[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 6 จิตวิญญาณคือสิ่งที่ซื่อตรงเสมอ (7)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 498 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

เมื่อฮ่องเต้เสด็จกลับมาประทับที่วังหลวงเรื่องราวความวุ่นวายทุกอย่างก็จบลง...


 

ด้วยความสามารถของจื่อเหยา (ที่ต้วนมู่ชิงคิดว่ากว่าจะปิดประเด็นกับฮ่องเต้ได้ น่าจะจบไปหลายยก (?) ทีเดียว) ทำให้ลี่ย่าหลีไม่ต้องรับพระราชทานผ้าแพรขาวสำหรับโทษตาย

 

...แต่ถูกย้ายออกไปสู่ 'ตำหนักเหมันต์' แทน


 

ซึ่งกรณีนี้แม้แต่ต้วนมู่ชิงก็ไม่รู้ชัด...ว่าระหว่างโทษตายกับโดนเด้งให้ไปอยู่ที่นั่น อันไหนคือความปราณีมากกว่ากัน เพราะตำหนักเหมันต์ต่างจากเรือนสำนึกผิดชนิดฟ้ากับเหว


 

เรือนสำนึกผิดยังอยู่ในกระบวนความชั้นไต่สวน การดูแลยังถือว่าค่อนข้างดีกว่าเพราะยังไม่ได้ทำความผิดครบร้อยส่วนเป็นเพียงแค่จำเลยในชั้นศาลเท่านั้น แต่กับตำหนักเหมันต์มันแทบไม่ต่างจากคุก ไร้ซึ่งความปลอดภัย ไร้ซึ่งความเป็นอยู่ดีๆ จากนี้จะไม่มีใครคอยคุ้มครองลี่ย่าหลีได้อีกต่อไป


 

ความน่ากลัวมันจะเริ่มหลังจากตรงนี้นี่แหละ...


 

ไม่นานความผิดฐานคบชู้จะปรากฏเป็นวงกว้าง พฤติกรรมของลี่ย่าหลีทำให้มีคนคนเกลียดชังนางไปทั่ววัง เมื่อถูกถอดยศย้ายไปตำหนักเหมันต์เมื่อใดฝันร้ายคงจะเริ่มต้นขึ้น สิ่งที่ต้วนมู่ชิงพอทำให้ได้ก็มีแค่ภาวนาเท่านั้น ถือเสียว่าคนผิดจะได้ใช้เวลาหลังจากนี้เพื่อทบทวนตัวเองในความเห็นแก่ตัวนั้นก็แล้วกัน...

 

หลังจากนั้น นอกจากเรื่องของลี่ย่าหลี ก็คงเป็นเรื่องของ อีกสามคนที่เหลือ


 

ตามหลักกฏหมายหลิวเซี่ยมีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับลี่ย่าหลีในการฆาตกรรมและทำลายหลักฐาน ทว่าพอถึงวันไต่สวนได้มีการพาตัวนางไปเจรจาแลกเปลี่ยนกับประโยชน์บางอย่างจนนางไม่ต้องโทษร้ายแรง แต่จื่อเหยาไม่ได้เล่ารายละเอียดตรงนี้ให้ ต้วนมู่ชิงจึงไม่อาจอธิบายได้


 

ผลคือหลิวเซี่ยโดนไล่ออกจากวังและถูกเนรเทศให้ไม่มีสิทธิ์อยู่ในเมืองหลวงอีกต่อไป ซึ่งกรณีนี้ต้วนมู่ชิงคิดว่านางดูมีความสุขกับผลลัพธ์แล้ว ต่อให้ลำบากสักหน่อยแต่การใช้ชีวิตข้างนอกวังไม่ต้องมารับรู้เรื่องความวุ่นวายอะไรอีก มันอาจจะเยียวยาจิตใจนางได้บ้าง


 

ต่อไปก็ลี่ย่าเสียน กรณีของผู้หญิงคนนี้ต้วนมู่ชิงคิดว่านางแทบไม่มีส่วนรับรู้อะไรด้วย กึ่งๆ จะเป็นผู้รับเคราะห์จากการกระทำของสองคนนั้นด้วยซ้ พอความจริงเปิดเผยสภาพจิตใจจึงย้ำแย่เสียจนต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะ...เรียกได้ว่าการทุกข์ตรมนี้อาจจะเป็นบทลงโทษของตัวนาง


 

"ข้าคิดว่า...ส่วนหนึ่งเป็นความผิดของข้าเช่นกันเจ้าค่ะเหม่ยเหริน แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้สมรู้ หากแต่ก็เป็นคนเริ่มจุดไฟก่อ" นั่นคือสิ่งที่ลี่ย่าเสียนตอบกับต้วนมู่ชิง หลังจากที่พาตัวออกมาจากเรือนสำนึกผิดได้


 

"หลังจากท่านพ่อท่านแม่เสียข้าก็ไม่เหลือใคร เมื่อท่านอารับข้ามาดูแลจึงเอาใจน้องหลีมาตลอด ส่วนหนึ่งเพราะเอ็นดูน้องแต่อีกส่วน...” ลี่ย่าเสียนเงียบ รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย


 

“อีกส่วนที่ข้าอยากเอาใจเพราะข้าอยากได้ที่อยู่ที่นอนอย่างสะดวกสบาย พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าข้าไม่เคยตักเตือนในสิ่งที่น้องทำไม่ดีเลยสักครั้ง ซ้ำร้ายยังสนับสนุนอีกต่างหาก คนที่เป็นพี่สาวเช่นข้ากลับเป็นคนที่ยุยงให้เขานิสัยเสียแทนที่จะสั่งสอนให้ทำในสิ่งดีงาม..."


 

ลมหายใจเบาบางพ่นออกมาอีกครั้ง ลี่ย่าเสียนพูดไปเรื่อยๆ ราวกับต้องการระบายสิ่งที่อัดแน่นในอก


 

"โบราณว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีฉันใด ตัวข้าเองก็คงเป็นผู้ปกครองที่แย่เสียยิ่งกว่าคนตามืดบอด มีวัวให้ผูกแต่ละเลยเสียจนต้องมาล้อมคอกเอาทีหลังเมื่อสายไป"


 

ต้วนมู่ชิงรับฟังสิ่งที่ลี่ย่าเสียนพูดโดยไม่ได้แทรกหรือแย้งอะไร แม้ใจอยากจะช่วยปลอบว่านางไม่ใช่คนยุยงส่งเสริมให้ลี่ย่าหลีคบชู้หรือช่วยเหลือในการทำแท้งอะไรพวกนั้น ทว่า...สิ่งที่ลี่ย่าเสียนพูดมานั้นก็ถูก


 

รากฐานของมนุษย์ย่อมอยู่ที่การเลี้ยงดูและลี่ย่าหลีกลับเติบโตมาจากฐานอันกระท่อนกระแท่น แม้วัยเด็กจะสมบูรณ์พร้อมด้วยเงินทองแต่ผู้ปกครองกลับสนใจงานไม่อบรมเลี้ยงดูจนมีเพียงบ่าวไพร่ไร้ปากเสียงกับเด็กวัยไล่เลี่ยกันคอยดูแล ทุกอย่างเป็นจุดเริ่มต้นของนิสัยเสีย ลี่ย่าเสียนเองก็คงโทษตัวเองด้วยเรื่องนี้


 

แต่เอาเข้าจริงๆ เลยนะ จะเลี้ยงดูแบบไหน ถ้าคนมันจะแย่ เลี้ยงดีอย่างไรก็แย่...แล้วต้วนมู่ชิงจะทำอะไรได้นอกจากให้คำพูดปลอบใจและเฝ้ารอให้อาการเศร้าโศกของนางทุเลาลง


 

เพราะลี่ย่าเสียนมีหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบอยู่


 

แม้เบื้องบนจะรู้กันหมดแล้วว่าเด็กไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ แต่จื่อเหยามองว่าเมี่ยวเซียงเป็นเหยื่อไม่ใช่ของกลาง จะให้ไล่ทารกออกจากวังหรือไปเลี้ยงที่ตำหนักเหมันต์ไม่ได้เด็ดขาด เขาจึงเดินเรื่องขออนุญาตให้เลี้ยงดูเด็กคนนี้ในรั้ววังในสถานะบ่าว รอให้เติบโตมากพอตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อไปในสถานะนางรับใช้หรือออกไปข้างนอก


 

และคนที่รับหน้าที่นี้ก็คือลี่ย่าเสียน โดยนางจะถูกลดขั้นมาเป็นนางกำนัลเพื่อดูแลเมี่ยวเซียงได้มากขึ้น และเป็นที่น่ายินดีที่หญิงสาวผู้นั้นยอมรับข้อเสนอ เพราะนางเองก็คงอยากชดเชยความผิดเช่นกัน


 

ต้วนมู่ชิงนั้นได้แต่คาดหวังว่าทุกอย่างจะเป็นบทสรุปที่ลงตัว แม้ไม่รู้ว่าอนนาคตในข้างหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้นหากแต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป ต่างคนต่างอยู่ ต่างมีชีวิตที่ต้องก้าวต่อไปตามเส้นทางที่เลือก และคนอย่างเขาก็สามารถช่วยเหลือได้ตามสมควรเท่านั้น


 

และทุกอย่างก็จบลงไปแต่เพียงเท่านี้

...

...


 

เขาจะได้กลับไปนอนซุกตัวอุ่น ๆ ที่เตียงของตัวเองเสียที!


 

ชายหนุ่มได้แต่คิดอย่างนั้น คลี่พัดโบกเบา ๆ ระหว่างเดินกลับสู่ตำหนักสุ่ยเซียน


 

ต้วนมู่ชิงขุดพลังงานสำรองในการวิ่งเทียวไปเทียวมาทำคดีลูกข้าลูกใครไปจนหมดแล้ว เพราะงั้นช่วงที่เรื่องสงบนี่แหละเขาจะเททุกอย่าง อ่านหนังสือเล่มใหม่ที่เพิ่งสั่งซื้อให้จบ ขดตัวอยู่ในฟูกฟูๆ และผ้าห่มหอมๆ ตั้งแต่หัวค่ำแล้วนอนหลับให้เปรมใจไปเลย


 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรตามใจตัวเองกลับต้องชะงักไปด้วยความสงสัย คิ้วนี้ถึงกับเลิกสูงเพราะระหว่างกำลังขึ้นบันไดข้ามสะพานสุ่ยเซียนนั้นเอง ต้วนมู่ชิงก็เห็นว่ามีร่างของใครบางคน กำลังเดินทอดน่องใต้ร่มเงาไม้ สำราญยามราตรีอยู่แค่เพียงผู้เดียว


 

อันที่จริงมันก็ไม่แปลกหากคนผู้นั้นจะมาเดินแถวนี้ อย่างไรเสียก็เป็นเจ้าของบ้าน แต่ที่เขาแปลกใจก็ตรง จะมาเดินเพียงลำพัง ไร้ซึ่งขบวนเสด็จ...ไม่สิ แค่ว่าปรากฏตัวฝั่งชายโดยที่ไม่ใช่ไปลงหลักปักฐาน ณ.ตำหนักจูเชวี่ยของจื่อเหยาก็นับว่าแปลกวิสัยแล้วล่ะ


 

ก็คน ๆ นั้นน่ะก็คือผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ คือฮ่องเต้ของราชวงศ์เฮ่อเหลียน


 

“ทางนั้นมัน...”


 

ต้วนมู่ชิงส่งเสียงพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา พยายามปัดความสงสัยออกไปเท่าไรก็ยังคาใจ การที่ฮ่องเต้จะมาชมนกชมไม้ไม่ผิด จะเดินอยู่คนเดียวก็ไม่ผิด หากแต่ทิศที่จะไปตรงนั้น...


 

มันเป็นเส้นทางไปยังตำหนักของอวี้เหวินเฉิง


 

ความรู้สึกหนึ่งก่อขึ้นในอก หากแต่ชั่วประเดี๋ยวก็หายไป ชายหนุ่มเริ่มเผยรอยยิ้มที่ยากจะเดาความคิดออกมากับตัวเอง


 

“เห...” เสียงทะเล้นดังขึ้นมาเล็กน้อย ต้วนมู่ชิงลูบคางตัวเองส่งเสียงหึออกมา ร่าเริงราวกับปลากระดี่ได้น้ำ ในหัวของเขามีแต่ความคิดที่ว่า ใบหน้างามๆ ของน้องต้องเป็นที่ร่ำลือจนเข้าหูฮ่องเต้แล้วแน่ พระองค์จึงได้ละความสนใจจากดอกบัวคู่มาหาถึงที่!


 

โชคดีล่ะอาเฉิง! แล้วพรุ่งนี้ข้าเอายาบำรุงไปปรุงให้เจ้าถึงตำหนักเอง! ทำงานของสนมให้ดีล่ะ ข้าล่ะดีใจกับเจ้าจริง ๆ ที่ขายออกก่อนข้า!


 

ฮ่ะ ๆ


 

“เฮ้อ...”


 

ต้วนมู่ชิงได้แต่คิดเช่นนั้น พร้อมกับเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป


 

...ด้วยความรู้สึกที่วูบโหวงในอกอย่างน่าประหลาด

 

 

**********

 

ร่างสูงโปร่งก้าวไปตามทางเดินตำหนักเล็กเงียบสงบ ชายผู้นั้นสวมใส่ชุดสีดำปักไหมทองละเอียดปราณีตเป็นลวดลายปักษาสวรรค์อันเป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์ เส้นผมสีดำขลับรวบมัดทับด้วยมาลามงกุฏทรงสูงห้อยระย้าด้วยแถบลูกปัดหยกห้าสี เครื่องทรงอันเต็มยศนี้ บ่งบอกถึงสถานะของผู้สวมใส่คนนั้นเป็นอย่างดี


 

ชายคนนี้คือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดินนี้ ผู้ที่ได้รับความเคารพมาที่สุดในสถานะของจักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่


 

แต่อาการลุกลี้ลุกลนที่เกิดขึ้นกับเขาตอนนี้จะทำให้ไม่เหลือภาพลักษณ์ของผู้ยิ่งใหญ่อย่างที่มักจะแสดงตัวให้คนอื่นเห็นสักเท่าใดนัก


 

เฮ่อเหลียนเว่ยหลงพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยยามที่มือแตะเข้ากับประตูห้องรับรอง คล้ายมีความประหม่าปะปนไปกับความตื่นเต้นแสดงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาข่มอารมณ์ปรับจิตใจจนสงบแต่ก็ยังคงหลงเหลือความรู้สึกเฝ้ารออะไรบางอย่างเด่นชัดในดวงตาของเขา


 

และยามบานประตูเคลื่อนเปิดออกมา ก็พบกับร่างของอวี้เหวินเฉิงนั่งรออยู่ก่อน พร้อมกับกำลังรินชาหอมหมื่นลี้จากกาใส่จอก


 

อวี้เหวินเฉิงเงยหน้าขึ้นมา สบตากับฮ่องเต้เล็กน้อย คลี่รอยยิ้มประดับเครื่องหน้าสวย


 

“รีบขนาดที่ว่าแต่งเต็มยศเลยหรือ? ไม่เปลี่ยนเป็นเครื่องทรงลำลองหน่อยหรือขอรับ?” เขาเอ่ย พร้อมกับเชิญชวนให้อีกฝ่ายนั่งที่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ อวี้เหวินเฉิงเคลื่อนจอกชาให้กับอีกฝ่าย “จริง ๆ จะมาหาแบบปกติก็ได้นะขอรับ ไม่ต้องมาหาเวลาค่ำคืนแบบนี้หรอก อย่างไรเสีย การเห็นท่านที่ฝั่งนี้ ย่อมสะดุดตา”


 

“ช่วยไม่ได้หรอก” ” ฮ่องเต้...เฮ่อเหลียนเว่ยหลงเอ่ยเสียงแผ่วเบา คล้ายเหมือนจะโอดครวญอยู่ด้วยซ้ำแม้สีหน้าจะยังประดับรอยยิ้มอยู่ก็ตามทีเถอะ “ช่วงนี้เรื่องงานรุมเร้าข้าหนักนัก เกรงว่าจะไม่มีเวลามาพบปะกับเจ้าเอา”


 

“เพิ่งรู้นะขอรับ ว่าท่านมีนิสัยเด็กใจร้อนเช่นนี้ เอาเถิด อย่างไรเสีย พระชายาที่น่ารักของท่านก็ช่วยงานทุกอย่างอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?” อวี้เหวินเฉิงหัวเราะเบาๆ บทสนทนาของพวกเขาทั้งสองนั้นเป็นไปอย่างสงบราบเรียบ จิบน้ำชายหอม ชมจันทราธรรมดา ๆ หาใช่ความหวาบหวิวระหว่างฮ่องเต้กับสนมแต่อย่างใด


 

ไม่มีบรรยากาศเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย


 

“จื่อเหยาบอกกับข้าว่าหลังจากจบเรื่อง เจ้าหมดสติ” แล้วเฮ่อเหลียนเว่ยหลงก็เอ่ยก่อน ดวงตาสีเข้มเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย ความเป็นห่วงใยนั้นชัดเจนยิ่งว่าสิ่งใด


 

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ข้าแค่เพียงพักผ่อนไม่เพียงพอเลยเผลอหลับไปขอรับ” อวี้เหวินเฉิงตอบเรียบ ๆ พยักหน้าหนึ่งครั้ง “ท่านอย่าได้เป็นห่วง งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรน่ากังวลใจขอรับ อีกทั้งเบาะแสของสุ่ยเซียน...ข้าจะตามหาคำตอบมาให้ได้อย่างแน่นอน”


 

เมื่อได้ยินจบแล้ว เฮ่อเหลียนเว่ยหลงก็พ่นลมหายใจออกมายาว ๆ


 

“หยุดพูดเรื่องงานกับข้าสักทีเถิด...เด็กดี ข้าไม่ได้มาหาเจ้าเพื่อจะฟังเรื่องงานเลย” เฮ่อเหลียนเว่ยหลงลุกขึ้น เขาเดินไปตรงบ้านหน้าต่าง จับจ้องท้องฟ้ายามกลางคืนพลันถอนหายใจออกมายาว ๆ “ข้าไม่ได้พาเจ้าเข้ามาในวัง เพียงเพราะเรื่องงานอย่างเดียว เด็กดีของข้า เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างเลยหรือไร?”


 

คำถามนั้น อวี้เหวินเฉิงไม่มั่นใจว่าเจือความน้อยใจหรือไม่ แต่กระนั้น...ความปากหวานอันใสซื่อนั่น ก็ช่างอันตรายเสียจริง


 

“คิดถึง หากแต่...ท่านอย่าได้กังวลใจ ข้าไม่ได้ฝืนทำงานหรือเป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย” อวี้เหวินเฉิงตอบ เขาลุกขึ้นและเดินตามเฮ่อเหลียนเว่ยหลงไป ยืนเคียงข้าง เพื่อชมท้องฟ้ายามราตรี


 

เฮ่อเหลียนเว่ยหลงเหลือบสายตามองคนด้านข้าง สั่นศรีษะตนอย่างเหนื่อย ๆ ใจ


 

“อย่าโกหก...”


 

เมื่อสิ้นคำนั้นเอง ก็เกิดสายลมเย็นพัดแผ่ว ขนนกสีขาวกลุ่มหนึ่งนั้นพริ้วไหว เสียงปีกกระพือดังขึ้นมาครู่สั้น ๆ ก่อนร่างของเหยี่ยวสีหิมะจะบินเข้ามาด้านใน มันเกาะที่ขอบหน้าต่าง และออดอ้อนทักทายเฮ่อเหลียนเว่ยหลงราวกับคุ้นเคยกันดีสักพักมันก็เอาหน้าผากแตะๆ กับชายหนุ่ม ส่งผ่านบางสิ่งให้รู้


 

และนั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากสายตาของไป๋อวี้นั่นเอง


 

“ดูเหมือนว่า...เจ้าจะเข้ากับเหม่ยเหรินของข้าได้เป็นอย่างดี” เฮ่อเหลียนเว่ยหลงยิ้มมุมปาก


 

“เจ้านกสู่รู้...” อวี้เหวินเฉิงแค่นหัวเราะระคนปลง ดีดหน้าผากไป๋อวี้เบา ๆ หนึ่งทีจนมันส่งเสียงร้องท้วง


 

อย่างที่เคยกล่าวไป...


 

ราชวงศ์เฮ่อเหลียนนั้นมีบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์และยากที่จะลอกเลียน เพราะมันสืบทอดผ่านทางสายเลือด ผ่านทางวิญญาณ ซึ่งความสามารถนั้นเองเป็นที่มาของสัญลักษณ์ปักษาสวรรค์ ด้วยเพราะความผูกพันธ์กับสิ่งเหล่านั้น มาตั้งแต่ครั้นก่อตั้งราชวงศ์ เนิ่นนานมาจนถึงปัจจุบัน


 

พลังของราชวงศ์นี้เกี่ยวข้องกับปักษา แม้ไม่มีบันทึกระบุว่าทำอะไรได้บ้าง อันตรายแค่ไหน ทุกอย่างล้วนเป็นความลับของราชวงศ์ แลคล้ายว่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ผู้ครอบครองด้วยซ้ำ


 

หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้คนรู้จากการเห็นด้วยตา นั่นคือเหล่าปักษาไม่ว่าจะพันธุ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่ล้วนเชื่อฟังสายเลือดราชวงศ์นี้ราวกับเป็นนายเหนือหัว


 

มันคือสิ่งที่คนในราชวงศ์นี้มี แม้ว่าจะเกิดที่ใด สายเลือดเป็นเช่นใด ก็ตาม


 

เฮ่อเหลียนเว่ยหลงทำได้


 

อวี้เหวินเฉิงเอง...ก็เช่นกัน


 

...ใช่แล้วล่ะ...


 

“ยินดีต้อนรับกลับ"


 

เฮ่อเหลียนเว่ยหลงเอ่ย เขามองใบหน้าของอวี้เหวินเฉิง ความเอ็นดูระคนดีใจปรากฏชัดบนดวงตานั้นอย่างเด่นชัด


 

“ขอรับ”


 

อวี้เหวินเฉิงวาดมือโค้งคำนับอย่างสุภาพ ชายหนุ่มเงียบลงไปเล็กน้อยระหว่างเงยหน้าขึ้นมาสบตาชายที่อยู่ตรงหน้า...ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น อยู่ใกล้แค่เพียงระดับก้าวเดินเพียงหนึ่งก้าว


 

อวี้เหวินเฉิงคลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตร ริมฝีปากจะค่อย ๆ ขยับ


 

“เสด็จพี่...”

 

 

จริง ๆ คิดว่าหลายคนน่าจะเดาได้แล้วว่าอาเฉิงเป็นใคร 555555555555555 แต่ใช่แล้วค่ะ ก็เป็น**** ของฮ่องเต้นั่นเองค่ะ

ตอนหน้าขึ้นบทใหม่แล้วจริง ๆ ค่ะ สัญญาเลย!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 498 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #652 sakura17 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:25
    น้องชายจริงๆด้วยยยยย
    #652
    0
  2. #618 Phpalus (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 01:59
    คุณพระะะะ
    #618
    0
  3. #539 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:02

    สรุปเค้าพี่น้องกัน? แล้วเสียนเฟยอ่ะ ก็เอาหัวชนกับนกแล้วเห็นภาพเหมือนกันไม่ใช่หรอ? รึว่ามีเชื้อสายของมังกรเหมือนกันอ่ะ?

    #539
    0
  4. #497 dewwiizodiac (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 20:14
    เห็นมั้ยล่าาาา
    #497
    0
  5. #447 Ppillow_ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 01:06
    จื่อเหยาก็ทำได้นะ...
    #447
    0
  6. #357 JINX (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 01:12
    ทำไมเหยาๆถึงทำได้ล่ะ ต้องมีอะไรแน่ๆ
    #357
    0
  7. #335 KO_linlin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 00:09
    Omg เอาแล้วไงงง
    #335
    0
  8. #333 หมูน้อยอ้วนกลม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 17:06
    นั่นไงงงงง เดาไม่ผิดเลยเชียวแต่แหมขอให้ชิงชิงเข้าใจผิดเยอะๆจะได้สมหน่อย 55555 คุณพี่ก็รีบร้อนเกิ้นแทนที่จะเปลี่ยนชุดจะได้ไม่สะดุดตาซะหน่อย
    #333
    0
  9. #330 wuddyy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 17:21
    อ้ากกกก ดีมากก
    #330
    0
  10. #328 Praew'z (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 12:20
    ภาวนาอย่าให้น้องมู่เขาใจผิดเพี้ยงๆๆๆ
    #328
    0
  11. #327 zoeyluck (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 23:07
    น่านไง น่านนนนไง คิดไว้แล้วว่าใครกันจะยิ่งใหญ่เป็นที่เคารพของพระเอกขนาดนั้น บิ๊กบอสแสดงตัวออกมาแล้ว แว้ววๆๆๆ (ทำเสียงเอคโค่)
    #327
    0
  12. #320 Mihr (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 14:34
    อ้าว นึกว่าเป็นพ่อลูก 5555555
    #320
    0
  13. #306 ALPHA1985 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 14:55
    เหวินเฉิงเป็นอ๋องสินะ ดีนะที่ฮ่องเต้ไม่แตะต้องแพนด้า จะได้ยกแพนด้าให้น้องได้ง่ายหน่อย5555
    #306
    0
  14. #300 พอยธนา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:37
    ลุ้นอยู่จะกลับไปเป็นชาย หรือแต่งสนมต่อไป
    #300
    0
  15. #297 layreal (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 16:05
    รอเลยค่าไรท์ สนุกมากกก
    #297
    0
  16. #295 AraReJung (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 12:52
    ใครคือพระเอก?
    #295
    0
  17. #294 parkhyun6104 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 00:21
    โอ้มายก้อด..
    #294
    0
  18. #292 waves J (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:46
    ว๊าว.....
    #292
    0
  19. #291 FiPp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 17:26
    นั่นไงงงงงง น้องจริงด้วยยยย!!

    ภรรยา~~~ อันดับที่4 แต่ที่1ในใจเน๊าะ เหมือนจะใช้ปราณได้ด้วย(รึป่าว) เฉลยเบื้องลึกฮ่องเต้มั่งน้าาา นอกจากของคุณน้องงง คริๆ
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #291
    0
  20. #285 TC18 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 23:03
    เอาแล้วๆ
    #285
    0
  21. #282 mind_kaneki (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 17:25
    ไรท์คะะะะะะ จะมีแท็กเรื่องไหมคะ จะหวีดลงทวิตตต อยากแชร์เรื่องนี้ออกไปให้โลกรู้
    ปกติไม่ชอบอ่านแนวจีนตั่งต่าง แต่เรื่องของไรท์คือดีมากเลยอ่ะ ชอบบบบ รอน้าา
    #282
    1
    • #282-1 White-Crystal(จากตอนที่ 28)
      26 สิงหาคม 2562 / 21:49
      จริงๆไม่เคยคิดเลยค่ะ 55555 แต่เคยเรียกว่า #ตื่นเถอะพระสนม อยู่น่ะค่ะ
      #282-1
  22. #276 701k (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 13:36
    สอวหวแยไยเยำบดบกรี๊ดดดดดดด
    #276
    0
  23. #275 +_NekoMimizZ_+ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 13:25

    เราว่าแล้วววววว

    #275
    0
  24. #265 N เอ็น (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 03:15
    ทำไมจื่อเหยาดูเป็นคนพิเศษ แซวว่าภรรยาที่รักด้วยทั้งๆที่ฮ่องเต้ชอบผญ.ทรงโต แถมมีนกอีกต่างหาก?
    #265
    0
  25. #262 ZiRbuT (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:28
    รับใช้ในความคิดนั้น สุดๆไปเลยย
    #262
    0