มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 46 : "เจ้าพระยาพระคลัง(หน)"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    2 ม.ค. 62





            
        


        ฝีเท้าจำนวนมากขยับย่ำลงบนพื้นดินอย่างเงียบเชียบ เงาตะคุ่มๆนับร้อยซุ่มหลบตามเงาไม้  อาศัยความมืดของค่ำคืนเดือนดับช่วยอำพรางตัว ซึ่งเป็นเวลาฤกษ์ดีที่สมควรแก้การออก"ปล้น" ทั้งหมดรอเวลาบุกโจมตีตามคำสั่งเมื่อเหล่าเป้าหมายตกอยู่ในเวลาแห่งห้วงนิทรา 
        หนึ่งบุรุษขยับกายหันซ้ายขวาเพื่อมองหาพลพรรค พยักพเยิดหน้าเป็นสัญญาณเตรียมพร้อมบุกโจมตี เมื่อเห็นว่าเป้าหมายต่างหลับใหลกันแล้วบุรุษในความมืดจึงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณบางอย่าง กลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่รอคำสั่งอยู่แล้วจึงค่อยๆขยับกายย่องออกจากที่ซุ่มตามคำสั่ง 
       ทหารยามที่ยืนทำหน้าที่ต่างถูกลอบสังหารร่วงลงอย่างเงียบเชียบ สิ้นใจคาที่แทบจะทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้จะได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ เมื่อปฏิบัติการสำเร็จตามแผนเรียบร้อย หนึ่งบุรุษจึงส่งสัญญาณให้ผู้นำกองโจรรับรู้ เมื่อได้รับสัญญาณความสำเร็จตามแผนแล้ว บุรุษซึ่งเป็นผู้นำจึงยกมือขึ้นอีกครั้งเพื่อเป็นสัญญาณเตรียมพร้อมบุก เมื่อได้รับสัญญาณทุกคนจึงชักดาบออกจากฝักช้าๆด้วยความเงียบ เช่นเดียวกับผู้นำกองโจรที่ชักดาบออกจากฝักมากระชับไว้ในมือมั่น ก่อนจะตะโกนออกคำสั่งเสียงดังก้อง
          "บุกกกกกกกกกกกกกกก"  เหล่ากำลังพลที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วจึงขยับออกจากที่ซ่อน พร้อมกับส่งเสียงโห่ร้องดังสะท้อนกับความมืดด้วยความฮึกเหิมขณะพุ่งไปยังเป้าหมายด้านหน้า "ฆ่าให้หมด อย่าให้รอดไปได้" การต่อสู่ของสองฝ่ายเริ่มขึ้นอย่างดุเดือดหลังจากนั้น เสียงดาบประทะดาบ และเสียงร้องครวนครางด้วยความเจ็บปวดของเหล่าคนที่ถูกลอบสังหารโดยไม่ทันได้ตั้งตัวดังก้องไปทั่วทั้งผืนป่าอย่างน่าสยดสยอง
          การต่อสู้จบลงไปอย่างรวดเร็วตามความคาดหมาย ชัยชนะเป็นของฝ่ายโจรที่แอบดักปล้นในเงามืด เพราะอีกฝ่ายถูกบุกโจมตีโดยยังไม่ทันได้เตรียมตัวรับมือ ศพที่ถูกสังหารเกลื่อนเต็มพี้นที่ ขณะที่เหล่าโจรต่างกำลังเดินสำรวจสิ่งของที่ยึดมาได้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาวุธเช่น ดาบ ปืนไฟพร้อมกระสุน ธนูพร้อมลูกดอกจำนวนมาก อาหารการกินและยารักษาโรคที่เตรียมลำเลียงไปยังค่ายรบ
         "ได้จำนวนมากเท่าใด" บุรุษผู้เป็นผู้นำกองโจรครั้งนี้เอ่ยถามผู้ร่วมกระทำการปล้น หลังจากเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
         "จำนวนมากนักพระพุทธเจ้าข้า หากสิ่งของเหล่านี้ลำเลียงถึงค่ายของพวกมัน คงเป็นการลำบากสำหรับฝ่ายเรามิใช่น้อย" คนฟังพยักหน้ารับรู้ "ทรงทราบได้เยี่ยงไรพระพุทธเจ้าข้า ว่าพวกมันจักลำเลียงมาเส้นทางนี้" อีกฝ่ายถามต่อ
         "เราตระเวนสำรวจเส้นทางแถบนี้มานานแล้ว แลอีกอย่างเส้นทางติดชายแดนไทยที่สามารถขนสิ่งของจำนวนมากขนาดนี้ข้ามมาได้ก็มีเพียงเส้นทางนี้เท่านั้น เราก็มิแน่ใจว่าคราหน้า พวกมันจักเปลี่ยนเส้นทางหรือไม่" 
           หลวงหนุ่มคนสำคัญแห่งสยามพยักหน้ารับฟังฝ่ายบุรุษผู้นำกองโจรผู้สูงศักดิ์กว่า ชายหนุ่มรับพระบัญชาจากสมเด็จพระราชวังบวรฯ ให้นำกำลังมาช่วยพระองค์เจ้าขุนเณรจัดตั้งกองโจรปล้นเสบียงข้าศึกที่ชายแดน หลังจากได้รับทราบเรื่อง พระองค์เจ้าขุนเณรก็ทรงรีบวางแผนปฏิบัติการปล้นทันที โดยมีหลวงฤทธิรงค์ ช่วยเป็นกำลังเสริมอีกแรง
          "พรุ่งนี้คุณหลวงก็ให้ทหารลำเลียงของเหล่านี้กลับไปที่ค่ายลาดหญ้าก็แล้วกัน เก็บไว้กับเรานานมิได้ดอก เราเป็นกองโจร พ่วงของเหล่านี้ไปด้วยจักเป็นการมิคล่องตัว" ทรงรับสั่งกับหลวงหนุ่มก่อนจะหันมามองสภาพเบื้องหน้าพระพักตร์
         "พระพุทธเจ้าข้า"               



          "ยาเจ้าค่ะ เจ้าคุณพ่อ" ผู้เป็นลูกสาวยกยาต้มมาวางไว้ข้างกายผู้เป็นพ่อ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ "ให้ลูกตามหมอหรือไม่เจ้าคะเจ้าคุณพ่อ"
          "มิต้องดอก แค่อาการปวดท้องธรรมดา กินยาสักหน่อยก็หาย" 
          "แต่เจ้าคุณพ่อปวดท้องมาสองวันแล้วนะเจ้าคะ"
          "แค่ท้องอืดเท่านั้นเองดอก อย่ากังวลให้มากนักเลยแม่นิ่ม" คนเป็นพ่อบอกขณะยกถ้วยยาขึ้นดื่ม แต่สีหน้าของผู้เป็นลูกกลับแสดงความกังวลออกมาไม่หาย
          "อ้าว!!พ่อไว" พระยาพิพัฒโกษาหันมาเอ่ยทักผู้เป็นหลานชายที่ขึ้นเรือนมาพอดี
          "กราบขอรับเจ้าคุณลุง" ชายหนุ่มนั่งลงพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ผู้เป็นลุงทันที
         "หมู่นี้เห็นหน้าบ่อยเหลือเกินนะ มาทำกระไรแถวนี้บ่อยนัก หรือว่าเกิดคิดถึงลุงขึ้นมา"
         "โถ เจ้าคุณพ่อ คุณพี่ไวเขามิได้คิดถึงเราดอกเจ้าค่ะ น่าจักคิดถึงคนที่อยู่เรือนตรงข้ามคลองกับเรือนเราต่างหากเล่าเจ้าคะ ที่มาแถวนี้บ่อยๆเช่นนี้ ก็เพื่อมาพบหน้าคนผู้นั้นดอก ใช่หรือไม่เจ้าคะคุณพี่ไว" แม่นิ่มเอ่ยแซวยิ้มๆให้กับคนเป็นพี่ชายอย่างรู้ทัน คนถูกแซวจึงได้แต่นั่งอมยิ้มด้วยความเขิน
         "แม่นิ่มก็ เย้าพี่อยู่เรื่อย"
         "ผู้ใดกันรึ อยู่ตรงข้ามเรือนเรา"
         "แหม ก็จักผู้ใดเสียอีกเล่าเจ้าคะเจ้าคุณพ่อ ก็คุณพี่วาดหรือหมอวาดหมอเทวดาผู้เลื่องชื่อ หลานสาวคุณหญิงป้าจันทร์อย่างไรเล่าเจ้าคะ"
         "หมอเทวดารึ หลานสาวคุณหญิงจันทร์รึ" เจ้าคุณพิพัฒน์โกษานิ่งนึกอยู่ครู่หนึ่ง "อ๋อ นึกออกแล้ว หมอหญิงนางนั้นนี่เอง นางมิใช่หลานสาวคุณหญิงจันทร์นี่ นางเป็นหมอที่พ่ออินทร์พากลับมาจากค่ายด้วยก็เท่านั้น"
        "จริงรึเจ้าคะ"
        "ใช่ วันนั้นพ่ออินทร์ยังมาแนะนำให้พ่อรู้จักอยู่ เห็นว่าถูกฝ่ายอังวะตามล่าตัว จึงพามาหลบอยู่ในพระนคร "
       "เช่นนั้น นางก็มิใช่หลานสาวคุณหญิงจันทร์สิขอรับ"
       "มิใช่ดอก เท่าที่รู้จักกันมา คุณหญิงจันทร์มิเคยมีหลานอยู่ใดนะ"
       "อย่างนี้นี่เอง" นี่เธอเข้าใจผิดมาโดยตลอดหรือนี่ ทั้งหมื่นพิชัยและแม่นิ่มต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ต่างคนต่างเงียบเพื่อลำดับความเข้าใจในสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้



          ในที่สุดหมอก็ได้ทำหน้าที่ของหมอจนได้หลังจากพยายามทำตัวเป็นคนธรรมดามานานพอควร หลังจากเหตุการณ์ช่วยเด็กจมน้ำในครั้งนั้น ก็มีชาวบ้านมากมายมาขอให้เธอช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยให้อยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดสาย โดยวาดดาวจะช่วยรักษาให้โดยไม่คิดค่ารักษา แต่คนป่วยจะต้องไปซื้อยาที่ร้านยากินเอง เพราะเธอไม่มียาให้ จนเรือนคุณหญิงจันทร์ตอนนี้ กลายสภาพเป็นคลีนิคขยาดย่อมไปโดยปริยาย อย่างว่าขึ้นชื่อว่าหมออยู่ที่ไหนก็ยังเป็นหมอ
         "เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ" แม่หวนที่รับอาสาเป็นผู้ช่วยหมอถามขึ้นขณะยื่นน้ำในขันส่งให้
         "ไม่หรอกแม่หวน นี่ถือว่าน้อยสำหรับในหนึ่งวันของฉันนะ เมื่อก่อนฉันเจอนักกว่านี้มาก ไม่ค่อยได้พักหรอก" หมอสาวกำลังนั่งพักหลังจากหมดคนไข้ของวัน
         "จริงรึเจ้าคะ เป็นเช่นคงเหนื่อยแย่สิเจ้าคะ เหตุใดท่านหมอมิคิดค่ารักษาเล่าเจ้าคะ อย่างน้อยก็เป็นค่าเหนื่อย หากคิดคงได้แยะโข"
        "เก็บไปจะได้สักกี่ตังกันเชียว" เธอพูดไปแบบไม่ใส่ใจ เพราะที่เคยได้มันมากมายกว่าเบี้ยอัฐในตอนนี้มากนักจนไม่รู้จะเอาเบี้ยเล็กๆน้อยพวกนี้ไปทำอะไร "อีกอย่างช่วงนี้เป็นช่วงข้าวยาก หมากแพง เงินทองหายาก แค่จะซื้อกินยังจะไม่มี จะต้องมาเสียค่าหมออีก น่าเห็นใจพวกเขาจะตายไป"
         "หูย น้ำใจงามเสียจริงๆเจ้าค่ะ ท่านหมอของบ่าว"
         "งามเหมือนหน้าฉันแหละ จริงไหมแม่หวน"
         "จริงเจ้าค่ะ" ทั้งนายทั้งบ่าวต่างหัวเราะอิ๊กอั๊กกันใหญ่อย่างพออกพอใจ            
         "ว่าแต่  คุณหญิงท่านของแม่หวนจะไม่ว่าอะไรฉันใช่ไหม   ที่เอาเรือนท่านมาทำเป็นโรงหมอ"
         "โอ้ย!! ไม่ดอกกระมังเจ้าคะ หากจักว่า คงว่าไปเสียตั้งนานแล้ว นี่เงียบอยู่ แสดงว่ามิว่ากระไร" แม่หวนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะพูดต่อ "หรือไม่ท่านหมอก็เก็บค่ารักษาแล้วเอาไปจ่ายคุณหญิงท่านเป็นค่าสถานที่สิเจ้าค่ะ จักได้มิมีปัญหาในภายหน้า" วาดดาวเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจกับคำพูดของอีกฝ่ายว่าพูดจริงหรือแค่หยอกเล่น
         "รู้ดีนักนะนังหวน" เสียงคุณหญิงจันทร์ที่จู่ก็โผล่มาจากด้านหลัง ทำเอาคนนินทาสะดุ้งสุดตัว รีบลงไปนั่งกับพื้นทันที "รู้ดีไปเสียทุกเรื่อง สาระแนรู้ดีกว่าตัวข้าเสียอีกนะ"
         "คุณหญิง บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวก็ปากมิดีเช่นนี้แลเจ้าค่ะ คุณหญิงอย่าถือสาเลยเจ้าค่ะ" คนเป็นบ่าวรีบยกมือไหว้ขอโทษทันที       
        "เอ็งนี่น้า  สอนเยี่ยงไรก็มิเคยจำ สอนจนปากเปียกปากแฉะ เอ็งพูดเช่นนี้ แม่วาดจักหาว่าข้าเป็นคนเช่นไร นังนี่" คนถูกว่าหน้าเจือนลงทันที ได้แต่ก้มหน้ารับผิด "จักทำกระไรก็ทำไป ฉันมิใช่คนใจไม้ไส้ระกำกระไร หากแม่คิดจักช่วยเหลือชาวบ้านฉันก็มิได้ว่ากระไรดอก" คุณหญิงจันทร์เชิดหน้าพูดอย่างไว้เชิง โดยไม่ได้มองหน้าคนฟังแม้แต่น้อย 
         "ขอบพระคุณเจ้าค่ะ" วาดดาวอดยิ้มไม่ได้กับความท่ามากของอีกฝ่าย จนพาลพาให้นึกถึงใครบางคนที่คล้ายกัน ใครบางคนที่ตอนนี้อยู่ที่ไหนสักแห่ง ใครบางคนที่ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ใครบางคนที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้พบหน้า
         "กราบขอรับคุณหญิงจันทร์" ระหว่างที่สนทนากันอยู่นั้นเอง จู่ๆบ่าวในเรื่องก็พาหมื่นพิชัยก็เดินเข้ามา
          "ไหว้พระเถอะพ่อหมื่น นี่มีกระไรรึ เหตุใดมาถึงเรือนฉันเช่นนี้" คุณหญิงจันทร์เอ่ยถาม
          "กระผมมาหาหมอหญิงขอรับ มีเรื่องมาขอความช่วยเหลือ" ชายหนุ่มเอ่ยสีหน้าเครียดคนเป็นหมอลุกขึ้นยืนมองหน้าคนมาขอความช่วยเหลือด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับมามองหน้าคุณหญิงจันทร์ที่มีสีหน้าแปลกใจไม่แพ้กัน
          "มีเรื่องกระไรรึ" 



           "เจ้าคุณพ่อท่านบ่นว่าปวดท้องตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว อิฉันบอกจักตามหมอมาดูอาการท่านก็บอกว่ามิต้อง" ผู้เป็นลูกสาวรายงานอาการคนป่วยให้คนเป็นหมอฟัง หลังจากที่หมื่นพิชัยไปตามเธอมาช่วยดูอาการของพระยาพิพัฒโกษา เธอจึงรีบรุดมาทันทีโดยมีคุณหญิงจันทร์ตามมาด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับแม่หวน "แต่เมื่อเย็นทานยาลงไป ทว่าอาการมิดีขึ้น ซ้ำยังแย่ลงเสียอีก หลานใจคอมิดีเลย คุณหญิงแม่กับพวกพี่ๆก็มิมีผู้ใดอยู่เรือน ไปต่างเมืองกันหมด ยังดีที่คุณพี่ไวมาหาที่เรือนพอดี"
           "ใจเย็นๆนะแม่นิ่ม พ่อเจ้าคงมิเป็นกระไรดอก" คุณหญิงจันทร์ดึงมือแม่นิ่มมากุมไว้เพื่อให้สาวเจ้าคลายความกังวล "แม่วาดรักษาได้อยู่แล้ว ใช่หรือไม่" อย่างหลังหันมาถามเอาคนเป็นหมอที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ
          "รักษาได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ" คุณนิ่มถามเมื่อเห็นอีกคนยืนเงียบ แต่วาดดาวกลับไม่ได้ตอบอะไร เธอยังคงยืนมองดูคนเจ็บที่นอนเหงื่อแตกกุมท้องอยู่บนเตียงนิ่ง
          "อาการก่อนหน้านี้ของท่านเจ้าคุณเป็นยังไงบ้างเจ้าคะ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย" เธอไม่ได้ให้คำตอบในคำถามแรก แต่กลับถามคำถามกลับ คุณนิ่มหันมามองหน้าคุณหญิงจันทร์ก่อนจะตอบออกไป
          "ท่านบอกว่าปวดท้องเจ้าค่ะ"
          "ปวดข้างไหน" วาดดาวสวนขึ้นทันที จนอีกคนตกใจ
          "เอ่อ" คุณนิ่มยืนนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่แถวๆลิ้นปี่ "เจ้าคุณพ่อบ่นว่าปวดตรงนี้นะเจ้าคะ เท่าที่จำได้ แต่เมื่อเช้าท่านบอกว่ามันปวดมาถึงตรงข้างขวาแล้ว"
          "อาการอย่างอื่นล่ะ เช่นท้องอืด หรือท้องเสีย"
          "มีเจ้าค่ะ วันแรกท่านบอกว่าท้องเสีย แต่เมื่อเช้าท่านบอกว่าท้องอืดเจ้าค่ะ แต่กินยาแล้วมิดีขึ้น มีอาเจียนด้วยเจ้าค่ะ" วาดดาวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขยับเข้าใกล้คนป่วยที่ดูเหมือนจะมีอาการหนาวสั้นเหมือนจะมีไข้ขึ้น
          "ท่านเจ้าคุณเจ้าคะ" วาดดาวเข้าไปคุยกับคนป่วยที่ยังพอมีสติอยู่ "ท่านเจ้าคุณช่วยตอบคำถามอิฉันสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ" เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับ หมอสาวจึงถามต่อ "ท่านเจ้าคุณปวดท้องมากี่วันแล้วเจ้าคะ"
          "สอง"
          "ปวดข้างไหนก่อนเจ้าคะ"ถามย้ำคนเจ็บเพื่อความแน่ชัดของอาการ คนเจ็บยกมือขึ้นคลำตรงบริเวณสะดือ เธอจึงถามต่อ "แล้วตอนนี้ปวดตรงไหนเจ้าคะ" คนเจ็บจึงเลือนมือมากุมตรงท้องด้านล่างขวา เมื่อได้คำตอบ วาดดาวจึงลองใช้มือกดลงไปที่ท้องด้านขวาล่างดู ปรากฏว่าคนเจ็บนั้นร้องเจ็บออกมา ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด ทำเอาคนที่ยืนดูอยู่ใจหายใจคว่ำไปตามกัน
          "Appendicitis !!!" เธอพึมพำอาการคนป่วยอยู่คนเดียว
         "ว่าอย่างไรแม่วาด อาการเป็นเช่นไร" คุณหญิงจันทร์เอ่ยถามขึ้น
          "ท่านเจ้าคุณไส้ติ่งอักเสบเจ้าค่ะ"
          "ไส้ติ่ง? ไส้ติ่งคือกระไรรึ" ทุกคนต่างทำหน้าประหลาดใจกับคำตอบของเธอ
          "คือ....." วาดดาวกำลังนึกหาคำอธิบาย "มันเป็นอวัยวะภายในอย่างนึงค่ะ ซึ่งตอนนี้มันกำลังอักเสบอยู่ จึงทำให้ท่านเจ้าคุณปวดท้องแบบนี้"
          "แล้วต้องรักษาเช่นไรเจ้าคะ" คุณนิ่มถามด้วยความร้อนใจ
          "ถ้าปล่อยไว้ไส้ติ่งอาจจะแตกและเป็นอันตรายได้ ต้องผ่าตัดเอาไส้ติ่งที่อักเสบออกเจ้าค่ะ"
          "ผ่ารึ !!!!" ทุกคนที่ฟังต่างตกใจหน้าตาตื่นกับคำตอบของผู้เป็นหมอ "เช่นเดียวกับที่เคยผ่าให้แม่ลำดวนน่ะหรือ" คุณหญิงจันทร์เอ่ยถ่าม
          "ประมาณนั้นเจ้าค่ะ" คุณนิ่ม หันมองหน้าคุณหญิงจันทร์กับหมื่นพิชัยด้วยความลังเล
          "ผ่าแล้วจักหายใช่หรือไม่ท่านหมอ" หมื่นพิชัยถามแทนผู้เป็นน้องสาว วาดดาวจึงพยักหน้าให้ หัวหมื่นจึงหันกลับมาหาผู้เป็นน้องสาวอีกครั้ง"แม่นิ่ม"
         "อิฉันเชื่อในฝีมือคุณพี่วาดเจ้าค่ะ หากคุณพี่วาดบอกว่าได้ อิฉันก็จักลอง"
         "วางใจเถอะเจ้าค่ะ ฉันจะทำให้ดีที่สุด" วาดดาวกุมมือคุณหนูนิ่มไว้เป็นเชิงให้ความมั่นใจแกเธอ "เดี๋ยวช่วยเตรียมของตามที่ฉันบอกด้วยนะเจ้าคะ" วาดดาวบอกรายการที่จำเป็นต้องใช้แก่คุณนิ่มฟัง "แต่ฉันไม่มียาสลบ ที่ติดตัวมาด้วยก็ใช้หมดไปแล้ว"
         "เรื่องนั้นประเดี๋ยวฉันจัดการให้ เพียงยาสลบใช่หรือไม่" หมื่นพิชัยรีบรุดออกไปทันที 
         หลังจากตระเตรียมของที่ต้องใช้ในการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ถูกส่งออกมารอฟังข่าวอยู่ด้านนอกห้อง โดยเหลือเพียงหมอสองสามคนที่ถูกตามตัวมาเป็นลูกมือให้หมอสาว เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม แต่ข้างในยังไร้วี่แววใดๆ คนข้างนอกจึงยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้น
          "เหตุใดถึงนานนักเล่าเจ้าคะ" คุณนิ่มเริ่มร้อนใจขึ้นมา แต่ทันใดนั้นเองประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับวาดดาวที่เดินออกมา ทุกคนที่ยืนรอฟังสถานการณ์อยู่แล้วต่างรีบรุดเข้าไปหาหมอสาวทันทีเพื่อฟังผลการรักษา
          "เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ" คนที่รอฟังผลอยู่ต่างพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่
         "เช่นนั้น เข้าไปดูได้หรือไม่" คุณหญิงจันทร์เอ่ยถามวาดดาว
         "ได้เจ้าค่ะ" เมื่อได้รับอนุญาตจากหมอ ทั้งหมดจึงรีบรุดเข้าไปในห้องคนป่วยทันที
         "เจ้าคุณพ่อเจ้าคะ" คุณนิ่มเอ่ยเรียกขณะนั่งลงข้างกายผู้เป็นพ่อ
         "ท่านเจ้าคุณยังไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยาสลบเจ้าค่ะ ต้องรออีกสักหน่อย" วาดดาวอธิบายอาการของคนป่วยให้ฟัง คุณนิ่มยื่นมือไปกุมมือผู้เป็นพ่อไว้ด้วยความเป็นห่วง
         "เจ้าคุณพ่อเจ้าขา ได้ยินลูกหรือไม่เจ้าคะ เจ้าคุณพ่อรีบๆฟื้นนะเจ้าคะ ลูกรอเจ้าคุณพ่ออยู่นะเจ้าคะ"
         "อย่ากังวลไปเลยแม่นิ่ม แม่วาดรักษาให้แล้ว มิมีกระไรน่าห่วงแล้ว ประเดี๋ยวพ่อเจ้าก็ฟื้นดอก" คุณหญิงจันทร์เข้ามากอดปลอบแม่นิ่มไว้



          วาดดาวนั่งเฝ้าคอยดูอาการคนป่วยหลังผ่าตัดเช่นเคย เพื่อดูว่าหากมีอาการแทรกซ้อนใดๆ จะได้รีบแก้ไขได้ทัน เนื่องจากยุคสมัยนี้ไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยใดเพื่อช่วยเหลือ โดยมีคุณนิ่มนั่งเฝ้าอยู่เป็นเพื่อน
          "ขอบพระคุณคุณพี่วาดมากจริงๆนะเจ้าคะที่ช่วยเจ้าคุณพ่ออิฉันไว้ "
          "ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ หน้าที่หมออยู่แล้ว สบายมาก" คนฟังยิ้มรับให้กับความอารมณ์ดีของอีกฝ่าย
          "คุณพี่ต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทนหรือไม่เจ้าคะ อิฉันจักได้ไปจัดหาให้"
         "ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ ไม่เป็นอะไรเลย ไม่ต้องลำบากเลยเจ้าค่ะ"
         "จักดีรึเจ้าคะ"
         "ดีสิเจ้าคะ ปกติฉันก็รักษาให้ชาวบ้านฟรีไม่คิดเงินอยู่แล้ว ให้เก็บค่ารักษากับท่านเจ้าคุณ เดี๋ยวจะเป็นการเลือกปฏิบัติกับคนไข้" เธอส่งให้อีกฝ่ายเพื่อให้สาวเจ้าสบายใจขึ้น
         "เช่นนั้นต่อไป หากคุณพี่วาดมีกระไรให้อิฉันช่วย ก็บอกได้เลยนะเจ้าคะ อิฉันยินดีช่วย" วาดดาวยิ้มให้สาวน้อยตรงหน้าแทนคำตอบ อีกครั้งที่เธอรู้สึก ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีอะไรที่เธอจะสู้ได้เลยสักนิด หากต้องยอมเสียคนๆนั้นให้กับเธอคนนี้ เธอเองก็คงไม่รู้สึกเสียใจมากเท่าไรนัก
          วาดดาวเหลือบไปเห็นหนังสือที่คุณนิ่มกำลังจัดอยู่บนโต๊ะเข้าจึงเดินเข้าไปดูด้วยความสนใจ
          "ท่านเจ้าคุณท่าทางจะชอบอ่านหนังสือนะเจ้าคะ หนังสือเต็มไปหมด"
          "เปล่าดอกเจ้าค่ะ หนังสือพวกนี้เจ้าคุณพ่อท่านเป็นคนแต่งเองทั้งนั้น"
          "แต่งหรือเจ้าคะ!!" วาดดาวหยิบหนังสือที่กองอยู่ขึ้นมาดู 
          "เจ้าค่ะ เจ้าคุณพ่อชอบประพันธ์บทกวี ร้อยแก้วร้อยกรอง อย่างลิลิตเพชรมงกุฎและอิเหนาคำฉันท์ที่ละครนอกชอบเอาไปเล่นกัน เจ้าคุณพ่อก็เป็นผู้ประพันธ์" วาดดาวตาโตขึ้นมาทันที นี่เธอพลาดอะไรไปหรือเปล่า บุคคลท่านนี้ต้องมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์สิ แต่ทำไมเธอถึงไม่คุ้นชื่อ จนเหลือบไปเห็นวรรณกรรมจีนหน้าตาคุ้นๆที่วางอยู่บนโต๊ะเข้า จึงหยิบขึ้นมาดู และเห็นว่าเป็นภาษาจีน "เล่มนั้นเรื่องกระไรนะ?" คุณนิ่มยืนนึกชื่อหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง
          "สามก๊ก!" แต่วาดดาวชิงไปพูดก่อนที่อีกคนจะนึกออก 
          "ใช่เจ้าค่ะ แต่มันเป็นภาษาจีน เจ้าคุณพ่อท่านกำลังแปลอยู่ อีกมินานคงได้อ่านภาษาไทยกัน แต่เอะ? คุณพี่วาดรู้จักด้วยรึเจ้าคะ" วาดดาวหันมองบุคคลที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงทันที 
          "ชื่อเดิมของท่านเจ้าคุณ ชื่อว่าอะไรเจ้าคะ พอจะบอกได้ไหม" วาดดาวตัดสินใจถาม
          "หน ชื่อคุณพี่หน มีกระไรรึแม่วาด" แต่คำตอบที่ได้กลับถูกส่งมาจากคุณหญิงจันทร์ที่เดินเข้าห้องมา วาดวาดทำหนังสือในมือล่วงหล่นลงพื้นเสียงดังด้วยความตกใจ
          "หรือว่าคนคนนี้จะเป็น....เจ้าพระยาพระคลัง(หน) กวีเอกผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยนั้น" หญิงสาวคิดในใจพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพราะกลัวจะส่งเสียงกรีดร้องออกมา 
          "ตกใจกระไรนักหนาแม่วาด ถึงกับมือไม้อ่อนเชียวรึ" คุณหญิงเอ่ยท้วงหลานสาว
          "นั่นสิเจ้าคะ เป็นกระไรหรือไม่เจ้าคะคุณพี่วาด" วาดดาวหันมองหน้าคุณนิ่มที่กำลังก้มลงเก็บหนังสือที่เธอทำหล่นไปเมื่อครู่
          "ถ้าอย่างนั้นคุณนิ่มก็คือ...เจ้าจอมมารดานิ่ม พระมารดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิสร พระโอรสใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ สิ" วาดดาวถึงกับเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปนั่งกับพื้นแต่ดีที่คุณนิ่มเข้ามาประคองไว้ได้ทัน...


........///...........

 
 ตอนนี้ไรท์เริ่มสับสนในการพูดของตัวละครละ 5555 อันไหนแปลกๆ ทักได้นะคะ


***** เจ้าพระยาพระคลัง(หน)เสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า มีหน้าที่ควบคุมบังคับบัญชากิจการทางหัวเมืองชายทะเลทั้งหมด เป็นขุนนางและ กวีเอกในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผลงานที่ประพันธ์ได้แกสามก๊ก(แปล) ราชาธิราช(แปล) ลิลิตพยุหยาตรา เพชรพวงสมบัติอมรินทร์ คำกลอนกากี คำกลอนมหาชาติร่ายยาวกัณฑ์กุมารและมัทรี อิเหนาคำฉันท์ ลิลิตเพชรมงกุฎ โคลงสุภาษิต กลอนและร่ายจารึกเรื่องสร้างภูเขาที่วัดราชคฤห์ ลิลิตศรีวิชัยชาดก
*****สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิสร ผู้ประพันธ์วรรณกรรมโคลงโลกนิต
     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1122 kapomsoosa (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 23:02

    สนุก​มากกกกกกคะ​ รออ่านตอนต่อไปยุนะ​ค่ะ​


    #1,122
    0
  2. #1121 pen12345 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 20:50
    ไรท์เขียนสนุกนะคะ​แต่บางอย่างขัดแย้งกันเช่นบอกว่านางเอกไม่สนใจประวัติศาสตร์แต่กลับจำชื่อเจ้าจอมมารดานิ่มได้
    #1,121
    0
  3. #896 Hong17 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 21:46
    คนเขียนมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ดีจัง เนื้อเรื่องก็สนุก ชวนติดตาม
    #896
    1
    • #896-1 Wanwan19(จากตอนที่ 46)
      2 ธันวาคม 2560 / 23:02
      ขอบคุณคร่าาา
      #896-1
  4. #469 minda (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 07:38
    สนุกมากเลยค่ะ
    #469
    0
  5. #457 panbutsaba (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 09:19
    สนุกแถมได้สาระความรู้
    #457
    0
  6. #456 panbutsaba (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 09:19
    สนุกแถมได้สาระความรู้
    #456
    0
  7. #452 usaonly (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:47
    นับว่าเป็นวาสนาของแม่วาดที่ได้พบกับบุคคลสำคัญทุกท่านในประวัติศาสตร์ไทย นิยายสนุกมากค่ะ ขอบคุญไรท์มากค่ะที่แบ่งปันความรู้และความลุขให้ผู้อ่าน 
    #452
    1
    • #452-1 Wanwan19(จากตอนที่ 46)
      21 สิงหาคม 2560 / 01:29
      ขอบคุณที่ชอบคร่าาา
      #452-1
  8. #451 Lufael_XIII (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:20
    อ่านสนุกได้ความรู้ค่ะ 😍😍😍
    #451
    1
    • #451-1 Wanwan19(จากตอนที่ 46)
      21 สิงหาคม 2560 / 01:29
      ขอบคุณคร่าาา
      #451-1
  9. #450 nae_tae (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 17:49
    ชอบมากเลยค่า คือดีอ่ะ รอต่อค่าไรท์
    #450
    0
  10. #448 NisachonJamjan (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 15:54
    ชอบมาก สู้สู้นะค่ะไรท์
    #448
    0
  11. #447 nicharipoo01 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 22:33
    รอต่อไปค่ะ รีบๆมาน่ะค่ะ
    #447
    0
  12. #446 Looney00 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 06:16
    55555เจอตัวแป้งๆๆๆๆทั้งนัน
    #446
    0
  13. #445 ปราณี ปะละน่าน (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 23:17
    คำว่า "ฟรี" สมัยนี้ ไม่แปลกใช่ไหมค่ะไรท์
    #445
    2
    • #445-1 ปราณี ปะละน่าน(จากตอนที่ 46)
      16 สิงหาคม 2560 / 23:17
      รออ่านทุกตอน สนุกมากค่ะ ^^
      #445-1
    • #445-2 Wanwan19(จากตอนที่ 46)
      16 สิงหาคม 2560 / 23:25
      เป็นภาษานางเอกค่ะ 555 อันนี้ตั้งใจ
      #445-2
  14. #444 baipai (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 23:03
    ตามต่อค่ะ กะลังสนุก
    #444
    0
  15. #443 Sudrarat (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 21:05
    เอิ่มคืออ่านตอนท้ายทำไมขนลุกค่ะ แปลกๆดี555
    #443
    0
  16. #442 Beer Kanokporn (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 20:46
    สนุกมากค่ะ มันได้ความรู้ดีมากอ่านนิยายจีนเยอะจนรู้เวลาเค้าหมดแล้วมาอ่านนิยายไทยแล้วรู้สึกดีมากเลย เป็นกำลังใจให้น้า มาบ่อยๆนะคะ
    #442
    1
    • #442-1 Wanwan19(จากตอนที่ 46)
      16 สิงหาคม 2560 / 23:28
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ
      #442-1