มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 9 : "ผ่าตัด"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    1 ส.ค. 61



                 ชายหนุ่มมาถึงที่คุมขังเชลยด้วยความเร่งรีบ เมื่อมาถึงเขาก็รีบปลดโซ่คล้องประตูกรงขังอยู่ออกทันที ทำเอาคนที่อยู่ข้างในต้องรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ

              "ออกมา" เขาสั่งทันทีที่เปิดประตูกรงขังได้

              "จะพาฉันไปไหน" หญิงสาวถามขึ้นหน้าตาตื่น ที่อยู่ดีๆชายหนุ่มคนนี้ก็เปิดประตูมาสั่งเธอด้วยท่าทีเร่งรีบ

              "บอกให้ออกมาอย่างไรเล่า" เขาเร่ง

              "ไม่ไป  บอกมาก่อนสิว่าจะพาไปไหน" หญิงสาวยืนชิดมุมกรงขังพร้อมกับจับกรงเหล็กไว้แน่น ไม่ยอมก้าวเท้าออกจากกรงขัง ด้วยกลัวว่าชายหนุ่มจะพาเธอไปทำเรื่องไม่ดี

              "ให้ออกมาก็ออกมาเถิด จักถามเอาความกระไร เร็วเข้า"

              "ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะบอกว่าจะพาไปไหน" เธอบอกขณะที่มือทั้งสองยังไม่ยอมปล่อยจากลูกกรง 

              เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ยอมออกจากกรงขัง หลวงหนุ่มจึงตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในและพยายามลากเธอออกมา แต่สาวเจ้ากลับร้องโวยวายด้วยความตกใจ มือจับลูกกรงไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายได้ สุดท้ายเธอก็ถูกลากออกมาจนได้ แต่กว่าจะได้ก็เล่นเอาเขาเหงื่อตก เพราะสาวเจ้าถึงจะดูตัวเล็กแต่แรงเยอะใช่ย่อย

              "จะพาไปไหน ฉันเจ็บนะ" เธอพยายามร้องภามหลายครั้ง แต่ก็ไร้คำตอบใดๆจากคนตรงหน้า เขายังคงฉุดกระชากลากถูเธอไปตามทางด้วยความเร่งรีบ จนคนถูกลากก้าวเท้าตามแทบไม่ทัน

 

             หลวงฤทธิรงค์พาวาดดาวมาถึงหน้ากระโจมของหลวงภักดีด้วยความทุลักทุเล เพราะเธอพยายามขัดขืนมาตลอดทาง

             "มีคนเจ็บ จักให้ช่วยดูอาการให้" เขาสั่งเสียงเข้มหลังจากแก้มัดเชือกที่ข้อมือให้เธอแล้ว วาดดาวหันไปมองคนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียง จึงรู้ว่านี่คือเหตุผลที่ทำให้เธอถูกลากมาที่นี่

             "บอกกันดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องลากมาแบบนี้เลย " เธอตัดพ้อเขาก่อนจะเดินไปดูอาการคนเจ็บ 

             "หญิงนางนี้รึ ที่ท่านว่า" ขุนเวชโอสถถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาลากมา ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองสาวเจ้าที่กำลังดูอาการคนเจ็บอยู่

             "เอาฉันมาขายอะไรอีกล่ะ" เธอบ่นพึมพำคนเดียว ก่อนจะเอ่ยถามอาการคนเจ็บ "เขาเป็นอะไรมา"

             "ถูกแทง" ชายหนุ่มตอบ

            "บาดแผลถูกแทงด้วยของมีคม ที่ท้องด้านขวา" เธอประเมินอาการคนเจ็บในใจ "มีอาการหน้าซีด ตัวซีด เหงื่อออกมาก หายใจเร็ว" เมื่อเห็นคนเจ็บหน้าซีดเผือด หายใจหอบถี่ เธอจึงรีบจับชีพจรดูทันที "ชีพจรเต้นเร็วและเบามาก แสดงว่ามีอาการตกเลือด" วาดดาวรีบเปิดบาดแผลดูทันที แต่เห็นว่าบาดแผลถูกพันปิดไว้เรียบร้อย และไม่มีเลือดไหลออกมาแล้ว "เลือดหยุดไหลแล้วนี่ หรือว่า......." คราวนี้สีหน้าเธอดูเป็นกังวลขึ้นมาทันที

             เธอจึงลองใช้มือกดลงบนหน้าท้องของคนเจ็บเบาๆ คราวนี้คนเจ็บถึงกับร้องโอยออกมาด้วยความเจ็บ จนคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่สะดุ้งตามด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวกลับยังมีสีหน้าเรียบเฉย

             "หน้าท้องเกร็ง มีลมในช่องท้อง" เธอประเมินอาการที่ตรวจพบ "เขาอาเจียนด้วยใช่ไหม" คราวนี้หันไปถามคนที่ยืนดูอยู่ คนถูกถามรู้สึกประหลาดใจว่าเธอรู้ได้อย่างไร ก่อนที่ขุนเวชฯจะตอบออกไป

             " ใช่ เขาอาเจียนเป็นเลือด สองหน"

             "*Hemoperitoneum" เธออุทานเบาๆคนเดียว

             "ว่าอย่างไร รักษาได้หรือไม่" หลวงหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นสาวเจ้าเงียบไป

             "ได้!"

             "จริงรึ" หมื่นพิทักษ์เอ่ยถามด้วยท่าทางดีใจ

             "แต่ต้องพาเขาไปที่โรงพยาบาลนะ" เธอขยายคำว่าได้ของตัวเองต่อ

             "โรง.... โรงอะไรนะ?" ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา เพราะไม่เข้าใจที่เธอพูด

             "โรงพยาบาลไง" เธอตอบเป็นเรื่องธรรมดา

             "เจ้าหมายถึงโรงหมอ เช่นนั้นใช่หรือไม่" ขุนเวชฯเอ่ยถาม

             "ใช่มั้ง?" เธอตอบกลับไปด้วยสีหน้างุนงง แต่คิดว่าเป็นความหมายเดียวกัน

             "ในป่าเช่นนี้ หาได้มีสถานที่อย่างที่เจ้าว่าดอก" ขุนเวชฯบอก

             "ก็เข้าไปในเมืองสิ หรือโทรเรียกรถพยาบาลก็ได้ โทรศัพท์ล่ะ โทรสิ" วาดดาวเสนอแนวทางให้  แต่คนฟังกลับแสดงสีหน้างุนงงเข้าไปใหญ่กับสิ่งที่เธอพูด 

             "เจ้าพูดกระไรของเจ้า ข้ามิเข้าใจ" 

             "ถ้าไม่ไปโรงพยาบาล ก็รักษาไม่ได้ เข้าใจไหม" เธอพยายามอธิบาย

             "อ้าว! เมื่อครู่เจ้าบอกว่ารักษาได้มิใช่รึ"

            "ฉันบอกว่ารักษาได้ แต่ต้องไปโรงพยาบาล เขามีเลือดออกในช่องท้อง อวัยวะภายในอาจจะได้รับความเสียหาย ต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้นเขาอาจจะช็อก และตายในที่สุด" เธอพยายามอธิบายด้วยคำพูดที่ยาวเหยียด แต่ดูเหมือนคนฟังจะยิ่งไม่เข้าใจ และเริ่มหงุดหงิดกับคำพูดของเธอแทน

              เขาจับแขนเธอกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง ด้วยความโมโห จนร่างบางนั้นเซถลาไปตามแรงกระชากของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะตะคอกใส่หน้าเธอด้วยอารมณ์โมโห

             "ข้ามิเข้าใจความที่เจ้าว่า ข้ารู้แต่เพียงว่า ในเมื่อเจ้าเอ่ยปากว่ารักษาได้ เจ้าก็ต้องรักษา"

             "แต่ว่า........" เธอพยายามจะอธิบาย แต่ยังไม่ทันได้พูดก็ถูกเขาแทรกขึ้นเสียก่อน

             "หากเจ้ามิทำ ข้าจักฟันคอเจ้าให้ขาดเสีย เข้าใจหรือไม่" เขาขู่จนเธอต้องเงียบไป ทำได้แค่มองหน้าเขาด้วยความโมโห

             "มีกระไรกัน" เสียงผู้มาใหม่ร้องทักขึ้น ทำให้หลวงฤทธิรงค์ต้องรีบปล่อยมือจากหญิงสาวทันที 

             "ท่านเจ้าคุณ" คนในกระโจมรีบแสดงความเคารพเจ้าของเสียงทันที

             "หลวงภักดีอาการเป็นเช่นไรรึ เห็นว่ามิเป็นกระไรมากอย่างไรเล่าท่านหมอ" ท่านพระยามอญถามอาการคนเจ็บอย่างร้อนใจ

             "คาดว่ามีอาการเลือดตกในขอรับ" ขุนเวชฯรีบรายงาน

             "เลือดตกในรึ แล้วอาการเป็นเยี่ยงไร รักษาได้หรือไม่"

             "หญิงนางนี้บอกว่ารักษาได้ขอรับ"หลวงฤทธิรงค์ตอบแทนพร้อมกับหันไปมองหญิงสาวข้างตัวที่มองค้อนเขาด้วยหางตา เนื่องจากยังไม่หายโมโหที่เขาพูดจาข่มขู่กันโชกเธอ

             "จริงรึ เจ้ารักษาได้จริงรึ"

             "คงอย่างนั้นมั้งคะ" ก็โดนบังคับให้ทำได้นี่ ถ้าทำไม่ได้ก็คอขาดสิ เธอตอบด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจว่าจะรักษาได้ เพราะที่นี่ไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะใช้รักษาได้เลยสักชิ้น จนเธอไม่แน่ใจเลยว่าจะทำได้

             "แล้วทำเยี่ยงไรเล่า จักรักษาเช่นไร" คราวนี้หมอหลวงเป็นฝ่ายถามบ้าง

             "ผ่าตัด เอาเลือดที่คั่งในช่องท้องออก" เธอตอบ แต่คำตอบของเธอทำเอาเหล่าคนที่ได้ฟังถึงกับตกใจที่ได้ยิน

             "ผ่า!  หมายถึงเอามีดผ่าท้องน่ะรึ" หมอหลวงเอ่ยทวนคำตอบที่ได้ยินอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฟังผิด

             "นี่เจ้าจักบ้ารึ เอามีดผ่าท้อง ก็มีแต่ตายเสียเท่านั้น จักเป็นการรักษาได้เยี่ยงไร" หลวงฤทธิ์รงค์ท้วงขึ้น

             "ผ่ารักษา ไม่ได้ผ่าให้ตาย แต่ถ้าไม่ผ่าเขาได้ตายจริงๆแน่"

             "แต่เกิดมา ข้ามิเคยพบเห็นวิธีการรักษาโดยการเอามีดผ่าท้องมาก่อนเลยในชีวิต แน่ใจรึว่าเป็นวิธีการรักษา " หมอหลวงถาม

             "มีเยอะแยะไปที่ไหนเขาก็ทำได้ทั้งนั้น" เธอบอกไปแบบนั้น ในใจยังนึกสงสัยว่าทำไมคนพวกนี้ถึงได้ไม่เคยรู้จักวิธีการผ่าตัดรักษา จะว่าห่างไกลความเจริญแต่ต้องไกลขนาดไหนกันถึงได้ไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ "แล้วยังไงตกลงจะให้ผ่าไหม เธอถามขึ้นเมื่อทุกคนเงียบ

             "เอามีดผ่าท้อง จักมิตายรึ"หมื่นพิทักษ์ถามด้วยความสงสัย

             "แต่ปล่อยไว้เช่นนี้ หลวงภักดีคงจักมิรอดเป็นแน่ เอาอย่างไรดีคุณหลวง" ขุนเวชฯเอ่ยถามหลวงหนุ่มที่เงียบไป

             "ไม่ผ่าก็ตาย แต่ถ้าลองก็อาจจักรอดก็เป็นได้” พระยามหาโยธาแสดงความคิดเห็น "ว่าเยี่ยงไรคุณหลวง"

             "เจ้าแน่ใจหรือไม่ ว่าหลวงภักดีจักรอด” เขาหันไปถามหญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม

             "ถ้าไปโรงพยาบาล......” เธอพยายามจะโน้มน้าวให้ส่งตัวคนเจ็บไปโรงพยาบาล แต่พอหันมาเห็นสายตาพิฆาตของอีกฝ่าย คำพูดที่ตั้งใจจะพูดก็ต้องกลืนกลับไปทันที “ฉันให้คำตอบไม่ได้หรอกนะ ว่าเขาจะรอดไหม ถ้าผ่า แต่ถ้าไม่ผ่า เขาตายแน่" หญิงสาวยืนยัน เขาหยุดคิด ก่อนจะตัดสินใจออกไป

             "ก็ได้ ข้าจักให้เจ้ารักษา แต่หากคุณหลวงเป็นกระไรไป ข้ามิปล่อยเจ้าไว้แน่ เขาบอกเธอพร้อมกับขู่ เธอกลับมองค้อนเขาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันไปบอกคนอื่นที่ยืนอยู่ในกระโจมที่ดูจะคุยรู้กว่าคนตรงหน้า

             "ขอผ้าสะอาดหลายๆผืน ต้มน้ำร้อนให้ด้วย เธอสั่ง ก่อนจะหันกลับมาหาชายหนุ่มข้างกายพร้อมกับพูดเสียงดังใส่หน้า "แล้วก็ขอกระเป๋าที่คุณเอาของฉันไป คืนด้วย"

             "เดี๋ยวฉันไปจัดของให้ก็แล้วกัน" หมื่นพิทักษ์รับอาสาก่อนจะรีบออกไปจัดการตามที่หญิงสาวบอก

 

             วาดดาวค้นอุปกรณ์การแพทย์ในกระเป๋าเป้ หลังจากที่ได้มันคืน เธอพยายามค้นดูเพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะใช้ผ่าตัดได้บ้าง ถึงจะเคยผ่านการผ่าตัดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน  แต่ครั้งนี้เธอรู้สึกกังวลมากเลยทีเดียว เพราะทั้งสถานที่และอุปกรณ์ไม่มีอะไรพร้อมเลยสักอย่าง เธอไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถผ่าตัดได้สำเร็จ หญิงสาวหันมามองคนเจ็บที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง แต่ถ้าหากไม่ทำเขาคนนั้นก็จะตาย ในฐานะหมอ เธอคงปล่อยให้เขาตายไปโดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ แต่อีกเหตุผลคือ หากเธอไม่ช่วย เธอก็ต้องตายไปพร้อมกับเขา ตามคำขู่ของอีกคนที่ขู่ไว้แน่ เธอถอนหายใจพร้อมกับหยิบเครื่องมือและยาในกระเป๋าออกมา เพื่อเตรียมการผ่าตัด 

 

             หมอสาวยืนอยู่ข้างเตียงคนเจ็บหลังจากเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วโดยความช่วยเหลือจากขุนเวชโอสถและหมื่นพิทักษ์

             "ขอความกรุณาคนที่ไม่เกี่ยวข้องช่วยออกไปข้างนอกด้วยค่ะ" เธอหันไปพูดเสียงดังเป็นเชิงสั่งให้คนที่ยืนอยู่ในกระโจมออกไป แต่เหมือนจะพูดใส่ชายหนุ่มหน้าเข้มที่ยืนจ้องเธออยู่ตลอดเวลา

             "ข้ามิไปที่ใดทั้งนั้น ข้าจักอยู่เพื่อดูเจ้า แลหากหลวงภักดีเป็นกระไรขึ้นมา ข้าจักตัดมือเจ้าทิ้งเสีย" เขาพูดเสียงดังใส่หน้าเธอ

             "เอะอะก็จะตัดหัว ตัดมืออยู่นั่น แน่จริงก็ตัดซะตอนนี้เลยสิ" เธอประชดด้วนความโมโหที่เขาเอาแต่ขู่เธออยู่นั่น "ขอร้องไม่เป็นก็น่าจะเงียบปากไปซะ โหวกเหวกโวยวายอยู่ได้คิดว่ากลัวเหรอ" เธอบ่นเสียงดัง จนคนถูกว่าหันมาจ้องเธอเขม็ง

             "จักทำกระไรก็รีบทำเถิด คุณหลวงท่านเริ่มจักทนมิไหวแล้ว" ขุนเวชฯท้วงขึ้นหลังจากเห็นสังเกตเห็นอาการคนเจ็บ ที่ดูท่าจะไม่ดี “ทำตามที่นางบอกเถิด ออกไปรอข้างนอกก่อนเถิดคุณหลวง ทางนี้เดี๋ยวฉันดูให้เอง มิต้องเป็นห่วงดอก"

              "นั่นสิ อยู่ในนี้ก็ช่วยกระไรมิได้ดอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอไปจักดีกว่า" พระยารามัญช่วยเกลี้ยกล่อมอีกคน

               "ก็ได้ขอรับ" ชายหนุ่มยอมทำตามแต่โดยดี เดินตามพระยามหาโยธาออกจากกระโจมไปในที่สุด

               "มีกระไรให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลย" วาดดาวพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมามองคนเจ็บที่นอนรอการรักษาอยู่บนเตียง "ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับคุณเหมือนกัน ถ้าคุณรอดฉันก็รอด ถ้าคุณตายฉันก็ตาย ช่วยพยายามให้มากๆด้วยนะ อย่างน้อยก็เพื่อตัวคุณเอง ขอร้องล่ะ" เธอรำพึงในใจพร้อมกับพนมมือยกขึ้นเหนือหัว แต่เพราะไม่ได้พูดอะไรออกมา จึงทำให้คนที่ยืนดูอยู่กลับประหลาดใจกับสิ่งที่เธอทำ

               "ต้องทำเช่นนี้ด้วยรึ" ขุนเวชฯ ถามขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่เธอทำ

               "ไม่มีอะไรค่ะ" เธอปฏิเสธ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อทำสมาธิ ถอนหายใจยาว "เอาล่ะ เริ่มการผ่าตัดได้"

                  

 

                "ในเมื่อพวกคุณบอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะฉะนั้นให้ทำตามที่ฉันบอกเท่านั้น ห้ามทำอะไรนอกเหนือจากที่ฉันบอกเด็ดขาด เข้าใจไหม" หมอสาวอธิบายทำความเข้าใจกับลูกทีมจำเป็นของเธอ "ต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุด เพราะไม่มีเครื่องมืออะไรเลยสักอย่าง" เธอบอกกับตัวเอง "คนเจ็บได้รับบาดเจ็บจากการถูกของมีคมแทงทะลุช่องท้อง มีอาการเลือดออกในช่องท้อง ต้องได้รับการผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งอยู่ในช่องท้องออก” เธออธิบายสาเหตุและอาการคนเจ็บตามความเคยชิน “เอาล่ะ เราจะเริ่มจากการผ่าเปิดช่องท้อง" เธอบอกพร้อมกับหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมา แล้วลงมือกรีดลงบนหน้าท้องเพื่อเปิดปากแผลให้กว้างขึ้น ถึงตอนนี้คนดูถึงกับตกตะลึงตาค้างกับการกระทำของเธอ

               "ใช่จริงๆด้วย" เธอเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอวัยวะที่ได้รับความเสียหายคือตับอย่างที่เธอคาดไว้นั่นเอง" เธอตรวจดูแผลที่ตับและเห็นว่าเหยื่อหุ้มตับและเนื้อตับฉีกขาด "เยื่อหุ้มตับและเนื้อตับบางส่วนได้รับความเสียหาย ทำให้เลือดไหลมาคั่งที่ช่องท้อง แต่บาดแผลไม่ถึงกับร้ายแรงเท่าไร เดี๋ยวฉันจะเย็บบริเวณที่เสียหายเพื่อห้ามเลือดก่อน ช่วยหน่อย" เธออธิบายให้หมอที่ยืนดูอยู่ด้วยความตื่นเต้นฟัง และช่วยเปิดหน้าท้องให้ เพื่อที่เธอจะได้เย็บบริเวณที่ตับฉีกขาด วาดดาวทำทุกอย่างอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วด้วยความชำนาญและเสร็จภายในเวลาไม่กี่นาที 

               "ต่อไปก็เอาเลือดที่คั่งอยู่ออก" เธอจัดการเอาเลือดที่คั่งอยู่ในช่องท้องออก จากนั้นจึงจัดการจัดอวัยวะทั้งหมดให้เข้าที่ 

               "สุดท้ายก็เย็บปิดหน้าท้อง" เธอเย็บปิดปากแผลจนเสร็จสับเรียบร้อย "ชีพจรเป็นยังไงบ้างคะ" เธอหันไปถามเมื่อเย็บปิดหน้าท้องเรียบร้อยแล้ว เพื่อเช็คชีพจรคนเจ็บว่าเป็นปกติหรือไม่

               "ชีพจรค่อยๆดีขึ้นแล้ว" ขุนเวชโอสถบอกหลังจาจับชีพจรคนเจ็บดู หมอสาวถอนหายเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งออกที่อวัยวะไม่ได้เสียหายมากมาย ทำให้การผ่าตัดครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี

               "ขอบคุณทุกคนมากค่ะ" เธอกล่าวขอบคุณผู้ช่วยจำเป็นของเธอทั้งสามคนที่ทำหน้าที่ได้อย่างดี ก่อนจะหันมาพูดกับคนเจ็บที่นอนไม่ได้สติอยู่ "เราทำหน้าที่ของเราแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะสู้แค่ไหน"

               "เรื่องนั้นคงมิต้องห่วง คุณหลวงท่านมิยอมแพ้ง่ายๆดอก" ขุนเวชฯตอบแทนคนเจ็บที่นอนอยู่

 

 

              หลังจากต้องเดินออกจากกระโจมคนเจ็บด้วยความไม่เต็มใจนัก ด้วยเพราะห่วงคนเจ็บที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่อยู่ข้างใน ชายหนุ่มก็ผุดลุกผุดนั่งตลอดเวลา เดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวายใจ   หากไม่ติดว่าหมอหลวงบอกว่าไร้หนทางจะยื้อชีวิตคนที่เปรียบเสมือนพี่ชายแล้วล่ะก็ เขาคงไม่มีทางให้เธอได้เข้าใกล้คนเจ็บเป็นแน่

              "หยุดเดินเสียทีเถิด คุณหลวง จักเดินไปเดินมาให้ได้กระไรขึ้นมา" พระยามหาโยธาเอ่ยท้วงขึ้นหลังจากนั่งมองหลวงหนุ่มที่เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวเดินไปเดินมา อยู่หน้ากระโจมไม่ยอมหยุด

              "นั่นสิขอรับ กระผมเวียนหัวไปหมดแล้ว" หมื่นพิทักษ์เสริม 

              "ก็กระผมเป็นห่วงนี่ขอรับ เกิดกระไรขึ้นข้างในนั้นบ้างก็มิอาจรู้ นี่ก็ผ่านมาหนึ่งชั่วยามแล้ว ข้างในยังเงียบอยู่เลย"

              "หาได้มีเสียงกระไรดังออกมาไม่ ก็แสดงว่าหาได้มีกระไรเกิดขึ้นให้น่าเป็นห่วงดอก ท่านขุนเวชโอสถก็อยู่ด้านในด้วย หากมีกระไรเกิดขึ้นท่านขุนคงส่งเสียงแล้ว " พระยารามัญพยายามพูดให้คนตรงหน้าคลายความกังวลลง

              "ถึงกระนั้น กระผมก็มิอาจวางใจได้ดอกขอรับ ยิ่งการที่ต้องปล่อยให้อยู่กับหญิงสาวแปลกหน้านางนั้นด้วยแล้ว กระผมยิ่งวางใจมิได้"

              "คุณหลวงบอกว่านางเป็นหมอมิใช่รึ นางคงมิทำกระไรหลวงภักดีดอก แลอีกอย่าง เราเองที่เป็นฝ่ายขอให้นางช่วยรักษาให้ เช่นนั้นเราควรจักเชื่อใจนางมิใช่รึ หยุดเดินได้แล้ว แลนั่งลงเสีย" คำพูดของพระยารามัญทำให้ชายหนุ่มใจเย็นลงมาบ้างแต่ก็อดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี เขาหันหลังกลับมาเตรียมตัวจะนั่งลง แต่ประตูกระโจมก็เปิดขึ้นเสียก่อนที่เขาจะทันได้นั่ง คนที่นั่งรอฟังข่าวมานานรีบรุดไปหาคนที่เดินออกมาจากกระโจมทันทีเพื่อถามถึงสถานการณ์

             "เป็นเยี่ยงไรบ้างท่านหมอ หลวงภักดีเป็นเช่นไรบ้าง" หลวงฤทธิรงค์ถามทันทีที่ขุนเวชฯเดินออกมา

             "ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ" คนเป็นหมอหันไปตอบกับผู้มีศักดิ์สูงกว่าอีคนที่ยืนรอฟังข่าวอยู่ ทำให้คนฟังต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก 

             "เช่นนั้นฉันเข้าไปข้างในได้แล้วใช่หรือไม่" หลวงฤทธิรงค์เอ่ยด้วยอยากเข้าไปดูอาการคนเจ็บเต็มที เมื่อคนถูกถามพยักหน้ารับ เขาจึงรีบเข้าไปในกระโจมทันที ตามด้วยพระยารามัญ และหมอหลวง

                   

            "พี่เทพ พี่ได้ยินฉันหรือไม่ เขาเรียกชื่อที่เคยเรียกคนเจ็บเป็นประจำเมื่อครั้งอยู่กันสองคน

            "เขายังไม่รู้สึกตัวหรอก เรียกไปเขาก็ไม่ได้ยิน" วาดดาวหันมาตอบหลังจากเก็บอุปกรณ์ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว

            "ไหนบอกว่าเรียบร้อยดีอย่างไรเล่า" 

            "การผ่าตัดเรียบร้อยดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรอดในตอนนี้ ต้องรอให้เขาฟื้นก่อน ถ้าคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะบอกได้ว่าเขาจะรอดไหม" เธออธิบาย "ถ้าเขาอดทนและใจสู้ เขาก็จะรอด"

             หลวงหนุ่มมองดูคนเจ็บที่นอนไม่ได้สติอยู่ตรงหน้า คิดว่าผู้เป็นพี่จะปลอดภัยแล้ว  แต่กลับต้องรอจนถึงพรุ่งนี้เช้า แต่เขามั่นใจในตัวพี่ชายคนนี้ ว่าใจสู้พอที่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่

 

              เวลาผ่านไปจวนเจียนจะเที่ยงคืนแล้วในอีกไม่กี่นาที บรรยากาศภายนอกเงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงใดๆ เสียงซ้อมดาบและเสียงอึกทึกที่ได้ยินเมื่อตอนบ่ายได้หายไปหมดแล้ว จะได้ยินก็แต่เสียงฝีเท้าของเหล่าทหารยามที่คอยเดินตรวจตราความเรียบร้อยยามค่ำคืนเท่านั้น  ช่วงเวลาที่ควรจะเป็นเวลาของการนอนหลับพักผ่อน แต่เธอกลับต้องมานั่งเฝ้าคนเจ็บที่เธอผ่าตัดมาเมื่อตอนเย็น เธอคอยเช็คชีพจรและวัดอุณหภูมิร่างกายทุกๆชั่วโมง เพราะเจ็บอาจจะไข้ขึ้นเพราะพิษบาทแผลจนช็อกขึ้นมาตอนไหนก็ได้ ยิ่งที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตอะไรเลยด้วยแล้ว ทำให้เธอยิ่งวางใจไม่ได้ แต่จะว่าเฝ้าคนเจ็บเพียงอย่างเดียวเลยก็ไม่ใช่ เพราะที่จริงแล้ว เธอถูกกักตัวไว้ไม่ให้ไปไหนต่างหาก

             ทุกการกระทำของวาดดาวถูกจับจ้องโดยคนที่นั่งอยู่อีกด้านของกระโจม คนที่ไม่ยอมออกไปไหนเลย ในขณะที่คนอื่นๆต่างกลับกระโจมตัวเองไปกันหมดแล้วเพื่อพักผ่อน โดยเขาให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการละสายตาจากคนเจ็บเพราะเป็นห่วง แต่ที่จริงแล้วเขาไม่ต้องการละสายตาจากเธอต่างหาก

             "จะจ้องอะไรนักหนา หน้าฉันจะเป็นรูอยู่แล้ว ทำอย่างกับว่าฉันเป็นโจรอย่างนั้นแหละ" เธอบ่นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนั่งจ้องเธอตลอดเวลา เรียกได้ว่าตาแทบไม่กระพริบ "นี่คุณจะจ้องอะไรฉันนักหนา ไม่คิดจะไปหลับไปนอนบ้างเหรอ ฉันดูแลเขาได้ไม่ต้องห่วงหรอก"

             "ข้าจักมิไปที่ใดทั้งนั้น จนกว่าพี่เทพจักรู้สึกตัว แลอีกอย่าง ข้ามิไว้ใจเจ้า" เขาตอบ

             "ฉันช่วยเขามาอย่างยากลำบาก ฉันคงไม่คิดจะฆ่าเขาเอาตอนนี้หรอกนะ" เธอบอกเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเชื่อใจเธอสักที

             "มันก็มิแน่ดอก"

             "งั้นตามใจเถอะ จะนั่งเฝ้าให้ถึงเช้าก็เชิญ" เธอประชดให้ และที่สุดนั่งสองก็นั่งเฝ้าคนเจ็บด้วยกันจนถึงรุ่งสาง

 

 

             วาดดาวฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงคนเจ็บด้วยความอ่อนเพลีย บวกกับเมื่อวานที่เธอต้องเดินทางไกล ยังไม่ทันได้พักก็เกิดเรื่องขึ้นอีก จึงช่วยไม่ได้ที่เธอจะหลับไป แต่ก็มาหลับเอาตอนตะวันจะขึ้นแล้ว

             "ฟื้นแล้วเหรอ" เธอร้องด้วยความตื่นเต้น เมื่อคนเจ็บขยับตัวตื่น จนเธอเองที่หลับอยู่ข้างๆสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เสียงของเธอเรียกให้อีกคนที่หลับอยู่อีกด้านหนึ่งของกระโจมสะดุ้งตื่นตามขึ้นมาเช่นกัน

              "ฟื้นแล้วรึ" เขาถามทันทีที่พุ่งมาถึงเตียงคนเจ็บ "พี่เทพ ได้ยินฉันหรือไม่" ชายหนุ่มพยายามส่งเสียงเรียกคนเจ็บให้ลืมตาตื่นขึ้นมา

              "ไอ้อินทร์....." คนเจ็บพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  แต่คนได้ยินกลับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินเสียงคนเจ็บเรียกชื่อตัวเอง พลอยทำให้คนที่ยืนดูอยู่ข้างๆพลอยยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

              "ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาในนี้เร็วเข้า" หลวงหนุ่มตะโกนเรียกทหารที่เฝ้าอยู่หน้ากระโจม สักครู่ทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา "ไปตามท่านขุนเวชโอสถมาที่นี่โดยเร็ว บอกท่านว่าหลวงภักดีได้สติแล้ว"

 

*Hemoperitoneum   :  ภาวะเลือดออกในช่องท้อง      
          

"ขอบคุณคุณผู้อ่านที่ติดตามถึงตอนนี้ อยากให้ติดตามให้จบนะคะ นี่แค่เริ่มต้นนะคะเรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ 
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1133 SomponratMalasut (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 22:24
    อยากให้ติดตามจนจบ ได้ไม่มีปัญหา ส่วนมากปัญหาที่เจอคือ ไรท์ เท ทิ้ง
    #1,133
    1
    • #1133-1 Wanwan19(จากตอนที่ 9)
      22 ธันวาคม 2562 / 18:49
      เรื่องนี้จบแล้วคร่าา
      #1133-1
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #1105 MR_Amiss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 15:27
    ก็สนุกดีนะ แต่มาตั้งขนาดนี้ คิดว่าแสดงละครอยู่? ถามสิลูก ถาม นามกษัตริย์ ร.ศ. จริงๆ ตั้งแต่พูดว่าสยามก็น่าจะรู้แล้วไหมนะ
    #1,105
    0
  4. #1066 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 22:47
    ไม่ต้องให้น้ำเกลือ ไม่มียาสลบ ไม่มียาแก้ปวด ไม่มีผู้ช่วยที่รู้ใจ ทำได้นี่ เทพมากเลย
    #1,066
    0
  5. #1030 Parkjimin19 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:33
    อีตาคุณหลวงนี่เอะอะกระชาก เอะอะด่าอย่างเดียวเลยเนอะ สะใจเบาๆที่นางเอกด่ากลับ
    #1,030
    0
  6. #719 feonixsh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 14:55
    จริงๆคิดว่าถ้าผู้ชายที่เอ่ยถึงผู้หญิง น่าจะเรียก "แม่หญิง" คิดว่าน่าจะเหมาะกว่ามากกว่า "นาง" "แม่นาง" ดูเป็นสำนวนบรรยายทางนิยายจีนมากกว่าค่ะ
    #719
    0
  7. #647 ธัญปวัสฌ์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 22:44
    เอาจริงๆนะ รำคาญอีตาคุณหลวงมาก ขู่อะไรนักหนาหั
    #647
    0
  8. #594 delphi9 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 11:16
    เรื่องการผ่าตัดค่อนข้างรวบรัดไปหน่อย แต่เข้าใจว่าไม่ใช่สายอาชีพนี้จะหาข้อมูล+ทำความเข้าใจยาก
    (อันนี้ไม่แน่ใจนะ)คิดว่าระหว่างการผ่าตัดจะต้องมีการเช็คสัญญาณชีพเป็นระยะๆ ความดันคงวัดไม่ได้แต่อุณหภูมิ กับชีพจรวัดได้แน่ อัตราการหายใจก็พอสังเกตได้
    อีกเรื่องที่สงสัย เอาเลือดออกจากช่องท้องเอาออกยังไง ใช้ผ้าซับเอาหรอ(อันนี้เราไม่รู้ เหมือนจะเคยอ่านจากนิยายสักเรื่องว่าเขาใช้ผ้าซับเลือด) คือถ้าหาข้อมูลส่วนนี้ได้จะดูสมจริงขึ้น
    สุดท้ายนางเอกแข็งแรงมากกกกก เดินเท้ามาไกล ข้าวปลาไม่ได้กิน ผ่าตัดใหญ่เสร็จแล้วมีแรงดูคนไข้ต่อ(ถึงแม้จะสลบไปในตอนท้ายก็เถอะ)
    #594
    2
    • #594-1 พันปักษา อ่านจันทรา(จากตอนที่ 9)
      2 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:52
      ต้องดูก่อนว่าเลือดมันออกตรงไหน หรือตรงไหนมีแผลแล้วก็เย็บครับ ระหว่างเย็บก็ซับเลือด แต่ก่อนผ่าจะต้องฆ่าเชื้ออย่างแรงทั้งเครื่องมือ ทั้งมือ ทั้งผู้ป่วย และห้องผ่าตัดต้องเป็นห้องปอดเชื้อด้วยครับ ต้องหาผ้ามาปิดปากปิดจมูกไว้ด้วย ผ่าเสร็จฆ่าเชื้ออีกที นับอุปกรณ์ด้วยเฝื่อลืมไว้ในท้องผู้ป่วย
      #594-1
    • #594-2 Parkjimin19(จากตอนที่ 9)
      24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:34
      นิยายนะคะ ไม่ต้องจริงจังอะไรเบอร์นั้นก็ได้ค่ะ ไรท์เค้าก็พยายามเต็มที่แล้ว อีกอย่าง อย่าลืมนะคะว่านี่มันสมัยไหน จะไปหาห้องปลอดเชื้อหรืออะไรมาจากไหนคะ
      #594-2
  9. #396 lukbua (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 22:28
    การที่ทำให้วาดดาวไม่เท่าทันต่อสถานการณ์รอบๆอาจเพราะพยายามเขียนให้ดูสมจริงว่าคนเราไม่น่าเชื่อว่าจะย้อนอดีตกลับมาง่ายๆ แต่ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งดูไม่สมจริงจนขาดอรรถรสไปนิดนึง คือนางเอกไม่ต้องคิดไปถึงว่าย้อนอดีตหรอก แค่มองสภาพรอบๆดูสิ่งแวดล้อมดูคนแล้วนึกแค่ว่า "ที่นี่" ไม่น่ามีของแบบจำพวกโทรศัพท์อะไรแบบนั้นก็ได้ มันเป็นไหวพริบที่ควรมีนะ  ขอติงไว้นิดนึงไม่ว่ากันนะคะ แต่เรื่องก็ยังน่าติดตามค่ะ
    #396
    0
  10. #325 minggg- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 00:07
    คือว่าซวยมาก
    ทีผ่าท้องเหนื่ยอมาเนี่ย ทางโน้นไม่ได้คิดซาบซึ้งเลย
    ถ้าจะฆ่ากันไม่ต้องผ่าท้องแล้วเย็บกลับก็ได้ไหม
    ถ้ายังไม่ได้กินข้าว หมอคงตายก่อนเนาะ
    #325
    0
  11. #304 chs219 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:45
    เหม็นหน้าอิตาหลวงอินทร์อะไรนี้จริงๆเลย
    #304
    0
  12. #223 yingxmin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 11:47
    เพิ่งมาค่ะ สนุกมากเลยยย ไม่ทราบว่ามีเป็นเล่มหรืออีบุ๊คขายมั๊ยคะ อยากได้เก็บไว้
    #223
    1
    • #223-1 Wanwan19(จากตอนที่ 9)
      3 กรกฎาคม 2560 / 12:09
      ยังไม่มีค่ะ ถ้ามีจะแจ้งนะคะ
      #223-1
  13. #76 Chick_ka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 23:33
    หมอรู้ตัวช้าไปไหม 55555 แอบหวั่นถ้าเกิดต่อไปหมอเครื่งมือไม่พอจะเป็นยังไง
    #76
    0
  14. #37 Looney00 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:21
    เฮ้อๆๆๆๆๆเมื่อไหร่หมอจะรู้ตัวนะ
    #37
    0
  15. #28 mimo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 22:46
    คุณหมอไม่รู้สึกทะเเม่งๆบ้างเหรอคะ เมื่อไหร่เจ๊เเกจะรู้ตัว5555
    #28
    0
  16. #27 poosurat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 21:26
    อยากจะเตะตาอิน555555
    #27
    0
  17. #26 JuviaGary (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 20:18
    รอค่าาา
    #26
    0
  18. #25 kruZa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 20:01
    ต่ออีกค่ะ

    #25
    0
  19. #24 fern4549 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:55
    กำลังสนุกเลยค่ะ มาต่ออีกนะค่ะ
    #24
    0
  20. #23 Oungzaza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:43
    มาต่ออีกค่ะ กำลังสนุกเลยยย
    #23
    0
  21. #22 jantanajaao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:30
    ติดตามนะคะสนุกมากค่ะ
    #22
    0
  22. #21 Army2016 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:01
    น่าติดตามคะ รออ่านอยู่นะคะ
    #21
    0
  23. #20 tanyaluck1976 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 18:56
    อยากให้คุณหลวงมีใจให้หมอวาดครับหมั่นใส้คุณหลวง
    #20
    0
  24. #19 Ainaemoroe (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 18:44
    สมเป็นหมอ แต่ คุณพระ ยังไม่รู้ตัวอีก โอย หมอนะหมอไหนชอบอ่านประวัติศาสตร์เนี่ย เฮ้อ ลืมไปชอบอ่านประวัตอศาสตร์แต่คงไม่เคยแตะนิยายย้อนยุคสินะ ถถถ
    สู้ๆค่ะไรท์ รอตอนต่อไปน้า
    #19
    0