[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 2 ตำหนักสุ่ยเซียน (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,020 ครั้ง
    17 มี.ค. 63

พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าอวี้เหวินเฉิงก็ได้รับอนุญาตให้ค้างคืนที่ตำหนักสุ่ยเซียนไปเสียแล้ว


 

ตามจริงก็หวังอยากกินข้าวเย็น มีเวลานั่งคุยเพิ่มอีกนิดๆ หน่อยๆ แต่กลับได้กำไรมหาศาลราวกับถูกตบทองชิ้นโต และที่สำคัญกว่านั้น ไม่ว่าจะเรื่องข้าวเย็นก็ดี หรือการค้างเองก็ดี มันไม่ใช่เพราะงาน แต่มาจากความต้องการของตัวเขาเองล้วนๆ ไม่มีเจตนาอื่นปะปน


 

ถามว่านี่มันออกจะเป็นเรื่องงามหน้าชวนนินทาไปสามบ้านแปดบ้านไหม...ก็คงต้องตอบว่าใช่ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ สนมชายไม่เคยขายออก ฮ่องเต้ไม่ค่อยเสด็จมาประทับตำหนักฝั่งนี้ วันหนึ่งก็อยู่ว่างๆ เปล่าๆ ปลี้ๆ ไม่มีใครสนใจกฎหรือคาบไปฟ้องขันทีหรอก


 

หรือต่อให้มีจริงๆ จะเป็นการผิดประเพณีหรือทำสอบตกให้โดนคัดออกอวี้เหวินเฉิงก็ไม่มีความจำเป็นที่จะสนใจเลยแม้ต่อน้อย ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าตนไม่มีวันโดนไล่ออกจากวังจนกว่าจะสืบข้อมูลนี้สำเร็จอยู่แล้ว


 

อวี้เหวินเฉิงน่ะ...เชื่อใจในศักยภาพของ 'เส้นสาย' ตัวเองมากพอ


 

"เรื่องเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน ข้าจะสั่งให้ซื่อเป่าไปเอาที่เรือนของเจ้าเอง" ต้วนมู่ชิงเอ่ย เรียกให้อวี้เหวินเฉิงซึ่งกำลังคิดอะไรเพลินๆ หันไปมอง


 

ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย


 

"เกรงใจท่านพี่นัก ให้ไปเอาเองดีกว่าขอรับ" อวี้เหวินเฉิงทำเสียงอ่อน หน้าตาใสซื่ออย่างเกรงอกเกรงใจ


 

ต้วนมู่ชิงคลี่ยิ้มออกมา เรียวนิ้วขยับไปบีบจมูกของอวี้เหวินเฉิงเบาๆ หยอกล้ออย่างกึ่งจะเอ็นดูกึ่งจะหมั่นไส้


 

อวี้เหวินเฉิงหัวเราะน้อยๆ แล้วรวบมือคนบีบจมูกมาจับไว้


 

"อีกทั้ง...ท่านซื่อเป่ายังมีหน้าที่ต้องคอยจัดเตรียมอาหาร อีกทั้งหากข้าให้บ่าวเรือนอื่นมาทำงานจิปาถะให้เช่นนี้ เกรงจะไม่เป็นผลดีต่อตัวข้าด้วยขอรับ จื่อเหยียนผู้นี้ยังอยู่ในช่วงถูกขันทีจับตามองอยู่ เกรงว่าเรื่องนี้จะไม่งามและเป็นเหตุให้โดนท่านผู้อื่นไม่ชอบหน้าได้"


 

จริงๆ คือไม่งามตั้งแต่ตะล่อมขอนอนบ้านเขาแล้ว— แต่เจ้าตัวสนที่ไหนล่ะ

"หากไม่ใช้บ่าวตำหนักข้าแล้วจะใช้ใครเล่า ตำหนักจูเชวี่ยหรือ...เฮ้อ...เอาเถิด หากเ

จ้าไม่สบายใจ ข้าก็ตามใจเจ้า" ต้วนมู่ชิงตอบอย่างปลงๆ เดินนำอวี้เหวินเฉิงไปยังห้องนอนสำหรับรับรองแขก...ซึ่งอันที่จริงมันก็คือห้องที่เตรียมเอาไว้ ‘ปฏิบัติกิจ’ กับฮ่องเต้น่ะแหละ แต่ไหนๆ ก็ไม่ได้ใช้งาน เอามาให้แขกใช้ก็ไม่เสียหาย


 

"แต่รุ่นพี่เช่นข้าจะปล่อยเจ้าเดินไปกลับอย่างลำบากคนเดียวได้อย่างไร หลังจากดูห้องนอนเสร็จแล้ว ให้ข้าไปกับเจ้าดีไหม? "


 

"เรื่องนั้นยิ่งกว่าให้บ่าวไปอีกขอรับ" อวี้เหวินเฉิงแย้งทันที เขาเดินตามเข้ามาในห้อง พิจารณาครู่ด้วยก็รู้ว่าห้องนี้เอาไว้ใช้ทำอะไร...การที่ยอมให้ใช้ห้องนี้นอนได้ เทียบเท่ากับว่าอีกฝ่ายยัง ‘ไม่เคยถวายงาน’ จริงๆ


 

"เนั่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่งาม ท่านพี่ของเจ้าเริ่มจะตามใจเจ้าไม่ถูกแล้วนะอาเฉิง" ต้วนมู่ชิงกอดอก ขมวดคิ้วมุ่นทำเสียงเข้มดุเล็กน้อย แต่น่าแปลกที่มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด ซ้ำคนมองยังรู้สึกเหมือนเห็นเด็กเอาแต่ใจกำลังพองหัวพองแก้มใส่ด้วยซ้ำ


 

“ท่านพี่อย่าเพิ่งโกรธจื่อเหยียนเลย” อวี้เหวินเฉิงยกมือ ทำทียอมแพ้ต่อบทสนทนาในครั้งนี้ เขามองต้วนมู่ชิงสายตาราวลูกหมาน้อยสำนึกผิด “ข้าเป็นคนใหม่ไร้ซึ่งประสบการณ์ใดๆ มาอยู่ร่วมกับชนชั้นสูงได้แค่เพียงไม่กี่วัน ย่อมหวั่นเกรงต่อสิ่งนั้นสิ่งนี้ ท่านพี่ขอรับ อย่าได้ตำหนิน้องอย่างรุนแรงเลย”


 

แน่นอนว่าเห็นท่าทางเป็นหมาสำนึกผิดแบบนั้น หากไม่ใจอ่อน ก็คงเป็นหินผาเกินทน ต้วนมู่ชิงแทบยวบ ยอมแพ้แก่ท่าทางเช่นนั้นแต่โดยดี


 

“อืม...ข้าไม่ตำหนิเจ้าแล้ว” พูดจบก็ลูบเส้นผมสีดำขลับนั้นเบาๆ ความนุ่มมือราวกับเส้นไหมนี้มันทำให้ต้วนมู่ชิงลูบแล้วลูบอีกอย่างติดใจ “เอาเป็นว่าอาเฉิงไม่ต้องเทียวไปเทียวกลับหรอก เจ้ายืมเสื้อผ้าของข้าได้ มีชุดตัดใหม่มากมายที่ข้ายังไม่ใช้ เจ้านำมันไปใส่ได้นะ”


 

อวี้เหวินเฉิงซึ่งก้มหน้าให้ต้วนมู่ชิงลูบหัวอยู่ก็รับฟัง เขาพยักหน้าตอบรับข้อเสนอนี้


 

“ทว่าให้ใส่ผ้าใหม่ ข้าก็เกรงใจ— “


 

“โว๊ะ!!” แล้วต้วนมู่ชิงก็หลุดสบถ ชายหนุ่มรีบเอามือปิดปาก กลืนก้อนคำพูดไม่สมสนมลงคอไป แล้วแก้เก้อด้วยการบี้บิดแก้มคนที่เอาแต่ปฏิเสธนั่นปฏิเสธนี่ เหลืออดปนหมั่นไส้เป็นยิ่งนัก! “ทำไมถึงได้เป็นเด็กมักน้อยนักนะให้ตายเถิด! เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องใส่ผ้าใหม่แต่เป็นชุดเก่าที่ข้าไม่ใส่แล้ว เช่นนั้นพอใจหรือไม่”


 

พอได้ยินเช่นนั้นคนโดนยืดแก้มก็รีบพยักหน้ารับก่อนที่จะโดนอะไรที่สาหัสมากกว่านี้


 

“เข้าใจแล้ว ท่านพี่อย่าได้ลงโทษข้าเช่นนี้เลย” อวี้เหวินเฉิงโอด บีบเสียงสองทำทีสลดหดหู่เมื่อโดนทำโทษ ทั้งที่ความจริงการบีบแก้มเช่นนี้ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดแก่หนังหน้าหนาๆ ของเขาเลยแม้แต่น้อย


 

“หากเป็นผ้าเก่าของท่านพี่แล้วล่ะก็ ข้าก็ยินดีรับขอรับ”


 

“เจ้านี่หัดโลภกับเขาบ้างเถิด ผ้าใหม่นั่นน่ะมูลค่ามากมายนัก หากเป็นผู้อื่นคงรีบยอมรับข้อเสนอแล้ว” ต้วนมู่ชิงบ่นกระปอดกระแปดสองสามที ก่อนจะชะงักนึกอะไรได้ “ข้าไม่ได้สอนให้เจ้าเห็นแก่ตัวนะ ข้าหมายความถึง...เอ่อ...ข้าอยากให้เจ้ามักเยอะกับอะไรที่ข้าเต็มใจให้บ้างก็ได้”


 

อวี้เหวินเฉิงได้ยินคำเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา


 

“ข้าเป็นคนโลภขอรับ” เขาพูดก่อนจะเริ่มเดินตามต้วนมู่ชิงไปเอาชุดสำหรับเปลี่ยน “ทว่า...ข้าเป็นคนโลภกับสิ่งที่ข้าต้องการจริงๆ เท่านั้น พวกเครื่องประดับ ของมีค่า ตลอนจนการประทินรูปกายภายนอกมันไม่จำเป็นสำหรับบตัวข้าเลยสักนิด ข้าเลยไร้ซึ่งกิเลสต่อของเหล่านั้นขอรับ”


 

“...เหมือนบทสนทนาธรรมเลยนะ” ต้วนมู่ชิงหัวเราะ หันหน้าไปหาอวี้เหวินเฉิง “ความไม่โลภนั้นเป็นเรื่องดีนะอาเฉิง แต่ทว่าสุดท้ายแล้วคนเราก็ละทิ้งซึ่งความโลภไม่ได้หรอก ความอยากได้ล้วนอยู่รอบกายเราอยู่ดี เพียงแต่จะมากหรือจะน้อยก็เท่านั้น”


 

พูดจบก็หันไปเดินต่อ เลี้ยวตรงหัวโค้งนั้นก็จะถึงห้องนอนของเขาแล้ว


 

“ขอรับ ทุกคนย่อมมีความอยากได้อยากมี แต่ข้ากลับคิดว่าตัวเราไม่ควรหลงไปกับความอยากได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว...มันไม่ใช่เป้าหมายชีวิตที่จีรัง” อวี้เหวินเฉิงตอบ มองแผ่นหลังของต้วนมู่ชิง รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา


 

“แทนที่เราจะเอาเวลาไปแวะกับความอยากได้ข้างทาง ข้าคิดว่าเราควรใช้ความโลภที่มีไปสู่จุดมุ่งหมายที่คุ้มค่ามากกว่า”


 

“สรุปคือเจ้ามีเป้าหมายที่ใหญ่กว่า เลยมองของไร้สาระข้างทางอย่างพวกทรัพย์สินของมีค่า...อย่างนั้นใช่หรือไม่?” ต้วนมู่ชิงถาม


 

“ขอรับ” อวี้เหวินเฉิงว่า แต่ก็นึกบางอย่างออก “แต่หลังจากนี้ ข้าจะไม่ปฏิเสธน้ำใจจากท่านพี่ขอรับ เพราะข้ารู้แล้วว่ามันมีค่าและน่ายินดีมากแค่ไหน”


 

พอได้ยินแบบนั้นก็แอบเขินนิดหน่อย แต่ก็ยังดีที่โชคช่วย พวกเขาเดินมาถึงห้องพอดี ต้วนมู่ชิงจึงแก้อาการด้วยการเดินนำอวี้เหวินเฉิงไปเปิดหีบสำหรับใส่เครื่องแต่งกายที่ไม่ได้ใส่แล้ว พร้อมกับรื้อออกมากางตรวจสอบทันทีว่ายังใส่ได้หรือไม่


 

อวี้เหวินเฉิงนั่งข้างๆ ต้วนมู่ชิง และช่วยเขาเลือกผ้า ซึ่งน่าแปลกนัก ทั้งที่เก็บในหีบของแต่กลับไม่มีกลิ่นเก่าอับ


 

“นี่อาเฉิง...” ต้วนมู่ชิงก็เงยหน้าขึ้นสบดวงตาของอวี้เหวินเฉิง “เจ้าตอบข้ามาได้หรือไม่ว่าเจ้ามีจุดมุ่งหมายใด”


 

มันเป็นถามที่พาให้เงียบสงัด ทุกอย่างตกอยู่ในห้วงแห่งความว่างเปล่าของถ้อยคำ โดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าดวงตาทั้งสองที่กำลังสบกันอยู่นี้มีความคิดและความรู้สึกต่อกันและกันเช่นไร


 

“...เป้าหมายของข้าเกี่ยวกับการที่ข้าเข้ามาเป็นสนมขอรับ...ท่านพี่” และอวี้เหวินเฉิงก็เป็นฝ่ายพูดก่อน เขาพูดไม่หมดแต่ก็ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด


 

เจ้าตัวร้ายมีรอยยิ้มขี้เล่นระหว่างใช้มือลูบคลำแก้มนุ่มนิ่มของต้วนมู่ชิงอยู่


 

“แต่ทว่า...ในตอนนี้เป้าหมายของข้าอาจจะเป็นท่านพี่แทนแล้วก็ได้นะขอรับ”


 

พอได้ยินเช่นนั้นต้วนมู่ชิงก็หยีตาลงหนึ่งข้าง สัมผัสของนิ้วมือช่างจั๊กจี้ชวนขนลุกชันอีกทั้งคำพูดที่ยังดูสองแง่สองง่ามนั่นอีก มันทำให้เจ้าตัวขี้เกียจมีความคิดหลากเข้ามาในหัวเต็มไปหมด สับสนชวนปวดหัว ตาลายแทบกลายเป็นลูกข่างหมุนวนไปวนมา


 

“อา...อา...” เสียงที่ออกจากในลำคอดูราวกับคนครุ่นคิด พลันที่ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัว ก็ดูราวกับไฟโคมสว่างปัดเป่าความสับสนไปจนสิ้น


 

“อาเฉิงมีข้าเป็นเป้าหมาย เป็น...บ...แบบอย่างอย่างนั้นหรือ!” ต้วนมู่ชิงรีบละลักละล่ำพูดอย่างรวดเร็ว เขาพยายามไม่คิดเยอะคิดลึก และเลือกคำตอบที่ดูปลอดภัยกับตัวเองที่สุดขึ้นมา


 

และนั่นก็ทำให้อวี้เหวินเฉิงค้างไปเล็กน้อย มือที่กำลังลูบแก้มอยู่หยุดลง ก่อนชายหนุ่มจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่


 

“อา...ท่านพี่นี่นะ...อืม...” เขาใช้เวลาพูดอย่างนี้ราวสองถึงสามรอบก่อนจะเงยหน้าขึ้นไป คลี่ยิ้มให้ต้วนมู่ชิงซึ่งกำลังทำหน้าเหมือนกระต่ายตื่นตูม


 

“ใช่ขอรับ เป็นเช่นนั้น ท่านพี่ดูตื่นๆ นะขอรับ เอ...หรือว่าคิดลึก”


 

แล้วคำตอบนั้นก็พาให้ต้วนมู่ชิงถอนหายใจจนไหล่ตก เขาลูบหัวอวี้เหวินเฉิงแรงๆ สองถึงสามครั้ง นึกอยากจะขำตัวเองไปพร้อมๆ กับขำอีกฝ่าย


 

“เจ้าเด็กขี้แกล้ง”


 

“ก็ข้าบอกแล้วนี่ขอรับ...ว่าข้านิสัยเสีย” อวี้เหวินเฉิงจับมือที่กำลังสนุกสนานกับการลูบหัวตนออก บีบแล้วคลายไว้สองสามทีก่อนเขาจะปล่อยเพื่อหยิบชุดเก่าหนึ่งตัวออกจากหีบ มันเป็นผ้าเนื้อดีเข้าชุดกับเสื้อนอกสีมรกต ซ้ำยังปักลวดลายดอกไม้อย่างละเอียดประณีต แม้จะดูเก่าไปเสียหน่อยแต่คงคุณภาพ น่าสวมใส่เป็นยิ่งนัก


 

“เจ้าเองก็เข้าใจเลือกเหมือนกันนะเนี่ย นั่นเคยเป็นตัวโปรดข้าเลยล่ะ ผ้านิ่มใส่สบายไม่หนักมาก เดินสะดวกสุดๆ” ต้วนมู่ชิงกล่าวชมเมื่อเห็นว่าอวี้เหวินเฉิงเลือกชุดได้แล้ว เขารู้สึกว่าเจ้าหนูนี่ตาถึงมาก เพราะสำหรับคนขี้เกียจอย่างเขาแล้วอะไรที่ใส่ง่ายเดินสบายล้วนดีที่สุด และชุดนี้มันก็ตอบโจทย์สุดๆ


 

“จริงๆ เจ้าจะเอาไปมากกว่านี้ก็ได้นะ อย่างไรเสียของในหีบเหล่านี้ก็เป็นผ้าเก่า ข้าคงไม่ได้หยิบมันมาใส่แล้ว เพราะต้องทยอยใส่ชุดใหม่น่ะ”


 

เพราะชุดพระราชทานที่ท่านเหยาเสียนเฟยสั่งตัดให้ ปัจจุบันยังใส่ไม่ครบ หากไม่ใส่ไปให้เห็นเสียบ้างคงโดนงอน -- ต้วนมู่ชิงลอบคิด


 

“อืม...เช่นนั้นแล้ว ข้า...ขอรับช่วงต่อได้หรือไม่ขอรับ ข้าเห็นว่าผ้ามันยังดี หากไม่ได้ใช้งานบ้างคงน่าสงสารคนทอแย่” อวี้เหวินเฉิงว่า รับทุกอย่างที่ต้วนมู่ชิงให้ด้วยความยินดี


 

เมื่อจัดการบอกให้คนรับใช้ช่วยคนหีบเสื้อผ้าเหล่านั้นไปไว้ที่ห้องของอวี้เหวินเฉิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนทั้งสองก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อใช้เวลาส่วนตัวของตัวเอง


 

อวี้เหวินเฉิงทิ้งตัวลงนั่งกับที่นอน ดวงตาเงยมองชุดสีเขียวมรกตที่ถูกกางแขวนไว้บนราว


 

ฝ่ามือเลื่อนสัมผัสลายปักอย่างเบามือ กลิ่นอายจางๆ ที่หลงเหลืออยู่บนไหมผืนนุ่มนี้ทำให้สงบลงอย่างน่าฉงน เพียงแค่ได้อยู่ใกล้จิตใจก็ได้รับการพักผ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


 

กลิ่นอายอ่อนๆ ของท่านพี่ยังคงติดอยู่บนผ้าผืนนี้...


 

แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของอวี้เหวินเฉิงก็หายไป เขาผละตนออกมาจากผ้าไหมทันทีเมื่อสัมผัสถึงกระแสพลังหนึ่งได้ มันเป็นคลื่นที่แข็งกล้า เยียบเย็น และหนักอึ้งราวกับเป็นคำประกาศท้ารลส่งตรงมาถึงเขา


 

ไม่ทันไรสีหน้าที่ดูราวกับพึงพอใจก็ปรากฏ อวี้เหวินเฉิงส่งเสียง 'หึ' ออกมาในลำคอเบาๆ


 

ดูท่าว่าสาส์นที่ส่งไป จะไปถึงมือผู้รับเป็นที่เรียบร้อยแล้วสินะ


 

 


 

[รีไรท์ครั้งที่ 1 : 17/3/20]

ประกาศสงคราม--แต่อิน้องจะไปประกาศสงครามกับใครนั้น โปรดติดตามชมค่ะ---

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.02K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #634 sakura17 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:00
    เข้ามาปราบผีรึเปล่าเนี่ยย
    #634
    0
  2. #614 nayaunza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 10:29
    คุณตำรวจจจ มีสโตกเกอร์ค่าาา
    #614
    1
    • #614-1 White-Crystal(จากตอนที่ 9)
      11 มิถุนายน 2563 / 07:41
      คุณตำรวจค้าาาาาา /กด911
      #614-1
  3. #512 cake08234 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 10:24
    นี้มันโรคจิตชนิดนึง
    #512
    0
  4. #380 Minutedao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 12:16
    อา้ฉิงเหมือนโรคจิตอ่อนๆนะ
    #380
    0
  5. #284 เทพเจ้าแห่งกาลเวลา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:30
    เส้นสายนี้ใหญ่ขนาดไหน ฮ่องเต้อะป่าว 👀
    #284
    0
  6. #277 PuiPui--r (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 13:40
    อิหมาป่าาาา อิเด็กร้ายกาจ ตอนแทนตัวเองว่าเฉิงเอ๋อนี่ละอายแก่ใจบ้างม้ายยยย 55
    #277
    0
  7. #231 MitsukiCarto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 03:48
    คิดจะสล็อตมาเป็นเมียก็ต้องพยายามหน่อยนะ น้องแกซื่อเกิน
    #231
    0
  8. #193 หลิวเหว่ย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 00:43
    น้องชิง(เปลี่ยนชื่อเรียกอีกละ) คืออาเฉิงเนี่ยโลภสุดๆแล้ว จะอยากได้ผ้าใหม่ไปทำไมในเมื่อกลิ่นกายหนูไม่ได้ติดอยู่บนนั้น

    (หื่นจัดปลัดบอก) ก็แบบว่าอาเฉิงเป็นเด็กโรคจิตนิดหน่อย หื่นไม่เลือกที่ แม้มีกิจต้องทำก็ยังหื่นได้ สตรองแบบนี้ต้องอยู่ทีมพี่ลูกเกดแล้วนะอาเฉิง
    #193
    0
  9. #192 Juudy_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 00:40
    ยอมใจความศิษย์คนเก่งของสำนัก ฉลาด เจ้าแผนการ แถมยังดูลึกลับน่าค้นหาเป็นที่สุด ชอบจังเลยค่ะ เดาทางยากๆงี้แหละสนุกนักล่ะ *ยิ้มมุมปาก*
    #192
    0
  10. #147 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 17:26
    เสียนเฟยรึเปล่านะ หึหึ
    #147
    0
  11. #145 chocolato.p (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 17:25

    อาชิงเอ๊ย มองโลกในแง่ดีจริงๆ ถถถถ

    #145
    0
  12. #90 Pissuda627 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 13:13
    พลังนั่นมันคืออะไรอ่ะ มาขัดความฟินอาเฉิงหรองายยย
    #90
    0
  13. #89 ppterakk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:36

    ใครอีกคะเนี่ย

    #89
    0
  14. #88 witchhound (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:10
    อาเฉิงไปประกาศสงครามกับใครนะ
    #88
    0
  15. #87 you_crr (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:26
    กับใครเนี้ย
    #87
    0
  16. #86 Xialyu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 18:28
    กับใครนะลูก
    #86
    0