มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 36 : "กรุงรัตนโกสินทร์"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    9 ก.ย. 61


                            กรุงรัตนโกสินทร์ หรือ "กรุงเทพมหานคร" ราชธานีของไทย ตั้งอยู่ ทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับที่ตั้งของกรุงธนบุรี โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ทรงเห็นว่ากรุงธนบุรีเก่านั้น มีความไม่เหมาะสมแก่การเป็นพระมหานครอยู่หลายประการด้วยกัน ดังนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชนิเวศน์มณเฑียรสถานใหม่ขึ้นทางฝั่งตะวันออกในบริเวณกำแพงพระนครเดิมครั้งกรุงธนบุรี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระนครขึ้น โดยทำพิธีตั้งเสาหลักเมืองของพระนครใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ เวลาย่ำรุ่งแล้ว 45 นาที ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325

                  ทั้งนี้ ได้พระราชทานนามของพระนครว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมารอวตารสถิต สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์"แปลว่า พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นพระมหานครที่ไม่มีใครรบชนะ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ไปด้วยแก้วเปราะน่ารื่นรมย์ยิ่ง พระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานของเทพผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษนุกรรมลงมาเนรมิตไว้ เรียกสั้นๆ ว่า "กรุงเทพฯ" "กรุงเทพมหานคร" หรือ "กรุงรัตนโกสินทร์" ซึ่งคำว่ากรุงเทพในตอนต้นชื่อนั้น สันนิษฐานว่ามากจากชื่อหน้าของ อยุธยา ว่า กรุงเทพ ทราราวดีศรีอยุธยา (ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแปลงสร้อยพระนามพระนครจาก "บวรรัตนโกสินทร์" เป็น "อมรรัตนโกสินทร์")

                สภาพภูมิประเทศของกรุงรัตนโกสินทร์นั้น กรุงตั้งอยู่บริเวณแหลมยื่นลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านลงมาจากทางเหนือ ผ่านทางตะวันตกและใต้ก่อนที่จะมุ่งลงใต้สู่อ่าวไทย ทำให้กรุงดูคล้ายกับกรุงศรีอยุธยา รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าให้ขุดคูพระนครตั้งแต่บางลำพูไปถึงวัดเลียบ ทำให้กรุงรัตนโกสินทร์มีสภาพเป็นเกาะสองชั้น คือส่วนที่เป็นพระบรมมหาราชวังกับส่วนระหว่างคูเมืองธนบุรี(คลองคูเมืองเดิม)กับคูพระนครใหม่ ในขณะเดียวกันได้มีการสร้างพระบรมมหาราชวังแบบง่ายๆเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พอประกอบพิธีแล้วจึงรื้อของเก่าออกและก่ออิฐถือปูน ส่วนกำแพงพระนครนั้น นำอิฐจากกรุงศรีอยุธยามาใช้สร้าง

                กรุงรัตนโกสินทร์ถือว่ามีชัยภูมิชั้นเยี่ยมในการป้องกันศึกในสมัยนั้น คือพม่า ด้วยเนื่องจากมีแม่น้ำเจ้าพระยาขวางทางตะวันตก นอกจากนี้กรุงธนบุรีเดิมก็สามารถดัดแปลงเป็นค่ายรับศึกได้ แต่เหตุการณ์ที่พม่าเข้าเหยียบชานพระนครก็ไม่เคยเกิดขึ้นสักครั้ง เป็นที่สังเกตว่า การสร้างกรุงรัตนโกสินทร์นั้นเป็นการลงหลักปักฐานของคนไทยอย่างเป็นทางการหลังกรุงแตก เพราะมีการสร้างปราสาทราชมณเฑียรอย่างงดงามต่างจากสมัยธนบุรี ทั้งๆที่ขณะนั้นเกิดสงครามกับพม่าครั้งใหญ่

                เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ให้มีสภาพเหมือนกับกรุงศรีอยุธยา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโดยมีลักษณะเหมือนกรุงศรีอยุธยาเกือบทุกอย่าง ดังจะเห็นได้จากการที่พระบรมมหาราชวังตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา และมีกำแพงด้านข้างแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นกำแพงพระบรมมหาราชวังชั้นนอกเช่นเดียวกับพระบรมมหาราชวังในสมัยกรุงศรีอยุธยาทุกประการ นอกจากนั้นยังมีพระราชมณเฑียรสถานและพระที่นั่งต่าง ๆ คล้ายคลึงกับพระราชมณเฑียรสถานและพระที่นั่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งมีการสร้างเสาชิงช้า หอกลอง บูรณะและสร้างวัดต่าง ๆ เหมือนกับกรุงศรีอยุธยาด้วย

               เมื่อการสร้างพระนคร พระบรมมหาราชวัง และพระราชวังบวรสถานมงคลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเต็มตามแบบแผนโบราณราชประเพณี ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าที่ได้ทรงทำเมื่อแรกเสวยราชย์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีนี้เมื่อพุทธศักราช 2328 และให้จัดการสมโภชพระนครเป็นเวลา 3 วัน(แต่กรุงรัตนโกสินทร์ถูกสร้างต่อมาจนสมบูรณ์หมดจริงๆ ในช่วงรัชกาลที่ 3 และรัชกาลต่อมาจึงขยายพระนคร)

            หลังจากเสร็จการสมโภชพระนครแล้ว จึงพระราชทานนามพระนครใหม่ให้ต้องกับนามพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรว่า กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยาพระนครนี้จึงมีนามปรากฏเรียกกันต่อมาอย่างสั้น ๆ ว่า กรุงรัตนโกสินทร์

 

 

                วาดดาวอ้าปากค้างด้วยความตื่นตาตื่นใจกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า ความสวยงามของกรุงรัตนโกสินทร์ครั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ ช่างดูงดงาม สมบูรณ์ และยิ่งใหญ่ แตกต่างกับภาพที่เธอพบเห็นเป็นประจำทุกวันในโลกปัจจุบันแทบไม่เหลือเค้าเดิม ช่างเปลี่ยนไปมากจริงๆ นี่ต่างหากคือเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ที่แท้จริงดังคำเล่าลือ

              เธอกับเขาใช้เวลาหนึ่งวันในการเดินทาง จนมาถึงเขตพระนครในเวลารุ่งสางของอีกวัน ม้าของคนทั้งคู่เดินผ่านตลาดเช้าที่ผู้คนกำลังเดินจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก เพราะอยู่ในน่าศึกสงคราม ชาวเมืองดูเหมือนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างอพยพหนีสงครามเข้าพระนครกันเพื่อพึ่งพระมหาบุญญาธิการของสมเด็จพ่ออยู่หัวกัน

             หลวงฤทธิรงค์ให้วาดดาวรออยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอกของพระบรมมหาราชวัง ส่วนตัวเขานั้นเข้าไปเขตพระราชฐานชั้นในเพื่อทำกิจธุระตามที่ได้รับมอบหมายมา วาดดาวยืนมองดูความงดงามของพระบรมมหาราชวังอย่างชื่นชม ช่างงดงามไร้ที่ติจริงๆ เหมือนความฝันจริงๆที่เธอได้มาเห็นภาพกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อครั้งที่ยังสมบูรณ์เช่นนี้

             วาดดาวนั่งรอหลวงหนุ่มอยู่นานหลายชั่วโมงทีเดียว จากความตื่นเต้นในช่วงแรกเริ่มกลายเป็นความเบื่อหน่ายจากการรอคอยอันยาวนาน จะไปไหนก็ไม่ได้เพราะถูกสั่งห้ามย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้รออยู่ตรงนี้ จนในที่สุดการรอคอยอันแสนยาวนานก็สิ้นสุดลงเมื่อบุคคลที่เธอรออยู่นั้น ก้าวข้ามเขตพระราชฐานชั้นในออกมาในที่สุด

            หญิงสาวรีบลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความดีใจ แต่ชายหนุ่มนั้นไม่ได้เดินออกมาคนเดียว เขากำลังเดินคุยมากับบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง

            "อย่างไรเสีย ฉันขอฝากคุณหลวงด้วยแล้วกันนะ"

            "เป็นหน้าที่กระผมอยู่แล้วขอรับ ท่านเจ้าคุณอย่าได้ห่วงไป"

            "คุณ" วาดดาวเดินเข้ามาหาชายหนุ่มทันทีที่เขาเดินออกจากประตูมา สายตาของคู่สนทนาทั้งคู่จึงจับจ้องไปที่เธอทันที

            "แล้วนี่ ผู้ใดกันรึ" ชายผู้อาวุโสกว่าเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นวาดดาวที่อยู่ในชุดทหารเดินเข้ามาหาชายหนุ่มคู่สนทนาของเขา

            "อ้อ" ชายหนุ่มนึกได้ว่าต้องแนะนำให้คนทั้งคู่รู้จักกัน "ท่านหมอ นี่คือท่านพระยาพิพัฒน์โกษา (ผู้ช่วยเจ้าพระยาพระคลัง)" เขาเลือกแนะนำให้ฝ่ายหญิงรู้จักผู้อาวุโสกว่าก่อน วาดดาวยกมือขึ้นไหว้ผู้อาวุโสกว่า ก่อนที่ชายหนุ่มจะแนะนำหญิงสาวให้อีกฝ่ายรู้จักบ้าง "ท่านเจ้าคุณขอรับ นี่หมอหญิง กระผมพากลับมาจากค่ายด้วย"

           "พ่อว่าหมอ หมอหญิงรึ? เป็นหญิงดอกรึ ไยใส่อาภรณ์ของทหารเยี่ยงนี้กัน" บุรุษอาวุโสมองหนุ่มน้อยในชุดทหารที่อีกคนเพิ่งจะบอกไปว่าคือสตรีอย่างนึกประหลาดใจ

           "เรื่องยาวมากขอรับ เล่าวันเดียวคงมิจบเป็นแน่" ชายหนุ่มตัดบทไป เพราะคาดว่าหากให้อธิบายคงยาว และอีกฝ่ายคงจะไม่เข้าใจ พระยาพิพัฒน์โกษาพยักหน้ารับรู้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการตอบคำถาม จึงไม่คิดจะสาวความต่อให้มากความ

           "เช่นนั้นฉันขอตัวก็แล้วกัน ต้องกลับไปจัดการเรื่องตามที่รับสั่งอีกมากมาย ก่อนจักกลับทุ่งลาดหญ้า อย่าลืมแวะไปหาฉันที่เรือนก่อนนะคุณหลวง" 

           "ขอรับ" ชายหนุ่มรับคำก่อนที่อีกฝ่ายจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในพระราชวัง วาดดาวมองตามบุรุษอาวุโสที่เดินจากแล้วด้วยท่าทีสงสัยในใจบางอย่าง รู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อคนผู้นี้แต่นึกไม่ออก

           "มีกระไรรึ" ชายหนุ่มข้างกายถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาว

           "รู้สึกว่าชื่อคุ้นๆ" เหมือนเคยผ่านตาในหนังสือ

           "รู้จักรึ" ชายหนุ่มถาม วาดดาวทำท่าคิด และคิดไม่ออก

           "เหมือนว่าจะรู้จัก แต่จำไม่ได้" เธอพูดในขณะที่อีกฝ่ายกลับเดินผ่านหน้าเธอไปเพื่อออกจากเขตพระราชวังโดยไม่ได้สนใจจะฟังที่เธอพูดเลย

           "แล้วนั่นคุณจะไปไหน"

           "กลับเรือนสิ มิไปรึ" เขาถามก่อนจะออกเดินนำไปก่อน จนอีกคนต้องรีบเดินตามไปเพื่อให้ทัน

 

 

 

           หลางฤทธิรงค์พาวาดดาวมาถึงยังบ้านเรือนไทยขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวังสักเท่าไหร่ เป็นเรือนไทยทำด้วยไม้ใต้ถุนสูงตามแบบเรือนไทยโบราณ บริเวณบ้านกว้างขวาง บ่าวไพร่มากมายกำลังทำงานในหน้าที่กันอย่างขะมักเขม้น 

         "คุณหลวง คุณหลวงกลับมาแล้ว คุณหลวงกลับมาแล้ว" เมื่อได้บ่าวที่อยู่ในบริเวณบ้านหันมาเห็นผู้มาเยือนที่ก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณบ้าน ก็รีบร้องตะโกนขึ้นเสียงดังก่อนจะวิ่งมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ

          "พ่ออินทร์ พ่ออินทร์ลูกแม่" สตรีสูงวัยในชุดไทยโบราณยื่นหน้าออกมาจากนอกชานเรือนด้วยความดีใจ ก่อนจะสาวเท้าก้าวลงจากบันไดเรือนด้วยความเร่งรีบ

         "พ่ออินทร์ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้างลูก" หญิงผู้นั้นถามขึ้นหลังจากถอนตัวจากการโอบกอดชายหนุ่ม

          "แม่เหรอ!!!!" วาดดาวอุทานเสียงเบาคนเดียวด้วยตกใจ แสดงว่าที่นี่คือบ้านของหลวงฤทธิรงค์สินะ 

          "กลับมาได้เยี่ยงไรกัน หรือว่าเสร็จศึกแล้ว"

          "ยังดอกขอรับ ลูกกลับมาทำธุระถวายสมเด็จท่านแต่เพียงเท่านั้น เสร็จธุระแล้วก็ต้องรีบกลับไปที่ค่ายขอรับ" ผู้เป็นแม่ทำหน้าผิดหวังกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะยกมือขึ้นจับใบหน้าบุตรชายที่สุดแสนจะคิดถึงจับใจ

          "ดูซิ ซูบลงไปมากนักทีเดียว ผิวก็คล้ำลงด้วย โถ เจ้าคงลำบากนัก" คุณหญิงจันทร์สำรวจร่างกายผู้เป็นบุตรชายโดยละเอียด เพื่อดูว่ามีส่วนใดสึกหรอหรือไม่ 

          "ลูกสบายดีขอรับ แล้วแม่ท่านเล่า สบายดีหรือไม่" ผู้เป็นลูกถามกลับบ้าง

         "ลูกชายคนเดียวต้องไปออกรบเยี่ยงนี้ แล้วจักให้แม่สบายดีได้เยี่ยงไร" คนเป็นแม่ตัดพ้อน้อยอกน้อยใจลูกชาย

          "โถ แม่ท่าน อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยขอรับ ลูกไปทำหน้าที่ต่อบ้านเมืองนะขอรับ" ชายหนุ่มกอดผู้เป็นแม่ไว้บ้าง

           "แม่รู้ แต่จักมิให้แม่ห่วงเลยกระนั้น แม่เห็นทีจักทำมิได้ดอก" คุณหญิงจันทร์จับที่แขนของบุตรชายหลังจากที่ถอนตัวออกจากอ้อมแขนผู้เป็นลูก ก่อนจะเอ่ยถามต่อ "แล้วนี้จักอยู่กี่วันกันเล่า"

           "สองวันขอรับ ใจจริงลูกอยากรีบกลับเลยเสียด้วยซ้ำ หากมิติดว่ามีธุระต้องทำให้แล้วเสร็จเสียก่อน"

           "หึ มิคิดถึงแม่บ้างเลยรึ จึงได้เร่งรีบกลับนัก" คนเป็นแม่ตัดพ้อน้อยใจกับคำพูดของลูกชาย

           "คิดถึงสิขอรับ ไยลูกคนนี้จักมิคิดถึงแม่ท่านเล่าขอรับ เพียงแต่......." 

           "เพียงแต่ยามนี้ในใจเจ้า มีเพียงแต่บ้านเมืองเท่านั้น" คนเป็นแม่กลับชิงเอาคำพูดไปพูดแทนเสียอย่างนั้น "มาเหนื่อยๆ รีบขึ้นเรือนกันก่อนเถิดลูก ไปๆ คุณหญิงจันทร์กำลังจะดึงตัวลูกชายขึ้นเรือน แต่สายตาดันไปสะดุดกับคนที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังชายหนุ่มมาตลอด "แล้วนั่น....ผู้ใดกันรึ?"

           คำถามที่ถามขึ้นทำให้สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังหญิงสาวในชุดพลทหารที่ยืนอยู่ข้างกายชายหนุ่มโดยพร้อมเพรียงกัน วาดดาวกับหลวงฤทธิรงค์ต่างมองหน้ากัน และหันมายิ้มให้ผู้เป็นแม่แบบเจือนๆเป็นคำตอบ

 

 

         "หมอรึ หมอหญิงด้วยรึ" คุณหญิงจันทร์เอ่ยด้วยท่าทีประหลาดใจหลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของบุตรชาย ก่อนจะหันไปมองสตรีที่สวมเครื่องแต่งกายของพลทหารราบที่นั่งอยู่ตรงหน้า หลังจากที่ทุกคนย้ายตัวเองขึ้นมานั่งสนทนาอย่างเป็นกิจจะลักษณะบนเรือน สายตาพินิจพิจารณาคู่นั้นบวกกับท่าทีของมาดหญิงตระกูลสูงศักดิ์ ทำให้คนถูกจ้องรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างแผ่รังสีออกมาจากตัวของสตรีสูงวัยตรงหน้าจนเธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก 

          "ขอรับ อย่างที่ลูกเล่าให้ฟังทั้งหมด เพลานี้นางกำลังตกอยู่ในอันตราย ลูกจำต้องพานางกลับมาอยู่ที่พระนครเพื่อความปลอดภัย" หลวงหนุ่มบอก

         "ลูกหมายความว่าจักให้นางมาอยู่ที่เรือนกระนั้นรึ" คุณหญิงจันทร์ตีความหมายคำบอกของผู้เป็นลูกชาย 

         "ใช่แล้วขอรับแม่ท่าน" วาดดาวกลับหันมองหน้าชายหนุ่มทันทีที่ได้ยินดังนั้น

         "คุณจะบ้าเหรอ จะให้ฉันอยู่ที่นี่เนี่ยนะ" วาดดาวกระซิบถามชายหนุ่มข้างกายทันที แต่ชายตรงหน้าดูจะไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูด

         "นางเคยช่วยชีวิตลูกไว้ แลที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ นางได้ช่วยพระชนม์ชีพสมเด็จพระราชอนุชาไว้ด้วย ถือว่านางมีคุณแก่ลูกเองแลบ้านเมืองมากนักขอรับ"

            "จริงรึ" คุณหญิงจันทร์ตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ "แต่มันจักดีรึ เป็นหญิง มาอยู่เรือนชายหนุ่มเยี่ยงนี้ จักมิงามเอานะ" คุณหญิงจันทร์แสดงความคิดเห็น

            "ที่นี่ไม่มีโรงแรมเหรอ?" วาดดาวกระซิบให้อีกรอบ แต่คนข้างกายยังคงนิ่งเฉยกับคำพูดเธอ 

            "บอกว่าเป็นญาติห่างๆมาจากต่างเมืองก็ได้นี่ขอรับ เช่นนั้นคงลบเรื่องข้อครหาได้แล้ว"  

             "คุณ!!!!"  วาดดาวดึงชายเสื้อชายหนุ่มเพื่อเรียกความสนใจ แต่อีกฝ่ายยังคงเมินเฉย ส่วนคนที่นั่งดูการกระทำของเธออยู่โดยตลอดกลับมีสีหน้าประหลาดใจกับการกระทำถึงเนื้อถึงตัวบุตรชายของเธอตลอดเวลาโดยที่ไม่มีทีท่าเขินอายสมคำว่าสตรีเลยแม้แต่น้อย

           "แล้วครอบครัวนางเล่า จักมิเป็นกระไรรึ" คำถามของผู้เป็นแม่ทำให้ชายหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวข้างกายทันที เขาเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย "เป็นคนที่ใดกันรึ" คุณหญิงจันทร์หันมาคุยกับหญิงสาวแปลกหน้าบ้าง

           "คือ....."วาดดาวอึกอัก ไม่รู้จะตอบว่าว่าอย่างไรดี จะตอบว่ากรุงเทพฯก็ไม่ได้เสียด้วย ถ้าอยู่กรุงเทพฯก็ต้องกลับบ้านตัวเองสิ จะมาอยู่บ้านคนอื่นเขาทำไม

           "พิษณุโลกขอรับ" หลวงฤทธิรงค์ชิงตอบไปก่อนทันทีเมื่อเห็นท่าไม่ดี

           "แล้วไปทำกระไรที่เมืองหน้าด่านเช่นนั้น" คุณหญิงยังคงตั้งคำถามต่อ แต่วาดดาวก็ยังคงอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ จนคนข้างๆแย่งไปตอบอีกหน

           "ไปช่วยรักษาคนเจ็บที่ค่ายรบขอรับ" คราวนี้คนเป็นแม่หันมามองลูกชายตาขวางทันทีด้วยความไม่พอใจ

           "พ่ออินทร์ แม่ถามนาง ก็ให้นางตอบสิ เจ้าจักตอบแทนนางหากระไรกัน" คนหวังดีตอบแทนถึงกับหน้าเจือนไปในที่สุด

           "เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันรึ พ่อแม่ทำการใดกัน"

           "ไม่มีค่ะ" เธอตอบเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนฟังดูจะไม่เข้าใจ

           "หมายความว่าเยี่ยงไรกัน ที่ว่าไม่มี"

           "ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ค่ะ ฉันเป็นเด็กกำพร้า" คุณหญิงจันทร์หันมองหน้าบุตรชายทันที หลวงหนุ่มเองก็แปลกใจไม่แพ้กันเพราะไม่เคยถามเรื่องเหล่านี้กับเธอมาก่อน 

           "แล้วญาติผู้ใหญ่เล่า"

           "ไม่มีค่ะ" ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ แต่ในใจนั้นกำลังคิดว่าเธอแค่กำลังโกหกตามเขาหรือเรื่องที่พูดเป็นความจริงกันแน่

           "พ่อ แม่ก็ไม่มี ญาติก็ไม่มี แล้วโตมาได้เยี่ยงไร ผู้ใดเป็นคนเลี้ยง"

           "สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าค่ะ ฉันโตมาที่นั่น" เธอตอบ 

           "มีที่เช่นนั้นด้วยรึ" คนฟังดูจะประหลาดใจกับคำตอบที่ได้

           "ค่ะ" วาดดาวตอบทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็ยังคงตอบตามความจริง  คุณหญิงจันทร์นึกสงสารและเห็นใจหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมาเมื่อได้ฟังสิ่งที่เธอบอก 

           "ชื่อกระไรนะ" 

           "วาดดาวค่ะ เรียกดาวเฉยๆก็ได้" เธอรีบบอกทันที

           "เช่นนั้นเรียก แม่วาดก็แล้วกัน" 

           "อ้าว?" เจ้าของชื่ออุทานเงียบๆที่คุณหญิงจันทร์สรุปชื่อของเธอเอาเองเสร็จสรรพโดยไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เธอบอกไปเลยสักนิด

          "เอาเป็นว่าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน ฉันจักบอกว่าแม่เป็นหลาน มาจากต่างเมือง"

          "ขอบพระคุณแม่ท่านขอรับ" หลวงฤทธิรงค์เอ่ยด้วยความดีใจที่ผู้เป็นแม่ยอมตกลงให้วาดดาวอยู่ด้วย แต่คนที่ต้องอยู่ที่นี่สิ ชักจะรู้สึกร้อนๆหนาวๆชอบกล คล้ายกับว่าหายนะกำลังจะมาเยือนเธอ 

           "มาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้สบายตัวก่อนเถิดลูก จากนั้นค่อยไปทำการอันใดต่อ" คุณหญิงจันทร์บอกลูกชายก่อนจะกันมาหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆผู้เป็นลูกด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์กับสภาพของหญิงสาว "โดยเฉพาะหญิงนางนี้ ดูซิ เป็นหญิงแท้ๆกลับใส่อาภรณ์ของทหารเช่นนี้ได้เยี่ยงไร มิงามเลยจริงๆ" วาดดาวมองดูชุดที่ตัวเองใส่ ก่อนจะหันมองหน้าชายหนุ่มข้างกาย เป็นเชิงร้องขอให้ช่วย ไม่ทันไรหายนะเรื่องแรกก็มาเยือนเสียแล้ว แล้วนี่เธอจะอยู่ที่นี่ได้อย่างรอดปลอดภัยไหมนี่....

         

           

    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #256 @Aies (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 12:39
    ชอบคะ ต่อนาาาาาToT
    #256
    0
  2. #255 walena (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:51
    รอนะคะ ชอบมากๆเลย><
    #255
    1
    • #255-1 Wanwan19(จากตอนที่ 36)
      9 กรกฎาคม 2560 / 15:18
      ขอบคุณคร่า^^
      #255-1
  3. #254 บุหงา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 21:28
    สนุกมากเลยอะเค้ารออ่านยุนะ อาจจะไม่ได้เม้นบ่อยส่งกำลังใจให้ฮึบ ๆ เค้าเพิ่งมาอ่าน ดีงาม555
    #254
    1
    • #254-1 Wanwan19(จากตอนที่ 36)
      7 กรกฎาคม 2560 / 22:57
      ขอบคุณที่ชอบคร่าาา
      #254-1
  4. #253 แม่ไก่จ๋าา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 20:49
    ชอบมากๆในฐานะจบประวัติศาสตร์
    #253
    1
    • #253-1 Wanwan19(จากตอนที่ 36)
      7 กรกฎาคม 2560 / 22:52
      ขอบคุณคร่า
      #253-1
  5. #250 0905627 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 10:31
    ชอบๆๆรอนะคะ่
    #250
    1
    • #250-1 Wanwan19(จากตอนที่ 36)
      7 กรกฎาคม 2560 / 22:51
      ขอบคุณที่ติดตามคร่า
      #250-1
  6. #248 Preawta (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:50
    เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์  นักเขียนสมัครเล่น  ค้นข้อมูลประวัติศาสตร์ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ  คนเราอัจฉริยะกับปัญญาอ่อน  มันข้ามเส้นแค่นิดเดียว  ใครไม่ชอบก็ให้เขาเขียนอ่านเอง  สู้ๆค่ะ  สักวันไรท์อาจจะเป็นนักเขียนมืออาชีพ  เพราะกว่านักเขียนจะประสบผลสำเร็จ  เขาผ่านการดูถูกดูแคลนมาเยอะแยะ  ผลงานถูกโยนลงตะกร้าขยะก็เยอะ  สู้ๆนะคะ  เสียงทุกเสียงที่ส่งมา  จะเป็นปราการให้ไรท์ประสบผลสำเร็จได้ในสักวัน  สู้ๆๆๆๆ
    #248
    0
  7. #247 Preawta (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:49
    เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์  นักเขียนสมัครเล่น  ค้นข้อมูลประวัติศาสตร์ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ  คนเราอัจฉริยะกับปัญญาอ่อน  มันข้ามเส้นแค่นิดเดียว  ใครไม่ชอบก็ให้เขาเขียนอ่านเอง  สู้ๆค่ะ  สักวันไรท์อาจจะเป็นนักเขียนมืออาชีพ  เพราะกว่านักเขียนจะประสบผลสำเร็จ  เขาผ่านการดูถูกดูแคลนมาเยอะแยะ  ผลงานถูกโยนลงตะกร้าขยะก็เยอะ  สู้ๆนะคะ  เสียงทุกเสียงที่ส่งมา  จะเป็นปราการให้ไรท์ประสบผลสำเร็จได้ในสักวัน  สู้ๆๆๆๆ
    #247
    1
    • #247-1 Wanwan19(จากตอนที่ 36)
      6 กรกฎาคม 2560 / 20:58
      ขอบคุณมากๆคร่าาาา กำลังใจที่ดี
      #247-1
  8. #242 Jap (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 19:38
    แม่ดาว เอ๊ยแม่วาด ทำตัวให้ว่าที่แม่สามีเอนดูนะลูก
    #242
    0
  9. #241 AumJantabat (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 17:12
    พามาลูกสะใภ้มากราบแม่หรอ คุณหลวง5555
    #241
    0
  10. #240 pum_za (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 07:11
    แล้วแม่ท่าน ของคุณหลวงจะเอ็นดูวาดดาวมั้ยน๊า แอบหวั่นๆ
    #240
    0
  11. #239 Looney00 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 03:59
    ขอให้แม่พี่อินทร์เอ็นดูคุณหมอ
    #239
    0
  12. #237 Chick_ka (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 23:15
    ขอให้คุณหญิงเอ็นดูแม่วาดด้วยเถอะ 
    #237
    0
  13. #236 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 20:39
    สนุกมากค่ะ รอต่อนะค่ะ
    #236
    0
  14. #235 dplay (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 19:54
    นางแค่ตื่นเต้นที่ได้หลานสาวแค่นั้นเอง
    #235
    0
  15. #234 เจ้าหญิงเกล็ดน้ำแข็ง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:39
    อยากเห็นคุณหลวงอึ้งตอนแม่ดาวแต่งสวยยยย
    #234
    1
    • #234-1 pum_za(จากตอนที่ 36)
      5 กรกฎาคม 2560 / 07:21
      ใช่อยากให้ ตะลึงในความสวยเหมือนกันค่ะ
      #234-1
  16. #233 เจ้าหญิงเกล็ดน้ำแข็ง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:36
    อัพอีกกกกก สนุกมากค้าาาา
    #233
    1
    • #233-1 Wanwan19(จากตอนที่ 36)
      4 กรกฎาคม 2560 / 18:46
      ขอบคุณคร่าาาา
      #233-1
  17. #232 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:09
    ตามลุ้นต่อค่ะ
    #232
    0
  18. #231 @Aies (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 17:56
    ต่อไวๆเด้อออ เค้าค้างงงงงง
    #231
    0
  19. #228 nook (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 16:49
    อิอิ น่ารักคู่นี้
    #228
    0