[Fic Reborn] 無月 พี่(เด็ก)เลี้ยงเด็ก {Byakuran x oc}

ตอนที่ 1 : 無月 0

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    12 ม.ค. 64

無月

ท้องฟ้าไร้แสง
 

วันนี้เป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งที่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ท้องฟ้าที่กำลังกลายจะเป็นสีส้มบ่งบอกถึงยามเย็นของวัน ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับลาขอบฟ้าไป แต่ทำไมกันนะทำไมวันนี้ตาด้านซ้ายของฉันกระตุกยกใหญ่เหมือนจะมีเรื่องร้าย ๆ จะเกิดขึ้นยังไงอย่างนั้น

 

แต่ถึงจะคิดไปแบบนั้นฉันก็ยังนอนหมกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มท่ามกลางห้องเช่าเล็ก ๆ ตอนนี้การนอนสำคัญกว่าการคิดเรื่องไร้สาระ

 

ใช่การนอนสำคัญกว่า

 

หนังตาเริ่มหนัก ร่างกายที่เหนื่อยล้าเต็มทน ตอนนี้พร้อมแล้วที่จะไปยังห้วงนิทรา ว่าแล้วก็ฝันดีเลยละกัน :)

 

ฉันอยากจะพูดแบบนี้นะ แต่ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าไอ้เจ้าคุณพ่อที่นาน ๆ ทีจะโผล่มาให้ลูกสาวคนนี้เห็นหน้าสักครั้งบุกรุกถึงที่ห้อง “มีอะไรก็รีบ ๆ ว่ามาสิ”

 

“นี่คือคำที่แกพูดกับพ่อหลังไม่ได้เจอกันนานนับปีหรือไง”

 

“ก็ใช่ หาว~”

 

“ช่วยปิดปากเวลาหาวด้วย เป็นสาวเป็นนางซะเปล่า”

 

“ยุ่ง” ฉันมองชายแก่ที่ขึ้นชื่อว่า พ่อ ของฉันอย่างพิจารณา อือ...เจอกันครั้งล่าสุดคือเมื่อไรกันนะ 1ปีที่แล้ว? หรือ 2ปีที่แล้ว? ไม่สิ มันเหมือนนานกว่านั้นนะ น่าจะตั้งแต่ฉันลาออกจากโรงเรียน

 

“ไม่คิดเลยว่าฉันจะต้องมาหาแกถึงที่ ดูสิสภาพของแกนี้ใช้ไม่ได้เลยเอาแต่นอนไปวัน ๆ คงกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสินะเหอะ! คิดไว้ไม่มีผิดว่าแกเอาตัวไม่รอด”

 

เสือก

 

อยู่ ๆ เท้าของฉันก็กระตุกขึ้นมาซะดื้อ ๆ และรู้สึกคันเท้าแปลก ๆ หลังจากที่ได้ยินพ่อพูดถึงความเป็นอยู่ของฉัน แต่ก็ต้องระงับอารมณ์เอาไว้ เอาเถอะจะมายุ่งไรกับชีวิตฉันนักหนาคุณเองก็แต่งงานมีครอบครัวใหม่อยู่แล้วจะมาห้องฉันทำไมละคะ?

 

ฉันมองชายแก่ที่พล่ามอะไรไม่รู้น่ารำคาญอย่างเหลืออด ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายคนนี้ต้องส่งเงินเดือนค่าขนมและค่าอินเตอร์เน็ตที่ฉันต้องใช้ทำงานและประทังชีวิตให้อยู่รอดไปวัน ๆ ฉันก็จะไม่มีทางมานั่งฟังอะไรไร้สาระแบบนี้แน่นอน

 

“โอเค ฉันตัดสินใจแล้ว” คิ้วของฉันขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูดอะไรออกมาเหมือนจะตัดสินใจอะไรแทนฉันได้

 

“ตั้งแต่นี้ไปลูกต้องไปทำงานกับพ่อที่มิลฟีโอเล่”

 

“ขอปฏิเสธ” ฉันปฏิเสธทันทีที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากของชายตรงหน้า เขาคิดจะเอาฉันไปทำงานบริษัทบ้า ๆ บอ ๆ งี่เง่า ไร้สาระนั้นสินะ

 

เหอะ! ฝันไปเถอะ ฉันไม่อยากเข้าไปเหยียบบริษัทนั้นหรอกนะ

 

“ถ้าแกปฏิเสธฉันจะตัดเงินค่าขนมแกพร้อมสัญญาณอินเตอร์เน็ต”

 

“หะ!?” บ้าบอที่สุด!

 

 

 

 

ฉันเคยได้ยินมาว่ามิลฟีโอเล่นั้นเป็นที่ที่น่ากลัวและไม่ควรไปยุ่งด้วยเด็ดขาด เพราะเห็นคนลือกันว่ามิลฟีโอเล่นั้นเป็นคนทำลายวองโกเล่ ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามิลฟีโอเล่เป็นที่แบบไหนนถึงทำลายวองโกเล่ที่เป็นถึงมาเฟียอิตาลี่ได้แบบนี้ ถือว่าสุดยอดละนะ

 

แต่! ฉันเกลียดมิลฟีโอเล่!

 

หืม เหตุผลที่เกลียดเหรอเอาง่ายๆเลยนะ...เพราะพ่อฉันทำงานที่นี่ไงฉันเลยเกลียดโอเคนะ :)

 

เมื่อฉันมาถึงที่มิลฟีโอเล่จึงทำให้ฉันมองไปทั่วๆอย่างตกตะลึง ไม่เคยคิดว่าที่นี่มันจะใหญ่และหรูหรา ขนาดนี้ ผนังสีขาว โคมไฟที่ทันสมัย และพนักงานที่ใส่ชุดสีขาวราวกับว่าจะไปงานมงคลที่ไหนซะที่  จะไม่แปลกเลยที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองจะแปลกแยกกว่าคนพวกนี้

 

น่าจะใส่ชุดสีขาวมาแทนใส่สีดำนะ…

 

“อ๊ะนี่ เอกสารสำคัญที่แกต้องกรอก ส่วนนี้เป็นบัตรพนักงานชั่วคราวใช้เข้าออกที่นี่” เสียงของชายแก่นั้นเดินมาหาฉันพร้อมยื่นเอกสารสำคัญอะไรบางอย่างมาให้ฉันกรอก ฉันมองไปยังเอกสารอย่างพิจารณาและมาสะดุดตรงหัวข้อใหญ่ๆที่อยู่บนหัวกระดาษแผ่นนี้

 

เอกสารสมัครงาน...ระยะยาว” ฉันทวนหัวข้อบนหัวกระดาษอย่างช้าๆ และขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

 

เอาจริงดิ?

 

“ไหนบอกว่าแค่ให้มาทำงานแค่ระยะสั้นไงที่คุณให้กรอกนี่ต้องเป็นระยะยาวล่ะ?” ฉันถามชายตรงหน้าให้แน่ใจ เผื่อว่าจะหยิบเอกสารสมัครงานผิด

“กรอกๆไปเถอะ เดี๋ยวค่อยลาออกทีหลัง” ไม่เชื่อ...คนอย่างผู้ชายคนนี้หน่ะเหรอจะให้ฉันลาออกง่ายๆ ฝัน-ไป-เถอะ

 

“ไม่กรอก ถ้าไม่ใช่ระยะสั้นฉันก็ไม่กรอก” ว่าแล้วฉันก็โยนปากกาทิ้ง ใช่ ถ้าไม่ใช่เอกสารสมัครงานแบบระยะสั้นฉันก็ไม่กรอกหึ!

 

“ถ้างั้นฉันจะหักเงินค่าขนมและสัญญาณอินเตอร์เน็ตแก อย่าลืมว่าตอนนี้แกต้องพึ่งฉันอยู่” เกลียด...ฉันลืมไปว่าตอนนี้ชายตรงหน้าฉันถือไพ่เหนือกว่า ได้!ถ้าชายตรงนี้อยากจะเล่นแบบนี้กับฉัน ฉันก็จะเล่นด้วย!

 

ว่าแล้วฉันก็หยิบปากกาขึ้นมากรอกเอกสารทั้งหมดนี้โดยทันทีไม่มีข้อโต้แย้งอะไร จึงทำให้ชายแก่นั้นยิ้มอย่างพอใจ เดี๋ยวค่อยเอาคืนทีหลังละกันตอนนีั้ต้องนึกถึงเงินค่าขนมก่อนเดี๋ยวไม่มีกินกันพอดีแค่เงินจากการทำงานเล็กๆและงานเสริมเล็กน้อยก็จะไม่มีพอกินพอใช้อยู่แล้วแต่ถ้าโดนตัดขึ้นมาล่ะก็...ไปแย่งข้าวหมาข้างถนนกินได้เลย!

 

“โอเค เดี๋ยวแกเดินตามฉันมานะ รออยู่นี่ก่อนฉันจะเอาเอกสารของแกไปส่ง” ฉันพยักหน้าให้แต่สายตาของฉันนั้นจดจ่อกับนิตยสารข้างหน้าที่เผลอหยิบเอามารองเขียน ชายผมขาวใส่สูท มีปานสีม่วงใต้ตายมั้งเห็นแล้วรู้สึกว่า...น่าหมั่นไส้ชิบหายเลย

 

เบียคุรัน เจสโซ่

 

เบียคุรันเหรอหึ...ลิงเผือกหายากก็ไม่ว่า

 

“ไปกันเถอะเซเรน่า” ในระหว่างที่สายตาของฉันกำลังจับจ้องมองไปยังรูปภาพของชายผมขาวอยู่ แต่แล้วเสียงของชายแก่ดังขึ้นจังทำให้ฉันต้องลุกขึ้นเดินตามชายคนข้างหน้าอย่างเงียบๆ

 

คนที่นี่กำลังมองฉันเป็นตัวประหลาดสินะ คนอื่นเขาใส่ชุดทำงานอะไรกันยกเว้นฉันที่ใส่ชุดไปรเวทธรรมดาๆแล้วเดินเข้ามาอย่างเฉิดฉาย ก็ทำไงได้ล่ะเมื่อวานตกลงอะไรกันเสร็จไอ้เราก็นึกว่าจะให้เวลาเตรียมตัวสำหรับงานใหม่ที่ไหนได้...วันนี้โดนลากมาให้กรอกใบสมัครงานแบบงง ๆ

 

ฉันนั้นเดินมองดูรอบๆแผนกที่ชายแก่นั้นสมัครให้มันก็ไม่มีอะไรเลยมากนอกจากคอมพิวเตอร์ เอกสาร และกองงาน ว่าแต่มันเป็นแผนกอะไรวะ…

 

เอาความจริงนะฉันไม่เคยรู้เลยว่าพ่อทำงานแผนกอะไรที่มิลฟีโอเล่เพราะฉันไม่เคยสนใจเรื่องงานของชายคนนี้ ฉันรู้แค่ว่าเป็นหัวหน้างาน และก็พึ่งมารู้ก็วันนี้แหล่ะว่าพ่อทำงานแผนกประชาสัมพันธ์ 

 

ว้าวอเมซิ่งมากเลยค่ะ

 

มีเวลาดูแลลูกน้องแต่ไม่มีเวลามาดูแลลูกตัวเองโครตนับถือเลยค่ะหัวหน้า :)

 

“เอาล่ะทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เราจะมีเด็กใหม่เข้ามาช่วยงาน” เมื่อเดินมาถึงชายแก่ก็พูดออกมาเสียงดังกังวานไปทั่วทั้งแผนก จึงทำให้สายตานับร้อยจับจ้องมองมายังฉันเพียงคนเดียว

 

“แนะนำตัวหน่อยสิ” คนตรงหน้าหันมายิ้มให้ฉันและพายมือไปยังเหล่าลูกน้องนับสิบเหมือนพยายามสื่อว่าให้ฉันแนะนำตัวต่อหน้าทุกคนยังไงอย่างนั้น

 

“เอ่อ...ชื่อ เซเรน่า ค่ะตั้งแต่วันนี้ไปจะมาทำงานที่นี่ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” 

 

เสียงตบมือดังขึ้นเมื่อฉันแนะนำตัวเสร็จ จึงทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมามองดูรอบๆก็พบกับผู้คนที่ยิ้มแย้มทักทายอย่างเป็นมิตรให้พร้อมเรียกชื่อฉัน บางคนก็แซวขำๆกันไป ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าฉันอคติกับหัวหน้าแผนกนี้ฉันคิดว่าแผนกนี้เป็นแผนกที่อบอุ่นอยู่ประมาณหนึ่งก็ว่าได้

 

“เซเรน่า” เสียงเอ่ยเรียกของชายแก่จึงทำให้ฉันหันมามองก็พบกับชายหนุ่มที่ดูเหมือนอายุรุ่นราวคราวเดัยวกับฉันอยู่ใกล้ๆชายแก่ “นี่คือ เคนคุง เขาจะเป็นบัดดี้เธอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะฝึกงานจบ” 

 

อ่า...บัดดี้เหรอ

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะเซเรน่าจัง” ฉันมองมืออีกฝ่ายอย่างพิจารณาก่อนจะยื่นมือไปจับด้วยรอยยิ้มเสแสร้งให้ “เช่นกันค่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #7 คาเรียน่า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 04:31

    ไม่รู้จะขำหรือสงสารดีนายโดนเกลียดเพียงแค่เห็นรูปเลยนะเบียคุรันสมกับที่เป็นตัวร้ายของเรื่องรีบอร์นจริงๆ ถึงในฟิคนี้นายจะเป็นพระเอกก็เถอะ

    ปล.รออ่านตอนต่อไปนะคะ^_^
    #7
    0
  2. #4 Mayngaijakaila (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 23:20

    แงงงงง ไรท์มาแล้วววว
    #4
    0
  3. วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:08

    เบียคุรันนายโดนเกลียดล่ะ~ แต่หมั่นไส้พ่อมากเลยอะ
    #3
    0