[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 7 มีปริศนาบางสิ่งที่ต้องอยู่ร่วมกัน (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 275 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

เมื่อแยกจากต้วนมู่หลิวแล้ว ซื่อเป่าก็รีบเร่งกลับตำหนักสุ่ยเซียนให้ทันก่อนต้วนมู่ชิงจะกลับมา ในอ้อมแขนของเด็กหนุ่มโอบอุ้มสิ่งที่เพิ่งได้รับมาอย่างถนอม ด้วยเพราะภายในนั้นบรรจุข้าวของเครื่องใช้ชั้นดีตลอดถึงขนมเลิศรสจากร้านชื่อดังมากมาย ทุกอย่างดูมีค่าไปหมดจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าผิดจังหวะ


 

การที่มาทำงานให้ต้วนมู่ชิงเป็นคนแรกจึงทำให้เด็กหนุ่มมีสถานะกึ่งๆ จะเป็นรุ่นพี่ ซื่อเป่าจึงต้องเป็นตัวแทนบ่าวในเรือนออกไปรับของพวกนี้จากสกุลต้วนมู่เสมอ


 

เดือนละครั้ง หรือสองครั้ง ถี่หน่อยก็สัปดาห์ละครั้ง


 

แม้เขาจะไม่รู้เหตุผลเลยเจ้านายจะหลบหน้าพี่ชายที่แสนใจดีผู้นี้...ไม่สิ จะทั้งพี่ชายหรือแม้แต่บิดา คนผู้นั้นก็ไม่ยอมไปพบใครที่มาจากสกุลต้วนมู่เลยสักคน ขนาดเข้าร่วมงานเลี้ยงยังไม่ยอมทักทาย มันผิดวิสัยคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก


 

แต่กระนั้นซื่อเป่าก็ไม่อาจถาม เด็กหนุ่มหวาดกลัวเกินว่าจะไปจี้ปมในใจของเหม่ยเหริน อีกทั้งมันคือปัญหาทางบ้านของเจ้านาย และคนรับใช้ สถานะต่ำต้อยเช่นตนไม่ควรจะไปกระเสือกกระสนสู่รู้


 

ทว่า...ซื่อเป่าก็เป็นห่วงในความสัมพันธ์ที่ดูเจ็บปวดนั้นอย่างเหลือเกิน


 

ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยใจครุ่นคิด ทว่าก้าวเดินอีกไม่กี่ก้าวซื่อเป่าก็มาถึงประตูตำหนักสุ่ยเซียนเสียแล้ว


 

เขาจึงต้องละความคิดนั้นไปเสีย และกล่าวทักทายกับเพื่อนบ่าวคนอื่นๆ ที่มาช่วยตนถือข้าวของพะรุงพะรังเหล่านี้ไปเก็บ


 

เมื่อเทียบกับตำหนักอื่นๆ แล้ว...สุ่ยเซียนมีคนรับใช้ค่อนข้างบางตา สมาชิกหลักจะมีซื่อเป่า เหล่าจี้ อาเจี้ยน และ เสี่ยวฝ่าน รวมเป็นสี่คนเท่านั้น น้อยกว่าสนมมีตำแหน่งคนอื่นอย่างจมหู


 

บางครั้งก็มีคนถามว่า 'ไม่คิดจะรับคนใช้เพิ่มเลยจริงๆ หรือ'


 

ซึ่งเจ้านายเขาก็เอาแต่บอกว่า 'คนเยอะดูแลยาก ขี้เกียจดูแล สี่คนก็เกินพอ'


 

นั่นน่ะแหละคือเจ้านายเขา คือต้วนมู่ชิง ผู้บอกปัดและทุกอย่างด้วยเหตุผลว่า 'ขี้เกียจ' ซื่อเป่าเคยชินกับคำตอบเช่นนั้นมาตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันแล้ว


 

หากแต่...


 

ความจริงแล้ว กว่าต้วนมู่ชิงจะเดินเรื่อง กว่าจะช่วยเหลือให้พวกเขาจะมาทำงานที่นี่ได้ ล้วนเป็นเรื่องยากลำบากกว่าการดูแลคนรับใช้นับสิบเสียอีก... จึงไม่แปลกเลยหากคนรับใช้ในสุ่ยเซียนนี้จะพร้อมที่จะคอยสนับสนุนปกป้อง ดูแลเจ้านายเป็นอย่างดี


 

เป็นคนขี้เกียจที่ขยันหาข้ออ้างให้ตัวเองดูขี้เกียจกว่าเดิมชัดๆ


 

“เอาไปเก็บที่เดิมใช่หรือไม่อาเป่า?”


 

เสียงขลุกขลักดังขึ้นเล็กน้อยยามที่ซื่อเป่าส่งสิ่งของให้คนข้างตัว


 

"ขอรับ...อา...ข้าจะไปทำความสะอาดห้องเหม่ยเหรินสักหน่อย คงต้องรบกวนเจ้านำสิ่งนี้ไปเก็บแล้วล่ะ เหล่าจี้" เมื่อส่งมอบของไปแล้ว ซื่อเป่าก็หันไปหาเหล่าจี้ เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ไม่สูงทว่าก็ไม่ตัวเล็กเกินไปนัก มองจากภายนอกแล้วอายุน่าจะมากกว่าซื่อเป่าเล็กน้อยไม่สองก็สามปี


 

"เข้าใจแล้วอาเป่า รบกวนเจ้าด้วย" เหล่าจี้พยักหน้าตอบรับ พูดเบาๆ อีกสองสามคำก่อนจะนำของเหล่านั้นตรงไปเก็บ


 

ชายหนุ่มทอดสายตามองตามหลังเพื่อนคนรับใช้ของตนไปอมยิ้มน้อยๆ


 

แต่ในจังหวะที่ซื่อเป่ากำลังจะก้าวเท้าเดินนั้นเอง ร่างโปร่งก็ถึงกับแข็งทื่อด้วยความตกใจ เพราะซื่อเป่าเห็นเงาบางอย่างที่ดูไม่ปกติปรากฏที่หน้าต่างในห้องนอนของต้วนมู่ชิง...!!


 

ในคราแรกชายหนุ่มพยายามมองในแง่ดีคิดว่าเจ้านายตนกลับมาแล้ว แต่เงานั้นกลับหายลับไปทันทีในชั่วพริบตา ซื่อเป่างุ่นงงปะปนไปกลับระแวงใจยิ่งนัก เขารีบเร่งฝีเท้าจนเกือบจะวิ่งเพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่เห็นด้วยตาของตัวเอง


 

หัวใจเต้นระทึกแรง ทั้งสับสน หวาดกลัว ห่วงใย ทุกอย่างรวมกันจนเป็นก้อนหนาในกายจนจุกอก


 

...และเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของต้วนมู่ชิง ก็ไม่มีใครอยู่ในที่แห่งนั้น แม้เงาสักกะผีกริ้นเดียวก็ไม่มี


 

ใจถึงกับหล่นวูบด้วยเพราะความกังวลใจ ซื่อเป่าเม้มปากลงเล็กน้อย ครุ่นคิดกังวลไปล้านแปดอย่าง ทั้งเรื่องขโมยขโจร ทั้งเรื่องราวร้ายแรง


 

ตลอด...ไปถึงเรื่องเล่าตำนานสุ่ยเซียน


 

ความประหวั่นก็แน่นขนัดขึ้นมาในอกเป็นห่วงเจ้านายอย่างสุดใจ ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้ว่าทำไม หากแต่อะไรบางอย่างในหัวใจของเขามันบีบอัด ลางสังหรณ์ในเรื่องแย่ๆ มันผุดขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็น


 

จริงอยู่ว่าซื่อเป่านั้นออกจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและขลาดเขลา หากแต่ตอนนี้ ในขณะนี้ เขากลับมั่นใจในความขี้ขลาดของตนอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มนั้นไม่ได้กลัวว่าจะเกิดกับตัวเอง หากแต่เขากังวลว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเจ้านายตนและทำให้คนผู้นั้นตกอยู่ในอันตรายมากกว่ามากกว่า


 

หากแต่คนรับใช้ตัวน้อยเช่นเขาจะจัดการอะไรได้กันนะ


 

สิ่งที่ซื่อเป่าทำได้ตอนนี้ มันจึงเป็นเพียงแค่การกำมืออย่างแน่นจนสั่นระริกข่มใจอันแสนขลาดนั้นให้เลิกกระวนกระวายก่อนจะเริ่มก้าวเท้าอีกครั้ง


 

เร่งรีบเดินออกจากห้องของต้วนมู่ชิงให้ไวที่สุด

 

**********

 

“สีหน้าท่านพี่ดูไม่ดีเลย”


 

นั่นคือคำพูดแรกที่อวี้เหวินเฉิงกล่าวหลังจากล้างจานเสร็จ ชายหนุ่มเช็ดมือตนไปพลาง จับจ้องใบหน้าของต้วนมู่ชิงไปพลาง นึกอะไรบางอย่างในใจสองสามประโยคก่อนจะเอาหลังมือลุนหลังคนตัวเล็กกว่า พาออกจากห้องครัว และเดินชมสวนหย่อมเล็กๆ ในตำหนักตัวเองแทนเพื่อให้ผ่อนคลาย


 

ต้วนมู่ชิงเงียบลงน้อยๆ ดวงหน้าสวยนั้นมีความคิดหลากหลายปนไปด้วยกัน เขาเงยหน้าขึ้น มองอวี้เหวินเฉิงแล้วตอบไปตามตรง “ข้าเป็นห่วงคนรับใช้ที่ตำหนักนิดหน่อยน่ะ”


 

“เรื่องวิญญาณ...อา...ข้าหมายถึงเรื่องของซู่จื่อเจินงั้นหรือขอรับ?” อวี้เหวินเฉิงทวนคำทันที แม้จะไม่มั่นใจว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เขาทั้งสองพูดคุยกันก่อนหน้านี้ เขาเลยตีความอย่างรวบยอด “คนที่ตำหนักท่านล้วนรู้เรื่องราวที่มาของมันอยู่แล้ว บางทีอาจจะมากกว่าท่านเสียด้วยซ้ำ หากแต่...เขาก็ยังคงอยู่ที่นั่นร่วมกับท่านได้เป็นอย่างดี”


 

ต้วนมู่ชิงตอบรับคำที่อวี้เหวินเฉิงพูด เสียงเปล่งในลำคอช่างแสนแผ่วเบานักราวกับเต็มไปด้วยความไม่มั่นอกมั่นใจ


 

“เขาอยู่ได้ ข้าก็พอรู้นะ เห็นดูเป็นพวกนุ่มนิ่มแบบนั้น แต่คนรับใช้ของข้าน่ะแข็งแกร่งจะตาย”


 

ใจหนึ่งอวี้เหวินเฉิงเกือบอยากแย้งว่าคนแบบท่านกล้าบอกว่าคนอื่นนุ่มนิ่มด้วยเหรอ— แต่คิดว่าไม่พูดดีกว่า ด้วยบรรยากาศแล้ว รับฟังนิ่งๆ ไม่ขัดดีกว่า


 

“อีกอย่าง...” ต้วนมู่ชิงเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยเงยมองท้องฟ้า กระพริบตาหนึ่งครั้งเบาๆ ทว่าเนิ่นนานจนแผขนตาประแนบไปกับแก้มเนียนนวล ชายหนุ่มเงียบลงไปราวกับการหลับตานี้เป็นการทบทวนความคิดและความทรงจำอันแสนเรือนรางในฝันก่อนฟ้าสว่างนั้น


 

“หากสุ่ยเซียนมีวิญญาณจริง...ข้าก็ไม่มีความคิดว่าวิญญาณของซู่จื่อเจินเป็นอันตราย” เขาพูด พลันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งและหันไปหาคนข้างกาย สีหน้านั้นช่างเคร่งขรึมและดูราวกับเต็มไปด้วยความจริงจังต่อเรื่องคอขาดบาดตาย


 

“แต่สิ่งที่อันตรายคือสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือเป็นต้นตอของการตายคนๆ นั้นเสียมากกว่า”


 

ท่านพี่นี่ช่าง...


 

คาดเดาได้แม่นยำนัก


 

อวี้เหวินเฉิงได้แต่คิดเช่นนั้น ระหว่างที่คลี่ยิ้มตอบรับคำของต้วนมู่ชิงอย่างชื่นชมเป็นยิ่ง

 

 

 

กลับมาแล้วค่าาาาาาา ฮืออออ คิดถึงกันไหมคะะะะะ ส่วนเรานั้นคิดถึงทุกคนมากเลยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 275 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #656 sakura17 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:46
    หรือว่าที่ผ่านมาวิญญาณไม่เคยออกมาเลยเพราะไม่มีอะไร แต่ตอนนี้ออกมาให้เห็นเพราะต้วนมู่ชิงจะมีอันตรายหรอ
    #656
    0
  2. #449 Ppillow_ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 01:23
    หลิวเกอเกอสู้เขาน๊าาา
    #449
    0
  3. #398 AraReJung (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 19:30
    ผีเหรอออออ
    #398
    0
  4. #397 kyohyeE (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 01:32
    อาเป่าาาา
    #397
    0
  5. #396 Moko87 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 01:26
    ไม่อยากให้ใครเป็นอันตรายเลย
    #396
    0
  6. #395 Ann Jiraporn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 21:18
    กลับมาแล้วเย่ๆๆๆๆ
    #395
    0
  7. #394 LovelyWonbin (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 20:22
    คิดถึงเหมือนกันไรท์ ปรบมือ รัวๆต้อนรับจ้า
    #394
    0
  8. #393 sany sanny (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 19:34
    เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวนายเอกกันน้าา
    #393
    0
  9. #392 vivivenus (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 19:23
    คิดถึงจ้า
    #392
    0
  10. #391 SleepySunny (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 18:06
    คิดถึงไรท์มากนะคะ ให้กำลังใจนะ
    #391
    0
  11. #390 ZiRbuT (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 16:50
    ใครกันนะะ
    #390
    0
  12. #389 Pissuda627 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 16:33
    คิดถึงมากจ้า

    ตอนนี้รู้สึกเห็นใจท่านพี่อ่ะเอาของส่งมาให้น้องเพื่ออีกฝ่ายจะเปิดใจให้บ้าง
    #389
    0