[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 6 จิตวิญญาณคือสิ่งที่ซื่อตรงเสมอ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 307 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

เสียงหยดน้ำไกลห่างดังมาจากแห่งหนใด


 

ติ๋ง...

ติ๋ง...

...

ตุ้บ...!


 

สติที่พร่าเลือนนั้นทำให้รู้สึกแปลกประหลาด


 

และความแปลกประหลาดนั้นมันช่างเบาหวิว ลอยละล่อง คล้ายกับเยื้องย่างเข้าสู่ปุยเมฆขาวละมุน สะท้อนถึงภาพที่เป็นตกตะกอนค้าง ความทรงจำที่มีในอดีตไหลพร่างพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่


 

แรกเริ่มเดิมทีพวกนางไม่ได้มีความคิด อยากถวายตัวเข้ามาเป็นสนม


 

ลองคิดถึงภาพของเด็กผู้หญิงที่โตมาในบ้านหลังใหญ่ มีพ่อมีคนรับใช้ตามใจไม่มีขัด การเงินมั่นคง อยากได้อะไรได้ ไม่มีใครกดดัน ไม่ต้องไปกระเสือกกระสนดิ้นรนอะไร ความฝันสูงสุดมีเพียงออกเรือนไปเป็นแม่บ้านแต่งงานกับชายดีๆ ที่ตัวเองหลงรักสักคนเท่านั้น


 

แต่แล้วความฝันนั้นก็จบลง


 

ช่วงเปลี่ยนผ่านรัชศก สกุลลี่และสกุลหลิวก็ถึงคราตกอับ บิดาของพวกนางถูกใส่ความจากลูกน้องสารพัดพิษจนต้องโทษประหารด้วยข้อหาทุษจริต เมื่อสิ้นไร้หัวเรือใหญ่คอยเลี้ยงดู ทรัพย์สมบัติที่มีถูกยึด พวกนางทั้งสามจึงต้องเอาตัวรอดในโลกใบนี้ด้วยลำแข้งของตัวเอง


 

แต่ชีวิตบนโลกนี้มันไม่ง่ายเลยสักนิด ถึงแม้ว่าจะยังสาวยังสวย แต่พวกนางไม่เคยแตะงานบ้านหรืองานลำบากสักอย่าง จะไปสมัครรับจ้างที่ใดก็ไม่รอด โดนไล่ออกมาแทบจะทั้งนั้น


 

มีคนเคยบอกว่าหน้าตาระดับพวกนางไปเป็นคณิกาหรืออนุภรรยาขุนนางไม่ใช่เรื่องยาก อีกทั้งช่วงนั้นยังมีตาแก่หัวงูทั้งหลายคอยเกี้ยวไม่มีห่าง แต่ศักดิ์ศรีก็ค้ำคอมากเกินกว่ายอมรับข้อเสนอ ในตอนนั้นพวกนางคิดแค่เพียงว่า...หากจะสิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้นก็ขอเป็นอะไรที่มีเกียรติกว่านางโลม


 

นั่นคือเข้ามาคัดเลือกเป็นสนมมันเสียเลย หรือหากไม่ติดสนม เป็นนางกำนัล เป็นคนรับใช้ก็เอา


 

การคัดเลือกในปีนั้นเกิดขึ้นหลังจากฮ่องเต้คนปัจจุบันครองราชย์ไม่นาน นับได้ว่าเป็นช่วงที่เพิ่งพ้นมรสุมความวุ่นวายของราชวงศ์มาหมาดๆ ผู้ที่ครองตำแหน่งพระชายาเองก็มีเพียงแค่เสียนเฟยเท่านั้น ฮ่องเต้ไม่ได้แต่งเมียนอกเหนือจากนี้


 

จึงทำให้ไม่ว่าจะทั้งคัดเข้าใหม่ก็ดี โอนย้ายสนมเก่ามาก็ดี พระพันปีหลวงรับสั่งให้เพิ่มสนมจำนวนมากเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแก่ลูกชายของตัวเอง


 

และด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้มีสนมนับร้อยนับพันอยู่ในสถานที่แห่งนั้น พวกนางตระหนักใจถึงสำนวนเหนือฟ้าย่อมมีฟ้าได้ทันที ถึงมั่นใจตัวเองแค่ไหนแต่พระราชวังฝ่ายในก็เป็นดั่งแดนฟ้าแดนสวรรค์ของคนรูปงาม แค่สนมชายบางคนยังงดงามเสียจนหลิวเซี่ยยังต้องตะลึงอ้าปากค้าง


 

...ถึงชายคนนั้นจะผันตัวไปเป็นตัวสงมาวนอนอืดแทะไผ่ไปวันๆ แล้วก็เถอะ


 

แต่ก็เอาเถิด ใครจะงามกว่าใครหรือใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน สำหรับหลิวเซี่ยแค่เข้าวังมาได้ก็ถือว่าชีวิตพ้นมรสุมความอดตายแล้ว เป็นสนมระดับล่างๆ คอยวิ่งกุลีกุจอช่วยงานพระชายาหรือสนมระดับสูงกว่าไปวันๆ ก็ไม่แย่ เหนื่อยหน่อยแต่มีที่นอน มีข้าวให้กินแค่นี้ก็พอใจ


 

แต่ทว่ากับบางคนนั้น มันไม่ใช่เช่นนั้นเลยสักนิด


 

สังคมสตรีล้วนนั้นน่ากลัวนักโดยเฉพาะกับสถานที่ที่ต้องแข่งขัน ความเป็นผู้ดีบ้านนอกแถมยังตกอับ สร้างปมด้อยอันใหญ่หลวงให้กับลี่ย่าหลี จากเด็กสาวที่เป็นจุดสูงสุดของบ้านมีแต่คนเอาใจกลายเป็นฐานล่างของห่วงโซ่อาหารคอยทำงานเอาใจสนมยศสูงกว่า...เรื่องเช่นนั้นลี่ย่าหลีรับไม่ได้แน่นอน


 

เด็กสาวพยายามเข้าหาฮ่องเต้แล้วแต่ทำไม่ได้ แค่เฉียดยังไม่มีบุญ อีกทั้งข้างกายชายผู้นั้นมีคนงามที่ได้ชื่อว่างามยิ่งกว่าผู้ใดอย่างจื่อเหยาอยู่ใกล้ พระชายาคนอื่นเองก็ล้วนมีราศรีที่เจิดจรัส เทียบสนมระดับล่างมาจากบ้านนอก แถมอายุเพิ่งสิบสามนมยังไม่แตกพานเช่นนาง ตะแคงมองมุมไหน...ลี่ย่าหลีก็เป็นแค่ฝุ่นกระจ้อยร้อย


 

สิ่งที่ลี่ย่าหลีทำได้จึงมีแค่เพียงต้องเก็บงำความแค้นเอาไว้ และตัดใจ ยอมรับชะตากรรมของตัวเองด้วยการก้มหน้าก้มตาทำงานเบ็ดเตล็ดไปวันๆ


 

ในตอนนั้นหลิวเซี่ยก็คิดว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี แต่อยู่ไปราวสองปี หายนะอันยิ่งใหญ่ก็เปิดตัว


 

ข้ารับใช้ในวังมักจะผลัดเปลี่ยนรับเข้าใหม่ทุกสองปี และหนึ่งในนายกำนัลของไทเฮาในปีนั้น มีชายคนหนึ่งจากบ้านเกิดของพวกนางด้วย


 

ในตอนแรกนางก็จำไม่ได้หรอกเพราะเขาหน้าตาหล่อเหลาขึ้นมาก แต่เพราะเป็นนายกำนัลของไทเฮาจึงมีโอกาสพบปะกันโดยบังเอิญ ได้พูดคุยกันสักพักจึงได้รู้ว่าชายคนนั้นเคยชอบพอกับลี่ย่าหลีมาก่อน แต่ก็นั่นแหละ เคยชอบพอแล้วอย่างไรหรือ อดีตคืออดีต ปัจจุบันคือปัจจุบัน ไม่ว่าจะมองทางไหนตอนนี้ก็กลายเป็นรักต้องห้ามไปเสียแล้ว


 

คนหนึ่งเป็นสมบัติของฮ่องเต้ คนหนึ่งเป็นคนรับใช้ของไทเฮา ยังไงสองคนนั้นก็รู้สถานะตัวเองมากพอที่จะไม่ทำอะไรเสี่ยงต่อคอต่อหัวของตน


 

แต่หลิวเซี่ยและลี่ย่าเสียนคิดน้อยและเชื่อใจลี่ย่าหลีมากเกินไปหน่อย...


 

หลังจากรอมานานร่วมสองปี ฮ่องเต้ก็นึกครึ้มเรียกลี่ย่าหลีไปปรนนิบัติ อีกทั้งไม่นานนักนางยังมีอาการแพ้ท้อง หลิวเซี่ยยังนึกชมอยู่เลยว่าน้ำยาฮ่องเต้นั้นดีเอามากๆ ครั้งเดียวก็ติดเสียแล้ว


 

แต่มันไม่ใช่เช่นนั้น


 

ลี่ย่าหลีมาสารภาพกับหลิวเซี่ยว่าไม่ได้ท้องกับฮ่องเต้ พ่อของเด็กในท้องเป็นคนรักเก่าที่นางได้ลักลอบพบปะในยามราตรีกับเขามาหลายต่อหลายคราแล้วต่างหาก


 

แม้ไม่อยากจะเชื่อและพยายามมองโลกในแง่ดีว่าลี่ย่าหลีอาจจะเข้าใจผิด แต่นานวันเข้ายิ่งไปพบปะแพทย์ ยิ่งตรวจสอบปราณของเด็กในครรภ์ก็ยิ่งน่าสงสัย อีกทั้งเมื่อนับระยะการหายไปของรอบเดือน ช่วงเวลาทั้งหมดมันตรงกับตอนที่ได้ลอบมีอะไรกับชายอื่นมากกว่า


 

หลิวเซี่ยมั่นใจแล้วว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกคนอื่นไม่ใช่ลูกของฮ่องเต้


 

แต่แล้วควรจะทำอย่างไรเล่า กำหนดคลอดนั้นน่ะสามารถโกหกได้ หน้าตาผิวพรรณก็สามารถโกหกได้ หากเป็นครอบครัวปกติก็คงตีเนียนแล้วหลอกว่าเป็นลูกต่อไปได้ยาวๆ อยู่หรอก


 

แต่นี่ทำไม่ได้ไง


 

ราชวงศ์เฮ่อเหลียนนั้นมีคุณสมบัติพิเศษของพลังที่ไม่อาจจะลอกเลียนแบบติดตัวตั้งแต่แรกคลอด เป็นการสืบทอดทางพันธุกรรมชนิดที่ต่อให้ไปเกิดที่ไหน แม่เป็นคนชั้นต่ำอย่างไร คุณสมบัตินี้จะติดตัวไปกับสายเลือดทุกคน เพียงแต่มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับบุญมาวาสนามีเท่านั้น


 

หากเด็กคนนั้นไม่มีคุณสมบัตินี้แล้วล่ะ เรื่องที่คบชู้จะต้องแดงขึ้นแน่นอน


 

แต่จะให้ทำแท้งเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนปัญหาจะแดง ความทะเยอทะยานของลี่ย่าหลีก็มีมากเกินกว่าจะทำได้ รู้ตัวอีกทีก็บากหน้าป่าวประกาศว่าท้อง ตีสนิทไทเฮาจนขึ้นเป็นพระชายาลำดับสาม แซงหน้าจื่อเหยาคนที่ชังน้ำหน้า ...ทำทุกอย่างเพราะต้องการกลบปมด้อยที่เคยโดนดูถูกเมื่อวันวาน


 

หลิวเซี่ยคิดว่าเด็กคนนั้นจะมีความรู้ผิดชอบมากกว่านี้เสียอีก แต่เปล่าเลย ความอยากเอาชนะมันพาตัวนางเดินมาถึงจุดที่หันหลังกลับไม่ได้เสียแล้ว


 

เมื่อประกาศตัวว่าท้องทุกคนย่อมรู้ ไม่มีทางที่ไทเฮาจะปล่อยให้แท้งเด็กแน่ๆ แต่ถ้าปล่อยจนเด็กคลอดออกมา และเรื่องที่เด็กไม่มีพลังของราชวงศ์เป็นเพียงแค่ลูกชู้แตกขึ้นมาล่ะก็ มีแต่ตายกับตาย หลิวเซี่ยได้แต่กร่นด่าว่าไม่สงสารตัวเองก็สงสารเด็กที่จะมารับผิดชอบร่วมในอนาคตสักหน่อยไม่ได้เชียวหรือ


 

เพื่อแลกกับการเสวยสุขข่มคนที่เคยรังแกเพียงแค่ประเดี๋ยวประด๋าว มันน่าจับทุบให้ตายคามือยิ่งนัก! แต่จะให้ทำอย่างไรได้ พอลี่ย่าหลีมากอดขาร้องไห้อ้อนวอนให้ช่วยเหลือ หลิวเซี่ยก็ใจอ่อนอยู่ดี


 

ช่วงนั้นหลิวเซี่ยปวดหัวจนผมจะร่วง หากยังอยากให้น้องเป็นเต๋อเฟยเด็กก็ต้องเกิดมา แต่เด็กที่เกิดมาต้องมีพลังของราชวงศ์ ทางเลือกสุดโต่งจนไปทางไหนก็มีแต่หายนะรออยู่


 

เว้นเสียแต่...จะลงมือขั้นเด็ดขาดที่สุดเพื่อไม่ให้หัวขาดไปเสียก่อน


 

หลิวเซี่ยต้องบากหน้าไปพบกับ ‘คนผู้นั้น’ ด้วยความที่เคยเกื้อหนุนกันมาตั้งแต่แรกเข้าวังทำให้นางกล้าเปิดใจปรึกษาว่าจะทำอย่างไรถึงจะจบเหตุการณ์ที่ไม่สามารถหาทางออกนี้ได้ และ ‘คนผู้นั้น’ ก็รับฟัง ซ้ำยังใจดีมอบตัวยาบางอย่างให้ลี่ย่าหลีต้มกินทุกเช้าเย็นตรงตามเวลาจวบจนกว่าจะคลอด


 

แม้ว่าหลิวเซี่ยจะไม่รู้ว่ายานั่นทำจากอะไรบ้างทว่าผลลัพธ์มันก็โหดร้ายมาก ร้ายแรงเสียยิ่งกว่ายาขับเด็กเสียอีก


 

หลักการตั้งครรภ์ปกติคือแม่กินอะไรลูกจะได้รับสิ่งนั้นด้วย แต่ยานั้นจะให้ผลตรงข้ามแทนที่จะได้รับสารอาหารแต่มันกลับบั่นทอนพลังชีวิตของเด็กโดยไม่มีผลกระทบกับตัวแม่


 

ทารกจะมีชีวิตจนกว่าจะลืมตาดูโลกดังปกติ แต่ผลของยาจะทำให้มีพัฒนาการทางตรงกันข้าม ฤทธิ์ยาจะไปกดระบบเส้นประสาท ลดอัตราการเต้นของหัวใจ บั่นทอนสุขภาพจนเด็กตายลงไปช้าๆ ในครรภ์จนครบกำหนด เมื่อคลอดออกมาภูมิคุ้มกันจะต่ำเตี้ย ไม่นานก็ไหลตายโดยสมบูรณ์แบบ


 

ไม่มีร่องรอยโรคร้าย ไม่มีร่องรอยใดๆ เกี่ยวกับคุณไสย์ เพราะทุกอย่างมันจบตั้งแต่ก่อนที่เด็กคนนั้นจะเกิดมา เป็นการฆาตกรรมที่ต้องใช้ความอดทนและเลือดเย็นเป็นอย่างมาก


 

ในตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันมีการทำแท้งที่สะดวกสบายขนาดนี้ด้วย แต่หลิวเซี่ยถือเสียว่าตนมีหน้าที่แค่นี้ คือช่วยให้มันจบๆ ไม่ได้ห้ามแต่ก็ไม่สนับสนุน แค่นำเสนอทางเลือกนี้ให้คนเป็นแม่เลือกว่าจะเลือกเส้นทางไหน จะปล่อยไว้หรือจะลงมือทำก็สุดแท้แต่การตัดสินใจ


 

และใช่...ลี่ย่าหลีเลือกกินยานั่นและฆ่าลูกด้วยมือของตัวเอง เป็นการให้กำเนิดและมอบความตายให้พร้อมๆ กัน นางทำลายหลักฐานการคบชู้ด้วยการฆ่าลูกของตัวเอง สร้างสถานการณ์น่าสงสารเป็นมารดาผู้สูญเสียครองตำแหน่งพระชายานานถึงห้าปี


 

มันคือบาปมหันต์นัก

 

หากถามว่าตัวหลิวเซี่ยมีความผิดไหมก็ให้คำตอบได้ยาก นางไม่ได้บังคับให้ลี่ย่าหลีทำเช่นนั้น แต่การชี้แนะ ซ้ำยังเป็นธุระช่วยทำเช่นนั้น แต่การชี้แนะ ิธีการรกห้ผลตรงข้าม้ พอลี่ย่าหลีมากอดขาร้องไห้อ้อนวอนติดต่อหา ‘คนๆ นั้น’ ให้อีก ทุกอย่างไม่ได้ต่างจากการสนับสนุกให้ลี่ย่าหลีฆ่าลูกตัวเองเลยแม้แต่น้อย


 

เพราะอย่างนั้น เมื่อวันนั้นมาถึง


 

วันที่ฝนสาดกระหน่ำจากฟ้าที่มืดมิด หลานชายคนแรกของนางเกิดมา เป็นเด็กชายหน้าตาน่ารักที่...คงมีลมหายใจเพียงประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น พอข้ามคืนไปไม่นานก็คงตายตก หลิวเซี่ยจึงอยากใช้เวลาช่วงสุดท้ายไถ่โทษด้วยการอยู่เป็นเพื่อนเด็กคนนั้นให้นานเท่าที่สุดจนกว่าจะหมดสิ้นลม


 

มันคือบาปส่วนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบ และรู้ตัวดีว่าอีกไม่นานนางคงถูกคนที่เหมือนน้องสาวทรยศหักหลัง


 

เช่นนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นการถูกต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกร ต้องรับโทษ ตลอดจนถึงถูกลี่ย่าเสียนเกลียดชัง นางจึงไม่ตอบโต้และยอมรับทุกประการ แม้ไม่ใช่ผู้ลงมือแต่คนที่เสนอทางเลือกนั้นให้ลี่ย่าเสียนก็คือนาง ความจริงข้อนั้นไม่เคยเปลี่ยน


 

และอีกอย่าง หากเรื่องบัดสีพวกนั้นมันจบลงที่ตัวนางได้แล้วล่ะก็...มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ...


 

แต่ทว่า...


 

ลี่ย่าหลีกลับทำพลาดอีกครั้ง การถูกตัดขาดห้ามติดต่อทำให้หลิวเซี่ยไม่รู้ว่าเมื่อไรที่นางกลายเป็นสตรีที่มักมากลอบคบชู้ไปทั่ว ครั้งแรกกับชายที่รักก็พอทนคิดว่าเป็นเรื่องรักน้ำเน่าได้อยู่ แต่พอครั้งต่อๆ มา ยิ่งรู้ นางก็ยิ่งผิดหวังในตัวสตรีผู้นั้นยิ่งนัก หลงกระหายในอำนาจและตำแหน่ง ทำเรื่องเสื่อมเสีย พอความแตกก็ทำร้ายคนรับใช้ ขู่ฆาตกรรม เสียจนไม่มีใครกล้าเปิดปากบอกความจริง


 

ทุกๆ ปีจึงไม่มีใครทำงานได้นาน ผลัดออกและเวียนใหม่ ผู้ใดก็ไม่อาจทนนางได้ แม้แต่ลี่ย่าเสียนผู้เป็นญาติเองพักหลังก็เริ่มถูกกันให้ออกห่าง


 

นางไม่รู้ว่าลี่ย่าเสียนรู้อะไรไหม และหลิวเซี่ยก็ไม่อยากให้รู้...หญิงคนนั้นคงเจ็บปวดหากคนที่ตัวเองปกป้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นคนที่น่าผิดหวังมากมายแค่ไหน


 

เพราะนางสิ้นหวัง เสียจนหมดหวัง แต่ก็ยังทอดทิ้งไม่ได้เลยต้องคอยดูอยู่ด้วยความเป็นห่วง


 

และเมื่อลี่ย่าหลีพลาดท้องกับชู้นางก็บากหน้ามาอ้อนวอนขอให้หลิวเซี่ยช่วยอีกครั้ง แม้ใจไม่อยากช่วย แต่ก็ไม่ไว้ใจอีกฝ่าย ลี่ย่าหลีอาจทำอะไรไม่เข้าท่ากว่าเดิมจนนำหายนะเข้าหาตัวแน่ จึงต้อมจำใจร่วมมือกลับไปเอาตัวยานั้นมาอีกครั้ง และซ้อนแผนด้วยการแอบซ่อนบางส่วนเอาไว้ เพื่อไม่ให้ลี่ยาหลีกินยาได้ครบตามสั่ง


 

เคราะห์ดีที่การคลอดก่อนกำหนดทำให้เด็กหญิงไม่ได้รับที่ยาพิษที่เพียงพอ แม้จะมีร่างกายที่อ่อนแอแต่ก็ไม่ตาย หากรอดพ้นจากช่วงวิกฤติมาได้คงสามารถเติบโตได้ตามปกติ


 

และสิ่งนั้นคงทำให้ลี่ย่าหลีร้อนรนแน่ นางคงภาวนา คงคาดหวังว่าจะให้ตายเหมือนลูกคนแรก แต่ก็ไม่ตาย สับสนระหว่างความผิดถูก แม้แต่หน้าลูกก็คงไม่กล้าที่จะมอง


 

หลิวเซี่ยรู้ว่าอีกไม่นานผู้หญิงคนนั้นคงมาเอาเรื่องกับนางถึงได้รีบเอาห่อยาที่เคยซ่อนไปกำจัดเสีย ทว่าก็ถูกลี่ย่าเสียนเจอ จนเกิดการตบตีเมื่อเช้า


 

เมื่อเป็นเช่นนี้อีกไม่นานฮ่องเต้ก็จะรู้ และหลังจากนั้น...บาปที่ติดตรึงไม่อาจจะหนีไปไหนได้ก็จะหายไปเสียทีพร้อมกับโทษที่นางสมควรได้รับ และหลิวเซี่ยก็ขอภาวนาให้อดีตน้องสาวของตนเอาตัวรอดจากการกระทำของตัวเอง และรู้จักสำนึกผิดให้ได้


 

“...ไม่น่าจุ้นจ้านแต่แรกเลยจริง ๆ” หลิวเซี่ยพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้นมาจากห้วงภวังค์ฝัน ตั้งสติเล็กน้อย นางจึงรู้สึกถึงอาการปวดหัวตุบๆ และกลิ่นคาวของเลือดลอยแตะจมูก หากให้คาดเดานางคงหมดสติไปหลังจากที่ถูกของหนักบนตู้ตกทับใส่หัว


 

ที่แห่งนี้มืดมากนัก แต่แม้จะมองไม่เห็นอะไรทว่าหลิวเซี่ยกลับรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่เรือนสำนึกผิด


 

เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังแผ่วเบา เงาไหววูบก่อเกิด ความน่าหวาดหวั่นทำให้ขนหลังคอลุกชันจนไม่อาจห้ามได้ หญิงสาวถดตัวไปด้านหลังทว่าร่างกลับไม่ขยับเขยื้อนคาดว่าคงโดนสกัดจุดไว้


 

ริ้มฝีปากบางเม้มเอาไว้ข่มความหวาดกลัว


 

“...ป...เป็นท่านอย่างนั้นหรือ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา เมื่อเงาดำนั้นขยับตัวเข้าใกล้

 

 

 

 

ประกาศดองค่---

ล้อเล่นค่ะ ช่วงนี้ที่หายคือเราแอบไปรีไรท์ช่วงตอน 4 - 5 ใหม่น่ะค่ะ เพราะพอย้อนอ่านแล้วรู้สึกเหมือนปมกับบทเฉลยแอบขัดแย้งกันนิดหน่อย อยากทำให้ดีกว่านี้อีกนิด ผู้แต่งเลยเพิ่มเติมแก้ไขบางเพื่อขัดเกลารูปคดีแรกให้สมเหตุผลกว่านี้ สามารถย้อนอ่านได้นะคะ แฮ่

แล้วก็เดือนนี้ มา ๆ หาย ๆ นิดหน่อยค่ะ นอกจากตอนนี้งานชุกแล้วเราอยากปั่นสต็อคตอนเพิ่มให้มากกกว่านี้น่ะค่ะ ทุกวันนี้ปั่นสดลงสดไม่มีเวลารีไรท์แล้วกลัวทำให้คนอ่านไม่สนุกเพราะความขาด ๆ เกิน ๆ ของบท ฮือออ แต่จะพยายามอัพเดทอย่างต่ำ 1 ตอนต่อสัปดาห์เพื่อไม่ให้คิดถึง (?) น้องชิงน้องเฉิงจนเกินไปนะคะ

ใช้เวลาไม่นานค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 307 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #646 sakura17 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 22:54
    โดนจับได้แล้ว คนคนนั้นเลยจะปิดปากรึเปล่านะ
    #646
    0
  2. #535 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:45

    ใคร? เสียนเฟย? รึฮ่องเต้? รึว่าอาชิงกับอาเฉิง?

    #535
    0
  3. #491 dewwiizodiac (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 17:30
    อื้อหือ ไม่ผิดไปจากที่คิดเลยแฮะ
    #491
    0
  4. #442 Ppillow_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 00:29
    สรุปได้ว่าลี่ย่าหลีแฬดไม่น้อยเลยทีเดียว5555
    #442
    0
  5. #258 ZiRbuT (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:46
    ใครอ่าา
    #258
    0
  6. #246 wuddyy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 14:19
    ใครๆๆๆๆๆ
    #246
    0
  7. #213 orange-candy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 18:41
    ตอนนี้รู้สึกจะเขียนลี่ย่าหลีกับลี่ย่าเสียนสลับกันหลายครั้งเลยนะคะ
    #213
    0
  8. #136 Pissuda627 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 09:59
    หืม ใครมาปรากฏตัวอ่ะ
    #136
    0