มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 37 : "แม่วาด"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    1 ก.พ. 64

         



            หลวงฤทธิรงค์ไปทำธุระต่างๆที่ถูกฝากมาจากคนในค่ายให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รีบกลับไป ผู้คนที่ค่ายต่างพากันฝากจดหมายมาถึงคนที่อยู่ในพระนครกันมากมาย ชายหนุ่มจึงรับเป็นธุระส่งข่าวให้ เพราะเห็นว่าไหนๆตัวเองก็เข้าพระนครอยู่แล้ว คงไม่เหลือบากกว่าแรงอะไรที่จะทำ ด้วยนึกเห็นใจคนเหล่านั้นที่ต่างก็ห่วงคนที่อยู่ที่นี่ และคนที่นี่เองก็รอฟังข่าวอย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน

          "พระนครเป็นเยี่ยงไรบ้าง" ชายหนุ่มเอ่ยถามนายมิ่งบ่าวคนสนิทที่เดินตามหลังมา ขณะพากันเดินกลับเรือนหลังจากเสร็จจากทำธุระต่างๆเรียบร้อยแล้ว

          "มิดีเท่าใดดอกขอรับ ผู้คนแออัดยัดเยียดมากขึ้น เพราะต่างก็อพยพหนีสงครามกันมา แย่งกันอยู่ แย่งกันกิน เพลานี้ข้าวของแพงขึ้นจนแตะแทบมิได้เลยขอรับ" นายมิ่งเล่าให้ผู้เป็นนายฟัง "กระผมอยากให้ศึกครั้งนี้จบลงเสียที ลำบากกันเหลือเกินขอรับ"

         "ผู้ใดก็คิดเช่นเอ็งแลอ้ายมิ่ง สงครามมีกระไรดีเสียที่ใดเล่า เอ็งดูซิ มีแต่ความอดอยาก ข้นแค้น สูญเสียก็เท่านั้น"

         "ผลจักเป็นเช่นไรรือขอรับ คุณหลวง" คนถูกถามถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบ

          "ศึกครานี้ใหญ่หลวงนัก ข้าตอบมิได้ดอก" หลวงหนุ่มยืนทอดสายตามองภาพพระนครอยู่ที่ท่าเรือริมแม่น้ำสายสำคัญอันล้อมรอบพระนครไว้ ทำให้กรุงรัตนโกสินทร์ในเวลานี้มีสภาพคล้ายเกาะกลางน้ำที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ เหตุเพราะไฟสงครามที่กำลังระอุไปทั่วทั้งแผ่นดินผืนนี้ ผืนที่เพิ่งจะได้นามใหม่ไปไม่นาน

 

            หลวงหนุ่มและนายมิ่งบ่าวคนสนิทเดินกลับมาถึงเรือนหลังจากที่ทำธุระเสร็จตามเป้าหมายเรียบร้อย แต่พอจะก้าวเท้าเข้าสู่บริเวณเรือนก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากเรือน   ชายหนุ่มและบ่าวคนสนิทต่างหันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ เพราะปกติ เรือนของคุณหญิงจันทร์เรือนนี้จะมีแต่ความสงบเรียบร้อย ไม่เคยมีเสียงอึกทึกคึกโครมให้ได้เห็นแม้สักครั้ง เพราะเจ้าของเรือนนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนเจ้าระเบียบมาก  เมื่อเดินเข้ามาจนเกือบจะถึงตัวเรือนใหญ่เพื่อหาต้นเหตุของเสียงโวยวายดังกล่าว เขาก็ต้องตกใจเมื่อมีหญิงสาวนางหนึ่งวิ่งมาชนเข้าอย่างจัง จนเธอแทบหงายหลังล้มลงไปกับพื้น ดีที่เขาคว้าร่างเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดได้ทันก่อนที่สาวเจ้าจะหงายหลังล้มลงไป

             แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องตกตลึงเมื่อได้เห็นหน้าหญิงสาวในอ้อมแขนชัดถนัดตา  เธอผู้นี้คือหญิงที่เขาพากลับมาจากค่ายที่ทุ่งลาดหญ้า หญิงที่ได้ชื่อว่าหมอเทวดา หญิงที่สร้างความวุ่นวายให้เขาตลอดเวลา หญิงที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเสมอเมื่ออยู่ใกล้ และในขณะนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวในชุดไทยโบราณนุ่งผ้าจีบ ห่มด้วยสไบเฉียงสีอ่อน เปิดไหล่ข้างที่ไม่ได้ห่มสไบ เผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนละเอียดผุดผ่อง ซึ่งเป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ช่างดูสวยน่ารักอะไรเช่นนี้ในความคิดของชายหนุ่มที่กำลังจ้องเธอไม่วางตา

          "คุณไปไหนมา" หญิงสาวในอ้อมแขนเอ่ยทัก ทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์และหันกลับมาสนใจคำพูดของสาวตรงหน้าแทน

          "เกิดกระไรขึ้น" เขาถามเมื่อพยุงเธอให้ยืนขึ้น

          "อยู่นี่เอง" บ่าวที่วิ่งไล่ตามเธอมาหยุดลงตรงหน้าชายหนุ่มด้วยอาการเหนื่อยหอบ วาดดาวรีบย้ายตัวเองไปหลบอยู่ข้างหลังชายหนุ่มทันที

          "ก็แม่คุณน่ะสิ จะตัดผมฉันน่ะ ไม่เอานะ ฉันไม่ตัดเด็ดขาด มันคือชีวิตของฉันเลยนะ" เธอบอกขณะหลบอยู่หลังเขา

          "ตัดผม!!!" ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวที่เอาเขาเป็นกำบังสลับกับนางบ่าวคู่กรณีที่วิ่งตามเธอมาจนเหนื่อย ดูท่าหมอสาวคงแผลงฤทธิ์เข้าให้เสียแล้ว ตกลงเขาคิดผิดหรือคิดถูกที่พาเธอมาฝากไว้ที่บ้าน คงได้วุ่นวายกันเป็นการใหญ่แน่ๆงานนี้

 

 

          "ไม่ได้!!!!" คุณหญิงจันทร์ค้านเสียงแข็งทันทีที่ลูกชายขึ้นมาขอร้องแทนหญิงสาวเรื่องตัดผม เพราะหญิงสาวสมัยนั้นต้องตัดผมสั้นทรงปีกข้างบน และไว้จอนยาวข้างหู คนที่ปล่อยผมยาวนั้นมีเพียงนางรำนางละครเท่านั้น "หญิงทั่วไปก็ตัดเช่นนี้กันทั้งนั้น นางหาใช่นางรำ นางละครเสียเมื่อไร จักไว้ผมยาวเยี่ยงนั้นไปเพื่อกระไร แล้วดูซิ ไยผมจึงเป็นสีแดงเยี่ยงนั้น เป็นแหม่มวิลาสรึก็มิใช่" วาดดาวจับผมตัวเองไว้แน่นอย่างหวงแหน ราวของรักของหวง จะให้เธอตัดผมปีกไว้จอนข้างหูเช่นสตรีในยุคสมัยนี้คงไม่ดีแน่ เพราะหากเธอได้กลับไปยังปัจจุบันในวันนี้พรุ่งนี้ขึ้นมา คงกลายเป็นแฟชั่นใหม่ให้คนที่นั่นได้หัวเราะให้กันเป็นการใหญ่เป็นแน่

           ชายหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ วาดดาวรีบส่ายหน้าพัลวันพร้อมกับส่งสายตาวิงวอนราวร้องขอชีวิต จนชายหนุ่มต้องหันกลับมาหาผู้เป็นแม่อีกครั้ง

          "อย่ากระไรกับนางให้มากเกินไปเลยขอรับแม่ท่าน นางอยู่ที่นี่มินานดอก ประเดี๋ยวเมื่อถึงเพลาอันควรนางก็ไปแล้ว"

          "แต่...... " 

          "ถือว่าลูกขอนะขอรับ เว้นเรื่องนี้ไว้สักเรื่องเถิด" คุณหญิงจันทร์มองวาดดาวที่นั่งอยู่ข้างๆบุตรชายอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

          "เอาเถิด เห็นแก่เจ้าดอกนะ แม่จักยอมให้ก็ได้ แต่หากเกิดมีผู้ครหาขึ้นมา....."

          "ลูกจัดการเรื่องนั้นเองขอรับ แม่ท่านมิต้องกังวล" คุณหญิงจันทร์ค้อนให้ลูกชายวงใหญ่ แม้จะรู้สึกไม่พอใจสักเท่าไร แต่ก็ไม่อยากขัดผู้เป็นลูก "ว่าแต่แม่ท่านไปเอาอาภรณ์เหล่านี้มาจากที่ใดกันขอรับ" ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

          "ของแม่สมัยสาวๆ ตอนแรกก็มิคิดดอกว่านางจักใส่ได้ แต่ดูสิใส่แล้วงามเชียว ว่าไหมลูก" และได้ผลชะงัก คุณหญิงจันทร์เปลี่ยนเรื่องพูดทันทีอย่างชอบอกชอบใจกับชุดของตัวเอง

         "งามขอรับ" ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวในชุดสตรีที่ดูสมเป็นสตรีเสียที

         "แม่ก็คิดเช่นนั้น ดูสิ พออาบน้ำ จับแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าหน่อยแล้ว ผิวพรรณดูผุดผ่อง หน้าตาก็สะสวยใช้ได้ทีเดียว ขาดก็แต่มารยาทที่คงต้องจับอบรมกันเป็นการใหญ่ ช่างไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยแม้แต่น้อย หากเป็นลูกเป็นหลานหน่อยมิได้"

          "แม่ท่านก็คิดเสียว่านางเป็นลูกสิขอรับ" ชายหนุ่มเอ่ย ทำเอาคนฟังถึงกับประหลาดใจในความหมายของคำพูดนั้น แต่คนที่ถูกยกให้เป็นลูกกลับถลึงตาใส่คนพูดให้เมื่อได้ฟัง

           "เช่นนั้น ลูกขอตัวพานางไปทำธุระก่อนนะขอรับ ประเดี๋ยวจักค่ำเสียก่อน" หลวงหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพูดทันที เมื่อเห็นสายตาจับผิดของผู้เป็นแม่ ก่อนจะรีบลุกขึ้น และพยักเพยิดหน้าให้วาดดาวลุกตาม 

          "เดี๋ยว" แต่ถูกคุณหญิงจันทร์เรียกไว้เสียก่อนที่จะได้ขยับตัว "แม่วาด ไปเปลี่ยนชุดเสียก่อน นี่มันชุดอยู่เรือน ใส่ออกไปข้างนอกคงจักมิเหมาะมิควร" คนถูกทักก้มมองชุดตัวเองทันที และจำต้องทำตามคำสั่งแต่โดยดีอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

          

         

            วาดดาวต้องกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกรอบตามคำสั่งของคุณหญิงจันทร์ ซึ่งก็กินเวลาไปไม่น้อยกับการเปลี่ยนชุดเก่าใส่ชุดใหม่ เพราะคนใส่นั้นใส่ไม่เป็น จึงลำบากต้องให้บ่าวไพร่ช่วยกันใส่ให้จนเสร็จสรรพ จะโทษว่าเป็นความผิดของเธอก็ไม่ได้ ก็เธอเคยใส่ชุดพวกนี้เสียที่ไหนกัน

            วาดดาวกับหลวงฤทธิรงค์ เดินออกจากเรือนมาพร้อมกับนายมิ่งและแม่หวนบ่าวที่คุณหญิงจันทร์สั่งให้ตามทั้งสองมาด้วยเพื่อเป็นการไม่ให้ดูน่าเกลียดว่าทั้งคู่มาด้วยกันสองต่อสอง หลวงหนุ่มจ้องมองหญิงสาวข้างกายไม่วางตา ซึ่งตอนนี้เธอเปลี่ยนมานุ่งจูงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอกและห่มสไบทับอีกทีตามแบบที่สตรีทั่วไปใส่ออกจากเรือน เธอมองชุดตัวเองที่ใส่ จับโน่นจับนี่ตลอดเวลาอย่างรู้สึกขัดเขิน ในใจพาลคิดว่า จะเปลี่ยนทำไมให้ยุ่งยาก ในเมื่อชุดนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากชุดเดิม ชายหนุ่มนึกขำกับกิริยาของหญิงสาวที่ดูหงุดหงิดกับชุดที่ใส่อยู่จนอดยิ้มออกมาไม่ได้ 

            "ขำอะไร" เธอถามขึ้น เมื่อหันมาเห็นรอยยิ้มขำขันบนใบหน้าของอีกฝ่าย แต่คนถูกถามกลับไม่ตอบเสียอย่างนั้น เพียงแต่หันหน้าหนีทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนยิ้ม วาดดาวมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหันไปยุ่งกับชุดตัวเองต่อ

            "งามแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยชมขณะที่สายตาจ้องมองไปข้างหน้าโดยไม่ได้หันมามองเธอเลยสักนิด คนถูกชมรีบหันไปมองหน้าเขาทันทีอย่างนึกประหลาดใจ ว่าความหมายของคำพูดเมื่อครู่คืออะไร "ฉันบอกว่างามแล้ว เชื่อฉันสิ เลิกจับโน่นจับนี่เสียทีเถิด" เขาบอกพร้อมกับหันมามองหน้าเธอ

              คนถูกชมยิ้มหน้าบานทันทีที่ได้ฟัง ก่อนจะตบลงไปที่แขนของชายหนุ่มเต็มแรงด้วยความเขินอาย จนอีกฝ่ายตกใจต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองปอยๆอย่างงงๆ

             "ใช่ไหมล่ะ สวยใช่ไหม" เธอยกมือขึ้นกุมแก้มทั้งสองข้างตัวเองแบบเขินๆ "ฉันรู้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ตกหลุมรักฉันหรอกจริงไหม"เธอว่าไปนั่น ใจจริงเธอแค่นึกอยากจะแกล้งละลายมาดน้ำแข็งเดินได้ของเขาเล่นเท่านั้น แต่คนฟังกลับนิ่งอึ้งไปแล้วกับกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า

            "ฉันรึ? ตกหลุมรักแม่" เขาถามด้วยความประหลาดใจ นึกไม่ออกว่าไปทำอะไรให้เธอคิดเช่นนั้น จนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเคยพูดว่าเธอคือคนรักเมื่อครั้งที่ตามไปช่วยเธอจากข้าศึกนั่นเอง

            "ใช่" เธอตอบก่อนจะถามต่อ เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของชายหนุ่ม "ว่าแต่คุณตกหลุมรักฉันตั้งแต่เมื่อไรกันเหรอ"

            "ฉันว่าแม่คงเข้าใจกระไรผิดแล้ว  คือ......"ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากอธิบายแต่ถูกเธอขัดขึ้นเสียก่อน

             "ไม่ต้องเขินหรอกน่า คุณ ฉันล้อเล่น" วาดดาวตบเข้าที่หน้าอกของหลวงหนุ่มพร้อมกับยิ้มออกมา ก่อนจะออกเดินนำหน้าเขาไปทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น "คุณน่าจะหัดยิ้มบ่อยๆนะ จะดูหล่อขึ้นเป็นกองเลย" เธอหันกลับมาพูดหลังจากเดินห่างออกไปแล้วหลายก้าว "แบบนี้" เธอฉีกยิ้มให้เขาดูเป็นตัวอย่าง ก่อนจะหันหลังเดินต่อไป จนอีกคนอดยิ้มออกมาไม่ได้กับคำพูดและการกระทำของเธอ ช่างแตกต่างจากสตรีทั่วไปที่เขาเคยพบเห็นเสียจริง

 

             หลวงฤทธิรงค์พาวาดดาวมาพบกับหลวงวิเศษโอสถผู้ดูแลกรมหมอหลวงเพื่อนำจดหมายจากขุนเวชโอสถฝากมามอบให้ ชายวัยห้าสิบกว่าเกือบหกสิบนั่งอ่านข้อความในจดหมายเงียบๆอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับรู้กับข้อความในจดหมาย และพับมันวางลงบนโต๊ะตรงหน้า 

            "หญิงนางนี้รึ หมอเทวดาที่ว่า" หลวงวิเศษโอสถเอ่ยถามหลังจากอ่านจดหมายจบ 

            "ใช่แล้วขอรับ"

            "อืม....." หลวงอาวุโสพยักหน้ารับรู้ก่อนจะพูดต่อ "ข้อความในจดหมายได้เล่าถึงความสามารถของนางไว้ หากเป็นจริงดังว่า ก็ถือว่านางมีความสามารถที่น่าอัศจรรย์นัก"

            "ระหว่างที่นางพักอยู่ที่พระนคร หากคุณหลวงเมตตา กระผมอยากจักฝากคุณหลวงช่วยชี้แนะนางด้วย แลหากความสามารถของนางจักเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง คุณหลวงสามารถให้นางช่วยเหลือได้เลยขอรับ"

            "หากทั้งคุณหลวงแลขุนเวชฯกล่าวเช่นนั้น เอาเป็นว่า ฉันจักทำตามที่ขอก็แล้วกัน จักช่วยดูแล ช่วยเหลือนางให้ ความสามารถของนางคงจักเป็นประโยชน์อยู่มากทีเดียว"

            "ขอบพระคุณคุณหลวงขอรับ กระผมขอฝากด้วย"

            "แม่คงยินดีจักช่วยราชการใช่หรือไม่" หลวงอาวุโสหันมาถามหมอสาวที่นั่งอยู่ข้างชายหนุ่ม วาดดาวหันมองหน้าหลวงฤทธิรงค์ก่อนตอบออกไป  

            "ยินดีค่ะ ถ้าฉันช่วยได้ ฉันยินดีช่วย" หลวงวิเศษโอสถพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้บุคคลทั้งสอง

 

 

            "แล้วเราจะไปไหนกันต่อ" วาดดาวถามขึ้นเมื่อทั้งเขาและเธอเดินกลับจากเรือนของหลวงวิเศษโอสถ

           "กลับ" หลวงหนุ่มตอบ แต่คนฟังกลับถอนหายใจออกมาเสียงดังพร้อมกับสีหน้าที่สลดลงทันที "มิอยากกลับรึ" เขาถามต่อเมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาว

            "เปล่า" เธอตอบเพียงเท่านั้น แต่ชายหนุ่มก็พอจะเดาได้ว่าเธอเป็นกังวลเรื่องอะไร

            "กังวลเรื่องแม่ท่านรึ" เขาถามต่อ

            "ไม่ใช่อย่างนั้น" เธอรีบแก้ความเข้าใจของชายหนุ่มทันที ด้วยกลัวว่าเขาจะคิดว่าเธอไม่ชอบแม่ของเขาเข้าให้ "ฉันแค่ไม่ชินกับการอยู่กับคนอื่น ฉันคงอยู่คนเดียวมานานเกินไป ฉันเลยไม่รู้จะทำตัวยังไง" เธอตอบ

            "แม่ท่านอาจจักดูเข้มงวดไปบ้าง แต่จริงๆแล้วท่านเป็นคนใจดีนะ แม่อย่ากังวลไปเลย"

           "คนเป็นแม่นี่เป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า" คนฟังยิ้มให้กับคำถามก่อนจะตอบ

           "ฉันก็มิรู้ดอกว่าแม่ผู้อื่นเป็นเช่นไร แต่แม่ฉันท่านต้องเป็นเช่นนี้เพราะท่านต้องดูแลปกครองเรือนแต่เพียงผู้เดียวมาโดยตลอดตั้งแต่เจ้าคุณพ่อท่านสิ้น ท่านจึงต้องเข้มงวดเช่นนี้ มิเช่นนั้นจักปกครองบ่าวไพร่ในเรือนมิได้"

            "พ่อคุณเสียนานแล้วเหรอ" เธอตัดสินใจถามเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มพูดถึงผู้เป็นพ่อ 

            "เจ้าคุณพ่อท่านสิ้นไปตั้งแต่ฉันยังเล็ก แม่ท่านจึงต้องทำทุกอย่างแทนพ่อท่านแต่นั้นมา" ชายหนุ่มสีหน้าเศร้าลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต "ฉันยังจำได้ดี วันที่ได้รับข่าวว่าเจ้าคุณพ่อสิ้นในสนามรบ แม่ท่านร้องไห้เศร้าโศกปานจักขาดใจ เพลานั้นแม่ท่านหาได้ยอมมองหน้าฉันไม่ ท่านเคยบอกว่าฉันเหมือนพ่อท่านมาก เมื่อใดที่ท่านมองหน้าฉัน ท่านก็จักร้องไห้ออกมาก ฉันช่วยกระไรแม่ท่านมิได้เลย" ชายหนุ่มทอดสายตามองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายขณะเล่า แววตาเศร้าสร้อยของเขาทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของคนพูด "แต่ฉันก็ยังมาเป็นทหารเช่นเจ้าคุณพ่อให้แม่ท่านต้องทุกข์ใจอีก ฉันนี่ช่างเป็นลูกอกตัญญูเสียจริง" เขาก้มหน้าลงพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างนึกสมเพชตัวเอง วาดดาวเองไม่รู้จะปลอบชายหนุ่มอย่างไรให้เขารู้สึกดี เธอยกมือขึ้นแตะที่แขนของเขาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยคำพูด

         "ฉันว่าแม่คุณคงรักพ่อคุณมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมปล่อยคุณไปเป็นทหารเหมือนพ่อคุณหรอก ทั้งที่รู้ว่าสักวัน คุณอาจจะลงเอยเหมือนพ่อคุณ" ชายหนุ่มหยุดเดินและหันมามองหน้าหญิงสาวคนพูดอย่างนึกเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ เพราะหากแม่ของเขาจะห้ามก็ห้ามได้ตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจเดินมาบอกว่าอยากจะรับราชการทหารเช่นคนเป็นพ่อแล้ว แต่ท่านกลับไม่เคยทำเลยสักครั้ง

         "ว่าแต่แม่เถิด ฉันมิเคยรู้เลยว่าแม่ตัวคนเดียว หาได้มีพ่อแม่ไม่" เขาเปลี่ยนมาถามอีกฝ่ายบ้าง เพราะดูเขาจะรู้เรื่องของเธอน้อยเสียเหลือเกิน

         "ก็คุณไม่เคยถาม" เธอว่าพร้อมกับออกเดินนำหน้าชายหนุ่มไป

         "แม่อยู่ตัวคนเดียวมาตลอดรึ"

         "จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ฉันไม่เคยมีครอบครัว ตั้งแต่จำความได้ ฉันตัวคนเดียวมาตลอด"

         "แล้วพ่อแม่เล่า ไปอยู่ที่ใดเสีย"

         "ฉันไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย" เธอตอบ "พวกเขาอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง ทำไมถึงทิ้งฉันไว้คนเดียว ฉันเคยอยากรู้เรื่องพวกนี้นะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว" เธอตอบเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนฟังกลับรู้สึกเศร้าไปกับเรื่องของเธอ "ไม่ต้องสงสารฉันนะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว" เธอบอกพร้อมกับยิ้มให้เขา เพราะสังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

          ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวคนพูดที่ตอนนี้ออกเดินนำเขาไปอีกครั้ง หญิงนางนี้ดูเข้มแข็งกว่าที่เขาคิดนัก แต่ก่อนที่เขาจะได้เดินตามเธอไป ก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยทักจากด้านหลังเสียก่อน

          "คุณพี่อินทร์"!!! 
            
        
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #1134 Seda@#Rar534 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 01:01
    รู้สึกได้ถึงรังสีชะนี
    #1,134
    0
  2. #1006 kyakya (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:53
    สมัย ร.1 นี่เขาใส่เสื้อแขนกระบอกแล้วหรอคะ? น่าจะเริ่มประมาณ ร.4 - ร. 5 มากกว่านะคะ สมัยร.1 ยังมีศึกอยู่มาก ผู้คนก็เป็นคนจากกรุงเก่ายังไม่นิยมเสื้อแขนกระบอกแบบตะวันตกหรอกค่ะ ...
    #1,006
    0
  3. #279 Liw4 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 20:46
    อ่านรวดเดียวจบเลยคะ ชอบมากเลย รอตอนต่อไปนะคะ
    #279
    0
  4. #273 xosteplove (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 09:10
    รักกันได้แล้ววว

    พระเอกของเราน้อยใจแย่แล้วค่ะ

    สนุกมากๆๆค่ะ คุณหมอ เก่งง
    #273
    1
    • #273-1 Wanwan19(จากตอนที่ 37)
      9 กรกฎาคม 2560 / 15:21
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ^^
      #273-1
  5. #271 Lufael_XIII (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 01:44
    ผู้ใดทักพระเอกเล่า  ลุ้นๆ  *0*
    #271
    0
  6. #269 rosa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 22:53
    อ่านรวดเดียวเลยค่ะ

    สนุกมากค่ะ
    #269
    1
    • #269-1 Wanwan19(จากตอนที่ 37)
      9 กรกฎาคม 2560 / 15:19
      ดีใจที่ชอบคร่าา
      #269-1
  7. #268 Iceza28 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 21:01
    ผู้ใดกัน!?
    #268
    0
  8. #267 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:57
    ใครล่ะเจ้าค่ะ



    อิฉันอยากรู้เจ้าค่ะ
    #267
    0
  9. #266 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:56
    ใครล่ะเจ้าค่ะ



    อิฉันอยากรู้เจ้าค่ะ
    #266
    0
  10. #265 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:42
    ใครอ่ะ นางโกงหรือคือเปล่า่ะ สนุกค่ะ รอต่อนะค่ะ
    #265
    0
  11. #264 paidoi (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:34
    ใครมาละนั่น สาวที่แม่อยากให้หมั้นหมายรึ
    #264
    0
  12. #263 Looney00 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 19:22
    ใครมาอีกๆๆๆ
    #263
    0
  13. #262 Oungzaza (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 18:43
    ชอบมาต่อเร็วๆนะ
    #262
    0
  14. #261 jukkarin2 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 18:02
    ใคร????
    #261
    0
  15. #260 walena (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 17:10
    เสียงใคร?
    #260
    0
  16. #259 nook (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 17:05
    อะไร นางร้ายโผล่แล้วหรา
    #259
    0