที่เดินเข้าออกห้สรรพสินค้า อี้ชิงกางหนังสือพิมพ์ที่ซื้อมาอีกครั้งก่อนจะอ่านเนื้อหาข่าว  



  มีใครบางคนเดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าพร้อมถุงแบรนด์เนมในมือ เดินมาพร้อมกับพูดคุยกับคนที่มาด้วยกันอย่างสนุกสนาน และคนๆนั้นก็เหลือบมาเห็นร่างบางกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ 


  “แบคว่าคนนั้นเป็นไงอ่ะ”  



  “คนไหนอ่ะเจ๊” คนเด็กกว่าเอ่ยถามพร้อมกับมองไปทางเดียวกับคนที่ตัวเองเรียกว่า เจ๊ 



  นั้นไง ใส่เสื้อยืดนั้นอ่” คนอายุมากกว่าชี้ไปที่เป้าหมาย 



  “ก็งั้นๆอ่ะ” คนตัวเล็กยกแขนขึ้นมากอดอกก่อนแบนหน้าไปทางอื่น  



  “งั้นรอเจ๊อยู่ตรงนี้นะ” พูดจบ คนอายุเยอะกว่าก็รีบสาวเดินตรงไปยังร่างบางก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งม้านั่งตัวเดียวกัน “หนูจ๊ะ” 



  “ฮ..ฮะ?” อี้ชิงหันมองคนที่มานั่งอย่างสงสัยก่อนจะเก็บหนังสือพิมพ์ในกระเป๋าเป้ “คุณเรียกผมใช่มั้ยฮะ?” 



  “ใช่จ้ะ คืองี้นะ พี่ชื่อ ฮีชอล หรือถ้าอยากสนิทเร็วๆก็เรียกเจ๊ได้นะจ๊ะ”  



  “เอ่อ...ผมชื่อ จางอี้ชิง ฮะ” อี้ชิงเอ่ยออกมาด้วยความเขินอาย ก่อนจะรับนามบัตรของคนข้างๆมาซึ่งอี้ชิงอ่านคำที่อยู่ในนามบัตรไม่ออกจึงยิ้มเจื่อนๆและเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง 



  “นี้หนูมีงานทำรึยังจ๊ะ คือเจ๊มีงานให้หนูนะ”  



  “อ..เอ่อ ผมหาที่พักอยู่น่ะฮะ” อี้ชิงกำมือแน่นเพราะเขากำลังคุยกับคนแปลกหน้าอยู่และปลีกตัวออกไปไม่เป็น 



  “เสร็จรึยังเจ๊ แบคร้อนจนเหงื่อท้วมตัวแล้วเนี่ย” คนแปลกหน้าคนใหม่เดินเข้ามาและส่งสายตามองไปที่ร่างบาง อี้ชิงรู้เลยว่าคนๆนี้ไม่ชอบเขาอย่างแน่นอน “ถ้าเขาไม่อยากทำก็ช่างเขาเถอะเจ๊” 



  “หนูเดินไปอีกสองซอยนะ แล้วหนูจะเจอแมนชั่นอยู่ข้างๆกับเซเว่นน่ะจ้ะ เจ๊ไปก่อนนะ” ฮีชอลโบกมือบ๊ายบายก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปพร้อมคนตัวเล็กกว่า อี้ชิงแอบถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะลุกขึ้นยืนและสะพายกระเป๋าเป้ 



  ร่างบางสาวเท้าเดินออกจากบริเวณด้านหน้าของห้างสรรพสินค้าและเดิมไปตามทางที่คนแปลกหน้าที่ชื่อ ฮีชอล บอกและเขาก็เจอเซเว่นกับทางเข้าตึกแมนชั่นอย่างที่ฮีชอลบอกจริงๆ อี้ชิงเดินมาที่หน้าแมนชั้นขนาดเล็ก อ่านป้ายที่ติดอยู่ด้านหน้าซึ่งบอกราคาห้อง/คืน ซึ่งมันก็ไม่ได้แพงมากนักอี้ชิงจึงผลักประตูเข้าไปและเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ 



  “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า สนใจห้องแบบไหนดีคะ” พนักงานเอ่ยถาม 



  “ห้องธรรมดาฮะ 1 คืน” 



  “รอสักครู่นะคะ” พนักงานพิมพ์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ ก่อนจะหยิบกุญแจห้องมาวางตรงหน้าอี้ชิง “340 หยวนค่ะ” 



  “ฮะ” อี้ชิงเลื่อนกระเป๋าเป้มาด้านหน้าก่อนจะรูดซิปเปิดออกเพื่อหยิบกระเป๋าตังค์ หยิบธนบัตรสีแดงออกมาสี่ใบแล้วยื่นให้กับพนักงานก่อนจะเก็บกระเป๋าตังค์ใส่กระเป๋าเป้เหมือนเดิม อี้ชิงรับเงินทอนพร้อมกับกุญแจห้อง  



  “ห้อง 205 นะคะ อยู่ชั้น 2”  



  “ขอบคุณนะฮะ” อี้ชิงก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองและหาห้องเบอร์ 205 สาวเท้าเดินมาทางขวาเรื่อยๆจนเจอห้องเบอร์ 205 อี้ชิงไขกุญแจห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไปและไม่ลืมที่จะปิดล็อคห้อง ห้องพักขนาดสี่เหลี่ยมเล็กๆซึ่งตกแต่งได้ดีในระดับหนึ่ง มีเตียงนอน ห้องน้ำ ทีวีจอเล็กๆและพัดลม อี้ชิงหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงพร้อมกับเอากระเป๋าเป้ไว้ด้านข้างของเตียง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาผู้เป็นแม่เหมือนเดิม 


  “แม่ฮะ อี้ได้ที่พักแล้วนะฮะ 



  [ดีจังเลยลูก แม่ก็เป็นห่วงว่าลูกจะหาที่พักไม่ได้ นอนพักผ่อนก่อนนะลูกนะ] 



  “ฮะแม่ ขอบคุณนะฮะ” อี้ชิงวาดยิ้มออกมาก่อนจะกดวางสายไป วางโทรศัพท์ไว้ข้างๆตัวก่อนจะหยิบนามบัตรของคนแปลกหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกงและอ่านรายละเอียดที่เขียนอยู่ในนั้น 


  Paradise Land 


  คิม ฮีชอ 

  สนใจติดต่อ xxx-xxx-xx 











  รถหรูจอดสนิทอยู่บ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง ประตูทั้งสองด้านของรถเปิดออกพร้อมกับคนขับและผู้โยสารหนึ่งคนก้าวขาลงมาจากรถ ร่างเล็กเดินถือถุงช็อปปิ้งเข้าไปในบ้านก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งเดินลงมาชั้นสองและเดินตรงมายังร่างเล็กที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่  


  “ซื้อของเยอะอีกแล้วนะแบคฮยอน” ธอเอ่ยขึ้นก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างๆคนตัวเล็ก 



  “ก็ของมันน่าซื้ออ่ะม๊า แล้วแบคก็ไม่ได้ซื้อของนานแล้วนะ” 



  “แบคซื้อล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว” 



  “...” แบยอนหงอยลงทันทีเมื่อคนที่ตัวเองเรียกว่า ม๊า พูดประโยคนั้นมา 



  “สงสัยเมื่อคืนจะได้เงินเยอะ วันนี้เลยลากหนูไปช็อปเนี่ย” ฮีชอลเดินเข้ามาในบ้านร้อมกับบ่นร่างเล็กที่นั่งหงอยอยู่ ก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาเดี่ยวที่อยู่ข้างๆกัน ทั้งสามหันไปมองที่บันไดเพราะได้ยินเสียงคนกำลังวิ่งลงมา  



  “พี่แบค! มีของฝากมาให้คยองรึเปล่า!?” คนตัวเล็กวิ่งตรงมาและกระโดดข้ามโซฟามานั่งข้างๆร่างเล็ก “มีป่ะๆๆ 



  “ไม่มีหรอก ไม่บอกก่อนล่ะว่าจะให้ฝากซื้อ แบคฮยอนเอ่ยเสียงเรียบ 



  “โห่อะไรอ่ะ โด คยองซู ทำหน้างอก่อนจะเขยิบไปนั่งใกล้ๆคนที่ใหญ่สุดในที่นี้คือ หลินซูเหยา หรือที่คนในบ้านนี้เรียกว่า ม๊า 



  “แล้วหมินกับโจควอนหายไปไหนล่ะม๊า” ฮีชอลเอ่ยถาม 



  “ไปซื้อของที่ตลาดน่ะ เดี๋ยวก็คงกลับมา” 



  “กลับมาแล้วคร้าบ~” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาพร้อมกับประตูบ้านที่เปิดออกและคนสองคนที่เดินถือของเข้ามาในบ้าน  



  “เดี๋ยวคยองช่วยนะ” คนตัวเล็กรีบลุกจากโซฟาและไปช่วยถือถุงก่อนจะเอาไปไว้ในครัว ส่วนซิ่วหมินกับโจควอนซึ่งเป็นเด็กของที่นี้ด้วยก็เดินตามไปในครัว 



  “ไหนๆก็อยู่กันครบแล้ว หนูมีเรื่องจะบอกม๊า” ฮีชอลพูขึ้นมา 



  “เรื่องอะไรล่ะ” พูดจบ ซูเหยาก็ยกขาขึ้นมาไขว้ห้าง 



  “บ้านเราอาจจะมีเด็กใหม่เร็วๆนี้แหละ” 



  “ห้ะ!? จริงหรอเจ๊” คยองซูรีบวิ่งมาหาฮีชอลทันที  



  “งั้นก็ดีสิ บ้านเราจะได้กู้ชื่อเสียงคืนจากบ้านนั้น” ซิ่วหมินพูดขึ้นหลังจากที่หย่อนตัวลงนั่งข้างๆซูเหยา  



  “เจ๊คิดว่าเด็กบ้านนอกแบบนั้นจะมาอยู่กับพวกเราหรอ” แบคฮยอนพูดขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าที่เย่อหยิ่ง “ถึงมาอยู่ ก็มาแย่งตำแหน่งอันดับหนึ่งของแบคไม่ได้หรอก” 



  “แบคฮยอน ม๊าอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าดูถูกคนอื่น” ซูเหยาพูดเสียงเรียบ 



  “ขอโทษครับ” พูดจบก็เดินหิ้วถุงช็อปปิ้งของตัวเองขึ้นไปที่ชั้นสองก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องของตัวเองไป 



  “น้องแบคคงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกครับ” โจควอนพูดขึ้นมา 



  “แยกย้ายๆๆ เด็กๆไปทำงานบ้านซะ” ฮีชอลพูดขึ้นก่อนจะหิ้วถุงช็อปปิ้งและเดินไปขึ้นที่ห้องของตัวเอง 











  เช้าวันต่อมา 


  อี้ชิงสะพายกระเป๋าเป้เดินออกมาจากแมนชั่น ก่อนเดินไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อไปที่ๆหนึ่ง ก่อนหน้านั้นเข้าได้ถามพนักงานที่แมนชั่นแล้วว่าที่ๆเขาต้องการมันอยู่ที่ไหนและไปอย่างไรซึ่งอี้ชิงเองก็พอจะเข้าใจอยู่ รถเมล์ที่เขานั่งมาจอดอยู่ที่อีกป้ายหนึ่งและนั้นก็คือที่หมายของอี้ชิง เขาสาวเท้าเดินไปที่ร้านกาแฟที่อยู่ด้านหน้าตึกอะไรสักอย่าง อี้ชิงผลักประตูกระจกเข้าไปก่อนจะไปหยุดยืนที่หน้าเคาน์เตอร์ 


  “เอ่อ...คือผมจะมาสมัครงานน่ะฮะ” 



  “ตอนนี้เต็มหมดแล้วค่ะ” 



  “แต่ในหนังสือพิมพ์บอกว่ามีว่างอยู่นี่ฮะ” อี้ชิงพูดพร้อมกับชี้ในหนังสือพิมพ์ให้พนักงานดู 



  “พอดีว่ามีคนมาสมัครก่อนหน้านี้แล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” เธอก้มหัวลงน้อยเพื่อเป็นการขอโทษ อี้ชิงเองก็ทำแบบนั้นเช่นกันก่อนจะเดินออกจากร้านมาและเดินดูหนังสือพิมพ์จนเดินชนกับใครบางคน 



  “ข..ขอโทษนะฮะ ผมไม่ทันระวัง” อี้ชิงกล่าวขอโทษทันทีพร้อมกับโค้งศีรษะลง  



  “ไม่เป็นไร ว่าแต่เธอเจ็บ...รึเปล่า” อีกฝ่ายได้สบตากับตาหวานของอี้ชิงจึงทำให้เขานิ่งไปสักครู่ 



  “ไม่ฮะ ขอโทษอีกครั้งนะฮะ”  



  “ถ้างั้นให้ฉันเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อเป็นการไถ่โทษนะ 



  “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกฮะ” อี้ชิงยิ้มเจื้อนๆก่อนจะเดินเลี่ยงอีกฝ่ายมาแต่กลับโดนรั้งแขนไว้ ทำให้อี้ชิงรีบสะบัดแขนออกและหันกลับมาทันที 



  “อ่า...นี้นามบัตรของฉัน” อี้ชิงรับมาก่อนจะก้มหัวลงอีกครั้งและเดินจากไป 



  หลังจากที่พลาดงานที่ร้านกาแฟแล้ว อี้ชิงมาแถวที่มีผับบาร์เยอะๆเผื่อว่าจะมีร้านที่ต้องการพนักงานเสิร์ฟหรือพนักงานล้างจาน ถึงอี้ชิงจะไม่ค่อยชอบสถานที่พวกนี้สักเท่าไหร่แต่ถ้าต้องอยู่ที่นี้เพราะงานอี้ชิงก็ทนอยู่ที่นี้ อี้ชิงเดินเข้าในบาร์และถามผู้ชายที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ 


  “ขอโทษนะฮะ ที่นี้มีตำแหน่งอะไรว่างบ้างฮะ” 



  “หืม? มาหางานสินะ ไม่มีหรอกเต็มหมดแล้ว” ผู้ชายคนนั้นตอบด้วยเสียงห้วนๆ อี้ชิงจึงเดินออกมาจากร้านนั้นและเดินไปที่ร้านต่อไป 



  “ไม่มีว่างเลยจ้ะ” 



  “เต็มหมดแล้ว ไปหาร้านอื่นไป” 



  ส่วนใหญ่จะตอบแบบนี้กัน ทำให้อี้ชิงเริ่มที่จะท้อขึ้นมาแต่ก็มีความหวังอีกครั้งเมื่อเขาเห็นป้ายที่หน้าร้านแห่งหนึ่งที่เขียนว่า ‘รับสมัครงาน’ อี้ชิงจึงเดินตรงไปที่ร้านนั้นและมองดูชื่อร้าน 


  Paradise Land  


  “เอ๊ะ...คุณคนนั้นทำงานที่นี้หรอ อี้ชิงเอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปในร้าน 



  “มาติดต่ออะไรคะ” พนักงานหญิงเอ่ยถาม 



  “มาสมัครงานฮะ” 



  “นัดไว้รึเปล่าคะ” 



  “อ่อ...ไม่ฮะ” อี้ชิงส่ายหน้า 



  “งั้นเชิญทางนี้ค่ะ” เธอเดินนำหน้าอี้ชิงมาที่โซฟาตัวยาวที่อยู่ในโซนของลูกค้า “รอสักครู่นะคะ” 



  “ได้ฮะ” ร่างบางย่อตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนจะมองไปรอบๆ ในตอนกลางคืนที่นี้คงจะสนุกมากทีเดียว ไม่นานพนักงานเมื่อสักครู่ก็เดินกลับมาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง 



  “นี่ค่ะเฮีย 



  “ขอบใจมาก เธอไปทำงานต่อได้ละ” พนักงานหญิงก้มศีรษะก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณนี้ 



  “สวัสดีฮะ” อี้ชิงลุกขึ้นยืนก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อย 



  “สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อนนะครับ” เขาผายมือออกก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ส่วนอี้ชิงก็นั่งลงที่เดิม “ผมชื่อ หงเล่ย ครับ เป็นเจ้าของผับที่นี้ 



  “ผม จางอี้ชิง ฮะ 



  “คุณอี้ชิงสนใจทำงานตำแหน่งไหนครับ” 



  “พนักงานเสิร์ฟฮะ ล้างจานก็ได้นะฮะ 



  “ผมเกรงว่ามันจะเต็มแล้วน่ะครับ แต่ยังเหลืออีกงานหนึ่งนะครับ” 



  “งานอะไรหรอฮะ” 



  “โฮสต์รับ” อี้ชิงไม่เข้าใจคำว่า โฮสต์ จึงแสดงสีหน้าออกมาว่าสงสัย “เอาง่ายๆนะครับ...ขายตัวน่ะครับ” 



  “อ..เอ่อ ผมทำงานแบบนั้นไม่ได้หรอกฮะ” อี้ชิงกอดกระเป๋าเป้แน่น  



  “เฮีย~ หนูมารับเงิน...อุ๊ย! หนูอี้ชิงนี่!” ฮีชอดินเข้ามาเห็นร่างบางในตอนนั้นพอดี จึงรีบเดินเข้ามาและนั่งลงข้างๆร่างบางทันที “หนูมาทำอะไรที่นี้จ๊ะ” 



  “มาหางานน่ะ แต่เขาไม่อยากเป็นโฮสต์” หงเล่เป็นคนตอบ 



  “อ้าว งั้นหนูคุยเอง เฮียไปเอาเงินมาให้หนูเลย”  



  “เออๆ รอหน่อยละกัน” พูดจบหงเล่ก็เดินออกไปที่ห้องทำงานของตัวเอง 



  “อี้ชิงจ๊ะ ทำไมหนูถึงไม่อยากเป็นโฮสต์ละ” 



  “คือผม...ไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นหรอกฮะ น่าอายจะตาย”  



  “ตอนแรกก็พูดงี้กันทุกคนแหละ แต่ทำไปทำมาเดี๋ยวก็ชินไปเอง เนอะ” ฮีชอลยิ้มหวานก่อนจะลูบผมสีดำเบาๆ “เชื่อเจ๊นะ เดี๋ยวเจ๊จะพาไปหาแม่เล้า” 



  “แต่ผมยังไม่ได้...” 



  “ไม่เป็นไรจ้ะ ลองไปคุยกันก่อน ถ้าหนูไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรจ้ะ” 



  “เอ่อ...ก็ได้ฮะ” 



  ฮีชอลพาอี้ชิงมาที่บ้านเดี่ยวหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากผับสักเท่าไหร่ อี้ชิงเดินตามฮีชอลเข้ามาในตัวบ้านก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ อี้ชิงนั่งรอที่โซฟาหลังจากที่ฮีชอลเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 และไม่นานฮีชอลก็เดินลงมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ร่างบางลุกขึ้นยืนทันทีก่อนจะก้มศีรษะลงเป็นการทำความเคารพ 


  “ส..สวัสดีฮะ” อี้ชิงมีอาการเกร็งนิดหน่อยแต่ก็ยังปั้นยิ้มให้อีกฝ่ายเห็น 



  “สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อ หลินซูเหยา หรือจะเรียกว่า ม๊า ก็ได้นะ” ซูเหยากล่าวแนะนำตัวเองหลังจากที่นั่งลงที่โซฟาแล้ว ก่อนจะหันไปพูดกับฮีชอล “แกไปงานบ้านที่เหลือด้วยนะ” 



  “เอ้า ใช้หนูอีกแล้วอ่ 



  “...” ซูเหยามองนิ่ง 



  “ก็ได้ๆ แต่หนูขอไปเอาเงินที่เฮียเล่ก่อนนะ” พูดจบ ฮีชอลก็เดินออกจากบ้านไป 



  “เอาล่ะ อี้ชิงอยากจะทำงานนี้รึเปล่า” 



  “เอ่อ...ไม่ฮะ” อี้ชิงตอบตามความคิดของตัวเอง 



  “หนูกลัวใช่มั้ย” 



  “...” อี้ชิงพนักหน้า 



  “ม๊าว่าหนูเหมาะที่จะทำงานนี้นะ เพราะหน้าตาหนูก็หวาน ตัวผอมบางเหมือนผู้หญิงแต่ถ้าหนูกล้าแสดงออกอีกนิดหน่อย ม๊าว่าหนูทำงานนี้ได้ดีแน่” พูดจบ ซูเหยาก็ส่งยิ้มให้พร้อมกับกุมมือบางไว้เป็นการให้กำลังใจ 



  “แต่ก็ต้อง....ทำแบบนั้นกับหลายๆคนหรอฮะ” อี้ชิงกลัวเรื่องนี้ที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยมีแฟนและไม่ค่อยชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวอีกด้วย 



  “ม๊าจะมีข้อยกเว้นให้หนู แต่ถ้าลูกค้าคนไหนต้องการ หนูก็ต้องยอมเขานะลูก”  



  “...” อี้ชิงเงียบก่อนจะก้มหน้ามองกระเป๋าของตัวเองที่อยู่ในอ้อมกอดมาสักพักแล้ว  



  “แม่เอาเงินมาจากไหนฮะ” 



  “แม่ยืมเขามาน่ะลูก แม่อยากให้อี้เรียนจบนะ” 



  “แม่ฮะ...แม่ไม่ต้องทำถึงจนาดนี้ก็ได้นะฮะ 



  “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เพื่อลูกแม่ทำได้ทุกอย่างนะ” 



  ถ้ามันทำให้ผมได้ตอบแทนแม่...” 



  “...” 



  “ผมก็จะทำฮะ...” 



  เด็กบ้านนอกแบบนี้ทำรายได้ให้บ้านไม่ได้หรอกม๊” ร่างเล็กเดินลงมาจากชั้นสอง พร้อมกับสีหน้าที่ไม่ต้อนรับเด็กใหม่เอาซะเลย 



  “แบคฮยอน” ซูเหยาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับหันไปมองร่างเล็กที่กำลังเดินมาทางนี้ 



  “แบคพูดเรื่องจริงครับม๊า จืดๆแบบนี้ขายไม่ออกหรอก 



  “ถ้าเธอยังไม่หยุดดูถูกเด็กใหม่แบบนี้ ตำแหน่งอันดับหนึ่งของเธ๊าจะยกให้เด็กใหม่ตอนนี้แหละ” 



  ม๊า!” แบคฮยอนกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจก่อนจะมองจิกที่ร่างบางที่นั่งก้มหน้าอยู่ ทำท่าทางไม่พอใจก่อนจะเดินกระทืบเท้าเสียงดังขึ้นบันไดไป 



  “เกิดอะไรขึ้นหรอม๊ หนูได้ยินแบคฮยอนมันโวยวาย” ฮีชอลที่เดินมาหา็เอ่ยถามทันที 



  “เหอะ ก็กลัวจะโดนแย่งที่น่ะสิ” ฮีชอลทำหน้างงๆก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาเดี่ยวที่อยู่ข้างๆกัน “ฉันจะปั้นอี้ชิงให้อยู่อันดับหนึ่งแทนแบคฮยอนเอง” 



  ม๊าก็รู้นี้ว่าแบคมันเป็นคนยังไง....เดี๋ยวก่อน อี้ชิง?” ซูเหยายักคิ้วให้ฮีชอล “เยส!! ม๊าสุดยอดที่สุดด ยินดีต้อนรับนะจ๊ะน้องอี้ชิง” 



  “ฮะ คุณฮีชอล” อี้ชิงยิ้มออกมาน้อยๆ 



  “แหน่ะ เรียกผิดแล้วหนู” 



  “อ๋อฮะ...เจ๊ฮีชอล” 



  ฮีชอลพาน้องขึ้นไปดูห้องไป แล้วก็คืนนี้พาไปดูที่ผับก่อน พรุ่งนี้ค่อยเปิดตัว” ซูเหยาเอ่ยก่อนจะหยิบนิตยาสารมาอ่าน 



  “ได้จ้ะ อี้ชิงตามเจ๊มาเร็ว” อี้ชิงก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะเดินตามร่างของฮีชอลไปที่ชั้นสอง  



  “เด็กๆๆ” ฮีชอลตะโกนเสียงดังพร้อมกับปรบมือรัวๆ และประตูห้องสองห้องได้เปิดออก พร้อมกับเจ้าของห้องที่มองร่างของอี้ชิงอย่างงงๆ 



  “อะไรอ่ะเจ๊~” โจควอนเอ่ยถาม 



  “เจ๊มีเด็กใหม่มาแนะนำจ้ะ นี่จางอี้ชิง”  



  “สวัสดีฮะทุกคน” พูดจบอี้ชิงก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อย คยองซู ซิ่วหมินและเตนล์เดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าอี้ชิง 



  “ซิ่วหมินนะ” 



  “ชื่อโจควอนนะจ๊ะ 



  “เราคยองซูนะ ว่าแต่อายุเท่าไหร่เนี่ย”  



  “22 ฮะ”  



  “อายุเยอะกว่าคยองอีกอ่ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” คยองซูยิ้มกว้าง 



  “เช่นกันนะ 



  “ทำความรู้จักกันไปนะ เจ๊ไปก่อนละ” พูดจบฮีชอลก็เดินลงไปที่ชั้นล่าง 



  “แล้วห้องนั้น ห้องของใครหรอ” อี้ชิงเอ่ยถามพร้อมกับชี้ไปที่ห้องที่มีป้ายแปะว่า ห้ามรบกวน  



  “น้องแบคฮยอนน่ะ ก่กว่าอี้ชิงปีนึง” โจควอนเอ่ย 



  “ถึงพี่จะแก่กว่าแบคแต่พี่ก็ไม่กล้าไปยุ่งกับเขาเลยนะ” ซิ่วหมินพูดเสริม 



  “ช่างเถอะๆ ตอนนี้คยองนอนที่ห้องคนเดียว พี่อี้ชิงมาเป็นรูมเมทกับคยองนะ”  



  อื้ม ได้สิ” อี้ชิงยิ้มหวานก่อนจะเดินตามคยองซูเข้าไปในห้องนอน ส่วนซิ่วหมินกับโจควอนก็เดินกลับเข้าไปห้องนอนที่อยู่ข้างๆกัน










 

  8:00 PM 


  ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวในยามราตรีออกมาหาความสนุกกัน ในย่านที่มีผับและบาร์แห่งนี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงเพลง และผับที่ดีและดังที่สุดในย่านนี้คือ Paradise Land นั้นเอง... 


  อี้ชิงในลุคใหม่ ใส่เสื้อสีดำแขนยาว ส่วนลำตัวเป็นสีดำทึบแต่ส่วนแขนทั้งสองข้างเป็นผ้าโปร่งสีดำ แถมชายเสื้อก็ค่อนข้างสั้น เวลายกแขนขึ้นก็สามารถเห็นบริเวณหน้าท้องใต้สะดือได้ ท่อนล่างเป็นกางเกงขาเดฟสีดำ มีรอยขาดตรงต้นขาและเข่า ส่วนรองเท้าก็เป็นรองเท้าหนังซึ่งฮีชอลเป็นคนเลือกเสื้อผ้าให้อี้ชิง ผมสีดำถูกรีดให้เรียบขึ้นและทำให้หน้าม้าปรกลงมา แน่นอนว่ามีการกรีดอายไลน์เนอร์บางๆ แต่งอายแชโดว์ทนสโมกกี้อายและทาลิปสติกสีชมพูดอมแดง 


  ตั้งแต่เดินเข้ามาในผับพร้อมกับฮีชอล ก็มีลูกค้าหลายๆคนจ้องมองมาที่ร่างบางด้วยสายตาตาที่หื่นกาม มือบางกปิดรอยขาดของกางเกงที่ต้นขาพร้อมกับรีบเดินตามฮีชอลไป อี้ชิงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุน่าจะรุ่นเดียวกับซูเหยาและผู้หญิงอีคนหนึ่งเดินตรงมาทางเขาและมองตั้งแต่หัวจรดเท้า 


  “นี้หรอ เด็กใหม่ของซูเหยา”  



  “ช่ค่ะ เจ๊จูเหมย” ฮีชอลตอบ 



  “เหอะ ก็งั้นๆอ่ะ สู้พวกฉันก็ไม่ได้” ผู้หญิงยืนอยู่ข้างๆจูเหมยเอ่ยขึ้น 



  “หรอจ๊ะ แล้วทำไมเด็กของเธอถึงขายไม่ค่อยออกเลยล่ะวิคตอเรีย” ฮีชอลพูดจิกกัดเธอ 



  “นังตุ๊ดตูดบิด!” 



  “นังชะนีหน้าลอย!”  



  “หยุด!” จูเหมยตะโกนออกมาก่อนจะเดินตรงเข้ามาใกล้ร่างบาง “สู้ๆนะ เด็กใหม่”  



  “ฮ..ฮะ” อี้ชิงก้มหน้าลง จูเหมยยกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับวิคตอเรีย 



  “อย่าไปสนใจพวกนั้นเลยนะอี้ชิง” พูดจบก็พาอี้ชิงมาที่โซนวีไอพีซึ่งอยู่เกือบติดเวทีด้านหน้าและสามารถเล่นหรือแตะเนื้อต้องตัวนักแสดงได้ซึ่งก็คือโฮสต์นั้นเอง ฮีชอลพามาที่โต๊ะหนึ่งซึ่งมีลูกค้านั่งอยู่สองคนและดูเหมือนว่าจะเป็นคู่รักเสียด้วย 



  “อ้าว เจ๊ฮีชอล!” เสียงใสของลูกค้าคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นมากอดร่างของฮีชอล อี้ชิงมองยิ้มๆก่อนจะเบนสายตามองดีเจบนเวที ลูกค้าผู้ชายหลายๆคนซึ่งชอบฝ่ายรุกต่างก็ยืนมองดีเจคนนั้นไม่วางตา  



  “อี้ชิงจ๊ะ นี่  ลู่หาน เคยเป็นโฮสต์อยู่ที่นี้จ้ะ” ฮีชอลเอ่ยขึ้นทำให้อี้ชิงหันกลับมาสนใจคนหน้าหวานตรงหน้า 



  “สวัสดีฮะ” อี้ชิงโค้งตัวลง 



  “หวัดดีจ้ะ เรียกพี่ลู่ก็ได้นะ”  



  “ได้ฮะ” พูดจบก็วาดยิ้มออกมา 



  “ส่วนนั้น คุณเซฮุน เจ้าของบริษัทผลิตไวน์ แฟนของลู่หานจ้ะ” ฮีชอลกล่าวแนะนำร่างสูงที่นั่งจิบไวน์อยู่ อี้ชิงโค้งตัวลงอีกครั้งเพื่อเป็นการทำความเคารพ 



  “ลู่หาน เจ๊ฝากเด็กใหม่แป๊ปนึงนะ ขอไปดูหลังเวทีก่อน” 



  “ได้ครับเจ๊” ลู่หานยิ้มก่อนจะให้อี้ชิงมานั่งที่อีกด้านหนึ่งของโซฟารูปตัวแอล เสียงเพลงสนุกๆได้จบลงแล้วพร้อมกับดีเจที่โบกมือให้กับลูกค้าก่อนที่ร่างสูงของดีเจจะเดินลงจากเวทีมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับอี้ชิง 



  “นี่ใครอ่ะลู่หาน” เสียงทุ้มของดีเจเอ่ยถาม 



  “เด็กใหม่ของเจ๊ฮีชอลอ่ะ” พูดจบ ลู่หานก็ชนแก้วกับเซฮุนก่อนจะยกขึ้นจิบน้ำสีแดงเข้มนิดๆ 



  “สวัสดีครับ ผมชื่อ ปาร์คชานยอล เป็นดีเจประจำของที่นี้ครับ” พูดจบก็ยื่นมือมาข้างหน้า 



  “จางอี้ชิงฮะ ยินดีที่ได้รู้จักนะฮะ” อี้ชิงยิ้มหน่อยๆพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของอีฝ่ายแค่ไม่กี่วิก็ปล่อยออก 



  “แล้วนี้ไอ้ฝรั่งมันติดงานหรอวะ ถึงไม่มา” ชานยอลหันไปพูดกับเซฮุน พร้อมกับชงเหล้าใส่แก้ว 



  “คงงั้นมั้ง” ตอบสั้นๆก่อนจะวางแก้วไวน์ไว้บนโต๊ะตรงหน้า “พรุ่งนี้ก็ลากมันมาที่นี้ด้วยล่ะกัน” 



  “ทำไมวะ ให้มันมาลองของใหม่รึไง” 



  “ก็เออสิวะ...โอ๊ย! ลู่ตีพี่ทำไมครับเนี่ย” 



  “พูดอะไรรู้มั้ยเนี่ย น้องเขากลัวหมดแล้ว” ลู่หานเอ็ดพร้อมกับขมวดคิ้วใส่ อี้ชิงที่นั่งฟังอยู่ก็ยิ้มเจื้อนๆออกมา 



  “สมน้ำหน้า” ชานยอลเอ่ยหลังจากดื่มเหล้าหมดแก้ว 



  “หุบปากแล้วดูเมียมึงเต้นนู้นไป” ชานยอลรีบหันไปมองบนเวทีทันที หลังจากที่เซฮุนพูดจบ 



  ร่างเล็กในเสื้อเชิร์ตสีขาวที่ค่อนข้างโปร่ง ชายเสื้อก็ยาวเลยกางเกงในสีขาวมาเล็กน้อย และมีสายรัดยางยืดสีดำที่ต้นขาทั้งสองข้าง เผื่อลูกค้าคนไหนอยากให้ทิปก็จะหนีบไว้กับสายรัดนี้ ที่ลำคอก็สวมโชคเกอร์สีดำ เส้นผมน้ำตาลอ่อนที่ถูกดัดให้งอเล็กน้อยและมีหน้าม้าปรกลงมา ใบหน้าที่เสริมแต่งให้มีสายตาที่ดุขึ้นด้วยอายไลน์เนอร์และอายแชโดว์สีหม่นๆ และริมฝีปากที่ออกสีแดงทำให้แบคฮยอนดูแซ่บมากขึ้น เสียงเพลงแนวอีรติคผสมกับจังหวะกลอง ร่างเล็กออกลวดลายประกอบเพลงและมีเสาสีเงินเป็นอุปกรณ์เสริม  


  ชานยอลหันมองลูกค้าที่เป็นเสี่ยแก่ๆ มองร่างเล็กบนเวทีนั้นด้วยสายตาเดียวกัน ดีเจกัดฟันกรอดเมื่อเห็นพวกตาลุงหื่นกามพวกนั้น แต่ก็ต้องนั่งเฉยๆเพราะนั้นคืองานของแบคฮยอน อี้ชิงที่นั่งดูอยู่ก็หันกลับมามองตัวเอง เพราะว่าต้องใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นแบบนั้นและเต้นให้ใครก็ไม่รู้ได้ชม จึงใช้แขนทั้งสองกอดตัวเองไว้และเอนหลังพิงพนักพิง 


  โชว์ของแบคฮยอนจบลง ร่างเล็กเดินมาที่ขอบเวทีเพื่อให้ลูกค้ามอบทิปให้โดยการเหน็บไว้กับสายรัดสีดำ และแน่นอนว่าต้องโดนลวนลามเป็นธรรมดา ถูกลูบไล้บริเวณขาไปจนถึงแก้มก้นและต้นขาด้านใน แบคฮยอนยิ้มรับถึงแม้ว่าใจจึงจะขยะแขยงก็ตาม พอได้ทิปเสร็จแล้วร่างเล็กก็เดินหายไปที่หลังเวที 


  “คุณชานยอลเป็นแฟนกับพี่แบคฮยอนหรอฮะ” อี้ชิงเอ่ยถาม 



  “ใช่ครับ ถามทำไมหรอครับ” 



  “ก็ถ้าเกิดว่าโสด เด็กใหม่นี่ก็จะเอานายเป็นผัวไง” ร่างเล็กของแบคฮยอนในชุดเดิมแต่สวมกางเกงขาเดฟสีดำเดินมาพร้อมกับพูดจิกกัดอี้ชิงทันที 



  “แบคฮยอน” ชานยอลเอ่ยเสียงเรียบ 



  “ก็ยังดีที่ถาม จะได้ไม่ต้องมีเรื่องกัน” 



  “แบคฮยอนอ่า พูดกับเด็กใหม่ดีๆหน่อยสิ” ลู่หานเอ่ย 



  “แรกๆก็ทำตัวไร้เดียงสา ต่อไปก็คงจะ...” 



  “ผ..ผมไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆนะฮะ” อี้ชิงพูดแก้ตัวแต่สายตาที่แบคฮยอนมองมาที่เขามันก็ยังเหมือนเดิม 



  “เหอะ ให้มันจริงเถอะ 











  อีกด้านหนึ่ง ประตูลิฟท์เปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าเดินไปที่ห้องพักของตัวเอง ซึ่งแต่ชั้นละชั้นของคอนโดแห่งนี้จะมีห้องพักแค่ 4-5 ห้องเท่านั้นเพราะห้องมีขนาดใหญ่ สแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคประตูก่อนจะผลักมันเข้าไปและล็อคประตู มือหนาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเผยให้เห็นเสื้อเชิร์ตสีดำที่ปลดกระดุมด้านบนสองเม็ด ถอดรองเท้าหนังออกแล้วค่อยดึงถุงเท้าออกก่อนจะสวมสลิปเปอร์แทน สาวเท้าเดินไปที่ห้องครัวก่อนจะหยิบขวดน้ำออกมาจากตู้เย็นและรินน้ำใส่แก้วใส เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเรียกความสนใจจากเขา หลังจากที่วางแก้วไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วก็หยิบสมาร์ทโฟนออกมาและเปิดอ่านข้อความ 



  PCY : พรุ่งนี้มาที่ผับด้วย มีเด็กใหม่อยากให้ลอง 



  KrisW : หน้าตาน่ารักมากล่ะสิ 



  PCY : เออ แถมยังซิงด้วยนะมึง 



  KrisW : มึงนี่รู้ใจกูจริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะแวะไป









































|Talk|

ตอนที่ 1 มาแล้ววววววววววว 

เป็นยังไงบ้างเอ่ยย แค่ตอนแรกก็สนุกแล้ววว...หรอ?5555555555

ยังไงก็ฝากติดตามฟิคเรื่องนี้ด้วยนะคะะะ

ปล. รักรีดเดอร์ทุกคนเลยยย><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

145 ความคิดเห็น

  1. #141 sai suju&tvxq5 (@yusai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 23:09
    อาอี้ไม่น่าทำงานนี้เลยอะ
    #141
    0
  2. #113 Pakjira0906 (@Pakjira0906) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 13:32
    แบคนางมีอคติอะไรกับอี้ขนาดน้านนน
    #113
    0
  3. #107 Rabbit_Fujoshi (@mysatang07) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 17:07
    อี้ลูก ไม่น่ามาทำงานนี้เลย กลัวหนูเสียใจ
    #107
    0
  4. #93 Kray (@mamoru18) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 10:58
    โอ๊ยยย ทำไมแบคถึงไม่ชอบชิงอ่าา แล้วนี่ชิงจะโดนอะไรอีกมั้ยเนี่ย
    #93
    0
  5. #84 SEANNNQ' (@seannnq) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 10:00
    สงสารชิงงงงง นังพิแบคนี่กลัวตัวเองโดนแย่งอันดับ1ล้ะสิ่ จิ๊
    #84
    0
  6. #81 兴迷 (@tangmoanongnart) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 00:33
    สงสารอี้ แบคก็จิกตลอดด
    #81
    0
  7. #74 hunhunie (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 04:08
    ถ่วน่าสงสาร แบคเป็นไรมากไหม หาเรื้องตลอดเลยนะน่ามคาน
    #74
    0
  8. #70 zao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 12:41
    ตอนแรกคิดว่าอี้จะสนิทกับแบคที่ไหนได้ไม่ถูกกันตั้งแต่เห็นหน้าเลยอ่ะ ชิงลูกหนูดูใสซื่อมากเลยแล้วดูหนูจะถูกหลอกง่ายอีกด้วยอ่ะ
    #70
    0
  9. #51 skyruri_me (@skyruri_me) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 23:33
    แบคฮยอนนิสัยไม่ดีเลย พูดจาแย่
    #51
    0