[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 7 มีปริศนาบางสิ่งที่ต้องอยู่ร่วมกัน(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 453 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

...ในที่แห่งนี้ ช่างแสนเงียบงัน...


 

พลันนั้นต้วนมู่ชิงนั้นรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตะสัมผัสเข้าที่แก้มตน


 

ดวงตาสีเข้มหรี่ปรือเล็กน้อย ความพร่าเบลอจากความงัวเงียทำให้เขามองเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าได้อย่างไม่ชัดเจนสักเท่าไรนัก คล้ายกับจะเห็นเพียงชุดสีขาวสะอาดหมดจด ลำคออันเรียวระหงประเคลียด้วยเส้นผมสีดำสวย ไล่เลยขึ้นไปจนถึงริมฝีปาก ปลายจมูก หากแต่นอกเหนือจากนี้ ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนนัก


 

แต่กระนั้นเสี้ยวใบหน้าด้านล่างของใครบางคนนั้น ก็กำลังส่งยิ้มให้เขา ด้วยรอยยิ้มที่แสนยากจะคาดเดาความรู้สึก


 

เรียบสงบ หากแต่ไม่เย็นชา


 

ดูอ่อนโยน หากแต่ก็ลึกลับ


 

ฝ่ามือที่คนผู้นั้นกำลังลูบลงบนศรีษะเขานั้นช่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ดูไร้ซึ่งอันตรายใดให้ต้องระวังเลยแม้แต่น้อย


 

ชายหนุ่มพยายามลืมตา พยายามขยับตัว พยายามเอ่ยพูด ทว่ากลับทำไม่ได้เลยสักอย่าง ร่างกายเขาควบคุมไม่ได้ สติเองก็ใช่ว่าจะตื่นเต็มที่จนห้วงความกังวลเกิดขึ้นในจิตใจ ต้วนมู่ชิงรู้ดีว่านี่ไม่ต่างจากอาการ ผีอำ’ เลยสักนิด ทว่าเขาก็มึนงงเกินกว่าจะแยกได้ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน


 

เมื่อเจ้าของร่างปริศนาเห็นอาการของเขากลับยิ่งยิ้มมากกว่าเดิม เป็นรอยยิ้มที่ทั้งขำทั้งเอ็นดู กึ่งๆ จะตลกเสียด้วยซ้ำ


 

"ไม่เป็นไร...เด็กดี..."


 

คนผู้นั้นพูดด้วยเสียงที่ก้องกังวาลในหัวของต้วนมู่ชิงแต่เขากลับแยกไม่ออกว่านี่คือเสียงของผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ มันดูคล้ายส่งตรงเข้ามาในหัวมากกว่าออกมาจากปาก


 

พวกเขาจับจ้องกันท่ามกลางความสงสัยกังขา คล้ายคนผู้นั้นจะรู้ตัวว่าทำให้ร่างบนเตียงสับสน จึงเลิกที่จะส่งเสียงผ่านความคิด ริมฝีปากบางเผยออกก่อนจะเริ่มพูดอะไรบางอย่าง


 

"..."


 

แล้ว เมื่อสิ้นคำนั้นเอง...


 

ต้วนมู่ชิงก็ตื่นขึ้น


 

ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาตื่นนอของต้วนมู่ชิงเลยแม้แต่น้อย ฟ้ายังไม่ทันสว่าง แสงยังไม่ทันอกจากเมฆ เขาตื่นก่อนนกร้องเลยด้วยซ้ำ หากใครมาเห็นต้องตื่นตกใจแน่


 

ต้วนมู่ชิงผุดลุกขึ้นมานั่ง ฝ่ามือนวดขมับหนักๆ กุมหัวทบทวนทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ถามใจว่านั่นเป็นเรื่องจริงจากอาถรรพ์หรือเเพียงภาพความฝันของคนนอนเยอะ ทว่าไม่ว่าจะถามตนสักเท่าไรนั้นก็หาคำตอบทมาตอบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย


 

ก้ำกึ่ง เลือนลาง และสุดท้ายไม่นานคงจะลืมเลือน เหมือนกับฝันก่อนฟ้าสางทั่วไป


 

"ช่างมันเถอะ..." เขาพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ก่อนจะมุดตัวกลับเข้าผ้าห่ม ขดตัวเป็นก้อนกลมๆ จนแทบไม่ต่างจากขนมแป้งปั้นหนึ่งก้อนใหญ่


 

"เรื่องยุ่งยาก ขี้เกียจจะเอาไปคิดแล้ว..."


 

เพราะบางครั้งการตัดเรื่องยุ่งยากไร้ประโยชน์ออกจากตัวมันก็ดีกว่าจมกับปัญหาที่ไร้คำตอบ...ต้วนมู่ชิงคิดเช่นนั้นเสมอว่าเขานั้นไม่อยากเอาตัวเองไปจมกับอะไรบางอย่างมากเกินไป เพราะสุดท้ายคนที่จะเอาตัวรอดไม่ได้ก็คือตัวของเขาเอง


 

ปัญหามันก็อยู่แค่กับตัวเขาไม่มีใครช่วยได้ สู้ล้มตัวลงนอน หันหน้าเข้าหาหมอนแล้วนอนมันสักตื่นประเดี๋ยวก็ลืมไปได้เองนั้นแหละ


 

แต่...


 

...นอนไม่หลับแหะ


 

เขาเก็บเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคิดมากเกินไปเลยนอนหลับๆ ตื่นๆ มาตั้งแต่หัวค่ำ พอมาเจอฝันแปลกประหลาดนั้นอีก ต้วนมู่ชิงจึงตาสว่างข่มตานอนต่อยังไงก็นอนไม่หลับ กลิ้งไปกลิ้งมาสักสองรอบครึ่งก็ฝืนตัวเองไม่ไหว ผุดลุกขึ้นนั่งอีกรอบทั้งที่หัวยังยุ่งฟู


 

คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ไม่ได้รู้สึกใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นนี้มานานมากแล้ว


 

เลยเผลอพึมพำออกมาเบาๆ “อาเฉิง...จะเป็นอย่างไรบ้างแล้วนะ?”


 

แม้เขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นสายสืบแต่ถ้าต้องปลอมตัวเป็นสนม ก็อาจจะต้องทำงานเช่นสนมเพื่อความแนบเนียนก็ได้ ยิ่งอยู่ในที่แบบนี้ อายุเท่านั้น อยากรู้อยากเห็นในเรื่องอย่างว่าก็เป็นเรื่องปกติ แถมจากนิสัยที่สังเกตมาสักพัก...เด็กนั่นร้ายเอาเรื่อง ดีไม่ดีเพื่อล้วงคองูเห่าเอาความลับ ทำอะไรได้ก็คงทำ


 

“อืม...”


 

จินตนาการในหัวเขาตอนนี้วกวนวุ่นวายเต็มไปหมดจนไม่อาจจะปล่อยวางได้ ใจหนึ่งก็คิดว่าอวี้เหวินเฉิงจะระวังตัวได้ แต่อีกใจก็พะว้าพะวงอย่างบอกไม่ถูก


 

เป็นห่วงกระมัง...คงเปนห่วงแน่ๆ

...

...


 

แต่ถ้าเป็นห่วงก็รอให้เช้าก่อนก็ได้นะ ทำไมต้องถ่อสังขารตัวเองออกมาหาเขาถึงที่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างด้วยเล่าต้วนมู่ชิง!


 

ชายหนุ่มได้แต่คิดอย่างนี้ระหว่างสาวเท้าเดินดุ๊กดิ๊กออกมาจากสุ่ยเซียน ข้ามสะพานเชื่อม ลัดเลาะไปตามเส้นทางเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกทีก็มาหยุดเอาที่หน้าตำหนักของอวี้เหวินเฉิงเสียแล้ว ต้วนมู่ชิงเอามือนวดหว่างคิ้วตัวเองไปพลาง ครุ่นคิดไปพลาง ไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้เหม่อได้ขนาดนี้


 

“...จะเข้าไปตอนนี้ก็กลัวเจอบททลายประตูสวรรค์จัง” เขาพูดน้ำเสียงหนักใจ แม้ว่าตนจะไม่ได้ยินเสียงสุดแสนหฤหรรษ์ลอยตามลมมาแต่อย่างใดก็ตามแต่หากฮ่องเต้ยังประทับอยู่ในตำหนักนี้ ก็ใช่ว่าเขาจะเดินเข้าออกได้อย่างสะดวกสบาย


 

แต่ความคาใจเรื่อง **** และเรื่อง **** ก็ทำให้ต้วนมู่ชิงเดินหน้าสามก้าว ถอยหลังออกมาสี่ก้าว ผ่านครึ่งก้านธูปแล้วก็ยังข้ามหัวสะพานไม่พ้นเสียที


 

แต่ระหว่างที่กำลังงกๆ เงิ่นๆ จะข้ามสะพานดีไม่ข้ามสะพานดี เขาก็เห็นคนเดินออกมาจากตำหนักเข้าเสียก่อน ต้วนมู่ชิงจึงต้องจรลีพุ่งหลบเข้าไปหลังต้นไม้ต้นใกล้ตัว พร้อมกับชะโงกหน้าออกมาแลว่าใครเป็นคนที่ออกมา จะใช่ฮ่องเต้หรือไม่


 

แต่ไม่ใช่...คนๆ นั้นก็คืออวี้เหวินเฉิงนั่นเอง เขาเดินออกมาจากประตูตำหนัก หยุดอยู่ที่หัวสะพานข้าม


 

“ท่านพี่...มาทำอะไรตรงนี้น่ะขอรับ ยุงไม่กัดแย่แล้วหรือ?”


 

และยังไม่ทันที่ต้วนมู่ชิงจะตัดสินใจทำอะไร อีกฝ่ายก็เอ่ยทักขึ้นมอย่างรวดเร็วราวกับรู้ตัวมานานแล้วว่ามีใครยืนอยู่ตรงนี้


 

ต้วนมู่ชิงกระแอมไอเสียงเบาก่อนจะค่อยๆ ออกมาจากหลังต้นไม้ เดินข้ามสะพานตรงไปหาอวี้เหวินเฉิงซึ่ง...ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมแต่...เด็กคนนั้นกำลังยิ้มคล้ายพอใจอะไรบางสิ่งอยู่


 

ต้วนมู่ชิงยู่หน้าเล็กน้อย แล้วเอามือแปะที่ไหล่อีกคนคล้ายประท้วง “ไม่ต้องพูดมากเลย เดินไหวหรือไรถึงได้ออกมาแต่เช้าตรู่แบบนี้”


 

“ขอรับ...ก็ไหวนะขอรับ?” อวี้เหวินเฉิงเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายกับไม่เข้าใจในคำถามที่ต้วนมู่ชิงเอ่ย แต่พอผ่านไปไม่นานสมองเขาก็ประมวลผลเข้าใจได้ในทันที...เข้าใจเร็วมากเสียจนเจ้าคนเก็กหน้าเก่งถึงกับหลุดหัวเราะอย่างหมดมาด แถมขำไม่ยอมหยุด ขำจนปอดโยกเสียจนโดนค้อนใส่วงใหญ่


 

“หัวเราะอะไรกันเล่า...ข้าถามด้วยความเป็นห่วงสวัสดิภาพเจ้านะ! รู้ไหมว่าขนาดพี่เหยาน่ะยังลุกไม่---!!”


 

แต่ยังไม่ทันที่ต้วนมู่ชิงจะได้บ่นอะไรถึงเรื่องบางเรื่อง อวี้เหวินเฉิงก็เอามือแตะแก้มเขา คลี่รอยยิ้มออกมาอย่างอย่างเอ็นดู แต่งแต้มใบหน้าสวยนั้นให้ดูอ่อนโยนอย่างเหลือเกิน


 

ถ้าไม่เปิดปากพูดล่ะนะ


 

“ท่านพี่นี่...มีจินตนาการที่ลามกมากกว่าที่ข้าคาดอีกนะขอรับ”


 

เจ้า! เด็ก! นี่!


 

แล้วต้วนมู่ชิงก็ทำแก้มพองลม เอื้อมมือคว้าไหล่อีกแล้วแล้วเขย่าจนสุดแรง ประท้วงที่โดนประจาน...เอ่อ...แซวความคิดในสมอง


 

“เรื่องแบบนั้นมันเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่เหรอ กิน นอน แล้วก็ทำอย่างว่า มันเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เรานะ เข้าใจไหม จะว่าข้าลามกคนเดียวได้ที่ไหนเล่า มันเป็นเรื่องปกติ เข้าใจไหม มันปกติ! ข้าลามกแล้วอย่างไรเล่า มันก็เรื่องปกตินะ! แล้วก็...แล้วก็...”


 

ด้วยความเขินจัดหรืออะไรไม่อาจทราบได้ ต้วนมู่ชิงสมองรวน พ่นความคิดทุกอย่างในหัวออกมา พ่นทุกอย่างจริงๆ แม้แต่ความคิดอันดำมืดควรตัดทอนถ้อยคำ


 

“ขอรับๆ ข้าเข้าใจแล้ว ปล่อยข้าเถิด...” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น หากแต่อวี้เหวินเฉิงกลับยิ้มออกมาทั้งๆ ที่หัวสั่นหัวคลอนจากแรงเขย่านั่นแหละ


 

ต้วนมู่ชิงเงยมองหน้าอีกฝ่าย ปล่อยมืออกจากไหล่อวี้เหวินเฉิง ริมฝีปากพะงาบๆ คล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรแปลกๆ ออกมา


 

“เจ้า...เข้าใจว่าอะไรอย่างนั้นหรือ”


 

“ท่านพี่ลามกเป็นปกติ” อวี้เหวินเฉิงตอบทันที


 

“อาเฉิง!!”


 

แต่ก่อนที่ต้วนมู่ชิงจะได้พูดอะไรมากกว่านี้ ร่างของเขาก็ถูกอวี้เหวินเฉิงรวบเข้ามากอด ใบหน้าสวยถูกกดลงจนอิงกับไหล่คนตัวสูงกว่า สัมผัสอันใกล้ชิด กลิ่นกายอันแสนหอมหวานพาให้ชะงักไป ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นมา มากมายเสียจนมิอาจมั่นใจได้นักว่าคือความเขินอายหรือไม่


 

เขาพยายามดิ้นหนี แต่อ้อมแขนนั้นก็กอดแน่นขึ้นมาเสียจนต้องยอมแพ้ ความสับสนยามที่ได้รับอ้อมแขนนี้มันทำให้เขาไม่อาจเข้าใจได้เลย


 

ก้ำกึ่งกับเจ็บปวด


 

สุดท้ายก็ต้องสงบใจและกอดตอบกลับไป...โดยพยายามบอกตัวเองว่าไม่ให้คิดอะไร


 

“ท่าน...ได้กลิ่นอื่นแปลกปลอมจากตัวข้าหรือไม่ขอรับ?” อวี้เหวินเฉิงเอ่ยถามขึ้นมา ต้วนมู่ชิงเงียบลงเล็กน้อยคล้ายสับสนกับคำถามแต่สุดท้ายส่ายหน้าเป็นคำตอบ


 

“ไม่ได้กลิ่น...”


 

ทว่า-- ถึงจะตอบไปอย่างนั้นก็เถอะ...


 

เขาแยกกลิ่นไม่ออกหรอก! เอาเข้าจริงๆ เลยนะใจเนี่ยนึกอยากจะเถียงกลับด้วยซ้ำว่าตนไม่ใช่สุนัข จมูกไม่ได้ดีขนาดจะได้แยกคนจากกลิ่นได้ บลาๆ อะไรทำนองนี้ใส่ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป


 

แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ด้วยเพราะบางอย่างมันเหมือนบอกให้เขารู้ว่าร่างกายของอวี้เหวินเฉิงไม่ได้ปะปนไปกับกลิ่นกายของผู้อื่นแต่อย่างใด ไม่รู้ทำไมถึงเชื่อ...อาจจะเพราะเขาคลุกคลีกับอีกคนมาสักระยะหนึ่งก็ได้ หรือไม่อย่างนั้น ก็คงเป็นที่ลางสังหรณ์ของเขา


 

แม้มันจะดูเหมือนผลักภาระและมองโลกในแง่ดีเชื่อคนง่าย หากแต่เขาก็รู้สึกว่าอวี้เหวินเฉิงไม่ได้โกหกจริงๆ


 

พวกเขาทั้งสองจึงสวมกอดกันเงียบๆ เช่นนั้นสักระยะ


 

“อย่าได้กังวลขอรับ ฝ่าบาทเสด็จมาพบข้าเมื่อช่วงหัวค่ำก็จริง หากแต่เป็นแค่เพียงการสอบถามเรื่องงานเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นอย่างเกินเลย” อวี้เหวินเฉิงตอบอย่างฉะฉาน นั่นคือสิ่งที่เขามั่นใจอย่างที่สุดว่าต่อให้เปลี่ยวใจเท่าไรก็ไม่มีวันมีเรื่องเช่นนั้นเกิดเกิดขึ้นมาแน่ๆ เรื่องอย่างว่ากับพี่ชายมันก็ออกจะผิดผีเกินไปหน่อยแล้ว!


 

ระหว่างนั้นก็ค่อยๆ เอามือลูบหลังของคนตัวเล็กกว่าอย่างแผ่วเบาคล้ายกำลังปลอบให้สงบลง จนต้วนมู่ชิงสงสัย ว่าก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายดึงเข้ามากอดนั้น ตนเผลอไปทำสีหน้าแบบไหนใส่อวี้เหวินเฉิงกันแน่


 

“ข้า...ข้าเชื่อเจ้าแล้วก็ได้” ต้วนมู่ชิงตอบพ่นลมหายใจออกมาจนน้ำเสียงติดขัดเล็กน้อย ก่อนจะกลั้นใจดันอีกคนออก “ไม่ต้องกอดแน่นแล้วล่ะ หายใจไม่สะดวก”


 

“เผื่อท่านพี่ยังคาใจอย่างไรล่ะขอรับ” อวี้เหวินเฉิงตอบ ฝ่ามือนั้นค่อยๆ ลูบไปตามเส้นผมของคนตรงหน้าอย่างเบามือ ในขณะที่สายตาของเขาเองก็ยังคงจับจ้องต้วนมู่ชิงไม่วาง


 

“ทว่า...ท่านพี่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยทางร่างกายของข้าด้วยหรือขอรับ ในเมื่อท่านก็รู้ ว่าข้ามาสืบไม่ได้มาเป็นสนม อีกทั้งจากบทสนทนาเมื่อครู่...ท่านพี่คงจะพอเดาได้แล้วว่าคนให้ข้าเข้ามาก็คือฮ่องเต้?”


 

ต้วนมู่ชิงเงียบ ในนึกอยากจะตะปบหน้าสวยๆ นั้นด้วยเล็บขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


 

“ไม่รู้ล่ะ ก็ก่อนหน้านั้นข้าไม่รู้ว่าฝ่าบาทให้เจ้าเข้ามาอีกอย่าง...ข้า...ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าจะจริงจังกับงานขนาดไหน...” ดวงตาคู่กลมกลอกขึ้นลงจนแทบกลายเป็นตัวเลข ต้วนมู่ชิงนึกโอดในใจว่าวันนี้เขาใช้พลังงานไปกับการบ่นอีกคนมาเยอะเกินไปแล้ว


 

“แต่ถึงเจ้าจะจริงจังกับงานสืบขนาดยอมทำหน้าที่สนมไปด้วย ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเจ้าเสียหน่อย แค่ว่า...อืม...แบบไงดีนะ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าได้เรียนรู้วิธีทำแบบพิเศษหรือเปล่าด้วยซ้ำ ก็เลยเป็นห่วงเท่านั้นเอง”


 

“วิธีแบบพิเศษ” อวี้เหวินเฉิงทวนคำหน้านิ่ง หากแต่ในใจกลับรู้สึกสนุก จึงได้ยั่วยุด้วยการแกล้งปั้นรอยยิ้มใสซื่อถามรุ่นพี่อย่างเจ้าหนูจำไม “มันเป็นอย่างไรหรือขอรับท่านพี่”


 

ซึ่งแน่นอนต้วนมู่ชิงคนซื่อ ย่อมตอบอยู่แล้ว


 

“ก็เวลาปฏิบัติหน้าที่ระหว่างชายกับชายมันต่างกับชายกับหญิงนี่ ...อย่างน้อยระหว่างกระทำก็...” แล้วต้วนมู่ชิงก็เงียบปากลง เงยหน้ามองอวี้เหวินเฉิง คล้ายจับได้แล้ว


 

“เจ้ากำลังหลอกให้ข้าพูดเรื่องลามกอีกแล้วนะอาเฉิง!!”


 

“ท่านพี่เริ่มก่อนนะขอรับ” อวี้เหวินเฉิงยิ้มหน้าเป็นก่อนจะขยับใบหน้าตนเข้าใกล้อีกคนเล็กน้อย จนต้วนมู่ชิงต้องหดคอลงหนี คล้ายลูกแมวที่ถูกรุกอาณาเขต


 

“อ...อะไร...” เขาถามหากแต่ได้รับรอยยิ้มจากอวี้เหวินเฉิงกลับมาแทน ชายหนุ่มดิ้นดุ๊กดิ๊กพยายามยื้อตัวออกมาจากอ้อมแขน หากแต่อวี้เหวินเฉิงก็ยังคงตีหน้าซื้อไม่ยอมปล่อยอยู่ดี


 

“ข้ารู้แล้วว่าเจ้ายังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ เข้าใจถ่องแท้แล้ว เพราะงั้นปล่อยข้าได้แล้ว”


 

ทว่าพูดตรงๆ ก็ยังไม่เป็นผล อวี้เหวินเฉิงยังอยู่ที่เดิม ยิ้มแบบเดิมๆ พร้อมมองสีหน้าเลิกลั่กของต้วนมู่ชิงคล้ายกับพึงพอใจเป็นยิ่งนัก


 

ความคิดภายใต้ใบหน้าและยิ้มอันแสนใสซื่อของอวี้เหวินเฉิงนั้น ช่างน่ากลัวว่าเรื่องลามกที่ต้วนมู่ชิงพูดออกมาหลายต่อหลายเท่า แต่เพราะเป็นแบบนั้นน่ะแหละ ถึงได้ยอมปล่อยอีกคนออกมาจากอ้อมแขน ละถอยพลางบอกว่าจะไม่ล้อเล่นแล้ว พร้อมกับเชื้อเชิญต้วนมู่ชิงเข้ามาในตำหนักของตน


 

เกือบไปแล้วไหมล่ะ...


 

ดวงตาสีเข้มเหลือบมองต้วนมู่ชิงที่กำลังเดินบุ้ยบ้ายหน้าตาเป็นเด็กเล็กโดนขัดใจเข้าประตูตำหนักก็ได้แต่อมยิ้ม


 

ในตำราเคยกล่าวเอาไว้ว่ากระต่ายน่ะน่ารัก ทว่าก็เป็นสัตว์ที่ลามกขัดกับหน้าตาเป็นที่สุด...แต่สุดท้ายมันก็ยังเป็นเหยื่อที่น่ารังแกอยู่ดีนั่นแหละนะ


 

แล้วสิ่งนั้นแหละที่ทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาเองอย่างห้ามไม่อยูเสียเอง

 

อาเฉิงหนออาเฉิง ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยมีแก่นสารเช่นเคยค่ะ แงงงง อยากใส่โมเมนท์หยอกกันระหว่างตัวเอกบ้างเล็กน้อย หวังว่าจะชอบกันนะคะ

และใช่ค่ะ เลเวลความทะลึ่งของอาเฉิงน่ากลัวกว่าอาชิงมากนัก----/โดนชก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 453 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #653 sakura17 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:30
    ไปเปรียบเค้าเป็นกระต่ายอีกโถ่5555
    #653
    0
  2. #556 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 22:11
    55555 ท่านพี่ไม่ทันน้อง โดยกลั่นแกล้งอีกแล้วงงงง.
    #556
    0
  3. #498 dewwiizodiac (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 20:21
    เอ็นกูยัยน้อง
    #498
    0
  4. #352 vivivenus (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 16:45
    ยังมีแก่ใจสอน 555
    #352
    0
  5. #337 Urielx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 12:37
    อาเฉิงนายมันร้าย!!
    #337
    0
  6. #329 Praew'z (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 12:48
    อาเฉิงงงง!! รุกคนพี่ใหญ่เลยนะ!!! 5555
    #329
    0
  7. #322 Yook-Yik (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:04
    อาเฉิงไปแกล้งน้องชิงอีกแล้วนะ!!
    #322
    0
  8. #321 kiss k. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 20:15
    อาชิงยังเวอร์จิ้นนี่นา

    ระวังอาเฉินไว้ให้ดีเถอะ
    #321
    0
  9. #318 AraReJung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 02:04
    ง่อวววหนอกกันน่ารัก
    #318
    0
  10. #317 Moko87 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:13
    เสียฟอร์มหมดเลยน้า 555
    #317
    0
  11. #316 AeKra (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:39
    สนุกมากค่ะ
    #316
    0
  12. #312 Pissuda627 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:50
    สรุป อาเฉิงลามกกว่าหลายเท่า555
    #312
    0
  13. #311 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 17:26
    ขอบคุณครับ
    #311
    0
  14. #310 ZiRbuT (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 17:16
    พี่เค้าเป็นห่วงไงง
    #310
    0