[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 2 ตำหนักสุ่ยเซียน (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,180 ครั้ง
    17 มี.ค. 63

"เอาล่ะถึงแล้ว"

 

แล้วอวี้เหวินเฉิงก็หยุดเพียงแค่นั้นเนื่องเข้ามาถึงตัวเรือนชั้นในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ตำหนักสุ่ยเซียนมองภายนอกว่างามแล้ว ด้านในยิ่งใหญ่โตโอ่อ่า การออกแบบและตกแต่งถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ งดงามทั้งศาสตร์และศิลป์ เรียกได้ว่าถูกสร้างมาอย่างประณีตตามแบบแผน ควรค่าแก่การเก็บรักษาเพื่อให้คนรุ่นหลังศึกษายิ่งนัก

 

“ข้าให้บ่าวทำความสะอาดให้แล้ว เจ้าอยากสำรวจตรงส่วนใดก็เดินเข้าไปได้เลย รับรองไม่มีของต้องสงสัยวางให้รกระเกะระกะ” ต้วนมู่ชิงท่าทางราวกับเด็กน้อยตาใสพูดแจ้วๆ เพราะดีใจที่มีเพื่อนมาเที่ยวบ้านไม่มีผิด

 

“...ข้าล่ะนับถือท่านเลย” อวี้เหวินเฉิงแอบกุมขมับ สำรับต้วนมู่ชิง ‘ตอนนี้’ เขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า นอกจากไปไม่ถึงขั้นเพื่อนแล้วยังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปวางสถานะไหน ระริกระรี้กับการเปิดบ้านให้เช่นนี้...มันไม่น่าเป็นห่วงไปหน่อยหรือ

 

นี่อาจจะเป็นงานปลอมตัวสืบข้อมูลครั้งแรกในชีวิตของเขาที่มีคนยอมเปิดบ้านให้สำรวจได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้แผนล่อหลอก -- พอนึกมาถึงแค่นี้อวี้เหวินเฉิงก็ชะงัก รู้สึกตัวว่าตนกำลังกลายร่างเป็นคนแก่บ่นยาวจนเกินเหตุก็ส่ายหน้า

 

ไล่ตัวเองไปทำงานก่อนน่าจะดีกว่า

 

เขาเริ่มที่จะเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ทอดสายตามองอย่างครุ่นคิด แต่...พอมองนั่นมองนี่ก็สบสายตาเข้ากับต้วนมู่ชิงเข้าพอดี

 

พวกเขาสบตากันสักระยะ

 

...

...

 

“ข้าว่าข้าไปนั่งรอดีกว่า อาเฉิงทำตัวตามสบายเลยนะ คิดเสียว่านี่คือบ้าน ต้องการอะไรขอแค่บอกบ่าวตำหนักข้าขยันกว่าข้า พวกเขากระตือรือร้นกับเรื่องงานเสมอ ไว้เจ้าสำรวจจนพอใจแล้วเจอกันที่ห้องปีกซ้ายนะ” ต้วนมู่ชิงคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะยกปลายแขนเสื้อบังริมฝีปากที่กำลังกลั้นยิ้มปูเลี่ยนๆ ของตนเอาไว้

 

แล้วก็เดินไปเลย โดยไม่รอให้อวี้เหวินเฉิงรั้งด้วยซ้ำ

 

ก็การสำรวจเนี่ยมันเปลืองพลังงานนี่! ขอไปอยู่เฉยๆ กินขนมรอดีกว่า! ข้าลาล่ะ!

 

“อา...” อวี้เหวินเฉิงได้แต่ลากเสียง ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังของต้วนมู่ชิงไป ลมหายใจเบาบางหนึ่งครั้งพ่นออกมาจากริมฝีปาก

 

“ต่อให้การรักษาความปลอดภัยในวังจะดีก็เถอะ แต่ไม่ระแวงของหายบ้างเลยหรือ นี่ถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่ข้า...ป่านนี้เครื่องประดับท่านไม่มีเหลือแน่” พอเจ้าตัวไปแล้วอวี้เหวินเฉิงก็เริ่มบ่นอย่างห้ามไม่อยู่

 

การวางตัวตลอดจนคำพูดจาต้วนมู่ชิงนั้นไม่ใช่คนซื่อบื้อแต่อย่างใด แต่เพราะพื้นฐานนิสัยชอบใจดีกับคนที่ตนถูกชะตานั่นแหละที่ทำให้อวี้เหวินเฉิงหงุดหงิด ใจดีเกินไปไม่พอ ความใจดียังไม่เคยจะนำผลลัพธ์ดีๆ ให้เกิดขึ้นเลยอีกต่างหาก

 

...เพราะเป็นแบบนี้ไง...

 

“เอาเถอะ...” เขาพูดกับตัวเองราวกับตัดสินใจบางอย่างได้ “พักเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน”

 

ภารกิจอยู่ตรงหน้า อีกทั้งต้วนมู่ชิงก็ไม่ได้ไปไกลจากสายตาจนเกินไป อวี้เหวินเฉิงเลยคิดว่าตนจะรีบไปทำการทำงานให้เสร็จแล้วตามไปสมทบที่ห้องพักน่าจะเป็นการดีที่สุด

 

เขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ คำนวณทิศทางทุกอย่างก็ยิ่งแน่ใจว่าฮวงจุ้ยตำหนักนี้จัดว่าดีมาก ไม่ใช่แค่ทิศทางการสร้างเท่านั้น ทั้งการตกแต่งภายในตลอดจนการจัดวางของต้นไม้ที่สวนด้านนอกล้วนตรงตำแหน่งมงคลทุกประการ เรียกได้ว่ามีการวางแผนมาอย่างดีตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการสร้างเลยก็ว่าได้

 

จนกระทั่งมาสะดุดตากับบางสิ่ง ชายหนุ่มรีบเดินตรงไปเคลื่อนประตูเลื่อนและเข้าไปในห้องทันที

 

ห้องนั้นไม่กว้างนักขนาดสองก้าวคนเดินเห็นจะได้ อีกทั้งปิดทึบมีข้าวของที่เจ้าของตำหนักไม่ได้ใช้เก็บไว้จนกองพะเนินเทินทึก ดูทีคงจะเอาไว้สำหรับเก็บของเก่ากระมัง

 

ชายหนุ่มวางมือที่ปลายคาง ครุ่นคิดไปถึงข้อมูลที่สืบค้นมาได้ หากเบาะแสที่เขาได้รับจากเจ้าสัตว์ยักษ์นั้นเป็นจริงแล้วละก็...

 

เขาหยิบบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ ถือเอาไว้ระหว่างไล่เคาะเบาๆ ที่กำแพง เมื่อของในมือสั่นเขาก็มาหยุดที่ผนังห้องมุมหนึ่ง ซึ่งหากมองจากสายตาคนธรรมดาทั่วไป ไม่สิ...ต่อให้ผู้ฝึกวิชามองยังเห็นมันเป็นผนังธรรมดาทั่วๆ ไปที่ไม่ได้มีอะไรผิดแผก

 

สุ่ยเซียนสร้างตรงตำราทุกอย่าง ทว่ามีเพียงห้องนี้เท่านั้นที่ตั้งอยู่ในจุดไม่มงคล จะบอกว่าสร้างมาชุ่ยๆ ก็ไม่น่าใช่ ตำหนักที่ตะแคงมองยังไงก็ถูกหลักฮวงจุ้ยราวกับเดินออกมาจากตำราแบบนี้ไม่มีทางที่จะมีห้องขัดหลักศาสตร์แน่ มันผิดผีเกินไป หมอดูฮวงจุ้นต้องอกแตกตาย

 

เพราะงั้นมันจะมีก็มีแค่...

 

“ต่อเติมหลังจากสร้างเสร็จ...” เมื่อพูดจบอวี้เหวินเฉิงก็หลับตาลง ประสานปราณภายในกายออกมาบนฝ่ามือกระจายพลังงานอย่างเบาบางเพื่อตรวจสอบถึงบางสิ่งที่อยู่ในห้องนี้ เขารับรู้ถึงการไหวสั่นของผนังที่ตอบสนองต่อของเขา

 

กระแสไฟฟ้าหนึ่งสายแล่นแปลบปลาบ ประจุเข้ากับฝ่ามือจนอวี้เหวินเฉิงต้องผละออกด้วยความเจ็บ ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนักราวกับไม่พึงพอใจ ดูราวกับปราณที่หลงเหลืออยู่จะต่อต้านวิชาของเขาและปกปิดไม่ให้สาวไปถึงต้นสายปลายเหตุได้

 

แต่แม้จะหงุดหงิดแค่ไหน แต่เมื่ออวี้เหวินเฉิงเงยหน้ามองกำแพงแล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันที

 

ร่องรอยอักขระจางๆ ปรากฏขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าจะเลือนรางจนอ่านไม่ได้

 

ทว่า...เพียงเท่านี้ก็ถือว่าคืบหน้าแล้ว

 

**********

 

หลังจากสำรวจจนได้รับ 'ข้อมูลบางอย่าง' ที่เป็นประโยชน์มาแล้ว อวี้เหวินเฉิงก็รีบออกจากห้องนั้นทันที โดยไม่ลืมที่จะจัดการเก็บซ่อนอักขระ ลบร่องรอยวิชาเพื่อไม่ให้หลงเหลือหลักฐานมาถึงตัว

 

เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินไปหาต้วนมู่ชิงตามที่นัดกันไว้

 

แต่ทว่าพอไปถึงที่หมาย...เขาก็เห็นซากคนนอนอืดเป็นรอบที่สองของวัน!!

 

ต้วนมู่ชิงฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ลมหายใจยาวๆ เข้าออกสม่ำเสมอนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวหลับปุ๋ยเข้าสู่ห้วงนิทราไปเป็นที่เรียบร้อย โดยที่บนโต๊ะยังมีกาน้ำชาและซากอารยธรรมเศษขนมที่แหว่งไปนิดหน่อยด้วย

 

อวี้เหวินเฉิงแทบจะพ่นเสียงหัวเราะออกมาอีกรอบ ห้ามตัวเองไม่อยู่ ดูสิเศษขนมยังติดที่มุมปากอยู่เลย น่าเอ็นดูจริงเชียว

 

“ให้ตายสิเมื่อครู่...ก็เพิ่งนอนมาแท้ๆ นะ"

 

...ทำไมถึงได้กลายเป็นตัวขี้เกียจแบบนี้ไปได้นะ

 

สุดท้ายก็จนใจ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างต้วนมู่ชิง เรียวนิ้วเขี่ยๆ ขนมที่มุมปากออกให้อย่างเบามือ

 

อวี้เหวินเฉิงมองใบหน้ายามหลับนั้น รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนก็พลันปรากฏบนใบหน้า ปลายนิ้วขยับเลื่อนขึ้น เกลี่ยไปมาที่ปอยผมด้านหน้าสีดำขลับนั้น กลิ่นกายอันแสนหอมราวกับดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ โครงหน้าที่งดงามนี้ กระตุกหัวใจของเขาให้ไหววูบราวกับปีกผีเสื้อ

 

ร่างสูงโน้มกายลงไปใกล้ จับจ้องใบหน้าที่ชวนหลงใหลอย่างไม่ยอมวางสายตา ประกายที่อยู่ในดวงตาของอวี้เหวินเฉิงยามนี้ ช่างเปี่ยมเต็มไปด้วยความรู้สึกที่โหยหาบางอย่าง

 

ความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาทำให้อวี้เหวินเฉิงไม่มั่นใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอ ทว่ายิ่งอยู่ใกล้กันมากเท่าไร ยิ่งปะติดปะต่อข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกัน สิ่งที่อยู่ในอกของเขาก็ยิ่งแน่นขนัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับจะบอกว่าสิ่งที่ตนตามหามาตลอดนั้นอยู่ในที่แห่งนี้ อยู่ตรงหน้าในระยะที่เอื้อมมือไปสัมผัสได้แล้ว

 

มิน่าเล่า ก่อนหน้านั้นตามหาเท่าใดถึงไม่พบเจอ เพราะพระราชวังส่วนในนี้อย่าว่าแต่คนนอกเลย หากฮ่องเต้ไม่อนุญาตกระทั่งราชนิกุลด้วยกันยังไม่มีสิทธิ์เหยียบแม้เพียงเศษดิน

 

เฝ้าฝัน เฝ้าตามหา ปรารถนาแค่เพียงได้เห็น...แม้เพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างก็ยังดี

 

"ไม่คิดเลย...ว่าจะเจอท่านในที่แบบนี้..."

 

น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้คำพูดของตัวเองเข้าไปรบกวนห้วงฝันของอีกฝ่าย สิ่งที่อวี้เหวินเฉิงทำได้ก็มีเพียงแค่จับจ้องใบหน้ายามนิทราด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนเท่านั้น

 

 

ไม่รู้ว่าระยะเวลาการนอนของต้วนมู่ชิงผ่านไปนานเท่าไร แต่เมื่อเขาตื่นมาอีกครั้งก็พบว่าอวี้เหวินเฉิงนั่งอย่างทับเข่าอย่างเรียบร้อยพร้อมหยิบหนังสือมาอ่านไปเสียแล้ว

 

เจ้าตัวขี้เกียจถึงกับเด้งพรวดอย่างรวดเร็ว จัดหน้าจัดผม ปากขยับขึ้นลงพะงาบๆ แล้วพ่นลมหายใจออกมา สีหน้าดูรู้สึกผิด

 

“ข...ข้า....คงจะเผลอหลับไปอีกแล้วสินะ อาเฉิง” เขารีบพูด ตาสว่างในบัดดล ต้วนมู่ชิงเม้มปาก พลางคิดว่าตนนี่ช่างหน้าไม่อายที่ดันเคลิ้มไปตามความง่วงหาวอย่างเหลือเกิน

 

“ชาที่เตรียมไว้คงจะชืดแล้ว...”

 

“อย่ากังวลหรอกขอรับ...อากาศน่านอนเช่นนี้ เป็นข้า ข้าก็ง่วงหาว” อวี้เหวินเฉิงไม่ได้ว่าอะไร ซ้ำยังจัดแจงวางขนมลงกับจาน รินน้ำชาให้ด้วย ดูใจเย็นเพื่อไม่ให้คนนั่งฝั่งตรงข้ามตนกังวล “เมื่อครู่ข้าให้คนรับใช้เติมชาร้อนเพิ่มแล้วขอรับ เอาล่ะ เรามาพักผ่อนทานขนมด้วยกันเถิดขอรับ ท่านพี่”

 

“อ...อืม...” ต้วนมู่ชิงรับคำระหว่างรับจอกชาจากอวี้เหวินเฉิง ในใจนั้นรู้สึกสงสัยนัก ทั้งที่ปกติตนเป็นพวกนอนไม่เลือกที่ นอนได้อย่างไม่อายคนแท้ๆ แต่แค่เผลองีบหลับต่อหน้ารุ่นน้องคนนี้นิดเดียว กลับมีสามัญสำนึกของคนอายุมากกว่า อยากรักษาภาพพจน์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

มันคือไอ้นั่นหรือเปล่านะ...ไอ้ที่เรียกว่าความรับผิดชอบของความเป็นรุ่นพี่! มันต้องใช่แน่ๆ ชิงเอ๋อร์โตขึ้นไปอีกขั้นแล้วสินะ น่าภูมิใจจริงๆ เลยเชียว!

 

ต้วนมู่ชิงได้แต่คิดอย่างนั้นระหว่างที่โบกพัดระดับปลายคาง รู้สึกภาคภูมิใจในสามัญสำนึกผู้อาวุโสที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาอย่างปริศนาของตัวเองเป็นที่สุด

 

“ท่านพี่...มีอะไรหรือขอรับ?” พอเห็นท่าทางเดี๋ยวหงอยเดี๋ยวยืดอกของต้วนมู่ชิง อวี้เหวินเฉิงก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา

 

“ไม่มีอะไรหรอกอาเฉิง” ต้วนมู่ชิงว่า ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว จนอวี้เหวินเฉิงเหมือนเห็นภาพลวงตา คล้ายมีรัศมีดอกไม้บานรอบตัวของต้วนมู่ชิง

 

“เด็กดี...ไหนเล่าการสำรวจของเจ้าหน่อยสิว่าเป็นอย่างไรบ้าง” ต้วนมู่ชิงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

 

“ไม่มีอะไรขอรับ” แน่นอนเขาย่อมโกหก แม้ตนจะคิดว่าคนตรงหน้าจะพิเศษกว่าคนอื่นอยู่มาก แต่เรื่องงานมันเป็นอะไรที่ให้คนนอกรู้มากไม่ได้ หากไม่มีโอกาสบอกดีๆ หรือสถานการณ์สมเหตุสมผล ไม่แคล้วจะได้โดนเข้าใจผิดและยากต่อการหาทางลงกับปัญหา สุดท้ายอาจมีภัยตามมา

 

เช่นนั้น...เขาควรจะเร่งรัดให้งานคืบหน้าโดยเร็ว

 

ชายหนุ่มโยกจองเล็กน้อยจนน้ำชากระเพื่อมอย่างแผ่วเบา อวี้เหวินเฉิงมีความคิดหลายอย่างเกี่ยวกับ ‘ภารกิจ’ เต็มไปหมด จวบจนกระทั้งความคิดไม่น่าวางใจหนึ่งปรากฏขึ้นในสำนึกนั่นแหละ เจ้าจิ้งจอกตัวร้ายก็โยนงานทั้งหมดทิ้งไปแล้วคลี่ยิ้มในทันที

 

“อาจเป็นเพราะว่าตอนนี้เป็นยามกลางวันก็ได้นะขอรับ ข้าจึงไม่พบอะไรเลย” อวี้เหวินเฉิงตีสีหน้าสลด ยกหลังมือขึ้นแตะริมฝีปากล่าง วางท่าเสียอกเสียใจอย่างเด็กน้อยที่พลาดสิ่งสำคัญครั้งใหญ่หลวง “แต่หากจะรบกวนท่านพี่มากกว่านี้ ข้าก็กลัวเหลือเกินว่าท่านจะมองข้าเป็นเด็กเอาแต่ใจ”

 

แน่นอนว่าคนที่ ‘เพิ่งมีสามัญสำนึกความเป็นรุ่นพี่’ ย่อมมีไฟ การเห็นรุ่นน้องทำตัวน่ารักต้องการความช่วยเหลือเช่นนี้ย่อมใจฟูฟ่อง ต้วนมู่ชิงคว้ามือของอวี้เหวินเฉิง สงมาวแสนบื้อหลงกลเจ้าจิ้งจอกโดยไม่เอะใจเลยสักนิด

 

“หากยามกลางวันไม่ได้ เช่นนั้น...อาเฉิงอยู่นานกว่านี้เถิด ยามราตรีย่อมเหมาะสมแก่เรื่องลึกลับยิ่งกว่าตอนกลางวันนัก”

 

แล้วคำที่ต้วนมู่ชิงพูดนั้นก็ทำให้อวี้เหวินเฉิงลอบยิ้มในใจ

 

“ไม่รบกวนท่านพี่หรือขอรับ” แต่ก็ยังคงวางตัวเป็นเด็กดีอยู่

 

“ไม่เลย เด็กดี...ข้าเต็มใจเสมอ ยิ่งเป็นรุ่นน้องที่น่ารักเช่นอาเฉิงด้วยแล้ว รุ่นพี่ไม่อาจใจร้ายกับเจ้าได้ลงคอหรอกนะ” ต้วนมู่ชิงเอ่ย เขายิ้มให้บางๆ

 

“วันนี้ก็อยู่จนฟ้ามืดและทานข้าวเย็นกับข้าเถิด...ประเดี๋ยวจะสั่งให้บ่าวเตรียมการให้ ดีหรือไม่?”

 

“จื่อเหยียน...รู้สึกเป็นยินดีที่ท่านพี่ให้ความเอื้อเอ็นดูเช่นนี้ยิ่งนัก” อวี้เหวินเฉิงคนเจ้าเล่ห์รู้สึกได้รับรางวัลครั้งยิ่งใหญ่ ชายหนุ่มลอบสัมผัสความนุ่มนวลของฝ่ามือนี้ บีบนิดบีบหน่อยอย่างเอากำไร พร้อมกับแสดงรอยยิ้มแสนน่ารักราวกับเด็กน้อยน่าเอ็นดู

 

คนที่น่ารักน่ะ มันคือท่านต่างหากล่ะ

 

แต่ในใจน่ะ ไม่ได้น่าเอ็นดูเหมือนการแสดงออกเลยสักนิด

 

[รีไรท์ครั้งที่ 1 : 17/3/20]

ไอ้ที่ขอค้างเนี่ย เหตุผลส่วนตัวล้วน ๆ ไม่ได้มีงานผสมเลยค่าพ่อคุณเอ้ยยยยย
 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.18K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #695 Alisona Janes Curse (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 10:02
    ถ้าแกนปราณส่งต่อทางสายเลือดนี่ว่าพี่ชิงต้องเจออะไรบ้างอย่างก่อนทดสอบแน่ๆ
    #695
    0
  2. #633 sakura17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 19:54
    เอาเถอะ55555
    #633
    0
  3. #526 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:39

    แหมมม เกลียดความใสๆไม่มีจริง ของอาเฉิงจริงๆเลย!

    #526
    0
  4. #485 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 16:13
    เอ.....ดูๆไปแล้ว น้องชิงจะง่วงนอน พักไม่พอเกินไปนะ นางโดนวางยาหรือว่านางโดนวางยาพิษตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ารับการทดสอบปราณนะ

    นอนมากเกินไปจริงๆนะไรท์นะ.
    #485
    2
    • #485-1 ปลาทูทอดกรอบ3วิ(จากตอนที่ 8)
      9 พฤษภาคม 2563 / 15:27
      เม้นนี้ทำให้เราพึ่งเอะใจอ่ะ
      #485-1
    • #485-2 กลีบตะวัน(จากตอนที่ 8)
      18 ตุลาคม 2563 / 17:02
      แต่เราเป็นคนนึงนะคะ... แบบเรานอนประมาณ3-4ทุ่ม ตื่นประมาณ10-11โมง แถมชอบหลับกลางวันด้วย บางทีก็หลับตั้งแต่บ่าย2บ่าย3จนถึงทุ่มนึงเลยก็เป็น.....

      แต่ว่าเรื่องน้องชิงง่วงบ่อยก็น่าสงสัยจริงๆค่ะ นี่แอบคิดว่าจริงๆแล้วน้องน่าจะมีแก่นปราณแต่อาจจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นก่อนได้รับการทดสอบ
      #485-2
  5. #433 Ppillow_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 23:17
    แหม่ มีความเอากำไรกรุบกริบ
    #433
    0
  6. #431 Gimmygrimnana (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 16:44
    เเงน่าสนใตม้วก
    #431
    0
  7. #386 nownew (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 17:55
    5555555 ร้ายนัก!
    เรื่องลี้ลับนี่น่าสนใจมากๆเลยค่ะ อยากรู้ว่าไปอาเฉิงเจออะไรมา อีกอย่างคือเขาเจอกันเมื่อไหร่ละนี่
    #386
    0
  8. #379 Minutedao (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 12:08
    เจ้าเล่ห์ แผนการแยบยล
    #379
    0
  9. #353 shamash_y (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 18:07
    เค้าเคยเจอกัน เค้าเคยเจอกัน เค้าเคยเจอกันนนนนน~
    #353
    0
  10. #326 zoeyluck (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:38
    เฉิงมันร้ายยยย
    #326
    0
  11. #315 jkooktaev (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 21:36
    เด็กมันร้ายนะคะ จะทำอะไรมีกำไรตลอด แถมเคยพบเคยเจอกันมาก่อนด้วย อรุ่ม~
    #315
    0
  12. #274 PuiPui--r (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 11:02
    เคยเจอกันมาก่อนด้วย
    #274
    0
  13. #230 MitsukiCarto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 03:34
    เอาแล้วไงๆ~ ดึกๆน่ะมันมาแน่~
    #230
    0
  14. #216 เฌอเฟียร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 21:44
    เด็กมันร้ายยย
    #216
    0
  15. #205 LWLookwai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:20
    ชิงชิง หนัไปลูกกก
    #205
    0
  16. #191 หลิวเหว่ย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 00:32
    ก็สมกับอาเฉิงแล้วล่ะ ความน่ารักน่ะมี แต่ความใสไร้เดียงสาน่ะอย่าได้ถามหา น้องก็หลงกลอาเฉิงง่ายเหลือเกิน ตอนนี้เริ่มน่าเป็นห่วงแล้ว บทตัวร้ายคงไม่ต้องมีแล้วใช่ไหม ก็อาเฉิงเล่นครองทั้งบทตัวเอกและตัวร้ายเลยนี่ แต่ค่าตัวคงได้ไม่เยอะหรอกนะ เพราะต้องไปจ่ายข้อหากระทำชำเราบุคคลน่ารัก(ทางความคิด)ที่โรงพักเสียก่อน
    #191
    0
  17. #190 Juudy_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 00:22
    เจ้าก้อนเอ๊ยยย เอ็นดูไม่ไหวแล้วให้ตายเถอะ
    #190
    0
  18. #157 Secr3t-Key (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:25

    เอ็นดูจจนบีบจัย เอิ้กอ้าก

    #157
    0
  19. #144 chocolato.p (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 17:20

    ชิงชิงงง อยากบีบบบ เจ้าขี้เซาเอ๊ยยย แงงง

    #144
    0
  20. #85 Xialyu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:28
    ห่มหนังแกะชัดๆ
    #85
    0
  21. #84 Pissuda627 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:08
    น้องชิงทำไมถึงน่าเอ็นดูแบบนี้ เป็นตัวขี้เกียจที่น่ารักมาก55
    #84
    0
  22. #78 ppterakk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:09

    นารักกกกกก

    #78
    0
  23. #75 witchhound (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 22:21
    มู่ชิงหนีไปปปปป
    #75
    0
  24. #73 vivivenus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 19:31
    แอบกินเต้าหู้เหรอ
    #73
    0
  25. วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 19:14
    ลูกหนีไปปปปปปปป
    #72
    0