ผจญภัยเมืองต้องมนตร์ กับสมบัติผู้สาบสูญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 173 Views

  • 1 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10

    Overall
    173

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 แตกต่างแต่ไม่แตกแยก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

ณ.ตึกเอ
มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่สอบผ่านทั้งสิ้น นั่งรวมรออยู่ พูดคุย ทำความรู้จักกัน ถามเกี่ยวกับการทดสอบ การเดินทาง ต่างๆ นาๆ ผู้หญิงบางคนก็จ้องมองผมกับบาร์รอน แล้วซุบซิบหัวเราะคกคัก
ผมจึงได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ ได้ข้อสรุปแบบรวมๆว่า
"เป็นโรงเรียนกินนอน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะอาชีพไหน ธาตุเผ่าพันธุ์ไหน ก็เทียบเท่ากันหมดตามปีการศึกษา การเรียกนักเรียนแต่ละปีการศึกษาจะแตกต่างกันออกไป เพราะถือว่าเด็กที่นี้มีความพิเศษ เป็นที่ต้องการในหน่วยงานต่างๆ เพราะการเรียนการสอนทั้งสายโจมตี สายป้องกัน สายสนับสนุน "
ทีแรกหลังจากสอบเสร็จผมก็กังวลอยู่ว่า ได้เรียน ไหนจะค่าที่พัก ค่ากิน ที่นอนอีก แต่พอได้ข้อมูลแล้วก็สบายใจขึ้น
"นักเรียนยินดีต้อนรับนักเรียน เงียบและฟังทางนี้" เสียงกรรมการตัวเล็กหน้าคมหุ่นดีพูดขึ้น
"ให้นักเรียนถือไข่มุกคนละ 1 อัน หลังจากนั่นเดินผ่านประตูทีละคนเพื่อตรวจสอบเผ่าพันธุ์ ชาติกำเนิด ใช้มือจับบริเวณขอบอ่างน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ แล้วเดินตามทางออกมา เพื่อที่จะได้แยกเข้าหอ เข้าที่พัก ขอให้โชคดีทุกคน"
มุกสีขาววางอยู่บนมือในทุกๆคน ผมได้แต่คิด 'ผมไม่ใช่คนที่นี้ งั้นผมเผ่าอะไรหล่ะ?' ผมเก็บความสงสัยแล้วเดินเข้าในประตูเก่าๆ มีลวดลายสวยงามสีขาวประดับด้วยอัญมณีสี่สี คือ ทับทิม, มรกต, บุษราคัมและแซฟไฟร์
พอเข้าไปถึงข้างใน มีเสาทั้งหมด หก เสา คือ เสาสีดำ เสาสีแดง เสาสีน้ำเงิน เสาสีเหลือง เสาสีเขียว และเสาสีขาวตามลำดับ มีรูปปั้นผู้ชาย ผู้หญิงทุกวัย ได้ยินเสียงผู้ชาย ผู้หญิงมีอายุพูดคุยกันดังไปหมด
จนถึงอ่างน้ำพุมีสีขาว บนสุดมีลูกแก้วสีขาวนวลส่องสว่าง เหมือนแสงพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ น้ำตกที่ไหลออกมาตามน้ำพุ สีฟ้าน้ำทะเล มีสายลมเย็นๆพัดผ่าน มีดอกไม้หญ้าอยู่รอบๆน้ำพุ มีแสงสีแดงส่องผ่าน ลูกแก้วสีขาวจับใจความได้คร่าวๆว่า 'ผู้ถูกเลือกกลับมาแล้ว ผู้ถูกเลือกเผ่าจันทรา จะมาเปลี่ยนแปลง' ผมงงกับประโยคที่ได้ยินมากผมรีบแตะขอบอ่าง
หลังจากนั่นผมได้ยินเสียงกรรมการเรียกให้เดินออกมาจากประตู ผ่านอิฐแดงใหญ่ พร้อมทั้งได้ยินเสียงดังว่า "ลูเซียโน่ เพศชาย เผ่าจันทรา" ผมไม่สนใจกับสิ่งที่ได้ยิน แล้วผมก็เดินออกมาจากห้อง ไปรวมกับคนอื่นๆ ที่ห้องอาหาร
ห้องอาหารของโรงเรียน เป็นโต๊ะยาว ทำจากไม้โอ๊ก แบ่งออกเป็นสี่ตัว บนผนังมีรูปภาพเยอะไปหมด บนเพดานมีธงสีเทาปักชื่อโรงเรียนอยู่ ผนังมีโคมไฟจุดอยู่ บนโต๊ะมีอาหารที่มากกว่านักเรียนจะกินได้ ในตอนแรกผมคิดว่าโรงเรียนประจำจะต้องกินข้าวแบบอาหารจานเดียว กับข้าว รสชาติ ขนาดที่ได้ตามใจอารมณ์แม่ครัว แต่นี้ผิดจากที่คิดไว้เยอะ

หลังจากรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว กรรมการคนเดิมก็ออกมา
"โรงเรียนเวทมนตร์ซายเอนเทียร์ยินดีต้อนรับอีกครั้ง ที่ผ่านมา นักเรียนทุกคนล้วนได้ทราบแล้วว่าเผ่าพันธุ์ประจำธาตุของตนเป็นอย่างไร เพื่อช่วยในการต่อยอด และทางโรงเรียนจะแบ่งนักเรียนออกเป็น สองกลุ่มใหญ่ คือ สายโจมตี สายป้องกัน/สายสนับสนุน บางวิชาอาจเรียนร่วมกัน อาจเรียนคละกันไป ตามในแต่ละอาวุธ ที่เราเลือกทดสอบตั้งแต่แรกที่เข้าเรียน ไม่อนุญาตให้นำอาวุธนอกเหนือจากที่เรียนมาใช้ ยกเว้นในกรณีที่เป็นอาวุธตกทอด ส่วนหอนอนแบ่งออกเป็นสี่หอคือทับทิม, มรกต, บุษราคัมและแซฟไฟร์ ตามสีมุกที่ถือออกมา มุกไม่สามารถเปลี่ยนกับผู้อื่นได้ ข้างของเครื่องใช้ที่จำเป็น อยู่หอพักแล้ว เอาหล่ะ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แยกย้าย แต่ก่อนแยกย้ายจะฝากไว้ว่า ขอให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน โชคดี"
ผมมองไข่มุกในมือ เป็นสีเหลือง
บาร์รอนก็มองไข่มุกในมือที่มีสีแดง
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้อยู่ร่วมกัน แต่เรียนอาจเจอกัน"

ผมกับบาร์รอนเดินไปพร้อมๆกันในอาคารที่พัก จนถึงทางแยกกันตามหอพักของแต่ละหอ ผมข้ามมาจะจนถึงสะพานเชื่อมเข้าหอพัก บรรยากาศเย็นเฉียบ มีแสงจันทร์ส่องผ่าน พอให้เห็นทางบ้าง ผมพบประตูสลักบานหนึ่งเป็นประตูไม้ใหญ่ บนประตูเขียนว่า บุษราคัม หน้าประตูมีรูปนกการเวกอยู่ ผมกับเพื่อนๆทั้งผู้ชายและหญิง จำนวน 25 คน ยืนหน้าตู พยายามจะเปิดเข้าไป แต่ทำไม่ได้ ทั้งง่วง ทั้วเหนื่อย พวกเราจึงเริ่มๆบ่นกันแล้ว ทั้งง่วง ทั้งเพลีย
ผู้หญิงคนหนึ่ง ตัวเล็กใส่แว่น ตาสีเขียว ชื่อเจนนิเฟอร์ จึงเสนอความคิดว่าการที่เราเปิดไม่ได้อาจเป็นบททดสอบของรุ่นพี่
"ลองคิดทบทวน ว่าก่อนเรามาถึงที่นี้ เราไปเจออะไร" เจนนิเฟอร์พูด
ผู้ชายอีกคน นัยตาสีม่วง ท่าทางดูกวนๆ ก็ตอบกลับไปว่า "ทดสอบไงยายแว่น กินเยอะจนลืมเหรอ"
เจนนิเฟอร์ได้ยินดังนั่น จึงเอาหนังสือไล่ตบหัวและวิ่งไล่ สร้างความสนุกสนานให้กับทุกคน ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานผมจึงลองทบทวนในสิ่งที่เจนนิเฟอร์พูด
"ทำไมกรรมการคนนั่นบอกว่ามุกเปลี่ยนไม่ได้ งั้นก็แปลว่า มุกเนี่ยแหละ คือกุญแจของเรา"
หลังจากนั่น มุกสีเหลืองของพวกเรา จึงเปลี่ยนไปลูกกุญแจ เขาไขเข้าในตัวอาคารได้ในที่สุด
แกร๊ก!!!
ข้างในทั้งมืดจนมองไม่เห็น แต่ทุกคนล้วนจับมือกันอย่างพร้อมเพียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขาระแวงจนแทบก้าวเท้าไม่ออก เหมือนมีคนดึงกันต่อๆ จนล้มไปพร้อมกันเข้าไป จากปากอุโมงค์ที่มืด สู่โถงเพดานสูงใหญ่ อากาศปลอดโปร่งขึ้น อบอุ่นกว่าข้างนอก แสงสว่างจากตะเกียงระยิบระยับ และคบไฟ มีเตาผิงเหนือขึ้นไปบนเตาผิงมีรูปนกการเวก สวยเด่นเป็นสง่า มีเก้าอี้โซฟานิ่มๆสีเหลืองเข้ม ชั้นวางหนังสือสูงจนเต็มผนังจำนวนมาก เพดานมีลวดลายรูปนกสีเหลืองบินเต็มไปหมด
ป้ายที่เขียนว่า ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ บุษราคัมยิ่งใหญ่ สดใส สร้างสรรค์
มีรุ่นพี่สองคน เป็นผู้ชายชื่อ "พี่ลุค กับผู้หญิงชื่อ "พี่ไลล่า" เป็นประธานหอชั้นปี โดยที่นี้ให้ชั้นการศึกษาที่ 3 ทำหน้าที่ ให้จึงพาแนะนำสถานที่ และพาเข้าห้องพัก โดยให้แบ่งออกเป็นชายและหญิง
ด้านซ้ายของโถ่งรวมจะเป็นหอหญิง เพื่อนๆผู้หญิงจึงตามพี่ไลล่าไป
ส่วนผู้ชายรอพี่ลุค พี่ลุคจึงแนะนำตัว
"ฉันชื่อลุค ประธานหอปีนี้ กำลังศึกษาปีที่ 3" ยิ้ม ทักทาย
"ด้านขวาของโถ่งรวมจะเป็นหอชายทั้งหมด เดินไปทางบรรไดวนขึ้นและลง จะแบ่งออกเป็นสี่ชั้น
ปีหนึ่งลงวนทางขวา ไปชั้นล่างสุด ถ้ามีปัญหาอะไร สามารถติดต่อผมได้ ที่ชั้นปีที่สาม พี่ขออะไรมาก ขออย่าทำผิดกฎ เพราพพวกเรากำลังดูคุณอยู่ ห้องพักหนึ่งห้องพักสองคน ชื่อตามป้ายที่ติดอยู่ข้างหน้า หวังว่าจะไม่มีปัญหา รับทราบไหม"พี่ลุคพูด
"ทราบ"พวกปีหนึ่งผู้ชายขานรับ ผมคิดถึงเรียนลูกเสือ เรียนนักศึกษาวิชาทหารทำนองนั่นเลย
"งั้นแยกย้ายกันพักผ่อนตามสบาย ราตรีสวัสดิ์" พี่ลุคพูด
ทุกคนเงียบกริบ มองหน้ากันแล้วยิ้ม ก่อนจะร้องดีใจ วิ่งตามหาห้องพัก ผมเดินมาผ่านไปเรื่อยๆ
'ทำไมไม่มีชื่อเราว่ะ' ได้แต่บนในใจ จนถึงห้องสุด
"ลูเซียโน่ และ เซบาสเตียน"
ผมผลักประตูเข้าสำรวจห้องไม่พบใครอยู่นอกจากเค้า ห้องพักสีขาวแถบเหลืองกว้างขวางน่าอยู่ มีตู้เสื้อผ้าสองตู้มีเสื้อผ้า เตียงสองเตียง โต๊ะหนังสือสองตัว มีหน้าต่างกับม่าน ผมเลือกส่วนในสุด แล้วถอดเสื้อออก
"เจ้าชื่อลูเซียโน่สินะ ข้าชื่อเซบาสเตียน ยินดีที่ได้รู้จัก" ผู้ชาย นัยตาสีม่วง ที่ท่าทางกวนๆ ผู้หญิงใส่แว่นคนนั่น
"ใช่ ยินดีที่ได้รู้จัก" ผมตอบ
"นายแต่งตัวแปลกดี ทั้งกางเกงอีก ไม่ใช่ผ้าฝ้าย ไม่ใช่ผ้าหนังสัตว์" เซบาสเตียนพูดพร้อมกับมาจับกางเกงผม
"กางเกงยีนส์ไง"ผมตอบ
"คือผ้าอะไรเหรอไม่รู้จัก"เซบาสเตียนพูด
ผมเพลียพร้อมที่จะนอน
"เจ้าไม่คิดจะเปลี่ยนชุดก่อนเหรอ"เซบาสเตียนพูด
"ผมไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนครับ"ผมตอบ
"ข้าเข้าใจ คนจรอย่างเรามันไม่มีจุดหมายหรอก โชคดีที่โรงเรียนมีทุกอย่างให้ เห็นแก่ความเป็นคนจรเหมือนกัน ข้าจะแบ่งให้เจ้าแล้วกัน" เซบาสเตียนพูดพร้อมกับเอาชุดมาให้ผมสามชุด
"เจ้าเรียนอาวุธอะไรเหรอ?"เซบาสเตียนถาม
"คฑา แล้วเจ้าหล่ะ"ผมถามกลับ
"ข้าเรียนธนู เผ่าสายลมส่วนใหญ่เราเรียนธนู เพราะเราสามารถควบคุมพลังธาตุได้ดี"เซบาสเตียนตอบ
จากนั่นแยกย้ายทำภารกิจส่วนตัว และเข้านอนในที่สุด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น