[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 6 จิตวิญญาณคือสิ่งที่ซื่อตรงเสมอ (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 345 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

ยามที่ได้ยินเสียงประตูเปิด ต้วนมู่ชิงก็สะลึมสะลือตื่นดวงตากลมหรี่ลงเพราะแสบแสง เขาจึงเห็นแค่เพียงเงาร่างตะคุ่มๆ สุดแสนพร่าเบลอของคนหนึ่งคนเท่านั้น...คนหรือเปล่านะ...ใช่คนไหมนะ...?


 

ชายหนุ่มจึงต้องพยายามตั้งสติปลุกตัวเองให้ตื่นด้วยการนับในใจ


 

หนึ่ง...

สอง...

สาม...


 

และเมื่อถึงนับสามสติก็ประมวลผลกลับมาครบ ต้วนมู่ชิงจึงเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนอื่นเข้ามาในห้องอาบน้ำ เขาสะดุ้งโหยงคล้ายตื่นเต็มตา เลิกลั่กคิดอะไรไม่ออก จะร้องก็ร้องไม่ได้ จะลุกก็ลุกไม่ได้เพราะอยู่ในสภาพที่ไม่สมควรพ้นออกจากม่านไอน้ำศีลธรรมอันนี้ไป


 

แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ เลยได้ใช้ก้อนความใจเย็นที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดข่มความแตกตื่น เพ่งตาจับจ้องไปมองชัดๆ ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร พอพบว่าไม่ใช่คนอื่นไกลก็ถอนหายใจ


 

“อา...อาเฉิงเองหรอกหรือ” พอเป็นอวี้เหวินเฉิงก็คลายความกังวลไปได้บ้าง “ข้า เอ่อ พอดีข้าหลับ...เอ่อ...อาบน้ำนานเกินไป อย่างไรแล้วให้ข้าลุก...?”


 

ไม่ได้สินะ...


 

ดวงตาสีเข้มเหลือบซ้ายแลขวาไม่กล้าสบตาอวี้เหวินเฉิงนาน ทั้งยังอยากหาอะไรบางอย่างมาปกปิดร่างกาย แต่น่าเศร้าผ้าผ่อนทั้งหลายมันอยู่ไกลเกินเอื้อม ชนิดที่ว่าต้องลุกขึ้นไปเอาเท่านั้นจึงจะหยิบได้ สุดท้ายเลยได้แต่ทำใจ แช่ในน้ำอุ่นต่อไปเท่านั้น จนกว่าใครสักคนหนึ่งจะทนไม่ได้นี่แหละ


 

ต้วนมู่ชิงเงียบ


 

อวี้เหวินเฉิงเองก็เงียบ


 

พวกเขาทั้งคู่สบตากันท่ามกลางความเงียบงัน โดยที่ต้วนมู่ชิงไม่อาจคาดเดาการแสดงออกของอีกฝ่ายได้เลยสักนิด ทั้งสายตา ทั้งความคิด อวี้เหวินเฉิงทำหน้านิ่งมาก มากเสียจนราวกับคนไร้ซึ่งความรู้สึกจนจับอารมณ์ไม่ออก...สิ่งที่รู้เพียงอย่างเดียว


 

คือเจ้ารุ่นน้องของเขาตอนนี้กริบไปแล้ว


 

“อา...อาเฉิง...” ต้วนมู่ชิงส่งเสียงดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยคล้ายเรียกสติ ทว่าอวี้เหวินเฉิงกลับยังเงียบ ไม่ได้ตอบรับอะไรเลยแม้แต่น้อย ความคิดทุกอย่างของต้วนมู่ชิงประมวลอยู่ในหัวในระยะเวลาอันรวดเร็ว ได้แต่พะว้าพะวงคิดมากอย่างที่คนขี้เกียจไม่เคยเป็น


 

ก็...มันแค่เห็นผู้ชายด้วยกันโป๊เองนะ แปลกตรงไหน! พระเจ้าสร้างของมาให้มีเหมือนกัน ถ้าไม่นับเรื่องขนาด ของๆ เขากับของๆ เราหน้าตามันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนักหรอกน่า!


 

แม้เขาจะไม่ได้ตายด้านหรือซื่อบื้อขนาดอาบน้ำกับคนแปลกหน้าอย่างหน้าไม่อายสบายใจเฉิบ แต่ถ้าต้องเสียมิตรภาพจากการเห็นร่างเปลือยคงปุเลี่ยนพิลึก แลกการอายสักหน่อย แต่เปิดอกคุยอย่างลูกผู้ชาย (?) ได้ ก็น่าจะคุ้ม...


 

ช... ใช่แล้ว ลูกผู้ชายคุยกันอย่างไรล่ะ!


 

ดังนั้นเขาจึงกล่อม (หลอก) ตัวเองให้ใจเย็นลงได้สำเร็จ ต้วนมู่ชิงยกมือขึ้น กวักมือ เรียกอีกฝ่าย


 

"มานี่สิ ลงมา"


 

"ข...ขอรับ?! " อวี้เหวินเฉิงชะงัก คล้ายว่าเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าโดนเรียก "หมายถึงให้ข้าไปหาท่านพี่หรือขอรับ"


 

"อื้ม มาเถอะ ตำราเคยบอกว่าอาบน้ำด้วยกันจะทำให้สนิทกันได้นะ”


 

หากว่ากันตรง ๆ มันก็น่าอายอยู่ ต...แต่...มันก็ไม่ได้แย่ ปรับนั่นนิดปรับนี่หน่อย ความคิดดี ๆ (?) มันก็มาเอง ยังไงพวกเขาก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ เห็นร่างเปลือยกันและกันมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอะไรขนาดนั้น เพศเดียวกัน มีเหมือนกัน เห็นไหมล่ะ ไม่แตกตื่น


 

ไม่แตกตื่นจริงๆ นะ!!


 

อวี้เหวินเฉิงหรี่ตา สีหน้าคล้ายจะคิดอะไรสักอย่างที่ต้วนมู่ชิงไม่อาจเข้าใจ ชายหนุ่มถามซ้ำอีกครั้ง และคำตอบก็ยังคงเดิม นั่นคือให้ลงมาแช่น้ำด้วยกัน


 

ถามซ้ำอีกครั้ง


 

และอีกครั้ง


 

เมื่อได้คำตอบเหมือนเดิม นั่นแหละอวี้เหวินเฉินจึงใจอ่อน ยอมลงมาอาบด้วยกัน


 

เสียงไหลรินในบ่ออาบขนาดใหญ่ ไอน้ำอุ่นๆ เพิ่มความร้อนให้กับร่างกายจนรู้สึกสับสน


 

พวกเขาที่ไม่รู้จะเอาตาไปมองทีใดเลยได้แต่หลังใส่กัน ต้วนมู่ชิงงึมงำ ปากเป่าน้ำบุ๋งๆ จมความเขินทั้งที่เป็นฝ่ายเชิญชวน เรียกได้ว่าเป็นสภาพที่น่าอนาถอยู่ไม่ใช่น้อย ใจหนึ่งก็กระดากอายแต่อีกใจก็มีความอยากรู้อยากเห็น เทพด้านดีและเทพด้านมืดตีกันในหัววุ่นวายไปหมด


 

เขาเลยกลั้นใจทำตัวกล้า หันไปเหลือบมองร่างของอวี้เหวินเฉิง…


 

ท่ามกลางม่านหมอกอุ่นๆ ของไอน้ำร้อน พาให้ร่างกายของต้วนมู่ชิงเห่อแดงขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตน


 

อวี้เหวินเฉิงนั้นงดงามไปหมดทุกสัดส่วน ทั้งหน้าตา เส้นผม ผิวพรรณ เรือนกาย ทุกอย่างตั้งแต่ต้นจรดปลายล้วนสมบูรณ์แบบ พื้นฐานก็มีรูปร่างที่สูงกว่าเขาอยู่แล้ว อายุยังน้อยน่าจะโตได้อีก กล้ามเนื้อจัดได้ว่าแน่นแข็งแรง คนผู้นี้ซ่อนรูปกายอันแสนสมชายภายไว้ใต้อาภรณ์จริงๆ


 

สรุปแล้วก็คืออีกฝ่ายเป็นผู้ชายที่ดูดีจนน่าอิจฉา


 

แต่...


 

ปกติแล้วคนที่จะมาคัดสนมชายมันต้องไม่มีกล้ามไม่ใช่เรอะ!


 

พอคิดได้แบบนั้น ต้วนมู่ชิงถอนหายใจออกมา นึกออกแล้วว่ายังมีบางสิ่งที่ติดค้างจะคุยกับอวี้เหวินเฉิงอยู่หนึ่งเรื่อง


 

"นี่...อาเฉิง เรามีอะไรที่ต้องคุยกันใช่ไหม? " ต้วนมู่ชิงเกริ่น ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งเสียงตอบรับ แต่เพราะหันหลังชนกัน เขาจึงไม่รู้ว่าอวี้เหวินเฉิงทำสีหน้าเช่นใดอยู่


 

"เจ้าน่ะ...ไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาเพื่อถวายตัวแต่แรก แต่มาเพราะเรื่องอื่น...ใช่ไหม? "


 

เมื่อคำถามเอ่ยจบก็พาความเงียบปกคลุมทันที ทั้งอวี้เหวินเฉิงทั้งต้วนมู่ชิงต่างก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ


 

สิ่งที่ได้ยินก็มีเพียงแค่เสียงของน้ำที่เคลื่อนตัวจากรางน้ำไม้ไผ่ ไหลลงมาสู่บ่อน้ำร้อนแเท่านั้น


 

“นามของข้า...คืออวี้เหวินเฉิงขอรับ”


 

นั่นคือสิ่งที่อวี้เหวินเฉิงตอบ เขาเงียบไปชั่วครู่ คล้ายกับนึกคำที่ตัวเองต้องการพูด “ข้า...ไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาที่นี่ เพื่อเป็นสนมแต่อย่างใด แล้วก็ไม่เคยมีความคิดอยากจะเป็นสนมอะไรพวกนั้นเลยสักครั้ง”


 

“ก็รู้แล้วล่ะว่าเจ้าน่ะเป็นผู้ฝึกวิชาจากสำนักใดสำนักหนึ่งใช่ไหมล่ะ แล้วก็คงเข้ามาที่นี่เพราะมีคนจ้างให้มาทำอะไรบางอย่างสินะ” ต้วนมู่ชิงพูดก่อน ว่ากันตามตรงเขาไม่ได้ต้องการคำอธิบายในส่วนนี้เท่าไรนักเพราะการที่อวี้เหวินเฉิงต่อสู้กับวิญญาณได้อย่างคล่องแคล่ว นั่นมันเป็นคำตอบในตัวของเองแล้ว


 

“แต่ลอบเข้ามาในวังน่ะ ใจกล้ามากเลยนะ”


 

แม้ต้วนมู่ชิงจะเฉื่อยชาแต่ลางสังหรณ็แม่นยำ เขาน่ะจับสัมผัสอันตรายจากอวี้เหวินเฉิงไม่ได้แม้เพียงเสี้ยว นอกจากจะไม่อันตรายแล้วยังคอยปกป้องจากภัยอันตรายด้วยสองแขนที่แสนอ่อนโยนอีกต่างหาก เบื้องลึกในใจของต้วนมู่ชิงจึงรู้สึกว่าตนเลยจุดที่จะมารู้สึกระแคะระคายแล้ว


 

แม้จะไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...ว่าอะไรทำให้เชื่อได้มากมายขนาดนี้


 

“มันเป็นงานขอรับ...มีคนสั่งการให้ทำข้าย่อมทำ” อวี้เหวินเฉิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้วนมู่ชิงเอนหลังพิงเข้าหา


 

ชายหนุ่มจึงเว้นจังหวะทำใจสงบ (?) ก่อนพูดต่อว่า “เขาคนนั้นให้ข้ามาสืบเรื่องบางอย่างที่เกิดขึ้นในวังเมื่อเก้าปีก่อนขอรับ ทว่าข้าไม่อาจบอกข้อมูลท่านพี่ได้มากนัก ว่าสืบใคร เรื่องใดและเพื่ออะไร...ข้ายังหาหลักฐานที่ชัดเจนไม่ได้มากพอที่จะเอามาสรุป”


 

“อืม...” ต้วนมู่ชิงพ่นลมหายใจอีกครั้ง หลับตาลงซึมซับความอบอุ่นจากแผ่นหลังของอวี้เหวินเฉิง คำว่า ‘เก้าปี’ ทำให้เขาได้แต่พยักหน้าด้วยความเข้าใจอยู่เงียบ ๆ


 

การสิ้นสุดรัชศกก่อนมันผิดปกติเสียจนไม่มีใครสามารถนำมาบันทึกลงในจดหมายเหตุได้ ข้อมูลทุกอย่างหายสาบสูญเข้ากลีบเมฆ แม้กระทั้งลักษณะการสิ้นพระชนม์ของเฮ่อเหลียนเทียนหลงเองก็เป็นปริศนา...หากมีใครสงสัยและมีเงินถุงเงินถังมากพอ การจ้างคนนอกมากฝีมือมาสืบข้อมูลย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก


 

เพราะหากได้ข้อมูลมาไว้ในกำมือไม่ว่าจะในทางดีหรือแม้แต่ทางที่เลวร้ายก็ตาม มันอาจจะทำให้ประวัติศาสตร์ราชวงศ์เปลี่ยนไปเลยก็ได้


 

"คนที่ให้เจ้ามาทำงานนี้คือพี่เหยาหรือ? " ต้วนมู่ชิงถามหลังจากเงียบไปสักพัก พอมีสมาธิสมองก็ประมวลผลออกมาได้ว่า...คนที่สามารถนำคนนอกเข้ามาได้อย่างง่ายดายและเป็นอภิสิทธิ์ชนที่ทำอะไรโดยไม่ต้องสนใจว่าจะขัดพระทัยฮ่องเต้


 

...หากไม่ใช่แม่ก็เมียนั่นล่ะนะ


 

"ขอรับ" อวี้เหวินเฉิงตอบ แล้วก็ทำให้ต้วนมู่ชิงกริบยาว ๆ อย่างไม่รู้ว่าจะถามอะไรต่อดี


 

เลิกลั่กไปหมดแล้ว!!


 

“ถ้างั้น...เจ้ามาจากสำนักใดหรือ?”


 

“ข้ามิอาจตอบได้ขอรับเพราะงานข้าจำต้องปลอมแปลงตน สังกัดที่แห่งนั้น ที่แห่งนี้เพื่อข้อมูล...ทว่าผู้ที่เป็นอาจารย์ของข้ามีเพียงผู้เดียว ท่านอยู่แดนไกลจากอาณาจักรนี้ บนเขาสูงชันเสียดเมฆที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี” อวี้เหวินเฉิงตอบ ไม่มากมายแต่ก็ไม่ซ่อนเร้น เขาให้ข้อมูลแก่ต้วนมู่ชิงเท่าที่เขาสามารถบอกตอนนี้โดยไม่ปิดบัง


 

“ที่แห่งนั้น...อ๋อ...” ต้วนมู่ชิงทวนคำก่อนจะลากเสียงอ๋อยาวเหยียด นึกออกแล้วว่าแดนไกลและเขาลูกนั้นคือที่ใด ณ.ที่นั่นมีสำนักเก่าแก่มีชื่อเสียงเรื่องวิชาด้านสิ่งเร้นลับตั้งอยู่ แถมยังเป็นสำนักที่เขาเคยใฝ่ฝันอยากเข้าเมื่อครั้งยังเล็กๆ เสียด้วย


 

บังเอิญจริง ๆ บังเอิญจริง ๆ


 

“ไม่ทวงถามเพิ่มหน่อยหรือขอรับ?” อวี้เหวินเฉินสงสัย อาจจะเพราะเห็นว่าต้วนมู่ชิงไม่ซักไซร้


 

“ข้าไม่แปลกใจแล้วล่ะ” เพราะสิ่งที่น่าแปลกกว่าก็คือหัวใจของเขากลับเชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างไร้ข้อกังขา


 

ต้วนมู่ชิงรู้นะว่าอีกฝ่ายพูดไม่หมดแต่ก็หาข้ออ้างให้ตีเบลอได้อยู่ดี กลัวตัวเองเป็นบ้า อะไรกันน่ะ ต่อให้ระฆังเตือนภัยดังแค่ไหนแต่เขาก็เชื่อว่าสิ่งที่อวี้เหวินเฉิงพูดมาจะไม่มีวันโกหก สุดยอดจริงๆ เลยต้วนมู่ชิง! ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้เหมือนคนโดนของขนาดนี้กันนะ! ?


 

-- หรือโดนของไปแล้วจริงๆ นะ ฮ่ะๆ


 

“งั้นหรือขอรับ” อวี้เหวินเฉิงว่า แล้วหลังจากนั้น พอต้วนมู่ชิงไม่ถาม อวี้เหวินเฉิงก็ไม่ตอบอะไรอีกเลย บรรยากาศเงียบเฉียบจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบกันเช่นนี้ ย่อมอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก


 

...เงียบงันเป็นยิ่งนัก


 

...


 

"ท่านจะไม่ถามอะไรข้าเพิ่มเติมกว่านี้หรือขอรับ"


 

อาจเพราะอึดอัดใจหรือจะเหตุผลกลใดก็ตาม แต่ท่าทีของต้วนมู่ชิงดูสงบเกินไปจนอวี้เหวินเฉินเริ่มเป็นฝ่ายร้อนรนเสียเอง จะไม่ให้เขานั่งไม่ติดที่ได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อการเจอคนนอกลักลอบเข้าวังเช่นนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กเหมือนมีแมวมาคลอดลูกไว้ในสวนหลังบ้าน


 

มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาเย็นใจแช่น้ำ ถึงจะเฉื่อยแค่ไหนนี่ก็ผิดสามัญสำนึกคนปกติเกินไป


 

ต้วนมู่ชิงขยับตัวเล็กน้อย ริมฝีปากอ้าขึ้นก่อนจะเริ่มพูด


 

“อาเฉิง...ข้าเชื่อใจเจ้าได้ใช่ไหม”


 

แม้คำถามจะดูคลุมเครือแต่ต้วนมู่ชิงก็อยากถามให้แน่ใจอีกครั้งว่าสิ่งที่เขาคิดมันยืนพื้นฐานมาจากความเชื่อใจจริง ๆ ไม่ใช่เพราะตัวเองหลงละเมอราวกับคนต้องมนต์


 

“ข้าน่ะเชื่อใจเจ้านะ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมถึงเชื่อได้มากขนาดนั้นเหมือนกัน...เพราะงั้นแล้ว เจ้าจะให้ข้าเชื่อใจเจ้าได้หรือไม่?”


 

แล้วอวี้เหวินเฉิงก็เงียบไปสนิท


 

ได้ยินเสียงเคลื่อนของน้ำที่ไหวแผ่ว พาให้ต้องเหลียวหลังมองด้วยความสงสัย หากยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยอะไร ต้วนมู่ชิงก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความตกใจถึงขีดสุด เมื่ออวี้เหวินเฉิงหันมาประจันหน้าเขาแบบตาสบตา


 

พ...พ...พร้อมกับกอดเอาไว้เสียแน่น!


 

“อ่ะ...อาเฉิง?!” ต้วนมู่ชิงพะงาบๆ ปาก แม้ม่านไอน้ำจะหนาแต่เนื้อกายก็แนบชิดพาให้รู้สึกถึงรูปร่างของอีกฝ่ายชัดเจน ชัดเจนมากเสียจนเขาไม่รู้จะเอาลูกตาไปไว้ไหน ไม่สิ! นี่ไม่เกี่ยวกับลูกตาแต่มันเกี่ยวกับการประสาทสัมผัสตั้งแต่บนจรดล่าง ทุกสัดส่วนแทบไม่มีช่องว่างเว้นต่อกัน


 

แม่เจ้าประคุณเอ๋ย! หนักกว่าเดิมอีกเพราะเขาถอยหนีไม่ได้ ของที่เหมือนมีเหมือนกันนั้นจะว่าเหมือนมันก็เหมือน แต่...ไม่ได้หมายถึงขนาดสักหน่อย! นี่มันเกินคาดหมายของเขาไปแล้ว!


 

แม้พยายามจะดัน แต่ก็ดันไม่ได้ได้ หนึ่งคำพูดของอวี้เหวินเฉิงได้รังมือเขาเอาไว้


 

“มีสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากบอก แม้ว่าข้าไม่อาจจะบอกอย่างอื่นได้มากกว่านี้”


 

ต้วนมู่ชิงลดมือลงเล็กน้อย รับรู้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นถี่ดังของอีกฝ่าย


 

“ท่านพี่อย่าได้กังวลเลยขอรับ แม้ข้าจะเป็นคนลวงโลก แม้ข้าจะโกหกใครต่อใคร แต่ข้า...จะไม่ทำร้ายท่าน” อวี้เหวินเฉิงเอ่ย อ้อมกอดนั้นแน่นขึ้นเล็กน้อย แน่นมากเสียจนต้วนมู่ชิงต้องยกมือลูบหลังอีกฝ่าย คล้ายจะปลอบให้ใจเย็นและคลายความกังวล


 

ชายหนุ่มขยับตัวออกมา สบดวงตาต้วนมูชิง สีหน้าจริงจังยิ่งนัก


 

“มีเพียงท่านเท่านั้นขอรับ...ที่ข้าจะไม่มีวันทำร้าย”


 

นั่นคือคำพูดที่ง่าย


 

ทว่าหนักแน่น ความจริงใจถูกส่งผ่านมาทางสายตา มันมากมายเสียจนต้วนมู่ชิงไม่ต้องการหลักฐานอื่นใดเพื่อมารองรับคำพูดนั้น แค่เพียงบอกว่าจะไม่ทำร้าย แค่เพียงว่าเขาคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น แค่เพียงเท่านี้เขาก็เชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแล้ว


 

เชื่อมั่นอย่างสนิทใจ...


 

"สัญญากับข้าแล้วล่ะ" ต้วนมู่ชิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา เขารู้สึกเหมือนกับร่างกายตัวเองร้อนขึ้นนิดหน่อยยามที่สบตากับอวี้เหวินเฉิงตรง ๆ แถมยังอยู่ในสภาพล่อแหลมแบบนี้อีกต่างหาก


 

"ด้วยชีวิตของข้าเลยขอรับ" อวี้เหวินเฉิงตอบ


 

"งั้นก็ดี...มีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกแล้วกัน" ต้วนมู่ชิงว่า พยายามกระแซะออกจากวงแขนของอีกคน เพราะเริ่มมั่นใจแล้วว่าร่างกายตัวเองมันร้อนจัดจริง ๆ


 

หากแต่...


 

ไม่ทัน --


 

ดวงตาของเขาเริ่มพร่าหนักขึ้น เบลอจนเห็นทุกอย่างเป็นฝ้าหนาจัด โดยแยกไม่ออกว่ามันคือไอน้ำอุ่นหรืออะไรกันแน่ เลือดลมสูบฉีด ร่างกายร้อนเสียใจหัวใจเต้นถี่รัวและเวียนหัวอย่างหนัก เขาหน้ามืดเห็นโลกหมุนและเกือบจะหงายหลังลงน้ำ


 

โดยที่ทั้งหมดนั่นไม่ใช่จากอาการเขิน แต่เป็นเพราะเขาแช่น้ำร้อนนานเกินไป!


 

"ท่านพี่!! ท่านพี่!! " อวี้เหวินเฉิงร้องด้วยความตกใจกับสิ่งที่เห็น เขาคว้าตัวต้วนมู่ชิงได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะหน้าหงาย ท่าทางของเขาช่างดูห่วงใยทว่าคนเบลอนั้นไซร้ไม่มีสติพอจะเห็นสีหน้าของอวี้เหวินเฉิงด้วยซ้ำ


 

อา...ต้วนมู่ชิงหนอต้วนมู่ชิง เผลอหลับตอนแช่น้ำไม่พอ ยังจะมานั่งคุยอีกนานสองนาน ไม่เวียนหัวก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว...


 

และนั่นคือสิ่งที่ต้วนมู่ชิงคิด ก่อนที่ดวงตาของเขาจะปิดลงไป หลับสนิทเพราะอาการหน้ามืด


 

หลับไปจนไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งภาระอันหนักหนาไว้ให้กับอวี้เหวินเฉิงเข้าเสียแล้ว ...


 

แต่เอาเป็นว่าหลังจากนี้ ต้วนมู่ชิงออกจากห้องอาบน้ำอย่างไร แต่งตัวอย่างไร หรือแม้แต่ขึ้นไปนอนบนเตียงได้อย่างไร จะเป็นปริศนา เป็นความลับที่อวี้เหวินเฉิงจะไม่มีวันเอาไปแพร่งพรายบอกให้ใครรู้


 

ไม่มีวัน...

 

 

เป็นตอนเบา ๆ (?) ก่อนปิดบทค่ะ อาจจะดูเหมือนปฏิกริยาของอาชิงจะเข้าใจอะไรง่ายมาก ไม่ตกใจ ไม่อะไรเลย แต่...ก็นั่นแหละค่ะ แพนด้าสล็อตของอาชิง เขาไม่คิดเยอะหรอก อะไรที่ดูไม่เป็นอันตรายต่อเขา เขาก็ไม่เซ้าซี้ 55555555 ทำไมถึงได้เป็นคนแบบนี้กันนะอาชิงงงงงงง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 345 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #651 sakura17 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:20
    อาชิงก็สมกับเป็นสงเมาจริงๆ5555
    #651
    0
  2. #538 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:38

    กรรมของอาเฉิงแล้ววว 5555

    #538
    0
  3. #496 dewwiizodiac (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 20:06
    เห็นหมดแล้วววว
    #496
    0
  4. #446 Ppillow_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 01:00
    หน้ามืดเลยลูกเอ้ย555555
    #446
    0
  5. #304 phoyphaylin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 03:19
    ไรท์..ตอน6รึเปล่าอ่ะ...
    #304
    2
    • #304-2 phoyphaylin(จากตอนที่ 27)
      29 สิงหาคม 2562 / 06:09
      ในวงเล็บนั้นแหละ😅5 5 7 6ไปหนายย
      #304-2
  6. #261 ZiRbuT (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:23
    ข่มใจไว้
    #261
    0
  7. #251 wuddyy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 14:54
    5555 ขำ เกินความขาดผมายใช่ไหมล่ะ
    #251
    0
  8. #219 Moko87 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 00:30
    ขำความโก๊ะกัง 555
    ตามอ่านรวดเดียว สนุกมากๆ ค่ะ พล้อตแปลกใหม่ดี
    #219
    0
  9. #174 S-litch (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 20:33
    แมนมักๆๆ
    #174
    0
  10. #173 Pissuda627 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 19:13
    คือ มันฟินอ่ะ เค้าอาบน้ำด้วยกันล่ะ><
    #173
    0
  11. #172 LovelyWonbin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 17:14
    อาชิงเป็นสุภาพบุรุษเกิ้นนนน
    #172
    0