ตายแล้วมาอยู่นร่างคนอื่นเบสิคเกิ๊น

ตอนที่ 1 : บทที่1 สูญเสีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ค. 63

บทที่1 สูญเสีย

 

 ณ บ้านของตระกูลวงษ์วริศกุล

 

“ฮ่าๆๆๆๆ ตอนนี้อย่างฮาเลยยยยย ฮ่าๆๆๆ” 

 

เสียงหัวของหญิงสวคนหนึ่งดังสนั่นทั่วทั้งบ้าน หญิงสาวคนนั้นก็คือ กฤตติกา วงษ์วริศกุล หรือ พีช ลูกสาวของบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งตอนนี้เธอกำลังอ่านนิยายที่ดองทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยเรียนเพราะไม่มีเวลาอ่านจนในที่สุดหลังจากเธอเรียนจบคณะเเพทย์และทำงานได้ 2 ปี เต็มๆในที่สุดเธอก็ได้วันหยุดยาวมาในที่สุด เธอจึงใช้โอกาสนี้อ่านมังงะ ดูเมะ และอ่านนิยายที่ดองไว้ให้หมด

 

"ฮ่าๆๆๆๆๆทำไมเเม้เเต่ตอนที่ควรจริงจังยังฮาได้เนี่ยยย ฮ่าๆๆๆๆ โอ้ยปวดท้องไปหมดแล้ว'

 

“กริ้งๆๆๆๆ”(เสียงโทรศัทพ์)

 

“ใครโทรมาเนี่ย วันนี้มันวันหยุดที่แสนหายากของชั้นเลยนะให้ตายสิ”

 

พีชเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปรับโทรศัพท์

 

“สวัสดีค่ะ ใครหรอคะ”

 

แม้เสียงจะพูดอย่างนุ่มนวลแต่หน้านั้นตรงข้ามสุดๆ

 

“คุณกฤตติกาสินะครับ ขอโทษที่รบกวนเวลานะครับ ผมคือแพทย์ของโรงพยาบาลffffครับ”

“ค่ะ แล้วมีเรื่องอะไรหรอคะ”

 

พีชถามออกไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังขึ้นหลายส่วน 'ทำไมคนของโรงพยาบาลต้องโทรมาวะ'

 

“ทำใจดีๆไว้นะครับ คุณพ่อของคุณ คุณวรพล วงษ์วริศกุล เค้าได้ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตแล้วครับ"

“….” 

“คุณกฤตติกาครับๆ ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ 

คุณกฤตติกาครับๆ”

 

เสียงจากปลายสายโทรศัทพ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้เธอไม่มีเเรงพอที่จะขยับมือได้ด้วยซ้ำ หลังจากได้ยินคำพูดเมื่อกี้ ร่ายกายจองเธอก็ไม่เหลือแรงใดๆเลย แต่ถึงอย่านั้นเธอก็ลุกขึ้นและ ไปตอบกลับปลายสาย

 

"ค่ะ ชั้นจะรีบไปค่ะ"

 

เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งไม่มีแม้แต่ความรู้สึก และวางสายทันที

 

.

.

.

.

.

.

.

ณ โรงพยาบาล

 

ตึกๆๆๆ

เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เเละแน่นอนว่าเจ้าจองฝีเท้านั้นก็คือ พีช นั่นเองๆๆ

 เธอเดินตรงไปที่เคาร์เตอร์ติดต่อของโรงพยาบาล

 

"มีอะไรให้ช่วยหรอคะ''

พยาบาลหน้าเคาร์เตอร์ถามตามหน้าที

 

"ชั้นมารับศพ ของนาย วรพล วงษ์วริศกุล ค่ะ ต้องไปที่ไหนหรอคะ"

พีชถามออกไปเสียงเรียบ

"ออถ้าเรื่องนั้น...บลาๆๆ"

เมื่อคุณพยาบาลเล่าเสร็จชั้นก็ทำตามที่บอกและนำร่างของคุณพ่อกลับมาทำพิธีทันที

 

ผ่านเป็นเวลา5เดือนแล้วหลังจากเหตุการนั้น

 

พิธีกรรมทั้งหมดเสร็จแล้ว และเนื่องจากชั้นเป็นลูกคนเดียวนั้้นทำให้มรดดกทั้งหมดตกเป็นของชั้นเพียงคนเดียว รวมทั้งบริษัทด้วย นั้นทำให้ชั้้นต้องลาออกจากการเป็นแพทย์ แต่ไม่รู้เพราะอะไรจึงทำให้ชั้นไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว อาจเป็นเพราะชั้นเป็นหมอจึงทำให้รู้สึกชินกับการตายหรืออาจจะเป็นเพราะชั้นไม่ได้สนิทกับคุณพ่อมากขนาดนั้นก็ได้….

 

“ให้ตายสิทำไมเราต้องมานั่งทำงานแบบนี้กันนะ ถ้างั้นที่ชั้นอุตส่าเรียนเเพทย์จะมีประโยชน์อะไรล่ะ เฮ้อออออ”

 

กฤตติกาซึ่งตอนนี้มีตำแหน่งประธานบริษัทบ่นออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เพราะที่เธอเรียนแพทย์ก็เพราะไม่อยากเป็นประธานบริษัทอย่างที่พ่อผู้แสนเข้มงดและแอบกาวของเธอต้องการ แต่สุดท้ายเธอก็ต้องทำมันอยู่ดี

 

“ชั้งเถอะ ทำงานต่อดีกว่าถ้ามีโอกาสค่อยหาคนมาทำแทน”

 

พีชพูดออกไปพร้อมยิ้มอย่างซุกซน เธอมองไปรอบห้องทำงานแห่งนี้แต่สายตาเธอกลับไปหยุดอยู่ที่โซฟาคู่หนึ่ง

 

‘คุณพ่อคะ คุณพ่อ มาเล่นกันเถอะ’ เด็กสาวตัวเล็กพูดขึ้นอย่างซุกซนและวิ่งไปหาคุณพ่อของเธอที่นั่งอยู่บนโวฟาตัวใหญ่ 

‘ฮ่ะๆ ได้สิแล้วลูกอยากเล่นอะไรงั้นเหรอ’ ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนและลุกขึ้นอุ้มเด็กสาวเดินออกจากห้องไป

 

“อ่า---ตาชักเริ่มเบลอแล้วสิพอก่อนดีกว่าแฮะ”

ใช่แล้วภาพเด็กสาวที่อยุ่กับคุณพ่อเมื่อกี้ก็คือ พีช นั่นเอง

 

“อืม งั้นกลับบ้านดีกว่า"

 

ติ้ง----

 

‘ค่ะท่านประธารมีอะไรงั้นหรอคะ’

เสียงสุดน่ารักของคุณเลขาดังขึ้นทันทีที่กดเรียก

“ชั้นจะกลับบ้านแล้วนะคะ คุณเลขาจะกลับด้วยไหมคะ”

พีชตอบกลับไปด้วยน้ำเสียเล่นๆ

‘ไม่ค่ะดิฉันยังมีงานต้องจัดการให้เสร็จ’

คุณเลขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นเคย

“ชาเย็นเอ้ยเย็นชาจังน้า งั้นชั้นกลับก่อนนะคะ บาย”

‘ค่ะ’

แล้วสายก็ตัดไปทันที

“โหดร้ายจริงจริ๊ง” 

บ่นเสร็จก็เดินออกไปทันที

.

.

 ณ บ้านของตระกูลวงษ์วริศกุล

 

“เเฮ่กๆ แฮ่กๆ ถะถึงสะทีไกลกว่าที่คิดเเหะ”

ทุกคนไม่ต้องสงสายนะว่าทำไมชั้นถึงหอบขนาดนี้ มันก็เพราะ ไอ้ตัวดิชั้นดันคิดขึ้นมาได้ว่า'บ้านชั้้นไม่ได้ไกลจากบริษัทมาก เลยคิดว่าจะวิ่งมาจนถึงบ้านเลย เพื่อเป็นการออกกำลังกายและประหยัดเงินไปด้วย ยิงปืนนนักเดียวได้นกสองตัว' แต่พอเอาเข้าจริงๆ ทำไมมันไกลจังวะ 


‘ฮ่าๆ คุณพ่อวิ่งช้าจังเลยค่ะ รีบมาสิคะไม่งั้้นหนูจะทิ้งไว้ที่่นี้น้า' เด็กสาววิ่งไปทั่วอย่างร่าเริงและหันมาคุยกับผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มสดใส

‘อย่ารีบสิเดี๋ยวล้มหรอ'พ่อของเธอที่ใบหน่าดูจริงจังแต่แววตากลับดูอ่อนโยน

‘ฮะๆไม่ล้มหรอกค่ะ’ เด็กสาวพูดขึ้นและวิ่งต่อ


และแน่นอน

เป็นอีกครั้งที่ภาพพวกนี้เข้ามาในสายตามันคือภาพความทรงจำของเธอและพ่อ

“อึก! อะไรกันนักกันหนา น่ารำคาญน่า ต่อให้ชั้นจะเห็นอีกกี่ครั้งมันก็เท่านั้นแหละความทรงจำพวกนี้มันไม่มีความสำคัญอะไรสักนิด!!"

พีชทรุดนั่งลงและเอามือทั้งสองกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้

“ใช่แล้ว มันไม่สำคัญสักนิด”

แปะๆ

“ฮึก--ฮึกๆทำไมท่านถึงอ่อนโยนขนาดนี้ ถ้าคุณไม่อ่อนโยนแบบนั้นหนูก็คงไม่ต้องมาเสียใจในตอนนี้ หรอก ทำไมชั้นถึงไม่ร้องไห้หรอเพราะชินชากับความตายหรอ เพราะไม่ได้สนิดขนาดนั้นหรอ ไม่ใช่หรอก เหตุผลเดียวที่น้ำตาของชั้นไม่ไหลออกมาน่ะเป็นเพราะ สำหรับชั้นคุณพ่อยังไม่ตายต่างหาก คุณพ่อน่ะแค่ออกไปเที่ยวเหมือนเคย เหมือนที่ผ่านๆมา" 

พีชค่อยๆลุกขึ้นยืนและออกวิ่ง!!!

 ''โธ่เว่ยยยยยยยย!!!!"

เธอตระโกนออกมาถ้าปกติคงอายสุดๆไปแล้วแต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมถึงไม่มีคน และเธอก็รู้ว่าทำไมนั้นก็เพราะหลังจากวิ่งได้ไม่นานใันก็กระหน่ำลงมาอย่างหนัก แต่พีชก็ยังวิ่งต่อไปจนถึงสี่แยก และต้องตกใตอีกครั้งเพราะตรงทางม้าลายมีเด็กเดินข้ามถนนอยู่ แต่ดันข้ามตอนไปเขียวเนี่ยสิ้!! และเเน่นอนว่ามันต้องมีรถบันทุกหรือทรักซัก ผ่านมาพอดี้


"เฮ้!! เจ้าหนู!!!!หลบไป!!!!!!" 


 พีชพุ่งตัวไปหาเจ้าเด็กน้อยที่ข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือ อย่างสุดชีวิต


ปี้ดๆๆ

เอี๊ยดดดดด---  โครมมมมม!!!

.

.

.

.

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น