มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 6 : "เชลยศึก"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

                "พันเรืองหมดสติไปแล้วขอรับ" เสียงร้องขึ้นของชายอีกคน เรียกให้คนสองคนที่กำลังเถียงกันอยู่ต้องรับหันไปมองด้วยความตกใจ ชายหนุ่มมองหญิงสาวสลับกับคนเจ็บอย่างลังเล  ก่อนจะตัดสินใจปล่อยมือเธออย่างไม่มีทางเลือก เนื่องจากเป็นห่วงชีวิตผู้ใต้บังคับบัญชา ที่กำลังเจ็บอยู่  วาดดาวรีบเข้าไปดูอาการคนเจ็บทันทีที่ถูกปล่อยมือ เมื่อเห็นว่าเขาหลับไปด้วยอาการเหนื่อยล้า ไม่ใช่หมดสติจากการเสียเลือดมาก เธอจึงจัดการเย็บปิดปากแผลจนเสร็จ และใช้ผ้าพันแผลพันปิดบาดแผลจนเรียบร้อย
                "เสร็จแล้ว" เธอเอ่ยขึ้นหลังจากพันแผลเสร็จ
                "เหตุใดพันเรืองยังไม่ฟื้น"
                "เขาแค่เหนื่อยก็เลยหลับไปเท่านั้น อีกสักพักเดี๋ยวคงฟื้น" เธอตอบ
                "ให้มันจริงเถิด หากพันเรืองมิฟื้น ข้าจักฟันมือเจ้าทิ้งเสีย" เขาบอกแกมขู่เธอ แต่วาดดาวไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดกับคำขู่นั้น เธอเพียงแต่มองค้อนด้วยหางตาก็เท่านั้น


                            วาดดาวนั่งเฝ้าคนเจ็บตลอดทั้งคืน เพื่อคอยคลายสายรัดห้ามเลือดดูทุกๆชั่วโมงว่าเลือดหยุดไหลหรือยัง และคอยตรวจชีพจรว่าเป็นปกติดีหรือไม่ รวมทั้งคอยดูคนเจ็บว่ามีไข้จากพิษบาดแผลหรือเปล่า หลังจากที่เธอให้เขากินยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบที่มีติดกระเป๋ามาด้วย ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรืออย่างไรที่เธอหอบกระเป๋าเป้ใบนั้นติดตัวมาด้วย ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ เธอคิดขณะจ้องมองผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอ ก่อนจะสลัดความคิดทิ้งไปเพราะนึกไม่ออก 

 

 

           ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว ทหารหลายนายที่ไม่มีหน้าที่เฝ้าเวรยามเพื่อระวังภัยจากภายนอก หลายคนก็หลับพักผ่อนเอาแรงเพื่อออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นตามคำสั่ง หลังจากที่เขาและหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นหมอถกเถียงกันอยู่นานเรื่องเวลาของการเดินทาง ฝ่ายชายยืนยันว่าต้องออกเดินทางให้เร็วที่สุด ในขณะที่ฝ่ายสาวเจ้าค้านเสียงแข็งว่าไปไม่ได้เพราะคนเจ็บเดินทางไม่ได้ในตอนนี้ ทั้งคู่เถียงกันอยู่นานพอควรจนเห็นว่าคนเจ็บแสดงอาการว่าเดินทางไม่ไหวจริงๆ ฝ่ายชายจึงต้องยอมทำตามฝ่ายหญิงแต่โดยดี ขณะที่หญิงสาวเฝ้าไข้คนเจ็บอยู่ตลอดทั้งคืน ทุกการกระทำของเธอนั้น ได้ถูกจับตามองจากอีกคนตลอดเวลา ชนิดที่ว่าแม้เธอจะทำอะไรก็ไม่มีทางหลุดลอดสายตาเขาไปได้อย่างแน่นอน เขาเฝ้าดูจนกระทั่งอีกฝ่ายหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่แสงอาทิตย์จะส่องจากขอบฟ้าในอีกสองชั่วโมงหลังจากนั้น

               

            "ตื่นได้แล้ว" เสียงเรียกจากใครบางคนทำให้หญิงสาวค่อยๆตื่นจากภวังค์ เธอลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ให้ตายเถอะเธอเพิ่งจะได้นอน  แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นมานั่งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

            "อ้าว! ไม่ได้ฝันหรอกเหรอ" เธออยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อตื่นขึ้นมาเจอกับชายหนุ่มคนเดิมที่เถียงกับเธอเมื่อคืน ซึ่งตอนนี้กำลังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงหน้าเธอ "นึกว่าฝันร้ายซะอีก โถ วาดดาว" เธอถอนหายใจยาวและเบ้ปากเหมือนเด็กทำท่าจะร้องไห้

            "ลุกขึ้นได้แล้ว เราจักออกเดินทางกันแล้ว" ชายตรงหน้าเร่งให้เธอลุกขึ้นหลังจากที่สาวเจ้าไม่ได้แสดงทีท่าว่าสนใจคำพูดของเขาสักเท่าไรนัก

            "ไปไหน" เธอเงยหน้าขึ้นถามเขา

            "กลับค่าย" 

            "กลับค่าย?" หญิงสาวทวนคำตอบที่ได้ยินพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับคนตรงหน้า ทำเอาเขาต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว เพราะเกรงจะใกล้เกินไป  "ฉันต้องไปด้วยเหรอ คุณไม่ปล่อยฉันไปเหรอ ฉันต้องรีบไปแล้ว ป่านนี้เพื่อนฉันคนเป็นห่วงกันแย่แล้ว" เธอบอกแกมข้อร้องให้เขาปล่อยเธอไป 

            "ไม่ได้" เขาปฏิเสธเสียงดังจนเธอสะดุ้ง "ยามนี้เจ้าถูกจับเป็นเชลย จักให้ปล่อยตัวไปได้เยี่ยงไรกัน" 

            "พวกคุณจะจับตัวฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ มันไม่ถูก" วาดดาวพยายามจะแย้ง แต่กลับถูกสวนกลับทันที

            "เช่นไรกันที่เรียกว่าถูก ข้าจักปล่อยเจ้าไปก็ต่อเมื่อเจ้าพิสูจน์ได้ว่าเจ้าเป็นผู้ใด มาจากที่ใด แลมิใช้ฝ่ายศัตรูเท่านั้น" เขาตะคอกใส่เธอเสียงดัง "เห็นแก่ที่เจ้าช่วยชีวิตพันเรืองไว้ดอกนะ ข้าจึงมิได้มัดเจ้ารวมกันเชลยพวกนั้น" ชายหนุ่มบอกพร้อมกับชี้ดาบไปทางกลุ่มคนที่ถูกจับมาพร้อมกับเธอเมื่อวาน ซึ่งตอนนี้คนกลุ่มนั้นถูกมัดมือต่อกันด้วยเชือกเส้นเดียว "แลหากเจ้ายังโวยวายอยู่เช่นนี้ ข้าจักมัดปากเจ้าด้วยเสีย จักได้ไม่ต้องพูดอีก" ได้ยินแบบนั้นวาดดาวจึงได้เม้มริมฝีปากแน่นเพราะกลัวคำขู่ "ไปได้แล้ว" เขาออกคำสั่ง

            "อย่าให้รอดไปได้นะ จะแจ้งตำรวจจับให้หมดเลย" พอหันหลังให้ก็แอบบ่นเบาๆ จากนั้นจึงเดินไปรวมกับเชลยคนอื่นๆ 

              

             

             "พันเรืองเป็นเช่นไรบ้างหัวหมื่น" ชายหนุ่มเดินมาถามถึงอาการคนเจ็บหลังจากพักรบกับสาวเจ้าปัญหาไปเมื่อครู่

             "ดีขึ้นมากแล้วขอรับ" คนถูกถามรับหันกลับมาตอบ ขณะกำลังเตรียมการเคลื่อนย้ายคนเจ็บ "วิธีการรักษาของแม่หญิงผู้นั้นได้ผลดีทีเดียว แลยาที่นางให้พันเรืองกินก็ได้ผลชะงักนัก ปกติแล้วบาดแผลฉกรรจ์เช่นนี้ คนเจ็บต้องได้ไข้จากพิษบาดแผล หลายเพลานักกว่าจักดีขึ้น แต่นี่พันเรืองมิได้เป็นกระไรเลย จักมีก็แต่อาการเจ็บที่บาดแผลก็เท่านั้น"

             หลังจากที่ได้ฟังคำตอบ ชายหนุ่มจึงหันไปมองคนเจ็บที่เมื่อคืนแสดงทีท่าว่าจะไม่ไหวเสียให้ได้ แต่ตอนนี้กลับกำลังนั่งคุยกับนายทหารชั้นผู้น้อยด้วยอาการที่เกือบจะเป็นปกติ

             "หรือว่านางจักเป็นหมอจริงๆ อย่างว่า" เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้พูดอะไรตอบ เขาจึงเริ่มแสดงความคิดเห็นของตัวเองต่อ "แต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ กระผมไม่เคยเห็น แลได้ยินวิธีการรักษาเช่นนี้มาก่อนเลย แลหมอรักษาคนที่เป็นหญิงกระผมก็ไม่เคยเห็น นอกเสียจากหมอตำแยก็เท่านั้น" คราวนี้ทั้งคนฟังและคนพูดหันไปให้ความสนใจกับหญิงสาวปริศนาที่โผล่มาสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเขาตั้งแต่เมื่อวาน

             "อย่าว่าแต่เอ็งเลย ข้าเองก็มิเคยพบเคยเห็นเช่นกัน" คนที่เงียบอยู่นานเริ่มแสดงความคิดเห็นบ้าง

             "แลมิเคยเห็นหมอที่ทั้งงามและยังเยาว์วัยเยี่ยงนี้มาก่อนเลย หากมิเคี้ยวหมากจนฟันดำ ก็ผมขาวโพลนทั้งหัวเช่นนั้นไป" คราวนี้คนแสดงความคิดเห็นเริ่มออกนอกเรื่อง แต่เมื่อหันมาเห็นสีหน้าและสายตาจริงจังของคู่สนทนา คนพูดก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

            "แล้วคุณหลวงจักทำเช่นไรกับนางขอรับ"

            "คงต้องพากลับไปที่ค่ายก่อน ไว้สอบสวนได้ความเช่นไรค่อยว่ากันอีกที" เขาตอบขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวแปลกหน้า ที่กำลังยืนหันซ้ายหันขวาอยู่ท่ามกลางเหล่านาบทหารและเชลยศึก ที่ถูกจับไว้ได้เมื่อเย็นวาน

 

 

            หลวงฤทธิรงค์ มนูธรรม หรือ อินทร์ เป็นนายทหารใต้บังคับบัญชาของสมเด็จวังหน้า พระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (พระอนุชาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑) ตามเสด็จ กรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งยกทัพมาทำศึกกับพม่า ณ ทุ่งลาดหญ้า เมืองกาญจนบุรี เพื่อสกัดกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตามพระบัญชาของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑) โดยกรมพระราชวังบวรฯ ทรงมีรับสั่งให้หลวงฤทธิรงค์ มนูธรรม และหลวงภักดี ชุมพล คุมทัพทหารจำนวนหนึ่งมาสมทบกับกองทหารมอญของพระยามหาโยธารามัญที่ด่านกรามช้าง เพื่อสกัดถ่วงเวลากองทัพพม่าไว้ให้ช้าลง ในศึกที่พม่ายกมาตีไทยถึงเก้าทัพ

            สองวันก่อนหน้านี้ นายทหารหนุ่มได้รับคำสั่งจากพระยามหาโยธารามัญให้ออกมาลาดตระเวนดูความเรียบร้อยนอกที่ตั้งค่าย เนื่องจากได้ข่าวว่ามีกำลังทหารของฝ่ายข้าศึกเข้ามาลุกลานชาวบ้าน เขาจึงรับหน้าที่ให้นำกำลังทหารส่วนหนึ่งมาปราบปราม แต่เกิดปะทะกับทหารข้าศึกเข้าเมื่อเย็นวาน และในขณะที่กำลังสู้รบกันอยู่นั้นเอง เขาได้สังเกตเห็นว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในวงล้อมของการต่อสู้แบบไม่รู้เรื่องรู้ราว และเธอเกือบจะโดนฟันคอขาดหากเขาไม่ตัดสินใจเข้าไปช่วยไว้เสียก่อน เมื่อการสู้รบจบลง ฝ่ายเขาได้รับชัยชนะ ข้าศึกเมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ จึงล่าถอยไปในที่สุด ในขณะที่บางส่วนก็ล้มตายไป และบางส่วนถูกจับเป็นเชลย เขาสังเกตเห็นว่าหญิงสาวมีท่าทีตกใจเมื่อรู้ว่าได้พาตัวเองมาอยู่ในสมรภูมิรบ เขาจับเธอไว้ในฐานะเชลย เช่น เชลยศึกคนอื่นๆ

            หญิงสาวท่าทางแปลกๆ แต่งกายแปลกตา พูดจาแปลกหูอย่างที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน สาวเจ้าที่เอาแต่บอกว่าเองเป็นหมอ และร้องขอให้ปล่อยเธอไปตลอดเวลาที่ถูกจับ เขาพยายามคาดคั้นถามว่าเธอเป็นใครมาจากไหน แต่ยิ่งคุยก็เหมือนยิ่งไม่ได้ความ คล้ายว่าคุยกันคนละภาษา จนเธอได้ช่วยรักษาทหารใต้บังคับบัญชาของเขาจากอาการบาดเจ็บด้วยวิธีการรักษาที่แปลกอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหน ก็ดูเหมือนจะพอทำให้เชื่อได้บ้างว่าเธอเป็นหมอ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีใครหรืออะไรสามารถบอกได้ชัดว่าหญิงสาวปริศนาผู้นี้เป็นใคร มาจากไหนกันแน่







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1027 Parkjimin19 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:12
    หมอโดนจับซะละ
    #1,027
    0
  2. #570 aungyeon1523 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 17:36
    ช่วงบรรยายศัพท์การแพทย์อาการต่างๆยังดูเหมือนคัดลอกมาจากหนังสือ แนะนำให้ลองปรับสำนวนให้ดูธรรมชาติจะอ่านลื่นขึ้นค่ะ
    #570
    1
    • #570-1 Wanwan19(จากตอนที่ 6)
      10 กันยายน 2560 / 20:42
      ขอบคุณที่ติชมค่ะ เดี๋ยวจะลองปรับดูนะคะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 ตุลาคม 2560 / 23:00
      #570-1
  3. #425 Fau sago (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:40
    รู้สึกได้ถึงความพยายามในการค้นคว้าก่อนเร่ิมเขียนนิยายนะคะ แต่ว่าการบรรยายบางครั้งยังเหมือนซ้ำๆวนๆ เหตุการณ์เกิดไปแล้วก็เขียนทวนเพื่อย้ำอีกรอบ จริงๆบางครั้งก็ไม่ต้องขยายความทุกความคิด ทุกความรู้สึกก็ได้คะ เพราะอ่านแล้วมันจะเหมือนยืดๆนะคะ เพราะว่าจริงๆก็เข้าใจตั้งแต่รอบแรกแล้ว อย่างเช่นความรู้สึกของพระเอกที่คิดถึงนางเอกตอนท่อนสุดท้าย บางประโยคมันก็ดูจะมีคำขยายมากเกินไปนะคะ อันนี้อยากให้ลองทวนดูตอนรีไรท์นะคะ
    #425
    1
    • #425-1 Wanwan19(จากตอนที่ 6)
      5 สิงหาคม 2560 / 17:55
      ขอบคุณที่ติชมค่ะ
      #425-1
  4. #322 minggg- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 23:59
    โถ แล้วจะเป้นอย่างไรต่อไปเนี่ยย
    เดี๋ยวยาก้หมดแล้วนะจ๊ะ
    #322
    0
  5. #303 chs219 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:13
    โอ้ยยยทสนุกวางไม่ลงเลยเจ้าคะ
    #303
    1
    • #303-1 Wanwan19(จากตอนที่ 6)
      15 กรกฎาคม 2560 / 17:23
      ขอบคุณที่ชอบเจ้าค่ะ
      #303-1
  6. #162 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 04:06
    สนุกมากค่ะ
    #162
    0
  7. #34 Looney00 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:10
    จากหมอกลายเป็นเชลย
    #34
    0
  8. #9 Ainaemoroe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 10:08
    โดนจับเป็นเชลยซะงั้นนน
    รอต่อจ้าา
    เนื้อหาดีแต่ออกจะสั้นไม่จุใจเล็กน้อยTT
    #9
    0