[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 1 ข้าน่ะยังอยากนอนอยู่เลย (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,352 ครั้ง
    13 มี.ค. 63

ไม่รู้ว่าราชวงศ์เฮ่อเหลียนรวยเกินหรือที่ดินเหลือเยอะ ทว่าสวัสดิการของเฉิงจื่อเหยียนค่อนข้างดีเลยทีเดียว เรือนเดี่ยวขนาดไม่เล็กเกินไปไม่ใหญ่เกินไป เครื่องเรือนมีให้ใช้ครบครันไม่ขาดตกเหมาะกับการอาศัยอยู่คนเดียว อีกทั้งยังสามารถใช้งานบ่าวรับใช้ของวังได้อย่างอิสระ


 

ลำดับศักดิ์ของสนมคงไม่ต่างจากการจากการอยู่สำนักเท่าไรนัก หากต้องการที่อยู่อาศัย อาหาร ตลอดจนถึงความสะดวกสบายมากเท่าไรก็ต้องยิ่งกระตือรือร้นมากเท่านั้น สรุปคือตัวเขาตอนนี้ไม่ได้หรูหราเลิศเลอเทียบชั้นรุ่นพี่แต่ก็อยู่ดีกินดีเหมาะสมตามสถานะ แต่ถ้าอยากอยู่ดีกว่านี้ก็ต้องมียศสูงๆ


 

"ไม่ว่าจะที่ไหนๆ ถ้าอยากสบายก็ต้องทะเยอทะยานนี่นะ" เฉิงจื่อเหยียนกล่าวพึมพำ ระหว่างที่สำรวจที่อยู่ใหม่ ‘ชั่วคราว’ ของตนไปด้วย


 

ยามที่ม่านถูกปิดลง แสงสว่างในห้องเหลือเพียงริบหรี่ พลันปิ่นปักผมถูกปลด เครื่องแต้มประทินโฉมบางเบาก็ถูกปาดเช็ด เขาถอดเสื้อนอกกรุยกายโยนลงพื้นเพื่อความคล่องตัว ก่อนร่างโปร่งจะทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างอย่างไม่เก็บซ่อนกริยา มารยาทอ่อนน้อมที่เคยทำตอนอยู่ข้างนอกหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มรูปงามสมชายชาตรีคนหนึ่ง


 

อยู่คนเดียวก็ไม่ต้องจำเป็นที่จะเสแสร้ง


 

เฉิงจื่อเหยียนได้แต่คิดเช่นนั้น ดวงตามีประกายเกี่ยวกับบางสิ่งที่เขาจะลงมือทำหลังจากนี้
 

 

**********

 

 

ทั้งที่คิดว่าจะกลับมานอนเอกเขนกบนเตียงอุ่น ชดเชยการต้องไปตากแดดให้หนำใจแท้ๆ แต่ต้วนมู่ชิงกลับไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการเลยสักนิด


 

ทันทีที่มาถึงตำหนักสุ่ยเซียน ก็มีนายกำนัลตามตัวให้เขาไปเข้าพบเสียนเฟย [1] และเขาจะทำอะไรได้นอกจากต้องอดทนฮึบความง่วงเอาไว้ แล้วแบกสังขารเดินตากแดดออกมา

 

พระชายาของฮ่องเต้เรียกตัว ต่อให้เป็นคนขี้เกียจจนหน้าไม่อายแค่ไหน ต้วนมู่ชิงก็มีมารยาทและจรรยาบรรณกับคนที่มียศสูงกว่าตัวเอง อีกทั้งต่อให้อีกฝ่ายไม่ใช่เสียนเฟย ต้วนมู่ชิงก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธการเข้าพบ


 

ใช่แล้วล่ะ


 

หรือก็คือ เสียนเฟยผู้นี้น่ะ...


 

“ใยทำหน้าเช่นนั้นเล่า ชิงเอ๋อร์ ไม่รับชาหน่อยหรือ?” น้ำเสียงนุ่มละมุนเอ่ยถามพาให้ต้วนมู่ชิงคืนสติจากการคิดเหม่อ


 

ชายที่อยู่ตรงหน้าต้วนมู่ชิงคนนี้หากจำกัดความในหนึ่งประโยคคงมีแค่คำว่า ‘งามสมบูรณ์แบบ’ เท่านั้น เพราะแม้อายุล่วงเลยถึงเลขสามกว่าๆ แล้ว แต่ทั้งเครื่องหน้า ทั้งผิวพรรณตลอดจนความเงางามของเส้นผมนั้น แทบไม่ต่างจากเด็กแรกรุ่นเลยแม้แต่น้อย สรีระเองก็อรชรเพรียวไม่ผอมไปไม่อวบไป ไม่ว่าจะขยับไปทิศใดก็น่าพิศน่ามอง


 

ทุกอย่างล้วนสมดังสถานะของพระชายายิ่งนัก


 

ชายผู้นี้มีนามว่า จื่อเหยา เขาเป็นคนที่ได้รับตำแหน่งสูงสุดในบรรดาพระสนมชายด้วยกัน แม้จะไม่สามารถบุกทะลวง (?) จนไปถึงขั้นสูงกว่านี้ได้เพราะสาเหตุบางอย่างก็เถอะ แต่นี่ก็ถือว่ายืนหนึ่งเป็นชายคนเดียวในสี่พระชายาแล้ว


 

“ล่วงเกินพระชายายิ่งนัก กระหม่อมต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายบริการ” ต้วนมู่ชิงเอ่ยอย่างสุภาพ เขาพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะรับกาน้ำชาจากนายกำนัลมารินให้กับจื่อเหยา จัดแจงขนมของหวานใส่จานเล็กให้อย่างคล่องแคล่ว


 

“...” จื่อเหยาจ้องหน้าต้วนมู่ชิงเล็กน้อย


 

“...” ต้วนมู่ชิงจ้องกลับเช่นกัน


 

“งอนที่เรียกตัวมากะทันหันเพราะจะนอนกลางวันหรือ...?” พูดจบจื่อเหยาหัวเราะออกมาด้วยเสียงละมุน เขารู้ดีถึงกิตติศัพท์ความเกียจคร้านของรุ่นน้องผู้นี้มาแต่ไหนแต่ไร การทำตัวขยันคล่องแคล่วไม่คุ้นตาเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เกรงใจจัดๆ ก็ต้องงอนนี่แหละ


 

“ข้า...” ต้วนมู่ชิงเลี่ยง


 

“ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือ...ว่าเจ้าไม่ต้องพูดจาด้วยศัพท์ราชวงศ์ยากๆ กับข้า หากเจ้าไม่งอน แล้วนี่จะให้เรียกว่าอย่างไร”


 

“...ม...ไม่...เอ่อ...” จะตอบว่าไม่ก็ไม่เต็มปาก ต้วนมู่ชิงเลยจำต้องแสร้งเบือนหน้าหลบ “ก็นิดหนึ่งขอรับ...แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ เดิมทีหน้าที่รินชาให้ท่าน ก็ควรเป็นข้า หาได้ต้องการจะประชดท่านแต่อย่างใดขอรับ”


 

“จริงๆ เลย...” จื่อเหยากางพัดออกมาปิดริมฝีปากตัวเองเอาไว้กลั้นรอยยิ้มขำ พลางขยับโบกไปมาจนปลายพู่ห้อยสีทองสั่นไหวไปตามแรงเคลื่อน ท่าทางดูงดงามราวกับระบำพัดอันแสนอ่อนช้อย


 

“อย่างนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว”


 

ต้วนมู่ชิงคลี่ยยิ้มบาง ตอบเสียงพาซื่ออย่างไม่คิดอะไรมากแล้วว่า “ข้าก็เพียงแค่ทำตามในสิ่งที่สมควรขอรับ อย่างไรเสีย หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่ได้มาจนถึงจุดนี้”


 

จื่อเหยาเหลือบมองรุ่นน้องเล็กน้อย พาให้สั่นศีรษะอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งยามเมื่อคิดถึงอดีตแปดปีที่ผ่านมาสมัยต้วนมู่ชิงยังละอ่อนน้อยแล้วก็พาให้ส่ายหน้ากว่าเดิมอย่างอดไม่ได้


 

เปลี่ยนไปมากจริงๆ นั่นแหละ


 

“เสี่ยวอู๋บอกว่า...วันนี้เจ้าลงไปดูพระสนมรุ่นใหม่มาหรือ?” จื่อเหยาเลยเปลี่ยนเรื่องคุย


 

ต้วนมู่ชิงโคลงหัว


 

“พวกอาเป่าเป็นคนชวนข้าขอรับ...เห็นทีปีนี้องค์ฮ่องเต้คงจะเหนื่อยเป็นแน่แท้ สตรีที่ต้องตรงตามเกณฑ์มีมากมายนัก” ต้วนมู่ชิงเงียบลงเล็กน้อย สบตาจื่อเหยา ก่อนจะทำมือวนๆ รอบหน้าอกตัวเองเป็นเชิงปริศนาคำใบ้ ขึงขังจริงจัง ราวกับเป็นเรื่องสำคัญ


 

“ละลานตานักขอรับ”


 

ก็คือเมานมนั่นเอง...


 

“อ้อ...” จื่อเหยานึกภาพตามแล้วก็ส่ายหน้า นึกถึงหน้าเจ้าคนที่เป็นสามีตัวเองก็ยิ่งส่ายหน้าอย่างปลงหนักกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่า


 

“ยังไม่ชินอีกเหรอ เวลาเดินข้ามสะพานไปตำหนักหญิงทีไร ข้าเห็นนมลอยไปลอยมาจนหลอนไปหมดแล้ว”


 

“เสียนเฟยขอรับ พูดแบบนี้ไม่งามเลย” ต้วนมู่ชิงแย้งเล็กน้อยหากแต่จื่อเหยากลับไม่ตอบสนอง สิ่งที่คนเป็นรุ่นพี่ทำคือการหลับตาลง กอดน้วยเอาหน้าซุกอกเขา เหนื่อยอ่อนราวกับแมวเบื่อยา ต้วนมู่ชิงพิจารณาดูใบหน้าแล้วก็เหมือนจะเห็นร่องรอยของคนอดหลับอดนอนภายใต้เครื่องแป้งประทินโฉม


 

“ชิงเอ๋อร์ข้าเมื่อยแล้ว นวดเอวให้ข้าที”


 

ดวงตาสีดำขลับหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มนางฟ้าปรากฏอย่างเอ็นดูรุ่นพี่ ต้วนมู่ชิงได้แต่ทำทียิ้มพาซื่อ หัวเราะแล้วยอมนวดให้แต่โดยดี


 

ดูทีความอิดโรยนี้มิแคล้วว่าจะกรำศึกหนักมาทั้งคืนเลยสินะ อา...ยอดไปเลย ยอดไปเลย ถ้าจะว่าพระสนมชายคนไหนที่หัวกระได ‘เปียก’ มากที่สุด ก็คนเป็นกระไดตำหนักของเสียนเฟยคนนี้นี่แหละ...


 

พอเริ่มนวดไปได้สักพักจื่อเหยาที่เริ่มสบายเนื้อสบายตัวขึ้นมาบ้าง จึงได้เริ่มชวนต้วนมู่ชิงคุย


 

“เจ้าคงรู้ใช่หรือไม่...ว่าข้ามิได้เรียกเจ้ามาเพื่อให้มานวด”


 

“ปีนี้มีรับพระสนมชายใหม่มาห้าคนขอรับ ทุกคนล้วนงดงามตรงตามความต้องการในเกณฑ์ของฮ่องเต้ทุกประการ...และ ท่านคงอยากให้ข้าได้ลองทำหน้าที่พี่เลี้ยงพระสนมเฉกเช่นคนอื่นๆ บ้างอย่างนั้นใช่หรือไม่” ต้วนมู่ชิงตอบทันทีด้วยเพราะจังหวะของทุกอย่างมันลงตัวกันไปหมด ทั้งวันนี้ที่เป็นวันแรกเข้าพระสนมใหม่ ไหนจะจื่อเหยาที่เรียกเขามาพบ


 

มันคล้ายกับว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะให้เป็นเช่นนี้


 

“มิสนใจสักหน่อยหรือ อย่างน้อยมันก็เป็นการดีและเจ้าจะได้ไม่ต้องมานั่งแซ่วเบื่อหน่ายไปวันๆ ” จื่อเหยาเอ่ย นั่นทำให้ต้วนมู่ชิงเงียบลงไปราวกับกำลังใช้ความคิด


 

การคัดเลือกพระสนมนั้นจะจัดสี่ปีหนึ่งครั้ง เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาบ่อยๆ จะด้วยความเห่อก็ดี อยากหาอะไรแก้ว่างก็ดี กิจกรรมจับคู่รุ่นพี่รุ่นน้อง ให้สนมเก่าเลือกสนมใหม่ที่ท่าทางเข้าตาสักคนสองคนมาดูแลเลยเกิดขึ้น จนเป็นธรรมเนียมลับๆ ในวังหลังสืบมาหลายรุ่น


 

มันก็ดูเป็นกิจกรรมที่น่ารักดี สานสัมพันธ์เพื่อนพ้องน้องพี่ แต่เอาจริงมันก็เป็น ความหวังดีที่ปะปนไปด้วยจุดประสงค์แฝงด้วยเหมือนกัน เพราะมันคือการตกลงอย่างมีผลประโยชน์สองต่อ


 

นั่นคือ


 

ข้อหนึ่ง รุ่นน้องจะสามารถเรียนรู้มารยาทและการวางตัวให้ถูกต้องจนไม่โดนขันทีจับคัดออก ยิ่งมีรุ่นพี่ยศสูงอยู่เบื้องหลังก็ยิ่งได้เปรียบมาก ตัวอย่างเช่น ต้วนมู่ชิง เขาเป็นเด็กใต้การดูแลของเสียนเฟย ตราบใดก็ตามที่ยังมีจื่อเหยาคุ้มหัว ก็จะสามารถอยู่สบายทั้งชาติ ขี้เกียจตัวเป็นขนแค่ไหนไม่มีใครกล้าติฉิน


 

ข้อสอง ในเรื่องนี้กล่าวถึงผลประโยชน์ต่อตัวรุ่นพี่ หากสนมใต้การดูแลทำความดีความชอบก็จะสามารถนำเรื่องนี้มาสร้างผลงานในการเลื่อนระดับชั้นของตัวเองได้ ดีไม่ดีหากรุ่นน้องได้รับความชมชอบจากฮ่องเต้ก็สามารถเกาะชายผ้าไหมรับบุญญาอานิสงส์อีกกระทง


 

สรุปคือเป็นการให้และการรับที่เท่าเทียม ผลประโยชน์ซึ่งกันและกันอย่างเห็นได้ชัด...การเมืองของสนมมันก็แบบนี้ล่ะนะ


 

ในรอบก่อนนั้นต้วนมู่ชิงได้ปฏิเสธการรับตำแหน่งพี่เลี้ยงพระสนมฝึกใหม่เพราะตนขี้เกียจ...แค่กๆ — หมายถึงยังอ่อนประสบการณ์เกินกว่าจะดูแลใครได้ แถมสนมชายรับใหม่ก็มีจำนวนน้อยเท่าข้าวสายปลายมือ คนไหนที่ดูมีแววได้ดิบได้ดีหน่อยก็โดนเอาตัวไปแล้ว


 

อย่างเฉิงจื่อเหยียนนั่นไง ดีไม่ดีคงโดนคนทาบทามแล้วกระมัง


 

พอคิดได้แบบนั้นต้วนมู่ชิงก็เผลอขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องไปเผลอคิดถึง ชายหนุ่มเอานิ้วจิ้มขมับตน วนๆ นวด อย่างใช้ความคิด


 

คงเพราะสวยไปกระมัง เลยจำติดตา


 

แล้วเจ้าตัวก็ตัดความคาใจของตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ เช่นเคย ด้วยความขี้เกียจจะคิดเยอะ


 

พอจื่อเหยาผู้เห็นต้วนมู่ชิงเงียบไปนานหลังจากตนถามก็ผงกหัว ก่อนเขาจะผงะไปเพราะเห็นว่าหน้าสวยๆ นั่นย่นยู่อย่างหนักจากการเค้นความคิด


 

มารดาเถอะ! อย่าให้ใครได้เห็นหน้าแบบนั้นเชียว! อย่างกับสุนัขแก่หลังคอย่น!


 

จื่อเหยาได้แต่คิดเช่นนี้ระหว่างอดทนอดกลั้นสุดความสามารถจนไหล่สั่น เขากลืนก้อนขำลงคอไปก่อนจะหันไปดีดหน้าผากต้วนมู่ชิงเบาๆ หนึ่งแปะด้วยความเอ็นดู


 

"เก็บไปคิดเถิด...อย่างไรแล้ว ธรรมเนียมนี้ก็เป็นประโยชน์แก่เจ้าในอนาคต อีกอย่างหนึ่งเจ้าจะได้ไม่ต้องโดนประณามว่าเป็นพระสนมจอมอุดตัว" จื่อเหยาว่า ส่วนต้วนมู่ชิงก็ส่ายหน้า ชายหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะนึกขันหรือนึกสลดใจกับตัวเองดี


 

"ไว้ข้าจะลองไปคิดดูขอรับ" เขาได้แต่รับคำไปเช่นนั้น


 

ซึ่งการตอบรับแบบขอไปทีนั่นก็ได้แต่ทำให้จื่อเหยาสั่นหน้า นึกสลดใจปนเสียดายอยู่ไม่น้อย เขายังจำต้วนมู่ชิงตัวน้อยผู้เคยกระตือรือร้นเมื่อวันวานอย่างแม่นยำ แต่เด็กคนนั้นได้โดยสังคมหล่อหลอมให้กลายเป็นคนขี้เกียจไปจนไม่คิดจะปฏิสัมพันธ์กับใคร


 

จริงๆ มันก็ไม่ผิด ถ้าหากว่าเหตุผลของมันนั้นมันจะเป็นแค่เพียงความ ‘ขี้เกียจ’ ส่วนตัวจริงๆ -- จื่อเหยาได้แต่คิดเช่นนั้น โดยที่ไม่ได้พูดกล่าวอะไรต่อไป...


 

“ถ้ามันทำให้เจ้าหายเบื่อได้บ้าง ข้าก็ดีใจ” จื่อเหยาพึมพำเบาๆ


 

 

********

 

การพูดคุยกันฉันท์รุ่นพี่รุ่นน้องจบลงไป ตะวันก็ลาลับขอบฟ้า


 

ต้วนมู่ชิงจำต้องลาจากตำหนักจูเชวี่ย [2] ของจื่อเหยา ด้วยเพราะขันทีวิ่งหน้าเริดแจ้งว่าอีกสักพักฮ่องเต้จะเสด็จมาหา

 

ซึ่ง...คาดว่าคืนนี้รุ่นพี่ของเขาคงจะไม่ได้นอน


 

ต้วนมู่ชิงโคลงหัวเล็กน้อย ฮ่องเต้เป็นแบบนี้เสมอ หากนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากพบปะประชาชน พระองค์ก็จะวนอยู่แต่ตำหนักของสี่พระชายา บ่อยๆ หน่อยก็ถ้าไมกุ้ยเฟย ก็เสียนเฟย นั่นจึงทำให้เขาอยู่ที่นี่มาแปดปีมีบุญเจอฮ่องเต้แค่ตามงานเทศกาล แถมนับจำนวนได้ด้วยมือข้างเดียว


 

คนผู้นั้นนิยมเรียกสนมไปบริการมากกว่าจะเสด็จมาด้วยตัวพระองค์เอง แต่กระนั้นก็มักมีข่าวลือกันบ่อยๆ ว่าการเรียกตัวแต่ละครั้งนั้นคุ้มค่าเสียกว่าคุ้มค่า สนมผู้โชคดีมักจะกลับมาในสภาพนอนหมอบกระแตเพราะความหมดแรงทุกคนไป


 

ส่วนสนมน้อยๆ ต่ำแหน่งล่างๆ ลงมาก็คงได้แค่นอนแห้งรอ ไม่ค่อยมีลุ้นอะไรสักเท่าไรนัก โดยเฉพาะกับผู้ชาย อ่ะ...อันนี้เขาก็หมายถึงตัวเขาเองด้วยนะ


 

ตำราเคยบอกว่า ผู้ชายปฏิบัติกับผู้ชายจะกินแรงมากกว่า เสียเวลาเตรียมตัวเยอะเพราะร่างกายมันไม่ได้มีไว้รับแรงกระแทก ไม่เคยโดนเรียกตัวแบบนั้นอาจจะเสี่ยงเจ็บตัวน้อยกว่าด้วยหรือเปล่า แถมไม่เสียเวลานอนด้วย


 

พอคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็เอาปลายพัดแตะคางตน ครุ่นคิดไปถึงเรื่อง ‘อย่างนั้น อย่างนี้’ ไปด้วย เขาไม่ใช่คนลามกอะไรหรอก แต่มาอยู่ในแดนที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์เรื่องทางเพศแบบนี้ตั้งแต่ตัวเองยังไม่เข้าสู่วัยรุ่นดี ศึกษาตำรากามสูตรเพื่อเอาไว้บริการฮ่องเต้จนท่องได้ทุกท่า จะให้ใสซื่อวัยแรกแย้มก็ใช่เรื่อง

 

ถ้าจะให้คิดอะไรตอนนี้ ก็คงมีแค่ความโมโหว่าจะเสียเวลาศึกษาทำไม เพราะไม่เคยได้ปฏิบัติงาน บางทีก็เคยรู้สึกน้อยใจนะว่าตนสละชีวิตในโลกภายนอก สละตัวตนของตัวเองตลอดจนความเป็น ‘เพศชาย’ เพื่อใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ต้องทำอะไรสักอย่างไปทั้งชีวิตเลยงั้นหรือ


 

แต่นั่นก็แค่คิด เพราะสุดท้ายแล้วต้วนมู่ชิงก็ตัดประเด็นพวกนี้ไป ด้วยคำว่าเขา ‘ขี้เกียจ’ จะเอาเรื่องพวกนั้นมาคิดมากอีกต่อไปแล้ว เหนื่อยสมอง!


 

บางทีก็อยากจะแช่งให้ฮ่องเต้ *** ตายต้านไปเสีย หรือไม่ *** ก็หดกลับเข้าไปเป็นหัวเต่าไปเลย! แต่...ถ้าตายด้านไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี แห้งแล้งก็คือแห้งแล้ง!


 

“เฮ้อ...” ชายหนุ่มก้าวเดินข้ามสะพานที่พาดผ่านธารเล็ก อีกไม่ไกลก็จะถึงตำหนักสุ่ยเซียนอันเป็นที่อยู่ของตนแล้ว


 

พอเห็นหลังคาตำหนักไกลๆ ต้วนมู่ชิงพร้อมใจที่จะโยนความคิดอันหนักสมองพรรค์นั้นออกจากหัว และจินตนาการถึงภาพตัวเองตอนทิ้งตัวลงเตียง เอาหน้าซุกกับหมอนอุ่นๆ สูดกลิ่นหอมของกำยานให้เต็มปอดแล้วอ่านบทประพันธ์ดีๆ สักเล่มแทนนิทานก่อนนอน


 

เพราะชีวิตแบบนี้ก็มีความสุขอยู่แล้วไม่ใช่หรือ จะเอาเรื่องนั่นเรื่องนี้มาใส่หัวให้ความสุขบินหนีทำไมกัน


 

ดวงตาสีดำขลับเหลือบมองท้องฟ้ายามราตรี จันทร์คืนนี้ก็มีเพียงครึ่งดวง เห็นเพียงส่วนหางของเจ้ากระต่ายจันทราเท่านั้น ดวงดาวกะพริบระยับช่างสุขสกาวราวกับแสงไฟที่ไกลห่าง อีกทั้งบรรยากาศตอนนี้ช่างผ่อนคลาย จนทำให้นึกครึ้มอยากเดินเล่นไปเรื่อยๆ รับกลิ่นอายของลมและความหอมละมุนจากดอกไม้แรกผลิในฤดูกาลเสียหน่อย


 

พลันดวงตาผลท้อเห็นกลีบดอกไม้ มันปลิดปลิวล่องลอยราวกับเต้นระบำไปตามสายลมดึงดูดให้มองตามขึ้นไปยังเบื้องบนนั้น


 

และจังหวะต้วนมู่ชิงเงยไปยังต้นไม้นั้นเอง เขาก็ต้องชะงักเท้าที่กำลังเดินไปพลัน เสี้ยวหนึ่งในใจได้ไหววูบราวกับจะตกจากที่สูง


 

ใครบางคนกำลังนั่งอยู่บนกิ่งต้นไม้ใหญ่ มองเหม่อไปยังที่หนึ่ง ใบหน้าด้านข้างที่ต้วนมู่ชิงเห็นเพียงเสี้ยวนั้น แม้จะไม่ชัดเจนทว่ากลับดูงดงามเคล้ากับแสงจันทร์ยิ่งนัก


 

มันงดงาม จับตาจรดลงใจเสียจนต้วนมู่ชิงไม่อาจสรรหาถ้อยคำอะไรมาบรรยายให้สวยงามเพียงพอ...


 

“พระสนมเฉิง...?”

 

[1] เสียนเฟย เป็นยศลำดับที่ 4 ในตำแหน่ง 4 พระชายาเอกของฮ่องเต้ ประกอบด้วย ลำดับ 1 กุ้ยเฟย, ลำดับ 2 ซูเฟย, ลำดับ 3 เต๋อเฟย และลำดับ 4 เสียนเฟย

 

[2] จูเชวี่ย : หงส์แดง หงส์เพลิง อันเป็นสัตว์เทวะทิศใต้ ตัวแทนฤดูร้อน สังกัดธาตุไฟ เป็นสัญลักษณ์ของความรอบรู้และสิริมงคล ในนิยายเรื่องนี้จะใช่ชื่อสัตว์เทวะทั้งสี่มาเป็นชื่อตำหนักของสี่พระชายาเอกค่ะ

 

[รีไรท์ครั้งที่ 1 : 13/3/20]

 

ถึงจะบอกว่าขอเวลาไปสต็อกตอนแต่ไรท์ก็เอาแต่อู้จนตอนสต็อกไม่เสร็จ กรี๊ดดดดด แต่จะพยายามอัพประมาณวัน อังคาร ศุกร์ เสาร์อะไรงี้นะคะ เนื่องจากเรื่องนี้ใช้ทับศัพท์และมีทำเนียมที่ทั้งจริงและที่ผู้เขียน "คิดมาเอง" ค่อนข้างเยอะ จึงอาจจะมีเชิงอรรถหรือดอกจันค่อนข้างเยอะค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.352K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #629 sakura17 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 19:32
    เป้าหมายที่ต้วนมู่ชิงจริงด้วย555
    ตอนแรกนึกว่าฮ่องเต้ไม่ชอบสนมชายนะ แต่ปรากฏว่าไม่แฮะก็มีสนมชายที่เรียกบ่อยๆ
    #629
    0
  2. #599 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 05:19
    ชอบความหน้าสวยxหน้าสวย
    #599
    1
    • #599-1 White-Crystal(จากตอนที่ 4)
      9 พฤษภาคม 2563 / 08:50
      คอนเซปต์เรื่องนี้คือ สวยกับสวยมาเจอกันค่ะ 5555
      #599-1
  3. #523 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:38

    55555 นี่ถึงขนาดแช่งแท่งหยกฮ่องเต้เลยรึน้องชิง?

    #523
    0
  4. #463 Gear_77 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 10:11

    คนงามเขาจะเบี้ยนกันแล้วอะ
    #463
    0
  5. #429 Gimmygrimnana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 14:49
    ชอบเรื่องเเบบนึ้ฮื่ออออนกนนดนก
    #429
    0
  6. #416 Iovely39 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 14:10

    ใครรุกใครรับไม่กล้าเดาเลย555
    #416
    0
  7. #374 Minutedao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 11:16
    คนงามมาเจอกันท่ามกลางดอกไม้ปลิว
    #374
    0
  8. #361 nownew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:52
    อยากรู้เยื้องหลังความขี้เกียจของต้วนมู่แล้ววว
    /แบบในตอนดูจะอ่านเข้าใจง่ายกว่านะคะ
    #361
    0
  9. #339 DayIsBlue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:45
    แล่วๆๆๆๆ
    #339
    0
  10. #269 PuiPui--r (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 10:01
    ว่าที่สนมใหม่คือใคร ถ้าเป็นตาฮ่องเต้แฝงตัวมาก็น่าจะแก่ประมาณหนึ่งแล้วมะเพราะเสียนเฟยก็สามสิบแล้วคนจะจับไม่ได้เหรอ ถ้าไม่ใช่ฮ่องเต้แต่เป็นคนอื่นคือเรื่องใหญ่เลยนะลักลอบได้กันนี่มีแต่ตายกับตาย
    #269
    0
  11. #226 MitsukiCarto (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 02:38
    ถึงจะตายด้านด้านผู้หญิง แต่เรื่องผู้ชายน่าจะตั้งอยู่นะ~
    #226
    0
  12. #210 Daisy.Day (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 18:09
    เอ๋ เคะเคะ เหรอเนี้ย55555555
    #210
    0
  13. #186 หลิวเหว่ย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:04
    ได้กันๆๆ(โดนถีบ) ไม่ต้องมากความไป นี่แหละพระเอกของเรื่อง! หึๆๆ ว่าแต่รุ่นพี่เหยาอะไรนั้นน่ะ เชื่อใจได้จริงๆใช่ไหม บอกตามตรงเลยว่าโง่ในเรื่องการมองคนให้ทะลุมากๆ เอาเป็นว่าน้องต้วนยังใช้ขีวิตได้อย่างไม่ติดขัดก็โอเคแล้วล่ะ
    #186
    0
  14. #140 chocolato.p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:47

    เบื้องหลังคือดอกไม้ปลิวว่อนเลย

    #140
    0
  15. #80 Xialyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:21
    สบตากันปิ๊งๆ
    #80
    0
  16. #58 Pissuda627 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 12:14
    เค้าสบตากันล่ะ><
    #58
    0
  17. #48 9011M (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:16
    ชั้น น น ช้านนนนนน เห้อ
    #48
    0
  18. #40 Taetaemnae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 08:15
    โอ๊ะ กลัวเรื่องใหญ่
    #40
    0
  19. #35 MaliLa 111 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 17:24
    ใครคือพระเอก......
    #35
    1
    • #35-1 White-Crystal(จากตอนที่ 4)
      27 พฤษภาคม 2562 / 18:35
      อาเฉิงค่ะ 55555
      #35-1
  20. #27 secret secret (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 13:42
    พวกนางจะได้กันใช่ป่ะ? แร้วจะเป้นยังไง ดราม่าใหญ่หลวงนัก
    #27
    0
  21. #25 ShamanWcat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 21:56
    แอบเอ็นดู
    #25
    0
  22. #24 pim2148 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 21:42
    น้องแค่ไม่อยากคิดให้ปวดสมอง น้องไม่ได้ขี้เกียจนะ55555
    #24
    0
  23. #23 witchhound (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 21:15
    เค้าเจอกันแล้ววววว ใส่เป็นวงเล็บก็โอเคแล้วค่ะ อ่านง่ายดี
    #23
    0
  24. #22 ppterakk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 20:59

    นี่เค้าสปาคกันแล้วใช่มั้นคะ

    #22
    0
  25. #21 MashiroJP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 17:22
    น้องไม่ได้ขี้เกียจแต่น้องแค่เป็นคนง่ายๆ555
    #21
    0