Fic CONAN l Woman like me [AMURO X OC]

ตอนที่ 1 : Woman Like Me l 0 :: ผู้ชายทิ้งไม่เป็นไรเพราะเรายังมีผู้ชายเป็นสต๊อก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

Woman Like Me l 0

:: ผู้ชายทิ้งไม่เป็นไรเพราะเรายังมีผู้ชายเป็นสต๊อก

 

 

“เราเลิกกันเถอะ” เมื่อคนตรงหน้ากล่าวขึ้นมาทุกอย่างก็ตกเข้าสู่ความเงียบอย่างมิได้นัดหมาย หญิงสาวที่นั่งเท้าคางนั้นถึงกับเลิกคิ้วและยืดตัวตรงมองคนตรงหน้าโดยทันที

 

“...ขอเหตุผล” ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเอ่ยขึ้นมาหลังจากตกอยู่ในความเงียบเพียงชั่วครู่ ดวงตาสีฟ้ามิ้นท์จ้องมองไปยังคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ผมสีดำทมิฬ ดวงตาสีเขียว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนคนตรงหน้าก็หล่อและดูดีไปหมดแม้แต่ท่าทางที่ดื่มกาแฟตอนนี้ก็ตาม 

 

“เธอน่าเบื่อเกินไป”

 

“เลิกโกหกเถอะ ชู ขอความจริงได้มั้ย” เธอถามคนตรงหน้าอีกครั้งและมองเข้าไปในดวงตาของคนตรงข้ามเพื่อจับพิรุธของเขาเหมือนทุกที แต่คำตอบที่แฟนของเธอให้ก็คงไม่พ้นเรื่องนั้นอยู่ดี

 

“ฉันลืมเธอคนนั้นไม่ได้” เมื่อได้คำตอบอีกครั้งหนึ่งนั้นทำให้เธอถึงกับวางแก้วตัวเองลงทันที 

 

คิดไว้ไม่มีผิด…

 

จะมีเหรอที่ผู้ชายคนนี้จะลืมผู้หญิงคนนั้นได้

 

เธอรู้จักกับผู้ชายคนนี้ดีเป็นไหน ๆ ตั้งแต่รู้จักกันเขาไม่เคยเลยที่จะมองเธออยู่ในสายตานอกจากคำว่า เพื่อน และการที่เขาและเธอนั้นตกลงคบกันเพียงเพราะเขาคิดว่าสามารถลืมผู้หญิงคนนั้นได้

 

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้จริง ๆ

 

ริทสึกิ…” ชายตรงหน้ายื่นมือเพื่อจะมาแต่เธอนั้นลุกขึ้นมาเสียก่อน เขาจะรู้มั้ยกว่าการที่เธอตามจีบเขาและกว่าได้เขาให้มาเป็นแฟนมันก็ยากเอาการเลยนะ ไหนจะโดนเพื่อนสนิทแย่งตัดหน้าไปเสียก่อน ยังไม่พอเขายังคบกับใครหน้าไหนก็ไม่รู้แย่งอีก แต่พอได้คบกันจริงๆมันไม่เหมือนอย่าที่เธอเคยวาดฝันไว้สักนิด

 

เธอคิดว่าเธอจะมีความสุขเมื่อได้คบกับผู้ชายคนนี้ ได้ไปเที่ยวด้วยกันเหมือนคู่รักปกติ ได้พูดคุยกันเหมือนคนทั่วไป แต่มันกลับไม่ใช่เลยแม้แต่นิด ทุกครั้งที่เขานัดเธอไปเดตมันจะต้องมีภารกิจแอบแฝงอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เจอหน้ากันและได้พูดคุยกันมันกลับกลายเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมหรือไม่ก็ขอความคิดเห็นเรื่องงาน 

 

จนในบางครั้งเธอก็อยากถามว่าเธอเป็นอะไรกับเขากันแน่ แฟน? เพื่อน? หรือ คู่หู?

 

ตอนนี้เธอเป็นอะไรในสายตาของผู้ชายคนนี้กันแน่นะ…

 

เอาสิ! ในเมื่อชายตรงหน้าบอกเลิกเธอ เธอก็จะยอมเลิกกับเขาก็ได้ เพราะเธอเองก็สุดจะทนกับผู้ชายคนนี้แล้วเหมือกัน

 

“เคงั้นเราเลิกกันเถอะ” ว่าแล้วเธอก็วางเงินบนโต๊ะและเดินออกจากร้านไปปล่อยให้แฟนไม่สิ… อดีตแฟนเก่า ของเธอนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างโดดเดียว

 

ก็ในเมื่อเธอพยายามทำให้เขาเห็นค่าของเธอมาหลายต่อหลายครั้งแล้วแต่เขากลับมองไม่เห็นค่าของเธอ เธอจะทนอยู่กับผู้ชายที่มองไม่เห็นค่าของเธอต่อไปทำไม เธอยอมไปหาผู้ชายคนใหม่ที่เห็นค่าของเธอซะดีกว่า

 

เมื่อเดินออกมาไกลมากพอสมควรแล้วหญิงสาวนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมา เธอใช้นิ้วเรียวยาวเลื่อนไปรายชื่อไปมาก่อนจะหยุดกับรายชื่อตัวหนึ่ง

 

Kizena C.

 

“ว่าไงคะเพื่อน พาแรดหน่อยเหงา” เธอเอ่ยชวนคนปลายสายทันทีที่เพื่อนของเธอรับสายและยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย

 

‘แรดอะไร แรดที่ไหน’

 

“ผับป่ะ ไปมั้ย”

 

‘อือ ไปๆ2ทุ่มเจอกันได้ม่ะ ที่เดิมเหมือนทุกทีอ่ะ’

 

“แอ้วผู้อยู่เหรอถึงเจอเพื่อนไม่ได้ตอนนี้” เมื่อได้ยินเวลาและสถานที่นัดจากอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน และแซวเพื่อนสาวของตนเอง

 

‘อุ้ย ก็ไม่รู้สินะแต่ผู้ตอนนี้หล่อมาก’ 

 

ถ้าเตะปากเพื่อนตอนนี้ผิดมั้ย…

 

“ระหว่างเพื่อนกับผู้ชายอะไรสำคัญกว่า” เธอถามคำถามที่ไม่ถามกับปลายสายขึ้นมา เพราะถึงแม้ว่าเธอจะถามเธอก็รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

 

‘ถามอะไรแปลกๆ ผู้ชายสิ’ ใช่ เพื่อนของเธอมักจะเลือกผู้ชายอยู่เสมอ

 

เพื่อนเลว

 

“น่าตบว่ะ เอาเถอะเจอกัน2ทุ่มนะแค่นี้นะบาย” เมื่อคุยกันเสร็จเธอจึงกดวางสายไปโดยไม่รีรออีกฝ่ายพูดอะไรออกมา

 

เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงไปซื้อชุดสวยๆดีกว่า

 

เธอคิดคนเดียวขึ้นมาภายในใจ และเดินไปยังข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

 

 

“ว่าไงเพื่อนคะ เธอเลิกกับชูแล้ว?”

 

“อ่าหะ เมื่อตอนเย็นนี้เอง”

 

“หูยยยรอบนี้สถิติเท่าไรจ๊ะ”

 

“3เดือน” 

 

“ก็นานอยู่นะ” เสียงบทสนทนาของหญิงสาวทั้งสองดังขึ้นจากมุมเล็กๆ แต่สายตาของชายทั้งร้านนั้นจับจ้องมองพวกเธอเป็นจุดเดียว ดวงตาสีฟ้ามิ้นท์ถอนหายใจขึ้นมาเบาๆก่อนจะยกเครื่องดื่มตรงหน้ากระดกขึ้นมาดื่มรัวๆ

 

“เฮ้ยๆ ไหวป่ะเธอดื่มแบบนั้นก็สำลักตายพอดีสิ” คิเซนะที่เห็นเพื่อนสาวของตนกระดกดื่มแบบนั้นถึงกับห้าม แต่ริทสึกินั้นปัดมือเพื่อนของตนพลางหัวเราะในลำคอ “ช่างมันสิหึ!”

 

“ฉันรู้นะว่าเธอพึ่งอกหักมาแต่เธอควรจะตัดใจกับเขาตั้งแต่เขาคบกับเพื่อนของเธอได้แล้วริทสึ”

 

“เหอะ! ใครว่า ฉันตัดใจกับชูมาตั้งนานแล้วตั้งแต่คบกับโจดี้ แต่พอชูมีปัญหาก็มาปรึกษาฉันตลอดจนไปคบกับผู้หญิงคนนั้น เวลาชูเดือดร้อนใครกันที่เป็นที่ปรึกษา ฉันไง...ไอ้บ้า!”

 

“ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับแล้วล่ะริทสึ รู้มั้ยว่าตอนนี้เธอเหมือน หมา เลยว่ะ” เมื่อคิเซนะพูดจบริทสึกิก็เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วคราว ถ้าไม่เกรงใจสถานที่แห่งนี้เธออยากจะลุกขึ้นมาหอนให้เหมือนหมาตามที่เพื่อนสาวของเธอว่าเลยคอยดู!

 

คิดแล้วก็เจ็บใจ…

 

ไม่น่าไปโง่หลงรักผู้ชายเฮงซวยคนนั้นเลย!

 

“ขอโทษนะครับพอดีว่าคุณผู้ชายโต๊ะนู้นฝากค็อกเทลมาให้คุณผู้หญิงครับ” ในระหว่างที่เธอกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น เสียงของบริกรชายก็เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วค็อกเทลในมือก่อนจะวางไว้บนโต๊ะของพวกเธอ 

 

“อุ้ย!สงสัยจังว่าวันนี้คงได้ผู้ชายหิ้วกลับบ้านแล้วมั้ง” คิเซนะที่เห็นแบบนั้นเธอก็พูดขึ้นมา และมองไปยังโต๊ะที่ฝากค็อกเทลก่อนจะขยิบตาให้ทีหลังและหยิบขึ้นมาดื่มต่อหน้าต่อตาผู้ชายกลุ่มนั้น

 

แต่ทำไมพวกเขาถึงยิ้มเจื่อนให้เธอ...

 

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ ค็อกเทลแก้วนี้ฝากมาให้คุณผู้หญิงท่านนี้น่ะครับ” เหมือนได้ยินเสียงอะไรแตกนะ...

 

“ว้าย! มั่นหน้ามั่นโหนกจนหน้าแตกเลยนะยะ” ริทสึกิที่ได้ยินแบบนั้น เธอจึงเย้ยหยัยเพื่อนสาวตัวดีของเธอขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้

เหอะ ใครสั่งใครสอนให้เอามาดื่มก่อนที่บริกรจะพูดจบล่ะ 

 

“หุบปากไปนังตัวดี” แต่คิเซนะนั้นกลับเอาผักสลัดที่ประดับอยู่ในจานกับแกล้มของพวกเธอยัดใส่ปากหญิงสาวแก้หน้าเสียของตนเอง จึงทำให้ริทสึกิรีบหันหน้าหนีและเอาผัดสลัดที่เพื่อนสาวของตนยัดใส่ออกทันที

 

“อะไรวะหน้าแตกแล้วพาลนี่หว๋า ใครสั่งใครสอนให้เธอหมั่นหน้าหมั่นโหนกคิดว่าผู้ชายเลี้ยงเธอล่ะ”

 

“เสือก!  พอๆแยกย้ายพรุ่งนี้ฉันมีงานต่อ” 

 

“ยังไม่เที่ยงคืนเลยนะ แกจะกลับแล้ว?”

 

“เออ!” เมื่อจบบทสนทนาจึงทำให้คิเซนะหยิบกระเป๋าของตนเองเดินออกจากโต๊ะโดยทันทีไม่ยอมปล่อยให้ริทสึกิได้พูดอะไรต่อ แต่ยังไม่วายเธอหันมาพูดทิ้งท้ายให้กับเพื่อนสาวของตนเองปิดท้ายก่อนที่เธอจะเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย “และก็ถึงกูไม่หมั่นหน้าหมั่นโหนกก็มีผู้ชายมาเลี้ยงกูอยู่แล้วย่ะ!”

 

ริทสึกิที่เห็นเพื่อนตนเองเป็นเช่นนั้นเธอจึงไหวไหล่เพียงเล็กน้อยก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มของตนเองพลางมองไปยังโต๊ะที่ให้ค็อกเทลเธอเมื่อกี้นี้ เธอนั้นชูให้อีกฝ่ายเหมือนเป็นการเชิญชวนก่อนจะดื่มมันไปแต่สายตาของหญิงสาวนั้นยังคงมองไปยังโต๊ะนั้นอยู่

 

“เอ่อ...ขอโทษนะครับคุณคนสวย” แต่แล้วก็มีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาหาหญิงสาว จึงทำให้เธอนั้นยิ้มมุมปากขึ้นมาเพียงเล็กน้อยราวกับว่ามีเหยื่อติดเบ็ดที่เธอวางไว้ หญิงสาวนั้นรีบเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะเอ่ยคำทักทายให้กับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

 

“สวัสดีค่ะ :)”

 

 

ซ่า ซ่า ซ่า

 

 

ไอ้ฝนบ้า

 

 

หญิงสาวนั้นคิดภายในใจอยู่เพียงคนเดียว เธอนั่งกอดตัวเองอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างช่วยไม่ได้ ในระหว่างนั้นเธอก็มองเหล่าผู้คนที่เดินไปมาและรีบหาที่หลบฝนไปทั่ว เธอจำได้ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเมื่อกี้ทุกอย่างเป็นใจให้เธออยู่เลยแต่เมื่อถึงเวลากลับบ้านฝนก็เทลงมาซะอย่างนั้น

 

 

เจ็ดโมง...ห้าสิบ…

 

 

ริทสึกิมองนาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองพลางสลับกับฝนที่ไม่มีท่าทีที่จะหยุดตก ตอนนี้เธอนั้นอยากจะกลับบ้านตัวเองไปนอนมากกว่าต้องมานั่งกอดตัวเองท่ามกลางความหนาวเหน็บนี้

 

ตั้งแต่เมื่อคืนที่เธอนัดเพื่อนออกมาดื่ม จนเพื่อนเธอกลับไปเธอก็ไปดื่มกับพูดด้วยกันอีกจนตอนนี้ก็รุ่งสางเธอก็ยังไม่ได้กลับบ้านไปนอน

 

 

ง่วงโว้ย!

 

 

คิดแล้วเธอนอนหลบฝนตรงนี้ได้มั้ยนะ…

 

“มาทำอะไรตรงนี้คนเดียวเหรอครับ” ในระหว่างที่สาวเจ้ากำลังจะเคลิ้มหลับท่ามกลางสายฝนนั้นก็มีเสียงเอ่ยเรียกของชายหนุ่มดังขึ้นมาจึงทำให้ริทสึกิต้องรีบดึงสติของตัวเองกลับมา

 

“...” เธอหรี่ตามองชายตรงหน้าด้วยความสงสัย สายตาของหญิงสาวกำลังปรับการมองเห็นจากแสงที่สาดส่องเข้ามาจากทางด้านหลังของชายหนุ่มช่วยไม่ได้

 

ถ้าไม่ติดว่าหัวสมองของเธอคิดอะไรตอนนี้ไม่ทันเธอคงตอบเขาไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอต้องโฟกัสไปที่ชายหนุ่มเสียก่อน ไม่รู้ว่าคนตรงหน้านั้นเป็นเทพบุตรหรือคนธรรมดากันนะ ทำไมแสงต้องเป็นใจให้เขาตอนนี้ด้วย

 

มันแสบตา!

 

“ไปบ้านผมก่อนดีมั้ยครับ ตัวคุณเปียกหมดแล้ว” เขาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง จึงทำให้เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะตอบเขาไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่เป็นไรค่ะ”

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นตัวเขาทำท่าอึดอัดใจก่อนจะเอาร่มของตรงเองที่ถืออยู่ยัดใส่มือของหญิงสาว “งั้นเอาร่มของผมไปใช้ก่อนมั้ย? ถ้าเจอกันอีกทีค่อยคืน” 

 

“ค่ะ...ขอบคุณค่ะ” เธอมองการกระทำของชายหนุ่มด้วยความงุนงงพลางสลับมองร่มในมือกับชายตรงหน้าพร้อมกล่าวคำขอบคุณให้เขา แต่แล้วเธอก็เบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

 

 

คนบ้าอะไรหล่อจังวะ

 

 

หญิงสาวคิดเพียงภายในใจเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่ม แต่ดูเหมือนว่าเมื่อเธอเอ่ยคำขอบคุณเสร็จเขาก็กำลังจะเดินจากเธอไป ริทสึกิจึงเอ่ยเรียกเขาไว้ก่อน

 

“เดี๋ยวก่อนค่ะ!”

 

“ครับ?” ทันทีที่ริทสึกิเอ่ยเรียกชายหนุ่มนั้นจึงทำให้เขาหันมาหาเธออย่างสงสัย เธอจึงเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะพูดขอบคุณคนตรงหน้าออกไป

 

“ขอบคุณมากจริงๆอีกครั้งนะคะ!”

 

“ไม่เป็นไรครับ” ชายหนุ่มที่ได้ยินหญิงสาวเอ่ยคำขอบคุณนั้นเขาจึงยิ้มให้กับเธออีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะเดินจากเธอไป จึงทำให้เธอเห็นใบหน้าของชายตรงหน้าอย่างชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม

 

และดูเหมือนว่าหัวใจของหญิงสาวเหมือนผิดปกติอีกด้วย

 

“อ่า…” ริทสึกิที่เหมือนจะตกอยู่ในภวังค์เธอเอ่ยเสียงออกมาก่อนจะเอามือปิดหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย เธอไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้มานานแค่ไหนกันนะ หัวใจที่เต้นอย่างผิดปกติ ใบหน้าที่ร้อนแผ่ว และความเขินอายนี้

 

มันนานมากแล้วที่เธอไม่รู้สึกแบบนี้

 

“บ้าเอ้ย...ทำไมไม่ถามชื่อก่อนจากนะ” เธอพึมพำออกมาเบาๆ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ถามชื่อชายหนุ่มตรงหน้าเธอก็จำใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาได้แม่น

 

ก็นะ...คนบ้าอะไรหล่ออย่างเทพบุตรมาเกิดแบบนี้ล่ะ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #14 Lukpla1886 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 21:57

    อูยยยย อยากอ่านนางเอกของคุณอามุโร่ลุคแบบนี้มานานแล้วค่ะ คนสุภาพๆ แบบนี้ต้องเจอสาวแซ่บช่างแอ๊วผู้มาจัดการรรร ปักรอตอนต่อไปเลยค่า ✌✌

    #14
    0
  2. #13 Cuj27eja (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 03:21
    นี่สิสตอรองของแท้
    #13
    0
  3. #12 Winterrin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 23:46
    ชอบนางเอกมากค่ะ สตองมากเราเป็นนางเอกน้ำตานองไปแล้ว ถึงจะไม่กลับไปหาแต่คงทำใจยาก แต่เจอผู้ใหม่งานดีขนาดนี้ไม่ต้องไปสนใจคนเก่าค่ะท
    #12
    0
  4. #11 llwinchesterll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 22:43
    ปรับอารมณ์ตามนางเอกไม่ทันจริงๆค่ะ สตรองมากแม่ 555555 ได้ข่าวเพิ่งเลิกกับชู ตอนนี้โดนคุณอามุโร่ตกพร้อมยื่นร่มให้ซะแล้ว (ใช่คุณอามุมั้ยไม่รู้มโนไว้ก่อน ฮ่าๆ)

    รอมานานในที่สุดก็มาแล้วตอนที่1 สู้ๆนะค๊าบบบบ
    #11
    0