[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 41 : ตอนที่ 10 เรื่องแบบนี้แม่รู้เข้า โดนตีตายแน่ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    16 ธ.ค. 62

เมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้วทุกอย่างก็กลับมาปกติ เทศกาลกลับมาดำเนินเหมือนเดิม สงบหมดทุกอย่างเว้นเสียแต่อารมณ์ของคน

 

ว่ากันตามตรงแล้ว...อวี้เหวินเฉิงกำลังโมโห

 

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่การระเบิดเล็ก ๆ ของร้านดอกไม้ไฟเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องอันตราย ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่มีคนบาดเจ็บล้มตายแต่อย่างใด มันคืออุบัติเหตุเล็กน้อยที่สามารถพบได้ทั่วไป แต่คนตกใจจนแตกตื่นเป็นมดแตกรังเท่านั้น...ซึ่งความจริงเขาก็รู้ตัวดีแหละว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรโมโห

 

แต่ก็โมโหอยู่ดี...

 

ดวงตาเรียวเหลียวมองซ้ายขวา เขามั่นใจว่าตนสามารถแกะรอยและคาดเดาระยะทางที่คลาดหลงกับต้วนมู่ชิงได้ไม่ยากเย็นนัก ทว่านี้กลับยังหาไม่พบ มันน่าแปลกเกินไป ต่อให้ต้วนมู่ชิงนั้นมีภาพลักษณ์ซื่อบื้อจนน่าเป็นห่วงแค่ไหน แต่ท่านพี่ของเขานั้นไม่ใช่คนโง่เซ่อที่จะเดินหลงทางเป็นเด็กสามขวบ

 

เว้นเสียแต่ว่า...

 

“จะโดนลากไปที่ไหน...?” อวี้เหวินเฉิงพึมพำกับตัวเอง สีหน้าเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด และรีบก้าวเท้าออกเดินไปยังทิศหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

*********

 

มุมหนึ่งซึ่งเร้นซ่อน อับแก่สายตาคนอื่นนั้น มีชายคนหนึ่งนั่งกุมขมับอย่างปวดเศียร

 

กลิ่นเครื่องหอมชวนปวดหัวลอยอบอวลควบยาสูบ เสียงฉินเคล้าคลอพิณบรรเลงทำนองเพลง โคลงกลอนถูกขับร้องด้วยเนื้อเสียงอันไพเราะขัดกับเนื้อหาที่แสนหยาบโลนลามก หญิงสาวหน้าตาสะสวยมากมายเดินเวียนวนพะเน้าพะนอแขก สุราอบายมุขมีอย่างไม่ขาดตก

 

นึกเบาที่เข้ามาได้ก็วิ่งไปหลบในมุมอับ จุดที่ต้วนมู่ชิงนั่งอยู่นั้นอยู่ห่างจากตัวคนจนเกือบจะตกหล่นแก่สายตาคน นั่นจึงทำให้นั่งตั้งนานแล้วจึงเพิ่งมีคนมารินสุราให้

 

“ข้า...ขอเป็นน้ำชาขอรับแม่นาง” เขากล่าวเลี่ยงยามมีคนจะรินสุราให้

 

ในยามที่สบตาและเห็นใบหน้าของต้วนมู่ชิงนั้น ดรุณีน้อยพลันนิ่งไปคล้ายตื่นตะลึงถึงบางสิ่ง ใจเต้นถี่ระรัวด้วยเพราะตั้งแต่เริ่มรับงานมานางมิเคยเห็นผู้ใดดูดีขนาดนี้มาก่อน แต่กระนั้นด้วยสัมมาอาชีพ นางย่อมเก็บสิ่งที่คิดไว้ในใจ

 

ต้วนมู่ชิงพ่นลมหายใจเล็กน้อย คล้ายจะไม่รู้ตัวว่าโดนชมโฉม เขาทอดสายตามองนางโลมแสนงามที่กำลังทำการแสดงแสนเย้ายวนอารมณ์อยู่เบื้องหน้า แม้จะคุ้นเคยกับบรรยากาศเช่นนี้มากสักแค่ไหน หากแต่อะไรที่มากเกินไปย่อมทำให้ปวดหัว...เช่นตอนนี้ที่เขาเมานมอย่างเสียเหลือเกิน

 

“มิสนหรือเจ้าคะ สุราของหอเรานั้นเป็นสุราชั้นเลิศในเมืองเชียวนะเจ้าคะ” นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นั่งเคียงข้างเขาอย่างเอาใจ ยามขยับกายทีไรก็หวาดเสียวบางอย่างอันแสนขาวเนียนกลมกลึงสองลูกนั่นจะทะลักออกมาจากผ้าคาดอก

 

ต้วนมู่ชิงเบือนหน้าหลบอย่างรวดเร็ว ทวนพระไตรปิฎกอยู่ในใจสักสองถึงสามบท ต่อให้เข้าพิธีสะกัดความกำหนัดต่อสตรีมาแล้วแต่ก็รู้สึกอยากได้พระธรรมปลอบประโลมจิตใจอันบอบบางดวงนี้อย่างบอกไม่ถูก พอใจสงบแล้วก็หันไปพูดคุยอีกครั้ง “ไม่เป็นไรขอรับ เอาล่ะ ไหน ๆ เจ้าก็มานั่งกับข้าแล้ว...ก็ดื่มชาด้วยกันสักหน่อยดีไหม?”

 

“คุณชายกำลังชวนหลี่ลี่ดื่มชา...หรือเจ้าคะ” นางถาม คล้ายงุ่นงงในคำตอบ เพราะโดยปกติแล้วเมื่อลูกค้าเลือกคนคุยด้วยได้แล้ว ก็มักจะไม่รีรอ ‘ไปต่อข้างบน’ กันทั้งนั้น

 

“อืม...ก็ชาที่หอนี้หอมดีนะ ขนมก็อร่อยด้วย อีกอย่างข้า...ข้าแค่อยากเข้าผ่อนคลายฟังบทกลอนเท่านั้นน่ะ” เขาตอบบ่ายเบี่ยงไม่กล้าบอกว่าที่จริงโดนลากเข้ามา มือเรียวจัดแจงรินชาให้อีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่ว ดวงตามองคนข้างตัว พิจารณาให้ถี่ถ้วน ทั้งใบหน้าเนียน ดวงตาโต ทุกอย่างดูจิ้มลิ้มจนเหมือนผ่านพ้นวัยสาวมาไม่นานก็นึกสะท้อนใจว่าเด็กขนาดนี้ยังต้องมาทำงานอีกหรือ

 

ต้วนมู่ชิงตอนนี้แทบไม่ต่างจากกับคนแก่ปลงโลกเสียแล้ว

 

โลกของนางคณิกานั้นว่ากันตามตรงก็มีการแบ่งตำแหน่งอยู่หลายระดับไม่ต่างจากสังคมสนม ทั้งระดับล่างที่หลบมุมตามหลืบซอยตามท้องถนน อาศัยเดินไปทักทายตกลงราคาพาขึ้นห้องไปปฎิบัติภารกิจ ตลอดจนระดับอี้จีซึ่งเป็นนางคณิกาในหอชั้นสูง เน้นขายงานศาสตร์และศิลป์มากกว่าร่างกาย พวกนางเลือกได้ว่าจะนอนหรือไม่นอน และค่าตัวสูงระดับขายบ้านขายนา

 

แต่หอนี้เป็นหอระดับกลางค่อนไปทางดี เหมาะสำหรับชนชั้นธรรมดาตลอดจนพวกเงินเหลือมาเที่ยวเล่น น่าจะมีคณิการะดับอี้จีสังกัดสักคน

 

แต่กระนั้นแล้ว ไม่ว่าจะคณิการะดับไหน การที่เขามาอยู่ที่ตรงนี้เขาก็อยากจะปฏิบัติตนอย่างสุภาพชนให้กับสตรีเหล่านั้นอยู่ดี ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีอารมณ์ต่อสตรีเพศ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนดีอะไร ต่อให้สถานะ ‘คนของฮ่องเต้’ ของเขาจะสูงกว่าสักแค่ไหน แต่เนื้อหางานที่นอนหงายนอนคว่ำ พลิกไปพลิกมาเป็นเซ่าปิ่ง [1] รองรับอารมณ์คนบนที่นอน ดูยังไงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไรนัก สนมเช่นเขาจึงไม่มีสิทธิ์ไปหมิ่นอะไรนางโลมได้

 

(1 เซ่าปิ่ง ขนมชนิดหนึ่งเรียกอีกอย่างว่าขนมเปี๊ยะทอด โดยจะนำแป้งมานาบกับเตาร้อน ๆ พลิกไปพลิกมาจนได้ที่)

 

ไม่มีใครสะอาด ไม่มีใครสกปรก ทุกอย่างล้วนเป็นทางเลือกในการทำมาหาเลี้ยงชีพชนิดหนึ่ง มันคือการเอาตัวรอดจากโลกหลายชนชั้นและจำกัดสิทธิแห่งนี้

 

ต้วนมู่ชิงคิดระหว่างยกชาดอกไม้ขึ้นจิบ ดวงตาสวยเหลือบมองตาลุงที่ลากเขาเข้ามาไปพลางก็ได้แต่หน่ายใจ พอเข้ามาได้ชายผู้นั้นก็มีสาวมาน้วยมาหนุบราวกับเป็นลูกค้าขาประจำ...ดูคนจากภายนอกไม่ได้เลยจริง ๆ

 

แต่ก็น้อยใจอยู่หน่อยเหมือนกันนะ เพราะตนเป็นฝ่ายโดนบังคับให้เข้ามาด้วยแท้ๆ ...ดูทีลุงคงจะลืมเขาไปจนสิ้นแล้วกระมัง

 

“คุณชายสนใจในกวีหรือเจ้าคะ” เด็กสาวเอ่ย น้ำเสียงร่าเริงราวกับสนใจในคำตอบของต้วนมู่ชิงยิ่งนัก

 

ต้วนมู่ชิงกระพริบตาปริบ ๆ มองเธอคนนั้นอย่างครุ่นคิดจึงค่อยตอบต่อ “จริง ๆ แล้วข้าถนัดการดนตรีมากกว่ากวีนะ”

 

“กู่ฉิน? กู่เจิง ? ผีผา? คุณชายถนัดสิ่งใดหรือเจ้าคะ...?” หลี่ลี่พูด เด็กสาวพูดต่อไปอย่างเจื้อยแจ้ว คล้ายว่าพอต้วนมู่ชิงปฏิบัติอย่างสุภาพ นางก็เริ่มไว้ใจเขา ทำตัวผ่อนคลายขี้เล่นและสมเป็นเด็กขึ้นทันที

 

“อ่า...ก็ได้อยู่...ทุกอย่างที่เจ้าถามเลยนั่นแหละ” ต้วนมู่ชิงว่า แม้จะนึกฉงนใจแต่เขาก็ตอบไปตามตรงว่าเล่นได้ทั้งหมดที่นางถามหา เดิมทีเขาฝึกวิชาศิลป์ทุกแขนงเพราะจำเป็นต่อการคัดตัวสนม เครื่องดนตรีเหล่านั้นจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เขาจะต้องเล่นให้เป็นอยู่แล้ว

 

“ยอดไปเลยเจ้าค่ะ ถือว่าเป็นวาสนาแล้ว” หลี่ลี่ว่า คลี่ยิ้มกว้างจนตาปิดอย่างอารมณ์ดี “โชคดีจริงเชียวที่คุณชายมาวันนี้ ตรงกับวันที่ท่านชิงหรูบอกว่าจะลงมาชั้นล่างพอดีเลย ท่านชิงหรูน่ะชื่นชอบชายที่สามารถประดนตรีกับนางได้ ดีไม่ดีคุณชายอาจจะได้ขึ้นหอนางก็ได้นะเจ้าคะ”

 

"หา..?"

 

อะไรนะ...ขอรับ...?

 

“โอ้...เจ้านี่เล่นดนตรีได้ด้วยหรือ” ลุงคนนั้นพอได้ยินสิ่งที่หลี่ลี่พูดก็หันมาให้ความสนใจ ร่วมวงสนทนาด้วยเสียอย่างนั้น เขาไล่สายตามองต้วนมู่ชิงตั้งแต่หัวจรดปลาย “หน่วยก้านดี ตัวแห้งไปหน่อย แต่ก็ดูมีความรู้ น่าจะพอพึ่งได้ล่ะนะ”

 

“บุรุษโฉมงาม ท่าทางมีความรู้และร่ำรวย บางทีอาจจะถูกใจท่านชิงหรูก็ได้นะเจ้าคะ”

 

“นั่นสินะ โอกาสเหมาะแล้วสิ”

 

“หา...?” พูดคำว่า 'หา' เป็นรอบที่สอง ด้วยเพราะคนทั้งสองพูดมารัวเร็วจนวนมู่ชิงกระพริบตาปริบ ถามว่าเข้าใจไหมแน่นอนเข้าใจมาก แต่ก็สงสัย ชิงหรูที่ว่านี่คือชื่อของอี้จีของที่นี่ใช่ไหม...?

 

ก็คือจะจับยัดพานให้อี้จีเหรอ? เดี๋ยวนะพวกท่าน ถามความเห็นกันหน่อยไหม! ต่อให้นางพอใจข้า แต่น้องชายข้าขนาดเห็นนมกุ้ยเฟยยังผงาดไม่ขึ้นเลยนะ!!

 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามอะไรต่อ เสียงดนตรีก็ค่อย ๆ เบาลง ฮือฮาจากเหล่าแขกเครือก็ดังขึ้น น้องนางทั้งหลายพลันเก็บเครื่องดนตรีหลบฉาก ม่านโปร่งแสงถูกชักลงบดบัง ประตูทิศหนึ่งซึ่งถูกปิดไว้ด้านหลังม่านถูกเปิดออก ก่อนเงาร่างระหงสวยของหญิงสาวผู้หนึ่งได้ปรากฏกายเบื้องหลัง สิ่งที่ปรากฏตรงนั้นแทบจะทำให้ชายหนุ่มแถวนั้นแทบคลั่งตาย

 

"มาแล้ว!"

 

นั่นคือเสียงพูดเดียวที่ได้ยินชัดเจนท่ามกลางความอื้ออึงของการโห่ร้องยินดีที่ได้เห็นชิงหรู ซึ่งมันก็เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจอะไร

 

ปกติอี้จีจะไม่ปรากฏโฉมให้ใครเห็นได้ง่าย ๆ ตามหลักการที่ว่า สินค้าราคาแพงมีค่าไม่ควรให้สึกหรอ แต่หากไม่โผล่มาบ้าง ประเดี๋ยวชาวบ้านจะครหาว่าหอคณิกาหลอกหลวงผู้บริโภค บางที่จึงอาจให้พวกนางลงมาแสดงความสามารถ เล่นดนตรี ร่ายรำบ้าง หรือนาน ๆ ครั้งก็จัดเดินขบวนอวดโฉมอย่างยิ่งใหญ่บนท้องถนนย่านเริงรมย์ ซึ่งมันแล้วแต่การตลาดของหอนั้น ๆ จะสรรหาวิธีมาเรียกเงินจากลูกค้า

 

“เอาล่ะ”

 

หลังจากที่อี้จีนามชิงหรูนั่งลงประจำที่หน้ากู่เจิง เสียงปรบมือเพื่อเรียกสติชายหนุ่มที่กำลังหลงใหลก็ดังขึ้นสองถึงสามครั้ง ร่างหญิงวัยกลางคนที่ดูแล้วน่าจะเป็นแม่เล้าของหอนี้เดินออกมาเบื้องหน้า “ชิงหรูของเรามาแล้ว...หนุ่ม ๆ ทั้งหลายมีผู้ใดสนใจจะร่วมวงประสานเพลงกับนางหรือไม่เล่า แน่นอนเชียวว่าภายใต้กฏเดิม...หนึ่งทองแดงเท่านั้น”

 

นามยกมือขึ้นถูนิ้วชี้และนิ้วโป้งเข้าด้วยกัน เป็นเชิงบอกว่ากฏนั้นคือการ 'จ่ายเงิน'

 

ต้วนมู่ชิงพิจารณาสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้า แม้เพียงเงาผ่านผ้าก็พาให้รู้สึกถึงบุคลิคภาพที่สง่างามชวนหลงไหล ที่หอนี้คงใช้วิธีเรียกแขกด้วยการให้อี้จีมาแสดงดนตรีหลังม่านบาง ๆ หากอยากร่วมประสานเพลงก็ต้องจ่ายเงิน ถือว่าเป็นแนวคิดที่ฉลาดใช้ได้ทีเดียว

 

หนึ่งทองแดงที่สามารถเข้าใกล้อี้จีได้ ราคาไม่แรงพอให้คนหาเช้ากินค่ำเอื้อมถึงไหว แม้จะดูเป็นค่าตัวที่ถูกไปสำหรับคณิกาชั้นสูงแต่หากมองให้ลึกลงไป ทองแดงหลายคน คนหลายครั้ง ทองแดงรวมทั้งหมดอาจจะได้มูลค่าเทียบเท่าแลกทองคำ หอได้เงินมาโดยแทบจะไม่เสียหายและอี้จีก็ไม่สึกหรออะไรเลยด้วยซ้ำ

 

แต่ในระหว่างที่นึกชมการตลาดอยู่ในใจนั้นเอง ข้อมือของเขาก็ถูกคว้า แผ่นหลังของเขาก็ถูกดัน ชายหนุ่มทำหน้าเหรอหรา สงสัยจับใจว่าจะดันเขาทำไม เลยขืนตัวไม่ยอมลุก

 

“เดี๋ยวก่อนสิขอรับ” ต้วนมู่ชิงส่งเสียงกระซิบ ยกมือปรามคนทั้งสองที่อยู่ดี ๆ ก็เข้าขากันได้ดี

 

“เงื่อนไขของที่นี่ คืออี้จีจะยอมเปิดเผยหน้าตาหากประฝีมือดนตรีจนเป็นที่พอใจของนาง แล้วเจ้าลองคิดดู ชาวบ้านเช่นนี้ คนรู้ดนตรีจะมีสักกี่คน” ลุงเอ่ยอธิบายเมื่อเห็นต้วนมู่ชิงตั้งท่าปฏิเสธ มือสากอย่างคนกรำงานฝีมือวางลงบนบ่าเล็กอย่างจริงจัง "ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครประมือกับนางชนะ ขนาดคุณชายมีการศึกษายังพ่ายแพ้ หาทางลงช่วง ต่อทางบทเพลงนางไม่ถูก"

 

"สรุปคือ..." ต้วนมู่ชิงทำเสียงยาน หน้าทื่อเหมือนคาดเดาชะตากรรมตนได้

 

“แม้เจ้าไม่สนใจนาง แต่ก็เห็นคนแก่หน่อยจะเป็นไร ให้คนในนี้มีบุญติดสอยห้อยตามได้เห็นหน้าหญิงงามอันดับหนึ่งของหอหน่อยจะเป็นไร” ลุงว่าขยิบตาวางมาดอย่างกรุ้มกริ่ม...

 

ต้วนมู่ชิงเบ้ปาก นึกอยากกลับไปใช้นิสัยเก่าก่อนเข้าวังขึ้นมาทันที

 

แต่ก็...

 

"เรื่องค่าธรรมเนียม ท่านต้องจ่ายเอง ข้าช่วยได้แค่เรื่องเล่นดนตรีและไม่รับประกันด้วยว่าจะชนะนาง" เขาตอบอย่างเสียไม่ได้ ลงท้ายก็เข้าอีหรอบเดิมคือใจอ่อนอยู่ดี

 

"ไม่มีปัญหา" อีกฝ่ายตอบรับ

 

เมื่อการตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนว่องไวก็ขันอาสาลุกขึ้นไปจ่ายเงินทันที

 

“หืม…ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าเล่นดนตรีได้” แม่เล้าเอ่ยด้วยเสียงจีบปากจีบคอราวกับคุยกับคนสนิทมักคุ้น ดวงตาหรี่ตาลงคล้ายพิจารณาทองแดงในมือสลับกับมองคนตรงหน้า แปลกใจระคนขบขันคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น แขกบางคนถึงขั้นเอ่ยถ่มเยาะเย้ยว่าใฝ่สูง ทว่าชายวัยกลางคนกลับยิ้มบาง รีบส่ายหน้า พร้อมกับผายมือไปทางด้านหลังตัวเอง

 

"มิใช่ข้าเสียหน่อย คุณชายรูปงามผู้นั้นต่างหากเล่าจะเข้ามาร่วมประลองฉินกับหรูเอ๋อร์"

 

เมื่อสิ้นคำนั้นเอง ยามที่ร่างของต้วนมู่ชิงลุกออกจากมุมอับที่ตนใช้เร้นกายหลบสายตา ความวุ่นวายตลอดจนคำเย้ยหยันในตัวชายกลางคนเป็นอันต้องสงบลง...สงบราวกับทุกคนได้ล้มหายตายจากไปจากตรงนั้น

 

แสงสว่างน้อย ๆ จากโคมในโถงหอคณิกาต้องกระทบ ใบหน้าโฉมงามโดดเด่นราวจันทร์กระจ่างพลันปรากฏ ดวงตาสวยประดับแพขนตายาว ริมฝีปากกระจับบางหยักทรงชวนประทับ ท่วงท่าการเดินเหินอย่างคนชั้นสูงทรงสง่า ตลอดทั้งอาภรณ์ประดับกายเป็นลายปักทองมีราคา ทุกสิ่งที่อยู่บนกายนี้ล้วนสะกดต้องสายตาคนที่พบเห็นจนแทบสิ้นลืมลมหายใจตน สมฉายาจันทร์หลบโฉมก็มิปาน

 

"นั่งตรงนี้ใช่หรือไม่ขอรับ" เมื่อเดินขึ้นทางต่างระดับต้วนมู่ชิงก็หยุดตรงหน้า มีเครื่องดนตรีหลากหลายวางไว้ให้เลือกใช้ หากแต่ชายหนุ่มก็เลือกฉิน...นั่นเพราะลุงนั่นดันบอกว่าเป็นประลองฉิน มัดมือชกอยู่กลาย ๆ เลยไม่ใช่หรือ?

 

"อ...อืม...ตรงนี้...ตรงนี้เจ้าค่ะคุณชาย...?" แม่เล้าชะงักไปครู่นึงราวกับรวบรวมกริยาความสุภาพตลอดทั้งชีวิตมาเพื่อพูดคุย มือเล็กผายไปยังฉินที่วางอยู่ไม่ไกลนัก

 

ฝ่ามือวางลงบนเครื่องบรรเลง ลูบพรมเล็กน้อย คล้ายตรวจสอบเสียงเพื่อปรับแต่งให้สายให้เข้าที่ ดวงตามองคนที่หลบเร้นใบหน้าเบื้องหลังม่านโปร่ง ผงกหัวเล็กน้อยคล้ายแทนคำทักทาย "ข้านั้นอาจจะไม่คล่องแคล่วนักเนื่องจากมิได้แตะต้องเครื่องดนตรีมานานนัก เช่นนั้นแล้ว...อี้จีโปรดชี้แนะข้าด้วย"

 

ชิงหรูเบื้องหลังม่านไม่ได้ตอบอะไร คณิกาชั้นสูงทำเพียงแค่พยักหน้าคล้ายเข้าใจคำที่ต้วนมู่ชิงกล่าว นั่นคือให้นางเป็นฝ่ายเริ่มบรรเลงก่อน

 

เสียงดนตรีอันแสนอ่อนหวานบรรเลงอย่างคล่องแคล่ว ท่วงทำนองไพเราะราวกับต้องมนต์พาให้เคลิ้มสั่นไหว สิ่งที่ต้วนมู่ชิงต้องกระทำนั้น ก็คือการเล่นต่อบทกับเพลงของนางให้ไหลลื่น และทำเช่นไรก็ได้ให้อีกฝ่ายไม่อาจจะต่อทางฉินของเขาถูก...นั่นแหละคือการประมือทางศิลป์

 

เขานั่งฟัง วิเคราะห์บทเพลงที่ถูกส่งต่อ ท่อนสุดท้ายที่นางมอบให้เขานั้นจัดได้ว่าซับซ้อนหากไม่คล่องการดนตรีอาจต่อไม่ถูกได้ ต้วนมู่ชิงนึกชมอยู่ในใจ สมกับที่ได้รับตำแหน่งนางคณิการะดับสูง ความสามารถไม่ธรรมดาจริง ๆ

 

แต่ก็นั่นแหละ...

 

ต้วนมู่ชิงใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการคิด เรียวนิ้วสวยไล้พรมไปตามเส้นสาย บรรเลงบทเพลงที่แสนนุ่มนวล สะกดให้ผู้ฟังต้องมนต์ได้ในชั่วพริบตา นอกจากจะรับส่งเพลงได้อย่างตรงจังหวะแล้ว ยังจบท่อนของตนด้วยทำนองอันแสนยากเย็น ราวกับเคลือบเข็มอันแสนหวานให้ผู้รับไม้ต่ออีกต่างหาก

 

ท่ามกลางความตื่นเต้นและกำไรของผู้ฟัง การต่อสู้ด้วยศิลป์ดำเนินมาสักระยะ หลายยกหลายรอบ แต่กระนั้นแม้คนทั้งสองจะไม่ได้พูดคุยกันเลยก็ตามแต่ภาษาเครื่องดนตรีนั้นกลับสื่อสารต่อกันได้ว่าพวกเขานั้นทั้งสนุกสนานและท้าทายกับการประลองอย่างสูสีเช่นนี้

 

จวบจนกระทั้งถึงจุดสุดท้าย ต้วนมู่ชิงเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะไป

 

เอาจริงก็เกือบจะยอมแพ้ไปหลายยก ทว่าหน้าและความทรงจำถึงบางคนก็ลอยมาเป็นฉาก ๆ นึกขอบคุณตัวเองที่อยู่ข้างจื่อเหยามานาน รายนั้นเก่งกาจเรื่องถันฉิน เขาจึงได้ครูพักลักจำในวิชาของอีกฝ่ายมาได้เยอะพอสมควร...พาให้รู้สึกเหมือนติดหนี้บุญคุณอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

 

ชายหนุ่มโล่งใจนัก ยกมือขึ้นพรมเส้นสายเครื่องดนตรีเบา ๆ คล้ายกล่าวขอบคุณมัน

 

"คุณชายยอดไปเลยเจ้าค่ะ" หลี่ลี่หน้าบาน นางเป็นคนแรกที่กล่าวชมพร้อมพุ่งตัวไปกอดแขนเขาราวกับเด็กน้อย และแน่นอนตามธรรมเนียม เมื่อมีคนเริ่ม ย่อมมีคนตาม

 

"ยอดจริง ๆ คุณชายชนะหรูเอ๋อร์ได้อย่างสูสี เหลือเชื่อยิ่งนัก!"

 

"อย่าว่าแต่ชนะเลย แค่หาคนประมือกับหรูเอ๋อร์เกินสองบทก็ยากแล้ว!"

 

"คุณชายเก่งยิ่งนัก มา ๆ มาให้ข้ารินเหล้าให้หน่อยได้หรือไม่"

 

ความเงียบงันที่เคยมีได้ยุติ ทุกคนส่งเสียงด้วยความประทับใจ นางคณิกาน้อยใหญ่รายล้อม แขกเครือหลายคนชื่นชมอย่างเป็นกันเองพาให้ใจชื้น ต้วนมู่ชิงได้ยินเสียงเอ่ยอย่างจริงใจจากหลายคนว่าตนนั้นช่างมีความสามารถยิ่งนัก และอยากจะเลี้ยงเหล้าสักกาสองกา

 

ทว่าท่ามกลางความชื่นชมชวนชื่นใจเหล่านั้น ต้วนมู่ชิงรู้ดีว่ามันรวมถึง...สายตาโลมเลียที่พร้อมอยากจับจอง อยากเป็นเจ้าเข้าเจ้าร่างกายของเขาจากชายบางคนอีกด้วย

 

ลมหายใจยาวเยียดพ่นออกมา เจอปฏิกริยาเช่นนั้นเข้าไปแล้วก็พาให้ปวดใจพิกล ที่เขาไม่อยากเข้าซ่องหรือออกจากมุมมืดก็เพราะแบบนี้ ต้วนมู่ชิงน่ะยืนยันคำเดิมว่าไม่ใช่พวกหลงตัวเอง ทว่าไม่ซื่อบื้อจนไม่รู้ว่าหน้าตาตัวเองนั้นอยู่ในระดับไหน อย่างน้อยก็ดีกว่าคนทั่วไปประมานหนึ่ง อาจดูโดดเด่นไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่จำพวกออกไปเดินตามท้องถนนไม่ได้

 

...แต่...ถ้าหากใบหน้าเช่นนี้เข้ามาอยู่ในสถานที่อโคจรเมื่อใด มุมมองในใจคนย่อมเปลี่ยน

 

"รีบอ้อมมาด้านหลัง..." เสียงแผ่วกระซิบจากคนหลังม่าน ไม่อาจมั่นใจนัก แต่ต้วนมู่ชิงคิดว่าชิงหรูกำลังช่วยให้เขาหนีจากสายตาเหล่านั้น

 

เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงหันไปหาแม่เล้า คล้ายจะบอกว่าชิงหรูนั้นเชิญให้เขาอ้อมไปด้านหลัง ในทีแรกแม่เล้าอิดออดกลัวเสียกำไรการค้า หากแต่เมื่อเงินถุงใหญ่ถูกยัด นางก็ยิ้มร่าแล้วปฏิบัติตนราวกับต้วนมู่ชิงเป็นเทพเจ้าก็ไม่ปาน


 

==========================================


 

มาดึกเลยค่ะ แงงง ขอโทษนะคะะะะะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #665 sakura17 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:44
    ลุงนี่หาเรื่องจริงงง
    #665
    0
  2. #500 sany sanny (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 10:47
    น้องเฉิงอยู่ไหนรีบมาเอาตัวท่านพี่กลับเร็ววว
    #500
    0
  3. #499 TC18 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 01:41
    พี่ก็มจอ่อนเกินไป
    #499
    0
  4. #482 zenandzun (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 10:25
    น้องต้วนคนง่วงช่างไม่กลัวอันตรายเลย
    #482
    0
  5. #480 ZiRbuT (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 05:55
    น้องร้อนใจแย่แล้ว ฮือ
    #480
    0