[Fic EXO] Crave - KrisLay ft. ChanBaek

ตอนที่ 10 : | Chapter 8 | Hate

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 ต.ค. 60

8 | Hate



  “คือว่า...คุณอี้ชิงโดนลักพาตัวไปครับ!!”

 

  !!! 


  ร่างสูงลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินบริกรพูด เขารีบสาวเท้าเดินไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดเพื่อจะดูว่ากล้องตรงหน้าร้านถ่ายเก็บหลักฐานอะไรไว้ได้บ้างโดยมีชานยอลเดินตามไปด้วย พนักงานที่คอยควบคุมกล้องก็ย้อนเวลาในวิดีโอกลับไปในช่วงเวลาก่อนหน้านี้เล็กน้อยแต่กลับไปไม่เจออะไรเลย 


  ขอดูกล้องที่หลังร้านหน่อย พนักงานทำตามที่คริบอก เปิดไปที่กล้องวงจรปิดตรงหลังร้านแล้วก็ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย  


  รถคันนี้ ชานยอลชี้ไปที่รถในจอภาพ ทั้งคู่จดจำยี่ห้อ รุ่นและป้ายทะเบียนไว้ก่อนจะเดินออกไปลานจอดรถ 


  มึงโทรแจ้งตำรวจ แล้วค่อยตามกูมา คริเอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนจะรีขึ้นรถและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ในใจเขาหวังว่ารถคันนั้นคงจะไปไหนไม่ได้ไกลมากนัก และขอให้อี้ชิงอย่าเป็นอะไรไปเลย... 


. 


. 


. 


  แบคฮยอน ลู่หานและเซฮุนวิ่งออกมาหาชานยอลที่นอกร้าน คนตัวสูงกำลังแจ้งลายละเอียดกับตำรวจผ่านทางโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พอแบคฮยอนเห็นสีหน้าของชานยอลก็รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ตัวเองไปพูดประชดแบบนั้น ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นแต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้อี้ชิงหายตัวไปซะ เขาจะได้ไม่มีคู่แข่งและเขาก็จะได้ทุกอย่างกลับคืนมา... 


  กูจะให้คนของกูช่วยค้นหาบริเวณรอบๆนะ คงยังไปไม่ได้ไกล เซฮุนเอ่ยขึ้นหลังจากที่ชานยอลเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง เมื่อชานยอลพยักหน้ารับ เซฮุนก็รีบต่อสายหาลูกน้องของตัวเองทันที 


  ให้ตายเถอะ ขออย่าให้น้องอี้ชิงเป็นอะไรไปเลยนะ ลู่หานพึมพำอยู่คนเดียวแต่ก็เหมือนจะอ้อนวอนให้คนบนฟ้ารู้ ในขณะที่แบคฮยอนก็ยังคงสับสนกับความรู้สึกของตัวเองอยู่ เขาควรจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะ... 


  หวังว่าเธอคงจะรู้สึกเสียใจอยู่นะ แบคฮยอน ชานยอลเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซต์ของตัวเอง สวมหมวกกันน็อคก่อนจะขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว 


  อยู่ๆน้ำตาใสก็ไหลออกมาจากตาของแบคฮยอน ชานยอลพูเหมือนเขาเป็นคนใจร้ายที่ไม่สนใจว่าอี้ชิงจะเป็นยังไง แต่ชานยอลก็คิดถูกแล้ว เขาสับสนกับตัวเองว่าควรรู้สึกยังไง เมื่อมันยังบอกไม่ได้ว่าต้องทำยังไงก็เลยร้องไห้ออกมา ร้องไห้ให้กับตัวเอง ร้องไห้ให้กับความคิดบ้าๆของตัวเอง ร้องไห้ที่เขาเป็นคนแบบนี้... 






  ร่างบางที่หมดสติอยู่ถูกโยนลงเตียงเก่าๆในบ้านหลังหนึ่งที่ค่อนข้างโทรม ชายฉกรรจ์คนหนึ่งไล่สายตามองร่างบางตั้งแต่หัวจนถึงเท้า แถมโชคร้ายที่วันนี้อี้ชิงดันใส่เสื้อผ้าวาบหวิว ทำให้เห็นสัดส่วนเว้าโค้งได้ชัดเจน อารมณ์หื่นกามที่ห้ามไม่ได้ทำให้ชายฉกรรจ์คนนั้นขึ้นคร่อมร่างบางไว้แต่ก็โดนเพื่อนห้ามไว้ก่อน 


  ของเจ้านายนะเว้ย เดี๋ยวมึงก็ตายหรอก

 

  ก็นอนนิ่งๆไม่ขัดขืนแบบนี้มึงไม่ชอบหรอวะ ว่าแล้วก็ลูบไล้เนื้อขาวเนียนด้วยมือหยาบด้านคู่นั้น 


  ถ้ายังไม่เลิกแตะต้องของของกู มึงได้ตายแน่ เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ทำให้ชายฉกรรจ์คนนั้นรีบลุกขึ้นยืนทันที  


  ขอโทษครับนาย…อ๊อก!” คนเป็นเจ้านายต่อยเข้าที่หน้าของลูกน้องที่บังอาจมาแตะต้องร่างบางนี้ ก่อนจะปัดมือไล่ลูกน้องออกไปทั้งสองคน 


  “คิดถึงเธอจังเลย จางอี้ชิง เขาจับให้ร่างบางนอนหงายก่อนจะขึ้นคร่อมไว้ ขณะนั้นเองอี้ชิงก็ได้สติพอดี ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้นก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น 


  ค..คุณเว่ยถิง คุณจะทำอะไรฮะ ข้อมือขาวถูกกอบกุมไว้ทั้งสองข้าง นั้นยิ่งทำให้อี้ชิงเริ่มจะขัดขืนมากขึ้น ปล่อยอี้นะฮะ 


  อะไร ขายตัวไม่ใช่หรือไง ฉันก็จะซื้อบริการเธอไง เว่ยถิงยิ้มร้ายก่อนจะรวบข้อมือขาวด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็จัดการปลดกระดุมเสื้อของร่างบาง 


  หยุดนะฮะ! ร่างบางดิ้นแรงขึ้น ยิ่งกระดุมถูกปลดก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา ตอนนี้ในหัวมันขาวโพลนไปหมดไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้รอดไปจากตรงนี้ ถ้าคุณคริไม่มาช่วยเขาล่ะ เขาจะเป็นยังไงก็ไม่รู้... 


  ..... เว่ยถิงเงียบไม่พูดอะไร แต่ใช้ฝ่ามือลูบไล้ผิวขาวเนียนอย่างหื่นกาม ก่อนจะเลื่อนลงมาปลดกางเกงของร่างบาง น้ำตาเริ่มคลอเต็มดวงตาหวานพร้อมกับดิ้นจนสุดแรง 


  อ๊อก! หมัดแกร่งต่อยเข้าไปที่หน้าท้องเนียนเพื่อให้ร่างบางเลิกพยศ แต่อี้ชิงก็ยังรวบรวมแรงที่ยังมีอยู่ขัดขืนคนตรงหน้าถึงแม้จะรู้ว่ายังไงก็ไม่สำเร็จ ร่างบางเริ่มส่งเสียงกรีดร้องเมื่อริมฝีปากของอีกฝ่ายมาสัมผัสกับซอกคอขาวและมือหยาบที่วุ่นอยู่กับยอดอกสีสวย 


  !!! 


  โอ๊ยยยยย!!! อี้ชิงกัดเข้าที่หูของเว่ยถิงและอาศัยจังหวะนี้ถีบร่างตรงหน้าออกไปก่อนจะรีบลุกออกจากเตียงให้เร็วที่สุด มือบางจับเสื้อเอาไว้ตรงกลางก่อนจะรีบไปเปิดประตูแต่ก็ไม่ทัน ลูกน้องของเว่ยถิงเปิดประตูเข้ามาก่อน 


  จะไปไหนจ๊ะคนสวย~ ชายร่างใหญ่ยืนดักทางตรงประตูและทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาหาร่างบาง  


  อย่าเข้ามานะ! อี้ชิงก้าวถอยหลังเพราะกลัวคนข้างหน้า แต่ไม่ทันระวังอี้ชิงเลยถูกเว่ยถิงจับตัวไว้อีกครั้ง 


  พวกมึงออกไปเฝ้าข้างนอก” ชายร่างใหญ่ทั้งสองคนทำตามคำสั่งของเว่ยถิง พอประตูปิดลงร่างบางก็ถูกเหวี่ยงลงไปที่เตียง 


  “ปล่อยอี้เถอะฮะ....ฮึก อย่าทำอี้เลยนะ” อี้ชิงอ้อนวอนอีกฝ่ายทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่ทีทีท่าว่าจะถูกปล่อยเลย 


  “ขายตัวไม่ใช่หรอ ฉันขอซื้อบ้างก็แล้วกัน” 


  “ม่ายยยยยย!!!” 






  ร่างสูงก้าวลงจากรถอย่างรีบร้อนหลังจากที่จอดรถอยู่ที่หน้าโรงแรมม่านรูด เขารีบเปิดดูม่านอันแรกและอันต่อๆไปว่ารถคันที่พาอี้ชิงมาอยู่ที่ห้องไหน คริได้ยินเสียงสตาร์ทรถและก็มีรถถอยออกมาจากซองจอดรถ เขาจำป้ายทะเบียนได้แม่นจึงเดินไปอยู่ตรงหน้ารถคันนั้น ประตูด้านหลังคนขับเปิดออกและเว่ยถิงก็ลงมาจากรถ 


  “มึง...” คริกัดฟันพูดด้วยอารมณ์โมโห กำหมัดแน่นพร้อมกับเดินไปหาเว่ยถิงและต่อยหน้ามันอย่างไม่ลังเลซนเว่ยถิงเซจนเกือบล้ม ต่อยซ้ำอีกหลายๆครั้งจนลูกน้องของเว่ยถิงแยกตัวคริออกมา  


  “กูจะฆ่ามึง!!” คริสพยายามดึงตัวออกจากพวกลูกน้องของเว่ยถิงแต่ก็ไม่สำเร็จ 


  “เอาเลยดิ แต่กูว่าไปดูคนของมึงดีกว่านะ” เว่ยถิงบนสายตามองที่ห้องพักก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงอีกครั้ง 


  “...” 


  “คงจะเหนื่อยมาก ฝากดูแลด้วยนะ” เว่ยถิงยกยิ้มพร้อมกับตบบ่าคริสบาๆก่อนจะสั่งให้ลูกน้องปล่อยตัวเขา 


  คริสรีบวิ่งเข้าไปในห้องพักทันที พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นร่างบางที่เปลือยเปล่ากำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียง เสื้อผ้ากระจัดจายอยู่เต็มพื้นห้องและข้างๆร่างบางก็มีถุงยางที่ใช้แล้ววางทิ้งไว้ คริสได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของร่างบางก็ค่อยเดินเข้าไปหา 


  “อี้ชิง...” เจ้าของชื่อไม่หันตามเสียงเรียก คริสจึงพยายามเข้าไปพยุงตัวร่างบางแต่กลับถูกปฏิเสธ 


  “ออกไป!!...ฮึก อย่ามายุ่ง!” มือบางผลักร่างสูงให้ถอยห่างพร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมตัว 


  “ใจเย็นๆก่อนนะอี้ชิง ฉันคริสไง” ใบหน้าหวานค่อยๆหันมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตาหวานมีแต่น้ำตาคลอเบ้า คริดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นพร้อมกับลูบผมปลอบอย่างอ่อนโยน 


  “ฮึก!...ทำไมคุณเพิ่งมา ฮึก”  


  “ฉันขอโทษอี้ชิง ขอโทษจริงๆ...ขอโทษที่มาช้า” น้ำตาใสไหลมาออกมาทันทีที่พูดจบ เขาโอบกอดร่างบางไว้แน่นพร้อมกับโทษตัวเองในใจ ทั้งที่สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะดูแลคนๆนี้และจะไม่ให้ใครแตะต้อง แต่เขาก็ทำไม่ได้  


  รู้สึกสงสารอี้ชิงเหลือเกินที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้... 






  ร่างบางในชุดคนไข้กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ หลังมือซ้ายถูกด้วยเข็มน้ำเกลือ ร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โซฟากำลังจ้องมองร่างบางที่กำลังนอนหลับอยู่ ก่อนที่จะละสายตาและมาจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์แทน เขากดโทรหาลูกน้องของเขาและสั่งงานให้ทำเล็กน้อย 


  “หาที่กบดานมันให้เจอ แล้วรายงานฉันด้วย” เขากดวางสายก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าและลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คริสาวเท้าเดินไปยืนข้างๆเตียงคนไข้และกุมมือบางไว้หลวมๆ ส่วนมืออีกข้างก็ลูบผมดำเงาของร่างบางอย่างอ่อนโยน 


  “ฉันขอโทษนะ” คริพูดขึ้นทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายหลับสนิท แต่เขาก็พูดตอนที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกตัวนี่แหละ 


  “ฉันทำให้เธอแปดเปื้อน ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้...”  


  “.....” ร่างบางหายใจเข้าออกเป็นจังหวะปกติ ทำให้คริมั่นใจว่าอี้ชิงไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดแน่ๆ เขาค่อยๆย่อตัวลงก่อนจะกดจูบที่อ่อนโยนตรงขมับของคนป่วย แล้วค่อยปล่อยมือออกจากกันอย่างเบาที่สุด 


  “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้ได้...” พอเอ่ยจบ เขาก็เดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับปิดประตูให้เบาที่สุด เขาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าห้องพักก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคน 


  “คุณน้าใช่มั้ยครับ ผมคริสเองนะครับ เจ้านายของอี้ชิง” เขาโทรหาแม่ของอี้ชิง... 


  [ค่ะคุณคริ ไม่ทราบว่าอี้ชิงทำอะไรให้คุณเดือดร้อนรึเปล่าคะ] 


  “ไม่เลยครับๆ แต่ขอโทษนะครับที่โทรมารบกวนตอนดึกๆแบบนี้”  


  [ไม่เป็นหรอกค่ะ คุณคริมีเรื่องอะไรคะ] 


  “พรุ่งนี้คุณน้าว่างมั้ยครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยน่ะครับ” คริกำมือแน่นเพราะเรื่องสำคัญนั้นมันเกี่ยวกับอี้ชิงและเขาโดยตรง และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าถ้าพูดไปแล้วผลจะออกมาเหมือนที่เขาคิดไว้รึเปล่า  


  ถ้าทำแบบนี้เขารู้อยู่แล้วว่าอี้ชิงต้องโกรธเขาแน่ๆ แต่ก็ดีแล้วถ้าเป็นแบบนั้น เพราะที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกยังไงกับอี้ชิง รั้งอี้ชิงไว้ทั้งที่ตัวเองก็มีทะเบียนสมรสอยู่ ไม่ทำอะไรให้มันชัดเจนเอง แล้วยังทำให้อี้ชิงต้องมาเจอเรื่องแบบนั้น มันเป็นเพราะเขา... 

 





  ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้มาเกือบสองวันเริ่มขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาเริ่มขยับเปิดขึ้นก็มองเห็นเพดานที่ไม่คุ้นตาและมีพวกของเจ๊ฮีชอลมายืนมุงดูเขาอย่างดีอกดีใจ ร่างบางค่อยๆยันตัวขึ้นแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะอาการเจ็บตรงช่วงล่าง ฮีชอเห็นแบบนั้นจึงช่วยปรับเตียงให้และเอาหมอนหนุนหลังอี้ชิงไว้ 


  “เป็นยังไงบ้างอี้ชิง อาการดีขึ้นรึยังลูก” ซูเหยาลูบผมนุ่มอย่างอ่อนโยน พลางเห็นรอยช้ำที่มุมปากและแก้มใสก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แล้วไหนจะรอยช้ำตามตัวอีก  


  “อี้ไม่เป็นอะไรแล้วฮะม๊า อี้ชิงยิ้มเจื่อนๆกลบเกลื่อนความกลัวที่ยังเหลืออยู่ ตอนนี้เขาไม่อยากเจอใครนอกจากนี้แล้ว แต่มีม๊าซูเหยา เจ๊ฮีชอล พวกคยองซู แค่นี้อี้ชิงก็สบายใจแล้ว  


  “คยองตกใจหมดเลยนะเนี่ย แต่โชคดีนะที่คุณคริไปช่วยพี่อี้ไว้”  


  คุคริสไปช่วยก็จริง แต่ไปช้าเกินไป... 


  แต่หนูอี้ปลอดภัยก็ดีแล้วเนอะ” เจ๊ฮีชอลพูดไปยิ้มไปพร้อมกับลูบผมดำนุ่มของคนป่วยอย่างเอ็นดู 


  “อี้ชิงหิวรึเปล่า พวกพี่ทำอาหารมาให้กินด้วยน้า~” โจควอนพูดขึ้นพร้อมกับชูปิ่นโตให้เห็น 


  แต่ยังไม่ทันที่อี้ชิงจะตอบ ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเปิดออก ทุกคนหันไปมองที่ประตูก็เห็นว่าคนที่มาเยี่ยมคือคุณคริ อี้ชิงก้มหน้าลงทันทีและกำผ้าห่มไว้แน่น ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องเล็กน้อยก่อนจะหลีกทางให้คนๆหนึ่งที่คริสพามาด้วย ซูเหยากับฮีชอลต่างตกใจไม่น้อยเพราะเดาออกว่าคริสพาใครมา 


  “ออกไปข้างนอกกันก่อนเถอะ ฉันจะอยู่รับหน้าเอง” ฮีชอลพยักหน้ารับกับซูเหยา ก่อนจะพาเด็กๆออกไปรอข้างนอกห้อง ซูเหยาโค้งศีรษะให้กับหญิงวัยกลางคนเล็กน้อยก่อนจะถอยห่างออกมาจากเตียงคนไข้ 


  “.....” 


  “.....” ทั้งห้องตกอยู่ความเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงแอร์ที่กำลังทำงานอยู่ได้อย่างชัดเจน อี้ชิงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาเพราะไม่กล้าสู้หน้าแม่ของเขาในตอนนี้ เลยได้แต่ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาและหยดเปื้อนผ้าห่ม  


  “ม๊าผิดหวังในตัวลูกมาก...” คนเป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและจ้องมองไปที่ลูกชายของตัวเอง 


  “.....” อี้ชิงไม่ตอบอะไรไป ได้แต่นั่งสะอึกสะอื้นร้องไห้และรับฟังแม่ของเขา 


  “ม๊าไม่เคยสอนให้อี้ทำตัวเหลวไหลแบบนี้...ไม่เคยสอนให้ไปยุ่งกับเรื่องแบบนั้น ไม่เคยสอนให้เอาตัวไปแลกกับเงิน!!” และในที่สุดน้ำตาของหญิงวัยกลางก็ไหลออกมา จ้องมองลูกชายที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้า 


  “เอ่อ...ทางนี้เองก็ผิดเหมือนกันค่ะ ฉันโน้มน้าวให้อี้ชิงเข้ามาทำงานกับเรา ขอโทษจริงๆค่ะ” ซูเหยาตัวลงเพื่อเป็นการขอโทษ แม่ของอี้ชิงแค่ยืนมองเฉยๆก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา 


  “ถ้ายังทำงานนี้อยู่ ก็ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีก” ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่ในใจกลับร้องไห้ไม่หยุด 


  “ให้ผมไปส่ง...” 


  “ไม่ต้อง” ยังไม่ทันที่คริสจะพูดจบ แม่ของอี้ชิงก็ตอบกลับเขาทันทีก่อนจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย พอประตูปิดลง อี้ชิงก็ปล่อยโฮออกมา ซูเหยาเดินไปยืนข้างๆเตียงก่อนจะดันให้ร่างบางมาซบตัวเองพร้อมกับลูบผมปลอบ 


  “ม๊าผิดเองอี้ชิง ไม่ต้องร้องนะ”  


  “ไม่เลยฮะ...ฮึก เพราะอี้ใจร้อนอยากได้เงินเอง ฮึก...ฮือ” ซูเหยาลูบหลังบางไปมาเป็นการปลอบ ก่อนจะมองร่างสูงที่ยืนมองอยู่ด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด  


  “ม๊าไปทำธุระก่อนนะ” เธอลูบหัวของร่างบางอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยอยู่กับร่างสูงตามลำพัง 


  ...


  พอซูเหยาออกไป ทั้งคู่ก็เงียบไปคุยอะไรกัน มือบางเอื้อมไปหยิบทิชชู่ที่อยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ซับน้ำตาที่เปื้อนบนใบหน้าจนแห้งก่อนจะหันมองไปทางหน้าต่าง คริที่ยืนมองอยู่ก็ตัดสินใจลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงคนไข้ อี้ชิงไม่แม้แต่จะหันมาสนใจ คริสจึงค่อยๆเลื่อนมือมาจับมือบางแต่อี้ชิงกลับดึงมือออก 


  “กลับไปหาภรรยาของคุณเถอะฮะ” อี้ชิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาทั้งที่ยังจ้องมองไปที่หน้าต่าง 


  “ตอนนี้เมียฉันก็คืออี้ชิง ไม่ใช่เจียเหม่ย” 


  “เลิกพูดอะไรที่เป็นไปได้เถอะฮะ คุณก็แค่ซื้อตัวอี้ไปเพื่อแก้เหงาและอี้ก็แค่ทำไปเพราะงาน” ในตอนแรกก็ทำเพราะงาน แต่พอนานๆเข้าความรู้สึกของอี้ชิงก็เริ่มเปลี่ยนไป... 


  “ถ้าเธอคิดแบบนั้นจริงๆ ก็หันมามองหน้าฉันแล้วพูดอีกครั้งสิ”  


  “อี้ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณทั้งนั้น อี้องคุณเป็นแค่ลูกค้าเท่านั้น...” ร่างบางยอมหันมามองหน้าคู่สนทนาและพูดโกหกออกไป คริสจ้องตาอี้ชิงขณะที่พูดก็รู้เลยว่าอี้ชิงแค่ต้องการไล่เขาออกไปจากชีวิต แต่จริงๆแล้วต้องการให้เขาอยู่ข้างๆ 


  “เธอโกหกฉัน” 


  “อี้ไม่ได้...” 


  “ฉันรักเธอ!” คริสยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป อี้ชิงถึงกับพูดไม่ออกและรู้สึกเหมือนถูกสตาฟไว้ชั่วขณะหนึ่ง มือหนากุมมือบางไว้อย่างอบอุ่นก่อนจะเอ่ยประโยคนั้นอีกครั้ง “ฉันรักเธอจริงๆนะอี้ชิง อย่าไล่ฉันไปไหนเลย” 


  “อี้ไม่ได้รักคุณ...” ใบหน้าหวานก้มลงพร้อมกับดึงมือตัวเองกลับมา ลึกๆแล้วอี้ชิงก็ดีใจที่เขากับคุณคริคิดเหมือนกันแต่ดูเหมือนว่าเราจะมาเจอกันผิดเวลา... 


  “เธอโกรธฉันเรื่องอะไรอี้ชิง ฉันขอโทษที่ไปช่วยเธอไม่ทัน ฉัน...” 


  “ผมเกลียดคุณ! เกลียดที่สุด!!” อี้ชิงตะหวาดเสียงดังและเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า “ผมไม่เคยรักคุณ และผมจะไม่รู้สึกแบบนั้นกับคุณ” 


  “ที่เธอพูดแบบนี้เพราะฉันยังไม่หย่ากับเจีเหม่ยใช่มั้ย 


  “ไม่เกี่ยวกันเลยครับ ถ้ามีธุระแค่นี้ก็เชิญออกไปด้วยครับ ผมจะพักผ่อน...โอ๊ย!” อยู่ๆมือหนาก็มาจับข้อมือขาวไว้และออกแรงบีบเล็กน้อย เจ้าตัวก็พยายามดึงมือกลับแต่ก็ไม่สำเร็จ “ผมเจ็บนะ ปล่อย” 


  “พรุ่งนี้ฉันจะไปหย่า” 


  “ถ้าคุณหย่า ก็ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก ปล่อย!” อี้ชิงออกแรงมากขึ้นพร้อมกับทุบตีร่างสูง คริสจับข้อมือขาวไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็จับปลายคางมนก่อนจะประกบจูบที่ปากอิ่ม คนโดนจูบเม้มปากเน้นและพยายามหันหน้าหนี แต่คริสก็ตามไปจูบพร้อมกับบีบคางให้อี้ชิงยอมเปิดปากให้เขา น้ำตาใสไหลลงที่แก้มนิ่มก่อนที่อี้ชิงจะตัดสินใจขบกัดริมฝีปากของร่างสูง ทำให้คริสยอมผละออกและปล่อยข้อมือให้เป็นอิสระ 


  “ออกไป! ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ ออกไปให้พ้น!!” ทั้งทุบ ทั้งตี ทั้งตะโกนใส่เพื่อให้ร่างสูงออกไปไกลๆ พวกเจ๊ฮีชอลที่รออยู่ข้างนอกรีบเปิดประตูเข้ามา คยองซู ซิ่วหมินและโจควอนช่วยห้ามอี้ชิงไว้ ส่วนเจ๊ฮีชอลก็เกลี้ยกล่อมให้คริกลับไปก่อน  




  ร่างสูงเดินล้วงกระเป๋ามาตามโถงทางเดินในโรงพยาบาล เขาหันมองกลับไปมองทางที่เขาเดินมา ลังเลว่าจะอยู่หรือจะยอมกลับ แต่ลองคิดๆดูแล้ว อี้ชิงคงจะไม่ยอมคุยกับเขาแล้วก็ต้องไล่เขาออกมา เขายกมือเกาหัวเพราะรู้สึกโมโหตัวเอง เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อแต่เขาก็ต้องหยุดฝีเท้าเพราะร่างเล็กที่กำลังเดินมาทางเขา 


  “แบคฮยอน”  


  “ค..คุณคริ” ร่างเล็กหยุดยืนตรงหน้าร่างสูงแต่กลับไม่กล้ามองหน้า 


  “มาทำอะไรที่นี้ 


  “แบคก็มาเยี่ยมอี้ชิงน่ะสิ” 


  “แน่ใจว่ามาเยี่ยม? รู้สึกผิดที่ตัวเองมีส่วนร่วมในการลักพาตัวอี้ชิงงั้นหรอ”  


  “แบเปล่านะ!” แบคฮยอนขึ้นเสียงกลับ แต่เขาลืมไปว่าอยู่ในโรงพยาบาล พอเขาส่งเสียงดัง ทั้งพยาบาลกับคนไข้คนอื่นก็หันมองเขา “แบคมาเยี่ยมอี้ชิงจริงๆ 


  แบคฮยอน” เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก ชานยอลเดินถือหมวกกันน็อคมาก่อนจะหยุดยืนอยู่ข้างๆร่างเล็กพร้อมกับใช้แขนอีกข้างโอบไหล่เล็กไว้ 


  “มึงก็มาด้วยหรอไอ้ชาน”  


  “เออ แบคขอให้กูพามา” พอชานยอลพูจบ แบคฮยอนก็หันมองหน้าเขาทันที 


  ไหนว่าจะไม่บอกใครไง!? 


  “ดูแลคนของมึงให้ดีๆก็แล้วกัน” พูดจบ ร่างสูงก็เดินจากไป  


  “เมื่อกี้คุยอะไรกัน” 


  “ก็เปล่านี่” แบคฮยอนปัดมือของชานยอลที่โอบไหล่เขาออกก่อนจะเดินนำไปที่ห้องของอี้ชิง 


  มือเล็กผลักประตูห้องเขาไปก็เห็นว่ากำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่แล้วก็เงียบลงและหันมาสนใจเขา ชานยอลก็ตามเข้ามาทีหลัง เห็นว่าแบคฮยอนไม่ยอมเข้าไปใกล้ๆคนป่วยเลยดันหลังเล็กให้เดินไปข้างหน้า แบคฮยอนพยายามต้านที่จะไม่เดินแต่เพราะชานยอลทำตาดุใส่เขา แบคฮยอนก็เลยยอมเดินไปยืนข้างๆเตียงคนป่วย 


  “ขอโทษที่ไม่ทีอะไรมาเยี่ยมนะ พอดีมาแบบกะทันหันน่ะ” ชานยอลพูดขึ้นก่อนจะสะกิดให้แบคฮยอนพูดบ้าง 


  “ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ จะนอนโรงพยาบาลทำไม” แบคฮยอนพูดพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดอก 


  “หมอให้อี้ชิงนอนพักฟื้นก่อน พรุ่งนี้ก็คงกลับบ้านได้แล้ว” ฮีชอลอธิบายให้ฟัง  


  “เอ่อ...ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะฮะ อี้ชิงพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มหวานให้ 


  “มาดูว่ายังอยู่ดีรึเปล่าก็เท่านั้นแหละ” แบคฮยอนฟึดฟัดจมูกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดจมูก  


  “เป็นอะไรแบคฮยอน” ชานยอลเอ่ยถามทันที 


  “ได้กลิ่นเหม็นๆตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องแล้วเนี่ย” แบคฮยอนทำท่าเหมือนจะอ้วกเลยเอามือปิปากไว้ “กับข้าวนั้นบูดแล้วไม่ใช่หรอ 


  “ยังนะ พี่เพิ่งทำเมื่อตอนเที่ยงนี่เอง” โจควอนพูดขึ้น คยองซูกับซิ่วหมินก็ก้มลงดมกลิ่นแต่ก็ไม่เห็นจะเหม็นเหมือนที่แบคฮยอนบอก 


  “น้ำหอมอะไรเนี่ย...เวียนหัวชะมัด” ยิ่งอ้าปากพูด ก็ยิ่งเวียนหัวแถมรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในกะเพาะเริ่มตีกลับขึ้นมา 


  “ไหวรึเปล่าเนี่ยแบคฮยอน” 


  “ไม่ไหว...อุ๊บ!” แบคฮยอนปิดปากแน่นก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำและล็อคประตูไว้ โก่งโค้งตัวตรงชักโครกก่อนจะอ้วกออกมาใส่ชักโครกสลับกับไอเป็นบ้างครั้ง พอรู้สึกว่าหมดแล้วก็กดชักโครกก่อนจะเปิดก๊อกน้ำและบ้วนปากทำความสะอาด 


  “แบคเป็นอะไรรึเปล่า!” ฮีชอลเอ่ยถามพร้อมกับเคาะประตูรัวๆ ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝ่ายแต่ประตูกลับเปิดออก ชานยอลเห็นว่าสีหน้าแบคฮยอนไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยประคองร่างเล็กไว้ 


  “ถ้างั้นผมพาแบคฮยอนกลับก่อนนะครับ” ชานยอลก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะพาแบคฮยอนออกไปจากห้อง 


  “อาการเหมือนคนท้องเลอ่ะ” พอสองคนนั้นออกไป คยองซูก็เอ่ยขึ้น 


  “คนท้องหรอ?” อี้ชิงพึมพำออกมาคนเดียว และก็คิดว่ากลิ่นมันเหม็นอย่างที่แบคฮยอนบอกจริงๆ 


  “แสดงว่าน้องแบคท้อง!?” เจ๊ฮีชอลถึงกับพูดเสียงดังก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับเตียงคนไข้ 


  “เจ๊เบาๆหน่อย นี่โรงพยาบาลนะ” ซิ่วหมินพูดพร้อมกับทำท่าจุ๊ปาก 


  “คยองแค่พูดเฉยๆน่ะเจ๊ เห็นในละครก็เป็นแบบนี้อ่ะ 


  “เจ๊ฮะ อี้ปวดหัวนิดหน่อย ขอนอนพักนะฮะ” พูดจบก็เอาหมอนที่หนุนหลังมาหนุนศีรษะ โจควอนที่นั่งอยู่ใกล้ๆเตียงคนป่วยก็ช่วยปรับเตียงลงให้อี้ชิงนอนสบาย 

 






  รถหรูจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ของตระกูลอู๋ ร่างสูงลงจากรถของตัวเองและปิดประตูรถเสียงดังโดยไม่สนว่ารถจะราคาเท่าไหร่ เขาสาวเท้าเดินเข้ามาในตัวบ้านก็ได้ยินเสียงแม่ของเขากับลูกสะใภ้คนโปรดคุยกันมาจากห้องนั่งเล่น เขาจึงเดินตามเสียงนั้นไป  


  “ตาคริมาพอดีเลย” คุณนายอู๋ลุกขึ้นยืนพร้อมกับดันตัวลูกสะใภ้มายืนตรงหน้าร่างสูง “พาเมียแกออกไปช้อปปิ้งหน่อยสิ เมื่อกี้เห็นบอกว่าอยากได้กระเป๋าสักสองสามใบ ใช่มั้ยจ๊ะ” 


  “ใช่ค่ะคุณแม่ แต่หนูก็เกรงใจคุณครินะคะ อยากให้พักผ่อนมากกว่า” เจียเหม่ยตีสีหน้ายิ้มแย้ม เป็นผู้หญิงอ่อนแอเวลาอยู่ต่อหน้าแม่ของเขา นั้นทำให้คริสรู้สึกหงุดหงิดมาก 


  “ที่ผมมา ก็แค่จะมานักเวลาน่ะครับ” 


  “นัด?” คุณนายอู๋เลิกคิ้วสงสัย 


  “พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้า ไปเจอกันที่สำนักงานเขตด้วยนะครับ” พูดจบ ร่างสูงก็หันหลังเตรียมตัวกำลังจะกลับแต่แม่ของเขาก็คว้าแขนเขาเอาไว้ 


  “แกจะหย่าไม่ได้! หนูเจีเหม่ยเขารักแกมากแล้วก็เป็นแกเองไม่ใช่หรอที่บอกให้รีบจัดงานแต่ง” 


  “ตอนนั้นผมโดนผู้หญิงคนนี้เป่าหู ทำตัวให้น่าสงสารเพื่อให้ผมใจอ่อน ที่จริงแล้วก็แค่จะจับผมแล้วก็นอนอยู่บนกองเงินกองทองก็เท่านั้น!” 


  เพี๊ยะ! 


  “คุณแม่คะ! อย่าทำอะไรคุณคริเลยนะคะ” เจียเหม่ยบีบน้ำตาและทำท่าเหมือนจะห้ามคุณนายอู๋


  “เลิกเล่นละครได้แล้วเจีเหม่ย!!”  


  “พอได้แล้วตาคริ!” คุณนายอู๋ดึงลูสะใภ้มากอดพร้อมกับลูบผมเป็นการปลอบ เจียเหม่ยจ้องหน้าคริก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก คริสกำหมัดแน่นก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา 


  “ถ้างั้นผมจะพาเจ้าหน้าที่มาที่นี้ จะได้จบๆกันสักที เขาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปที่หน้าบ้านและขับรถออกไปด้วยความเร็ว 


  “ฮึก...หนูจะทำยังไงดีคะคุณแม่ ฮือ~” หญิงสาวสะอึกสะอื้น พลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกพอเป็นพิธีแล้วก็บีบน้ำตาออกใหม่ 


  “พรุ่งนี้ถ้าตาคริสมา แม่จะช่วยคุยให้นะลูก” คุณนายอู๋ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ลูสะใภ้ก่อนจะดึงหญิงสาวเข้ามากอดอีกครั้ง เจียเหม่ยทำหน้านิ่งแต่แฝงไปด้วยความโกรธแค้น ใครก็ตามที่แย่งคุณคริไปเจีเหม่ยมาปล่อยเอาไว้แน่ 






  รถยุโรปสีบลอนด์เงินจอดอยู่ที่หน้าบ่อนแห่งหนึ่ง หญิงสาวเปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินเข้าไปในบ่อนโดยที่การ์ดที่ยืนคุมอยู่ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะเจ้านายสั่งเอาไว้ว่าให้ผู้หญิงเข้าได้เลยแบบไม่ต้องตรวจบัตรเมมเบอร์ของบ่อน เธอเดินขึ้นไปที่ชั้นสองและเดินตรงไปที่ห้องที่อยู่สุดทางเดิน 


  “เฉินเว่ยถิง!!” เธอเปิดประตูเข้าไปทันทีโดยไม่เคาะประตู ก็เห็นว่าเว่ยถิงกำลังนัวเนียกับผู้หญิงที่นุ่งน้อยห่มน้อย  


  “เธอออกไปก่อนไป” เธอพยักหน้าก่อนจะเดินออกจากไปและปิดประตูให้เรียบร้อย “มีอะไรหรอครับ คุณอู๋เจียเหม่ย” 


  แผนที่ตกลงกันไว้ นายทำไม่สำเร็จใช่มั้ย”  


  “อย่างผมเนี่ยนะจะทำไม่สำเร็จ คุณเองรึเปล่าที่คุมผัวไม่อยู่” 


  “เว่ยถิง!!” เจียดหม่ยตะหวาดเสียงดังพร้อมกับทุบโต๊ะทำงานของเว่ยถิง 


  “ใจเย็นๆหน่า” เขาลุกจากเก้าอี้ทำงานก่อนจะเดินมาสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง “ของสกปรกแบบนั้น ไอ้คริอะไรนั้นคงไม่สนใจแล้วแหละ” 


  “ไม่สนใจบ้าอะไร! พรุ่งนี้จะให้ฉันไปหย่าอยู่เนี่ย!” เจียเหม่ลักเว่ยถิงออกและทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ 


  “เครียดแบบนี้ ผมมีของช่วยคลายเครียดนะ” 


  “อะไรของนาย” เว่ยถิงยกยิ้มก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดลิ้นชักและหยิบเข็มฉีดออกมา ข้างในหลอดยาก็มีของเหลวบรรจุอยู่ เว่ยถิงดันหลอดฉีดเพื่อไล่อากาศออกก่อนจะหันมายิ้มให้เจีเหม่ย 


  “ตอนแรกอาจจะเจ็บนิดหน่อย แต่หลังจากนั้นคุณก็จะมีความสุขจนหายเครียดเลยล่ะ”  






  ชานยอลมาส่งแบคฮยอนที่บ้านของซูเหยา แต่พอกำลังจะกลับแบคฮยอนก็ขอให้ชานยอลอยู่เป็นเพื่อนก่อน ส่วนอาหารเย็นชานยอลก็เป็นคนทำให้ ข้าวต้มง่ายๆที่ชานยอลก็พอรู้วิธีทำบ้างแต่รับรองว่ารสชาติไม่แย่  


  หลังจากเกิดอาการก็แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องของแบคฮยอนเลยนอกจากน้ำเปล่า กินไปสองสามคำก็บอกว่าอิ่ม สักพักก็ไปอาเจียนในห้องน้ำและรู้สึกเวียนหัวจนแทบจะยืนไม่ไหว ชานยอลเลยแบคฮยอนนอนพักผ่อนไปก่อน 


  “แบคฮยอนอ่า ไปอาบน้ำก่อนมั้ย” ชานยอลนั่งลงข้างๆร่างเล็กทากำลังนอนอยู่พร้อมกับลูบผมอย่างอ่อนโยน 


  “ลุกไม่ไหว...” แบคฮยอนตอบกลับด้วยเสียงงัวเงีย “เช็ดตัวให้หน่อยสิ” 


  “ได้ครับผม” ชานยอลลุกไปเตรียมถ้วยใส่น้ำและผ้าขนหนูผืนเล็ก  ไม่นานชานยอลก็กลับมานั่งที่เดิมและวางถ้วยไว้ตรงข้างๆเตียง เอาผ้าชุบน้ำแล้วก็บิดหมาดๆก่อนจะประคบเบาๆที่ข้างแก้ม และเช็ดเบาๆที่ซอกคอ ไล่ลงมาเช็ดที่แขนทั้งสองข้างไปจนถึงขาทั้งสองข้าง 


  “ชานยอล 


  “หื้ม?” 


  นายคงไม่คิดว่าฉันลักพาตัวอี้ชิงไปใช่มั้ย” 


  “ทำไมถามแบบนั้น” 


  “ก็คุณคริคิดว่าฉันวางแผนลักพาตัวอี้ชิงน่ะสิ” ชานยอลวางผ้าขนหนูไว้ข้างๆถ้วยที่ใส่น้ำ ก่อนจะจับมือเล็กไว้ 


  “ชานไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก ชานดูออกว่าแบคเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องนั้น ถึงแม้ว่าตอนที่ไปเยี่ยมอี้ชิ แบคจะพูดจาไม่ดีก็ตาม” 

  

  “นายรู้ได้ยังไง”  


  “เพราะชานรักแบคไง” แบคฮยอนรู้สึกได้ว่าใบหน้าของเขากำลังเห่อร้อน ตรงแก้มขึ้นเป็นริ้วแดงและลามไปจนถึงใบหู ชานยอลอมยิ้มเพราะอาการเขินของคนตัวเล็ก เขาค่อยๆก้มลงไปใกล้ใบหน้าของแบคฮยอนก่อนจะประกบจูบที่ปากเล็ก คนถูกจูบค่อยๆหลับตาลงเพื่อรับรสจูบของคนตัวสูง รสจูบที่แบคฮยอนย่ำกับตัวเองเขาเกลียดเพราะบางทีมักจะมีรสของบุหรี่ปนมาด้วย แต่ตอนนี้กลับพูดได้เต็มปากว่าเขาชอบรสจูบนี้ที่สุด มือที่จับกันไว้อยู่ก็จับกันแน่นขึ้น แต่ชานยอลก็ค่อยๆผละออกจนทำให้แบคฮยอนสงสัย 


  “ถ้าจูบนานกว่านี้ ชานกลัวว่าแบคจะไม่ได้นอน 


  “ในหัวมีแต่เรื่องแบบนี้รึไง” พูดจบก็ตีคนตัวสูงเบาๆ 


  “ชานรักแบคนะ” 


  “รู้แล้ว” 


  “แบคพูดให้ชานฟังมั้งสิ” 


  “ไม่” 


  “.....” แบคฮยอนอมยิ้มก่อนจะคว้าคอคนตัวสูงให้โน้มลงมาใกล้ๆและกระซิบว่า... 




  “แบคก็รักชานนะ” 
















Talk นะค้าบบบบบ

ขอโทษที่เพิ่งมาอัพนะคะ>/\<

ยอมรับว่าพอปิดเทอมแล้วมันก็ขี้เกียจนิดนึง555555 แต่ยังไงไรต์ก็จะปั่นเรื่องนี้ให้จบน้าาา เพราะหลายวันก่อนไรต์ดูอนิเมะวายเรื่องนึงมาแล้วมีแรงบันดาลใจอยากแต่งฟิคเรื่องใหม่ ช่วยติดตามกันด้วยนะค้าบบบ ขอบคุณค่าาาาา

รักรีดเดอร์นะ<3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

145 ความคิดเห็น

  1. #119 Pakjira0906 (@Pakjira0906) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 14:22
    สงสารอี้
    #119
    0
  2. #111 ไคไคช้อบชอบ (@kaimairu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 04:20
    มาต่อเร็วๆน่า รออ่านอยู่
    #111
    0
  3. #110 wp_0510 (@wp_0510) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:09
    สงสาร ถ้าอี้ท้องจะลูกใครอะ คริสก็ต้องมีข้อสงสัย ไม่แน่ ถ้าหย่า เมียเก่าท้อง อาจจะมากุเรื่อง คริสน่าจะโง่เชื่ออยู่นะ อยากให้เจียดเหมย กับ เว่ยถิ่นตายให้อนาถที่สุดอะ ฮืม...ปัญหาวุ่นวาย อี้น่าสงสาร ถ้าจบแบบอี้ตาย ง่ายกว่า
    #110
    0
  4. #109 มายองเนจิ (@Ponlapad2543) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 17:46
    สงสารอี้เฮียไม่น่าไปช้าเลย
    #109
    0
  5. #106 ununchuahong (@ununchuahong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 16:43
    สงสารอี้อ่ะ อี้ชิงเปิดโอกาสให้พี่คริสได้แก้ตัวหน่อยนะ
    #106
    0
  6. #105 Kt88 (@popo810) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 16:40
    โอ้ยยยย ปวดใจจจจจจ อะไรอะทำไมต้องเกิดกะชิงอ่ะ ทำไมเมียคริสมันร้ายงี้ คือผัวตัวเองปะที่ออกไปมีเล็กมีน้อย น้องไม่ได้เป็นคนเลือกเลย โอ้ย เศร้าใจ ;_; คริส แกต้องดูแลน้องให้ดีกว่านี้เป็นอีกสิบๆเท่าต่อจากนี้ไป
    #105
    0
  7. #103 Dark Bread (@khemjung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 15:39
    งุ้ยคุณคริสหย่าให้ได้นะตัวชิงท้องแล้วเน่อลูกเมียตัวจริงรออยู่เน่อ สู้ๆตัวคริส
    #103
    0
  8. #102 hunhunie (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 15:15
    ฮืออพี่คริสมาไม่ทันถึงพี่ถิงจะหล่อก็เถอะมันก็ไม่ๆน่าเป็นแบบนี้เลยT^T แต่อี้ชิงทำดีแล้วถ้าพี่คริสไม่ชัดเจนก็อย่าไปยอมให้ไปเคลียร์ตัวเองก่อน สะใจชะมัดเลยที่ถูกอี้ชิงไล่
    #102
    0