[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 3 เรื่องส่วนตัวไม่ควรปะปนกับเรื่องงาน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 968 ครั้ง
    26 มี.ค. 63

“เคยถูกทำร้ายร่างกายมาหรือขอรับ?” อวี้เหวินเฉิงถามทันที ส่งผลให้ซื่อเป่าชะงัก


 

ดวงตาสีเข้มเคลื่อนหลบความเงียบโรยตัว ซื้อเป่าก้มหน้าก้มตาก้าวขา จนเสียงที่ได้ยินในตอนนี้มีเพียงแค่จังหวะการก้าวเท้าเดินบนพื้นทางเดินเท่านั้น


 

อึดอัดเหลือจะกล่าวจนซื่อเป่าจำต้องยอมอ้าปากพูด


 

“ซื่อเป่าเป็นคนไม่ได้เรื่องน่ะขอรับ...” เขาพูดได้แค่นั้น ด้วยรอยยิ้มที่อวี้เหวินเฉิงรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามกลบเกลื่อน


 

อวี้เหวินเฉิงเคยได้ยินคำเล่าเกี่ยวกับการพฤติกรรมที่เหล่าเจ้าขุนมูลนายทั้งหลายชอบ ‘ระบายอารมณ์’ กับทาสมาบ้าง


 

เพราะต้องทำงานทุกอย่างจนกว่าชดใช้ ‘หนี้สิน’ ที่มาจากการซื้อตัวให้หมดไป ทำให้บ่าวไพร่ที่มาจากพ่อค้าทาสเป็นกลุ่มคนที่อยู่วรรณะต่ำสุดในสังคมวังหลัง ใครสั่งอะไรก็ต้องยอมทำ ไม่มีปากไม่มีเสียง ถึงขนาดที่ว่าหากถูกทำร้ายร่างกายก็ต้องจำทน


 

พี่ชายของเขามักบอกกับเขาเสมอว่า ‘หากต้องการดูเนื้อแท้ของให้ดูตอนที่คนผู้นั้นปฏิบัติตนกับคนที่อยู่ต่ำกว่า’ อวี้เหวินเฉิงประจักษ์ใจแล้วว่าแม้แต่สังคมสนมคำสอนนั้นก็ใช้ได้เช่นกัน


 

โลกใบนี้ไม่เคยมีความเท่าเทียมเลยจริงๆ สินะ?


 

อวี้เหวินเฉิงหันไปถามซื่อเป่าต่อ “เช่นนั้น...ผู้ที่ช่วยท่านเอาไว้คือท่านพี่สินะขอรับ”


 

อวี้เหวินเฉิงสรุป เดิมทีคนรับใช้ทาสพวกนี้ทำงานสองสามปี หรือให้มากสุดก็สี่ปีจึงจะเป็นไท แต่นี่ทำมาตั้งเกือบห้าปี...ก็เท่ากับว่ายังมีบางสิ่งที่เหนี่ยวรั้งให้ซื่อเป่าอยู่ต่อและนั่นอาจจะเป็นต้วนมู่ชิง


 

“ขอรับ...เหม่ยเหรินเป็นคนช่วยเหลือข้าจากสิ่งเหล่านั้น ท่านรับข้ามาอุปการะ…พ…เพื่อไม่ให้ใครทำร้ายข้าได้อีก” ซื่อเป่าตอบ ย้อนความทรงจำถึงผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างไม่รังเกียจเดียดฉันท์ สีหน้าของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาในตัวผู้เป็นนายยิ่งนัก


 

“นับจากวันนั้น ซื่อเป่าผู้นี้จึงได้ติดตามเหม่ยเหรินเพื่อทดแทนบุญคุณขอรับ...” ซื่อเป่าตอบ ดวงตาของเขามีประกายสดใสขึ้นมาจนเห็นได้ชัด "ไม่ใช่แค่ตัวข้าเท่านั้น บ่าวคนอื่นๆ เองก็เช่นกัน ทุกคนที่สุ่ยเซียนต่างก็ได้รับความกรุณาจากเหม่ยเหริน ท่านคอยช่วยเหลือ ให้ชีวิตใหม่ ให้ที่อยู่ที่แสนปลอดภัยให้กับเราขอรับ"


 

ตลอดระยะเวลาที่ซื่อเป่าเล่า อวี้เหวินเฉิงไม่ได้กล่าวแทรก เขารับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายถ่ายทอดอย่างตั้งใจ ทบทวนถึงเหตุการณ์ต่างๆ รอยยิ้มบางอย่างก็ปรากฏออกมาจนต้องรีบยกแขนเสื้อขึ้นมาบังริมฝีปากไว้


 

ตนน่ะเข้าใจความรู้สึกของซื่อเป่าอย่างดี


 

"มีอันใดหรือขอรับ? " พอเห็นอวี้เหวินเฉิงมีท่าทีแปลกๆ ซื่อเป่าจึงถามอย่างฉงน


 

"ไม่มีอันใดหรอกขอรับ เอาล่ะ ข้าคงรบกวนเวลาทำงานเพียงเท่านี้" เมื่อเดินมาถึงจุดแยกทางเดิน อวี้เหวินเฉิงจึงยืนส่งซื่อเป่าให้ไปทำงานของตนต่อ


 

"ขอรับ...ข้า...อา" ซื่อเป่าคลี่ยิ้มให้กับอวี้เหวินเฉิง ระดับความไว้วางใจเริ่มเพิ่มขึ้นมาจากในครั้งแรกเล็กน้อย "ต้องขอขอบพระคุณว่าที่พระสนมเฉิงขอรับ ที่กรุณายอมฟังเรื่องราวของผู้น้อยตั้งนานสองนาน"


 

"ข้าพร้อมรับฟังขอรับ เอาไว้ครั้งหน้าหากมีโอกาส พวกเราคงได้มาร่วมสนทนากันอีก" อวี้เหวินเฉิงระบายรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้า เขาอยากย้ำให้ซื่อเป่าเชื่อว่าตัวเองปลอดภัยและเป็นมิตรมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่ออย่างน้อยอนาคตข้างหน้าคนผู้นี้อาจจะมีประโยชน์กับตนในด้านข้อมูลที่น่าสนใจ


 

ซื่อเป่าตอบรับด้วยรอยยิ้ม เขาโค้งลาอย่างนอบน้อมก่อนเดินไปทำงานต่อ โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่ามีสายตาของอวี้เหวินเฉิงคอยเฝ้ามองจนลับสายตา


 

คนรับใช้ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างได้รับความช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ...?


 

แม้จะเพียงแค่เล็กน้อย แต่ในยามที่ได้ฟังเรื่องเล่าของซื่อเป่า อวี้เหวินเฉิงก็ยิ่งมั่นใจ


 

หากต้วนมู่ชิงใช่ ‘คนนั้น’ จริงๆ ก็เท่ากับว่า...ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปีก็ยังคงเป็นคนใจดี ชอบเสนอหน้าช่วยเหลือชาวบ้านชาวช่องได้ตลอดเวลาแม้จะย้ายรกรากมาอยู่ในรั้ววังแล้วก็ตาม


 

“ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ นั่นล่ะนะ”


 

นั่นคือเสียงพึมพำสั้นๆ ของอวี้เหวินเฉิง ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมา ทอดสายตาไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย


 

เสี้ยวหนึ่งใจของอวี้เหวินเฉิงมีความสุขที่อีกฝ่ายยังคงเหมือนเดิม แต่อีกเสี้ยวกลับครุ่นคิดอย่างสาหัส ระยะเวลาที่หายไปแปดปี ชายคนนั้นได้ทำอะไรบ้าง พบเจออะไรถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้


 

และจะ…ไปใจดีกับคนอื่นโดยที่เขาไม่รู้อีกกี่คน?


 

แต่ในช่วงจังหวะที่กำลังคิดอยู่นั้นเอง แสงสีทองริ้วหนึ่งก็ปรากฏแวบผ่านหางตา กระดาษแผ่นน้อยร่วงหล่นลงที่ฝ่ามือ ใจความในนั้นทำให้อวี้เหวินเฉิงเผลอทำหน้าปลาตายกับความใจร้อนของผู้ส่ง


 

กระดิกนิ้วเรียกให้ใบไผ่ใบหนึ่งปลิดออกจากขั้วต้น คำพูดบางอย่างถูกเอ่ยใส่ใบไผ่ เมื่อพูดจบมันก็บิดตัวม้วนลอยละล่องขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยมีแสงนั้นคาบพาไปอย่างรวดเร็ว


 

ก่อนจะ...


 

“ทำอะไรอยู่หรือ ไยจึงไม่หลับไม่นอน...?”


 

ดวงตาสีดำขลับแสร้งมองเหม่อไปยังท้องฟ้า อวี้เหวินเฉิงตีเนียนเป็นไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเดินมาหา


 

“ท่านพี่ต่างหาก ข้านึกว่าท่านเข้านอนไปแล้วเสียอีก” อวี้เหวินเฉิงตอบ อันที่จริงเขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเดินเล่นเพลินจนมาถึงเขตเรือนของต้วนมู่ชิงก็เมื่อครู่นี้เอง


 

“อืม...นอนแล้ว...ตื่นแล้ว...” ต้วนมู่ชิงตอบก่อนจะชี้ทรงผมอันยุ่งเหยิงเพราะผ่านการนอนดิ้นมาแล้วสักสองตลบของตน


 

พอเห็นคนหัวฟูไม่พอยังเดินตาหยีอีก อวี้เหวินเฉิงก็ได้แต่กลั้นขำ บอกขออนุญาตแล้วเอามือแตะๆ ปัดๆ ทรงผมให้เข้าทรง


 

“ข้ารู้สึกนอนไม่ค่อยสบายเท่าไร...เลยออกมาเดินรับลม...ล่ะ”


 

“ไม่สบายหรือขอรับ...นอนไม่สบายหรือมีอาการป่วยไข้ขอรับ?”


 

“อืม...หมอนก็นิ่มเหมือนเดิม...เตียงก็ฟูดี...ผ้าห่มก็อุ่นตามปกติ แต่ข้า...ข้าแค่รู้สึกแปลกๆ” ต้วนมู่ชิงยังคงสะลึมสะลือพูดไม่เป็นคำ ครึ่งหนึ่งหลับครึ่งหนึ่งตื่น ดวงตาหยีตื่นไม่เต็มตานักเพราะสำหรับคนเพิ่งตื่นแล้ว แค่แสงจางๆ จากโคมตะเกียงก็ทำให้แสบตาได้แล้ว


 

“แปลกๆ หรือขอรับ--!!!” ไม่ทันที่อวี้เหวินเฉิงพูดจบ คนสะโหลสะเหลก็เอนตัวไปด้านหน้า สติดับวูบคล้ายไฟในกายโดนเป่าจนมอด ต้วนมู่ชิงโดนความง่วงเข้าครอบงำร่วงปุเข้าซบอกของอวี้เหวินเฉิงทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนหรือคำบอกกล่าวใดๆ


 

“ท่านพี่...?” อวี้เหวินเฉิงทวนถาม


 

“อือ...ตรงนี้อุ่น...” พูดจบแค่นั้นคนที่งัวเงียก็หลับปุ๋ย ต้วนมู่ชิงผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ระหว่างซบหน้าลงกับบ่าอุ่น สองแขนโอบรอบเอวของอวี้เหวินเฉิงหลวมๆ คล้ายกับพึงพอใจแล้ว


 

สักพักเขาก็หลับไปได้ทันที


 

ความมืดในยามราตรีทำให้มองสีหน้าของอวี้เหวินเฉิงไม่ชัดเจนนัก แต่กระนั้นบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน


 

วันนี้...เขาหยอดหลอกกินเต้าหู้ [1] มาทั้งวันก็จริง แต่เป็นสถานการณ์ที่ล่อแหลมเช่นนี้ อวี้เหวินเฉิงกลับสำรวมตนและทำเพียงแค่ประคองร่างของต้วนมู่ชิงไม่ให้ล้มโดยไม่ได้ล่วงเกินใดๆ เลยแม้แต่น้อย


 

“อุ่น...อย่างนั้นหรือ?” อวี้เหวินเฉิงกล่าว มองใบหน้ายามหลับนั่น แล้วกระชับร่างของคนตัวเล็กกว่าขึ้นมาด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง


 

อวี้เหวินเฉิงเคยได้ยินคำนินทาว่าต้วนมู่ชิงเป็นพระสนมจอมเกียจคร้าน


 

แต่สำหรับอวี้เหวินเฉิงแล้ว... แทนที่จะเรียกต้วนมู่ชิงว่าเป็นคนขี้เกียจหรือไม่ยอมเข้าสังคม เขากลับคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงเสียมากกว่า คงจะรู้สึกว่าตำหนักสุ่ยเซียนคือพื้นที่ปลอดภัยของตนและหาความสุขใส่ตัวด้วยเรื่องง่ายๆ อย่างการนอนหรือพูดคุยกับคนที่ตนเปิดใจยอมรับ


 

แล้วการที่อีกฝ่ายสามารถหลับบนอกนี้ได้...เขาจะสามารถเข้าข้างตัวเองได้หรือไม่ ว่าต้วนมู่ชิงไว้ใจเขาแล้ว...?


 

อวี้เหวินเฉิงได้แต่คิดสงสัยเช่นนี้ในระหว่างอุ้มร่างนั้นกลับไปนอนที่เตียงตามเดิม


 

“ฝันดีนะขอรับท่านพี่...” พูดพร้อมทอดสายตามองร่างบางบนเตียงด้วยความรู้สึกบางอย่าง กลิ่นอายอันแสนผ่อนคลายราวกับเทียนหอมนี้ มันทำให้อวี้เหวินเฉิงไม่อาจสงบใจได้เลยแม้แต่น้อย


 

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด การที่เขายืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ต่อให้มีสิ่งใดมาแทรกมากแค่ไหนสิ่งที่อวี้เหวินเฉิงควรให้ความใส่ใจเป็นอันดับหนึ่งก็คือเรื่องของงาน...มันควรจะเป็นเช่นนั้น


 

ไม่สิ ปกติเขาก็เป็นคนเช่นนั้น ชีวิตที่ผ่านมา เขาอุทิศให้กับหน้าที่ไปเสียครึ่ง


 

แต่ทว่าการได้พบกับใครบางคน ซึ่งเป็นคนที่ตนอุทิศอีกครึ่งชีวิตให้ มันทำให้ความรู้สึกที่เคยทิ้งไปกลับคืนมาอย่างเชื่องช้า เขากำลังลังเลว่าตนควรจะใส่ใจกับสิ่งใดเป็นอันดับหนึ่งกันแน่


 

เรื่อง ‘งานนั้น’ คือสิ่งที่เขาทุ่มเทเวลามาตลอดเพื่อสืบหาความจริง อดทนร่ำเรียนวิชา เสี่ยงอันตรายนานัปการ หรือแม้แต่หัดโกหกตีสองหน้าก็เพื่อหาคำตอบให้แก่ตัวเองให้จงได้


 

แต่...


 

‘คนคนนั้น’ เองก็สำคัญไม่แพ้กัน มันคือสิ่งสำคัญทั้งสองอย่างที่ปรากฏมาพร้อมกัน ทว่ากลับเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน


 

“ไม่สมควรเลยจริงๆ” อวี้เหวินเฉิงได้แต่พึมพำ เสียงเบาราวกับกลัวอีกคนตื่นขึ้นมา ใบหน้ายามหลับนั้น ทำให้รอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนได้ปรากฏ


 

ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับแตะต้องไปมากกว่านี้ไม่ได้ ต่อให้ไม่ได้เคยถวายงาน ต่อให้ไม่ใช่เมียรัก ก็ยังคงเป็นหนึ่งในสมบัติของฮ่องเต้ และเพื่อปกป้องต้วนมู่ชิงจากขี้ปากชาวบ้าน การแตะต้องสมบัติหลวงย่อมเป็นเรื่องไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง


 

โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เขาไม่สามารถเปิดเผยถึงความเป็นมาที่แท้จริงของตัวเองได้...


 

เขารู้ดีว่าในตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา...เช่นนั้นแล้ว เมื่อใดเล่าถึงจะถึงเวลากันงั้นหรือ...เมื่อใดกันหนอที่เขาจะสามารถเอื้อมมือไปถึงอีกฝ่ายได้มากกว่าจุดยืนที่เป็นอยู่ตอนนี้


 

หรือจนกว่าที่ ‘งาน’ นั้นจะสำเร็จกันนะ?


 

เสียงจักจั่นกระทบปีกดังสนั่น สายลมโชยเบาพัดให้เปลวเทียนในเชิงดับทีละดวง สองดวง จวบจนกระทั่งหมดไป ภายในห้องนอนของต้วนมู่ชิงในตอนนี้ตกอยู่ในความมืดมิด


 

และอวี้เหวินเฉิงจึงได้เดินออกไปจากห้องนอนของต้วนมู่ชิง รวดเร็วก่อนที่กลิ่นควันของเทียนหอมเหล่านั้นจะจางหายไปจากกาย


 

*********


 

ริ้วแสงสีทองลอยอยู่บนฟ้า โบกไหวไปมาราวเรียกร้องความสนใจไม่ต่างจากสัตว์น้อยไร้เดียงสา


 

คนผู้หนึ่งเดินตรงไปที่หน้าต่าง ยกม่านไม้ไผ่ขึ้นมาพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ริ้วแสงนั้นบินเข้ามาในห้องของตน


 

ห้อง...ของเสียนเฟยนามว่าจื่อเหยา


 

ซึ่ง ‘เส้นสาย’ ของอวี้เหวินเฉิงนั้น จะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากคนคนนี้นี่เอง


 

“...เจ้าเด็กนั่น กว่าจะตามตัวตามข้อมูลมาได้ ช่างเล่นตัวเสียจริง” รอยยิ้มอย่างเอ็นดูระคนเหนื่อยใจปรากฏบนใบหน้าสวย มือบางยื่นไปด้านหน้า รับใบไผ่จากริ้วแสงก่อนที่มันจะหายไป


 

จื่อเหยายกมือขึ้นเกี่ยวปอยผมทัดหู ก้มหน้ารับฟังข้อความที่อวี้เหวินเฉิงฝากมา ทว่าพอสิ้นการรายงานนั้น รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็หายไปกลายเป็นความจริงจังเข้ามาแทนที่ ริมฝีปากบางเม้มปากแน่นขึ้น พ่นลมหายใจออกมายาวๆ หนึ่งครั้ง ความแน่นที่จุกในอกนี้จึงได้คลายตัวลง


 

มีผนึกซ่อนอยู่ที่ตำหนักสุ่ยเซียน แต่ยังเอาข้อมูลออกมาไม่ได้


 

“เป็นอย่างที่คาด” จื่อเหยาเก็บใบไผ่ไว้ในอกเสื้อ ดวงตาสีเข้มนั้นช่างเปล่งประกายด้วยความรู้สึกอันหลากหลายทั้งเคร่งเครียด ทั้งจริงจัง และ...มีความหวัง


 

ร่างโปร่งบางพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนก้าวไปตามทางเดิน


 

“ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงเสียที” จื่อเหยาพึมพำเสียงแผ่วเบาออกมาท่ามกลางความมืดและเปลวไฟที่ไหววูบ


 

วังหลวงแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความลับ ตำนานเล่าขานมากมายก่อกำเนิดจากที่แห่งนี้ โดยที่จื่อเหยาไม่รู้ว่ามีมากมายเท่าไรต่อเท่าไร


 

กล่าวกันว่าช่วงก่อร่างสร้างวัง ราชวงศ์แรกได้มีการวางมาตรการอย่างแน่นหนาทั้งเรื่องของจุดยุทธศาสตร์ ทั้งเรื่องของความปลอดภัย ไหนจะยังเกณฑ์ผู้มากฝีมือจากสำนักดังมาตั้งค่ายอาคมอันแข็งแกร่ง เพื่อป้องกันภัยเร้นลับหลุดลอดเข้ามาทำอันตรายต่อราชวงศ์


 

...แต่แล้วอย่างไรเล่า อัญมณีเม็ดงามผ่านเวลาก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งรอยด่างพร้อย ในหนึ่งกองข้าวสารชั้นดีใช่ว่าจะไร้มอดซ่อน สถานที่ซึ่งดูปลอดภัยที่สุด ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยหมดจดเสียหน่อย ภัยภูตผีปิศาจนั่นก็ใช่ ภัยจากมนุษย์ร้ายนั่นก็ด้วย


 

จื่อเหยารู้ดีว่าสิ่งเหล่านั้นเก็บซ่อนมาเนิ่นนานนัก


 

อย่างน้อยก็มากกว่า เก้าปี


 

โบราณกล่าวว่าต่อให้งี่เง่ามากเท่าใดแต่มนุษย์ทุกคนย่อมมีเหตุผลในการกระทำด้วยกันทั้งนั้น สิ่งที่จื่อเหยากำลังทำอยู่ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะการจับตามองอวี้เหวินเฉิงก็ดี การเป็นเส้นสายในการสืบก็ดี ไม่ว่าจะเรื่องใดเขาย่อมมีเหตุผลรองรับทั้งหมด


 

รวมถึงการที่ส่งมอบตำหนักสุ่ยเซียนให้ต้วนมู่ชิงด้วยเช่่นกัน


 

เพราะตนเห็นสมควรแล้วว่าตำหนักแห่งนั้นเหมาะแก่ใครและใครใช้จึงสมควรที่สุด ไม่ใช่เพราะเส้นสาย ไม่ใช่เพราะวงศ์สกุลร้องขอ ไม่ใช่เพราะความเอ็นดูที่ลำเอียง แต่ตำหนักนั้นต่างหากที่เลือกต้วนมู่ชิง


 

แม้ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะโชคชะตาวิบัติหรือ ‘บางสิ่งบางอย่าง’ ที่อยู่ในที่แห่งนั้นเป็นผู้เลือกสรร ทุกอย่างมันลงตัวไปเสียหมด ไม่ว่าจะนิสัย ไม่ว่าจะความลงตัว ต้วนมู่ชิงล้วนตอบโจทย์ได้ดีเสียจนปริศนาที่เคยเป็นดังหนามยอกอกของเขาสั่นแปลบ ความระริกยินดีที่ได้พบกับคำใบ้มันทำให้รู้สึกรอดจากทางตันนั่นเสียที


 

จื่อเหยาพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยระหว่างที่เอื้อมมือไปด้านหน้า ริ้วแสงสีทองนั้นก็ค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นมา เกาะบนปลายนิ้วเขาราวกับนกนางแอ่นน้อยเชื่องๆ ตัวหนึ่ง


 

นับหลายปีที่รอมานาน นับหลายปีที่รวบรวมชิ้นส่วนของคำตอบทั้งหมด


 

เขาเอ็นดูต้วนมู่ชิงมาก...นั่นคือความจริงที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ผลประโยชน์ของเขาย่อมมาเหนือความเอ็นดูที่ไม่อาจได้รับค่าตอบแทนใดๆ ได้


 

การตามหาความจริงและการล้างแค้นต่างหากเล่าคือเหตุผลที่ทำให้เขายังมีชีวิตมาอยู่จนถึงทุกวันนี้


 

ขอแค่เพียงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น...เขาก็จะได้เริ่มทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยค้างคาในอดีตเสียที


 

 


 

[1] 吃豆腐 (ชือโต้วฝุ) แปลว่า กินเต้าหู้ เป็นสำนวนวลีมีความหมายในเชิงหลอกแต๊ะอั๋ง


 

[รีไรท์ครั้งที 1 :26/3/20]


 

ต้องการวันหยุดยาว ฮือออออออออออออออออออออออออออออ ช่วงนี้เราล้ามาก ๆ เลยล่ะค่ะ รู้สึกเหมือนเอเนอจี้ตกต่ำอย่างเหลือเกิน แต่ก็อยากกินปิ้งย่างมาก ๆ ช่วงนี้เห็นโปรบุฟเฟ่ต์บาบิก้อนกำลังมา ไรท์ต้องไปกินให้ได้ ฮึบบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 968 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #698 Alisona Janes Curse (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 11:30
    สรุปเสียนเฟยเป็นตัวบิ๊กฝั่งน้องอีกที ....
    #698
    1
    • #698-1 White-Crystal(จากตอนที่ 11)
      5 ตุลาคม 2563 / 11:51
      ใช่เลยค่ะ เป็นตัวบิ๊กรองจากไทเฮา----ฮาาาาาาา
      #698-1
  2. #636 sakura17 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 21:43
    มาดีเถอะนะ
    #636
    0
  3. #580 kunkhonlekkk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 15:18
    ปริศนาเยอะจนชักเริ่มงง...
    #580
    1
    • #580-1 White-Crystal(จากตอนที่ 11)
      6 เมษายน 2563 / 08:57
      ปริศนาจะค่อยๆ คลายคัวค่ะะ
      #580-1
  4. #527 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:47

    เอ้า! นี่เรานึกว่าเสี่ยนเฟยเป็นคนที่มีอาคมแอบทำเรื่องร้ายๆ ผิดคาด! ไม่ใช่ซะงั้น

    #527
    0
  5. #459 HoneynLime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:24
    เดาม่ายถูกกกก
    #459
    0
  6. #286 เทพเจ้าแห่งกาลเวลา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 23:35
    เดาผิดซะงั้น นึกว่าเส้นสายเปนฮ่องเต้ 55555
    #286
    0
  7. #279 PuiPui--r (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 14:03
    เอ๊า~ที่แท้เสียนเฟยช่วยอิเด็กหมาป่า
    #279
    0
  8. #235 wuddyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 12:31
    ความลับอะไรกันแน่
    #235
    0
  9. #148 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 21:17
    อ้าว ทายผิด ที่แท้เสียนเฟยเป็นฝั่งดีสินะ
    #148
    0
  10. #98 Xialyu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 21:21
    มีความลับที่อยู่ในใจ
    #98
    0
  11. #97 Pissuda627 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 09:28
    มีความลับ แต่ก็รอวันเปิดเผยค้า เอ็นดูหนูชิง น่ารักเหมือนแมวขี้เซา
    #97
    0
  12. #96 ✶なデア (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:55
    สนุกมากค่าา
    #96
    0
  13. #95 rinnarinrin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 21:33

    น้องต้วนคือจะหลับใส่เหวินเฉิงแบบนี้ก็ได้หรอ?? นิสัยน้องต้วนนี่คือแมวอ้วนชัดๆ ว่าแต่ในตำหนักมีผลึกไรซ่อนอยู่กันแน่นะ? แล้วผลึกนั้นมันมีไว้ทำไร? แล้วทำไมน้องต้วนอยู่มาได้ตั้งนานไม่เห็นเจอไรเลย? นี่ว่าเหวินเฉิงกับน้องต้วนต้องมีอดีตไรกันแน่ๆ อยากรู้ๆ

    #95
    0
  14. #94 ppterakk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 19:56
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากเลยค่ะ65555555
    #94
    0