The Raven Tattoo | kaisoo

ตอนที่ 1 : บทที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 เม.ย. 63

บทที่หนึ่ง

เขายังคงอยู่ที่เดิม ในทุกช่วงเวลาที่ผมเติบโต

 

 

การจราจรช่วงห้าโมงเย็นยังคงติดขัดเหมือนดั่งเคย ‘ดลรวี’ หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าสะพายหลังพร้อมกดรหัสเพื่อปลดล็อกหน้าจอ ปรากฏข้อความต่าง ๆ จากแอปพลิเคชันในโทรศัพท์รวมถึงสายที่ไม่ได้รับทั้งสิบสาย

บ่ายวันนี้เขาพึ่งปิดคดีฆาตกรรมเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์หลังจากยืดเยื้อมานานเกือบเดือน คดีนี้เป็นคดีแรกที่ดลรวีได้รับหลังจากย้ายมาทำงานในบริษัทใหม่ ทำให้เพื่อนร่วมงานภายในฝ่ายต่างแวะเวียนมาช่วยให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการพิจารณาคดี เนื่องจากเป็นการว่าความครั้งแรกในบริษัทนี้ อีกทั้งผลการตัดสินของศาลสรุปออกมาว่าลูกความฝั่งเขาที่เป็นจำเลยในคดีนี้ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ทำให้หลังปิดคดีเขาต้องเข้าประชุมร่วมกันภายในฝ่าย

แต่การจราจรที่ยังติดขัดอยู่ในตอนนี้ทำให้ดลรวีเดือดเนื้อร้อนใจ เขามีนัดทานข้าวเย็นกับเพื่อนสนิทที่นัดกันไว้ตั้งแต่สี่โมงครึ่ง และตอนนี้เขาสายมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ป่านนี้คนที่รอเขาอยู่คงกำลังหัวร้อนพร้อมที่จะเดือดใส่เขาทันทีเมื่อไปถึง

‘อยู่ไหน ทำไมพึ่งรับโทรศัพท์’ เขากดรับสายของเพื่อนสนิทที่โทรเข้ามาอีกครั้งเป็นสายที่สิบเอ็ด ปลายสายก็เอ่ยบอกแกมบ่มดั่งเช่นทุกครั้ง

“แฮะ ๆ บนแท็กซี่” ดลรวีหัวเราะพร้อมตอบกลับไปเสียงเบา ฟังจากน้ำเสียงปลายสายคงกำลังโมโหมากเป็นแน่

‘ทำไมถึงมาช้า แล้วโทรศัพท์มีไว้ปาหัวแมวหรือไง’

“...” นั่นไง เสียงแข็งของเพื่อนสนิทบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัวได้เป็นอย่างดี

‘ไม่ต้องมาทำเงียบ ถ่ายทะเบียนแท็กซี่ส่งมาด้วย’

“ลืมเลยอะ...” ดลรวีเหลือบมองไปยังประตูหลังฝั่งขวาของรถแท็กซี่ พบป้ายข้อมูลที่ปลายสายต้องการติดอยู่

‘นายช่วยทำให้มันเป็นกิจวัตรประจำวันหน่อยได้ไหม แค่ถ่ายทะเบียนแท็กซี่ยังต้องให้คอยบอกคอยเตือนเกือบทุกครั้-’

“จ้า ๆ” เขาตอบกลับไปพร้อมกดตัดสายก่อนที่เพื่อนสนิทจะพูดจบ กดถ่ายรูปเลขทะเบียนและข้อมูลของคนขับแท็กซี่ส่งไปให้อีกฝ่ายก่อนที่เขาจะโดนโทรตามมาบ่นเป็นรอบที่สอง

“คุณน้าครับ ช่วยเลี้ยวซ้ายและจอดตรงร้านข้างหน้าเลยครับ” รถเคลื่อนตัวมาจอดยังหน้าร้อนพอดิบพอดี ดลรวีจ่ายเงินและรีบก้าวเข้าไปในร้าน เป้าหมายคือโต๊ะที่พวกเขาเลือกนั่งอยู่ประจำ

คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเงยหน้าขึ้นมามองผู้มาใหม่พร้อมสายตาค้อนอย่างเอือมระอา ‘ภคิน’ เป็นชายร่างสูงโปร่งเพื่อนตำรวจคนสนิทของดลรวี ผิวที่คร้ามแดดกว่าเขาเล็กน้อยเพราะออกไปวิ่งเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก และวันนี้ชายหนุ่มยังแต่งกายสุภาพด้วยสูทสีดำเช่นเดียวกันกับเขา

“มีอะไรจะพูดไหมเปรี้ยว” เปรี้ยวเป็นฉายาที่ภคินมักใช้เรียกดลรวีแทนชื่อเล่น เขาได้ฉายานี้มาตั้งแต่ชั้นประถม อีกคนถึงได้เรียกกันจนชินปาก

ดลรวียิ้มตอบ อาหารถูกเสริฟเรียบร้อยจนแน่นโต๊ะอีกฝ่ายคงสั่งระหว่างที่โทรมาหาเขาสายล่าสุด สังเกตจากควันที่ยังคงลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศเขากำลังชั่งใจว่าควรจะบอกเรื่องไหนให้คนตรงหน้าฟังก่อนดี

“ขอโทษนะหมวด วันนี้พึ่งปิดคดีไปเลยต้องอยู่ประชุมน่ะ” เลือกบอกความจริงที่ทำให้เขามาสายก่อนอันดับแรก ส่วนเรื่องที่เขาลืมติดต่อมาบอกอีกคนว่าเลิกช้าจะเก็บเอาไว้บอกหลังอาหารมื้อนี้แล้วกัน

“แล้วทำไมไม่โทรหรือส่งข้อความมาบอกก่อน นึกว่าเป็-”

“ฟังก่อน ๆ อย่าพึ่งบ่นสิ” ดลรวีเอ่ยขึ้นขัดก่อนที่อีกคนจะพูดจบประโยค ถ้าเขาโดนบ่นตั้งแต่ตอนนี้รับรองว่าไม่ได้ทานอาหารตรงหน้าก่อนพอดี

“แค่เป็นห่วง ทำไมต้องขัดก่อนฉันพูดจบทุกที” ภคินขมวดคิ้ว

“ก็นายกำลังจะบ่น กินข้าวก่อนเนอะ เนอะ ค่อยบ่นทีหลัง” ชายหนุ่มเอ่ยบอกเพื่อนสนิทให้รีบจัดการอาหารตรงหน้าก่อนที่จะเย็นชืดและเสียรสชาติ

“ยังไงคืนนี้ก็ไปนอนบ้านนายอยู่แล้ว นายมีเวลาอธิบายให้ฉันฟังทั้งคืน”

“ว่างเหรอ? พี่นายบอกว่านายไม่กลับมานอนบ้านเกือบสองเดือนแล้ว” ดลรวีเอ่ยถามด้วยความสงสัย ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้เจอกับภคินเลยเพราะอีกผ่ายงานยุ่ง กอปรกับตัวเขาเองก็อยู่ในช่วงปรับตัวกับที่ทำงานและติดคดีใหม่อยู่เราจึงติดต่อผ่านข้อความกันบ้างเป็นครั้งคราว

“อืม...ช่วงนั้นงานยุ่งน่ะ นอนแต่บนรถจนปวดหลังไปหมด” ภคินเอ่ยบอกพร้อมขยับกายคลายอาการปวดหลังที่ต้องเผชิญมาตลอดสองเดือนให้อีกคนรับรู้

“แล้วช่วงนี้งานไม่ยุ่งแล้วหรือหมวด ทำไมวันนี้นัดกินข้าวข้างนอกได้ล่ะ”

“ไม่เป็นหมวดแล้ว...วันนี้เป็นผู้กอง” ภคินพูดพลางยิ้มขำ

“เหมือง! นายได้เป็นผู้กองแล้วจริงเหรอ!?”

“เปรี้ยว! อย่าตะโกน” เหมือง หรือภคินเอ่ยปรามอีกคนที่ชอบตื่นเต้นและเล่นใหญ่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม

“ฮ่า ๆ ดีใจแทนนายไปหน่อย” ดลรวียิ้มกริ่มจนเต็มแก้ม ก็เพื่อนสนิทของเขาน่ะสิได้เลื่อนขั้นเป็นผู้กองก่อนอายุจะขึ้นเลขสาม เขาอดดีใจไปกับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของภคินไม่ได้

“ดีใจออกนอกหน้าเหมือนได้เลื่อนขั้นเองเลยนะ” ภคินอมยิ้มในความขี้เล่นของเพื่อนคนนี้ที่ยังคงสดใสเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

ไม่ว่าเมื่อไหร่ดลรวียังคงอยู่ข้างเขาทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต เราต่างก็เป็นครอบครัวให้กันและกันเสมอมา

“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง” ไหน ๆ วันนี้เพื่อนสนิทของเขาได้เลื่อนขั้นสักที วันนี้เขาจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงอีกคนให้อิ่มจนต้องกลิ้งกลับบ้านเลยคอยดู!

“เก็บตังไว้ซื้อช็อกโกแลตกินเถอะ กินเข้าไปพวกของที่น้ำตาลสูงน่ะ” ว่าจบก็ขยี้หัวของคนกระเป๋าหนักแล้วจึงลงมือจัดการอาหารตรงหน้าทันที

 

 

หลังจากพวกเขากลับถึงบ้านโดยรถยนต์ของภคิน การจราจรช่วงสองทุ่มค่อนข้างลื่นไหลทำให้ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่นาน อีกทั้งบ้านของพวกเขายังอยู่ห่างกันแค่เขตรั้วที่กั้นไว้ จึงไม่เป็นปัญหาในการเดินทางไปมาระหว่างสองบ้าน

“จะกลับไปอาบน้ำบ้านหรืออาบที่นี่” ดลรวีเอ่ยถามพร้อมดันประตูรั้วให้เลื่อนเปิด

“เดี๋ยวกลับไปอาบที่บ้าน” ภคินเอ่ยบอกพร้อมอาสาปิดประตูรั้วให้ เจ้าของบ้านจึงขานรับในลำคอ

หลังจากแยกย้ายไปอาบน้ำ ดลรวีที่เดิมเป็นคนอาบน้ำเร็วแล้วอยู่แล้ว จึงมานั่งกดโทรศัพท์ตอบข้อความของเพื่อน ๆ รออีกคนกลับมา หลังจากที่ได้ลงรูปแสดงความยินดีกับภคินไว้ในอินสตาแกรม ทั้งเพื่อนสมัยประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยต่างก็ทยอยส่งข้อความมาร่วมแสดงความยินดีอย่างไม่ขาดสาย

“ทำอะไรอยู่” เสียงของภคินดังขึ้นหลังจากที่ปิดประตูบ้าน

“นี่...ดูสิ มีคนมาแสดงความยินดีกับนายเต็มเลย” ดลรวีเอ่ยขึ้นหลังจากที่อีกคนเดินมานั่งข้างกัน ขยับโทรศัพท์ให้คนข้างกันได้ดูด้วย

เปรี้ยว!!! แฟนฉันได้เป็นผู้กองแล้วเหรอนี่ฉันจะมีแฟนเป็นผู้กองแล้วเหรอเนี่ย!?

“ฮ่า ๆ ข้อความจากบรีสน่ะ หมอนั่นยังคลั่งนายเหมือนเดิมเลยนะ” บรีส หรือบารมี เป็นเพื่อนร่วมคณะนิติศาสตร์สมัยพวกเขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังชื่นชมในความเก่งของภคินจึงตั้งตัวขึ้นเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่ง

“ทำไมไม่ใส่เสื้อ ไม่หนาวหรือยังไง”

“ร้อน” เหงื่อที่ซึมบริเวณกรอบหน้าบ่งบอกว่าชายหนุ่มร้อนจริงอย่างที่พูด จากเดิมที่เป็นคนขี้ร้อนอยู่แล้ว แม้ตอนนี้คนขี้ร้อนจะพึ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ก็ตาม

“เดี๋ยว...นายไปสักมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ดลรวีก้มลงพิจารณารอยสักรูปนกบริเวณหัวไหล่ขวาของคนตรงหน้าที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน

“...” ภคินเบี่ยงตัวหลบมือของอีกคนที่ยื่นมาจับแขนไว้

“สักตรงนี้จะไม่เป็นไรเหรอ แล้วนี่นกอะไร” ดลรวีขมวดคิ้วพลางมองลายเส้นสีดำบนต้นแขนของเพื่อนสนิท

“อีกาน่ะ” มือที่กำลังกดโทรศัพท์ชะงัก เขาเอ่ยตอบพลางลูบไหล่ขวาของตัวเองไปด้วย "คดีวันนี้เป็นไงบ้าง" ภคินถามกลับ

"เกือบจับแพะ ดูยังไงมันก็ไม่สมเหตุสมผลที่ลูกความของฉันจะเป็นฆาตกร" ดลรวีว่าพลางขบคิด "นายคิดดูนะผู้กอง คนร้ายจะใช้ชีวิตเหมือนปกติโดยที่ไม่ระวังตัวได้อย่างสบายใจขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วไหนจะพลเมืองดีที่โทรมาแจ้งเบาะแสของคนร้ายอีก เขารู้ได้ไงว่าใครเป็นฆาตกร"

จริงอย่างที่ดลรวีว่า หลักฐานทุกอย่างดันลงตัวเหมือนกับจับวางตัวคนร้ายไว้แล้ว

"นายเคยได้ยินคดีนี้ไหม คดีฆาตกรรมเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์น่ะ"

ภคินขมวดคิ้ว "นายจะเป็นทนายหรือตำรวจสืบสวนฮึ ทำเท่าที่มันยังอยู่ในขอบเขตของนายก็พอน่า"

"ก็มันข้องใจนี่นา" ชายหนุ่มเข้าใจแต่ยังไม่คลายข้อสงสัย “นายได้ยินเรื่องนี้มาบ้างไหม”

ภคินผลักหัวของเพื่อนสนิทเบา ๆ “ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะ คดีส่วนของนายตอนนี้มันจบแล้วก็แล้วไป”

“นายก็เป็นตำรวจ...” ดลรวีบ่นอุบ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนข้าง ๆ

"แค่นายช่วยไม่ให้ศาลลงโทษผิดคนก็พอแล้ว” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

“แต่วันนี้ฝ่ายฉันก็ปร-”

“เก่งมาก" ชายหนุ่มขัดขึ้นอีกครั้งพลางลูบหัวคนขี้สงสัย

“อื้ม...ฉันน่ะเก่งอยู่แล้ว” ดลรวียิ้มทำให้คนชมยิ้มตาม

“แล้วนี่คุยกับใครอยู๋”

“น้องเข็มหมุดน่ะ น้องชมนายว่าเท่ด้วยนะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความชื่นชม

ถ้าบารมีเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของภคิน อินทัชก็คงเป็นแฟนคลับเบอร์สอง เพื่อนสนิทของเขาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมรับเพื่อนใหม่ กิจกรรมค่ายสานสัมพันธ์ ชายหนุ่มจะลงสมัครเป็นพี่เลี้ยงค่ายเสมอ อีกทั้งยังพ่วงตำแหน่งประธานชมรมค่ายสร้าง ภคินจึงเป็นที่รู้จักของเหล่าอาจารย์และรุ่นพี่รุ่นน้องทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย

ถ้าภคินลงสมัครเลือกตั้งคงชนะได้ไม่ยาก เพราะมีฐานเสียงมากมายขนาดนี้

ยิ้มให้กับความมีมนุษยสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทจนเสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้น

“ผู้กอง มีคนโทรมา” ดลรวีสะกิดอีกคนที่นั่งเหม่อ

“ขึ้นไปนอนก่อนเลยเปรี้ยว ขอไปคุยโทรศัพท์ก่อน” เอ่ยบอกเพื่อนสนิท พร้อมเดินออกมายังบริเวณสวนหลังบ้าน

"ฮัลโหล"

‘เหยื่อเป็นยังไงบ้างครับผู้กอง’

“ปลอดภัยดี” โทรศัพท์ถูกกดตัดสายไปสักพักแล้ว ภคินมองแสงไฟจากหน้าจอที่พึ่งดับไป เขากำลังคิดอย่างหนักเกี่ยวกับคดีใหม่ที่พึ่งได้รับมา

 

 

#RavenTattooks

 

 

สวัสดีค่ะ เรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนและบรรยายเรื่องแรกของเราเลยนะคะ ดังนั้นภาษาอาจจะตึงหรือแปลก ๆ ไปบ้าง สามารถคอมเม้นแนะนำทั้งเรื่องของภาษา การใช้คำรวมถึงเนื้อเรื่องได้เลยนะคะ หรือคอมเม้นติดแท็กผ่าน #RavenTattooks ได้นะคะ

เราเลือกแต่ง kaisoo ให้เป็นไทยเวอร์ชั่นเพราะน่าจะถนัดสุดค่ะ เรายังบรรยายไม่เก่งเรื่องจึงอาจจะจบใน 10-15 ตอนนะคะ แฮะ ๆเรื่องนี้ตัวละครค่อนข้างเยอะ ซึ่งเราดึงตัวละครมาจาก #น้องเข็มหมุด จอยแชทจากจอยลดาถ้าใครไม่เคยอ่านก็สามารถอ่านได้เลยค่ะฝากงานเขียนเรื่องแรกด้วยนะคะ หวังว่าพวกคุณจะชอบ ขอบคุณที่แวะผ่านมาค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น