[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 2 ตำหนักสุ่ยเซียน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,391 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

เมื่อส่งต้วนมู่ชิงกลับตำหนักสุ่ยเซียน ซ้ำยังได้รับคำเชื้อเชิญให้มาเยี่ยมเยียนในวันถัดไปเป็นที่เรียบร้อย เฉิงจื่อเหยียนจึงได้เดินทางกลับมายังที่พักของตน


 

ชายหนุ่มทิ้งร่างลงกับที่นอนนุ่ม พยายามข่มตาหลับแต่ก็หลับไม่ลงด้วยเพราะอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเยอะแยะเกินไปหมด


 

ความจริงแล้ว...เขาไม่มีความรู้สึกอยากลองเป็นสนมอยู่ในสมองเลยด้วยซ้ำ ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างรวดเร็วไปเสียหมด เส้นสายการสนับสนุนของเขาทำงานได้ดีอย่างเหลือจะกล่าว พอรู้สึกตัวอีกที เขาก็มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อแต่งหน้าแต่งตัวราวกับสาวงามอยู่ในวัง


 

เขามาไกลมากจนหันหลังกลับไม่ได้...ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการข้อมูล ‘นั้น’ เขาก็ไม่อดทนขนาดนี้หรอกนะ


 

แม้จะดูเหมือนอวดตัวเองไปบ้าง แต่เขามั่นใจในความงามหน้าตาตัวเองเป็นที่สุด อีกทั้งนิสัยชื่นชมความสมบูรณ์แบบอย่างมาก หากต้องปลอมตัวเป็นสนมแล้ว เขาก็อยากจะใช้ต้นทุนดีๆ ที่มีอย่างคุ้มค่า และศึกษาวิถีชีวิตการเป็นสนมกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมเหล่านั้นให้ไม่มีขาดตกบกพร่อง


 

ทว่าทั้งๆ ที่มั่นอกมั่นใจมากแท้ๆ แต่ในตอนนี้กลับมีเรื่องที่ผิดแผนครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นมาเสียแล้ว


 

ได้แต่นอนคิดเช่นนั้น ระหว่างหลับตาลง ลมหายใจหนึ่งพ่นออก และสูดเข้าไปลึกๆ อีกหนึ่งครั้ง ดวงตาสีดำขลับมองเหม่อขึ้นไปบนเพดานห้อง แขนซ้ายยกขึ้น มองเชือกถักเก่าคร่ำค่าร้อยหยกเสี้ยวที่ข้อมือ หน้าสวยๆ นั่น มีประกายความคิด


 

ยิ่งยามนึกถึงเรื่องของตำหนักสุ่ยเซียนซึ่งตนจะได้ไปเยือนในวันพรุ่งแล้ว...อา...ไม่สิ...เขาควรปัดไล่ความคิดอันสะระตะรกรุงรังนั้นออกไปให้หมด


 

“หมดเวลาเอาเรื่องนั่นเรื่องนี้มาสับสนได้แล้ว...”


 

เฉิงจื่อเหยียน...หรือนามแท้จริงคืออวี้เหวินเฉิงได้แต่พึมพำเบาๆ ดวงตาของเขามีประกายมุ่งมั่นขึ้นมา เขาลดมือลง เคลื่อนข้อมือเขาหาตัวก่อนจะก้มลงจุมพิตยังหยกขาวประดับเชือกถัก


 

หากต้องการคำตอบก็ต้องลงมือทำ...นั่นคือคติของอวี้เหวินเฉิง


 

และเขาจะไปสืบเสาะยังตำหนักนั่นเพื่อให้เข้าใกล้กับคำตอบนั้น...คำตอบที่ตนเสาะแสวงหาจนยอมดั้นด้น ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ลดทิฐิ เสแสร้งเพื่อมาถึงที่แห่งนี้


 

และอวี้เหวินเฉิงก็หลับลงไป เพราะความเหนื่อยสะสม...


 

หลับลงไป...เพื่อพบความฝันที่ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือว่าเรื่องดี


 

เห็นถึงตัวตนของตัวเองในสมัยเด็กวิ่งหนีบางสิ่งบางอย่างด้วยความหวาดกลัว เขานั้นทั้งแสนอ่อนแอกระจ้อยร่อย ทั้งไร้ซึ่งพลังช่วยเหลือใคร คนรอบกายหายไปคนแล้วคนเล่า จนเหลือเพียงอวี้เหวินเฉิงตัวน้อยท่ามกลางทะเลสีเลือดอันไร้ซึ่งทางออก


 

น้ำที่ที่รินไหล ความคับแค้น ความกลัว สับสน กังวล ทุกอย่างไม่อาจจะทำให้อวี้เหวินเฉิงในขณะนั้นก้าวเดินไปได้เลยสักก้าว ภาพของมือหลายหลากมือที่ดึงทึ้งตัวหมายจะฆ่าสังหารเขา ไหนจะพี่ชายที่ถูกพรากจากไป มารดาที่หายลับ บิดาตลอดจนคนสำคัญทั้งหมดถูกจับแยกไปคนละเส้นทางและจมหายไปในกองเลือด


 

อวี้เหวินเฉิงได้แต่หวาดกลัวจนดำดิ่งสู่ความมืดมิด


 

จวบจนกระทั่ง...ได้พบกับแสงสว่างที่แสนกระจ่างราวกับทางออก


 

มือคู่หนึ่งนั้นได้ยื่นเข้าหาและดึงอวี้เหวินเฉิงออกไป


 

เขาจึงได้ตื่นจากฝันที่แสนยาวนาน อวี้เหวินเฉิงหอบหนักคล้ายคนเหนื่อยจัด เสยเส้นผมสีดำขลับที่ปรกหน้าตนออก เม้มริมฝีปากแน่นเข้า


 

ความฝันนั้นไม่ได้ฝันมาเนิ่นนานนัก ทว่ากลับฝันเห็นอีกครั้ง


 

เรื่องราวในวัยเด็กของเขา...เรื่องราวที่เป็นเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เขากลายมาเป็นเขาจนถึงทุกวันนี้ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนนั้น


 

“ข้า...”


 

จะต้องหาคำตอบของทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้...


 

...

...


 

เมื่อจัดการสลัดความฝันออกจากหัวได้แล้ว อวี้เหวินเฉิงก็ลุกขึ้นมาจัดการกับตัวเอง การแต่งตัวอย่างสนมนั้นลำบากกว่าที่คิดนัก ชุดของสนมชายแทบไม่ต่างจากของสนมหญิง เรียกได้ว่าอีกนิดก็เหมือนแต่งหญิงแล้ว คือหนาไม่ว่า หนักพอไหว แต่ฟูฟ่องเหมือนแบกม้วนผ้าเป็นหลาๆ ไว้กับตัวเองแบบนี้ ชักอยากจะวิ่งออกไปหน้าบ้าน สั่งให้คนรับใช้มาช่วยแต่งตัวณ.บัดเดี๋ยวนี้เหลือเกิน


 

แต่...


 

ก็ออกจะชวนเสียหน้าไปเสียหน่อย...เขาน่ะเลิกให้คนแต่งตัวให้มาตั้งนานเป็นชาติแล้ว! เห็นเป็นเจ้าบทบาท จอมเสแสร้งเช่นนี้แต่อวี้เหวินเฉิงนั้นก็เป็นพวกกลัวเสียมาดและทิฐิจัดอยู่เอาเรื่องเชียวนะ!


 

เมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้ว อวี้เหวินเฉิงจึงได้ออกเดินออกมาจากเรือนหลังเล็ก ตลอดสองข้างทางเดิน เขาเห็นถึงการทำงานอันขยันขันแข็งของคนที่นี่


 

ที่แห่งนี้จะแบ่งคนทำงานจิปาถะรับใช้เป็นสองประเภทคือ หนึ่งมาจากการคัด ซึ่งคนมาคัดตัวนั้นอาจจะเป็นลูกขุนนางก็ย่อมได้ และสองมาจากการซื้อขาย...หากพูดภาษาชาวบ้านหน่อยก็คือแรงงานทาส


 

อวี้เหวินเฉิงนั้นพอรู้กฎของคร่าวๆ ของที่นี่อยู่บ้าง เช่นผู้หญิงจะรับใช้พระสนมหญิง ผู้ชายรับจะใช้พระสนมชายและจะแบ่งแยกเขตการทำงานอย่างชัดเจน


 

นายกำนัลนั้นจะต่างจากขันทีพวกเขาไม่ได้ ‘ถูกตอนยกพวง’ แต่อย่างใด คนเหล่านี้มีตั้งแต่ชนชั้นสามัญชนตลอดจนคุณหนูคุณชายสักบ้านที่เข้ามาทำงาน สามารถเลื่อนขึ้นเป็นสนมก็ได้ หรือจะปลดระวางเมื่อครบอายุการจ้างงานก็ได้เช่นกัน


 

เพื่อหลักมนุษย์ธรรมจึงใช้วิธีเดียวกับนายสนม นั่นคือจะกดจุดเรื่องกามอารมณ์เอาไว้จนกว่าจะเกษียณอายุ


 

และอย่างที่กล่าวไปด้านบน คนเหล่านี้อาจจะได้เลื่อนชั้นกลายเป็นสนม หรือต่อให้ไปไม่ถึงขั้นนั้นแต่หน่วยก้านดี ขยันขันแข็ง รู้จักเข้าหา ก็อาจเป็นที่โปรดปรานและถูกนำตัวไปทำงานใกล้ชิดได้เช่นกัน ซึ่งการรับใช้พระชายาหรือสนมยศสูงๆ นั้นก็สามารถรับสวัสดิการดีๆ ตอบแทน แถมยังสามารถออกคำสั่งกับคนระดับล่างกว่าได้อีกด้วย


 

ขนาดเพิ่งมาอยู่ได้แค่วันเดียวแต่อวี้เหวินเฉิงก็สัมผัสถึงความอยู่ยากในระบบตำหนักในแล้ว ภายนอกดูหรูหราชวนเฝ้าฝันแต่ความจริงกลับค่อนข้างเข้มงวด มีระบบอาวุโส ความเป็นการเมือง แบบแผนเผื่อการเอาตัวรอดและการไต่เต้า มากกว่าที่เคยได้ฟังจากคนเล่าอยู่มากโข


 

ว่าอย่างไรดีล่ะ เหมือนกับคำเปรียบเทียบไง อยู่ใกล้ชิด ศึกษามากแค่ไหนก็มิสู้มาพบเจอเอง หากมีประสบการณ์ตรงย่อมจะเข้าใจกว่าการบอกเล่าหรือตำรา


 

เขาเดินคิดนั่นคิดนี่ไปเพลินๆ โดยไม่ลืมสวมบทบาทของเฉิงจื่อเหยียนว่าที่พระสนมคนงามผู้แสนเป็นมิตรและใสซื่อ ชายหนุ่มหันไปทักทายคนนั้นทีคนนี้ที ผูกสัมพันธ์เรียกความเอ็นดูไปทั่วเส้นทาง จนเขารู้สึกว่าตนได้ใช้วิชาปั้นรอยยิ้มเสแสร้งส่วนของทั้งปีนี้ไปจนหมด


 

รู้ตัวอีกทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าสะพานข้ามธารเข้าตำหนักสุ่ยเซียนเสียแล้ว


 

บรรยากาศของเขตนี้ช่างดูเงียบเหงาไม่ค่อยมีคนผ่านไปมาต่างจากทางเดินก่อนหน้าลิบลับนัก อาจจะเป็นเพราะข่าวลือเรื่องผีสางหรือไม่ก็เพราะนิสัยส่วนตัวของเจ้าของตำหนักจึงทำให้เป็นเช่นนี้ก็ได้


 

อวี้เหวินเฉิงคลี่ยิ้มเล็กน้อย ท่าทางดูพึงพอใจ แม้คาดเดาไม่ได้ว่ามันคือความพอใจในสิ่งใด


 

พอใจในการได้ไปตำหนัก หรือพอใจคนที่อยู่ตำหนักนั้น...ก็สุดแท้แต่จะหาเหตุผลมาทำความเข้าใจ


 

เมื่อพ้นสะพานข้ามลำธารมาได้ ก็จะพบกับตำหนักอันหรูหรางดงามตั้งอย่างโดดเดี่ยวริมน้ำสมชื่อตำหนักสุ่ยเซียนซึ่งเป็นนามของดอกไม้เคียงข้างสายน้ำเป็นยิ่งนัก


 

อวี้เหวินเฉิงยืนจ้องความงดงามนั้นไม่วางตา ทั้งรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ในความคิดตนจนเผลอกำเชือกหยกรัดข้อมือแน่นเข้า


 

ตำหนักสุ่ยเซียนแห่งนี้งามกว่าที่เคยได้ยินจากคำเล่ามาเป็นไหนๆ


 

เมื่ออวี้เหวินเฉิงมาถึงหน้าตำหนักและได้แจ้งชื่อของตนไปแล้ว คนรับใช้ก็พาเขาไปเข้าพบกับต้วนมู่ชิงที่ห้องรับรองแขกทันที


 

แต่ทว่า...ภาพของเจ้าของตำหนักที่อวี้เหวินเฉิงเห็นนั้น...แทบกระแทกหน้ากากเฉิงจื่อเหยียนคนน่ารักให้ปลิวกลับไปบ้านเก่า!


 

เพราะพระสนมคนงามนามต้วนมู่ชิงนั้นกำลังนอนขึ้นอืดบนกองหมอนอิงโดยมีหนังสือวรรณกรรมทับหน้าอยู่!!


 

อวี้เหวินเฉิงเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากเม้มเข้าเบือนหน้าหันไปทางอื่น สกัดกั้นเสียงหัวเราะอย่างสุดความสามารถ


 

“เหม่ยเหรินขอรับ...”


 

เป็นซื่อเป่าที่กระแอมเล็กน้อย ปลุกคนที่นอนเข้าเฝ้าเทพเซียนบนชั้นฟ้าให้ตื่นขึ้น


 

“อา...”


 

ต้วนมู่ชิงปรือตาขึ้น พอเห็นว่าแขกมาส่งเสียงหัวเราะแหะเบาๆ หนึ่งแอะอย่างสำนึกผิด ร่างบางลุกขึ้น ปัดๆ ผมที่เริ่มยุ่งให้เข้าทรง เพียงแค่ยืดตัวหลังตรงองค์พระสนมแสนสง่าก็เข้าสิงร่างทันที แม้อวี้เหวินเฉิงจะคิดว่ามารักษามาดเอาตอนนี้ไปก็ไม่ทันแล้วก็ตาม


 

“พอดีข้าตื่นไวกว่าปกติไปสักหน่อยน่ะ รู้สึกตัวอีกทีก็ง่วงหาวและเผลอหลับไป เสียมารยาทให้เจ้าเห็นเสียแล้วล่ะ” ต้วนมู่ชิงลุกขึ้น เดินไปต้อนรับอวี้เหวินเฉิง แม้ใจจะเสียดายที่นอนนุ่มนิ่มสักแค่ไหน แต่เพื่อรักษาภาพพจน์ (ที่ไม่ค่อยเหลือ) เขาต้องตัดใจ จำลาจากหมอนขนเป็ดอันเป็นที่รักไป


 

“มิได้ขอรับ ที่ท่านพี่รอจนเบื่อหน่ายเช่นนี้เป็นเพราะข้าเสียเวลาในการแต่งกายไปมาก จื่อเหยียนคนนี้มีช่างเสียมารยาทนัก” อวี้เหวินเฉิงวาดมือคำนับหน้าสำนึกผิด...ซึ่งอันที่จริงก็รู้สึกผิดจริงๆ นั่นแหละที่เสียเวลาไปมากกับการแต่งตัวจนมาเกือบไม่ตรงตามเวลานัด


 

ต้วนมู่ชิงเห็นดังนั้นจึงยกมือรองแขนที่วาดคำนับนั้นคล้ายจะบอกว่าไม่ต้องขอโทษ และจูงมือของอวี้เหวินเฉิงไปนั่งที่ห้องรับแขกดีๆ


 

“อาเป่า...เจ้าช่วยไปเตรียมสำรับต้อนรับได้หรือไม่?”


 

“ขอรับ” ซื่อเป่าตอบโค้งตัวคำนับเล็กน้อยออกไปทำตามคำสั่งผู้เป็นนาย


 

“รบกวนท่านพี่แล้ว...” อวี้เหวินเฉิงตอบก่อนจะใช้จังหวะที่ซื่อเป่าเดินไปนั้นสอดส่องสายตาไปรอบตำหนัก เก็บรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้ในความทรงจำอย่างรวดเร็ว


 

เมื่อซื่อเป่านำน้ำชาและขนมหวานสำหรับรับรองแขกมาแล้ว อวี้เหวินเฉิงก็วางตัวเป็นคนน่ารักกระวีกระวาด รีบรับถาด รีบรินชา คอยดูแลต้วนมู่ชิงอย่างดี


 

“น้ำชาขอรับท่านพี่...” อวี้เหวินเฉิงคลี่ยิ้มแสนอ่อนโยน ส่งจอกชาร้อนและเอาแต่จับจ้องกิริยาการวางตัวของต้วนมู่ชิงด้วยความสนใจ


 

กลิ่นของชาหอมหมื่นลี้ชั้นดีช่างนุ่มละมุนชวนดอมดมนัก อีกทั้งกิริยาคนข้างตัวเองก็ชวนมอง ไม่ว่าจะนั่งก็ดี ขยับตัวก็ดี แม้แต่จะเอียงคอน้อยๆ นั้นเองก็ด้วย ทุกอย่างทำให้อวี้เหวินเฉิงรู้สึกเจริญหูเจริญตาอย่างบอกไม่ถูก


 

“ลำบากเจ้าแล้ว...” ต้วนมู่ชิงว่า เห็นความเอาใจอย่างคล่องแคล่วก็นึกเอ็นดูขยับมือไปด้านหน้าหมายจะลูบหัว แต่พอนึกถึงท่าทีเมื่อคืนของอีกฝ่ายแล้ว เลยหยุดความตั้งใจนั้นเสีย


 

แต่ในจังหวะที่จะลดมือลงนั้นเอง อวี้เหวินเฉิงก็ขยับศีรษะ ไถไปกับมือของต้วนมู่ชิง ดวงตาหงส์ใส่แจ๋วราวกับกำลังออดอ้อน เอียงแก้มซบอย่างเชื่องซื่อ


 

“มือท่านพี่ช่างอุ่นเหลือเกินขอรับ ข้าชอบยิ่งนัก...”


 

นั่นเป็นคำพูดที่จริงใจ ไร้ซึ่งการแสดงตบตาใดๆ ก็อวี้เหวินเฉิงกำลังออดอ้อนต้วนมู่ชิงอยู่จริงๆ นี่นา


 

แล้วต้วนมู่ชิงก็ถึงกับติดชะงัก สารภาพกันตรงๆ ว่า ถึงเขาจะชื่นชอบเด็กคนนี้สักแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้เชื่อมั่นเต็มร้อย กล่าวคือ...การเรียกให้มาหาที่นี่ก็เพื่อเอามาดูกิริยาก่อนตัดสินใจก็คงได้


 

เห็นเหมือนตัวสงมาวแบบนี้แต่เขาไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าอย่างไหนจริงใจอย่างไหนประจบ สังคมสนมน่ะมีแต่ต้องเอาตัวรอด ต้วนมู่ชิงอยู่ที่นี่มาถึงแปดปีย่อมผ่านประสบการณ์การถูกสนมชั้นผู้น้อยเลียแข้งเลียขามานักต่อนัก เขาเกลียดสะอิดสะเอียนเรื่องแบบนั้นจนต้องปฏิเสธการถูกเข้าหาอย่างนั้นเสมอ


 

กับกรณีคนตรงหน้านอกจากไม่รู้สึกขยะแขยงแล้วมันกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด เหมือนกับมีแมวตัวน้อยคลอเคลียไม่ห่าง ราวกับถูกอ้อนอยู่อย่างจริงใจ มันน่าเอ็นดูเสียจนอยากได้...เอ่อ...มาเป็นรุ่นน้องจริงๆ


 

“อืม...ชอบหรือ” เมื่อพอใจกับการลูบหัวแล้ว ต้วนมู่ชิงก็ละมือออก กระแอมเล็กน้อย ปรับสติให้กลับมาเข้าเรื่องที่พูดคุยกันก่อนหน้านั้น


 

“เรื่องการแต่งกาย ข้าเข้าใจดีเลยว่ามันยาก...เครื่องทรงพระสนมนั้นต่างจากชุดทางการผู้ชายโข ช่วงแรกเจ้าอาจจะลำบากสักหน่อย อะ หรือให้ข้าส่งบ่าวในสุ่นเซียนสักคนไปช่วยดูแลเจ้าเป็นการชั่วคราวดี?” เสนอตัวอย่างเห็นใจ เพราะเขาเข้าใจดีว่าชุดฟูฟ่องพวกนั้นมันแต่งยากเพียงใด


 

“แต่ให้คนอื่นมาแต่งตัวให้...ก็ออกจะน่าอายนะขอรับ” อวี้เหวินเฉิงตอบตามตรงเพราะตนไม่ม่ชอบให้คนไม่มักคุ้นมาแตะต้องกายโดยไม่จำเป็น


 

ชายหนุ่มเท้าคางมองใบหน้าด้านข้างของต้วนมู่ชิงไปพลางระหว่างพูดคุย อวี้เหวินเฉิงไม่แน่ใจนักว่าความซุกซนอยากหยอกล้อนี้มันเกิดขึ้นมาจากอารมณ์ใด รู้สึกตัวอีกทีใบหน้าสวยก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ และใกล้มากเสียงจนต้วนมู่ชิงผงะถอยแทบไม่ทัน


 

“แต่เครื่องแต่งกายมันก็แต่งได้ยากมาเช่นกัน โดยเฉพาะ...ชุดด้านใน” เน้นย้ำคำว่า ‘ด้านใน’ อย่างหน้าไม่อาย อวี้เหวินเฉิงพึงพอใจกับสีหน้าและดวงตาราวกับกระต่ายโดนต้อนนั้นอย่างมาก


 

น่าเอ็นดูนัก


 

“เช่นนั้นหากข้า...อยากจะขอให้ท่านพี่ช่วยแต่งตัวให้ข้าบ้าง จะได้หรือไม่ขอรับ...?”

[รีไรท์ครั้งที่ 1 : 13/3/20]

อาชิงจะโดนอาเฉิงจับกินหรือไม่ ติดตามชมตอนต่อไปข่าาาาา /เอ๊ะ และนิยายเรื่องนี้จะพยายามอัพเดทให้ได้สัปดาห์ละ 3 ตอนนะคะ ทุกวันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ค่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.391K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #631 sakura17 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 19:43
    โอ้ย ไหนว่าจะมาสืบ55555
    #631
    0
  2. #613 custardcreamcake (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 13:50
    กรี้ดดดดดฉันชอบ555
    #613
    1
    • #613-1 White-Crystal(จากตอนที่ 6)
      30 พฤษภาคม 2563 / 19:54

      ขอบคุณนะคะะะ
      #613-1
  3. #524 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:47

    อ่า รุกหนักมากอาเฉิง

    #524
    0
  4. #511 cake08234 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 01:05
    รู้สึกเหมือนน้องโดนออ่ยเบาๆ
    #511
    0
  5. #430 Gimmygrimnana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 15:49
    เข้าหาเเบบมีจุดประสงค์สุดๆเเง
    #430
    0
  6. #377 Minutedao (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 11:42
    อาเฉิงมีจุดประสงค์อันใด
    #377
    0
  7. #363 nownew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 19:05
    จะกินกันแล้วรึ อาชิงยังไม่รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าแล้วเลย5555
    #363
    0
  8. #341 DayIsBlue (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 23:21
    แงงงง้ เป็นน่ารักกกกก
    #341
    0
  9. #325 zoeyluck (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 18:43
    ความอ้อยเบอร์นี้ 55
    #325
    0
  10. #313 jkooktaev (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 20:52
    ล่อลวงเก่งงงงงง
    #313
    0
  11. #272 PuiPui--r (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 10:43
    นี่คือแอ๊วท่านพี่ถูกมะ
    #272
    0
  12. #228 MitsukiCarto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 03:05
    นี่อ่อยใช่หรือไม่!~
    #228
    0
  13. #203 LWLookwai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:50
    อ่อยยยย อ่อยเขาหนักมากกก อาเฉิงผู้เย็นชานั้นหายไปไหนแล้ว!//55
    #203
    0
  14. #188 หลิวเหว่ย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:24
    เป็นอย่างที่คิด อ๊าก!!!!! อิเฉิง อิคนบ้ากาม ถึงฉันเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันก็เถอะ นี่ถือเป็นข้อยกเว้นโว้ย! แต่สำหรับคนที่รับบทพระเอกที่กำลังปลอมเป็นว่าทีสนมนั้น ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง! (ใจจริงคือดีใจมากเต้นรอบบ้านแล้ว)
    #188
    0
  15. #176 Jajaa1234 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 14:56
    อิเฉิงมันร้ายยยยปหม่จาให้ลูกเราช่วยแต่งตัวหราชิจะจับลูกน้อยขังห้องเลยนิอย่ามาหลอกล่อลูกฉ้านนนนะเด่วโดนตี
    #176
    0
  16. #175 +_NekoMimizZ_+ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 23:25

    อาเฉิงคนเย็นชาหายไปไหนล้าววว

    #175
    0
  17. #156 Secr3t-Key (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:09

    เด่กนี่มันล้ายกัจจจจ

    #156
    0
  18. #142 chocolato.p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 17:05

    สามหาวววว เด่กนี่มันล้ายนะคะคุนพิ!!!

    #142
    0
  19. #133 2mjtshw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 09:57
    อาเฉิงรุกหนักมากลูกก ชิงชิงน่ารักกกก
    #133
    0
  20. #120 จอมเวทย์ที่ถูกลืม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 21:25

    อุ้ย โดนเด็กรุก

    #120
    0
  21. #82 Xialyu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:38
    แหมมมมมม อ๋อยดี
    #82
    0
  22. #60 Pissuda627 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 12:53
    อ๋อยยย เขินแทนอ่ะ รู้สึกเอ็นดูน้อง
    #60
    0
  23. #53 ShamanWcat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 20:46
    ร้ายนัก55 เอ็นดูนุ้งชิง
    #53
    0
  24. #52 vivivenus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 20:32
    แล้วฮ่องเต้ จะทำไง เป็นสนมทั่งคู่มิใช่หรือ

    หรือว่ามีทางแยก 555
    #52
    0
  25. #51 Saku442274 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 03:32

    เนียนที่หนึ่งจริงๆอาเฉิง
    น้องชิงหนีไป!!! 555555+
    #51
    0