[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 6 จิตวิญญาณคือสิ่งที่ซื่อตรงเสมอ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 380 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

เมื่อพวกเขาทั้งสองวิ่งมาถึงจุดเกิดเสียงแล้ว อวี้เหวินเฉิงก็รีบคว้ามือต้วนมู่ชิงไว้ ดันให้หลบไปด้านหลัง ในจุดที่เร้นสายตาที่สุด เขาส่ายหน้าเล็กน้อยส่งสัญญาณว่าอย่าเพิ่งพลีพลามเข้าไปตอนนี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นด้านในนั้น มันดูแล้วไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย


 

ต้วนมู่ชิงปิดปากตัวเอง กลืนเสียงร้องด้วยความตกใจลงคอ


 

เมื่อสิ่งที่เห็น ณ. ห้องโถงกลางตำหนักเสวี่ยนอู่นั้นเป็นร่างของลี่ย่าหลีวิ่งวนหนีไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ล้มลุกคลุกคลาน ร่างกายที่พยายามตะเกียกตะกายเต็มไปด้วยร่องรอยขีดข่วน ตื้นบ้าง ลึกบ้าง จนชุดสวยๆ ชุ่มไปด้วยเลือด


 

โดยสิ่งที่กำลังไล่ต้อนนางนั้นก็คือกลุ่มก้อนสีดำคล้ายควันผสมฝุ่นขนาดใหญ่


 

ต้วนมู่ชิงเคยอ่านเจอในตำรามาก่อน จึงทำให้พอรู้ว่ากลุ่มก้อนนั้นก็คือลักษณะของคลื่นพลังความพยาบาท...วิญญาณแค้นนั่นเอง ช่างเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อว่าคนธรรมดาเช่นเขาจะได้เห็นของจริง!


 

โชคดีที่มันเอาแต่สนใจเหยื่อเกินกว่าจะสนใจทางนี้...ต้วนมู่ชิงคิด แล้วก็ต้องมาหนักใจอีกว่าจะจัดการมันเช่นไร ให้วิ่งไปตามหน่วยลาดตระเวนหรือขันทีตอนนี้ ก็ไม่น่าจะทันการ


 

“เป็นหนักเสียแล้ว...ดูท่าหากไม่รีบจะไม่ทันเอา” อวี้เหวินเฉิงพึมพำออกมาเสียงเบาๆ เขาหันไปแตะต้วนมู่ชิง สีหน้าดูเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด


 

ต้วนมู่ชิงเองก็พอเข้าใจได้ การที่คนธรรมดาเช่นเขามาเจอสถานการณ์แบบนี้มันออกจะเกินตัวไปไม่นิดเลย


 

“เสียนเฟยบอกว่าเคยมอบเครื่องรางคุ้มภัยให้กับท่าน ท่านพี่ได้นำมันมาหรือไม่ขอรับ?”


 

“อืม...ข้าพกติดตัวไว้” ต้วนมู่ชิงพยักหน้าก่อนจะค่อยๆ ดึงสร้อยคออกมาจากอกเสื้อ มันเป็นสร้อยเชือกถักสีขาวสลับทองที่เขาห้อยติดกายอยู่ทุกวัน เครื่องรางที่จื่อเหยาให้นั้นเจ้าตัวบอกว่าทำโดยผู้ฝึกวิชาระดับหัวกะทิ ย่อมมีคุณภาพสูงป้องกันภัยได้อย่างครอบจักรวาล


 

อ๊ะ...ถ้าอย่างนั้น — ระหว่างที่เจ้าตัวจะสละเครื่องรางให้นั้นเอง...


 

“เช่นนั้นแล้ว เก็บเอาไว้ดีๆ อย่าให้หลุด หรือห่างกายเป็นอันขาดนะขอรับ” อวี้เหวินเฉิงว่า จ้องหน้าของต้วนมู่ชิงคล้ายอยากพูดบางอย่างแต่ก็เงียบ และรวบเอวของต้วนมู่ชิงเข้ามากอดเอาไว้แทน


 

ก็...ตกใจสิจะเหลืออะไร!


 

“อ...อาเฉิงเดี๋ยว” ต้วนมูชิงท้วง แตกตื่นอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ต้องพยายามกักเก็บเสียงร้องของตัวเองไม่ให้ดังจนคนด้านในนั้นไหวตัว จะกอดน่ะก็ไม่ว่าหรอก แต่นี่มัน ผิดเวลาแล้ว


 

รับรู้ถึงความจั๊กจี้ของปลายนิ้วที่ลูบไล้แผ่นหลังก็ยิ่งหดคอเกร็ง


 

“อย่าเพิ่งเล่น...---!!”


 

แต่จังหวะที่ต้วนมู่ชิงจะดันออกนั้นเอง อวี้เหวินเฉิงกลับเป็นฝ่ายรีบผละตัวออกมา และพุงตรงไปทขวางการโจมตีของกลุ่มก้อนวิญญาณพยาบาทด้วยการบังลี่ย่าหลีเอาไว้


 

ความวุ่นวายก่อเกิดขึ้นทันที กระไอควันเปลี่ยนเป้าหมายมุ่งตรงเข้าทำร้ายอวี้เหวินเฉิงอย่างรวดเร็ว!


 

หากแต่ไม่สามารถทำอะไรได้! อวี้เหวินเฉิงหยิบยันต์หนึ่งแผ่นออกมาจากอกเสื้อปาออกไปด้านหน้า ชั่วอึดใจมันแตกตัวแยกออกมาเป็นจำนวนมาก ก่อร่างสร้างค่ายอาคมราวกับตาข่ายยักษ์อันแข็งแกร่งครอบวิญญาณพยาบาทนั้นภายในพริบตา!


 

ก้อนควันสีดำถูกอาคมตรึงจนขนาดตัวหดลง กลับร่างเป็นเด็กตัวเล็กอายุราวห้าขวบพยายามดิ้นและกรีดร้องจนสุดแรงหมายจะหลุดพ้น แต่โชคร้ายของเด็กน้อย ค่ายยันต์ของอวี้เหวินเฉิงเป็นวิชาที่ใช้สำหรับจิตอาฆาตโดยเฉพาะ ยิ่งอาละวาดเท่าไรยิ่งแข็งแกร่ง ยากที่จะทำลาย


 

ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็วมากเสียจนต้วนมู่ชิงได้แต่หลบหลังเสามองด้วยความตกใจ ส่วนลี่ย่าหลีก็รีบพุ่งเข้ามากอดขาอวี้เหวินเฉิง สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว


 

“กลัวอย่างนั้นหรือ?” อวี้เหวินเฉิงเอ่ยกับอีกฝ่าย ทว่านี่เป็นคำถามที่ไม่ใช่มาจากความห่วงใยแต่อย่างใด เขาไม่ได้มองหลี่ย่าหลีที่พึงเข้ามากอดขาตนเลยด้วยซ้ำ สายตาของเขาจับจ้องไปยังวิญญาณเด็กผู้นั้นต่อ “เจ้ารู้ใช่ไหม ว่าสิ่งนั้นคือดวงวิญญาณของใคร”


 

“ข้า...ข้า...” ลี่ย่าหลีอึกอัก นางได้แต่ละลักละล่ำติดอ่าง ใจหนึ่งก็รู้ตัวดีว่านั่นคืออะไร แต่อีกใจก็หวาดกลัวว่าสิ่งที่ตัวเองปิดบังไว้นานจะแตกความ “ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ...ข้า...ข้าก็แค่...”


 

“แค่...?”


 

แล้วลี่ย่าหลีก็ชะงักไปเพราะสายตาอันแสนน่าพรั่นพรึงของอวี้เหวินเฉิง นางรีบปล่อยมือออกจากขาอีกฝ่ายราวกับมีมีดคมอาบยาพิษนับสิบเล่มมากรีดใจ


 

“ข้าแค่คิดน้อยเกินไป...”


 

หญิงสาวเม้มปาก น้ำตาอาบแก้ม กอดตัวเองเพราะความเจ็บปวดตามร่างกาย จากบาดแผลที่ถูกวิญญาณพยาบาท...ถูกลูกชายของตนทำร้าย


 

เมื่อต้วนมู่ชิงเห็นว่าสถานการณ์ ‘น่าจะ’ สงบแล้วก็ออกจากที่ซ่อน เดินมาหาคนทั้งสอง ทรุดตัวลงข้างลี่ย่าหลีกร้อมกับคลุมร่างหญิงสาวที่โชกเลือดด้วยเสื้อคลุมตัวนอกของเขา


 

“หากท่านไม่พูดอะไรเลย พวกข้าจะช่วยท่านไม่ได้นะขอรับ” ดวงตาสีเข้มเหลือบมองค่ายยันต์ไปด้วย เด็กที่ถูกกักขังในนั้นนั้นร่างกายเต็มไปด้วยรายปริร้าว ดวงตาลึกกลวงเป็นสีขาวไร้แววตา จิตเต็มไปด้วยความแค้นพยาบาทอย่างเด่นชัดชนิดคนธรรมดายังจับกลิ่นอายได้


 

“ข้าไม่เข้าใจ...ทั้งที่ผ่านมาห้าปี...ทำไม...ทำไม” ลี่ย่าหลีสูดลมหายใจเข้าออก ปากคอสั่น น้ำตาเอ่อคลอดวงตาคู่สวย ก่อนจะค่อยๆ ไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกหลากหลายอันไม่อาจจะแยกแยะได้เลยว่าคือสิ่งใด “ถ้าจะอาฆาต ถ้าจะแค้น...ทำไม ทำไมเด็กคนนั้นถึงเพิ่งมา...หา...ข้า...”


 

ลี่ย่าหลีพร่ำบอกแต่เพียงว่าทำไมเพิ่งมา ทำไมเพิ่งแสดงตัว ทำไมเพิ่มทำให้รู้ว่ายังอยู่ พร่ำถามซ้ำแต่คำว่าทำไมราวกับสับสนไร้ทางออก


 

“ทั้งเด็กคนนั้น ทั้งอาเมี่ยว หากทุกคนจะแค้นข้า...”


 

ต้วนมู่ชิงเงียบลง ก็คิดดังที่อีกฝ่ายว่า เรื่องราวนี้ก็ผ่านมาตั้งห้าปีนับตั้งแต่เด็กคนนั้นตายลง ลี่ย่าหลีใช้ชีวิตสำราญโดยไร้ซึ่งสิ่งใดก่อกวนมาเนิ่นนานจนกระทั่งคลอดลูกคนที่สอง...


 

แล้วต้วนมู่ชิงก็เงียบลง


 

...


 

หรือว่าเป็นเพราะลูกคนที่สองคนนั้นนั่นแหละที่เป็นชนวน?


 

“น้อง!! น้อง!!!”


 

พอได้ยินลี่ย่าหลีพูดถึง ‘อาเมี่ยว’ ลูกคนที่สอง เด็กชายก็กรีดร้อง ขู่กรรโชกด้วยเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด แม้จะไม่เข้าใจภาษาเพราะจิตวิญญาณแค้นส่วนมากจะมีสติสัมปชัญะไม่เท่าคน เป็นเด็กเล็กยิ่งเข้าใจยาก แต่แค่นั้นก็พอเดาได้แล้วว่าเป็นดังที่ต้วนมู่ชิงคิดจริงๆ


 

“สิ่งที่เจ้าพยายามบอกก็คือ...เจ้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กคนนั้นกลายเป็นวิญญาณร้าย...และพยายามจะฆ่าลูกอีกคนของตัวเองใช่หรือไม่” แล้วอวี้เหวินเฉิงก็เอ่ยถาม ระหว่างนั้นก็เดินเข้าไปใกล้กับวิญญาณเด็ก หรี่ตาจ้องมองคล้ายระแวงว่ามันจะแหกยันต์ออกมาได้ทุกเมื่อ


 

ลี่ย่าหลีสะอึกไปไม่ใช่น้อย ก้อนมวลความเจ็บปวดปะปนกับความขุ่นข้องในใจถูกความหวาดกลัวกระเทาะออกมาเรื่อยๆ จนหญิงสาวต้องกอดตัวเอง ขดตัวร้องไห้อย่างหมดสภาพ


 

“ถ้าเขาไม่ตาย ก็ตัวข้าที่จะตาย หากข้ายังไม่อยากตาย มันก็มีแต่ต้องทำอย่างนี้” นางตอบออกมา ในตอนนี้ที่สภาวะจิตใจสับสน อีกทั้งคนทั้งสองก็เห็นทุกสิ่งทุกอย่างหมดแล้ว มันทำให้นางคายทุกอย่าง คายด้านมืดของตัวเองออกมาอย่างง่ายดาย


 

“ตอนทำไม่คิด มาคิดเอาตอนที่ผลลัพธ์มันออกมา มีแค่คนโง่เท่านั้นที่ทำ” อวี้เหวินเฉิงตอกกลับไปเช่นกัน สายตาเหยียดหยามอย่างเห็นชัดจนรู้สึกหนาวจับขั้วกระดูก “ครั้งแรกทำสำเร็จจึงย่ามใจ พอมีครั้งที่สองก็กระทำซ้ำของเดิมโดยที่ไม่นึกรู้บาป ข้ามิแปลกใจเลยทำไมเสียนเฟยจึงรังเกียจเจ้านัก”


 

“ข้าไม่ใช่ที่รักอย่างเสียนเฟย...เขาไม่เคยสนใจข้า...ข้า...อยากก็แค่ได้รับความรัก อยากได้ใครสักคนที่ไม่หนีข้าไปไหน ข้าผิดหรือไรที่อยากจะหนีการโดนดูถูก ข้าไม่ได้อยากจะต้อยต่ำในที่แห่งนี้ ข้า ข้าก็แค่...”


 

“โง่...” อวี้เหวินเฉิงพูดก่อนที่ลี่ย่าหลีจะพูดจบ และนั่นทำให้นางสะดุ้ง น้ำตาไหลอาบด้วยเพราะไม่สามารถเถียงใดๆ ได้เลยแม้แต่น้อย


 

“ทั้งที่เจ้าก็มีคนที่พร้อมอยู่กับเจ้าโดยไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว แต่เจ้าก็ทิ้งเขาเอง” อวี้เหวินเฉิงตอกย้ำ “ข้างกายเจ้าเคยมีหลิวเซี่ยกับลี่ย่าเสียนอยู่ไม่ใช่หรือ?”


 

และเขามั่นใจว่าลี่ย่าหลีย่อมรู้ตัวดี จึงได้สะอื้นหนักเช่นนั้น


 

ส่วนต้วนมู่ชิงก็ได้แต่เก็บปาก เอาคำหยาบคายเหวี่ยงออกนอกหน้าต่าง แค่นี้อวี้เหวินเฉิงก็พร้อมจะฆ่าคนตายได้อยู่แล้ว เกิดร่วมวงด่าอีกคงมีหวังตรอมใจก่อนได้สืบสวนกันพอดี


 

แต่ทว่าเขาก็เข้าใจจุดยืนของลี่ย่าหลีได้ชัดขึ้น ว่าผู้หญิงคนนี้หาข้ออ้างโกหกสารพัด ใช้ลูกที่ตั้งใจจะฆ่าอยู่แล้วเพื่อเป็นพระชายา ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนดูถูกจากสังคมที่แก่งแย่งชิงดี การอยากเอาตัวรอดทำให้คนสามารถทำอะไรที่เกินคาดหมายได้เสมอ


 

แต่ผลลัพธ์จากการใช้ทางลัดที่ผิดจึงทำให้ไร้คนข้างกายคอยแบ่งปันปัญหา ความเหงาปะปนกับจิตใจที่บอบช้ำอย่างหนักทำให้สตรีคนนั้นมีอาการเสพติดทางกาย แต่เศร้าที่ตำแหน่งเต๋อเฟยที่มีเป็นเพียงแค่ตำแหน่งลม ฮ่องเต้ไม่ได้ใยดีนางแม้แต่น้อย ตลอดห้าปีที่ผ่านมาคงแค่มาเยี่ยมเฉยๆ ไม่ได้ทำการบ้าน นางจึงลงเอยที่การหาเศษหาเลยกับคนรับใช้ชายหน้าตาดีที่ตกได้


 

ไม่รู้จักพอไม่ว่าหรอก แต่ดันไม่รู้จักระงับ ปล่อยตัวจนท้องอีก จะบ้าตาย...


 

“เต๋อเฟย...ข้าว่าท่านสารภาพความทั้งหมดกับเสียนเฟยเถอะขอรับ อย่างน้อย ข้าคิดว่าต่อให้เขาเกลียดท่าน แต่เขาก็คงสามารถช่วยพูดจนลดโทษของท่านได้” ต้วนมู่ชิงพูดทางเลือกที่ดีที่สุดให้ลี่ย่าหลีเลือก เพราะเขามันใจว่าจื่อเหยานั่นสามารถจัดการได้


 

“ข้า...ข้า...” นางชะงัก ละล้าละลังอย่างไม่รู้ว่าจะเลือกทางใด เดินหน้าต่อก็มืด เดินถอยหลังก็มืด


 

“แม่นางลี่กับแม่นางหลิวเป็นห่วงท่านมากนะขอรับ” ต้วนมูชิงเอามือแตะหลัง พูดถึงสองคนที่คิดว่าน่าจะยังเป็นคนสำคัญของเธอเพื่อเอ่ยโน้มน้าว และดูท่าจะได้ผล พอได้ยินถึงชื่อของสองคนนั้น ลี่ย่าหลีก็ชะงัก และร้องไห้ออกมาอย่างหนักราวกับปลดปล่อยทุกอย่าง


 

แต่ทว่า!!


 

ยังไม่ทันที่ลี่ย่าหลีจะตัดสินใจเลือกทางใด ก็ก่อเกิดเสียงเปรี้ยงดังอย่างรุนแรง!


 

กระแสสายฟ้าผ่ากลางลงมาที่หลังคาจนพังทลายลง ฝุ่นก่อเกิดตลบอบไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นทางใด


 

อวี้เหวินเฉิงรีบคว้าตัวต้วนมู่ชิงไว้ แล้วดึงคนทั้งคู่ให้หลบอย่างทันท่วงที เพราะการผ่ากลางลงมาของสายฟ้ามันรุนแรงมากพอที่จะทำลายค่ายยันต์ได้ วิญญาณอาฆาตหลุดรอดออกมา และกำลังสร้างตัวกลายเป็นกลุ่มควันที่มวลหนาแน่นกว่าเดิม


 

อวี้เหวินเฉิงได้แต่เดาะลิ้น อาการคล้ายคนไม่พอใจ ชายหนุ่มกระดิกมือเล็กน้อยคล้ายเรียกบางสิ่ง ก่อนจะเดินออกไปด้านหน้า เตรียมตนต่อกรกับกลุ่มก้อนความพยาบาทนั้น


 

“อาเฉิง!!” ต้วนมู่ชิงร้องคล้ายจะห้าม ทว่ากลับก้าวออกไปไม่ได้ ความอุ่นวาบขึ้นจากแผ่นหลังก่อนจะแผ่กระจายเป็นไอเย็น ปราการป้องกันหนาแน่นกางกั้นกันร่างเขาไว้ คล้ายเป็นอาณาเขตปกป้องให้กับตน


 

...อย่าบอกนะว่าที่ขยุกขยิกที่หลังเมื่อตอนนั้นคือเขียนอาคมลงไป...?


 

“ข้าจะรีบกลับมาขอรับท่านพี่...”


 

พูดจบก็เดินตรงไปด้านหน้า


 

ในจังหวะนั้นเอง ต้วนมู่ชิงก็เห็นแสงมุ่งตรงเข้ามาสู่มือของอวี้เหวินเฉิงราวกับจับวาง มันเป็นสีขาวนวลปะปนกับแสงสีฟ้าอ่อนช่างสวยงามทว่าเย็นยะเยียบ


 

และเมื่อแสงนั้นจางลงไปก็ปรากฏกระบี่เนื้องามสีขาวสะอาดประดับด้วยผู่และหยกสีฟ้าสลักลายดอกบัวให้ได้เห็น


 

"เสวี่ยเหลียน" อวี้เหวินเฉิงเอ่ยนามของกระบี่ออกมาเบา ๆ ซึ่งเสวี่ยเหลียนจะตอบรับด้วยการเด้งตัวออกจากฟักคล้ายจะบอกให้ผู้เป็นนายได้ใช้งานตน


 

สิ่งที่เห็นทำให้ในอกของต้วนมู่ชิงสั่นไหวด้วยอึดอัดเล็กน้อย ตระหนักใจแล้วว่าความคิดตรถูกต้อง...อวี้เหวินเฉิงไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ แต่เป็นผู้ฝีวิชาระดับที่ควบคุมกระบี่ได้ดังใจอีกต่างหาก


 

เมื่ออวี้เหวินเฉิงเห็นสีหน้าของต้วนมู่ชิงก็คล้ายจะคาดเดาความคิดได้


 

"ไว้ข้าจะเล่าให้ฟังนะขอรับ สัญญาเลย"


 

พูดจบก็หันกลับไปประจันหน้ากับกลุ่มก้อนวิญญาณอาฆาต มุมปากขยับยกยิ้มเล็ก ๆ โดยรอยยิ้มนั้น...มันช่างเป็นเรื่องยากจะคาดเดาได้ว่าเจ้าตัวคิดเช่นใดหรือรู้สึกเช่นไรอยู่กันแน่

 


 

เพิ่งเปลี่ยนปกใหม่มาล่ะค่ะ แหะๆๆๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 380 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #648 sakura17 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:04
    บทนี้อวี้เหวินเฉิงเท่ห์มากกกก
    #648
    0
  2. #536 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:34

    5555 ก็โดนน้องมันต้มไง ท่านพี่ชิง!

    #536
    0
  3. #493 dewwiizodiac (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 17:48
    ตายยากตายเย็นเหลือเกิน
    #493
    0
  4. #444 Ppillow_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 00:38
    สู้เขา!!
    #444
    0
  5. #388 7pm_uay (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 01:57
    อวี้เหวินโมโหแล้วว
    #388
    0
  6. #248 wuddyy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 14:33
    โคตรเท่
    #248
    0
  7. #169 ArckyRat (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 17:01
    อวี้เหวินคนคูล!!!

    เค้าเพิ่งมาอ่านค่า ตอนแรกนึกว่าเป็นเรื่องในวังแบบฮาๆ ไรงิ้

    ไป ๆ มา ๆ เป็นแนวสืบคดีเนอะ
    #169
    0
  8. #168 Pissuda627 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 06:49
    พี่แกมาแบบไม่ธรรมดาอยู่แล้วน้องเอ้ย น้องไม่สังเกตุเห็นเฉยๆ
    #168
    0
  9. #167 S-litch (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 23:56
    อวี้เหวิน คูลลลลมาก
    #167
    0
  10. #166 spong.ka (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 11:43
    อวี้เหวินเท่ห์มากค่ะ
    #166
    0