[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1 ข้าน่ะยังอยากนอนอยู่เลย (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,478 ครั้ง
    13 มี.ค. 63

พลันที่คนนั่งบนต้นไม้ได้ยินชื่อก็รีบหันมา

 

พวกเขาทั้งสองก็ชะงักไปพร้อมๆ กันด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

 

แต่กระนั้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนตราตรึงอยู่ในดวงตา สลักในความรู้สึกอย่างน่าประหลาด จนทำให้เผลอคิดไปว่า...บางทีต้นเหตุทั้งหมดทั้งมวล อาจมาจากกลิ่นหอมชวนมัวเมาของกลีบดอกไม้เหล่านี้ก็เป็นได้

 

ต้วนมู่ชิงไม่มั่นใจนักว่าตนยืนค้างมองอีกฝ่ายนานเท่าใด จวบจนกระทั่งเฉิงจื่อเหยียนโดดลงมาจากกิ่งไม้เขาจึงได้สติ ชายหนุ่มกระแอมเสียง 'อะแฮ่ม' เบาๆ สองถึงสามครั้งแล้วคลี่พัดมาป้องปาก บังสีหน้าที่เริ่มผิดแผกของตัวเองเอาไว้

 

"ว่าที่พระสนมเฉิงเองหรอกหรือ" ต้วนมู่ชิงไม่มั่นใจนักว่าเสียงสูงผิดปกติหรือไม่ แต่ก็พยายามข่มใจให้ร่มทั้งที่ในหัวประมวลผลนั่นนี่เต็มไปหมด ตุ้มๆ ต่อมๆ อย่างที่ไม่เคยเป็น

 

สุดท้ายเลยตัดบทด้วยการแนะนำตัว

 

"นามของข้าคือชิง แซ่ต้วนมู่...ยินดีที่ได้ต้อนรับว่าที่พระสนมใหม่เช่นเจ้า"

 

เมื่อเห็นอากัปกิริยาและการแนะนำตัวของอีกฝ่าย เฉิงจื่อเหยียนก็มีทีท่าครุ่นคิดอยู่ไม่ใช่น้อย ทว่าในจังหวะอันรวดเร็วเทียบเท่าการกะพริบตา สีหน้าฉงนของชายหนุ่มกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และวาดมือโค้งคำนับต้วนมู่ชิงอย่างนอบน้อมทันที

 

"ล่วงเกินท่านแล้วเหม่ยเหริน ผู้น้อยเช่นข้าควรแนะนำตนก่อน ผู้น้อยแซ่เฉิง นามว่าจื่อเหยียนขอรับ ขอให้พระสนมโปรดเมตตาตัวจื่อเหยียนด้วย" ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม ด้วยเพราะเครื่องประดับเกศาที่ต้วนมู่ชิงสวมใส่อยู่นั้น เป็นเครื่องบ่งบอกยศนั่นเอง

 

"เผอิญว่าคืนนี้จันทร์งามนักขอรับ จื่อเหยียนจึงได้หาที่ชมจันทร์ มิได้เจตนาทำให้ต้วนมู่เหม่ยเหรินตกใจเลยแม้แต่น้อย"

 

พอได้ยินคำตอบเช่นนั้นต้วนมู่ชิงก็เลิกคิ้ว ทีท่าสงสัยระคนประหลาดใจ

 

"จันทร์ครึ่งดวงงั้นหรือ ประหลาดเชียว ปกติแล้วคนมักใคร่ ชื่นชมในจันทร์เต็มดวงมากกว่าไม่ใช่หรือ? " เขาเอ่ยถาม โยกพัดเกลี่ยปลายคางตนเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้นฟ้า มองไปยังจันทร์ครึ่งดวงซึ่งเป็นประเด็นบทสนทนาของพวกเขาในตอนนี้

 

"คนทั่วไปหมายชมจันทร์ที่สมบูรณ์พร้อมขอรับเหม่ยเหริน แต่ในบางครั้ง จันทร์ที่ไม่สมบูรณ์พร้อม มันก็มีความงามในตัวของมันเช่นกัน มันยังคงส่องสว่าง และทำให้ท้องฟ้ากลางคืนไม่มืดหม่น" เขาคลี่ยิ้มบางก่อนจะเหลือบมองอีกฝ่าย ชายหนุ่มมีทีท่าครุ่นคิดคล้ายกับว่าพยายามหาถ้อยคำพูดต่อไป

 

"แม้ไม่สมบูรณ์ก็คงคุณค่าให้เฝ้าเชยชมขอรับ"

 

ต้วนมู่ชิงคลี่ยิ้ม

 

"แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ ก็ยังคงความงามอย่างนั้นหรือ" ต้วนมู่ชิงกล่าว ทีท่าสงบ ด้วยเพราะเผลอคิดเปรียบเทียบกับอะไรบางอย่างของตนไปชั่วครู่ ชายหนุ่มรีบสั่นศีรษะ รวบพัดกลับคืนทรงแล้วตอบถ้อยคำ

 

"นั่นสินะ...คงเป็นดังที่เจ้าว่า ไม่ว่าจะเต็มดวงหรือครึ่งดวงย่อมต้องมีสิ่งที่เหมาะสมกับมันทั้งนั้น"

 

"สิ่งใดหรือขอรับ? " เฉิงจื่อเหยียนรับฟัง มองสีหน้าของคู่สนทนาอย่างเผลอตัว ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้เขาครุ่นคิดและสนใจในสิ่งที่จะได้ยินจากปากต้วนมู่ชิงต่อจากนี้เอามากๆ

 

"หากจันทร์เปรียบเป็นดังคนแล้ว สิ่งที่ทำให้สวยงามได้มิใช่ความสมบูรณ์แบบ จันทร์นั้นเมื่อประทับท้องฟ้ายามกลางวันย่อมถูกรัศมีจากตะวันบดบังจนสิ้น เช่นนั้น...สิ่งที่ทำให้จันทร์สมบูรณ์แบบได้นั้นคือสิ่งใดเล่า...ความกลมโตในยามเดือนเพ็ญหรือคงมิถูกเสียทีเดียว..." ต้วนมู่ชิงเงียบเล็กน้อย สีหน้าของเขาดูสงบแต่ก็นุ่มนวลยิ่งนัก

 

"สำหรับข้า...การปรากฏตัวในสถานที่ที่ถูก การอยู่ในที่อันเหมาะสมกับตนนั่นแหละจึงจะขับให้คุณค่าของตัวตนเด่นชัดขึ้นมาได้...หรือก็คือ สิ่งที่จะทำให้จันทร์งามได้นั้น ย่อมหมายถึงเวลากลางคืน ได้มีแสงดาวรายล้อมดังเช่นคืนนี้ นั่นแหละคือสิ่งเหมาะสมแล้ว"

 

ถ้อยคำพูดนั้นของต้วนมู่ชิงทำให้เฉิงจื่อเหยียนรับฟัง

 

สารภาพว่าในคราแรกเขาแค่เพียงหาข้อแก้ตัวจากการออกมาด้อมๆ มองๆ ในยามวิกาลเท่านั้น ทว่าชายคนนี้กลับตอบประโยคแก้ตัวของเขาด้วยคำเปรียบเปรยที่ดูลึกซึ้งมาแทนเสียอย่างนั้น

 

หน้าตานั้นพาซื่อแต่ทว่าดูแล้วมิใช่คนโง่เง่าแต่อย่างใด

 

เฉิงจื่อเหยียนได้แต่คิดเช่นนั้น ในความวิเคราะห์นั้นก็รู้สึกชื่นชมต้วนมู่ชิงไปด้วยเช่นกัน

 

"พระสนมนั้นช่างฉลาดล้ำยิ่งนักขอรับ" เฉิงจื่อเหยียนเอ่ยชม ตีตนแสร้งเป็นเด็กน้อยใสซื่อได้อย่างมิดชิด "จื่อเหยียนผู้นี้นับถือพระสนมต้วนมู่ยิ่งนัก"

 

"...ข้าคิดเช่นนั้นออกมาได้เพราะคำพูดของเจ้าต่างหากล่ะว่าที่พระสนมเฉิง...ขอบใจเจ้ามากนะ" ต้วนมู่ชิงยิ้มบาง ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้น ลูบเส้นผมของอีกคน เฉิงจื่อเหยียนนั้นสูงกว่าตนอยู่เล็กน้อย ในบางจังหวะจึงต้องเงยหน้าขึ้นบ้าง จึงจะสบตาได้อย่างตรงไปตรงมา

 

แต่ทว่าเมื่อลูบไปสักระยะก็เริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายเคลื่อนหลบพร้อมทำสีหน้าประหลาด ต้วนมู่ชิงจึงชักมือเก็บเสีย

 

อาจจะไม่ชอบให้ลูบหัวก็ได้

 

"เอ่อ..."

 

"ขอบคุณข้าด้วยเรื่องอันใดหรือขอรับ? "

 

แต่แล้วไม่ทันที่ต้วนมู่ชิงจะได้พูดคำว่าขอโทษ เฉิงจื่อเหยียนก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน พาให้คนโดนขัดจังหวะนั้นต้องกะพริบตาปริบ

 

ต้วนมู่ชิงไม่ได้ตอบถึงเหตุผล ทว่ายิ้มให้เท่านั้น

 

"ขอบใจก็คือขอบใจอย่างไรล่ะ"

 

ว่าคำพูดของอีกฝ่าย...มันคล้ายจะทำให้ต้วนมู่ชิงตระหนักถึงตัวตนและคุณค่าที่ยังพอเหลือของตัวเองขึ้นมาได้บ้าง...ไม่มากก็น้อย

 

"เอาเถิดช่างเรื่องของข้าเถิด ตอนนี้ข้าควรถามเจ้ามากกว่า ถึงเจ้าจะใคร่ชมจันทร์เช่นไรแต่ยามวิกาลเช่นนี้เจ้าควรพักผ่อนอยู่กับเรือนของเจ้านะ...รู้หรือไม่" ต้วนมู่ชิงเปลี่ยนประเด็นสนทนา กระทำตนเป็นรุ่นพี่ที่ดีแม้หน้าตาจะไม่ได้เหมาะแก่การวางมาดเข้มงวดเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย

 

"มีกฎห้ามออกนอกเรือนยามวิกาลหรือขอรับ" เฉิงจื่อเหยียนรีบถามทันที พร้อมในหัวที่คิดแผนการสำรองไว้ด้วย

 

"ไม่มีหรอก...แต่บริเวณนี้น่ะมี '...' นะ" ต้วนมู่ชิงตอบเสียงยานคาง ยกแขนขึ้นระดับอก ฝ่ามือห้องตก ท่าทางคล้ายกำลังเลียนแบบผีล่องลอย

 

"วิญญาณหรือขอรับ น่าประหลาดนัก มิใช่ว่าพระราชวังหลวงมีการวางค่ายยันต์ ทำพิธีการป้องกันสิ่งอัปมงคล ไม่ให้เร้นกายเข้ามาด้านในหรอกหรือขอรับ? " พอเฉิงจื่อเหยียนเห็นแบบนั้น ท่าทางสงบเสงี่ยมที่มีก็แปรเปลี่ยนทันที เขาตาโตขึ้นกระตือรือร้นขึ้นมาถึงเจ็ดในสิบจุด จนต้วนมู่ชิงทึกทักเอาเองว่าอีกฝ่ายมีรสนิยมชอบฟังเรื่องผี

 

"จริงอยู่ว่าสิ่งนอกไม่อาจเข้ามาในวังหลวงได้ ทว่าสิ่งในก็อาจจะไม่ได้ออกไปเช่นกัน" ต้วนมู่ชิงตอบ เพราะเห็นท่าเฉิงจื่อเหยียนไม่น่าใช่พวกกลัวผีแต่อย่างใด อีกอย่างหนึ่งต่อให้ผ่านหรือไม่ผ่านการทดสอบก็ต้องอยู่ที่นี่ไปอีกสักระยะ ช้าหรือเร็วเรื่องเล่าก็ต้องเข้าหูอยู่ดี ให้รู้แต่เนิ่นๆ ไว้ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่

 

"เจ้าเคยได้ยินเรื่องราววิญญาณในวังหลังหรือไม่เล่า? "

 

สิ้นคำของต้วนมู่ชิงนั้นเอง เมฆหนาก็เคลื่อนบังจันทร์ แสงสว่างที่เคยมี บัดนี้เหลือเพียงจากโคมตะเกียงส่องทางดวงน้อยๆ ที่ติดประดับบนหัวสะพานเท่านั้น

 

โอ้...พอเข้าเรื่องผีก็สร้างอารมณ์ให้เลยเชียว ช่างเป็นบรรยากาศที่รู้งานนัก! --...ต้วนมู่ชิงคิด

 

"ตำนานกล่าวถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในสมัยฮ่องเต้พระองค์ก่อน กล่าวว่าเคยมีสนมคนหนึ่งเสียชีวิตณ.ตำหนักริมน้ำ และวิญญาณดวงนั้นจะออกมาหลอกหลอนผู้คนที่หลงเข้าไปในตำหนักราวกับปิศาจร้ายผู้หวงแหนสมบัติ" ต้วนมู่ชิงเริ่มเล่าด้วยเสียงอันยานคาง เขาเหลือบมองสีหน้าของผู้ฟังเล็กน้อย พอเห็นว่าทำสีหน้าจริงจังแบบสุดๆ เจ้าตัวก็หลุดขำพรูดออกมา

 

หัวเราะจนพอใจสักพักก็พูดต่อ

 

"แต่...ตามความจริงแล้ว ข้าคิดว่าตำนานนี้น่าจะเป็นเรื่องแต่งล่ะ"

 

"เพราะเหตุใดเหม่ยเหรินจึงคิดเช่นหรือขอรับ" เฉิงจื่อเหยียนรีบถามทันทีราวกับหนูจำไมช่างซัก

 

"ก็ตำหนักผีสิงในตำนานนั้น...คือตำหนักสุ่ยเซียนอย่างไรเล่า"ต้วนมู่ชิงตอบพลางกลอกตามองบน

 

ว่ากันตามตรง ตำแหน่งเหม่ยเหรินน่ะก็ไม่ได้เป็นตำแหน่งที่สูงมากมายอะไร ถึงเขาจะเส้นใหญ่ก็ใช่ว่ามีอภิสิทธิ์เหนือนคนยศสูงกว่า เรื่องข้ามหน้าข้ามตาอย่าได้หวัง ทุกวันนี้ยังคงขอบคุณเรื่องผีที่ทำให้ไม่มีใครยอมเข้าอยู่ เขาเลยได้สุ่ยเซียนเป็นที่ซุกหัวนอนมาตั้งหลายปี

 

"แล้ว...เหตุใดเหม่ยเหรินจึงบอกว่าตำนานตำหนักสุ่ยเซียนเป็นเรื่องโกหกหรือขอรับ ท่านพิสูจน์แล้วหรือ"

 

ต้วนมู่ชิงไม่รู้สึกแปลกใจเลยหากจะได้ยินคำถามนี้ คนเข้าใหม่อย่างเฉิงจื่อเหยียนจะไม่รู้ว่าตำหนักไหนเป็นของใครหรือตำหนักไหนมีความเป็นอยู่เช่นไรก็ไม่แปลก

 

"ข้าอยู่ที่นั่นมาแปดปีแล้วล่ะว่าที่พระสนมเฉิง ตั้งแต่สมัยอยู่คนเดียวจวบจนมีคนรับใช้มากมาย ตัวข้ายังไม่เคยเจอเรื่องลี้ลับเลยสักกระผีกริ้น" เขาตอบ

 

หากแต่คำตอบของเขานั้น แทนที่จะทำให้เฉิงจื่อเหยียนหายคาใจ เจ้าตัวกลับมีท่าทางครุ่นคิดอย่างหนักแทนเสียอย่างนั้น

 

"ท่าน...อยู่ตำหนักสุ่ยเซียนอย่างนั้นหรือขอรับ" เฉิงจื่อเหยียนถามซ้ำอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวดูกดดันคล้ายกับอยู่ท่ามกลางการสืบสวนไต่สวนไม่มีผิด

 

แต่...

 

คนที่มีความขี้เกียจ เอ๊ย ความสามารถสูงระดับปัดเรื่องฮ่องเต้ลงพื้นได้เพราะจะนอนอย่างต้วนมู่ชิง...กลับนึกว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่พวกชอบเรื่องผี และในการสนใจล่าท้าผีอยู่!

 

"ไว้ว่างๆ เจ้าจะมาตำหนักของข้าก็ได้นะ หากสนใจ"

 

"จะดีหรือขอรับ" เฉิงจื่อเหยียนถาม เก็บซ่อนอาการระริกระรี้...ไม่สิ สิ่งที่เขาทำคือเสแสร้งทำตัวเป็นเด็กน้อยใสซื่อกำลังพยายามเก็บอาการระริกระรี้น่าจะถูกกว่า

 

"มาสิ ข้ายินดีต้อนรับเสมอ" เขาตอบทันที แม้ต้วนมู่ชิงจะรักการนอนและไม่ชอบออกไปนอกตำหนักขนาดไหนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพวกไม่ต้อนรับแขก ไร้อัธยาสัยแต่อย่างใด เอาจริงคือขอแค่ไม่ต้องออกจากบ้านจะให้จัดหาขนม น้ำชาหรือมาให้ทำอะไรเขาก็ยินดี

 

ทว่าคนส่วนมากกลัวผีตำหนักสุ่ยเซียน เขาเลยไม่ค่อยมีใครมาหาสักเท่าไร คนที่ขี้เกียจออกบวกกับคนที่กลัวจะเข้า ผลลัพธ์เลยกลายเป็นว่าเขาดูเหมือนพวกไร้มิตร มีเพื่อนจำนวนเท่าข้าวปลายมือ

 

"ช...เช่นนั้น หากข้าจะแวะไปเยี่ยมเยียนต้วนมู่เหม่ยเหรินได้หรือไม่ขอรับ" เฉิงจื่อเหยียนรีบเอ่ย รอยยิ้ม (เสแสร้ง) ประดับใบหน้าตอนนี้ช่างดูราวกับกับเด็กน้อยดีใจที่ได้ของรักอย่างบอกไม่ถูก ต้วนมู่ชิงได้แต่ลอบกุมใจ รู้สึกเอ็นดูราวกับเห็นลูกเจี๊ยบตัวน้อย

 

"หากเจ้าต้องการ มาพบข้าได้ทุกเมื่อ" ต้วนมู่ชิงตอบ "และหากทำได้ เจ้าเรียกนามของข้าก็พอ ข้าเข้าใจ แซ่สองพยางค์ผสมกับตำแหน่งมันอาจจะทำให้เจ้าลิ้นพันกันได้"

 

เฉิงจื่อเหยียนเงียบลง เขามีท่าทางครุ่นคิดก่อนจะก้มมองคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าตน

 

"ท่านพี่...? " เขาลองเรียกต้วนมู่ชิงด้วยคำหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ทั้งชื่อ หรือตำแหน่ง

 

และนั่นเองก็ทำให้ต้วนมู่ชิงชะงัก เขาขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่กำลังโถมเข้ามาจากคำพูดเพียงคำพูดเดียวจากอีกฝ่าย แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจเอาเอง ว่าอาการใจเต้นนี้เป็นเพราะตนได้ถูกเรียกอย่างเคารพนับถือด้วยสถานะหนึ่งซึ่ง..เขาอยากได้ยินมาตลอดอย่างคำว่าพี่

 

เป็นการตีสนิทที่ถูกทางนะ...ช่างเป็นว่าที่พระสนมที่ฉลาดจริงๆ

 

"เอาสิ...อาเฉิง"

 

แล้วนั่นก็เป็นการตอบรับด้วยรอยยิ้ม ต้วนมู่ชิงสบดวงตาสวยของเฉิงจื่อเหยียน พิจารณาแล้วว่ามันช่างงดงามราวกับหงส์ มองได้เพลิดเพลินไม่มีเบื่อเสียจนเผลอมือลูบศีรษะของชายหนุ่มตรงหน้าไปเสียได้

 

ครั้งนี้เฉิงจื่อเหยียนไม่ได้เคลื่อนตัวหนี สิ่งที่เขาทำคือการหลบสายตาต้วนมู่ชิงไปเล็กน้อยเท่านั้น ยามที่เขาได้ยินคำเรียกชื่อมันทำให้มีอะไรบางอย่างผิดแผกออกไปจากเดิมเล็กน้อย...เป็นปริศนานักว่าเหตุใดจึงมีทีท่าเช่นนั้น

 

"เอาล่ะ อาเฉิง จันทร์ขึ้นสูงแล้ว...เจ้าควรกลับเรือนของเจ้าได้แล้ว ต่อให้ไม่มีผี แต่อากาศฤดูนี้ก็หนาวใช่เล่น" ต้วนมู่ชิงเอ่ย ลดมือลงมาแสร้งทำเป็นกระแอม

 

"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ แต่ทว่า...” เฉิงจื่อเหยียนลากเสียงเว้นเล็กน้อย

 

“แต่ทว่า?”

 

“ข้าเป็นห่วงท่านพี่นัก โปรดให้ข้าไปส่งจนกว่าจะถึงหัวสะพานตำหนักเถิด สัญญาว่าหากส่งเสร็จแล้วจะกลับเรือนทันที" เฉิงจื่อเหยียนว่า ยกมือชูสามนิ้วสาบานพร้อมส่งสายตาราวกับลูกหมาน้อย น่าเอ็นดูมากเสียจนต้วนมู่ชิงเริ่มอึกอัก

 

พ่ายแพ้จนต้องยอมให้ไปส่ง ออกปากออกเสียงไม่ได้เลย

 

พวกเขาทั้งสองคนเดินไปด้วยกันเงียบๆ ต้วนมู่ชิงเดินนำหน้า ส่วนเฉิงจื่อเหยียนเดินตามหลัง ระยะห่างกันราวสองหรือสามก้าว พูดคุยกันในเรื่องสัพเพเหระ และดูทีท่าจะถูกคอกันมากพอสมควรเลยทีเดียว

 

โดยที่ต้วนมู่ชิงนั้น ไม่รู้เลยว่าสายตาของคนที่กำลังมองตามหลังนั้น หาใช่สายตาของลูกหมาน้อย แต่เป็นหมาป่ามากเล่ห์เสียมากกว่า

 

ในตอนแรกเฉิงจื่อเหยียนคิดแค่เพียงว่าต้องการมาตรวจสอบตำหนักสุ่ยเซียนนี้เฉยๆ

 

แต่ทว่า

 

ชั่ววินาทีนั้นเอง รอยยิ้มจาก 'ตัวตนที่แท้จริง' ของเฉิงจือเหยียนก็ปรากฏขึ้น

 

ยามที่มองแผ่นหลังของต้วนมู่ชิง ยิ่งได้มองเห็นถึงเส้นผมสีดำซึ่งกำลังพลิ้วไหวต้องแสงจันทร์ เขายิ่งมีความคิดอะไรหลายอย่างอยู่ในหัว

 

ความคิด...ที่ซ่อนภายใต้รอยยิ้มที่แท้จริงนั่น

 

โดยที่ต้วนมู่ชิงไม่อาจจะรู้...และไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เฉิงจื่อเหยียนคิดนั้นคืออะไร

 

นอกจากเจ้าตัวเท่านั้น...

 

[รีไรท์ครั้งที่ 1 13/3/20]

ก็ถ้าสงสัยว่าใครพระใครนาย คู่หลักของเรื่องนี้ก็คืออาเฉิงกับชิงเอ๋อร์นี่แหละค่ะ 555555555
 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.478K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #694 Alisona Janes Curse (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 07:24
    อะเครู้เลย แค่คำเรียกก็กินขาดละค่ะ
    #694
    0
  2. #630 sakura17 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 19:38
    อือหือ หมาป่าห่มหนังแกะ555
    เข้ามาเพื่อสืบอะไรสินะ
    #630
    0
  3. #610 ยิปโซเองจ้าาา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 22:18
    โอ๊ย เเนวนี้เเหละ ที่ต้องการ ขอบคุณมากนะคะที่สร้างนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา!!
    #610
    2
    • #610-1 White-Crystal(จากตอนที่ 5)
      30 พฤษภาคม 2563 / 09:23
      ขอบคุณมากเลยค่ะะะะะ /เขินจังง หวังว่าอาชิงกับอาเฉิงจะทำให้สนุกนะคะะ
      #610-1
  4. #479 guitar358 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 21:46
    ตอนที่ไรท์เขียนว่า'ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าตัวเท่านั้น'มันเป็นสัญญาลักษณ์ว่า'อย่าเสือ*'เลยอ่ะ
    #479
    0
  5. #375 Minutedao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 11:31
    โพชัดเจนขนาดนี้ อย่ากังวลเลย
    #375
    0
  6. #362 nownew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:58
    คือดีย์
    อาเฉิงคิดอะไรรรร
    #362
    0
  7. #340 DayIsBlue (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 23:11
    เคะเคะก็อ่านนะคะ แงงงง้ ดือต่อจัยคัยกะช่บ
    #340
    0
  8. #289 pearrysis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 12:08
    ชอบพระเอกเจ้าเล่ห์จังเลยค่ะ
    #289
    0
  9. #271 PuiPui--r (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 10:12
    ฮ่วย! ฟีลเหมือนอ่านยูริ 555
    #271
    1
    • #271-1 toei224(จากตอนที่ 5)
      12 ตุลาคม 2562 / 06:56
      555555คิดเหมือนกันค่ะ นี่สงสัย yaoi หรือ yuri
      #271-1
  10. #233 wuddyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 09:55
    โยยยยยย

    คือดีมากก
    #233
    0
  11. #227 MitsukiCarto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 02:53
    เราว่าเรารู้ว่าอาเฉินคิดอะไรอยู่นะ หุหุหุ
    #227
    0
  12. #217 Arvakr_Elf (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 22:45
    เรื่องเกี่ยวกับจันทร์ครึ่งดวงนี่ เหมือนจะดูดีนะแต่มันดูแถแปลก ๆ //ฮาา
    #217
    1
    • #217-1 MitsukiCarto(จากตอนที่ 5)
      25 สิงหาคม 2562 / 02:51
      55555 +1เลยค่ะ
      #217-1
  13. #208 张绮文 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 17:40
    เวลาอ่านคือชอบคิดให้หน้าพระสนมดูอึนๆมึนๆตลอดเวลาเพราะความขี้เกียจอ่ะ555
    #208
    0
  14. #199 Mihr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 09:50
    ใช้ภาษา​ได้ดีมากเลยยย
    อ่านสนุกมากค่ะ
    #199
    0
  15. #187 หลิวเหว่ย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:14
    ไม่แน่นะ ฉันอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่รู้ว่ารอยยิ้มของอาเฉิงคนงามนั้นหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ภารกิจก็คิดเรื่องกาม! มีแค่สองเรื่องเท่านั้นแหละ!
    #187
    0
  16. #162 Baeky_CY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 21:54
    อารมเหมือนจะเบี้ยนกัน5555555
    #162
    0
  17. #155 Secr3t-Key (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:02

    มองเผินกฌเหมือนยูริ 55555 ไทป์หน้าสวยแบบสมน้ำสมเนื้อ

    #155
    0
  18. #141 chocolato.p (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:53

    น้องต้วนนน หนีปัยยย นิมันหมาป่าห่มหนังหมาน่อย

    #141
    0
  19. #118 จอมเวทย์ที่ถูกลืม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 22:06

    สาวเสียบ อุ้บ!

    #118
    0
  20. #81 Xialyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:29
    เสือหิวป่าว
    #81
    0
  21. #59 Pissuda627 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 12:32
    หืมมม เสือซ่อนเล็บนี่เอง ชอบแนวนี้อ่ะ><
    #59
    0
  22. #42 jeep2ornm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 13:09
    จะรู้ตัวหรือเปล่าเนี่ยจอมอุดอู้
    #42
    0
  23. #41 Taetaemnae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 08:20
    มาสืบเรื่องผีรึ
    #41
    0
  24. #33 witchhound (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 10:27
    เฉิงเฉิงคิดจะทำอะไรชิงชิงอะ อยากรู้มากว่าแอบเข้าวังมาทำไม
    #33
    0
  25. #32 ppterakk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 09:57

    น่าติดตามสุดๆ

    #32
    0