ผจญภัยเมืองต้องมนตร์ กับสมบัติผู้สาบสูญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 173 Views

  • 1 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10

    Overall
    173

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 การเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

ไม่รู้ผ่านไปนานขนาดไหน ผมรู้สึกตัว ผมเริ่มตั้งสติว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะภาพที่เห็นอยู่นี้ รอบๆตัวมีแสงอาทิตย์ส่องผ่านต้นไม้ใหญ่จนแสบตา ความร่มรื่น อากาศบริสุทธิ์ จากต้นไม้ใหญ่ที่เขาพิงอยู่ ลมหายใจที่ไร้มลพิษรู้สึกสดชื่น ข้างทางซ้ายมีถนนกรวดไร้ผู้คน ไร้รถ ข้างถนนมีทุ่งนาและแปลงผักยาวสุดลูกหูลูกตา ด้านหลังมีป่ารกทึก พุ้มไม้ ต้นไม้สูง มองไกลๆ เห็นบ้านหลังเล็กๆแถวๆเนิน ติดริมน้ำประปราย

"ที่นี่ที่ไหนกัน" ขณะที่ผมมองไปรอบๆ แบบมึนงง

และผมก็ต้องตกใจ มีคนสวมฮูดยาวสีดำ ไม่ทราบเพศมาสามคน พยายามแย่งแหวนจากผม ได้ยินเสียงบ่นว่า

"ธำมรงค์สี่ธาตุที่หายสาบสูญ สุดท้ายฉันก็เจอแล้ว"

ผมงงอย่างมา ทำอะไรไม่ถูก จึงได้พยายามวิ่งหนี

ขณะที่กำลังวิ่งหนีอยู่ มีลูกดอกสีเงินขาว พุ่งตรงมาทางนิ้วผม เกิดเป็นแสงสีสี่ คือสีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว และสีเหลือง ถูกลอมรอบด้วยแสงสีขาว และกระจายออกไปเป็นสี่ทิศ ท้องฟ้า กลายเป็นแสงสีขาว ตามด้วยแสงเหนือ ตอนนั่นเองผมได้สังเกตุแหวนที่ผมใส่เป็นแหวนสีขาวเงิน ที่ถูกถอดอัญมณีไป

ชายสวมฮูดเห็นดังนั่น จึงขึ้นขี่หมาป่าสีดำตัวใหญ่ หนีเข้าไปป่าลึก

ผมจึงวิ่งตามไป เข้าไป ในป่าลึก จนถึงสุดทางของอีกฟากป่า ซึ่งเป็นหน้าผา ผมได้แค่หายใจหอบ

"เราอยู่ที่ไหนกันแน่" ได้แต่บ่นอยู่เงียบๆ

ในขณะที่ผมกำลังก้มมองไปยังหน้าผานั่น ผมต้องตกใจอีกครั้ง เพราะเจอสัตว์ที่มีใบหน้าและทรวงอกของหญิงสาว ท่อนล่างเป็นสิงโตและมีปีกแบบนกอินทรี บินลงมาหน้าเค้าถึงสี่ตัว ที่ข้างหลังประกอบเหมือนรถม้า เด็กผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่าง สูงโปร่ง เดินเข้ามาแนะนำตัวอย่างสุขภาพ

"ต้องขออภัยที่ทำให้เจ้าตกใจกับสัตว์เลี้ยงข้า สงสัยสฟิงซ์เหล่านี้ คิดว่าเจ้าเป็นอาหารแน่"

"...." ผมไม่ตอบ ได้แต่เงยหน้า ทำท่าตกใจ ทำไมมีสฟิงซ์ ไหนจะหมาป่าสีดำตัวใหญ่ ไหนจะมีชายแปลกหน้าอีก ที่นี่ที่ไหนกัน เขาอ่อนเพลีย แต่ก็ได้สงสัยว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน จำได้เสียงแม่ดังแว่วให้กลับบ้าน หมอกสีขาวโพลน และพยายามคิดแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดอะไรไม่ออก

"เจ้าเป็นใบรึ ข้าชื่อบาร์รอน" เด็กหนุ่มแนะนำตัวขณะสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เอ่อ..." ผมได้แต่พูดเบาๆ

น่าสับสนไปหมด เด็กหนุ่มข้างหน้าแต่งตัวประหลาด ความสูงพอๆกับเขา นัยตาสีแดงเพลิง ท่าทางขี้เล่นแต่สุขุม แต่งกายโดยใส่หนังสีดำมันวาว มีดาบปลายยาว ด้ามจับสีแดง ด้านหลังเป็นสฟิงซ์ตัวใหญ่ มีผู้ชายวัยกลางคนนัยตาสีแดง ถือบังเหียนควบคุมสฟิงซ์อยู่

"สฟิงซ์ของท่านตัวใหญ่มาก..."ผมได้แต่ถาม เด็กหนุ่มดูเหมือนไม่สนใจ

"คนอะไรแต่งตัวประหลาด" บาร์รอนได้แต่ถาม

ผมได้แต่คิดว่าผมแต่งตัวประหลาด รึหมอนี้ประหลาด ใส่แบบนี้ไม่ร้อนเหรอ แต่ในขณะที่ผมกำลังคิด บาร์รอนก็พูดอีกว่า

"เด็กอายุเท่านี้กำลังเดินทาง น่าจะมีจุดหมายเดียวกันละนะ" พร้อมพูดแล้วยิ้ม

แล้วเด็กชายก็เชื้อเชิญขึ้นไปบนรถม้า ในขณะที่กำลังขึ้นรถม้าไป เขายังงงอยู่ว่าสฟิงซ์ตัวเป็นๆ จะมีอยู่จริงได้ยังไง สงสัยเขาคงเพลีย แค่ฝันไปเอง หรือเป็นเพราะหมอกทำให้จินตนาการไปต่างๆเอง เดี๋ยวแม่ก็คงมาเรียก ผมได้แค่คิด

เมื่อขึ้นรถม้าเขานั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็พบว่า เขากำลังบินอยู่เหนือพื้น เขางงมาก

"เอ่อ...ท่านบอกได้ไหม เรากำลังจะไปไหนกันครับ" ลูเซียโน่ได้แต่ถาม

"ซายเอนเทียร์" บาร์รอนตอบสั้นๆ

"ซาย...เออ เอนเทียร์" ลูเซียโน่ถามอย่างสงสัย

'ไหนจะสัตว์ประหลาด ไหนจะสถานที่ชื่อไม่คุ้นหู ฝันบ้าอะไรทำไมเหมือนจิงจังเนี่ย' ผมได้แต่บ่นในใจ

"ใช่ ซายเอนเทียร์ โรงเรียนเวทมนตร์ซานเอนเทียร์ อยู่นครที่ราบลุ่มซานเอนเทียร์ไง นายกำลังจะไปเข้าทดสอบไม่ใช่เหรอ จะว่าไป นายชื่ออะไร?" บาร์รอนพูด

"ลูเซียโน่" ผมตอบทันที

"ทำไมเราต้องเข้าทดสอบหล่ะ" ผมถามด้วยความสงสัย

"เจ้าก็ถามแปลกจริง ตามกฎหมายของที่นี้แล้ว เด็กอายุ 14 ปี จะต้องเข้าเรียนเวทมนตร์ เพื่อดำเนินชีวิต หากไม่เข้าเรียนแล้วจนครบบรรลุนิติภาวะ จะกลายเป็นพวกเสมือนทาสจำพวกไร้เวทมนตร์ไปในที่สุดยังไง" บาร์รอนยิ้มให้ แล้วมองไปดูวิวนอกหน้าต่าง ทั้งเขาและผมต่างไม่พูดอะไร

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จากที่มึนงงคล้ายคนพึ่งตื่นนอนก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมา ผมเองพยายามทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น ตั้งแต่หลังจากได้รับโทรศัพย์จากแม่ จนเจอสัตว์ประหลาด เจอคนแปลกๆ ที่ใส่ฮูดยาว รวมไปถึงคนแปลกหน้า ที่ดึงตัวผมมาบนรถม้า ทุกอย่างดูประหลาด เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

'รึว่าเรากำลังฝันไป ?' ผมได้แต่นั่งคิดในใจ

จึงหยิกแก้มตัวเองเบาๆ

"โอ๊ย!!!" เจ็บจิง นี่มันไม่ใช่ฝันแล้ว สรุปอยู่ไหนกันแน่เนี่ย

ลูเซียโน่ ได้แต่นั่งคิดจนเผลอหลับไปในที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น