คัดลอกลิงก์เเล้ว

The cold war : สงครามเย็น

สงครามก็สงครามสิ มีสงครามเย็นด้วยหรอ...?

ยอดวิวรวม

19,285

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


19,285

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


4
เรทติ้ง : 84 % จำนวนโหวต : 9
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 มี.ค. 50 / 16:07 น.
นิยาย The cold war : ʧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คัดลอกบทความได้งับ มันเป็นความรู้ที่บางทีเอาไปทำงาน 55+

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 มี.ค. 50 / 16:07




 The Cold War


           สงครามเย็น (ค.ศ.1945-1991 หรือ พ.ศ.
2488-2534) เป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 กลุ่มประเทศที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองและระบบการเมืองต่างกัน อุบัติขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มหนึ่งคือสหภาพโซเวียตและพันธมิตร เรียกว่าโลกตะวันออก หรือโลกคอมมิวนิสต์ กลุ่มหนึ่งคือสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร เรียกว่าโลกตะวันตก หรือโลกเสรี

             สงครามเย็นมีผลสืบเนื่องมาจากสภาพบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทั้งประเทศผู้ชนะและแพ้สงคราม ได้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ทวีปยุโรปซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างยิ่ง ต้องสูญเสียอำนาจและอิทธิพลในสังคมโลกให้กับสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีฐานะเศรษฐกิจมั่นคงจนเป็นหลักในการบูรณะฟื้นฟูประเทศอื่นๆ สหรัฐอเมริกาก้าวสู่ความเป็นผู้นำของโลกเสรีประชาธิปไตย ในขณะที่สหภาพโซเวียตมีอำนาจและอิทธิพลเนื่องมาจากความสำเร็จในการขยายลัทธิคอมมิวนิสต์สู่กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก อยู่ในฐานะประเทศผู้นำของโลกคอมมิวนิสต์ คำว่า อภิมหาอำนาจ จึงหมายถึง ความเป็นผู้นำโลกของประเทศทั้งสอง ซึ่งแข่งขันกันขยายอำนาจและอิทธิพล จนทำให้ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันเกิดความตึงเครียดสูง

สาเหตุ
              
              ของสงครามเย็นเกิดจากการแข่งขันกันของประเทศอภิมหาอำนาจจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในสงครามโลกทั้งสองครั้ง ทำให้สหรัฐอเมริกาเสียหายน้อยกว่าประเทศคู่สงครามในยุโรป ทั้งยังเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสูง และเป็นประเทศแรกที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่
2 จึงมีความรู้สึกว่าตนเป็นตำรวจโลกเพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งวิถีทางประชาธิปไตยและเสรีภาพ

              ส่วนสหภาพโซเวียตฟื้นตัวจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างรวดเร็ว เพราะพื้นที่กว้างใหญ่ มีทรัพยากรธรรมชาติมาก สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ สหภาพโซเวียตต้องการเป็นผู้นำในการปฏิวัติโลกเพื่อสถาปนาระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ดังนั้น ทั้งสองอภิมหาอำนาจจึงใช้ความช่วยเหลือที่ให้แก่ประเทศต่างๆ เป็นเครื่องมือในการขยายอิทธิพล อำนาจ และอุดมการณ์ของตน เพื่อหาประเทศที่มีอุดมการณ์คล้ายคลึงกันมาเป็นเครื่องถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายตรงข้าม


            สงครามเย็น หรือสงครามอุดมการณ์ ให้ความหมายถึงความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองระหว่างกลุ่มโลกเสรี กับกลุ่มโลกคอมมิวนิสต์ แย่งชิงความเป็นใหญ่ในโลก เป็นการต่อสู้ทางจิตวิทยา ไม่ใช่ด้วยกำลังทหารโดยตรงอย่างสงครามร้อน แต่กลับเต็มไปด้วยการวิจัยและพัฒนาโครงการทางการทหารทั้งขนาดเล็กและใหญ่จำนวนมาก รวมถึงการแข่งขันกันสำรวจอวกาศ และสะสมอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อแสดงแสนยานุภาพของฝ่ายตน

โลกอยู่ในภาวะสงครามเย็นจนมาถึงวันสหภาพโซเวียตมีประธานาธิบดีชื่อ มิฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำนโยบาย "เปิด-ปรับ" (หรือ กลาสน็อตเปเรสตรอยก้า) ปฏิรูปประเทศให้เป็นไปในแนวทางประชาธิปไตยทุกๆ ด้าน ปรับนโยบายต่างประเทศใหม่เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ เสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับนานาประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

ธันวาคม พ.ศ.2532 ประธานาธิบดีจอร์จ บุช แห่งสหรัฐอเมริกา กับประธานาธิบดีกอร์บาชอฟ พบกันที่เกาะมอลตา ประกาศว่า สงครามเย็นสิ้นสุดลงแล้วอย่างเป็นทางการ ต่อมากลางปี 2533 ประเทศในยุโรปตะวันออก พันธมิตรของโซเวียต เคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย ส่งผลให้ระบอบคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกถึงกาลอวสาน

ปีต่อมากำแพงเบอร์ลิน สัญลักษณ์สงครามเย็นถูกทำลาย เยอรมันตะวันตก-ตะวันออก รวมเป็นประเทศเดียว การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบถอนรากถอนโคนดังกล่าว ตลอดจนการล่มสลายของสหภาพโซเวียตอันเป็นผลสืบเนื่องจากการก่อตั้งเครือรัฐเอกราช ปิดฉากสงครามเย็นอย่างสิ้นเชิงในพ.ศ.2534

ผลของสงครามเย็น (อ่านแล้วพิจารณาด้วย)

              นอกจากทวีปยุโรปแล้ว สองอภิมหาอำนาจยังแข่งขันกันในภูมิภาคต่างๆ ส่งผลให้สงครามเย็นเพิ่มความตึงเครียด ทวีปเอเซียเป็นอีกเวทีหนึ่งของสงครามเย็น ในแถบตะวันออกไกล จีนเป็นดินแดนที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ประสบความสำเร็จที่สุด เมื่อจีนคอมมิวนิสต์นำโดยเหมาเจ๋อตุง เป็นฝ่ายมีชัยชนะในสงครามกลางเมือง ยึดครองแผ่นดินใหญ่ของจีนได้ รัฐบาลจีนคณะชาติซึ่งเป็นฝ่ายโลกเสรีและได้รับความสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสหรัฐอเมริกา ต้องหนีไปตั้งรัฐบาลที่เกาะฟอร์โมซา ชัยชนะของจีนคอมมิวนิสต์มีผลกระทบต่อดุลอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศ ถือเป็นการพ่ายแพ้ที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาและเป็นการเสียดุลอำนาจครั้งสำคัญของโลกเสรี สหภาพโซเวียตและจีนเป็นสองประเทศคอมมิวนิสต์ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีทรัพยากรมาก และมีจำนวนประชากรมหาศาล ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนจึงตึงเครียดมานับตั้งแต่นั้น

              ความขัดแย้งของสงครามเย็นส่งผลให้ประเทศเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ ที่มีอุดมการณ์ต่างกัน กองทัพของประเทศเกาหลีเหนือซึ่งปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ได้ยกข้ามเส้นขนานที่ 38 องศาเหนือเข้ารุกรานประเทศเกาหลีใต้อย่างฉับพลัน สหประชาติจึงมีมติให้สหรัฐอเมริกาและกองกำลังทหารของสหประชาชาติจาก 18 ประเทศสมาชิกเข้าช่วยเกาหลีใต้จากการรุกรานครั้งนี้ จีนส่งกองทัพช่วยเกาหลีเหนือ ก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันจนกระทั่ง ค.ศ.1953 จึงมีการทำสนธิสัญญาสงบศึก สงครามเกาหลีก่อให้เกิดความตื่นตัวต่อการขยายอิทธิพของลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเซีย สหรัฐอเมริกาเห็นความจำเป็นของการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเซียอย่างจริงจัง สำหรับประเทศญี่ปุ่น ลัทธิคอมมิวนิสต์ประสบความสำเร็จในวงแคบ เสถียรภาพทางการเมือง ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและมาตรฐานสังคมในระดับสูงของประเทศญี่ปุ่น อันเป็นผลงานส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นกำลังสำคัญของโลกเสรีในทวีปเอเซีย

                การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มจากอินโดจีน คือ ประเทศเวียดนาม เขมร และลาว ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเทศฝรั่งเศส เวียดนามถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยใช้เส้นขนานที่ 17 องศาเหนือเป็นเขตแบ่งชั่วคราว เวียดนามเหนืออยู่ใต้การปกครองของลัทธิคอมมิวนิสต์ มีโฮจิมินห์เป็นผู้นำ เวียดนามใต้ปกครองระบอบประชาธิปไตย มีโงดินห์เดียมเป็นผู้นำ โดยให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเวลา 1 ปี เพื่อรวมเวียดนามเป็นประเทศเดียวกัน แต่การเลือกตั้งก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเกิดการสู้รบระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้

                การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามาในอินโดจีน ทำให้สหรัฐอเมริกานำนโยบายล้อมกรอบการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์มาใช้ในเอเซียด้วย นายจอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาขณะนั้นประกาศอย่างแข็งขันว่าจะไม่ยอมให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ขยายตัวต่อไป โดยเชื่อมั่นในทฤษฏีโดมิโนว่า ถ้าประเทศใดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์แล้ว ประเทศใกล้เคียงอื่นๆ ก็จะพลอยเป็นคอมมิวนิสต์ไปด้วย ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ.1954 จึงได้มีการสนธิสัญญาที่กรุงมะนิลาเพื่อจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Seato) ประกอบด้วย 8 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ด้วยวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกับนาโต

              ในตะวันออกลาง หรือเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ เป็นภูมิภาคที่มีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศอาหรับด้วยกันเอง และระหว่างกลุ่มประเทศอาหรับกับประเทศอิสราเอล สหภาพโซเวียตฉวยโอกาสขยายอิทธิพลของตนด้วยวิธีารต่างๆ เช่น เสนอให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการทหารแก่ประเทศอิยิปต์ ในการปฏิรูปประเทศในสมัยประธานาธิบดีนัสเซอร์ด้วยการให้เงินสร้างเขื่อนอัสวาน อืยิปต์เป็นผู้นำของกลุ่มประเทศอาหรับที่สหภาพโซเวียตต้องการส่งเสริมอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ให้แพร่หลายในภูมิภาคตะวันออกลาง ฝ่ายโลกเสรีจึงหาทางสกัดกั้นด้วยการจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาเซ็นโต หรือองค์การสนธิสัญญากลาง (Central Treaty Organization:CENTO) ซึ่งมีสมาชิก 5 ประเทศ คือ สหราชอาณาจักร ตุรกี อิรัก อิหร่าน และปากีสถาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการแทรกแซงและขยายอำนาจของลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้

               ส่วนในทวีปแอฟริกา หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศต่างๆ ได้รับเอกราช โดยส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะปกครองตนเอง เช่น คองโก จึงเกิดการจลาจลแย่งอำนาจระหว่างชนเผ่าต่างๆ คณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติเกรงว่าความวุ่นวายนี้จะเป็นภัยต่อสันติภาพของโลก จึงมีมติให้ส่งกองกำลังของสหประชาชาติเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยในคองโก สหภาพโซเวียตและสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ความช่วยเหลือแก่ประธานาธิบดีลูมุมบาของคองโก และนายครุฟเซฟผู้นำสหภาพโซเวียตประนามการแทรกแซงสหประชาชาติ ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขยายอิทธิพลเข้าไปในแทนซาเนียด้วยการช่วยเหลือในการสร้างทางรถไฟยาว 1,000 ไมล์ ในขณะที่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้พยายามรักษาอิทธิพลในแอฟริกา โดยเฉพาะกับประเทศอดีตอาณานิคมของตน

                 กล่าวโดยสรุป แม้สงครามเย็นตั้งแต่ ค.ศ.1945 จะไม่ลุกลามกลายเป็นสงครามอย่างเปิดเผย แต่ก็นำไปสู่ความขัดแย้งระดับวิกฤตการณ์ทางการเมืองจนกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคขึ้นในหลายแห่งของโลก


http://www.kullawat.net/current3/index.html อันนี้ อ้างอิงของผลกระทบ ก่อนผลกระทบก็โอเคแล้วงับ^^


ผลงานอื่นๆ ของ เปลวไฟสีเงิน [lif3]

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:44
    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ >[]<
    #12
    0
  2. วันที่ 26 กรกฎาคม 2554 / 00:35
     ทำการบ้านได้แล้ว เย่ๆ
     
     ขอบคุณค่ะ


    #11
    0
  3. #10 S___P
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2554 / 19:57
    ขอบคุณมากคาะ
    #10
    0
  4. วันที่ 7 มิถุนายน 2554 / 19:57
    ขอบคุนค่ะ ทำำการบ้านได้แว้ว>_<
    #9
    0
  5. #8 NiNew
    วันที่ 10 เมษายน 2552 / 13:54
    ชอบเกร็ดประวัติศาสตร์นี้มาก สร้างความเข้าใจถึงการเรียนรู้ทางประวัติให้สามารถนำไปศึกษาเพิ่มเติมในการเรียนศึกษาได้มากขึ้น สามารถนำไปวิเคราะห์การเรียนได้เป็นอย่างดี
    #8
    0
  6. #7 son
    วันที่ 14 มกราคม 2552 / 10:08
    ต้องการข้อมุลมากกว่านี้
    #7
    0
  7. วันที่ 14 พฤษภาคม 2551 / 17:28
    i think that soviet is good but USA don't like communist . so Usa to tryed make democracy for protect communist of soviet. So soviet would ake communist for protect nazi Germany also Soviet and USA are to misunderstand . bye for message of cold war.
    #6
    0
  8. วันที่ 21 มกราคม 2551 / 19:40
    ขอบคุงมากเลยจ้า
    #5
    0
  9. #4 nam
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550 / 07:25
    SOMe of this is wrong. Soveit union does not want to spread communist entirely. It want to protect its want to protect its own country
    #4
    0
  10. วันที่ 21 เมษายน 2550 / 14:23
    ขนาดติดลบ10000000000000000000000000000000000เลยรึเปล่าคะ ขำๆนะ อย่าคิดมากนะคะ สู้ๆ
    #3
    0
  11. วันที่ 26 มีนาคม 2550 / 16:23
    สงครามเย็นนี้เย็นขนานไหนเหรอ
    #2
    0
  12. วันที่ 26 มีนาคม 2550 / 16:22
    สงครมเย็นนี้เย็นขนานไหนเหรอ
    #1
    0