[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 59 : ตอนที่ 15 ต้นเหตุของข่าวลือ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

ณ.จูเชวี่ยตอนนี้บรรยากาศอึมครึมอย่างเห็นได้ชัด แต่มิได้เป็นเพราะเสียใจกับการจากไปของลี่ย่าหลีแต่อย่างใด สิ่งที่เกิดล้วนมากจากอาการคิดไม่ตกมากกว่า


 

ว่ากันตามตรงเรื่องของลี่ย่าหลีไม่ใช่สิ่งเหนือคาดหมาย วังอยู่มาเป็นพันๆ ปี มีนางในฆ่าตัวตายไม่ใช่น้อย ต่างกรรมต่างวาระกันไป


 

แต่ที่ทำให้แปลกใจก็คือสภาพศพที่อวี้เหวินเฉิงพบเจอเสียมากกว่า...


 

อนึ่งคงต้องขออธิบายก่อนว่าพวกเขายังไม่ได้รับผลชันสูตรโดยละเอียดจากแพทย์ในตอนนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือวิเคราะห์เท่าที่มี บนโต๊ะน้ำชาจึงเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษรูปภาพที่อวี้เหวินเฉิงวาดเอาไว้เพื่ออธิบายสิ่งที่ตนตรวจสอบเบื้องต้น


 

บาดแผลตามร่างกายตั้งแต่แขน ลำตัว ขา ของลี่ย่าหลีมีลักษณะคล้ายถูกของมีคมกรีดเฉือน ไม่ว่าจะตื้นบ้าง ลึกบ้าง ซึ่งที่มาคงเป็นผลตกค้างเมื่อคราถูกวิญญาณพยาบาทของลูกชายทำร้าย

 

กอปรกับต้วนมู่ชิงได้สอบปากคำลี่ย่าเสียน ซึ่งได้ให้คำที่สอดคล้องกันว่า นางจะมาที่ตำหนักเหมันต์สองถึงสามวันครั้งตามแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากกูกู [1] เมื่อไร ซึ่งนอกจากจะไปเยี่ยมเยือนเล่าเรื่องลี่เมี่ยวเซียงแล้ว ยังต้องนำยาจากหมอมาเยียวยาบาดแผลตามตัวให้แก่ลี่ย่าหลีอีกต้วย


 

ซึ่งสภาพบาดแผลของลี่ย่าหลีนั้นก็น่าสงสัย แทนที่จะดีขึ้นกลับแย่ลงไปทุกวันทุกวัน ถึงขนาดที่บางวันก็มีเลือดซึมออกมาจากผ้าพันแผลราวกับแผลสดใหม่


 

“เวลาผ่านมาเนิ่นนานขนาดนั้นอาการควรดีขึ้น ทว่าบาดแผลของลี่ย่าหลีนั้นยังสดใหม่เหมือนเดิม ต่อให้เป็นแผลที่เกิดขึ้นจากอาคม ทว่าตอนนี้วิญญาณพยาบาทก็ไปสู่สุขคติแล้ว ก็ไม่น่าจะหลงเหลือร่องรอยศาสตร์มืดกับตัวนางได้" อวี้เหวินเฉิงอธิบายสำทับให้แก่คนทั้งหมดฟัง


 

จื่อเหยาฟังคำทั้งหมด เขาคลี่พัดออกก่อนโบกไปมาระดับปลายคาง สักพักจึงยกขึ้นมาปิดปากตน


 

"ตอนแรกข้าคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของภายในไม่เกี่ยวกับงานที่จะให้พวกเจ้าจะต้องมารับรู้ ทว่า...ในเมื่อเรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้ข้าก็ควรบอกไว้ก่อน"


 

จื่อเหยาพ่นลมหายใจออกมา มือของเขาไหวพัดไปมาอย่างเบามือก่อนพูดต่อว่า


 

"ชู้รักของลี่ย่าหลีทุกคน...โดนกำจัดหมดแล้ว"


 

"อืม"


 

นั่นคือสิ่งที่ทุกคนในที่ประชุมตอบรับ นั่นคือไม่แปลกใจ ไม่ตกใจ คุ้นเคยดีแล้ว


 

'ผู้ต้องสงสัยคือไทเฮา'


 

จื่อเหยาต้องการจะสื่อเช่นนี้ ทว่าที่กล้าพูดไม่ใช่จากอคติระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้แต่อย่างใด เขารู้ดีว่ากุ้ยไทเฮาเป็นคนเด็ดขาดและใจแข็งต่างหาก ช่วงที่รักช่วงที่เอ็นดูก็จะทุ่มเทมาก แต่บทจะไร้เมตตาขึ้นมา ก็อำมหิตเสียจนศพก็ไม่เหลือให้ไว้อาลัย ตัวอย่างเช่นคนรับใช้ชายที่ลอบคบชู้กับลี่ย่าหลีนั่นอย่างไรล่ะ เมื่อถูกจับได้ล้วนแต่หายสอย ไม่แคล้วได้กลายเป็นศพหมกอยู่ในดินสักที่

 

ยิ่งลี่ย่าหลีใช้ผลประโยชน์กับความเอ็นดูของไทเฮาในการทำเรื่องงามหน้า หลอกลวงเรื่องพระโอรสพระธิดา ...ดีไม่ดีการที่เฮ่อเหลียนเว่ยหลงรีบให้อวี้เหวินเฉิงลงมาตรวจสอบนั้น เป็นเพราะพวกเขารู้แก่ใจกันดี...ว่ากุ้ยไทเฮาเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในคดีนี้


 

แต่กระนั้น...


 

“แม้จะน่าสงสัยแต่ไทเฮาเป็นสิ่งที่เราแตะต้องไม่ได้ และหากคนกระทำเป็นพระนางจริงๆ เสด็จพี่เองก็คงไม่อยากให้เจ้าเสี่ยงด้วย” อวี้เหวินเฉิงอธิบาย การเข้าไปยุ่มย่ามกับการกระทำของไทเฮาล้วนมีแต่ผลเสีย ต่อให้อยากเป็นวีรบุรุษทวงความยุติธรรมเท่าใดก็ไม่คุ้ม หากไม่อยากเป็นศพรายต่อไปก็ไม่ควรสอดมือเปิดโปง


 

คนเป็นลูกย่อมรู้นิสัยแม่ดี ขนาดอวี้เหวินเฉิงที่เป็นลูกนอกไส้ยังรู้ สิ่งที่เฮ่อเหลียนเว่ยหลงทำทั้งหมดจึงไม่ใช่การหาหลักฐานไม่หาคนร้าย แต่ทำเพื่อให้หายคาใจเท่านั้น หากใช่ไทเฮาก็แค่รับทราบและทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว ประดุจดั่งฝุ่นไรที่เร้นซ่อนใต้พรม เพราะอย่างไรเสีย ไม่ว่าจะเขาหรือจะพี่ชาย ต่างก็เป็นคนกลางที่กระดิกตัวมากกว่านี้ไม่ได้


 

แต่หากไม่ใช่แล้วละก็...


 

"ทีแรกข้าคิดว่าไทเฮาจะเป็นคนรับสั่งให้กำจัดนางเหมือนชู้คนอื่นๆ เพราะการมาร่วมชมอุทยานในวันนี้ช้ายิ่งนัก ซ้ำจากองค์ประกอบอะไรหลายๆ อย่างทำให้คิดเช่นนั้น” จื่อเหยาว่า


 

"หากเป็นไทเฮาพี่เหยาจะทำเช่นไรหรือ" ต้วนมู่ชิงถาม


 

"แค่รับทราบ ต่อให้ข้ามีหน้าที่คุมความเรียบร้อยของฝ่ายใน แต่หากมีไทเฮาเป็นองค์ประกอบเมื่อใด ข้าก็สืบค้นมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะข้าหรือเว่ยหลงก็งัดข้อกับพระนางไม่ได้ อีกอย่าง...ข้าก็ไม่ได้รักใคร่เอ็นดูลี่ย่าหลีขนาดอยากทวงความยุติธรรมให้วิญญาณนางด้วย" จื่อเหยาตอบอย่างตรงไปตรงมา การงัดข้อกับไทเฮาในเรื่องของลี่ย่าหลี ดูยังไงก็มีแต่เสียกับเสีย


 

และเมื่อเป็นเช่นนั้นปลายทางของลี่ย่าหลีคือจะถูกตัดสินว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ไม่มีการชันสูตรพลิกศพใดๆ และสุดท้ายก็จะถูกนำไปทำพิธีอย่างแน่นอน


 

"แล้วถ้าไม่ใช่ไทเฮาล่ะ? " อวี้เหวินเฉิงถามซ้ำ


 

"เรื่องนั้นก็..."


 

เขาเงียบลงเล็กน้อย


 

"ขึ้นอยู่ที่ว่าเจ้าสนใจเผือกร้อน อยากได้หม้ออุ่นๆ ลงกลางหัวหรือไม่ หากต้องการแล้วล่ะก็ ข้าก็ห้ามให้เจ้าไปสืบไม่ได้หรอก"


 

อวี้เหวินเฉิงหัวเราะเหอะๆ ออกมา “ข้าไม่ได้ว่างและใจดีขนาดนั้น”


 

ทว่าต้วนมู่ชิงกลับเงียบ และความเงียบนั้นทำให้คนทั้งสองต่างสบสายตา เป็นอันรู้กันว่าเตรียมอุ่นหม้อต้มเผือกร้อนได้เลย


 

“ข้า...มีข้อสงสัยเล็กน้อย”


 

นั่นปะไรล่ะ...


 

“เอาล่ะ พูดข้อสงสัยของเจ้ามาหน่อยสิชิงเอ๋อร์” จื่อเหยาตอบ รับรู้ความต้องการของน้องอย่างรวดเร็วและพร้อมสนับสนุนเท่าที่สมควร


 

“ในตอนแรกข้าคิดว่าอาจจะไม่เกี่ยว หากแต่นี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลี่ย่าหลีเช่นกัน ข้าจึงต้องการบอกเอาไว เผื่อที่จะเป็นประโยชน์ในขั้นตอนถัดไป” ต้วนมู่ชิงสูดลมหายใจเข้า “ยังจำตัวยาที่เราเจอในเรือนของซู่อี้หย่งได้หรือไม่ขอรับ?”


 

ต้วนมู่ชิงเอ่ยถามและคนทั้งสองก็พยักหน้า เป็นการตอบรับว่ายังจำได้


 

“สิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ ท่านอย่าได้กล่าวโทษหรือบ่นว่าข้าทำอะไรโดยพลการได้หรือไม่ขอรับ เพราะทุกอย่างมันเป็นการทดลองจากความคาใจของข้าเอง ข้า แอบขโมยตัวยาบางส่วนจากเรือนซู่อี้หย่งมาเพื่อจัดการอะไรบางอย่าง”


 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นอวี้เหวินเฉิงก็พยักหน้า ไม่ได้ต่อหว่า กลับกันเขากลับคิดว่าดีแล้วที่อีกฝ่ายทำเช่นนั้น


 

“ไม่เป็นไรขอรับ ท่านพี่กล่าวมาเถิด”


 

“อื้ม...” เมื่อได้ยินดังนั้นจึงหันไปหาซื่อเป่าที่อยู่ด้านหลัง กระดิกนิ้วคล้ายให้หยิบของบางอย่างที่เตรียมมา ห่อผ้าสองห่อที่บรรจุตัวยาสองชนิดถูกเปิดออกและวางบนโต๊ะไม้ แม้จะมีสีสันและลักษณะที่แตกต่างกันทว่ากลับมีกลิ่นที่ใกล้เคียงกันเกินกว่าเก้าในสิบส่วน


 

หนึ่งห่อคือสารกล่อมประสาทในห้องของซู่อี้หย่งและอีกห่อก็คือยาทำแท้งของลี่ย่าหลี


 

“ข้าและอาเป่าได้คัดแยกและตรวจสอบส่วนผสมระหว่างตัวยาสองตัว และพบว่ามีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกันหลายจุดนัก จึงทำให้สามารถปักใจเชื่อได้ว่าแรกเริ่มตัวยาสองตัวนี้ถูกคิดค้นด้วยตำราเดียวกันขอรับ” ต้วนมู่ชิงกล่าว “หากทราบว่าแรกเริ่มมาจากที่ใดแล้วล่ะก็ อาจจะสาวไปถึงคนที่มอบยาทำแท้งให้แก่ลี่ย่าหลีได้”


 

เพราะหลิวเซี่ยนั้นมีเหตุผล ‘บางอย่าง’ ที่ทำให้ให้อาจบอกความได้ว่าผู้คิดค้นตัวยาอันแสนพิสดารนี้คือใคร นั่นจึงเป็นปริศนาอีกเรื่องที่ทำให้พวกเขาต้องสืบเอาเอง


 

“หากเป็นของไม่ดีจากข้างนอกที่เล็ดลอดเข้าสู่วังยังพอปล่อยผ่านไปได้บ้าง แต่หากสิ่งนั้นเริ่มจากข้างในแล้วออกสู่ภายนอกเล่า?” ต้วนมู่ชิงสำทับ


 

ดังที่เคยกล่าวไป วงการประทินโฉมมักมีจุดเริ่มต้นจากในวังฉันใด ก็มันไม่ได้หมายความว่าจะมีเพียงความสวยความงามเท่านั้น ทั้งการแต่งอนุภรรยาเพศชายก็ดี ประเพณี อาหารการกิน ตลอดจนถึงวิถีชีวิตหลายอย่างของราษฎรล้วนได้รับอิทธิพลมาจากในวังกันเสียทั้งนั้น


 

เมื่อเป็นดังนั้น หากยากล่อมประสาทนี้หาได้เป็นสิ่งจากคนนอก แต่มีจุดเริ่มต้นจากในวังเล่า หากปล่อยปละเมื่อใดมิเท่ากับเป็นการชักเรื่องเสียเข้าสู่ราชวงศ์งั้นหรือ?


 

“อา...ทำไมช่วงนี้เรื่องยุ่งๆ มาพร้อมกันในคราวเดียวนะ” จื่อเหยาใช้สันพัดเคาะขมับตนเบาๆ “วังหลวงถึงปีชงเพราะเจ้าเข้ามาหรือเปล่าเหวินเฉิง...”


 

อวี้เหวินเฉิงไม่ตอบเขาได้แต่ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจใดๆ “เรื่องข้าน่ะช่างมันไปก่อน ตอนนี้ที่สำคัญกว่าคือหากตัวยานี้มีส่วนผสมเช่นเดียวกันแต่ให้ผลลัพธ์คนล่ะอย่าง นั่นไม่เทียบเท่าคนริเริ่มยาตัวนี้ใช้ลี่ย่าหลีเป็นหนูลองยางั้นหรือ?”


 

“ข้าเกรงว่ามันอาจจะเป็นเช่นนั้นและไม่ใช่....” ต้วนมู่ชิงพ่นลมหายใจออกมา เขาเหลือบมองซื่อเป่าเล็กน้อย ซึ่งซื่อเป่าก็สะดุ้ง หากแต่เขาก็กลั้นใจพูดออกไป


 

“ในแง่ของการทำยาแล้ว ส่วนประกอบต่างกันแค่สองหรือสามชนิดก็อาจจะได้ผลที่แตกต่างก็จริงขอรับ แต่มันจะไม่ทิ้งห่างกันมาก ทว่ากรณีนี้กลับให้ผลลัพธ์ไม่สอดคล้องนั่นคือตัวหนึ่งมีฤทธิ์กล่อมประสาทใกล้เคียงกับสารเสพติด แต่อีกตัวกลับเป็นยาที่ใช้ในการทำแท้ง นั่นจึงทำให้ข้าไม่อาจฟันธงได้ว่า ตัวยาแรกเริ่มคือตัวใด อาจจะต้องตรวจสอบวิวัฒนาการของมันก่อนซึ่ง...อาจจะ...ต้องใช้เวลา...” ซื่อเป่าเม้มปาก แม้เขาจะมีความรู้เรื่องยาจากซื่อหมิงมามาก ทว่าเขากลับไม่ได้เก่งกาจเทียบเท่าบิดา


 

“ข้าอนุญาตให้เจ้าใช้ไป๋อวี้ในการสื่อสาร ติดต่อบิดาของเจ้าเสีย” จื่อเหยารับสั่ง และนั่นก็ทำให้ซื่อเป่ารับคำ เขารีบออกจากห้องและไปจัดการอย่างรวดเร็ว


 

เมื่อซื่อเป่าออกไปแล้ว คนทั้งสามจึงปรึกษากันต่อ


 

เรื่องราวไปไกลแล้วจริงๆ


 

“เรื่องสารตั้งต้นของยาก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่ข้ากลัวมากกว่าคือ ในระหว่างที่พวกเราไม่รู้เรื่องอะไร ยาชนิดนี้มันแพร่กระจายในรั้ววังมากเท่าไรแล้วมา หากมีนางสนมหรือนายสนมผู้ใช้จนเสพติดขึ้นมา มิแคล้วได้วุ่นวายไปกันใหญ่” จื่อเหยาเบะปาก ดูท่าเรื่องนี้เขาต้องรีบจัดการก่อนที่มันจะบานปลายเข้าจริงๆ เสียแล้ว ให้ตายเถิด ให้ตายเถิด ได้พักหายใจหายคอได้ไม่นานจริงๆ


 

“เมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจะเร่งจัดการให้ขอรับ พี่เหยาโปรดวางใจ” ต้วนมู่ชิงรีบตอบทันที ก่อนจะทำสายตาดุใส่เล็กน้อยเพื่อเป็นการเตือนบางอย่างว่า “แล้วก็ไม่ต้องห้าวไปแอบลงมือเองด้วยล่ะ พักได้พักขอรับ ร่างกายท่านก็ใช่ว่าจะหายจากอาการกำเริบเต็มร้อยแถมวันนี้เพิ่งออกงานมาอีกต่างหาก”


 

“อุก...” จื่อเหยากลอกตา “ข้ากินยาครบทุกมื้อแล้วน่า...”


 

ผลจากอาการกำเริบคราวนั้นทำให้ผลพวงคำสาปสลักวิญญาณอยู่ในระดับผีร้ายรังควาน (?) นั่นคือสามวันดีสี่วันนอนหมอบ แม้จะโชคดีที่ซื่อหมิงให้โอสถมาประคับประคองร่างกายให้อยู่ในระดับปกติไม่เจ็บไม่ทรมาน แต่ก็ใช่ว่าหวังพึ่งยาได้ตลอด ต้องพักฟื้นควบคู่ด้วย


 

“เอาล่ะ เรื่องทางฝั่งชายพวกข้าพอตรวจสอบได้ เพราะก่อนหน้านั้นข้าก็ตีสนิทกับคนได้จำนวนหนึ่ง” อวี้เหวินเฉิงพูดอย่างรู้หน้าที่ เพราะเดี๋ยวก็เข้าอีหรอบเดิมนั่นคือเถียงกับต้วนมู่ชิงเรื่องใครจะไปสืบ และเขาก็ไม่มีทางให้ท่านพี่ไปคนเดียวแน่ๆ ชิงออกตัวก่อนจะได้ไม่ต้องเถียง


 

“แต่จุดตั้งต้นมันคือทางฝั่งหญิง ต่อให้เรามีกงกงหรือกุ้ยเฟยเป็นพวก ข้าก็ไม่คิดว่าเราะจะลงไปสืบได้ง่ายๆ ยิ่งกุ้ยเฟยยิ่งขยับตัวยากกว่าเพราะไทเฮาใกล้ชิดกับนางที่สุด” อวี้เหวินเฉิงอธิบายต่อ “อุปสรรคตอนนี้ คือเราต้องตรวจสิ่งตกข้างจากศพของลี่ย่าหลี แต่ถ้าหากไทเฮาคือคนวางแผนสังหารมันจะมีผลกระทบต่อการทำงาน เพราะพระนางอาจเข้าใจว่าเราจะสืบเรื่องการฆาตกรรม ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ใช่”


 

ถ้าไม่ใช่คนฆ่าก็ดีไป แต่ถ้าใช่ขึ้นมาไทเฮาคงต้องลงมาเอี่ยวด้วยแน่ๆ และนั่นจะยิ่งเป็นการใส่ไข่ให้ทำงานได้ยากมากขึ้น


 

แล้วคนทั้งหมดก็ถอนหายใจออกมายาวๆ


 

แต่ทว่าเหมือนต้วนมู่ชิงจะเอะใจอะไรบางอย่างได้


 

“พี่เหยา...จำเรื่องที่ท่านเคยบอกข้าได้ไหมขอรับ”


 

“เห...หา? เรื่องไหนกัน” จื่อเหยาขมวดคิ้วมุ่น เนื่องจากมีหลายเรื่องเหลือเกินที่เขาบอกกับต้วนมู่ชิงในวันนี้...แต่ทว่าเมื่อลองนึกทบทวนดูแล้วกลับมีบางอย่างที่ผุดแว่บขึ้นมา


 

"ชิงเอ๋อร์รู้จักสิ่งที่เรียกว่าองค์รักษ์เงาหรือไม่"


 

แค่นั้นก็ถึงกับกริบ กริบชนิดไร้เสียงลอด


 

“...อา...” จื่อเหยาลากเสียงยาว แต่สักพักก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดูทีแล้ว…ความคิดแผลงๆ ของเขาคงสืบทอดไปสู่น้องโดยไม่รู้ตัว


 

“ข้าล่ะชอบเจ้าจริงๆ ชิงเอ๋อร์”

 

********

 

‘องครักษ์เงา’


 

ย่อมมีความหมายตามตัว นั่นคือราชองครักษ์ยอดฝีมือ ทว่าการเป็นองครักษ์เงานั้นพิเศษกว่าตำแหน่งอื่นอยู่เล็กน้อย เพราะนอกจากจะต้องมีความสามารถในศาสตร์การต่อสู้ที่สูงจัดแล้ว ยังต้องสามารถเร้นกลิ่นอายในการติดตาม แกะรอย สะกดรอย จัดได้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลลึกลับที่สุดในตำแหน่งราชองครักษ์


 

แต่หากมีแค่เท่านั้น ตำแหน่งนี้มันก็ไม่ได้ต่างจากราชองครักษ์อื่นๆ หรอก

 

เพราะที่ทำให้แตกต่างนั้น...นั่นก็เพราะองครักษ์เงาจะต้องมีใบหน้า น้ำเสียง และบุคลิกใกล้เคียงกับฮ่องเต้ แม้จะไม่ทั้งหมดทว่าก็ต้องเหมาะสมที่จะใช้เป็นตัวแทน หรือจะเรียกว่าเป็นตัวตาย ตัวแทนในการออกงานเสี่ยงหรือตัวล่อเสือล่อตะเข้ก็คงได้


 

แต่...


 

ถ้ามันมีแค่นั้นก็ปกติดีใช่ไหมล่ะ ไม่ว่ารัชสมัยไหนๆ ฮ่องเต้ย่อมมีตัวตายตัวแทนสักคนสักสองคนอยู่แล้ว แต่ก็นั่นแหละนะ ถ้าแค่นี้ เฮ่อเหลียนเว่ยหลงคงไม่โดนบอกว่า ‘สุดโต่ง’ หรอก


 

“ไยจึงมองเช่นนั้น ไม่เคยได้ยินคำเปรียบเปรยหรือ ว่าชีวิตนี้ มนุษย์จะมีคนที่หน้าตาคล้ายกันถึงสามคน” เฮ่อเหลียนเว่ยหลงเอ่ยพูดยามที่เห็นถึงสายตาของทุกคน


 

เพราะเบื้องหลังของเขาในตอนนี้คือชายที่มีใบหน้าเหมือนกันกับฮ่องเต้ถึงเจ็ดในสิบส่วน


 

"เรื่องนี้ข้าเพิ่งรู้นะขอรับ" อวี้เหวินเฉิงออกตัวทันทีว่าตนไม่ได้มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้เลยสักนิด


 

“ข้ารู้” ต้วนมู่ชิงทำหน้าทื่อใส่


 

เพราะต้องการคนที่สืบเสาะข้อมูลฝั่งหญิง นั่นจึงทำให้เฮ่อเหลียนเว่ยหลงมาที่ตำหนักจูเชวี่ยและพา ‘ฉางหลิน’ ชายผู้นอกจากจะเป็นยอดฝีมือเรื่องการต่อสู้ด้วยมือเปล่าแล้ว ยังต่อสู้ด้วยร่างเปล่าบนเตียง (?) ได้เก่งกาจมากเช่นกัน มาแนะนำให้พวกต้วนมู่ชิงได้รู้จัก


 

ใช่แล้วล่ะ ตลอดแปดปีที่ผ่านมาฉางหลินผู้นี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการ 'เสียตัว' แทนฮ่องเต้เสมอ...สรุปเลยก็คือ ข่าวฮ่องเต้บ้านม อึดถึก อึดทน สารพัดนั่นน่ะ เป็นข่าวลือที่ยืนพื้นฐานจากความจริง! การประกอบกิจกรรมเน้นในที่มืด ขอแค่เสียงคล้าย รูปร่างเหมือน เค้าโครงหน้าใกล้เคียงกัน แค่นี้ก็เรียบร้อย!


 

“เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าแนวคิดเจ้ามันสุดโต่ง ขนาดน้องชายเจ้ายังใบ้กิน” จื่อเหยาส่ายหน้ารัวๆ


 

ใช่


 

เรื่องใดๆ ล้วนเข้าใจได้ สำหรับองครักษ์เงาน่ะไม่ว่าจะให้ตายตก บุกน้ำลุยไฟหรือแม้แต่ให้ทำงานแล้วให้ฮ่องเต้หนีเที่ยวก็ยังได้ แต่ไม่ได้ได้หมายถึงให้นอนกับสนมแทนแบบนี้!! เออ สรุปคือ ฮ่องเต้จ้างองครักษ์เงาให้นอนกับสนมนั่นแหละ!! สุดโต่งไหมเล่า!!!

 

[1] กูกู : นางกำนัลระดับอาวุโส

 

ช่วงนี้ร้อนเนอะค่ะ เหมือนนั่งอยู่ในซาวน่าตลอดเวลาเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #678 sakura17 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 02:31
    ขำ มิน่าล่ะ55555
    #678
    0
  2. #606 orange-candy (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 11:55
    เสียตัวแทนฮ่องเต้...ควรสงสารมั้ยเนี่ย555
    #606
    1
    • #606-1 White-Crystal(จากตอนที่ 59)
      20 พฤษภาคม 2563 / 08:09
      สงสารค่ะสงสา-- /ดีไหมนะคะ 55555555555
      #606-1
  3. #605 miNAMizu (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:13
    ...... เรื่องบ้านม รับประทานจุดกันเลยที่เดียว
    #605
    1
    • #605-1 White-Crystal(จากตอนที่ 59)
      17 พฤษภาคม 2563 / 14:15
      ทุกคนอึ้งกันหมดเลยแม้กระทั้งอาชิง---
      #605-1
  4. #604 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:56

    ท่านนี่สุดจริงๆ เฮ่อเหลียนเว่ยหลง 55555

    แบบนี้จะสงสารเงาคนนั้น รึสนมวังหลังดี?

    #604
    1
    • #604-1 White-Crystal(จากตอนที่ 59)
      16 พฤษภาคม 2563 / 08:13
      สงสารเมียพี่แกก่อนเลยค่ะ จื่อเหยานี่มองแรงจนไม่รู้จะแรงยังไงเลยทีเดียวกับแผนนี้ 5555
      #604-1
  5. #603 _n_n_ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:48
    โอยยยยยยย ก็ว่าลือว่าคลั่งนมได้ยังไง ดูรักเมียจนไม่ยอมแม่ขนาดนี้
    #603
    1
    • #603-1 White-Crystal(จากตอนที่ 59)
      16 พฤษภาคม 2563 / 08:14
      พี่เต้คิดดีแล้ว พี่เต้ว่าแผนนี้าต้องปัง ----/เหรอ
      #603-1
  6. #602 BezT25 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 17:39

    ก็ว่าอยู่ฮ่องเต้คลั่งเมียขนาดนั้นจะหันไปซุกนมสนมอื่นได้ไง จะบอกว่ายากล่อมประสาทก็แหมมบางคนก็ไม่ได้ใสซื่อถึงขนาดไม่รู้ว่าโดนไม่โดน สรุปมีตัวตายตัวแทนนี่เอง สุดโต่งเกินไปแล้ววววววว

    #602
    1
    • #602-1 White-Crystal(จากตอนที่ 59)
      16 พฤษภาคม 2563 / 08:14
      ตัวตายตัวแทนที่เอาไว้ออกรบ (?) แทนล่ะค่ะ 5555555555555555
      #602-1
  7. #601 Joopchuri (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:21
    สุดจริง...
    #601
    0