[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 78 : (อ่านฟรีวันที่ 26/8/63) ตอนที่ 21 มุ่งสู่ความลับในแดนฝัน (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    26 ส.ค. 63

เมื่อกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเช่นนั้น ดวงจิตนั้นก็หายวับไปทันที


 

พลันนั้นเองก็มีบางอย่างแปรเปลี่ยนไป พื้นที่ที่เขาอยู่ได้สว่างโล่งพร้อมกับภาพหนึ่งที่ไหลเข้ามาในหัวทั้งเสียงและภาพนั้น นั่นมันคือวันที่เกิดเหตุอัคคีภัยในย่านโคมแดงมันคือภาพของต้วนมู่เถียนได้จ้างวานชายแก่ผู้นั้นด้วยเงินก้อนโตเพื่อกระทำการชั่วช้า


 

“ยามล่าสัตว์ หากต้องการลูกมันควรทำเช่นไร”


 

“ท่านเสนาธิการ...อย่าบอกนะว่าท่านจะ...”


 

“สังหารหวังซือสือ ทำให้เหมือนอุบัติเหตุ แล้วพาเสี่ยวชิงมาให้ข้า” ต้วนมู่เถียนสั่งการแล้วหันหลัง พูดถ้อยคำหนึ่งทิ้งท้าย ก่อนเดินไปทันที “หากย่านนางโลมจะหายไปสักที่ มันคงไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรนักหรอก”


 

เพื่อที่จะทำให้ลูกมาอยู่กับตัวเองชายคนนั้นยอมทำทุกอย่างแม้กระทั้งสังหารคนเป็นแม่ วางแผนเผาย่านนางโลมให้วอดวายเพื่อกลบหลักฐาน


 

ในแง่ความรักลูกแล้วต้วนมู่เถียนคงมีอย่างมากล้น เป็นบิดาที่ดี และให้ความเอื้อเอ็นดูบุตรชายด้วยใจจริง หากแต่ในแง่ของความเห็นอกเห็นใจและความเป็นเท่าเทียมของมนุษย์ เขาไม่ได้มองอยู่คนอื่นในชนชั้นเดียวกับเขาและกล้าที่จะสังหารได้อย่างเลือดเย็น


 

พาลย้อนให้นึกถึงสิ่งที่ต้วนมู่ชิงถามเมื่อครั้งงานชมโบตั๋นแล้วจึงได้เข้าใจ


 

“ข้าอกตัญญู...เป็นวัวลืมตีนหรือไม่....”


 

อา...ข้าเข้าใจแล้วล่ะขอรับท่านพี่...เหตุใดท่านจึงได้ไม่ให้อภัยบิดาของท่าน...ไม่ให้อภัยสกุลต้วนมู่


 

อวี้เหวินเฉิงคิดถึงสีหน้าและแววตาที่เจ็บปวดของดวงจิตนั้นก่อนหายไป เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมความทรงจำที่เห็นจึงได้ไม่ค่อยประติดประต่อนัก เพราะสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องที่เจ้าตัวไม่ปรารถนา ยิ่งเดินเข้าไปลึกมากเท่าใดก็ยิ่งเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ทว่าเขาก็ต้องเข้าไปให้ลึกกว่านี้


 

ต้องหาวิญญาณของเสียนเฟยที่อยู่ในแดนฝันแห่งนี้ให้เจอ และบางทีเขาอาจจะต้องรอให้อดีตบรรจบให้ใกล้เคียงกับช่วงเวลาปัจจุบัน


 

แล้วหลังจากนั้นภาพสีดำก็ตัดกลับมาเป็นภาพสถานที่หนึ่ง อวี้เหวินเฉิงยืนอยู่ในห้องกว้างตกแต่งอย่างฉูดฉาดเต็มไปด้วยเครื่องประดับของราคาแพง ดูทีแล้วคงเป็นห้องโถงสำหรับหย่อนใจของต้วนมู่ฮูหยิน


 

วันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นทุกครั้งที่เมื่อต้วนมู่เถียนเข้าวังไปทำงาน นางใช้ก็งานลูกเลี้ยงของตนราวกับทาสส่วนตัว หญิงสาวไล่ให้ต้วนมู่ชิงไปจัดแจงชา เครื่องของขนมหวานของว่างให้ ซึ่งดูทีแล้วการหย่อนใจในครั้งนี้คงไม่ใช่การลิ้มรสของอร่อยแต่เป็นการได้ใช้งานคุณชายสามเสียมากกว่า


 

ทว่าวันนี้ท่าทางของต้วนมู่ชิงนั้นกลับผิดปกติไป นอกจากจะไม่ชักสีหน้าแล้วยังเงียบซึม ขอบตาแดงช้ำกล่ำราวกับคนอดนอน และแน่นอนว่านางไม่ได้รู้สึกเป็นห่วง แค่เพียงขัดหูขัดตาเท่านั้น


 

นางปัดชาออกจนหกรดกับพื้น เหยียดสายตามอง


 

“ชาเย็นหมดแล้ว ยังไม่ไปเปลี่ยนน้ำร้อนให้อีก” นางชี้นิ้วสั่ง ซึ่งต้วนมู่ชิงก็ส่งเสียงในลำคอตอบรับ เดินไปอุ่นน้ำร้อนเติมชาอย่างเลื่อนลอยคล้ายไม่มีชีวิตจิตใจ


 

“นอนไม่พอหรือไร ไยจึงเหม่อลอยเช่นนี้ ข้าไม่เคยสอนรึว่าไม่ควรนอนดึก” นางกล่าวเสียงแข็ง และให้คาดเดาแล้วต่อให้นอนช้าหรือนอนไว ผู้หญิงคนนี้ก็หาเรื่องมากัดแซะได้อยู่ดี


 

ทว่าต้วนมู่ชิงก็ไม่ตอบรับ เขายังคงเงียบและทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป


 

ความจริงที่ได้รู้มันยังอยู่ในหัว ความลับที่บิดาปกปิดไว้นั้นนอกจากจะทำให้เขาไม่สามารถข่มตาลงแล้ว ยังเอาแต่คิดทบทวนวกวนจนไม่ได้ฟังคำพูดของต้วนมู่ฮูหยินเลยแม้แต่น้อย


 

และนั่นทำให้นางโมโหกับท่าทีของต้วนมู่ชิงยิ่งนัก


 

“จะว่าไปแล้ว เมื่อวันก่อนออกไปข้างนอกมารึ เอาแต่เที่ยวเล่นไม่ฝึกวิชา แล้วจะมีหน้าไปสอบคัดตนเข้าสำนักได้อย่างไร พึงสังวรไว้เสียหน่อยว่าที่รับเข้ามานั้นเพราะอะไร” นางกล่าวเยาะ ทว่าคนที่ปกติมักแสดงปฏิกริยากลับยังคงเงียบไม่ตอบรับ


 

การถูกเมินมึนเช่นนั้นย่อมสร้างความหงุดหงิดใจ หญิงสาวตกโต๊ะดังปึงก่อนจะชี้หน้าด่ากราด “สายตาเช่นนั้นมันอะไร มองเยาะข้างั้นหรือ”


 

ต้วนมู่ชิงเงียบ ไม่ตอบ และแน่นอนคงคิดว่าตัวเองยังไม่ทันได้ทำอะไรสักนิด แค่เติมน้ำร้อนใส่ชา ไม่ได้มองเสียหน่อย


 

แต่ทั้งที่คิดว่าจะทำเป็นเมินเฉยแล้วแท้ๆ แต่ทว่า...


 

ต้วนมู่ฮูหยินกลับพูดคำบางคำที่ทำให้เส้นแห่งความอดทนได้ขาดผึง!!


 

“ไอ้เด็กไม่มีแม่!!!”


 

เพล้ง!


 

ยังไม่ทันสิ้นคำกล่าว จอกชาถูกปาใส่หัวฮูหยินจนแตกคา เลือดไหลอาบหัวจนนางกรีดร้องด้วยความเจ็บ ปากบางสั่นระริกคล้ายอยากพ่นคำด่าให้สาสม ทว่ายังไม่ทันได้ทำการใดๆ ต้วนมู่ชิงก็จิกหัวซ้ำ กดหน้านางลงกับพื้นอย่างแรง พร้อมขึ้นคร่อมกดซ้ำไม่ให้ลุกขึ้น


 

“คำก็ไม่มีแม่ สองคำก็ไม่มีแม่ รู้จักคำด่าแค่นี้หรืออย่างไร! อยากให้ข้าพูดนักใช่ไหม นี่ไงข้าก็พูดแล้ว ยัยแก่หน้าขาว!” ต้วนมู่ชิงหอบเหนื่อย คล้ายเลือดทั้งร่างพุ่งพรวดขึ้นหน้าจนหัวใจเต้นตุบ ไอความร้อนแห่งความโมโหเดือดพล่านจนไร้สติ แสดงความรุนแรงออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้


 

ทุกอย่าง ทั้งความโกรธ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้งความเสียใจ ความเครียด ความแค้น มันรวมกันเป็นน้ำตาและความรุนแรง


 

หากไม่ใช่เพราะเขา ไม่ใช่เพราะเขา หากข้าไม่ได้มาที่นี่...


 

“หากข้าไม่ต้องมาอยู่ที่นี่แม่ข้าก็คงไม่ตาย!!!”


 

และน้ำชาร้อนก็รินรดหัวของหญิงสาว นากกรีดร้อง ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน ใบหน้าสวยเห่อแดงจากแผลน้ำร้อนลวก ทว่ายังไม่สาแก่ใจ ต้วนมู่ชิงกดกาชาที่ยังหลงเหลือความร้อนบนหลังมือขวา ข้างที่ฮูหยินมักใช้จิกทึ้เขาราวกับระบายความแค้นที่ผ่านมาทั้งหมด


 

หญิงสาวกรีดร้องจนสุดเสียง ทั้งบาดแผลที่หัว ทั้งน้ำรอดที่ราด ทุกอย่างทำให้ที่ตรงนี้เริ่มเปียกนอง นางสลบลงไป พลันนึกรู้สติต้วนมู่ชิงถอยล่า หวาดกลัวในสิ่งที่ทำลงไปจนตัวสั่น


 

เลือดเจิ่งนอง


 

พื้นเป็นสีแดง


 

และนั่นทำให้เขารีบออกวิ่ง


 

วิ่งจนสุดกำลัง ออกจากบ้านหลังนี้ ออกจากสกุลต้วนมู่ เข้าไปในป่า หลบซ่อนตัวหวาดกลัวราวกับกลัวถูกจับได้


 

เขาทำลงไปแล้ว ความเครียดที่เกิดขึ้นจากการที่รู้ว่าพ่อที่ตอนให้ความเคารพฏฆ่าแม่แท้ๆ ทำให้เขาไร้ซึ่งการควบคุมกระทำการรุนแรงกับผู้หญิงคนหนึ่งเพียงเพราะขาดสติและเคืองแค้น


 

เขา...เขาก็ไม่ต่างจากพ่อของเขา


 

ใช่ไหม?


 

วิ่งมาได้สักพักนั้นจึงได้หมดแรง ต้วนมู่ชิงกอดตัวเองทรุดตัวลงหน้าต้นไม้ใหญ่สักที่หนึ่งในป่ากว้าง น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ด้วยเพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นในระยะใกล้กันเกินไป ทั้งเสียใจทั้งเจ็บปวดแต่กระนั้นแล้วท่ามกลางความผิดหวังที่มีต่อผู้เป็นบิดา กลับมีความทรงจำดีๆ ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่


 

ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในสกุลต้วนมู่ ต้วนมู่เถียนดูแลเขาเป็นอย่างดีเสมอ ให้ในสิ่งที่อยากได้ สอนในสิ่งที่คนเป็นบิดาสอน ทั้งอ้อมกอดอุ่นๆ ทั้งรอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้นก็มีให้อย่างจริงใจทุกครั้งที่ได้พบกัน


 

ต้วนมู่ชิงยังคงจดจำได้ เมื่อครั้งที่ตนยังเด็ก ยังตัวเล็กกว่านี้ เขาเคยนั่งรอจนดึกดื่นเพื่อรอให้ท่านพ่อกลับมาจากการทำงาน รอจนหลับไปก่อนรู้สึกตัวว่าว่าตนหลับในอ้อมกอดแสนอ่อนโยนของบิดา เสียงเพลงกล่อมเด็กที่ต้วนมู่เถียนร้องขับกล่อมนั้นมันทำให้เขาฝันดีมากแค่ไหน เขาจดจำมันได้เสมอ


 

ทุกอย่างเป็นความจริง ทุกอย่างทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่เขาได้รับจากต้วนมู่เถียน การที่มีบิดาอยู่ที่นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาอดทนต่อการกลั่นแกล้งของแม่เลี้ยงมาตลอดหลายต่อหลายปี


 

ทว่า..ทว่าความจริงที่ว่าท่านพ่อเป็นคนสังหารท่านแม่ และเผาทำลายบ้านเกิดของเขา มันก็เป็นความจริงเหมือนกัน...


 

เด็กน้อยสับสน และด้วยความเป็นเด็กนั้นก็ไม่อาจตัดสินดีชั่วได้ด้วยตัวเอง อย่างใดคือขาว อย่างใดคือดำ ความซับซ้อนของผู้ใหญ่นั้น ช่างเป็นสิ่งที่เข้าใจยากและไม่อยากเข้าใจเป็นยิ่งนัก


 

“หากท่านเป็นพ่อที่แย่กว่านี้...ข้าคงเกลียดท่านอย่างหมดใจได้แล้วแท้ๆ!!!”


 

เขาได้แต่ร้องระบายออกไปเช่นนั้น ร้องไห้จนหมดแรงและหลับไปทั้งที่ยังคงร้องไห้


 

ต้วนมู่ชิงภาวนาให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่ตื่นมาก็หายไป...


 

...

..


 

“พี่ชาย”


 

เสียงหนึ่งแว่วมาไกลห่าง


 

“พี่ชายขอรับ”


 

และมันก็ใกล้ขึ้นจนต้วนมู่ชิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากนิทรา


 

แสงสว่างส่องผ่านด้านหลังประกอบกับความง่วงงุ่นทำให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอย่างพร่าเลือน ทว่าทั้งรอยยิ้ม ทั้งดวงตากลมโตแสนน่าเอ็นดู ล้วนทำให้ใจของคนที่เพิ่งเจ็บปวดสั่นไหว มันช่างแสนงดงามเสียจนน้ำตาเอ่อคลอ ฝ่ามือเอื้มไปด้านหน้า คว้าบางอย่างเอาไว้ ลูบแก้มเนียนใสนั้นอย่างเบามือ


 

“นางฟ้าหรือ...”


 

“ใช่ที่ไหน...อาเฉิงต่างหาก” เด็กน้อยกล่าว ก่อนจะยิ้มให้บางๆ มือกลมป้อมนั้นลูบหัวของต้วนมู่ชิงอย่างเบามือ “โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้นะ ไม่ร้องไห้นะ อาเฉิงทำให้พี่ชายตื่นอย่างนั้นหรือ”


 

“ไม่...เอ่อ...อรุณสวัสดิ์” รู้สึกเหมือนเก้อเขินจึงเอ่ยเช่นนั้นก่อนจะคิดออกไปว่าไม่น่าพูดเลยจริงๆ


 

“อื้อ อรุณสวัสดิ์” เด็กที่เรียกตัวเองว่าอาเฉิงตอบรับ ก่อนจะหันหน้าไปด้านข้าง ร้องตะโกนเรียกใครบางคนที่น่าจะอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ให้รับทราบ


 

“อาจารย์ขอรับ พี่ชายตื่นแล้วล่ะ!”


 

เมื่อสิ้นเสียงของเด็กชาย ร่างของชายคนหนึ่งจึงเดินเข้ามา เส้นผมสีดำ อาภรณ์สีดำ แว่นทรงกลมกรอบเดียว...คนผู้นั้น คือหลานอันฮุ่ย


 

“ลุกขึ้นมาเถิดเด็กน้อย” เขากล่าวเช่นนั้น ก่อนจะดึงมือต้วนมู่ชิงขึ้นมา และพาเดินไปด้วยกัน


 

โดยที่มีอวี้เหวินเฉิงยืนเฝ้ามองภาพอดีตที่เกิดด้วยสายตาคลับคล้ายจะคิดถึงโหยหา อันเนื่องจากว่ายามรุ่งเช้าใต้ต้นไม้ใหญ่นี้...มันคือครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน เด็กคนนั้นคือตัวเขาเมื่อสมัยยังไร้เดียงสานัก


 

ความทรงจำของพวกเขาทั้งสองได้มาบรรจบกันแล้ว


 

และ...วันที่เราพบกันครั้งแรกนั้น ท่านพี่เจ็บปวดมากมายขนาดนี้ ก่อนที่พวกเราจะได้พบกันอย่างนั้นหรือขอรับ...?


 

 


 

พี่กับน้อง (ตอนเด็ก) เจอกันแล้วค้าบบบบบบบบบ ไชโยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #700 everryeve (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 17:28
    สงสารยัยพี่!!!!โถ่ลูก
    #700
    0