[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 ข้าน่ะยังอยากนอนอยู่เลย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,816
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,495 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

 ดินแดนแห่งนี้ การได้เป็นศิษย์สำนักหรือฝึกปรือวิถีเซียนถือเป็นเรื่องที่ทรงเกียรติ ด้วยมีความเชื่อว่าผู้ที่เกิดมาพร้อมแกนปราณทองนั้นคือผู้ถูกเลือกจากทวยเทพ ถูกสร้างมาเพื่อรับใช้โอรสสวรรค์...ซึ่งก็คือฮ่องเต้

 

ฉะนั้นแล้วต่อให้ไม่ได้ฝึกเซียนสำนักดัง ก็ต้องทำงานดีๆ อย่างสังกัดกรมพระราชาวังเพื่อเชิดหน้าชูตา ทว่าน่าเศร้าใจนัก งานนั้นจำเป็นอาศัยแกนปราณทองเป็นส่วนร่วมในการสอบเข้า ประมาณว่าไม่ต้องแก่กล้าระดับสอบวิชาสำนักผ่านแต่อย่างน้อยก็ต้องมีระดับพื้นฐาน ขนาดข้าราชการระดับภูธรยังจำเป็นต้องฝึกวรยุทธ์ขั้นต้นเลย

 

ก็ไม่ใช่ว่าทุกอาชีพในโลกต้องพึ่งพาการฝึกปราณ พวกหมอพวกพ่อค้ามีกันออกให้โข ร่ำรวยกันออกให้มาก หากแต่ขุนนางบางสกุลมักมีความเชื่อแปลกๆ เช่นการมองว่าอาชีพธรรมดาๆ เหล่านั้นมันเหมาะกับพวกรากหญ้า การหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ไม่ได้ดีพอสำหรับพวกเขา

 

ชุดความคิดคนเหล่านั้นมักคล้ายกันนั่นคือ รักเกียรติของวงศ์สกุลตัวเองเป็นที่หนึ่ง บอบบางกับขี้ปากชาวบ้าน วิ่งเร่าอายคนนินทายิ่งกว่าหนูติดจั่น เช่นนั้นแล้ว ภาระในการเยียวยาหน้าบางๆ ของคนแก่จึงต้องตกไปสู่ 'บุตรชาย' ในสกุลขุนนาง เพราะพลังแฝงของปราณทองนั้นคล้ายพันธุกรรม...มันมักสืบทอดตามสายเลือดนั่นเอง

 

เด็กที่เกิดมาไม่มีพลังมักกลายเป็นสิ่งนอกคอก และสิ่งนอกคอกนั้นจะถูกตราหน้าว่าอกตัญญู ทำให้ ‘บุตรชาย’ ที่ไร้ทางเลือกบางคนต้องหาลู่ทางให้เกี่ยวข้องกับราชสัมนักให้มากที่สุด ทว่าทางเลือกนั้นกลับเหลืออยู่อย่างเดียวนั่นคือการถวายตัวเป็นสนม...ที่ไม่มีหน้าที่อะไรเลยนอกจากนอนคว่ำนอนหงาย

 

เสียศักดิ์ศรีความเป็นชายสักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าถูกตราหน้าว่าอกตัญญู...นั่นแหละคือความคิดของคนยุคนี้

 

ทีนี้พอจะเข้าในระบบสังคมของที่นี่กันแล้วใช่หรือไม่ ต้องกตัญญูแบกรับชื่อเสียงสกุล หน้าที่การงานคือที่สุด ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้มีแกนปราณทองคือชนชั้นอภิสิทธิ์ และจุดสูงสุดบนห่วงโซ่อาหารคือ ‘ระบอบกษัตริย์’

 

ปีนี้ก็มีคนเอาตัวรอดด้วยวิธีนี้เพิ่มมาอีกตามเคย...

 

ต้วนมู่ชิงได้แต่คิดอย่างนั้น ระหว่างกอดอกยืนมองเหล่าบรรดาสนมเข้าใหม่ ชายหนุ่มคาดคะเนทางสายตาเอาก็ดูเหมือนว่าจะมีสนมชายผ่านการคัดเลือกในปีนี้ราวสี่ถึงห้าคน ซึ่งจำนวนเหล่านี้ก็ไม่ได้มากไม่ได้น้อยสำหรับรสนิยมฮ่องเต้คนนี้

 

หลังจากนี้ยังมีรอบทดลองอยู่ในวัง [1] หากว่าที่สนมคนใดไม่สามารถปรับตัว ลดละกำพืดนิสัยเดิมไม่ได้ หรือกระทำการใดๆ ที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ ทุกสิ้นสัปดาห์ตลอดหนึ่งฤดูกาลก็จะมีคนถูกคัดคนออกอยู่เรื่อยไป

 

ปัจจุบันมีสนมทั้งหมดเกือบหนึ่งพันคนแต่อัตราสนมชายมีเพียงหนึ่งร้อยนิดๆ หรืออาจจะต่ำกว่านั้น ซึ่งในจำนวนที่ว่ามานี้รวมชายที่เป็นมรดกมาจากฮ่องเต้รุ่นก่อนอีกเกินครึ่ง

 

ต้วนมู่ชิงไม่แน่ใจเรื่องรสนิยมของฮ่องเต้มากนัก ถามว่าพระองค์ทรงมีชายาชายที่มักคุ้นไหมคำตอบก็คือมี หากแต่จำนวนเพศสมที่ไม่สมมาตรผนวกกับข่าวในวงน้ำชานานา เขาคิดว่าคนผู้นั้นน่าจะไม่รังเกียจบุรุษแต่อาจนิยมสตรีมีดอกบัวคู่มากกว่า

 

เขาได้แต่คิดอย่างนี้ ระหว่างพิจารณาหน้าตาสนมเหล่านั้นไปด้วย ทุกคนที่ผ่านเข้ามารอบนี้ย่อมมีเบ้าหน้างามเลิศตามราชโองการทุกประการ ยิ่งกับสนมหญิงนั้นอย่าได้กล่าว ภูเขาสวรรค์ทั้งสองช่างยิ่งใหญ่ล้นผ้ารัดอก มันล้ำหน้าจนชวนอึดอัด ขนาดต้วนมู่ชิงผู้ไม่มีอารมณ์กับสตรีเพศยังรู้สึกได้เลยว่ามันน่าจะนิ่มเด้งหนุนแทนหมอนได้อย่างแน่นอน

 

แต่ทว่า...

 

“หือ...?”

 

ต้วนมู่ชิงหลุดเสียงออกมาเล็กน้อย เมื่อสำรวจรุ่นน้องเข้าใหม่ เขากลับพบเห็นใครบางคน โดดเด่นยิ่งกว่าเด่น ท่ามกลางเหล่าคนหน้าตาดีพวกนั้น

 

เส้นผมสีดำขลับยาวตรงราวกับแพรไหมถูกมัดรวบครึ่งหัวด้วยปิ่นเนื้อดี ผิวขาวนวลผ่องรับกับชุดผ้าลายปักดอกไม้ หากแต่สิ่งที่สะกิดใจต้วนมู่ชิงนั้นหาใช่เครื่องแต่งกายและการทำผม

 

แต่มันเป็น...

 

ดวงตา จมูก ริมฝีปากของคนผู้นั้นล้วนประแต้มเครื่องสำอางแค่เพียงเบาบางแต่กลับดูสะดุดตายิ่ง เครื่องหน้าอันไร้ที่ตินี้ คงไม่ต้องการการประทินโฉมใดๆ เพิ่มอีก ชายคนนั้นงดงามเสียยิ่งกว่าใครที่เขาได้เคยเจอ ไม่ว่าจะชายหรือจะหญิง ในอาณาเขตที่ล้วนเต็มไปด้วยเหล่าคนหน้าตาดี ทุกคนดูหมองไปหมดเมื่ออยู่ใกล้คนผู้นี้

 

ต้วนมู่ชิงเผลอใจเต้นขึ้นมาแวบหนึ่ง ฝ่ามือวางลงบนอก ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ หนึ่งครั้ง ปรับตัวเองให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็วแม้จะนึกงุ่นงงกับอาการแปลกประหลาดของตัวเองอยู่ไม่น้อย

 

"เป็นอะไรไปหรือขอรับ...เหม่ยเหริน? " พระสนมหวง...หวงชุ่ยเวยเอ่ยถามเมื่อเห็นคนด้านข้างแปลกไป ชายหนุ่มหรี่ดวงตาลงเล็กน้อย ครุ่นคิดกับตัวเองจะว่าควรจะห่วงหรือจะว่าหน่ายใจดี ถึงปกติแล้วจะมองว่าต้วนมู่ชิงก็เป็น ‘พวกประหลาด ๆ’ ก็เถอะ

 

แต่ท่าทางเมื่อครู่นั้นกลับเป็นสีหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

"ไม่...ไม่...เอ่อ ข้าไม่ได้...เอ่อ ไม่มีอะรขอรับ พระสนมหวง" ต้วนมู่ชิงตอบ สูดหายใจตั้งสติชั่วครู่ เขาก็ละความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างทันทีราวกับสลัดทิ้ง

 

“เพียงทว่าข้าแค่สนใจ พระสนมใหม่คนนั้นเท่านั้น”

 

พูดจบก็ชี้ไปยังชายคนนั้น ซึ่งหวงชุ่ยเวยเองก็พยักหน้าให้เล็กน้อย

 

“อ๋อ...ผู้นั้นคือเฉิงจื่อเหยียนขอรับ เขาได้รับความสนใจมาตั้งแต่ช่วงวันคัดตัวด้วยเหตุผลว่าเป็นคนที่มีความโดดเด่นนัก...พอมาพบตัวจริงเข้า ก็โดดเด่นดังคำร่ำลือจริงๆ ” หวงชุ่ยเวยเอ่ยตอบทันที พาให้ต้วนมู่ชิงทำหน้างุ่นงงสงสัยว่าอีกฝ่ายไปรู้ข้อมูลนั้นได้อย่างไร

 

“ท่านทราบความจากที่ใดหรือ”

 

“ตัวข้า...ก็มีขันทีที่สนิทกันนะขอรับ” พูดจบก็หัวเราะออกมาเบาๆ ไม่เชิงตอบรับ และไม่เชิงปฏิเสธ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว อย่างไรเสียสนมก็ไม่สามารถออกไปนอกวังได้หากฮ่องเต้ไปอนุญาต แหล่งข่าวสารที่พอจะถามไถ่ได้ก็มีแต่ต้องไปตีสนิทกับขันทีเนี่ยแหละ

 

“อ๋อ...” ต้วนมู่ชิงตอบรับเล็กน้อย ไม่ได้สาวความอะไรต่อ ดวงตาสีดำเหลือบมองบ่าวทั้งหลายก่อนจะพยักหน้าให้หนึ่งครั้งส่งสัญญาณว่าให้กลับตำหนักกันได้แล้ว

 

“เช่นนั้นแล้ว ข้าต้องขอตัวกลับตำหนักก่อนนะขอรับพระสนมหวง”

 

เอ่ยเช่นนั้นก่อนที่จะเดินละออกจากสถานที่ ตรงกลับเข้าไปทางตำหนักของตัวเอง

 

ต้วนมู่ชิงเดินไปตามทางเดินอย่างเงียบเฉียบ แม้จะแสร้งทำเป็นไม่สนใจต่อหน้าคนอื่นแค่ไหน ทว่าเรื่องที่เขาพะวงหาตัวเฉิงจื่อเหยียนก็เป็นความจริง ชายหนุ่มรู้สึกราวกับมีบางอย่างสะกิดในใจ และติดตรึงไม่รู้คลาย

 

ใบหน้าอันแสนงดงามนั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำ...

 

แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว พอปวดหัวก็ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ต้วนมู่ชิงไม่ชอบเลยแม้แต่น้อยกับการที่ตัวเองจะต้องมีความคิดหนักๆ ปรากฏเข้ามาในหัว ดังเช่นที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

พอไม่เข้าใจมากๆ เข้า ต้วนมู่ชิงก็เลือกที่จะจบทุกสิ่งอย่างเอาแต่ใจด้วยคำว่า

 

“ข้าง่วงแล้ว”

 

และตรงกลับไปหาเตียงนอนในตำหนักของตัวเอง อันเป็นการจบปัญหาคาใจทั้งหมด

 

 

**********

 

เมื่อพิธีการรับเข้าจบลง เหล่าสนมใหม่ถอดด้ามทั้งหลายก็กลายร่างเป็นกระต่ายป่าโลดแล่น โดดไปชมนั่นชมนี่ แม่นางคนงามทั้งหลายต่างตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของพระราชวังเป็นหนักหนา

 

โดยเฉพาะกับคนที่มาจากครอบครัวสามัญชน พวกนางต่างกระจายกันไปสำรวจสวนบ้าง ไปทำความรู้จักหามิตรใหม่ในรั้ววังบ้าง หรือไม่ก็ไปแนะนำตัวเพื่อขอรับความเอ็นดูเมตตาจากรุ่นพี่ในภายภาคหน้า

 

“นี่ ๆ” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว น้ำเสียงทะเล้น

 

“อะไรหรือเจ้าคะ” คนข้างตัวเอ่ยถาม

 

“เมื่อครู่ตอนพิธีการเจ้าได้เห็นพระสนมชายคนนั้นไหม ใบหน้างดงาม สง่าอย่าได้กล่าวเชียว” แม่ดรุณีน้อยกล่าวด้วยท่าทางระริกระรี้ปลื้มอกปลื้มใจเป็นนักหนาที่ได้เห็นพระสนมชายที่แสนงดงามคนหนึ่ง คนผู้นั้นโดดเด่นเห็นมาแต่ไกลจนอดที่จะใจสั่นไหวตามประสาสาววัยแรกแย้มไม่ได้เลยจริงๆ

 

...ซึ่งพระสนมคนงามที่ว่านั่นคือต้วนมู่ชิงนั่นแหละ

 

“ชู่...อย่าได้เสียงดังไปเชียว ประเดี๋ยวก็โดนปรับให้สอบตกกันหมดหรอก” สนมคนหนึ่งเอ่ยปรามเหล่าน้องใหม่ผู้ไม่รู้จักการวางตัวนั้น นางเข้าใจดีว่าเหม่ยเหรินมีรูปกายงดงาม สง่าโดดเด่นมากเพียงใดแต่ก็อยากให้เก็บอาการเข้าไว้...ก็...ก็...ถ้ามองแต่ภายนอกเขาก็ดูดี ทั้งที่จริงๆ ‘…’ ล่ะนะ

 

“เราต่างก็เป็นสมบัติขององค์ฮ่องเต้แล้ว ควรสำรวมตนไว้เสีย” คนเป็นรุ่นพี่กล่าว นางเงียบลงเล็กน้อยและเริ่มจะอธิบายสิ่งอันน่าเสียดายให้ฟัง “อีกอย่าง...สนมชายล้วนผ่านพิธีสะกดอาการกำหนัดต่อเพศตรงข้ามมาแล้ว ต่อให้เจ้าคาดหวังหรือเปลี่ยวใจเท่าใด พวกเขาก็ไม่มีอารมณ์กับสตรีเพศหรอก”

 

พอได้ยินดังนั้นดรุณีน้อยทั้งหลายต่างโอดครวญด้วยความเสียดายกันเป็นทิวแถวเลยทีเดียว

 

อันว่าน้ำตาลใกล้มด ชายใกล้หญิงย่อมเป็นอันตราย เพื่อไม่ให้มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นในรั้ววัง จึงต้องหามาตรการป้องกันเอาไว้ก่อนวัวหายล้อมคอก

 

ทว่าจะให้ตอนสนมแบบขันทีเห็นทีจะไม่ได้ พวงสวรรค์น้อยๆ เหล่านั้นมันยังจำเป็นต่อการใช้งานอยู่ การ ‘สะกดจุดกำหนัด’ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะสิ่งนั้นคือการกดจุดบางอย่างในร่างกายเพื่อให้ชายคนนั้นหมดความรู้สึกเร้าต่อเพศตรงข้าม

 

ประมาณว่าต่อให้เห็นอะไรขาวเนียนชวนร้องแม่เจ้าโวยแค่ไหน เสาวังมังกรไม่มีวันตั้งผงาดค้ำฟ้าเป็นอันขาด หรือพูดอีกอย่างก็คือทำหมันอย่างปลอดภัยเพราะตายด้านโดยสิ้นเชิง

 

ก็บอกแล้วว่าการจะเป็นสนมชายน่ะมันต้องสละอะไรไปมาก แม้กระทั่งเรื่องนี้...

 

“เหม่ออะไรอยู่หรือ เอ่อ...” ท่อนหนึ่งนั้นหยุดคล้ายกำลังนึกคำเรียก “ว่าที่พระสนมเฉิง?”

 

เมื่อได้ยินขันทีเรียก เฉิงจื่อเหยียนจึงละความสนใจจากบทสนทนาของเหล่าดรุณีทั้งหลายหันมาหา ค้อมหัวให้ผู้เรียกอย่างสุภาพด้วยใบหน้าเจือรอยยิ้มบาง

 

“ข้าเพียงแค่สนใจในบทสนทนาของพวกนางเท่านั้น” เฉิงจื่อเหยียนเอ่ย เขาไม่ได้ยินบทสนทนาช่วงต้น หากแต่ก็ทันได้ยินเรื่อง...เอ่อ...กดจุดกำหนัดอะไรนั่น

 

คราแรกขันทีผู้นั้นจะสงสัย แต่ทว่าเมื่อทบทวนความทรงจำก็ร้องอ๋อออกมา

 

“มิต้องกังวลใจไปขอรับ สนมชายเข้าใหม่ยังไม่ต้องเข้าพิธีกดจุดกำหนัดแต่อย่างใด” ขันทีผู้มีนามว่าซ่งอี้จุ้นตอบ เขาคลี่ยิ้มพาซื่อให้กับเฉิงจื่อเหยียน ทว่าคำตอบนั้นกลับทำให้คนฟังได้แต่ครุ่นคิดสงสัย

 

เห็นดังนั้นคนมองจึงอธิบายเพิ่มเติมให้

 

“เพราะพวกท่านยังอยู่ในระหว่างการสอบคัดเลือกขอรับ” เขาตอบ ด้วยท่าทางดูเลี่ยงบาลี และหวังว่าคู่สนทนาจะเข้าในความหมายของคำบอกใบ้นี้

 

เมื่อเฉิงจื่อเหยียนได้ยินก็เงียบเล็กน้อย คิดตามไปสักพัก พอประมวลผลได้แล้วก็ส่ายหน้า

 

พวกเขายังอยู่ในตำแหน่งของ ‘ว่าที่’ เท่านั้น หากมีเรื่องฉาวโฉ่จากอารมณ์ที่ไม่รู้จักอดกลั้นเมื่อไร ก็จะถูกเด้งจากตำแหน่งได้ง่ายๆ ยิ่ง ‘ข่าวลือ’ ว่าฮ่องเต้ไม่ค่อยปฏิบัติกิจกับสนมชายด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นอะไรที่เข้าเค้า ประมาณว่าอย่างไรก็เป็นของเล่นที่ไม่ค่อยได้เล่นอยู่แล้ว ทิ้งก็ไม่เสียดาย

 

“อา...” เฉิงจื่อเหยียนลากเสียง แทนคำตอบรับที่เข้าใจกันเอง “ข้าเองก็เพิ่งรู้ว่ามีธรรมเนียมเช่นนี้ด้วยขอรับ”

 

ซ่งอี้จุ้นไม่ได้ตอบรับอะไรกับคำพูดนั้น แต่พูดคล้ายกับให้กำลังใจแทน “ยังมีเรื่องที่ท่านต้องเรียนรู้เกี่ยวกับส่วนนี้อีกมากมายนักขอรับ”

 

“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ขอบพระคุณท่านยิ่งนัก” เฉิงจื่อเหยียนกล่าว พวกเขาเดินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเรือนเล็กที่จัดเตรียมให้พักผ่อน วาดมือคำนับแทนคำขอบคุณอย่างสุภาพ และยังคงค้อมอยู่อย่างนั้นจวบจนซ่งอี้จุ้นพ้นสายตาไป เพื่อหลบซ่อนถึงสายตาของตัวเองในยามนี้

 

ความมุ่งมั่นปะปนไปกับความทะเยอทะยานอย่างแรงกล้า รอยยิ้มที่เก็บซ่อนนั้นช่างเปี่ยมเต็มไปด้วยความเล่ห์ราวกับจิ้งจอกร้าย

 

เพียงเท่านนี้เขาก็เข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนี่งแล้ว...

 

[1] รอบทดลองอยู่วัง : คือการที่จะให้เหล่าสนมที่ผ่านรอบคัดเลือกได้ใช้ชีวิตอยู่ในวังสักระยะเพื่อตรวจสอบนิสัยว่าแท้จริงเป็นคนอย่างไร นิสัยแย่แค่ไหน หากไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกคัดออก ซึ่งในนิยายเรื่องนี้ใช้เวลา 1 ฤดูกาล (3 เดือน) แต่ทว่าตามประวัติศาสตร์จริงจะใช้เวลาราวๆ 1เดือนเท่านั้น

 

[รีไรท์ครั้งที่ 1 : 13/3/20]

 

เนื้อเรื่องอาจจะดำเนินกันไปอย่างช้า ๆ ตามความว่างของผู้แต่งนะคะ แงงงง แต่จะพยายามมาอัพเรื่อย ๆ ค่ะ เราสัญญา!
 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.495K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #683 AyeHunYeheT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 04:06
    พอเดาได้ว่าสนมxสนม แต่ใครโพไหนนี่สิ
    #683
    0
  2. #628 sakura17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 19:25
    อ้าวมีเป้าหมายที่ต้วนมู่ชิงรึเปล่า55
    #628
    0
  3. #522 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:02

    ท่านเฉิง เป้าหมายที่ว่านี่คืออะไร?

    #522
    0
  4. #477 9494 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 22:30
    ถ้าแบบ สนม×สนมคือแบบ พีคน้า
    #477
    1
    • #477-1 KantKp(จากตอนที่ 3)
      8 สิงหาคม 2563 / 11:30
      ใช่แบบนั้นพีคเลย
      #477-1
  5. #373 Minutedao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 11:00
    พิธีกรรมเยอะจัง
    #373
    0
  6. #360 nownew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:43
    กี้ด นี่คือจะเป็นคู่สนมหรือนี่
    #360
    0
  7. #307 P'est (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 18:58
    เห็นแล้วแบบ ไม่กล้าเดาเลยใครรุกใครรับ😂
    #307
    0
  8. #298 อยากกินข้าวต้ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 16:29
    เอ...คดีฆาตกรรมนั้นป้ะ
    #298
    0
  9. #287 Hiptery (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 08:21
    ไม่อยากเดาเดี๋ยวผิดโพ 5555454
    #287
    0
  10. #268 PuiPui--r (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 09:49
    ว่าที่สนมใหม่นี่ใครน้อ
    #268
    0
  11. #224 MitsukiCarto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 02:02
    เอ๊ะ ออร่าแบบนี้พระเอกใช่หรือไม่
    #224
    0
  12. #185 หลิวเหว่ย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 22:54
    เป้าหมายนี่หมายถึงหาภรรยาหรือกู้ชาติเอาให้มันชัดๆ แล้วยังไม่ได้เข้าพิธีด้วย บอกเลยว่าแท่งสวรรค์ตั้งผงาดได้ทุกเมื่อ ฮ่าๆๆๆๆ
    #185
    1
    • #185-1 D.sand(จากตอนที่ 3)
      26 สิงหาคม 2562 / 03:08
      ไม่ตั้งกับเพศตรงข้าม แปลว่าเพศเดียวกัน...
      #185-1
  13. #154 Secr3t-Key (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 19:50

    เซนส์บอกว่าพระเอกมาแล้นน

    #154
    0
  14. #139 chocolato.p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:40

    เป้าหมายไหนคะ รู้แต่ออร่าแรงมากค่ะ พระเอกใช่ไม่ใช่!

    #139
    0
  15. #79 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:11
    มาดีป่าวอะ
    #79
    0
  16. #57 Pissuda627 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 11:54
    คนนี้คือพระเอกใช้ม้ายย ตอบ เราคิดว่าคนนั้แหละ55
    #57
    0
  17. #39 Taetaemnae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 08:08
    เข้าใกบ้อะไรเอ่ย
    #39
    0
  18. #26 secret secret (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 13:21
    ที่บอกว่าพระกะงามล่มพื้นสะท้านดิน นายกะงามล่มเมือง รึจะพระคนนี้ว่ะ???
    #26
    0
  19. #20 ppterakk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:59

    อ่าา ชอบบุกคลิก

    #20
    0
  20. #19 ShamanWcat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:54
    รัศมีอันตรายออกมากค่ะพี่...
    #19
    0
  21. #18 MashiroJP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:52
    รู้สึกถึงอันตรายแปลกๆ
    #18
    0
  22. #15 witchhound (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:00
    พระสนมคนใหญ่นี่พระเอกหรอ หรือว่าพระเอกคือฮ่องเต้
    #15
    0
  23. #14 เจ้าแพะจอมขี้เกียจ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:48
    ไม่นะ....ถ้านางไม่ใช่ตัวร้ายล่ะก็......น้องจะไม่โดนกินเรอะ----

    อ๊ากกก นังหนูหนีปายยยย
    #14
    0