My dark chocolate #ดาร์กช็อคอูซอบ

ตอนที่ 7 : EVERLAND [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 พ.ย. 60

 เช้าสุดสัปดาห์ที่โหยหาย หวังจะได้นอนตื่นสายๆ นอนนิ่งบนเตียงนุ่มใต้ผ้าห่มหนา ก็ต้องสลายเพราะเมื่อคืนจีฮุนส่งข้อความมาชวนผมให้ไปสวนสนุกเป็นเพื่อน ผมปฏิเสธไปแล้วนะว่าไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอระหว่างจีฮุนกับควานลิน แต่จีฮุนบอกว่าเขินไม่อยากไปกันสองคนเลยชวนผมไปด้วย วันนี้เลยต้องดีดตัวเองออกจากเตียงตั้งแต่เช้าเพื่อไปให้ทันตามนัด


“วันนี้จะไปเดทหรอ แต่งตัวหล่อเชียว” คุณแม่ที่เตรียมข้าวเช้าอยู่ในครัวทักขึ้น


“ไม่ใช่นะครับ ไปเที่ยวต่างหาก” ผมเดินมารินนมใส่แก้ว


“ก็เห็นใส่เสื้อที่อูจินซื้อให้นี้นา” คำพูดของทำเอาผมสำลักนม จริงสิ เสื้อฮู๊ดสีชมพูที่ผมใส่ตอนนี้ อูจินเป็นคนซื้อให้จริงด้วย


“ผมไปก่อนนะครับ” หอมแก้มคุณแม่หนึ่งที ก่อนออกจากบ้านไปยังสถานที่ที่นัดกันไว้


“ฮยองซอบมาแล้ว” จีฮุนที่นั่งอยู่ตรงป้ายรถเมล์ โบกมือทักผม ดูเหมือนว่าผมจะมาถึงคนสุดท้าย


“ขอโทษที่สายนะ รอกันนานไม” ผมรีบขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอ ก่อนจะนั่งข้างอูจิน


“เพิ่งถึงเมื่อกี้เหมือนกัน” คราวนี้อูจินตอบบ้าง ผมแค่พยักหน้าตอบกลับเท่านั้น


“ใส่เสื้อตัวนี้แล้วน่ารักดีนะ” อูจินหันมาพูดกับผม แล้วทำไมต้องรู้สึกเขินด้วยเนี่ย


“ก็คนน่ารักอ่ะ ใส่อะไรก็ดูดีเป็นธรรมดา” ทำเป็นพูดเล่นกลบเกลื่อนไปเรื่อย แค่หวังว่าคนที่ยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวจะไม่รู้นะว่าผมกำลังเขินอยู่ รออยู่สักพักรถเมล์ก็มาถึง โชคดีที่คนไม่เยอะมาก พวกเราไปนั่งแถวหลังสุด อูจินเข้าไปนั่งริมหน้าต่างตามด้วยผม จีฮุน และควานลิน


“ฮยองซอบ อูจินกินขนมปังไม” จีฮุนที่กำลังค้นกระเป๋าเป้หยิบขนมปังยื่นให้ผม


“กินๆๆ” ผมรับขนมมาแล้วฉีกซอง ส่วนอูจินส่ายหน้าไม่เอาก่อนจะเสียบหูฟัง


“กินหน่อยดิ”


“แล้วเมื่อกี้ทำไม” ยังไม่ทันพูดจบ อูจินก็โน้มมากินขนมปังในมือผมไปเกือบครึ่งอัน


“อร่อย” เพื่อนตัวดีเคี้ยวตุ้ยๆ เยาะเย้ยผม ผมขี้เกียจจะเถียงด้วยเลยกินที่เหลือจนหมด


“ฟังเพลงอะไร ฟังมั้ง” ผมดึงหูฟังจากหูอูจินมาใส่เอง


“ดังไปป่ะ” อูจินลดเสียงเพลงลงนิดนึง ทำให้ฟังสบายขึ้น

 

여기저기 남아있는

ตรงนี้ตรงนั้น ก็ยังมีเธออยู่


나의 첫사랑 오랜 시간

รักแรกที่แสนเนินนานของฉัน

친구라는 이름에

คนที่เธอเรียกว่าเพื่อนเสมอมา

주위를 맴돌았던

ใจของฉันอยู่รอบๆ ตัวเธอนะ

I miss u girl I’m falling down

HyeongseopXEuiwoong(형섭X의웅) _ I Like You Girl

 

“ซอบถึงแล้ว” หัวที่สั่นหงึกๆ ทำให้ผมตื่น “ไหล่เราสบายอ่ะดิ”


“แข็งจะตาย เจ็บหัวไปหมด” ผมจับหูตัวเองที่ชาจากการกดทับนานไป ก่อนจะถอดหูฟังคืนอูจิน


พวกเราลงจากรถเมล์ แล้วต่อ shuttle bus อีกต่อ ไม่เกิน 15 นาที ก็ถึงเป้าหมายแล้ว Everland


“โอ้ย เมื่อยไปหมด นั่งรถตั้งชั่วโมง” จีฮุนยืดเส้นหลังผ่านทางเข้ามาแล้ว


“เดี๋ยวผมนวดให้” ควานลินบีบไหล่ให้จีฮุน


“ไม่ต้องๆ เราไปซื้อที่คาดผมกันเหอะ” จีฮุนลากผมไปที่ช๊อป ภายในเต็มไปด้วยตุ๊กตา ของเล่นรูปสัตว์เต็มไปหมด พวกเราตรงดิ่งไปที่คาดผมหูสัตว์นานาชนิด แน่นอนว่าผมต้องหยิบหูกระต่ายสีชมพูมาใส่


“จีฮุนก็ใส่กระต่ายด้วยกันสิ” ผมหยิบหูกระต่ายใส่ให้จีฮุน เขาหันไปเช็คความเรียบร้อยกับกระจก


“เป็นไง น่ารักป่าว”


“น่ารักครับ” ควานลินตอบ


“ทำตัวเป็นเด็กไปได้” อูจินที่ยืนดูพวกเราพูดขึ้น


“แกก็ใส่ด้วยสิ” ผมใส่หูกระต่ายให้อูจิน เพื่อนตัวดีทำท่าจะถอดออก “อย่าเอาออก”


“งั้นก็กระต่ายกันทุกคนนี้แหละ” จีฮุนพูดขึ้นเมื่อควานลินก็หยิบหูกระต่ายมาใส่

 

“งั้นเล่นอะไรก่อนดีอ่ะ” ผมถามขึ้นเพราะในนี้มีเครื่องเล่นเยอะแยะ เล่นให้หมดในวันเดียวคงยาก


“เราอยากขึ้น T-express อ่ะ” จีฮุนพูดชื่อเครื่องเล่นที่ผมไม่อยากฟังมากที่สุด


“มันรอนานนะ” ผมแย้ง


“ถ้าเรารีบไปต่อคิวตอนนี้คงไม่นานเท่าไหร่นะครับ” ควานลินพูดขึ้น หมดทางจะต่อต้าน ผมพยายามเดินให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเราเดินมาถึงแถวไม่ค่อยยาวมาก รอไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะได้ขึ้น รู้สึกไม่ดีเลยแหะ


“จีฮุนเราไม่ขึ้นได้ไม เรากลัวอ่ะ”


“ไหนๆ ก็มาแล้ว ขึ้นเหอะ”


“นั้นสิครับ” แหม เสริมทัพใหญ่เลยนะ


“ป๊อดอ่ะดิ” อูจินที่ยืนต่อหลังพูดขึ้น


“...” คือไงอ่ะ ถ้าไม่ช่วยอย่าตอกย้ำกันสิ


“เราอยู่ตรงนี้ไม่ต้องกลัวหรอก” อูจินกระซิบกับผม พร้อมกับจับมือผมไว้ ไม่รู้ว่าอูจินหมายถึงอะไร แต่ผมกลับรู้ปลอดภัยแปลกๆ

 

เวลาผ่านไปแถวค่อยๆ สั้นลง พวกเราก็เข้าใกล้ทางเข้าทุกที พนักงานเริ่มปล่อยแถวให้เดินเข้าไปแล้ว


“อึ่ย ปวดท้องว่ะ” อูจินเอามือกุมท้อง


“เป็นไรอ่ะ” ผมถามอูจิน


“ปวดท้องอ่ะ น่าจะปวดอึ”


“มาปวดอะไรตอนนี้ จะขึ้นแล้วนะ” จีฮุนทัก


“ปวดอึมันคุมกันได้หรอ” อูจินซอยเท้าถี่


“ผมว่าพี่ไปเข้าห้องน้ำไม” ควานลินพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าอูจิน


“เออๆๆ” อูจินจับมือผมพาวิ่งออกจากแถวมาด้วย ผมก็วิ่งตามจนถึงห้องน้ำ

 

“ปวดขนาดนั้นเลยไง” วิ่งเร็วเป็นบ้าอย่างกับท้องเสีย


“ปวดอะไรล่ะ เราช่วยซอบเนี่ย” อูจินพูดทั้งที่ยังยืนหอบอยู่


“เห้อออ” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทั้งรู้สึกโล่งอกและรู้สึกขอบคุณเพื่อนตัวดีที่ลากผมออกมาได้


“แล้วเอาไงต่ออ่ะ ทำไรดี”


“หาของกินก่อน” ผมพูดพลางมองดูทิศทางโซนของกิน


“ก็ได้ๆ” อูจินพูด พลางเดินนำทาง พวกเรานั่งรอกันอยู่ที่ร้านขนม


“แกจีฮุนบอกให้เจอกันที่ไวกิ้งอ่ะ” ผมบอกอูจินที่นั่งกินซูโรสอยู่


“ซอบจะเล่นหรอ” ผมส่ายหน้ารัวๆ “ให้ตายยังไงก็ไม่เล่น”


“งั้นเราก็มาเดทด้วยดีไม”


“ไอ้บ้า!!!” ทำไมชอบพูดให้เขินตลอด


“แล้วอยากไปไหนอ่ะ”


“สวนสัตว์ไม” ผมชี้ไปที่สวนสัตว์ ตลอดทางเข้าเต็มไปด้วยครอบครัวที่พาลูกมาด้วย อีกทั้งยังมีคู่รักและกลุ่มเพื่อนต่อแถวยาวรอเข้าไปข้างใน เดินตามทางไปเรื่อยๆ เราก็ได้ขึ้นรถบัส ทั้งรถเต็มไปด้วยครอบครัวที่พาลูกมาเที่ยว เด็กๆ ต่างตื่นเต้นกับสัตว์ที่อยู่รอบๆ รถ เห็นแบบนี้ก็นึกถึงตัวแสบที่บ้าน นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เที่ยวด้วยกัน


“ครั้งหน้าพาน้องมาเที่ยวกันเถอะ” อูจินพูดกับผมเหมือนอ่านใจผมได้ 


“อืม” จบการทัวร์สวนสัตว์เราก็ฝ่าครอบครัวนับสิบที่ยืนเลือกตุ๊กตาสัตว์อยู่ที่ร้านขายของที่ระลึก


“ไม่ซื้อไรไปฝากน้องหน่อยหรอ” อูจินพูดขึ้น ทำให้ผมเดินไปดูของที่ระลึก


“อันนี้ดีไม” ผมโชว์พวงกุญแจกระต่ายให้อูจินดู


“ของน้องหรือของตัวเอง” คำพูดของอูจินทำให้ผมต้องเลือกพวงกุญแจเสือแทน


“บ่ายแล้ว หิวข้าวป่าว” อูจินถาม


“หิวๆๆ” พวกผมเดินหาร้านข้าว แต่ราคาร้านในนี้ค่อนข้างแพง มื้อนี้เลยจบลงที่รามยอน


“เอาไงต่ออ่ะ” อูจินที่กินฮอทด็อกถามขึ้น ผมเช็คมือถืออ่านข้อความที่จีฮุนส่งมา


“จีฮุนบอก 4 โมง เจอกันที่ม้าหมุนอ่ะ”


“อีก 2 ชั่วโมง ทำไรต่อดีอ่ะ”


“ไปถ่ายรูปที่สวนตรงนั้นกัน” ผมเดินมาหามุมถ่ายรูป ตอนนี้เข้าฤดูใบไม้ร่วงใบไม้ต่างพากันเปลี่ยนจากสีเขียวสดเป็นสีแดง สีส้ม สีเหลือง สลับไปมาอย่างสวยงาม เหมาะมากกับการถ่ายรูปตั้งโปรไฟล์ใหม่


“มุมนี้ๆ เชิดหน้านิดนึง หลับตาหน่อย โอเค” อูจินที่เป็นตากล้องจำเป็นสั่งนายแบบอย่างผม


“เป็นไงๆ สวยป่าว” ผมไปเช็ครูปที่อูจินถ่าย รูปออกดูดีเลยทีเดียว


“สวยดิ ก็แบบน่ารักอ่ะ” โว้ย ไม่ใช่ขนมครกนะ จะได้หยอดทั้งวัน


“มาๆ ฉันถ่ายให้มั้ง” ผมไล่ให้อูจินไปจัดท่าโพส


“ถ่ายดีๆ ล่ะ” ไว้ใจเถอะเรื่องถ่ายรูปอ่ะ


“เผลอๆ นะ 1 2 3


“ทำไมหน้าเราเบลออ่ะ” อูจินโววายเมื่อมาเช็ครูปที่ผมถ่าย ก็รูปมันดันหน้าเบลอหลังชัดซะงั้น


“สวยออก ธรรมชาติดี” อูจินไม่ตอบอะไร ได้แต่ทำหน้าหงุด ผมลากอูจินไปถ่ายรูปต่อที่ต้นคริสมาสยักษ์ที่ประดับด้วยดอกไม้เล็กใหญ่เต็มต้น


“มาเซลฟี่กัน” อูจินพูดพร้อมยกมือถือขึ้นสูง ผมไปยืนข้างๆ แล้วโพสท่าชูสองนิ้ว


“มองกล้องดิ มองฉันทำไม” ผมพูดเมื่อเพื่อนตัวดีเอาแต่มองหน้าผมอยู่นั้น


“ก็ตัวจริงน่ารักกว่าในกล้องอ่ะ”


“โว๊ะ” ผมอุทานกับความเสี่ยวของอูจิน ก่อนจะหันหลังให้


“โอ๋ๆ ไม่แกล้งแล้ว มาๆ ถ่ายรูปกัน” อูจินเข้ามาโอบไหล่ผม ก่อนจะยกมือถืออีกครั้ง พวกเราถ่ายรูปกันเพลิน ดูเวลาอีกทีก็เกือบ 4 โมงแล้ว โชคดีที่อยู่ไม่ไกลม้าหมุนมากนัก รออยู่สักพักจีฮุนกับความลินก็ตามมา


“เป็นไง เก็บครบไม” ผมถามจีฮุนที่ยิ้มกว้างมาแต่ไกล


“ยังไม่ได้เข้าบ้านพี่สิงเลย เสียเวลาที่รถไฟเหอะอ่ะ รอคิวตั้งชั่วโมง”


“ไปเข้าก่อนไม เรารอได้”


“ไม่อ่ะอยากนั่งม้าหมุนมากกว่า” จีฮุนพูดพลางเดินไปต่อแถว แถวยาวพอสมควรเลยคำนวณจากสายตาก็ประมาณชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้น


“แล้วนี้กินไรกันยังอ่ะ” ผมถามจีฮุนกับควานลิน


“ไม่อ่ะ กลัวอ้วก เดี๋ยวค่อยกินหลังจากนั่งม้าหมุนก็ได้” ระหว่างที่เราเข้าแถวรอม้าหมุนจีฮุนก็บรรยายเครื่องเล่นแต่ละอย่างให้ฟัง ทำเอาผมอ้าปากค้างเลยโชคดีแค่ไหนที่ผมไม่ได้เล่น คงได้ช็อคตายไม่เครื่องใดก็เครื่องหนึ่ง


นี้หกโมงกว่าแล้ว ท้องฟ้ามืดเร็วกว่าปกติคงเพราะใกล้เข้าฤดูหนาว ไฟประดับถูกเปิดขึ้นทั่วสวนสนุกทำให้ที่นี้เหมือนเมืองในเทพนิยายที่กำลังมีงานรื่นเริงก็ว่าได้ พวกเรามารอเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปข้างบนเพราะไม่มีแรงจะเดินกันแล้ว ไม่ว่าไปตรงไหนคนก็เยอะไปหมด คนค่อยๆ ทยอยกันขึ้นไปทีละกลุ่ม จนเคเบิ้ลคาร์มาจอดที่หน้าพวกเราจีฮุนกับควานลินขึ้นไปก่อน ผมที่กำลังจะก้าวเข้าไปโดนอูจินรั้งไว้ก่อน


“ทำไมไม่ขึ้นกับจีฮุนอ่ะ” ผมหันไปถามอูจินอย่างงงๆ


“เอาเหอะน่า ไปได้แล้ว” ยังไม่ทันได้คำตอบ อูจินก็ดันหลังผมให้เข้าไปข้างในก่อนจะนั่งกันคนละฝั่ง


“อูหู้ อย่างสูงอ่ะ” ผมร้องออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า จากมุมนี้สามารถมองเห็นเอเวอร์แลนด์ที่ตกแต่งด้วยไฟอย่างสวยงามเหมือนกับว่ายืนอยู่ท่ามกลางหิ่งห้อยตัวน้อยๆ


“ซอบ” ผมหันไปทางอูจินที่เรียกผม ก็ต้องตกใจเมื่อมีกระต่ายตัวน้อยอยู่ตรงหน้า


“นี้มัน” พวงกุญแจน้องกระต่ายที่อยากได้


“เราซื้อให้” ผมหยิบพวงกุญแจกระต่ายสีขาวมาจากมืออูจิน ขนนุ่มสุดๆ


“ขอบคุณนะ” ผมจัดการห้อยน้องไว้ที่กระเป๋าเป้


“ดูนี้สิ เราก็มี” อูจินอวดพวงกุญแจกระต่ายสีเทาให้ผมดู


“ไม่ใช่แฟนกันซะหน่อย มาใช้ของคู่ได้ไง”


“ตอนนี้ยัง แต่อีกหน่อยต้องเป็นแน่ๆ”


“สู้ๆ นะ”


“พูดแบบนี้ เชียร์เราอยู่ใช่ป่ะ” อูจินย้ายมานั่งข้างผม


“ถอยไปเลย” ผมดันตัวอูจินที่นั่งติดผมจนจะสิงอยู่แล้ว


“บอกมาก่อน” อูจินเขยิบเข้ามาใกล้มาขึ้น “ไม่บอกเว้ย”


“ไม่บอกจูบนะ” อูจินค่อยๆ เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ผม ตัวผมโดนล็อคอยู่มุมติดหน้าต่างแล้ว หน้าเราสองคนเข้าใกล้กันจนผมต้องเบือนหน้าหนี ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นมากระทบที่แก้มผม


“เห้ย ถึงแล้ว” ผมตะโกนก่อนจะลุกไปรอที่ประตู พอประตูเปิดผมรีบวิ่งไปหาจีฮุนที่ยืนรออยู่ทันที


“อูจินทำไรฮยองซอบอ่ะ ตัวสั่นเชียว” จีฮุนถามเมื่อเห็นอาการของผม


“เราก็แค่จะ...” อูจินเหล่มองมาทางผมเหมือนจะสื่อว่าให้เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นดีไม


“เราแค่หนาวนะ ไม่มีไรหรอก” ผมรีบบอกก่อนที่เพื่อนตัวดีจะเล่าอะไรมากกว่านี้


“อ้าวหรอ งั้นไปหาไรกินกันเถอะ” พวกหาอะไรกินก่อนนั่งรถเมล์กลับมาที่ป้ายรถเมล์เมื่อเช้า พวกเราแยกย้ายกันกลับบ้าน อูจินมาส่งผมที่บ้านทั้งที่ผมบอกว่ากลับเองได้ มันก็ไม่ยอมจะมาส่งให้ได้



 

“แวะสนามเด็กเล่นแปปนึงดิ” อูจินเดินไปนั่งชิงช้าในสนามเด็กเล่นแถวบ้านผม


“จำได้ป่ะ ที่เราแข่งแกว่งชิงช้ากันอ่ะ” ผมมานั่งข้างๆ อูจิน


“จำได้ดิ เราแกว่งสูงมากจนตกชิงช้า”


“เข้าเฝือกเป็นเดือนอ่ะ” พวกเราหัวเราะกับเรื่องในวัยเด็ก ก่อนจะเงียบกันทั้งคู่


“เออ...”


“คือ” พวกเราพูดขึ้นพร้อมกัน


“แกพูดก่อนเลย”


“ซอบพูดก่อนดิ”


“แกชอบฉันจริงๆ หรอ”


“เราชอบซอบมากกว่าที่ซอบรู้ซะอีก”


“ตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ชอบฉัน”


“ก็...ตั้งแต่ตอนที่ซอบหลงทางวันนั้นอ่ะแหละ”


“ตอนม. 2 อ่ะนะ” ตั้ง 4 ปีเลยหรอ


“อืม ตอนแรกเราก็ไม่อยากเชื่อตัวเองหรอก มามั่นใจก็ตอนที่เราหึง เราไม่ชอบให้ใครมาจีบซอบ ปกติเพื่อนเขาไม่หึงกันไง เข้าใจไม? อีกอย่างเราอยู่ด้วยกันทุกวัน เจอทั้งเรื่องร้ายเรื่องดีซอบก็คอยอยู่ข้างเราตลอด เราชอบตัวเองเวลาอยู่กับซอบ ได้ดูแลซอบ ได้ทำให้ซอบหัวเราะ ได้ทำสิ่งดีๆ ให้ซอบ ทุกอย่างที่เราทำให้ซอบมันทำให้เรามีความสุข”


“...” ผมอึ้งกับคำตอบที่ไม่ได้คาดหวังอะไร


“ถามทำไม”


“ก็แค่อยากรู้เฉยๆ”


“แล้วไม่อยากรักหรอ” ยังไม่วายจะหยอด


“ก็กำลังคิดอยู่”


“ห้ะ”


“ฉันก็แค่สับสน ว่าฉันรู้สึกยังไงกับแกกันแน่”


“ยังไงอ่ะ”


“ความรู้สึกมันไม่เหมือนตอนที่ฉันชอบพี่แดน ที่รู้สึกใจสั่นหรือตื่นเต้นทุกครั้งที่เจอหน้า แต่เวลาอยู่กับแก ฉันเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องกลัวอะไรเพราะแกจะปกป้องฉัน เวลาฉันเศร้าแกก็คอยอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน ทำให้อารมณ์ดีตลอด เวลาฉันหลงทางแกก็จะหาฉันเจอ เหมือนคนในครอบครัวมากกว่าอ่ะ”


“...รู้สึกดีจัง” อูจินแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า ก่อนผมจะสังเกตเห็นน้ำใสๆ ไหลมาจากหางตาอูจิน


“แกร้องไห้หรอ” ผมลุกไปมองหน้าอูจิน


“รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันไม่สูญเปล่า แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว”


“ไอ้บ้า เลิกร้องไห้ได้แล้ว” ผมพูดพลางดึงฮูดมาคลุมหัวอูจินไว้ แล้วดึงเชือกที่คอจนสุดทำให้ฮูดย่นมารวมกันตรงกลาง ผมหัวเราะเสียงดังที่แกล้งเพื่อนตัวดีได้


“สนุกมากป่ะ” อูจินดึงฮูดออก ก่อนจะดึงเสื้อผมให้ก้มตัวลง


“จะทำไรเนี่ย”


“ก็จะสอนวิธีใส่ฮูดไง” อูจินพูดพร้อมกับใส่ฮูดให้ผม ก่อนจะดึงเชือกที่คอทำให้หน้าผมห่างกับอูจินห่างกันไม่ถึงฝ่ามือ อูจินค่อยๆ เข้าใกล้ผม ครั้งนี้ผมหลับตาเป็นนัยน์ว่าผมยอมรับจูบของอูจิน


ริมฝีปากของเราค่อยๆ สัมผัสกันจนแนบสนิทเหมือนจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แปลกนะทั้งที่อากาศหนาวแล้วแท้ๆ แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก อบอุ่นไปถึงหัวใจ


“เป็นแฟนกันนะ”


“อื้ม” ผมตอบตกลงอย่างไม่ลังเล ถ้าผมปฏิเสทอูจินต้องโง่มากแน่ๆ ผมจะไม่ยอมโง่เหมือนกับที่ผมมองไม่เห็นความรักที่มีค่าของอูจินที่มีให้กับอย่างที่แล้วอีกเด็ดขาด



언제나 나만 봐주는

คนที่คอยช่วยเหลือแต่ฉันไม่ว่าเมื่อไหร่
힘이 옆에서 위로해주는

คนที่คอยปลอบฉัน อยู่ข้างๆ เวลาที่เหนื่อยล้า
그동안 찾아 헤매온 사람

คนที่ฉันตามหาในช่วงเวลานั้น
사람이 바로 너였으면 좋겠

หากคนนั้นเป็นเธอก็คงจะดี

HyeongseopXEuiwoong(형섭X의웅) _ It Will Be Good












------------------------------------------------------------------

ขอจบเรื่องไว้เท่านี้นะคะ 

เรื่องยาวเราไม่ถนัดจริงๆ 

แต่อาจจะมาเป็นสเปเชี่ยลแทนนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่อ่าน ที่ติดตามนะคะ


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #10 baimon_bn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 22:37
    ฮื่อออเขินจังเลยค่ะ น่ารักกันจริงๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์ในเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #10
    0