[Fic EXO] Model&Cameraman - KrisLay ft. HunHan

ตอนที่ 10 : ::Chapter 9:: 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 ต.ค. 59

Chapter 9

  “ฉันไม่มีทางยอมแพ้หรอกนะจางอี้ชิง ไม่ว่าเธอจะแกล้งหรือไม่ได้แกล้งฉันก็ตาม ฉันก็จะทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมและจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีกแล้ว ฉันสัญญา....”



  ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของอี้ชิง ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายชั่วโมงจนได้เวลานอนของร่างบางแล้วแต่ประโยคนี้ของอี้ฟานยังคงก้องอยู่ในหู ร่างบางนอนกระสับกระส่ายไปมาและถึงแม้ว่าจะข่มตาหลับก็แล้ว แต่อี้ชิงก็ยังได้ยินประโยคนั้นอยู่ อี้ชิงนอนหงายและมองเพดานสีขาวด้านบน พยายามนับแกะทีละตัวๆเพื่อให้ตัวเองหลับแต่มันก็ไม่เป็นผล ยิ่งคิดถึงนายแบบคนนั้นอาการปวดหัวก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง


  “คุณเป็นใครกันอู๋อี้ฟาน ทำไมผมถึงจำคุณไม่ได้...”



  ร่างบางในชุดนักศึกษากำลังเร่งฝีเท้าเดินไปยังชมรมกีฬา เพื่อนำตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยตะกร้อประมาณยี่สิบลูกไปเก็บที่ห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา วันนี้อี้ชิงเรียนตะกร้อเป็นวิชาสุดท้ายและก็เป็นเวรของอี้ชิงที่จะต้องนำมาเก็บ เมื่อเดินมาถึงสนามบาสเก็ตบอล ปากอิ่มก็วาดยิ้มออกมาทันทีเมื่อเขาเห็นร่างสูงในชุดบาสเก็ตบอลที่กำลังเลี้ยงลูกสีส้มๆอย่างชำนาญก่อนจะชู้ตลงห่วงอย่างแม่นยำ อี้ชิงวางตะกร้าในมือลงอย่างเบามือก่อนจะยืนดูร่างสูงในสนามบาสอย่างตั้งใจ


  ในจังหวะที่ร่างสูงชู้ตลงห่วงอีกครั้ง เขากระโดดดีใจก่อนบังเอิญหันมาเห็นร่างบางที่ยืนมองเขาอยู่ อี้ชิงไม่เคยเห็นหน้าของอีกฝ่ายชัดขนาดนี้ เพราะปกติเวลาเดินผ่านสนามบาสก็จะลดฝีเท้าลง พอแน่ใจแล้วว่าเห็นร่างสูงกำลังเล่นบาสอยู่ อี้ชิงก็รีบเดินไปทันที แต่ตอนนี้ร่างสูงที่อี้ชิงเฝ้ามองทุกวันก็จับจ้องมาที่เขาเหมือนกัน


  “เฮ้ย! ระวัง!!” เสียงของคนในสนามบาสดังขึ้น ทำให้ทั้งอี้ชิงและอี้ฟานได้สติมา อี้ชิงอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าร่างสูงโดนลูกบาสอัดใส่หัวเต็มๆแถมยังล้มศอกกระแทกพื้นอีก อี้ชิงอยากเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะไปเจอหน้าเขาตรงๆเลยตัดสินใจถือตะกร้าใบใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งและรีบเดินออกไปจากตรงนั้น แต่ด้วยความที่รีบร้อนเกินจนขาขัดกันเอง ร่างบางเลยล้มโดยเอาเข่ากระแทกพื้นและตะกร้าที่อยู่ในมือก็หล่นลงพื้นและตะแคงข้างทำให้ลูกตะกร้อกลิ้งไปทั่ว


  “โอ๊ย!!” ร่างสูงหันไปมองที่ข้างสนามบาสทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง พยายามยันตัวเองขึ้นทั้งที่ยังเจ็บและวิ่งไปหาร่างบางที่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นเพราะเจ็บเกินจะลุกขึ้น


  “เจ็บตรงไหนรึเปล่า” อี้ชิงส่ายหน้าแต่ขอบตากลับแดงก่ำและน้ำตาก็เริ่มซึมออกมา มือใหญ่ถกขากางเกงของร่างบางจนถึงเข่าก็เห็นบาดแผลและเลือดที่ไหลออกมาไม่น้อย จับแขนขาวข้างหนึ่งให้เกาะคอไว้แล้วค่อยช้อนตัวร่างบางขึ้นในท่าเจ้าสาวก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปที่ห้องพยาบาล อี้ชิงจ้องมองใบหน้าคมที่กำลังนิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่แผลตรงข้อศอก ใบหน้าหวานก้มลงอย่างสำนึกผิดเพราะตัวเองอี้ชิงเองก็มีส่วนทำให้ร่างสูงต้องเจ็บ


  พอมาถึงห้องพยาบาล ร่างสูงก็วางร่างบางลงที่เตียงและให้ครูพยาบาลเป็นคนจัดการต่อ ส่วนตัวเขาเองก็ต้องทำแผลที่ข้อศอกเหมือนกันแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ที่เดียว ครูพยาบาลให้ร่างสูงประคบน้ำแข็งตรงที่โดนลูกบาสอัดใส่และข้อเท้าก็พลิกเล็กน้อยเลยต้องพันข้อเท้าไว้ พอเห็นว่าร่างบางทำแผลเสร็จแล้วก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ


  “ข..ขอบคุณนะแล้วก็ขอโทษด้วย” อี้ชิงเอ่ยโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา เอาแต่ก้มหน้างุดเพราะไม่กล้าจ้องหน้าร่างสูงตรงๆ


  “ก้มหน้าทำไมละ อายหรอ” ร่างสูงเอ่ยถาม อีกฝ่ายก็ส่ายหัวตอบ “ฮ่าๆๆ ทีตอนมาแอบมองฉันทุกวันไม่เห็นจะอายเลย”


  “ค..ใครแอบมองนายกัน หลงตัวเอง” อี้ชิงรีบแก้ตัวทันทีแต่ใบหน้าหวานที่กำลังเห่อแดงอยู่ก็เป็นหลักฐานฟ้องได้ชัดเจนทีเดียว


  “ชื่อ....จางอี้ชิงงั้นหรอ” ร่างสูงเห็นป้ายชื่อที่เสื้อของร่างบางก่อนจะยื่นมือมาข้างหน้า “ฉันชื่อ....”


  .


  .


  .


    กริ๊งงงงงง!!


    ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง อกบางขยับขึ้นลงเร็วขึ้นเล็กน้อยและกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง อี้ชิงรู้สึกดีใจที่มันเป็นแค่ความฝันแต่ก็เสียดายที่ไม่รู้อีกฝ่ายชื่ออะไร ในฝันก็เห็นหน้าไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ มือบางยกขึ้นเกาหัวเพื่อไล่ภาพในความฝันนั้นออกไปก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง เดินไปดูตารางงานของตัวเองที่โต๊ะทำงาน ตอนบ่ายโมงต้องไปงานแสดงดนตรีที่โรงเรียนสอนดนตรีของเพื่อน ร่างบางเดินไปที่ตู้เสื้อก่อนจะเปิดมันออก อี้ชิงมีเวลาว่างมากถึงขนาดไล่เฉดสีเสื้อผ้าเพื่อให้หาเสื้อผ้าใส่ได้ง่าย มือบางหยิบเสื้อเชิร์ตสีชมพูอ่อนมา ส่วนท่องล่างเขาเลือกเป็นกางเกงยีนส์ขาเดฟและมีรอยขาดตรงหัวเข่า เมื่อเลือกชุดได้แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย


  ผ่านไปสักพัก ร่างบางที่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวก็ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำ เดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะหยิบครีมทาหน้ามาบีบใส่ฝ่ามืออย่างพอประมาณ ถูเข้ากับฝ่ามืออีกข้างแล้วค่อยทาลงบนผิวหน้าเบาๆ หลังจากนั้นก็ทาโลชั่นบำรุงผิวตามแขน ขาและลำตัว ร่างบางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ปลายเตียงเพื่อแต่งตัว ใส่กางเกงชั้นในของ Calvin Klein สีดำส่วนตัวอักษรก็เป็นสีขาว ตามด้วยยีนส์ขาเดฟและเสื้อเชิร์ตสีชมพูอ่อน


  ไปยืนตรงหน้ากระจกก่อนจะจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง มือบางหยิบดินสอเขียนคิ้วสำหรับผู้ชายขึ้นมาแล้ววาดตามโครงคิ้วให้เป็นรูปร่าง ถ้าอี้ชิงไม่ได้เขียนคิ้วออกจากบ้านก็คงรู้สึกโล่งบริเวณหน้าผาก ก่อนจะจบด้วยการทาลิปมันที่ปากอิ่ม


  อี้ชิงจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับถ่ายรูปอย่างเคยก่อนจะหยิบกระเป๋าใบโปรดมาสะพายหลังและเดินออกจากห้องไปพร้อมกับของที่เตรียมไว้ พอลงที่ชั้นล่างซึ่งเป็นร้านกาแฟ เซฮุนเห็นเจ้านายของเขากำลังจะออกไปทำงานนอกสถานที่ เซฮุนรีบถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินตามร่างบางไปที่รถคันเล็ก


  “พี่อี้ชิงครับ” เจ้าของชื่อหันไปตามต้นเสียงที่เรียกชื่อเขา “ให้ผมไปช่วยถือของให้มั้ยครับ”


  “ไม่เป็นไรหรอกน่า ขอบใจนะเซฮุน” อี้ชิงยิ้ม ก่อนจะเอาอุปกรณ์ใส่ไว้ที่ท้ายรถแล้วปิดฝากระโปรงลงมา มือบางควานหากุญแจรถในกระเป๋าเป้พร้อมกับเดินไปที่ฝั่งของคนขับ


  “เถอะนะครับ อย่างน้อยของจะได้ไม่หายไงครับ” เซฮุนพูดอย่างออดอ้อน อี้ชิงก็พยักหน้ารับก่อนจะยื่นกุญแจรถให้และให้เซฮุนเป็นคนขับ ร่างบางเดินอ้อมไปฝั่งข้างๆคนขับและเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ


  2 ชั่วโมงต่อมา


  รถสีขาวคันเล็กก็จอดอยู่ในที่จอดรถของโรงเรียนสอนดนตรีแห่งหนึ่ง อี้ชิงก้มนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง ก็รีบลงจากรถและไปขนของจากท้ายรถเพราะใกล้เวลาที่การแสดงจะเริ่มขึ้นแล้ว เซฮุนรีบลงจากรถและอาสาถือของทั้งหมดยกเว้นกล้องเพราะอี้ชิงจะเป็นคนถือเอง ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปในห้องประชุมของโรงเรียนซึ่งเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดการแสดง อี้ชิงชูบัตรวีไอพีให้พนักงานต้อนรับด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไปได้อย่างง่ายดาย อี้ชิงเดินมาด้านหลังสุดของแถวเก้าอี้สำหรับผู้มาชมการแสดง เขาเห็นที่ว่างพอดีเลยรีบให้เซฮุนไปวางของตรงนั้น


  อี้ชิงให้เซฮุนตั้งขาตั้งกล้องไว้ ส่วนตัวเองก็จัดการปรับค่าต่างๆในกล้องอย่างเคยชิน พอเซฮุนตั้งขาตั้งกล้องเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตั้งกล้องไว้และหมุนตัวล็อคจนแน่น หลังจากนั้นไม่นาน การแสดงก็เริ่มขึ้น อี้ชิงกดถ่ายภาพไม่หยุด มีบางทีที่อี้ชิงยกกล้องขึ้นมาถ่ายเอง เซฮุนยืนมองอยู่ห่างๆเพราะถ้าอยู่ตรงนั้นอาจจะเกะกะตากล้องคนอื่นด้วย เซฮุนนึกย้อนไปถึงตอนที่เขามาสมัครงานที่สตูดิโอของอี้ชิง ตอนแรกเขาอยากทำงานในสตูดิโอมากแต่อี้ชิงก็บอกว่ามันไม่ค่อยมีอะไรมาก ถ้าจะทำงานจริงๆก็ให้ทำที่ร้านกาแฟข้างล่างสตูดิโอดีกว่า ซึ่งเซฮุนก็ตอบตกลง เขาทำงานที่นี้มาเกือบสองปีก็พอจะรู้ว่านายจ้างเขาชอบกินอะไร ใส่ส่วนผสมมากน้อยแค่ไหน และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกยังไง...




40%




  ร้านอาหารหรูในโรงแรมระดับห้าดาวเต็มไปด้วยผู้คนที่มีหน้ามีตาในสังคมกับคนไฮโซมากมาย บริกรต่างวุ่นอยู่กับการเดินเสิร์ฟอาหารตามโต๊ะต่างๆและการรับออเดอร์ บริกรหญิงคนหนึ่งกำลังรับออเดอร์อาหารของลูกค้าในโซนวีไอพี ซึ่งเป็นลูกค้าผู้หญิงกับผู้ชายแต่ดูเหมือนว่าคุณลูกค้าจะเป็นฝ่ายสั่งอาหารคนเดียว และไม่นานบริกรหญิงก็เดินออกไปเพื่อไปแจ้งออเดอร์กับเชฟ มือใหญ่ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาก่อนจะดื่มไปอึกหนึ่งแล้ววางไว้ที่เดิม เขาไม่มองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย เอาแต่เบนสายตาไปทางอื่นหรือไม่ก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเล่น ฝ่ายหญิงเห็นแบบนั้นก็ทนไม่ไหว


  “วันนี้มันวันสำคัญนะคะ คุณควรสนใจฉัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน


  “ขอโทษครับ พอดีมันเบื่อๆน่ะ”


  “คริส” เธอเอ่ยชื่อร่างสูงด้วยน้ำเสียงเรียบ “อีกไม่นานเราก็จะหมั้นกันแล้วนะคริส”


  “ผมไม่ชอบการคลุมถุงชนแบบนี้ คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยรักคุณ คุณหนูปิงปิง” เหมือนเป็นคนละคน ตอนนี้คริสเย็นชายิ่งกว่าอะไร พ่อแม่รู้ว่าคริสเกลียดการคลุมถุงชนแต่ก็ยังหาลูกคุณหนูตระกูลดังอย่าง ฟ่านปิงปิง มาเป็นคู่หมั้นของเขา  คริสรู้จักปิงปิงตอนที่อยู่อเมริกา บังเอิญเจอกันที่งานแฟชั่นโชว์และได้พูดคุยกันแต่มันก็ไม่ได้มากไปกว่านั้นและเขาก็ไม่คิดว่าการพูดคุยกันแค่นั้นทำให้คุณหนูปิงปิงหลงรักเขา


  “ผมขอเสียมารยาทนะครับ” คริสลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที ส่วนคุณหนูปิงปิงก็นั่งมองแผ่นหลังนั้นจนมันหลุดพ้นสายตาเธอไป มือสวยกำที่ชายกระโปรงแน่นเพราะเหมือนเธอโดนหักหน้า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรหาใครบางคน


  “จัดการตามที่วางแผนกันไว้เลย...”




  เฟอร์รารี่คันหรูจอดอยู่ข้างๆของสตูดิโอของอี้ชิง เขารู้ว่าวันนี้อี้ชิงออกไปทำงานข้างนอกและอีกไม่นานก็คงจะกลับมา เขาเปิดเพลงฟังรออย่างใจเย็น ระหว่างนั้นมือใหญ่ก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ปลดล็อคหน้าจอก่อนจะกดเข้าแอพสีเขียว


  Mr. Kris : อยู่ที่สตูดิโอหรือเปล่าครับคุณช่างภาพ


  เขาเดาว่าอี้ชิงคงเห็นแต่ไม่ได้เข้ามาอ่าน เขาจึงล็อคโทรศัพท์และเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง รถคันเล็กสีขาวกำลังเลี้ยวเขามาจอดที่โรงรถข้างๆสตูดิโอและคริสเห็นพอดี ร่างสูงรีบเปิดประตูลงจากรถและเดินตรงไปที่รถคันสีขาวนั้นทันที ร่างบางที่ลงมาจากฝั่งตรงข้ามกับคนขับเห็นร่างสูงของนายแบบกำลังเดินมาที่ตน อี้ชิงสะพายกระเป๋าและกำลังสาวเท้าเดินเข้าไปที่สตูดิโอแต่ก็ถูกมือใหญ่คว้าแขนไว้เสียก่อน


  “จะไปไหนละอี้ชิง”


  “คุณ! ปล่อยพี่อี้ชิงนะครับ” เซฮุนที่เพิ่งลงมาจากฝั่งคนขับก็เรียบเข้ามาคว้าตัวร่างบางไว้ แต่ร่างสูงก็ออกแรงดึงร่างบางเข้าหาตัวเอง


  “นี่ออกไปข้างนอกกันสองต่อสองหรอ อี้ชิง” คริสกดเสียงต่ำลงเมื่อเอ่ยชื่อของร่างบางที่ยืนข้างๆก่อนจะออกแรงบีบแขนขาวจนเป็นรอยแดง


  “โอ้ย!...เจ็บนะคุณ!” อี้ชิงยู่หน้าเล็กน้อยเพราะความเจ็บ และพยายามสะบัดแขนออกแต่ก็ยิ่งเจ็บ


  “ดูเหมือนว่านายก็ทำเกินหน้าที่แล้วนะ ไอ้เด็กชงกาแฟ” พูดจบ คริสก็ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาไป ส่วนเซฮุนก็เหมือนจะทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาก็เป็นแค่ลูกจ้าง เป็นนักศึกษาธรรมดา ไม่มีอะไรสู้นายแบบคนนั้นได้สักอย่าง...




  บนรถคันหรูที่ไม่มีบทสนทนาใดๆ มีแต่เสียงเพลงที่ช่วยให้ภายในรถไม่เงียบ ร่างบางนั่งกอดกระเป๋าเป้ของตัวเองไว้และหันหน้ามองข้างทางมาตลอดตั้งแต่ออกมาจากสตูดิโอ ตอนแรกก็โวยวายใส่ร่างสูงอยู่หรอกแต่ก็ไร้ประโยชน์ ร่างสูงหันมองคนข้างๆเป็นพักๆ เห็นว่านั่งเงียบมาตั้งนาน เลยเหยียบคันเร่งเพิ่มจนเข็มหน้าปัดชี้เกินเลข 120 ทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย


  “หิวหรือยัง หื้ม?” คริสเอ่ยถาม เพราะเขาเองก็ขับรถมานานพอสมควรแล้ว ร่างบางยังคงนั่งเงียบอยู่แบบนั้นจนกระทั่งรถจอดติดไฟแดง คริสหันมองคนข้างๆทันทีพร้อมกับเอนตัวไปใกล้ๆ


  “ค..คุณจะทำอะไรอ่ะ” ร่างบางเอนตัวมาจนชิดกระจกรถ ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันไหล่กว้างไว้


  “ฉันนึกว่าเธอหลับแล้วน่ะสิ” เขายิ้มมุมปากก่อนจะยื่นใบหน้าคมคายเข้าไปใกล้กว่าเดิมแต่คนที่ถูกแกล้งก็เอียงหน้าหลบพร้อมกับหลับตาแน่น ร่างสูงหัวเราะในลำคอก่อนจะเอนตัวกลับมานั่งเหมือนเดิม


  จ๊อกๆ...


  เป็นเสียงท้องร้องของคุณช่างภาพ ทำให้ร่างสูงเกือบหลุดขำออกมาอีกครั้งก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งเมื่อไฟจราจรเป็นสีเขียวแล้ว รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้าจุดพักรถทันทีหลังจากขับมาได้สักพักแล้วก็เจอจุดนี้เป็นแรก ทั้งคู่ลงจากรถเพื่อไปเติมแรงที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดโดยคริสสวมผ้าปิดปากเพื่อปกปิดใบหน้า คริสไม่ได้สั่งอะไรมากินและอ้างว่ากินมาอิ่มแล้ว อี้ชิงสั่งเบอร์เกอร์ปลากับโค้กขนาดกลางมา ด้วยความหิวอี้ชิงจึงสั่งอีกชุดเป็นกลับบ้านเอาไว้กินบนรถ และมื้อคริสก็เป็นคนจ่ายโดยที่อี้ชิงไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก


  รถคันหรูแล่นบนถนนอีกครั้ง อี้ชิงเพิ่งสังเกตว่ามันออกมานอกเมืองมาไกลพอสมควรแล้ว แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ก็เริ่มจางลงเพราะอยู่ในช่วงเย็นแล้ว หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน อี้ชิงรู้สึกง่วงงุนมาได้สักพักแล้วแต่ไม่กล้าหลับเพราะไม่ไว้ใจคนที่พาเขามานี้แหละแต่ในที่สุดเขาก็ฝืนตัวเองไม่ไหว...




  รถสปอร์ตดำด้านจอดอยู่ในที่จอดรถของตลาดแห่งหนึ่ง ส่วนเจ้าของรถก็เดินตรงไปที่ร้านต๊อกบ๊อกกีร้านประจำที่เขาชอบมาช่วยงานในร้านอยู่บ่อยๆ แต่ดูเหมือนมันจะใกล้เวลาปิดแล้ว ร่างเล็กก้าวเข้าไปในร้านก็เห็นแม่ของเซฮุนกำลังยกเก้าอี้ขึ้นวางบนโต๊ะแต่ไม่เห็นร่างสูงของเซฮุนเลยแม้แต่เงา


  “ผมช่วยนะครับ” ลู่หานยกเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆขึ้นมาวางบนโต๊ะและจัดการตัวเหลือเหมือนกัน พลางมองไปที่บันไดเผื่อว่าเซฮุนจะเดินลงมา


  “เซฮุนมันอุดอู้อยู่บนห้องตั้งแต่เย็นแล้วจ้ะ คงจะเครียดเรื่องเรียนน่ะ” แม่ของเซฮุนกล่าวก่อนจะเดินไปหลังร้านเพื่อล้างจานในส่วนที่เหลือ ร่างเล็กเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่รีบร้อนและเดินตรงไปที่ห้องของร่างสูงก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ กระป๋องเบียร์เปล่าๆวางจนเกลื่อนพื้นห้อง ร่างสูงที่นอนหมดสภาพอยู่ข้างๆกองกระป๋องเบียร์ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เครียดเรื่องเรียนซะแล้วสิ ลู่หานเดินเข้าไปนั่งข้างๆก่อนจะเขย่าแขนคนนอนหลับอยู่ให้ตื่นขึ้นแต่ร่างสูงก็ไม่ยอมตื่น ลู่หานจึงเก็บกระป๋องเบียร์ไปกองรวมกันที่มุมหนึ่งของห้องก่อนจะมาปลุกร่างสูงให้ขึ้นไปนอนที่เตียง


  “เซฮุนอ่า...อ๊ะ” มือเล็กเขย่าต้นแขนอีกฝ่ายอยู่หลายครั้ง คนโดนปลุกจับมือเล็กนั้นและดึงร่างเล็กลงมานอนข้างๆก่อนจะกอดร่างนั้นไว้แน่น “ห..หายใจไม่ออก”


  “คุณมาที่นี้อีกทำไม” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่ น้ำเสียงฟังอยู่แล้วน่าจะค่อนข้างเมา ลู่หานเลยคิดว่าเซฮุนน่าจะละเมอแต่เปล่าเลย “ตอบผมมาสิ”


  “ม..มาหานายนั้นแหละ แม่นายบอกว่าอยู่แต่ในห้อง ฉันก็เลย...อื้อ!” ยังไม่ทันจะพูดจบ มือใหญ่ก็เชยคางอีกฝ่ายขึ้นและกดจูบที่ปากนุ่ม ตาหวานเบิกกว้างขึ้นเพราะเซฮุนรุกมาอย่างกะทันหัน ท่อนแขนข้างหนึ่งโอบเอวเล็กไว้ ส่วนอีกข้างก็ใช้รองศีรษะของร่างเล็กไว้ กดจูบย้ำๆก่อนจะค่อยๆดูดปากนุ่มอย่างอ่อนโยน มือเล็กวางบนต้นแขนของร่างสูงอย่างรู้งานก่อนจะเผยอริมฝีปากออกเพื่อให้ลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปากเล็ก โอบเอวเล็กแน่นขึ้นพร้อมกับป้อนจูบให้ไม่ขาด ลิ้นทั้งสองเกี่ยวพันกันโดยมีน้ำลายช่วยหล่อลื่นทำให้เกิดเสียงที่ฟังดูแล้วน่าสยิว ร่างสูงค่อยๆเขยิบขึ้นมาคร่อมร่างเล็กโดยที่ยังไม่ผละจูบออกจากกัน ลิ้นร้อนไล่ไปทั่วโพรงปากพร้อมกับกวาดต้อนน้ำหวานจากอีกคนมา มือหนาข้างหนึ่งรองท้ายทอยของอีกฝ่ายไว้และค่อยๆปรับองศาของใบหน้าเพื่อรสชาติในการจูบ มือเล็กกำที่คอเสื้อยืดของร่างสูงก่อนจะออกแรงดันเพื่อบอกว่าเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว ร่างสูงยอมถอนจูบออกช้าๆก่อนจะกดจูบที่ปากนุ่มอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อพร้อมกับหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด ร่างสูงรีบลุกออกทันทีแล้วยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างเล็กลุกขึ้นตามและมองอย่างไม่เข้าใจ


  “ผมขอโทษ คุณกลับไปเถอะครับ”


  “ทำไมหรอเซฮุน นายจะชอบฉันบ้างไม่ได้หรอ” เหมือนลู่หานจะร้องไห้ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเซฮุนชอบใครและดูท่าว่าจะเปลี่ยนใจยากซะด้วย อีกฝ่ายยังคงเงียบและไม่สนใจคนตัวเล็กเลย “ฉันไม่ได้หวังอะไรจากนายเลยนะ ฉันชอบนายอาจจะรักแล้วด้วยซ้ำ...”


  “พอเถอะครับ เรื่องเมื่อกี้อาจจะทำให้คุณเข้าใจผิด ผมขอโทษด้วยครับ” ตาหวานเริ่มแดงก่ำและน้ำใสที่คลออยู่บริเวณเบ้าตา ลู่หานทำได้แค่ยิ้มบางๆให้กับแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะบังคับตัวเองให้เดินออกไปจากห้องนี้ เซฮุนได้ยินเสียงปิดประตูก็รู้แล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ในห้องคนเดียวแล้ว เซฮุนหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนหงายพร้อมกับเอามือข้างหนึ่งก่ายหน้าผาก เขาได้ยินเสียงรถถูกสตาร์ทเครื่องและเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆไกลออกไป เขาพูดตามความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนั้นแต่มันก็ทำให้คนที่รู้สึกดีกับเขาต้องเสียใจขนาดนี้...




  รถสีดำด้านเคลื่อนตัวเข้ามาจอดโรงจอดรถของคฤหาสน์ประจำตระกูล คืนนี้เขาไม่อยากนอนคนเดียว ไม่อยากอยู่ที่ห้องชุดในคอนโด อย่างน้อยมานอนที่บ้านก็ยังมีพ่อแม่ที่ยังอยู่อยู่ใกล้ๆเขา ร่างเล็กเห็นไฟในบ้านเปิดอยู่บางส่วน เห็นใครบางคนกำลังเดินมาที่ประตูและเปิดประตูให้เขาเข้าไป


  “คุณลู่หานมาทำไมดึกๆดื่นๆคะ?” คุณป้าแม่บ้านพาลู่หานมานั่งที่ห้องนั่งเล่น


  “ป๊ากับม๊าหลับแล้วใช่มั้ยครับ”


  “หลับแล้วค่ะ” ลู่หานพยักหน้าตอบก่อนที่ตาหวานจะแดงก่ำอีกครั้ง คุณป้าแม่บ้านนั่งลงข้างๆคุณหนูตัวเล็กและโอบกอดร่างเล็กไว้ด้วยความอบอุ่นเหมือนลู่หานเป็นลูกของเธอ มือหยาบกร้านลูบกลุ่มนั้นอย่างเบามือเป็นการปลอบ “ไม่เป็นไรนะคะคุณลู่หาน อย่างร้องนะคะ”


  ลู่หานพยักหน้าตอบอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ระบายให้แกฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ลู่หานเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วเลยขอตัวขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง เขาจำมันได้ดีว่าห้องส่วนตัวของเขาอยู่ห้องไหน เปิดประตูเข้าไปก็นึกถึงบรรยากาศตอนเด็กๆที่เขาอยู่ห้องนี้และห้องถัดจากเขาไปก็เป็นห้องของคริส ตอนที่คริสยังไม่เป็นนายแบบ ลู่หานรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ชาย รู้ว่าวันนี้คริสไปไหน ไปทำอะไร ไปกับใคร แต่ตอนนี้เขาแทบไม่รู้อะไรเลย เขาต้องถามจากเฮนรี่ที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของคริส แต่ช่วงนี้ถามไปกี่ทีก็บอกว่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตอนนี้เขาไม่รู้จริงๆว่าพี่ชายเขาไปไหน


  เปิดตู้เสื้อผ้าออกก็พบว่ายังมีเสื้อผ้าเก่าๆอยู่ อย่างน้อยเขาจะได้มีเสื้อเปลี่ยนสำหรับคืนนี้ หยิบผ้าเช็ดตัวมาพาดไหล่ตัวเองก่อนจะเดินมาที่ห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย มือเล็กวางผ้าเช็ดตัวไว้ข้างๆอ่างอาบน้ำก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกหมดทุกชิ้นแล้วค่อยลงไปนั่งในอ่างอาบน้ำโดยเหยียดขาตรง มือเล็กบิดหัวก๊อกเพื่อเปิดน้ำและรอให้น้ำขึ้นมาถึงเอวก่อนค่อยเทสบู่เหลวลงไป ลู่หานสะบัดแขนทั้งสองข้างเพื่อให้เกิดฟองจนเต็มอ่าง เขาเช็ดมือข้างหนึ่งกับผ้าเช็ดตัวก่อนจะเอื้อมไปกดเครื่องเล่นเพลง เขากดเปลี่ยนเพลงไปเรื่อยๆเพราะเจอแต่เพลงอกหัก และแล้วเขาก็ยอมฟังเพลงอกหักนั้นและมันก็เข้ากับความรู้สึกของลู่หานตอนนี้พอดี


  “พอเถอะครับ เรื่องเมื่อกี้อาจจะทำให้คุณเข้าใจผิด ผมขอโทษด้วยครับ”


  น้ำเสียงและประโยคนั้นของเซฮุนตอนนั้นยังคงก้องไปทั่วหู ตอนนั้นเซฮุนก็คงทำหน้าเฉยๆไม่รู้สึกอะไรเหมือนน้ำเสียงที่เขาพูดออกมา ลู่หานยังไม่รู้เลยว่าตัวเองรักเซฮุนตอนไหน อาจจะดูเหมือนใจง่ายเพราะเจอกันไม่บ่อยนักแต่ทุกครั้งที่เจอเขาดีใจที่ได้เห็นหน้าของเซฮุน ดีใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ ถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะเสียความรู้สึกกับสิ่งที่เซฮุนพูดออกมาแต่มันก็ทำให้ลู่หานรู้ว่าเขายังต้องพยายามอีกมากเพื่อชนะใจของเซฮุน ทำให้สิ่งที่ลู่หานคิดมาตลอดนั้นชัดเจนมากขึ้น...




100%











Talk ค่าาาา

มาลงให้ก่อนเนอะ ไรต์จะไปต่างจังหวัดก็คงจะมาอัพต่ออาทิตย์นะคะะ อ่านแล้วสนุกรึป่าวคะ เม้นกันด้วยน้าาาาา 

#ฟิคนายแบบkl ในทวิตก็ได้นะคะ ขอบคุณค่าาาา



Talk 100%

มาอัพให้ครบแล้วววววว สงสารพี่ลู่จังเนอะ แต่งเองยังสงสารเลย5555 ยังไงไรต์ก็ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทุกวิวนะคะ เวลาอ่านคอมเมนต์แล้วมันดีใจเนอะที่มีคนอินกับฟิคไรงี้ ตอนนี้ไรต์ก็ทำทีเซอร์ฟิคเรื่องใหม่เสร็จแล้วนะคะ แต่ไม่รู้จะเริ่มลงตอนไหน(เดี๋ยวไรต์ก็ดองอีก-0-) #ฟิคนายแบบkl ในทวิตด้วยนะคะ ขอบคุณค่าาาาา

O W E N TM.
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

123 ความคิดเห็น

  1. #105 dovy_bubble (@pakjira-nest) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 21:43
    ปิงปิงจะมำอัลไลล
    #105
    0
  2. #62 Xingmin (@fairy32) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 18:13
    ปิงปิงวางแผนอะไรไว้?!? สงสารลู่
    #62
    0
  3. #61 pairwapalo4148 (@pairwapalo4148) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 18:09
    สงสารลู่ T T
    #61
    0
  4. #60 banamelody (@aunnattha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:28
    สงสารพี่ลู่อ่ะ
    #60
    0
  5. #59 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 23:23
    คริสเลย์ไปเที่ยวไหนกัน
    สงสารพี่ลู่อะ
    คุณหนูปิงปิง จะทำอะไรคะ
    #59
    0
  6. #58 real_pmn (@real_pmn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 20:48
    รอค่ะใจจิงสงสารเซฮุนอ่ะรู้เลยว่าไม่มีหวังเเต่เเรกนี่สนใจคนที่รักเรามั่งสงสารคู่ฮุนฮานนนนน
    #58
    0
  7. #57 itchaayaa (@itchaayaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 12:48
    เพิ่งมาอ่านน สนุกมากเลยค่ะ รออยู่นะคะ :-)
    #57
    0
  8. #56 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 16:05
    เซฮุนหลงรักพี่ชิงอะ
    อี้ชิงหัวไปกระแทกอะไรมาอะถึงจำกันไม่ได้
    #56
    0
  9. #55 krisging (@krisging) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 15:34
    รีบมาต่อน่ะ
    #55
    0
  10. #44 Chobia (@chobiaexotics) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 08:50
    อาลู่น้อยใจนาาา
    #44
    0
  11. #43 banamelody (@aunnattha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 18:37
    ฮุนชอบอี้หรอแล้วพี่ลู่อ่ะ
    #43
    0
  12. #40 real_pmn (@real_pmn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:11
    น้องฮุนขาาาาาอาอี้เขามีผู้เเล้วเนอะตัวมาหาเก๊าดีก่า
    #เก็บศพอีนี่ทีค่ะ????????
    #40
    0
  13. #39 real_pmn (@real_pmn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:10
    สนุกกกกกกกกสู้ๆค่ะหนูติดตามตลอดเลย
    #39
    0