มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 43 : "เสือสามตัว"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    2 ม.ค. 62




        วาดดาวใช้ชีวิตอยู่ที่พระนครเป็นปกติทั่วไปเช่นคนยุคนั้น ยิ่งนานวันผ่านไปเธอยิ่งคุ้นชินกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ประหนึ่งตัวอยู่ที่นี่มานานนม จะว่าไปการคิดถึงเรื่องจะกลับไปดูจะไร้ประโยชน์เหลือเกินในเวลานี้ เพราะดูยังไงก็ยังไร้หนทางในการกลับสู่โลกปัจจุบันของเธอนัก เรื่องนี้จึงดูจะค่อยๆสำคัญสำหรับเธอน้อยลงทุกที เพราะทุกวันนี้เธอต้องให้ความสำคัญกับการระแวดระวังตัวไม่ให้ทำอะไรผิดหูผิดตาคุณหญิงจันทร์แม่ท่านของคุณหลวงเสียมากกว่า คุณหญิงแม่ของคุณหลวงนั้นคล้ายว่าจะใจดีในบางครั้ง  แต่ส่วนใหญ่จะดุเอาเรื่อง ดูไปแล้วก็คล้ายคุณหลวงหน้ายักษ์ของเธอไม่น้อย จึงทำให้รู้กันได้ว่าหลวงฤทธิรงค์นั้นถอดแบบมาจากใคร
      "แม่หวน" วาดดาวเรียกแม่หวนไว้ขณะที่อีกฝ่ายกำลังถือกำดอกบัวขึ้นจากเรือที่ท่าน้ำ" "เก็บดอกบัวไปไหนเหรอ" เธอถามขณะเดินเข้าไปหาคู่สนทนา ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบ่าวคนสนิทของเธอไปแล้ว เพราะได้รับคำสั่งจากคุณหญิงจันทร์ให้คอยดูแลเธอ ทั้งสองจึงดูจะตัวติดกันตลอดเวลา
      "ให้คุณหญิงจันทร์เจ้าค่ะ พรุ่งนี้วันพระ คุณหญิงจักนำดอกบัวไปถวายพระที่วัด" วาดดาวพยักหน้ารับรู้เมื่อได้คำตอบ "พอดีเลยเจ้าค่ะ บ่าวฝากดอกบัวขึ้นไปให้คุณหญิงหน่อยนะเจ้าคะ"
       "ทำไมต้องให้ฉันเอาขึ้นไปล่ะ" วาดดาวสะดุ้งทันที บอกตามตรง ถึงจะอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยชินกับการเผชิญหน้ากับคุณหญิงจันทร์เพียงลำพังอยู่ดี
       "บ่าวต้องไปเตรียมข้าวของไว้ทำกับข้าวกับปลาไปถวายวัดให้คุณหญิงท่านอีกเข้าค่ะ นี่มีหลายอย่างเลยนะเจ้าคะที่ยังมิได้ทำ ของความกรุณาเถิดเจ้าค่ะท่านหมอ" เมื่อถูกขอร้องเข้าหญิงสาวจึงจำใจต้องรับดอกบัวมาโดยไม่ค่อยจะเต็มใจนัก
      "ขอบพระคุณเจ้าค่ะ" แม่หวนยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไปทำงานอื่นต่อในทันที ทิ้งวาดดาวยืนมองดอกบัวในมืออย่างหวาดๆ
      หมอสาวถือดอกบัวขึ้นเรือนไปหาคุณหญิงจันทร์ตามคำบอกของแม่หวน พอดีเห็นคุณหญิงจันทร์นั่งอยู่ที่ศาลากลางเรือน เธอจึงหยุดยืนอยู่หน้าบันไดอย่างลังเล จนอีกฝ่ายเอ่ยท้วง
         "มีกระไรก็ว่ามา จักยืนตรงนั้นอีกนานหรือไม่"
         "ดอกบัวเจ้าค่ะ แม่หวนฝากมาให้คุณหญิง" หญิงสาวเอ่ยตอบออกไปอย่างเกร็งๆ
         "ก็เอามานี่สิ จักยืนอยู่นั่นให้ดอกบัวมันเดินมาเองรึ" ฝ่ายคุณหญิงประชดเข้าให้ วาดดาวจึงจำต้องเดินเอาดอกบัวเข้ามาวางไว้ให้ ก่อนจะถอยหลังเพื่อเดินจากไป แต่ถูกอีกฝ่ายเรียกไว้เสียก่อน
         "เดี๋ยว!!" วาดดาวหยุดเท้าลงทันทีตามคำสั่ง "มานั่งตรงนี้ซิ" วาดดาวเดินกลับมานั่งลงตามที่คุณหญิงจันทร์บอกอย่างงงๆ
          "มีอะไรหรือเจ้าคะ"
          "พับดอกบัวเป็นหรือไม่" หมอสาวมองดอกบัวที่วางอยู่ข้างตัวก่อนจะเอ่ยคำตอบ
          "ไม่เป็นเจ้าค่ะ"
          "มิเคยทำรึ" อีกฝ่ายเอ่ยถามด้วยความสงสัย
          "ไม่เคยเจ้าค่ะ"
          "เกิดเป็นหญิงได้เยี่ยงไรกัน งานบ้าน งานเรือนทำมิเป็นเลยสักอย่าง หากออกเรือนไปจักทำเยี่ยงไรกันเล่า" คนถูกต่อว่าเลยทำสีหน้าไม่ถูกส่งให้
         "มานี่มา ฉันจักสอนให้" หญิงสาวจึงต้องหยิบเอาดอกบัวและขยับเข้าไปใกล้คุณหญิงจันทร์ตามคำสั่ง "เด็ดกลับนอกสุดที่ดูไม่สวยทิ้งเสีย แบบนี้" วาดดาวทำตามที่คุณหญิงจันทร์บอกโดยเด็ดเอากลับนอกสุดออกตามคำสั่ง ก่อนที่คนสอนจะเริ่มขั้นตอนต่อไป "เอาแบบง่ายๆก่อนก็แล้วกัน จับกลีบออกมาหนึ่งกลีบ พับไปทางขวาก่อน จากนั้นก็พับมาทางซ้าย แล้วสุดท้ายก็พับกลับมาทางขวาอีกที แบบนี้" เธอพยายามทำตามคุณหญิงจันทร์ แต่ดูเหมือนว่าแบบที่ว่าง่ายๆของคนสอนก็ยังจะยากไปสำหรับนักเรียนมือใหม่อย่างเธอ กลีบบัวกลีบแรกที่เธอพับจึงออกมาหน้าตาแปลกๆ คนเป็นครูมองกลีบบัวกลับแรกในมือลูกศิษย์อย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก ก่อนจะส่ายหน้าเมื่อหันมาเห็นสีหน้าของลูกศิษย์ "กลีบแรกไม่ค่อยสวยเท่าใด กลีบต่อไปประเดี๋ยวก็สวยขึ้นเองดอก" 
          หญิงสาวพยายามพับกลีบต่อไปดู ตามคำบอกของคุณหญิงจันทร์ แต่ก็ดูว่าจะไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก ก็ทั้งชีวิตเคยจับแต่มีดหมอ อยู่แต่ในห้องผ่าตัด จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งพับดอกบัว อีกอย่างบริบทของยุคสมัยที่เธออยู่ผู้คนก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะมานั่งพับดอกบัวไปถวายพระกันเท่าไรนัก
          "เคยเรียนแต่วิชาหมอรึ วิชางานบ้านงานเรือนไม่เคยเรียนเลยรึ" วาดดาวพยักหน้าให้เป็นคำตอบ อีกฝ่ายจึงพูดต่อ "เป็นไปได้เยี่ยงไร เป็นหญิงแท้ๆ เรื่องพวกนี้สำคัญมากรู้หรือไม่ คนที่เลี้ยงมาก็มิได้สอนให้เลยรึ"
           "ไม่เจ้าค่ะ" คนฟังถอนหายใจหายอย่างจนใจ ก่อนจะหันไปสนใจดอกบัวในมือต่อ
           "การพับดอกบัวจักทำให้จิตใจสงบ มีสมาธิ ผ่อนคลายมากขึ้น"
           "มันจะเครียดกว่าเดิมไหม" เธอกระซิบกับตัวเองขณะพยายามพับกลับดอกบัวในมือให้สวยขึ้น"
           "ว่ากระไรนะ" อีกฝ่ายเอ่ยถามเมื่อได้ยินไม่ค่อยถนัด
           "เปล่าเจ้าค่ะ"
          "พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าเสียด้วยเล่า จักพาไปวัด ทำบุญเสียบ้าง เผื่ออาการลูกผีลูกคนจักเบาบางลงไปบ้าง" เจ้าของอาการลูกผีลูกคนถึงกับสะอึกทันทีที่ได้ฟัง นึกขึ้นได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้เคยถูกใครบางคนว่าแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
          
         คุณหญิงจันทร์ตื่นแต่เช้าเพื่อมาใส่บาตรในวันพระที่วัดใกล้ๆบ้านตั้งแต่ฟ้ายังสางดี โดยมีวาดดาวและแม่หวนติดตาไปด้วย วาดดาวเดินอ้าปากหาวมาตลอดทางด้วยความง่วง ถึงจะพยายามทำตัวให้ชินกับการตื่นเช้า แต่ร่างกายเจ้ากรรมไม่ยอมทำตาม เมื่ออ้าปากหาวอีกครั้งก่อนจะเข้าประตูวัด จึงถูกสายตาดุๆของคุณหญิงจันทร์ปราดมามองเข้าให้ จึงจำต้องยกมือขึ้นปิดปากให้หุบลงโดยเร็ว
              "กราบเจ้าค่ะคุณหญิงป้า" เสียงหวานเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ผู้อาวุโสกว่า
             "อ้าว! แม่นิ่ม มาด้วยรึ" คุณหญิงจันทร์เอ่ยทักทันที
             "เจ้าค่ะ" คนถูกทักส่งยิ้มหวานให้พร้อมกับเดินเข้ามาหา
            "แหม ป้าก็มิน่าถามเช่นนั้น ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเจอเจ้าที่นี่"
           "หลานก็คิดอยู่แล้วว่าต้องพบคุณหญิงป้า คุณพี่วาด มาด้วยรึเจ้าคะ" และยังอุตส่าห์หันมาทักอีกคนที่เดินตามหลังมาด้วย คนถูกทักเลยจำต้องส่งยิ้มให้แทนคำตอบ
             "รีบเข้าไปข้างในกันก่อนเถิด ประเดี๋ยวจักสาย" ทั้งหมดจึงเดินเข้าไปบนศาลาวัด และเนื่องจากวันนี้เป็นวันพระใหญ่ ชาวบ้านจำนวนมากจึงต่างพากันหุงหาอาหารมาทำบุญที่วัดกันจนแน่นศาลา แสดงให้เห็นว่าวัดคือศูนย์รวมจิตใจของคนในยุคนี้อย่างแท้จริงผู้คนจึงนิยมมาทำบุญกันมาก และเหตุผลอีกอย่างก็เพราะช่วงนี้เป็นช่วงของศึกสงครามครั้งใหญ่แล้วด้วย ชาวบ้านจึงต่างออกมาทำบุญเพื่อหวังให้บ้านเมืองแคล้วคลาดปลอดภัยจากศึกสงครามในครั้งนี้
             หลังจากใส่บาตร ฟังพระสวดให้พร และกรวดน้ำเรียบร้อยแล้ว ผู้คนจึงพากันทยอยลงจากศาลาวัด มีบางส่วนที่รอรับประทานอาหารจากสำรับที่ถวายพระสงฆ์ แต่ความจริงแล้วจุดประสงค์ของการอยู่วัดต่อก็คือการได้อยู่พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันเสียมากกว่า เพราะน้อยครั้งนักที่เหล่าแม่บ้านเหล่านี้จะได้ออกจากเรือนมาพบปะพูดคุยกัน นอกเสียจากการมาทำบุญที่วัด หรือเมื่อมีงานบุญต่างๆ เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงยุคนี่ก็ต้องอยู่กับเย่าเฝ้ากับเรือนไป ไม่ได้มีห้างหรูให้ไปเดินซื้อของ  หรือร้านอาหารให้ได้นักพบปะพูดคุยกันเช่นในยุคปัจจุบันที่เธอจากมา
             "พ่ออินทร์กลับไปครานี้  ไม่รู้ว่าเมื่อใดจักได้กลับมาอีก" คุณหญิงจันทร์เดินคุยกับคุณนิ่มออกมาหลังจากลงจากศาลาวัด  โดยมีวาดดาวกับแม่หวนและบ่าวของแม่นิ่มเดิมตามหลังคนทั้งคู่มา
           "หลานได้ยินจากเจ้าคุณพ่อท่านว่า ว่าศึกครานี้หนักหนาทีเดียว คงยากนักที่จักจบลงโดยเร็ว โดยเฉพาะทางศึกที่ทุ่งลาดหญ้าของสมเด็จวังหน้าที่ดูจะต้องรับศึกหนักกว่าด้านอื่นๆ"
          "ป้าล่ะห่วงพ่ออินทร์นัก แต่ก็ทำกระไรมิได้ นอกจากสวดมนต์ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองพ่ออินทร์"
         "อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะคุณหญิงป้า คุณพี่อินทร์ทำเพื่อบ้านเมือง หลานเชื่อนักว่าอย่างไรเสีย คุณพระคุณเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาบ้านเมือง จักต้องคอยปกปักรักษาคุณพี่อินทร์ให้แคล้วคลาดปลอดภัยเช่นกันเจ้าค่ะ" แม่นิ่มจับมือคุณหญิงจันท์ขึ้นมากุมไว้เพื่อให้กำลังใจ
          "ป้าเองก็หวังให้เป็นเยี่ยงนั้นเช่นกัน" วาดดาวมองดูความสนิทสนมของคนทั้งคู่ที่ดูยากนักที่เธอจะเข้าไปแทรก
          "คุณหญิงจันทร์!!" เสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้น จนคนถูกเรียกต้องหันไปมอง
          "อ้าว!! คุณหญิงพร้อม" เมื่อเห็นว่าเป็นสหายที่รู้จักกัน คุณหญิงจันทร์จึงส่งยิ้มให้คนทัก ก่อนจะหันกลับมาหาคู่สนทนา "ป้าขอตัวประเดี๋ยวนะจ้ะ"
           "ตามสบายเจ้าค่ะคุณหญิงป้า"
           "นังหวน ประเดี๋ยวเอ็งพาแม่วาดกลับเรือนไปก่อนเลยนะ เสร็จธุระแล้วข้าจักตามไป"
          "เจ้าค่ะ" คุณหญิงจันทร์หันไปสั่ง ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้วาดดาวต้องอยู่กับคุณหนูนิ่มเสียอย่างนั้น 



          "ฉันได้ยินว่าคุณพี่ช่วยทำคลอดให้คุณพี่ลำดวน โดยการผ่าท้องเอาลูกออกมา ทำเช่นนั้นได้เยี่ยงไรเจ้าคะ อิฉันได้ยินครั้งแรกยังแปลกใจนัก"
          "แค่วิชาหมอธรรมดาๆเท่านั้นเจ้าค่ะ" วาดดาวตอบคำถามไปแบบเลี่ยงๆ เพราะเป็นเรื่องยากเกินกว่าจะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ "แล้วคุณนิ่มรู้เรื่องได้ยังไงกันเจ้าคะ"
         "เมื่อวันก่อน อิฉันไปเยี่ยมคุณพี่ลำดวนที่เรือน จึงได้ทราบเรื่องเจ้าค่ะ แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้ก็เล่าลือกันทั้งตลาด บ่าวอิฉันก็มาเล่าให้ฟังอยู่"
          "ทั้งตลาดเลยเหรอเจ้าคะ" คนถูกเอาเรื่องไปเล่าลือถึงกับทำตาโต นี่เธอกลายเป็นคนดังไปอีกแล้วจนได้หรือนี่
          "เร็วเข้าสินังชื่น ชักช้าอยู่ได้ ข้าจักรีบกลับเรือน" พอดีที่หญิงสาวอีกคนเดินออกมาจากประตูวัดพร้อมกับบ่าวคนสนิท ทันได้เห็นวาดดาวกับแม่นิ่มเดินคุยกันมา
         "นึกว่าผู้ใด แม่พิกุลเองดอกรึ" คุณนิ่มเอ่ยทักอีกฝ่ายก่อน
          "คุณนิ่ม พอหันมาเห็นคนทัก ก็เชิดหน้าใส่ตามนิสัยทันที "แม่วาดใช่หรือไม่นั่น เหตุใดจึงมาด้วยกันได้รึ" เจ้าหล่อนถามกลับเมื่อหันมาเห็นวาดดาวที่ยืนอยู่ด้วย
         "คนมาทำบุญ จักพบเจอกันเป็นเรื่องธรรมดา เช่นกันกับที่แม่พิกุลมาพบพวกฉันนั้นแล"
         "ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยเจอ กระไรดนใจให้แม่คุณมาวัด สงสัยวันนี้พายุจะลงพระนครห่าใหญ่" แม่หวนขยับมากระซิบกับวาดดาวถึงบุคคลที่เพิ่งจะพบกัน
         "แม่หวนก็พูดเกินไป เขาอาจจะอยากมาทำบุญก็ได้" วาดดาวกระซิบกลับ แต่คนฟังกลับกรอกตามองบนอย่างไม่นึกอยากจะเชื่อข้อสันนิษฐานที่เธอพูด
          "ฉันมิยักกะรู้ว่าสองคนสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ มิทราบว่ารู้จักมักจี่กันมานานแล้วรึ"
          "ฉันก็รู้จักกับคุณพี่วาดพร้อมกันกับที่แม่รู้จักนั้นแล แต่คนเราจักสนิทสนมกันได้ คงมิต้องใช้เพลานานเพียงใดดอกกระมัง เพียงคุยภาษาเดียวกันก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว ดูอย่างแม่กับฉันสิ รู้จักกันมาก็นาน แต่มิเห็นว่าแม่จักสนิทสนมกับฉันเสียที" แม่นิ่มประชดอีกฝ่ายเข้า คนฟังหน้าชาขึ้นมาทันทีรู้สึกได้ว่าถูกอีกฝ่ายหลอกด่าแบบอ้อมๆ
            "โอ คุณนิ่มของแม่หวนนี่ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ" วาดดาวกระซิบกับแม่หวนขณะมองหญิงสาวสองคนตรงหน้า 
            "สองคนเป็นคู่แข่งกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเจ้าค่ะ  แลที่สำคัญยังมาหมายปองผู้ชายคนเดียวกันอีก จึงยิ่งมิลงรอยกันเข้าไปใหญ่ แต่คุณนิ่มเธอชินแล้วเจ้าค่ะกับการรับมือคุณพิกุล" สงสัยต้องประเมินคุณนิ่มเธอใหม่เสียแล้ว
           "คุยภาษาเดียวกันรึ" อีกฝ่ายยิ้มเยาะ "ระวังไว้ด้วยเถิดแม่ บางครั้งบางทีคนที่คุยภาษาเดียวกันอาจจักร้ายที่สุดก็เป็นได้" เจ้าหล่อนพูดขณะหันมามองหน้าหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ "ไว้ใจมากนัก อยู่ใกล้เกินไปบางครั้งอาจจักมองไม่เห็นถึงอันตราย"
           "แม่พูดเรื่องกระไรของแม่กัน" คุณนิ่มดูจะไม่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายพูด
           "มิมีกระไรดอก ฉันแค่อยากเตือนไว้ก็เท่านั้น ว่าอย่ามัวแต่ระวังผู้อื่นที่เขาพูดกันคนละภาษา แต่ให้ระวังคนที่พูดภาษาเดียวกันไว้บ้างก็ดี จักได้มิเสียใจภายหลัง แล้วจักหาว่าฉันมิเตือน"
           "เหตุใดฉันต้องเสียใจภายหลัง แม่พูดเรื่องกระไร" คนถูกเตือนยังดูไม่เข้าใจความหมายแต่อีกคนที่ถูกพาดพิงนั้นพอจะเข้าใจความหมายว่าอีกฝ่ายนั้นหมายถึงอะไร
            "อย่าไปสนใจเลยเจ้าค่ะคุณนิ่ม  อย่างที่พูดกันไปเมื่อครู่ ว่าจะคุยกันเข้าใจได้ก็ต้องพูดภาษาเดียวกัน เห็นทีเราคงจะพูดกันคนละภาษาถึงไม่เข้าใจความหมายที่แม่พูด เอ??? เหมือนคำไทยคำนั้น คำว่าอะไรนะ" วาดดาวทำท่าคิด ก่อนจะนึกขึ้นได้ "อ๋อ!! คนที่มีศีลเสมอกัน ใช่ไหมแม่หวน" เธอแกล้งถามแม่หวน
           "เจ้าค่ะ" แม่หวนตอบยิ้มๆให้กับความร้ายกาจของคุณแม่วาดที่แอบหลอกด่าอีกคนเข้าอีกแล้วจนได้
           "คนจิตใจดีๆ คิดแต่เรื่องดีๆ คงจะคุยกับคนที่จิตใจสกปรก คิดแต่เรื่องอกุศลไม่รู้เรื่อง" 
           "นี่แม่ว่าฉันรึ" คนถูกว่าขึ้นเสียงทันทีด้วยความไม่พอใจ
          "ในวัดในวาเช่นนี้ อย่ามีเรื่องกันเลยจักดีกว่านะฉันว่า" ดีที่คุณนิ่มตัดสินใจห้ามทับไว้ก่อนที่จะเกิดศึกในวัดเข้า คนก่อสงครามจึงทำได้แค่ยืนจ้องหน้ากันเขม็งไม่ลดละ "เช่นนั้นฉันต้องขอตัว คุณพี่ไปกันเถิดเจ้าค่ะ" คุณนิ่มดึงมือวาดดาวออกไปทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ
           "ปากดีนักนะ"
           "ท่าทางเอาเรื่องอยู่นะเจ้าคะ คนผู้นี้" นังชื่นออกความคิดเห็นเมื่ออีกฝ่ายเดินจากไปแล้ว "แต่ไปมีเรื่องกับญาติผู้น้องของคุณหลวงเยี่ยงนั้นจักเป็นการดีรึเจ้าคะ"
           "ญาติผู้น้องบ้าบอกระไรกัน ข้าไปถามพ่อท่านมาแล้ว พ่อท่านบอกว่านางเป็นเพียงหมอราษฎร์ที่คุณหลวงพากลับมาด้วยจากด่านกรามช้างก็เท่านั้น หาได้เป็นญาติพี่น้องกระไรกันไม่"
           "อ้าว!!!! แล้วเหตุใดคุณหลวงจึงบอกว่าเป็นญาติมาจากต่างเมืองเล่าเจ้าคะ"
           "คงกลัวว่าชาวบ้านจะครหาเอาน่ะสิ ว่าพาผู้หญิงเข้าบ้านทั้งที่ยังมิได้ตบแต่งกันเป็นเรื่องเป็นราว"
           "เช่นนั้นไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้กันให้ทั่วเลยดีหรือไม่เจ้าคะ มันจักได้อับอายคนเขา"
           "เอ็งจักบ้ารึ ขืนทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าเร่งให้คุณหลวงแต่งมันเป็นเมียน่ะสินังนี่ โง่จริง" คนถูกต่อว่าหน้าเจือนลงทันที
          "แล้วจักทำเยี่ยงไรดีเจ้าคะ รำพังคุณนิ่มคนเดียวก็ยากจักจัดการอยู่แล้ว นี่ยังมีหมอหญิงผู้นั้นมาอีกคน แลสองคนนั้นก็ดูสนิทสนมกันนัก มิแน่ว่าบางทีอาจจักตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าผู้ใดจักเป็นเมียเอก ผู้ใดจักเป็นเมียรอง"
         "ข้ามิยอมดอก คุณหลวงต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว หรือไม่ข้าก็ต้องเป็นเมียเอก แลสองคนนั่น ก็ต้องมิได้แม้แต่ตำแหน่งเมียรอง" คนพูดกำมือแน่นพร้อมกับส่งสายตาอาฆาต
         

        "เคยพบแม่พิกุลด้วยรึเจ้าคะ" คุณนิ่มเอ่ยถามวาดดาวขณะที่เดินออกจากวัดมาด้วยกัน
        "เคยเจอกันแล้วครั้งนึงเจ้าค่ะ แต่ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไร" เธอตอบไปเมื่อนึกถึงประสบการณ์การพบกันครั้งแรกของเธอกับหญิงสาวอีกคน
         "อิฉันพอจักเข้าใจอยู่"
         "คนกระไร วางท่าใหญ่โต ตั้งตนเป็นศัตรูกับคนอื่นเขาไปทั่ว" แม่หวนเสริมเข้าอีกคน
         "นางก็เป็นศัตรูกับผู้หญิงทั้งพระนครแหละแม่หวน"
         "แต่ศัตรูหมายเลขหนึ่งก็คงจะเป็นคุณนิ่ม ใช่ไหมเจ้าคะ" วาดดาวเย้าอีกฝ่ายเข้าให้
         "อิฉันมิเคยคิดว่าแม่พิกุลเป็นศัตรูเลยสักครั้ง  มีแต่นางที่ดิ้นไปเองคนเดียวทั้งนั้น" วาดดาวมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างรู้สึกชื่นชมในความจิตใจดี มองยังไงเธอก็สู้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด
          "แม่นิ่ม" เสียงเรียกจากใครบางคน ทำให้บทสนทนาของทั้งคู่ต้องหยุดลงชั่วขณะ
          "อ้าว!!!! คุณพี่ไว" คุณนิ่มเอ่ยทักเมื่อหันไปพบว่าเป็นใครที่เรียกเธอ "มาทำกระที่นี่เจ้าคะ"
          "พี่กำลังจักไปหาเจ้าคุณลุงที่เรือน เจ้ามาจากใส่บาตรที่วัดรึ"
          "เจ้าค่ะ" เมื่อเห็นฝ่ายชายจ้องมองไปที่หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน เธอจึงนึกขึ้นได้ว่าต้องแนะนำให้บุคคลทั้งสองรู้จักกัน "คุณพี่วาดเจ้าคะนี่คุณพี่ไว หรือหมื่นพิชัยพี่ชายอิฉันเอง คุณพี่ไวนี่คุณพี่วาด หลานสาวคุณหญิงจันทร์เจ้าค่ะ"
            "พี่รู้จักแล้ว" 
           "รู้จักแล้วหรือเจ้าคะ รู้จักกันได้เยี่ยงไร"
             " พบกันเมื่อหลายวันก่อน เรื่องบังเอิญน่ะ แต่หรือจักเรียกว่าบุพเพดีเล่า" อีกฝ่ายบอกขณะที่สายตายังจับจ้องไปที่วาดดาวไม่วางตา
           "แผลที่แขนหายดีแล้วหรือยังเจ้าคะ" หญิงสาวถามถึงแผลถูกฟันที่แขนของอีกฝ่ายที่เธอเป็นต้นเหตุเมื่อคราวก่อน
          "หายดีแล้ว ต้องขอบใจแม่ที่ช่วยทำแผลให้ ฉันเพิ่งทราบว่าแม่เป็นหมอดอกรึ" วาดดาวส่งยิ้มให้เป็นคำตอบแทน
          "หายแล้วก็ดีเจ้าค่ะ ฉันจะได้รู้สึกผิดน้อยลง" ฝ่ายชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง จนคนถูกจ้องต้องหลบสายตาด้วยทำตัวไม่ถูก
          "ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวลาเลยนะเจ้าคะ ไปเถอะแม่หวน" วาดดาวเดินนำแม่หวนออกไปทันที โดยที่ชายหนุ่มยังคงมองตามสาวเจ้าไม่เลิก
          "ดูเหมือนว่าหัวหมื่นจักพอใจในตัวท่านหมอนะเจ้าคะ" แม่หวนกระซิบเย้าวาดดาวขณะที่เดินจากมา
          "เพ้อเจ้อน่ะแม่หวน รีบไปเถอะ เดี๋ยวก็โดนคุณหญิงดุเข้าอีกหรอก" หญิงสาวเอ็ดคนเย้าเข้าให้ก่อนจะเร่งให้อีกฝ่ายเดินตาม เรียกรอยยิ้มชอบใจบนใบหน้าคนเย้า
          "มีกระไรที่น้องยังมิทราบหรือไม่เจ้าคะ คุณพี่ไว" หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยเอ่ยถาม เมื่อสังเกตเห็นสายตาที่คนเป็นพี่ชายจ้องมองหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งจะเดินจากไปไม่ลดละ

         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #441 อายจัง (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 21:46
    คือ ขอเติมให้คะ คำว่า สวัสดี แต่เดิมไม่ใช่คำทักของคนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ คำนี้เพิ่งเริ่มใช้ในสมัยจอมพลป. นะคะ
    #441
    1
    • #441-1 Wanwan19(จากตอนที่ 43)
      15 สิงหาคม 2560 / 22:03
      ขอบคุณคร่าา อันอื่นก็ใช้กราบ แต่อันนี้ทำไมเราใช่สวัสดี สงสัยจะสับสนกะนางเอก ขอบคุณที่บอกคร่าาา
      #441-1
  2. #415 minggg- (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 01:50
    แอบเห็นค่าาา

    "เครียด"

    "พ่อ" อินทร์
    #415
    1
    • #415-1 Wanwan19(จากตอนที่ 43)
      31 กรกฎาคม 2560 / 06:46
      ขอบคุณที่ช่วยดูคร่าา คนพิมพ์มองไม่ค่อยจะเห็น
      #415-1
  3. #413 anggella (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:36
    กลับมาแต่งเร็วๆนะคุณหลวงเดี๋ยวหมอหญิงจักหลุดมือไป
    #413
    0
  4. #412 Ao Jutamas Sriphuto (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:40
    นิยายเรื่องนี้สนุกมาก น่าติดตาม อิฉันเข้ามาอ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ คุณหลวงรีบกลับมาเร็วดนะ เดี๋ยวท่านหมื่นจะแย่งไป#ทีมคุณหลวง
    #412
    1
    • #412-1 Wanwan19(จากตอนที่ 43)
      30 กรกฎาคม 2560 / 22:57
      ขอบคุณที่ติดตามคร่าา
      #412-1
  5. #409 Key_ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:31
    ไม่ต้องแย่งกันเจ้าค่ะ คุณหลวงเป็นของอิฉัน /// โดนตบ
    #409
    0
  6. #408 paidoi (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:16
    อิฉันเขินแทนจุงเจ้าคะมีผู้มาจีบ
    #408
    0
  7. #407 Looney00 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 18:11
    นังพิกุลไม่สมเป็นลูกของหมอเลย
    #407
    0
  8. #406 Preawta (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:22
    555  เรื่องมันต้องยาวแน่ๆนะไรท์
    #406
    1
    • #406-1 Wanwan19(จากตอนที่ 43)
      30 กรกฎาคม 2560 / 17:32
      เพิ่มเติมสีสันนิดๆค่ะ 55
      #406-1
  9. #405 nnchky (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:03
    อุ๊ย!เขินนนนนน //รอคร้าาาาาาา
    #405
    0
  10. #404 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 16:18
    อิฉันรออ่านตอนต่อไปเจ้าค่ะ
    #404
    0