Please closer to me : ChanBaek #ใกล้กันCB (Thaiver.)

ตอนที่ 2 : 1 : We don't talk anymore

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 เม.ย. 61

1

 

We don’t talk anymore

 

เป็นเรื่องน่าปวดหัวทุกครั้งที่เขาได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในทุกๆเช้า ตลอดสี่กว่าปีที่ผ่านมา เขาก็ต้องตื่นมาจากฝันร้ายนั้นซ้ำๆ 

 

ผู้ชายคนนั้นทำให้เขาเจ็บปวด แต่ก็เป็นเขาอีกนั่นแหละ ที่หักอกของคนๆนั้น อาจจะดูงงๆ แต่ช่างมันเถอะ

 

บัญญวัตค่อยๆลุกขึ้นมาจากที่นอนอันแสนมีค่าของตนเองอย่างอิดออด ร่างโปร่งในสภาพเสื้อกล้ามตัวโคร่งกับกางเกงนอนขาสั้นเนื้อนุ่มสบายตัว

 

ทุกๆวันตลอดสี่ปีก็เหมือนๆเดิม กิจวัตรเดิมๆที่ทำได้อย่างไม่มีเบื่อ เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา เข้าห้องครัวเพื่อดื่มน้ำเต้าหู้ บางวันก็น้ำส้ม หรือน้ำผลไม้ ผลัดเปลี่ยนกันไป ตามด้วยเข้าไปออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆ ในห้องที่สั่งทำโดยเฉพาะ มีเงินแถมขี้เกียจ ก็มีฟิตเนสในบ้านนั่นแหละดีที่สุด เริ่มสายก็มาทานอาหารเช้าเบาๆ พร้อมกับไปอาบน้ำ นั่งทำงานไปจนบ่ายแก่ จากนั้นก็พักผ่อน ยาวจนถึงช่วงเย็น ก็แล้วแต่ว่าอยากจะทำอะไร แต่ถ้าตกช่วงค่ำ ก็แล้วแต่ว่าจะทำงานต่อให้เสร็จ หรือถ้าหากเพื่อนที่แสนดีชวนไปแฮงค์เอาท์ ก็จะไปในทันที

 

แต่วันนี้เขาไม่ต้องทำงาน เพราะเขาทำเพลินไปจนหมดแล้วของเดือนนี้ จึงสามารถนอนเปื่อยได้อย่างสบายใจไปอีกหนึ่งอาทิตย์กว่าๆ

 

บัญญวัตมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์เครื่องหรูที่เพียงทำงานครั้งเดียวก็สอยมาได้แล้ว มือที่เลื่อนเมาส์ไปคลิ๊กไอค่อนเพื่อเข้าสู่หน้าเว็บ ขณะที่กำลังรอโหลดเข้าก็เดินไปเปิดเครื่องเล่นเพลงสีดำต่อเข้ากับมือถือด้วยฟังก์ชั่นไร้สาย เล่นเพลงฮิตแบบสุ่มไปเรื่อยๆ ก่อนจะกลับมานั่งลงหน้าคอมอีกครั้ง

 

บัญญวัตเลื่อนดูสื่อโซเชี่ยลต่างๆ พร้อมกับเพลงที่บรรเลงคลอไปด้วย

 

We don't talk anymore

We don't talk anymore

We don't talk anymore

Like we used to do

 

We don't love anymore

What was all of it for

Oh, we don't talk anymore

Like we used to do

 

I just heard you found the one you've been looking

You've been looking for

I wish I would have known that wasn't me

Cuz even after all this time I still wonder

Why I can't move on

Just the way you did so easily

 

เนื้อเพลงฮิตที่กำลังเล่นไปเรื่อยๆ ทุกท่อนร้อง ทุกคำนั้นบาดลึกใจคนฟัง

 

เราไม่ได้คุยกันอีกแล้ว... ใช่ ไม่ได้ติดต่อกันเลยตลอดสี่ปี บัญญวัตคิด


เขาไม่ได้เริ่มต้นใหม่กับใครใหม่และเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าอีกคนที่เขาพยายามไม่คิดถึงจะใช้ชีวิตคู่ยังไงบ้าง หลังจากเหตุการณ์นั้นพวกเขาก็ต่างหนีกันไปอยู่คนละมุมโลก ไม่มีการติดต่อ ไม่มีการรับรู้ข่าวด้วยกันใดๆทั้งสิ้น

 

* Beam BYW : Have a new post

 

Beam BYW

#...Want you back :(

203 Like     4 Comment      1 Share

-----------------------------------------------------------

Lip Da

Shit! ว้อนท์ยูแบคคึ

 

Dean KDN

มันมีเงื่อนงำ

 

Sun Sunny

เราพร้อมกลับไปหาสำเหมอ

 

Call me Ohm

Sun Sunny ตื่น

 

เหล่าเพื่อนสนิทอันเก่าแก่ต่างก็เข้ามาคอมเม้นท์อย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีงานการทำกัน สงสัยจะติดดาวและแจ้งเตือนโพสต์ของเขาไว้ เอากับพวกมันสิ เพื่อนใส่ใจดีเด่นแห่งปี

 

Beam BYW

ฟังเพลงเฉยๆ -_-

 

บัญญวัตหลุดยิ้มเมื่อเลื่อนไปเรื่อยๆ ที่เห็นทั้งการบ่น การตัดพ้อ และลงเรื่องตลกๆ ไว้มากมาย ถึงเขาไม่เข้ามาดูพวกนั้นก็เอามาพูดกันในวงเหล้าจนเขารับรู้อยู่ดีนั่นแหละ

 

ชายหนุ่มเลื่อนดูไปเรื่อยๆ ทั้งข่าวเก่า ข่าวใหม่ หรือโพสต์ของเพื่อนๆ ที่ไหลเวียนขึ้นมาให้เห็น แต่เจ้าของผมสีบลอนด์กลับสะดุดไปที่รูปของโอห์ม เพื่อนที่น่าจะดูว่างที่สุดได้บันทึกหน้าจอตอนที่กำลังคุยกับเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่งในการโทรวิดีโอคอล พร้อมกับข้อความที่ว่า หลานสุดที่รัก น้องคิมของอา อยากเจอจังเลยลูก!’ แต่คงไม่น่าสะดุดตาเท่ากับคอมเม้นท์ตอบกลับของเจ้าของโพสต์ที่ตอบคำถามคนๆหนึ่งไปว่า 'ลูกไอ้โชนไง'

 

หัวใจที่เต้นเร็วอย่างไม่มีเหตุผล ภาพเด็กชายตัวน้อยที่เขาไม่เคยเห็นหน้าหรือแม้แต่ได้ยินชื่อ ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของฝันร้ายของเขาทุกคืน บัญญวัตเอ่ยขอโทษเด็กน้อยในใจแม้จะไม่มีใครรับรู้พร้อมกับกดถูกใจไป

 

คงไม่น่าแปลกอะไรหรอกมั้ง ถ้าในหนึ่งปี บัญญวัต จะกดถูกใจไม่เกินสิบโพสต์ และนี่คือโพสต์แรกที่เจ้าตัวกด

 

แต่มึง! มันเป็นเรื่องที่โคตรจะน่าตกใจมากอนุภัทรทำเสียงแตกตื่น เขาทั้งกังวลและกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนที่แสนเงียบในด้านโซเชี่ยลกลับมาโพสต์และกดถูกใจรูปภาพของเขา ถ้าว่าด้วยเรื่องโพสต์น่ะก็พอไหว แต่มากดถูกใจนี่สิ เรื่องหายากแห่งปี!

 

เออ กูเห็นแล้วโว้ย แต่แบบ มันรู้แล้วจนได้ลิปดา เอ่ยขัดเพื่อน เขาก็กังวลไม่แพ้คนต้นเหตุเรื่อง ถ้าอย่างมากคนที่ถูกพูดถึงเห็นภาพอะไรต่างๆ ก็มาคอมเม้นท์ นั่นคือคุณได้ใช้แต้มบุญไปแล้ว แต่ถ้าเลือกไม่ให้กดอะไร เคลื่อนไหวอะไร มันน่ากลัวน้อยกว่าที่เพื่อนของเขามาถูกใจรูปของเด็กน้อยคนนี้!

 

ใครจะไปปิดได้วะกุลดนัยออกความเห็น

 

จริงของดีนว่า มันก็ผ่านมานานแล้วนะมึง บีมมันคงไม่อะไรหรอกมั้ง เราทุกคนไม่พูดถึง หรืออะไรทั้งสิ้นเลย แต่นี่มันมาถูกใจ ถือว่ามันก็โอเคแล้วป่ะวะสราวุฒิพูดตามที่คิด แม้ในใจก็กล้าๆกลัวกับปฎิกิริยาของเพื่อนเขาเหมือนกัน

 

กูก็ขอให้เป็นแบบนั้น พวกมึงก็รู้ๆกันอยู่ เชี้ยเอ๊ย กลัวไปหมดละอนุภัทรยังคงไม่เลิกกลัว

 

เล่นใหญ่ไปละ ไม่ต้องไปลบมันหรอกรูปหลานน่ะ โตๆกันแล้ว มันคงไม่ได้อะไรหรอกลิปดาแสดงความเห็น

 

จริง บีมมันไม่ได้เป็นคนไม่มีเหตุผล คิดในแง่ดีดิวะ บีมอาจจะรู้สึกถูกชะตากับน้องคิมก็ได้กุลดนัยคิด การที่เพื่อนของเขามาแสดงอภินิหารอะไรแบบนี้นานๆที ก็อาจจะเป็นเรื่องดีที่หายากมากๆ

 

เออน่า จะหมู่หรือจ่า ก็มาพนันกันคืนนี้เลย!”

 

จัดไปอย่าให้เสีย!’  


และแล้วตอนนี้พวกเขาทั้งหมดก็มากองรวมกันอยู่ที่ผับหรูของอนุภัทรโดยการนัดหมายกันยกเว้นก็แต่บัญญวัต ที่เริ่มเย็นลงแล้ว ตอนนี้ก็ทำได้แค่นับเวลาถอยหลังการเจอหน้ากันระหว่างทั้งสอง

 

แรงสะกิดสีข้างจากลิปดาทำให้กุลดนัยเลิกมองตามที่เพื่อนส่งสัญญาณ ใช่...ชนัตรเดินมาแล้ว จะถึงในอีก 3 2 1…

 

ไง

 

น้ำเสียงคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมาสี่ปีกว่าของคนมาใหม่ทำเอาบัญญวัตหัวใจเต้นระส่ำอย่างห้ามไม่ได้ แต่ภายนอกนั้นนิ่งสนิทไม่มีการแสดงออกใดๆนอกจากริมฝีปากที่ขยับเพื่อจะเอ่ยตอบ

 

ไง

 

เสียงลอบถอนหายในของคนที่นั่งลุ้นกันทั้งสี่ที่ดังออกมาพร้อมๆกัน อย่างน้อยก็ไม่ได้เมินกันล่ะวะ

 

มาๆ ไอ้โชน มานั่งเร็ว มาเล่าดิ สาวที่นั่นเป็นไงวะสราวุฒิเปิดประเด็นถามเพื่อนที่รอการกลับมาเสมออย่างชนัตร ก็เริ่มจากคำถามที่ผู้ชายจะสนใจเป็นพิเศษ

 

มึงคิดว่านอกจากดูแลลูก กูจะมีเวลาไปทำอะไรอีกเหรอวะชนัตรถามกลับอย่างเหนื่อยใจกับความคิดของเพื่อน แค่ปิดเทอมกูยังกลับมาไม่ได้เลย เวลาไปมองหาสาวก็หมดแล้ว


เออ แล้วน้องคิมอยู่ไหนล่ะ ไม่เอามาด้วยวะอนุภัทรที่ถามหาหลานชายสุดรักแต่ก็ไม่พ้นมือของหุ้นส่วนที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างกุลดนัยตบมาจนหน้าทิ่ม

 

ลูกกูเพิ่งสี่ขวบ ปัญญาอ่อนรึไง เอาเด็กเข้าผับ

 

อนุภัทรหัวเราะแฮะๆ ก่อนจะพูดคุยกันต่อๆไป ที่สลับกันถามไถ่ พูดคุยกัน ยกเว้นก็แต่กับบัญญวัตและชนัตร ที่เพียงสองคนเท่านั้นที่ไม่ได้พูดคุยต่อกัน

 

เวลาเริ่มเดินไปเรื่อยๆ แม้จะข้ามวันแล้วก็ตาม นักท่องราตรีก็ไม่ได้ลดลงตามเลย แต่กฎของที่ผับแห่งนี้ปิดที่ 2.00 น. ในทันที

 

กลุ่มเพื่อนเก่าที่มาสังสรรค์ต้อนรับคุณพ่อลูกหนึ่งกลับจากต่างแดนก็เริ่มโดนฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้สติเริ่มมึนๆ ตึงๆ และแล้วหนึ่งในหกคนก็ได้เอ่ยถามถึงการอยู่ร่วมกันที่ต่างประเทศระหว่างเพื่อนของเขากับแม่ของลูกอย่าง นิชา ที่ได้ตามชนัตรไปที่สหรัฐอเมริกาและคลอดลูกชายตัวน้อยที่นั่น โดยเป็นคำขอของสองครอบครัว

 

ครอบครัวของหญิงสาวไม่ได้โกรธเคืองหรือมีปัญหา เพราะลูกสาวก็ได้เรียนจบ ได้รู้จักรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ จึงไม่ได้เร่งรัดให้ฝ่ายของชนัตรรับผิดชอบลูกสาวที่พลาดท้องด้วยกัน

 

ชนัตรเริ่มเล่าด้วยสติที่มึนเล็กน้อย แต่เขาก็รู้ดีว่ากำลังพูดเรื่องอะไร เขาตั้งใจจะบอกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว บอกให้คนๆหนึ่งที่นั่งตรงข้ามกับเขารับรู้ว่าระหว่างแม่ของลูกกับเขา เป็นอย่างไรมาตลอดสี่ปี

 

สี่ปีกว่าที่เขาอาศัยอยู่ต่างประเทศก็ไม่ได้มีการขยับความสัมพันธ์อะไรด้วยกันกับผู้เป็นแม่ของลูกเลย ต่างคนต่างอยู่ แต่ก็ช่วยกันดูแลลูก นิชนาไม่ได้เรียนต่อปริญญาโทตามชนัตร แต่ไปดูแลลูกอยู่ที่นั่น โดยทำงานเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถเลี้ยงลูกชายไปด้วยได้ พวกเขาต่างคุยกันแค่เลี้ยงลูกเท่านั้น ทั้งสองจะมีตารางดูแลลูก ถ้ามีใครติดธุระก็จะพูดกันไม่กี่ประโยค

 

นิชนาไม่ได้มีความรักต่อชนัตรเลย เธอตามเขาไปเพราะเลี้ยงลูกเท่านั้น พอถึงเวลาที่ชนัตรจะดูแลลูกเธอก็ปลีกตัวไปในทันที พอลูกเริ่มพูดได้ เข้าเรียนโรงเรียนฝึกเด็กเล็ก เธอก็ไม่สนใจลูกเท่าที่คนเป็นแม่ควรทำ

 

กิจวัตรส่วนใหญ่นอกจากทำอาหาร ซักผ้าลูก ก็จะเป็นหน้าที่ของชนัตรทั้งสิ้น ทั้งพาลูกเข้านอน และปลุกตอนตื่นนอน พาอาบน้ำ แต่งตัว พาไปโรงเรียน พาไปเที่ยวกันสองพ่อลูก

 

น้องคิมก็มีถามหาแม่เล็กๆน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้ติดแม่แจ เด็กชายตัวน้อยแทบจะหาความอบอุ่นจากแม่ไม่ได้เลย ทุกๆอย่าง หรือเวลาส่วนใหญ่ก็มักจะทำร่วมกับผู้เป็นพ่อเท่านั้น

 

เพื่อนๆในวงก็ต่างหัวเสียกับพฤติกรรมของเพื่อนเก่าสาวสวยอย่างนิชนา พวกเขาไม่คิดเลยว่าเธอจะไม่สนใจลูกขนาดนี้ ดีหน่อยที่เวลาเรียนของสองพ่อลูกไม่ได้แน่น จึงทำให้อยู่ด้วยกันได้ นี่คงเป็นเหตุผลที่ชนัตรไม่ได้เจอสาวที่ไหน หรือได้กลับมาที่บ้านในช่วงปิดเทอม

 

อะไรกันวะ คือพอน้องคิมโตหน่อยแล้วก็เลิกสนใจลูกเนี้ยนะ ถามจริง นิชาได้โอ๋ลูกตอนร้องไห้บ้างไหม

 

ก็โอ๋ ก็ปลอบแหละแต่จะสอนไป ดุไปด้วย ไม่ได้ละเลยขนาดนั้นชนัตรอธิบาย มึงก็รู้ นิชาไม่ได้รักกู หรือมีความรู้สึกอะไรกับกูด้วยซ้ำ ทุกๆอย่างก็เพราะลูก นิชาไม่มีความสุขเลยนะที่ต้องเหมือนโดนกักขัง

 

แต่มึง ลูกก็ออกจะน่ารัก อย่างน้อยก็น่าจะให้ความรักลูกมากๆหน่อยไหม

 

ก็ดี เวลาแยกกันอยู่แล้วน้องคิมไม่ต้องร้องหาแม่

 

ว่าไงนะ?” กุลดนัยที่เมาๆยังต้องเกือบหายมึนเพราะประโยคของเพื่อน

 

เราตกลงแล้ว ว่ากูกลับมาที่นี่ ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกัน นอกจากถ้าคิดถึงลูกก็มาหา พ่อแม่นิชาก็ไม่ได้ว่าอะไร พวกเขาก็เข้าใจแหละ

 

อย่างงี้มึงก็เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว?”

 

ใช่

 

จะไหวเหรอวะ

 

ไหวน่าชนัตรหัวเราะ นี่กะว่าจะให้เข้าโรงเรียนที่แกส่วนอยู่นะลิป

 

เอาจริงอ่ะ โอ้โห่ วางแผนเรียบร้อย

 

อือ อย่างน้อยก็มีแกคอยดูแล

 

แล้วหลานจะอยู่กับใคร บริษัทมึงก็อยู่กรุงเทพ จะไปๆมาๆ สองสามชั่วโมงอย่างนี้ไม่แย่เหรอ

 

ชนัตรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองคนตรงข้ามกันที่เห็นว่าจ้องมาที่หน้าของเขาและไม่หลบสายตาใดๆ

 

เอาน่า กูเตรียมไว้แล้ว

 

ทั้งสี่คนเห็นปฏิกิริยาเมื่อสักครู่ในเสี้ยววินาทีก็ทำให้หันมาสบตากันอย่างพร้อมเพรียงกันอีกรอบ ก็น่าจะรู้แล้วล่ะนะ ว่าเพื่อนตัวดีของพวกเขา จะทำอะไรต่อไปดี

 

เออ พูดถึงโรงเรียน พรุ่งนี้มึงไม่มีสอนรึไงไอ้ลิป

 

เจ้าของชื่อหน้าเหวอเมื่ออนุภัทรทักขึ้นถึงหน้าที่ของเขา ก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าพรุ่งนี้คือวันศุกร์ และเป็นเวรมารอรับหน้าประตูอีกด้วย! ไปจำว่าวันนี้เป็นวันศุกร์แล้วพรุ่งนี้คือวันหยุดอีกแล้ว และยิ่งเห็นเวลาที่บอกว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว ก็ทำให้คนหน้าสวยสร่างเมาในทันที

 

ชิบหายละ! พรุ่งนี้เวรรอรับหน้าประตูด้วย โอ๊ย!”

 

ลิปดารีบลุกขึ้นก่อนจะขอตัวเพื่อนๆกลับ


เออๆ นี่ก็ดึกละ กลับกันดีกว่าว่ะ แม่ง...ไม่เหมือนตอนเรียน ร้านไล่เพราะจะปิดยังไม่ยอมออกกันเลยสราวุฒิเอ่ยขึ้นยามนึกถึงช่วงที่ยังเป็นวัยเรียนวัยรุ่น แต่ตอนนี้พวกเขาต่างมีภาระงานกันหมด ที่มานัดเจอกันได้ก็โชคดีมากแล้ว

 

ก็นะ มีงานรัดตัวกันทั้งนั้นนี่หว่า ป่ะกลับเหอะกุลดนัยลุกขึ้น ก่อนจะหันไปถามบัญญวัตที่เงียบมาได้สักพัก สงสัยจะเมา มึงกลับไงบีม

 

รถ

 

เมาป่ะเนี้ย กลับไหวนะ?” กุลดนัยถามเพื่อนอีกครั้ง กลัวว่าจะเมาจนไปเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่ก็โดนตำรวจสอยไปเสียก่อน

 

ไหวน่า เออ จะกลับละ ไว้เจอกันบัญญวัตยืนขึ้นมาก่อนจะเอ่ยลาเพื่อนทุกคน

 

ชนัตรเห็นร่างของบัญญวัตกำลังเดินลงไปก็ใจร้อนรน เขาอยากจะคุยกับอีกคนมากกว่านี้ แต่ก็ต้องบังคับใจให้เย็นลงมากกว่านี้

 

แล้วพวกมึงสองคนอ่ะ อยู่จนร้านปิดป่าววะ ชนัตรถามเจ้าของผับทั้งสอง

 

ไม่อ่ะ วันนี้ง่วง กลับเลยดีกว่า เดี๋ยวแวะไปสั่งงานไว้แปบนึง จะไปละ

 

เออๆ ไปด้วย เดี๋ยวจะไปจ่ายค่าเหล้า วันนี้เลี้ยง

 

ต้องงี้ดิวะกุลดนัยยกยิ้มอย่างมีความสุข ดีแล้วที่ไม่ใช่พวกเขามาออกเงินเลี้ยง เพราะถ้าพวกเขารวมตัวกันเมื่อไหร่ ก็จะเนียนกลับกัน จนต้องเป็นเขาหรือไม่ก็คนผิวแทนเจ้าเสน่ห์ผู้เป็นหุ้นส่วนร่วมกันผลัดกันรับผิดชอบ

 

ชนัตรลุกไปตามทางทีอนุภัทรบอกเพื่อไปจ่ายเงินทั้งหมดอย่างเร่งรีบพร้อมบอกลาพวกเขาไปในทันที ทำให้สราวุฒิ กับเจ้าของผับทั้งสองยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีแผนการ

 

ร่างสูงของชนัตรรีบวิ่งออกมาทางที่จอรถเพื่อนตามบัญญวัตมา หวังว่าจะได้คุยกันสักนิด ก่อนขึ้นรถก็ยังดี

 

และในที่สุดชนัตรก็เจออีกคนในรถยนต์คันหรูที่เขาคุ้นเคย ยังไม่เปลี่ยนอีกแฮะ

 

เขาจำได้ว่าเมื่อตอนที่เขาทั้งสองมีความรู้สึกดีๆด้วยกัน และมันชัดเจนในวันที่พวกเขาติดฝนในรถของบัญญวัต ชนัตรจับใบหน้าของคนขับเข้ามาจูบท่ามกลางแอร์เย็นๆ ปกคลุมไปทั่วรถ ภายนอกที่น้ำฝนสาดลงมาในยามกลางคืน ไม่รู้ไปเอาความกล้าที่ไหนหลังจากจูบเสร็จก็ได้บอกความในใจแก่เพื่อนสนิทไป

 

ทั้งๆที่ตอนนั้นบัญญวัตเพิ่งเลิกกับแฟนสาวไปได้เพียงสามเดือนเท่านั้น

 

ชนัตรสบัดหัวออกจากความคิดที่ผุดขึ้นมาก่อนจะซับเหงื่อเพื่อทำเหมือนว่าตนไม่ได้รีบวิ่งออกมาให้ทันกับอีกคนที่ดูเหมือนจะมีปัญหากับรถยนต์ของตนเอง ดีหน่อยที่ตนจอดรถไว้เลยจากที่บัญญวัตจอดเอาไว้ไม่กี่คัน จึงทำเหมือนเดินผ่านไปได้อย่างแนบเนียน

 

อีกด้านหนึ่งภายในรถหรูของตนเอง บัญญวัตไม่สามารถสตาร์ทรถได้ เขาไม่ได้เมาถึงขั้นจะสตาร์ทรถกลับบ้านไม่ได้หรอกนะ! ใบหน้าที่แสดงออกว่าเริ่มอารมณ์เสียกับรถของตนเองอย่างเห็นได้ชัด

 

ก๊อกๆ!

 

 

 

รถเป็นอะไรเหรอ

 

.

.

.

บัญญวัตชะงักในทันทีที่ได้ยินจากข้างนอกแม้กระจกที่กั้นก็ได้ยินน้ำเสียงอันห่วงใยของอีกคนข้างนอกได้

 

ถ้าเขาตอบไปว่ารถเสียสตาร์ทไม่ติด จะได้คำตอบมาว่าใช้น้ำมันไดเกียวไหมนะ?

 

มือที่เลื่อนไปกดกระจกลงก่อนจะบอกไปอย่างอึดออด

 

สตาร์ทรถไม่ติดน่ะเขาตอบไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อน แม้ในใจจะโมโหมากแค่ไหน

 

ฝนก็ดูตั้งเค้าแล้วให้ตายสิ! เมฆแดงตัดกับท้องฟ้าที่มืดมิด เขาไม่ชอบเอาเสียเลย


ไหนขอดูหน่อย

 

เจ้าของรถยอมลงมาจากรถอย่างว่าง่าย เพราะเขาอยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว

 

ร่างสูงที่เดินผ่านหน้าไปนั่งบนรถพร้อมกับลองสตาร์ทดูสามสี่ครั้ง ก่อนจะเปิดฝากระโปรงรถ ก่อนจะเปิดไฟฉายจากมือถือ ก้มๆเงยๆ ดูสาเหตุ ส่วนเจ้าของรถก็ชะโงกหน้ามาดูด้วย แม้จะไม่รู้เรื่องอะไรสักเท่าไหร่

 

เข้าศูนย์ไปเช็ครถบ้างรึเปล่า?” อีกคนถามขึ้นโดยไม่ได้หันมามองเจ้าของรถด้วยซ้ำ

 

เข้า!” บัญญวัตตอบอย่างทันควัน แต่ก็กลับมาคิดทบทวนว่านานเท่าไหร่แล้ว อีกคนที่ตรวจดูอยู่ก็หันมาประมาณว่าเข้าจริงเหรอ เอ่อ...ปีที่แล้ว

 

ไดรถไหม้ ต้องเปลี่ยน”  

 

เจ้าของรถหน้าเหวอ ที่บอกว่าปีที่แล้ว...เขาจำผิดไปของอีกปีของปีที่แล้วด้วย นั่นคือ 2 ปีที่แล้ว...

 

ดึกป่านนี้ไม่มีช่างที่ไหนมารับรถเขาไปซ่อมหรอก คงต้องเดินกลับไปนั่งรถสองแถวแล้วเดินต่อไปหาวินรอบดึกดูเสียแล้ว

 

อ๊า ให้ตายสิบัญญวัตสบถเล็กๆ ก่อนจะมองภาพกระโปรงรถปิดลงอย่างช่วยอะไรไม่ได้

 

ปะ เดี๋ยวไปส่ง


แบบนี้อีกแล้ว ใบหน้าแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้อีกแล้วที่ทำให้เขาหวั่นไหว คนถูกชวนทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องถอดกุญแจรถและหยิบของสิ่งที่มีค่าที่มีไม่มากออกมาแล้วล็อครถให้เรียบร้อย ทำให้คนที่มองภาพนั้นหลุดยิ้มออกมาเล็กๆ

 

ไปดิบัญญวัตหันมาบอกกับอีกคน ก่อนจะเดินตามต้อยๆไปอย่างไปมีทางเลือก

 

อีกฟากหนึ่งของที่จอดรถพิเศษสำหรับเจ้าของผับ แน่นอนว่าไม่ใช่ใครนอกจากเพื่อนทั้งสามที่ชนัตรทิ้งไว้ในผับ ทั้งสามแอบมองอยู่บนรถของกุลดนัยโดยสราวุฒิที่นั่งอยู่ด้านหลังยังนั่งไม่ติดจำต้องชะโงกหน้ามามองระหว่างสองคนหน้า

 

กลับมาก็สอยคนมึนของแก๊งค์ไปส่งบ้านได้ มันร้ายนะคะหัวหน้าสราวุฒิดัดเสียงและเล่นจริตเต็มที่ ก่อนจะบิดปากอย่างหมันไส้

 

เรื่องนี้คือเรื่องจริง ไม่ใช้ตัวแสดงนะครับท่านอนุภัทรเอ่ยแซวตาม

 

แบบนี้มันต้องตาม!” เจ้าของรถที่ขยับเกียร์เตรียมจะขับตามทั้งสองที่พวกเขาแอบมองมาได้สักพักใหญ่ๆ

 

ได้หลานเพิ่มแน่ๆกูว่า

 

พ่อง! 555”

 

ทั้งสามหัวเราะลั่นรถก่อนจะตามรถ LAND ROVER สีดำคันหรูของเพื่อนไปอย่างห่างๆ


ไปเรียนวิศวฯ รึไง ถึงรู้น่ะบัญญวัตเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบในรถมา 15 นาทีได้แล้ว

 

แค่เปิดดูก็เห็นแล้ว ไม่เห็นต้องไปเรียนเลยชนัตรตอบยิ้มๆ

 

คนฟังก็ได้แต่ไหวไหล่พร้อมกับเบ้ปากเล็กๆ ไม่พูดอะไรต่อ

 

ตอนแรกก็นึกว่ากลับไปแล้วซะอีก

 

นั่งสตาร์ทอยู่สักพักหนึ่งน่ะ ก่อนจะเจอเจ้าของปากกระจับพูดออกมาอย่างท้อแท้ใจ คราวหลังเขาจะต้องเข้าเช็คศูนย์บ่อยๆเสียแล้ว

 

พอดีเดินออกมาแล้วยังไม่สตาร์ทรถน่ะ อยู่ในรถนานๆ เดี๋ยวอากาศไม่ถ่ายเท เป็นห่วง

 

คนฟังยกยิ้มเล็กๆ ก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ เขินอีกแล้วสิ

 

ปกติก็ไม่ได้ใช้รถบ่อย เลยไม่ได้เข้าไปเช็คสภาพรถ ตอนแรกจะเข้าไปตามพวกนั้นให้ไปส่งแล้ว

 

ดีนะออกมาเจอก่อน

 

อะไรนะ?”

 

ชนัตรพูดเพียงเบาจึงทำให้เขาไม่ได้ยินสักเท่าไหร่ ตาเล็กๆขยายโตที่เป็นปกติเวลาถาม

 

เปล่าชนัตรยิ้มตอบไปก่อนจะตั้งใจขับรถ แต่จู่ๆ สายฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างแรงจนมองทางไม่ค่อยชัดเสียเท่าไหร่ ยิ่งดึกๆแบบนี้ก็ต้องระวังคนที่ขับขี่ ถ้าไม่มีสติแล้วเห็นถนนโล่งจึงขับขี่ด้วยความเร็วจนเกิดอุบัติเหตุ แถมฝนตกถนนอาจจะลื่นได้

 

คนติดรถตามมาก็ได้แต่ถอนหายใจ อากาศก็กดอากาศลงจนเริ่มหนาว ปากเล็กๆ ใบหน้าที่อมชมพูก็พูดทางไปบ้านของตนเป็นระยะๆ เวลาเดินทางก็เกือบหนึ่งชั่วโมง ฝนก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะลดลง

 

1.25 น.

 

ในที่สุดก็ถึงบ้านของบัญญวัต คนที่มาเห็นครั้งแรกก็มองเห็นถึงความสวยงามลงตัว และเข้าใจตกแต่งบ้าน ดูจากลักษณะ ไม่ต้องเดาให้ยากว่าคงเป็นคนข้างๆเขานี่แหละ ที่เป็นคนออกแบบสร้างเอง

 

นอกกำแพงบ้านหลังใหญ่ของบัญญวัต ก็ยังมีรถยนต์อีกคันหนึ่งที่ตามมาตลอด และคาดว่าพวกเขาทั้งหมดคงต้องเข้าไปค้างที่คอนโดของวิศวกรหนุ่มที่ตาจะปิดอยู่ด้านหลังรถ

 

สาบานที ว่าสองคนนี้มันเคยต่อยกันจนแทบจะตัดเพื่อนกันจริงๆคนขับรถที่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเอ่ยถามขึ้นมาอย่างคิดไม่ตก

 

แต่ไหงมันกลับมาส่งถึงบ้านด้วยกันเฉยเลยอนุภัทรที่งงแสนงงกับการกระทำเหล่านั้นพอๆกันกับคนข้างๆ

 

ดูท่าคนขับรถจำเป็นได้นอนค้างด้วยนะครับตามด้วยสราวุฒิที่คาดเดาว่าคืนนี้คนที่กลับมาจากอเมริกาสดๆร้อนๆ จะได้ค้างบ้านราคากว่า 60 ล้านบาท ที่กินเนื้อที่ไปมากโข ไหนจะภายนอกภายในที่ดูดีตามสไตล์เจ้าของบ้าน

.

.

.

ขอบคุณที่มาส่งบัญญวัตหันมาเอ่ยขอบคุณคนข้างๆ ที่พอหันไปก็เห็นภาพหาวหวอดๆ ของอีกคน ชนัตรพยักหน้ารับก่อนจะส่งยิ้มให้

 

ไม่เป็นไร ยังไงก็...ฝันดีนะ

 

เจ้าของบ้านยังไม่ลงจากรถ คำพูดที่ติดอยู่ที่ปากกลับพูดออกมายากเย็นเสียเหลือเกิน

 

นี่ก็ดึกแล้ว...ค้างที่นี่ไหม? ฝนน่าจะไม่หยุดง่ายๆ

 

บัญญวัตลอบถอนหายใจเล็กๆ ก่อนจะเปิดประตูออกไป ก่อนจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงพร้อมกับเสียงปิดประตูรถดังตามมา ทำให้คนที่เดินมาข้างหลังไม่อาจจะได้เห็นรอยยิ้มของเจ้าของบ้านที่กำลังเข้าไปอย่างตื่นเต้น 




100 %


 


#ใกล้กันCB or #เอเอ็นเจลฟิคชั่น


อูยยยยยยย บ่ทัมดาเด้อ พี่โชนเรา

ตอนหน้าจาเปิดตัวน้องคิมแล้ว

เม้นท์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ้บๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #2 Reenazz_Ireen (@reenbabymile) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 19:37
    อบอุ่นจังเลยยยยยงือออ
    #2
    0