[Fic EXO] Model&Cameraman - KrisLay ft. HunHan

ตอนที่ 3 : ::Chapter 2::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 พ.ค. 59

Chapter 2

  “ป๊าม๊าจะให้เฮียไปดูตัว” ลู่หานเอ่ย

 

  “ห๊ะ!? ดูตัว!? กับใคร ทำไมป๊าม๊าไม่ปรึกษาเฮียก่อน เฮียไม่ไปหรอก” ร่างสูงพูดพลางกอดอก

 

  “ป๊าบอกว่าทำเพื่อธุรกิจ แล้วฝ่ายนั้นดูเหมือนจะชอบเฮียด้วย”

 

  “เฮียมีคนที่ชอบอยู่แล้ว...” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วลง “เฮียรักเขาเลยล่ะ”

 

  “ไม่รู้ล่ะ เฮียไปเคลียร์กับป๊าม๊าเองล่ะกัน” พูดจบก่อนเดินจากไปและตรงไปที่ลานจอดรถก่อนจะขับรถกลับบ้าน ปล่อยให้ร่างสูงครุ่นคิดหาวิธีเกลี่ยกล่อมให้ป๊าม๊ายกเลิกการดูตัวและการเกี่ยวดองกับฝ่ายนั้น ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อหัวใจของเรามีดวงเดียว เราก็ต้องรักแค่คนเดียวสิ

 

 

  ตอนนี้เวลาสามทุ่มแล้ว คริสขอเลื่อนเวลาวานหลังจากนี้เป็นวันพรุ่งนี้ ทำให้เฮนรี่ต้องมานั่งเคลียร์ตารางงานใหม่หมดและสั่งให้โทรจองโต๊ะในร้านอาหารชื่อดังและเป็นโซนวีไอพี รถตู้ส่วนตัวไปส่งคริสที่คอนโดหรูใจกลางเมืองเพื่อขับ Ferrari 488 GTB สีดำไปที่ร้านอาหารที่เฮนรี่ได้โทรจองไว้ให้

 

  ร่างสูงในเสื้อเชิร์ตสีดำ กางเกงขาเดฟสีดำและรองเท้าหนังดำแบรนด์ดัง ปลดกระดุมบนสองเม็ด สวมแว่นดำเดินเข้ามาในร้านอาหาร บริกรชายเดินนำคริสไปที่โต๊ะที่จองไว้ในโซนวีไอพี บริกรชายผายมือออกเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ คริสถอดแว่นดำออกและนั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง พร้อมกับบอกบริกรว่าเอาเหมือนเดิม บริกรก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปส่งออเดอร์อาหารและสายตาคมของคริสก็หันไปมองโต๊ะที่เฉียงไปทางขวา 2 นาฟิกา

 

  “จางอี้ชิง...” ร่างบางนั่งหันมาทางตัวเองและกำลังทานอาหารกับใครบางคน เหมือนว่าอี้ชิงจะมีความสุขมากเพราะทานไปด้วยก็ยิ้มจนเห็นร่องบุ๋มข้างแก้ม มีการเช็ดปากให้กันด้วย!?

 

  ตอนนี้คริสกำลังจ้องมองร่างบางอยู่นิ่งๆ คอยดูพฤติกรรมของทั้งสอง พออาหารของเขามาแล้วก็ยังคงนั่งมองอยู่แบบนั้นจนร่างบางรู้สึกแปลกๆจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างสูงพอดี อยู่ๆก้อนเนื้อด้านซ้ายก็เต้นตึกตักๆขึ้นมาซะงั้น คิ้วหนายกกระตุกข้างหนึ่งและดวงตาคมก็ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนจะลงมือทานอาหารของตัวเอง

 

  “มีอะไรรึเปล่าอี้ชิง” คนร่วมโต๊ะด้วยเอ่ยถามเพราะเห็นว่าอี้ชิงมองไปทางอื่น

 

  “อ่อ ไม่มีครับรุ่นพี่แล้วพี่แบคฮยอนเป็นยังไงบ้างครับ” อี้ชิงเอ่ยถามถึงภรรยาของรุ่นพี่ที่กำลังตั้งท้องได้ 8 เดือนแล้ว

 

  “แข็งแรงดีนะ แถมได้ลูกผู้ชายอีก ก็นะ....ปาร์คชานยอลซะอย่าง ฮ่าๆๆ” พูดจบก็หัวเราะเพราะภูมิใจในตัวเอง ชานยอลเป็นหมอรักษาภายในเกี่ยวกับปอด บังเอิญเจอกับแบคฮยอนที่ตอนนั้นเป็นบุรุษพยาบาลฝึกหัด หลังจากคบหาดูใจกันมา 4 ปีก็ตัดสินใจแต่งงานกันแล้วแบคฮยอนก็กำลังอุ้มท้องเจ้าตัวน้อยอยู่

 

  ถามว่า ทำไมชานยอลกับอี้ชิงถึงรู้จักกันหรอ จะว่าไปก็ไม่น่ารู้จักกันได้นะเพราะเรียนคนละคณะกัน แต่ด้วยความที่ตึกเรียนทั้งสองคณะติดกัน เพื่อนผู้หญิงในห้องก็พากันกรี๊ดรุ่นพี่ชานยอลและมีบางครั้งที่ชานยอลมาช่วยทำกิจกรรมทุกครั้งที่มี ทั้งสองเลยสนิทกัน

 


  บนโต๊ะไม่มีอาหารเหลือแล้ว มือบางยกแก้วน้ำส้มขึ้นมาดื่มพลางเหลือบมองไปที่ร่างสูงที่คอยจ้องมองเป็นระยะๆ จนอี้ชิงก็รู้สึกรำคาญอยู่เหมือนกัน ชานยอลกับอี้ชิงลุกจากโต๊ะและเดินตรงไปที่ลานจอดรถของร้านอาหาร คริสรอให้ทั้งสองเดินไปสักพักก่อนจากนั้นจึงวางเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะและเดินตามไปห่างๆ ชานยอลค่อนข้างรีบเพราะต้องไปดูอาการของภรรยาที่นอนแอดมิดที่โรงพยาบาล แบคฮยอนไม่ได้เป็นอะไรหรอกแต่ชานยอลกลัวว่าถ้าภรรยาของเขาอยู่บ้านคนเดียวอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ นอนที่โรงพยาบาลก็ยังอุ่นใจเพราะมีนางพยาบาลคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

 

  ชานยอลขับรถออกไปแล้ว อี้ชิงเดินมาที่รถเล็กสีขาวของตัวเองพลางควานหากุญแจรถในกระเป๋าเป้ MCM สีม่วง พอเจอกุญแจแล้วก็จะกดปลดล็อครถแต่กลับถูกแย่งกุญแจรถไปต่อหน้าต่อตา

 

  “คุณคริส!” อี้ขิงเบิกตากว้างเพราะไปคิดว่าร่างสูงจะตามมา “คืนกุญแจรถให้ผมด้วยครับ”

 

  “ไม่คืน” ไม่พูดเปล่า ควงกุญแจรถเล่นและทำท่าเหมือนจะเดินไปแต่มือบางก็รั้งแขนแกร่งไว้พร้อมกับมองแรงใส่(?) คริสดันร่างบางให้หลังติดกับรถเล็กสีขาว รวบมือบางทั้งสองข้างไว้และเบียดตัวเข้ามาใกล้

 

  “ค...คุณจะทำอะไรอ่ะ ด...เดี๋ยวคนอื่นก็มาเห็นหรอก” อยู่ๆก็ติดอ่าง(?) แถมใจเต้นแรงอีก ใบหน้าหวานเบือนออกทางอื่นเพราะใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พยายามใช้แรงทั้งหมดเพื่อขัดขืนและดันร่างของนายแบบออกแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

 

  “ฉันคิดถึงเธอ อี้ชิง...” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆที่ข้างหู ร่างบางหยุดชะงักไปสักพักแต่หัวใจก็เต้นแรงขึ้น ร่างสูงรอดูท่าทีว่าจะทำอะไรรึเปล่า แต่ก็ไม่มีอะไรจึงจับปลายคางมนให้หันมาสบตากัน คริสมองลึกเข้าไปในดวงตาหวาน มันช่างเปล่งประกายเหมือนดวงดาว สดใส แววตาที่คริสชื่นชอบและเขาก็ได้มองมันชัดๆอีกครั้งหลังจาก 5 ปีที่แล้ว ใบหน้าคมค่อยๆโน้มเข้าใกล้ เหมือนร่างบางจะอยู่นิ่งแต่จู่ๆมือบางก็ยกขึ้นมากุมหัวตัวเองและส่งเสียงโอดโอยเหมือนเจ็บปวดมาก

 

  “เธอเป็นอะไรอี้ชิง!” ด้วยความเป็นห่วงจึงพยายามพยุงตัวร่างบางไว้แต่กลับถูกพลักออก มือบางอีกข้างที่ไม่ได้กุมหัวไว้พยายามจะเป็นประตูรถแต่ลืมไปว่ากุญแจรถอยู่กับร่างสูง คริสจึงรีบคืนกุญแจให้


  “ผมไม่ใช่คนนั้นของคุณ! กลับไป!” อี้ชิงตะคอกใส่ คริสเลยยอมถอยออกห่างมาพอประมาณ พออี้ชิงขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งคนขับแล้วก็รีบล็อคประตูรถเผื่อว่าอีกคนจะมาเปิด เสียบกุญแจรถและสตาร์ทเครื่องก่อนจะควานหาบางอย่างในกระเป๋าเป้สีม่วง โชคดีที่อี้ชิงไม่ได้ติดฟิล์มที่มันดำมาก คริสเลยคอยสังเกตุการณ์อยู่ตรงนั้น เหมือนร่างบางกำลังกินยาอะไรสักอย่างก่อนจะพิงเบาะพักสักครู่ก่อนจะขับรถออกไป

 

  “เธอเป็นอะไรกันแน่...จางอี้ชิง”

 

 

  ร่างสูงของนักศึกษาปี 3 อย่างโอเซฮุน กำลังวุ่นอยู่กับลูกค้าในร้านขายต๊อกบ๊อกกีซึ่งเป็นร้านเล็กๆและเป็นร้านของครอบครัวของเขาเอง เดินเสิร์ฟอาหารบ้าง รับออเดอร์บ้าง เช็คบิลบ้าง วุ่นไปหมดจนถึงเวลาสี่ทุ่มซึ่งนั้นก็คือเวลาที่ร้านปิดแล้ว เซฮุนนั่งฟุบโต๊ะอย่างเหน็ดเหนื่อย หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาหาและวางมือบนไหล่ของลูกชาย

 

  “เหนื่อยก็ขึ้นไปอาบน้ำนอนนะลูก” พลางยกมือที่วางบนไหล่ขึ้นมาลูบผมสีน้ำตาลของลูกชาย

 

  “แม่นั้นแหละต้องไปพัก ฮุนขออยู่ตรงนี้สักพักนะ” พูดทั้งๆที่ยังฟุบหน้ากับโต๊ะอยู่

 

  “แล้วแต่นะฮุน อย่าเผลอหลับละ” พูดจบก็เดินขึ้นบันไดไป ด้วยความเหนื่อยจึงทำให้เปลือกตาหนักขึ้นและค่อยๆปิดลง แต่กระดิ่งของร้านก็สั่นแต่เซฮุนก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ลูกค้าก็น่าจะรู้นะว่าร้านปิดแล้ว

 

  “นี่นาย” ไม่พูดเปล่า ใช้นิ้วชี้สะกิดแขนของเซฮุน “นี่ ตื่นสิ”

 

  “ร้านปิดแล้วคร้าบ” เซฮุนทำเสียงงัวเงียและยันตัวขึ้นยืนก่อนจะมองหน้าผู้เข้ามาใหม่ให้ชัดๆ “คุณลู่หาน!?”

 

  “ก็ฉันน่ะสิ จะตกใจทำไมล่ะ”

 

  “วันนี้ร้านปิดแล้วครับ คุณกลับไปเถอะ” พูดจบก็เดินไปทางบันไดที่จะใช้ขึ้นชั้นสอง แต่ก็ถูกรั้งด้วยมือเล็กที่จับแขนเขาไว้ “อะไรอีกคุณ”

 

  “ฉันหิว เห็นร้านนี้ยังเปิดไฟอยู่เลยเข้ามา” ลู่หานพยายามทำเสียงออดอ้อนเหมือนตอนที่อยู่กับพี่ชายแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลกับเด็กคนนี้เลย

 

  “ร้านอื่นก็มีเยอะแยะ แถมดาราอย่างคุณก็ไม่น่าจะเข้ามากินอาหารในร้านแบบนี้ด้วยซ้ำ บอกผู้จัดการของคุณสิแล้วก็กลับไปเถอะครับ” ลู่หานมีความรู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมือนจะไม่ยอมง่ายๆ และมีไม่กี่คนหรอกที่จะกล้าพูดกับเขาแบบนี้

 

  “ฉันไม่มีผู้จัดการหรอก เพิ่งลาออกไปเมื่อเดือนก่อนเองเพราะทนนิสัยฉันไม่ได้แล้วตอนนี้ก็หิวมากด้วย ที่คอนโดก็ไม่มีของกินเลย ส่วนช่วงนี้ก็ทะเลาะกับป๊าอยู่เลยไม่อยากกลับบ้าน แล้วก็...”


  “พอๆๆ อยากกินก็สั่งเอาเลยนะครับ” พูดจบก็เดินไปหยิบเมนูมาให้นักแสดงหน้าหวานที่นั่งยิ้มหวานอยู่และเสิร์ฟอาหารตามที่อีกคนสั่ง ดูท่าจะหิวมากเพราะสั่งเยอะเกินจะกินคนเดียว แล้วก็มีชีสแทบทุกจาน คงจะไม่ได้อะไรเลยใช่มั้ยเนี่ย

 


  ผ่านไปสักพัก ลู่หานก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเป็นสัญญาณว่าอิ่มแล้ว พร้อมกับลูบท้องที่ป่องเพราะเพิ่งกินอิ่มใหม่ๆ เซฮุนเห็นว่าลู่หานกินอิ่มแล้วก็วางบิลไว้บนโต๊ะ และลู่หานก็หยิบขึ้นมาดู

 

  “ฉันว่าฉันกินไปก็เยอะนะ ทำไมถูกจังเลย”

 

  “ก็นี้มันร้านข้างถนนถูกๆนะครับ ไม่ใช่ห้องอาหารที่มันหรูหรานี่ครับ”

 

  “ทำไมต้องพูดแบบนั้นด้วยล่ะ แต่ฉันขอต๊อกบอกกีใส่ชีสอีกสองกล่องกลับบ้านนะ” พูดจบก็ส่งยิ้มให้ เซฮุนถอนให้ใจหนึ่งรอบก่อนเดินไปทำตามที่ลู่หานสั่ง ส่วนลูกค้าคนสำคัญก็นั่งเล่นโทรศัพท์สบายใจเฉิ่ม บางทีก็แอบมองร่างสูงที่กำลังทำอาหารให้และสักพักต่อมาถุงต๊อกบอกกีใส่ขีสกลับบ้านสองกล่องก็วางอยู่ตรวหน้าลู่หาน

 

  “ทั้งหมด 54 หยวนครับ” พูดจบก็มองคนหน้าหวานที่กำลังควักแบงค์ร้อยออกมาจากกระเป๋าตังค์และวางบนโต๊ะก่อนจะหยิบถุงและเดินออกจากร้าน แต่ก็ต้องหยุดฝีเท้าไว้เพราะเสียงของร่างสูง

 

  “รอเงินทอนก่อนสิครับ”

 

  “ไม่ต้องหรอก วันหลังฉันจะมาอีกนะ” ส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินกลับไปที่รถและขับรถกลับบ้านคอนโด ส่วนลูกเจ้าของร้านก็เก็บเงินและเก็บจานไปล้าง เช็ดโต๊ะให้สะอาดก่อนจะปิดร้านให้เรียบร้อยและเดินขึ้นชั้นสองไป

 

  เซฮุนรวบรวมรายได้วันนี้และจดลงในสมุดบัญชีก่อนจะนำเงินและสมุดไปให้แม่ของตนเก็บไว้ เดินกลับมาที่ห้องก็จัดการทำธุระส่วนตัว ถอดเสื้อผ้าออกและโยนมันลงในตะกร้าผ้าที่ใส่แล้ว หยิบผ้าเช็ดตัวมาพะนรอยเอวก่อนจะถอดกางเกงในออกและโยนลงตะกร้า ร่างสูงโปร่งเดินเข้าห้องน้ำและชำระร่างกายจนสะอาด ล้างหน้าแปรงฟันและเช็ดหยดน้ำที่เกาะบนตัวของเขา ก่อนจะใช้ผ้าอีกผืนเช็ดหัวและเดินออกมาจากห้องน้ำ

 

  เซฮุนหยิบบ๊อกเซอร์ให้ตู้เสื้ผ้ามาใส่และตากผ้าเช็ดตัวไว้ที่ราวตากผ้าตรงระเบียงก่อนจะเดินกลับเช้ามาในห้องและล้มตัวลงนอนบนเตียงเดี่ยว ปกติเซฮุนชอบนอนแบบไปใส่เสื้ออยู่แล้วแต่ถ้ามันหนาวจริงๆก็จะใส่เสื้อและห่มผ้าจนถึงคอ เซฮุนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาและเปิดดูโน้ตเพื่อที่จะดูว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง โทรศัพท์เครื่องนี้เซฮุนใช้มันตั้งแต่อยู่ปี 2 ซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดที่แม่ซื้อ ถึงแม้มันจะตกรุ่นแล้วแต่เขาก็ยังใช้มันอยู่ เขาคงจะเก็บตังค์ซื้อใหม่ไม่ได้หรอกเพราะราคาแพงเกิน ถึงแม้หน้าจอจะมีรอย เครื่องก็เริ่มไม่ค่อยดีแต่ก็ยังทนใช้มันได้

 

  เสียบชาร์ตแบตไว้ก่อนจะลุกไปปิดไฟห้องนอนแล้วเปิดโคมไฟบนโต๊ะทำงานแทน ล้มตัวลงนอนอีกครั้งก่อนจะดึงหมอนข้างมากอดและหลับตาลง แต่มันก็นอนไม่หลับเพราะนึกถึงหน้าของนักแสดงหน้าหวานคนนั้น มือใหญ่ยกขึ้นมานวดคลึงตรงขมับก่อนจะข่มตาหลับลงและในที่สุดก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

 

 

  พระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากท้องฟ้าเป็นสัญญาณว่าเป็นเวลาของกลางวันแล้ว ร่างบางตื่นมาได้สัก 2-3 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ก็กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่พร้อมกับอ่านข่าวในโลกโซเชียลไปด้วย มีคนพูดถึงเขาในรูปถ่ายของคริสในเว่ยป๋อที่ลงไว้เมื่อวาน พวกแฟนคัลบก็สงสัยกันว่าผู้ชายคนนี้คือใคร ทำไมคริสต้องโอบเอวไว้ด้วย หน้าหวานทำสีหน้าเบื่อๆก่อนจะนีกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ส่งรูปให้คริสเลย อีกอย่างพอเมื่อคืนกลับมาก็ไม่ได้แปลงไฟล์รูปด้วยซ้ำ พออาบน้ำเสร็จก่อนนอนหลับไปเลย

 

  อี้ชิงก้มมองที่นาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เวลา 10:21 น. วันนี้ก็ไม่ค่อยมีงานเท่าไหร่เลยว่าจะไปกินข้าวและแวะซื้อของสดมาใส่ตู้เย็นเพราะช่วงนี้กินแต่นอกบ้านหรือไม่ก็ซื้อกลับเข้ามากินที่บ้าน ร่างบางลุกจากโต๊ะก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองไปเก็บของใส่กระเป๋าใบโปรดของตัวเองและเดินกลับลงมาข้างล่างอีกครั้ง

 

  “หมิงหมิง เซฮุนยังไม่มาหรอ” อี้ชิงเอ่ยถามผู้หญิงอายุประมาณ 22 ปีที่ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ร้านกาแฟ

 

  “เมื่อเช้าโทรมาบอกว่ามีเรียนตอนเช้าน่ะค่ะ เลยขอลาครึ่งวัน”

 

  “อ่อ โอเคครับ งั้นฝากดูแลร้านด้วยนะครับ” หญิงสาวยิ้มให้เป็นเชิงว่าตกลง อี้ชิงเดินมาขึ้นรถพร้อมกับสวมแว่นดำและขับรถไปที่ห้าง

 

  พอถึงห้างก็สะพายกระเป๋าเดินไปที่ร้านประจำของตัวเอง เดินเข้ามาในร้านก็เจอกับกลุ่มๆหนึ่งที่มุมของร้าน น่าจะกำลังถ่ายหนังหรือละครกันอยู่แต่อี้ชิงก็ไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะไปนั่งที่ประจำของตัวเองและสั่งอาหารกับพนักงานซึ่งที่อี้ชิงสั่งเป็นประจำก็คือแซลมอนคาโบนาร่า เมนูโปรดของอี้ชิงเลยล่ะ ไปร้านไหนถ้ามีเมนูนี้ก็จะสั่งทันที

 

  ระหว่างรอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น เปิดแอพ CandyCamera ขึ้นมาเพื่อจะถ่ายเซลฟี่ ส่วนใหญ่จะใช้แอพเวลาถ่ายรูปในที่สว่างแต่เวลามืดๆหรือเปิดไฟน้อยๆก็จะใช้กล้องปกติ เปิดกล้องหน้าและแอคท่าด้วยการยิ้มหวานจนเกิดร่องบุ๋มข้างแก้มก่อนจะกดชัตเตอร์

 

  อี้ชิงดูรูปแล้วก็คิดว่ามันดูดีมาก(?)ก็กดออกจากแอพถ่ายรูปและกดเข้า Instagram หรือที่เรียกว่า IG นั้นแหละ เลือกรูปที่เพิ่งถ่ายเมื่อกี้ก่อนจะเขียนแคปชั่นลงไปและกดโพสต์รูปภาพ อาหารก็มาพอดีเลยแต่แทนที่จะถ่ายก่อนเหมือนคนอื่นๆกลับลงมือทานซะงั้น อี้ชิงอมยิ้มเล็กน้อยเพราะได้กินของโปรดที่ไม่ได้กินนานแล้ว แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเพราะมีใครไม่รู้มานั่งร่วมโต๊ะด้วย


คริสอู๋อีกแล้วหรอ...





ไอจีของคุณช่างภาพอี้ชิง








Talk

เป็นยังไงมั้งเอ่ยยย อยากรู้รึยังว่าเรื่องมันเกิดจากอะไร สปอยให้นิดนึงว่าเกิดจากอิพี่คริสนั้นแหละ555555555
ฝากติดตามด้วยนะคะ><
ปล. สกรีม #ฟิคนายแบบkl ในทวิตด้วยน้าาาาา








O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

123 ความคิดเห็น

  1. #98 dovy_bubble (@pakjira-nest) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 21:24
    คือชิงไม่รู้จักหรือแกล้งไม่รู้จัก
    #98
    0
  2. #48 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 17:16
    อี้ชิงต้องประสบอุบัติเหตุ อะไรสักอย่างแน่ๆ
    พี่คริสช่วยรื้อฟื้นที
    #48
    0
  3. #41 Rabbit_Fujoshi (@mysatang07) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 17:06
    คริสต้องเคยทำให้อี้เสียใจมากแน่ๆ ต้องความผิดร้ายแรงไรซักอย่าง
    #41
    0
  4. #14 แพรExoshipper (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 20:45
    หวังว่าที่อี้ชิงเป็นแบบนี้ไม่ได้เกิดจากครอบครัวของพี่คริสนะ
    #14
    0
  5. #13 krisging (@krisging) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 20:04
    อี้ชิงความจำเสื่อมไม่มีทางรื้อฟื้นหรอ
    #13
    0
  6. #12 |2e@L (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 15:59
    อ้า~อุปสรรคเลยนะ ถ้าเขาชอบคุณคริสด้วยนี่
    #12
    0
  7. #11 PaoZiNinetyNinE (@fairy32) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 15:58
    อี้ชิงเป็นอะไร? ทำไมต้องกินยาแล้วทำไมต้องทำเป็นไม่รู้จักคริสด้วย
    #11
    0